Beranda / มาเฟีย / รอยบาปใต้เงาทมิฬ / 9-เช้าที่แสนหนักหน่วง

Share

9-เช้าที่แสนหนักหน่วง

last update Tanggal publikasi: 2026-09-09 20:00:39

เช้าวันใหม่เริ่มต้นขึ้นพร้อมแสงแดดยามเช้าที่สาดส่องผ่านกระจกบานโตของคฤหาสน์เดสมอนด์...

ลูน่าเดินจูงมือเซมัสลูกชายตัวน้อยวัยสองขวบลงมาจากชั้นบน ทว่าทันทีที่เธอก้าวเท้าเข้ามาภายในห้องอาหาร เรียวขาบางกลับต้องชะงักกึก ร่างกายแข็งเกร็งไปในทันตา

ภาพเบื้องหน้า... คือชายหนุ่มเรือนร่างโปร่งเจ้าของใบหน้าหวานที่เธอคุ้นเคย นั่งก้มหน้าเขี่ยข้าวต้มในถ้วยไปมาด้วยแววตาบอบช้ำและไร้ชีวา ลูน่ารู้สึกเหมือนลมหายใจของเธอถูกสูบหายไป ชั่วขณะหนึ่งเธอแทบไม่อาจก้าวขาเดินต่อได้เลย

“แด๊ดดี้!”

เสียงสดใสของเด็กชายตัวน้อยแผดดังขึ้น เซมัสสะบัดหลุดจากมือผู้เป็นแม่ แล้ววิ่งร่าตรงเข้าไปหาไซรัสที่นั่งอยู่หัวโต๊ะอย่างน่ารัก ลูน่าขบกรามแน่น กำมือเข้าหากันจนเล็บแทบจิกเข้าเนื้อเพื่อสะกดข่มความแตกตื่นและเจ็บปวดในอก เธอพยายามกดความรู้สึกทั้งหมดลงไปใต้ใบหน้าเรียบเฉย ก่อนจะก้าวเดินด้วยท่วงท่าสง่างามไปนั่งลงบนเก้าอี้ตรงข้ามกับชายหนุ่มหน้าหวานคนนั้นอย่างเงียบเชียบ

นับหนึ่งค่อยๆ เงยหน้าขึ้นมองลูน่า นัยน์ตาคู่สวยเต็มไปด้วยความละอายและกล้ำกลืน กลืนไม่เข้าคายไม่ออก เขาปรายสายตาผ่านไซรัส ก่อนจะค้อมศีรษะลงเล็กน้อยแล้วเอ่ยทักทายเธอด้วยน้ำเสียงสั่นพร่า

“ส... สวัสดีครับ... คุณลูน่า”

สรรพนามที่แปรเปลี่ยนไปจากเดิมอย่างสิ้นเชิง ทำให้ลูน่าชะงักไปครู่หนึ่ง เธอช้อนสายตาสบเข้ากับดวงตาของนับหนึ่งที่มองเธอด้วยความรู้สึกผิด ภายใต้สายตาคมกริบของไซรัสที่หรี่มองการประจันหน้าของทั้งคู่อย่างจับผิดทุกจังหวะ

ลูน่าเม้มปากแน่นเพียงครู่เดียว ก่อนจะพยักหน้ารับคำเบาๆ ด้วยแววตาว่างเปล่า

“อืม...”

ไซรัสขมวดคิ้วแน่นอย่างไม่พอใจเท่าไรนัก... ปฏิกิริยาอันนิ่งสงบของลูน่าไม่เป็นไปตามที่เขาคาดหวังเอาไว้เลยสักนิด ทว่ามาเฟียหนุ่มก็จุดรอยยิ้มเหยียดตรงมุมปากขึ้นมาอย่างที่ชอบทำ ก่อนจะเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงทรงอำนาจ

“คงรู้จักกันแล้วสินะ... ไหนๆ ก็ไหนๆ แล้ว ฉันจะแนะนำอีกทีแล้วกัน”

ลูน่าหลุบสายตากลับมามองถ้วยข้าวต้มตรงหน้า ตักเข้าปากช้าๆ ด้วยท่าทางไม่ใส่ใจ ไซรัสจึงเอ่ยต่อ นัยน์ตาสีฟ้าฉายแวววาวโรจน์มืดมิด

“นี่ลูน่า... ภรรยาของฉัน และนี่...” ไซรัสตวัดสายตาไปมองลูน่าเพื่อเช็กปฏิกิริยา ก่อนจะดึงสายตากลับมาที่นับหนึ่ง

“...นับหนึ่ง ตั้งแต่วันนี้ไปนับหนึ่งจะย้ายมาอยู่เคียงข้างฉัน ในฐานะ... 'ของเล่นชิ้นโปรด' ในคฤหาสน์หลังนี้”

พูดจบ ไซรัสก็เอื้อมมือหนาไปคว้ากุมมือนับหนึ่งไว้บนโต๊ะอย่างเปิดเผย ขณะที่สายตาคมกริบเหลือบมองใบหน้าของคุณนายเดสมอนด์เพื่อดูความหึงหวง ทว่าลูน่ายังคงนิ่งเฉยตักข้าวต้มทานอย่างเงียบสงบราวกับสิ่งที่เขาพูดเป็นเพียงลมฟ้าอากาศ

ไซรัสกระแอมในลำคอเบาๆ ด้วยความหงุดหงิด ลูน่าจึงค่อยๆ เงยหน้าขึ้นมองเขาด้วยแววตาเรียบเฉยดุจน้ำแข็ง

“ค่ะ... จะทำอะไรก็ ระวังลูกด้วย” เธอเอ่ยเสียงเรียบราบ ก่อนจะหมุนสายตากลับไปมองนับหนึ่งที่นั่งหน้าซีดอยู่ฝั่งตรงข้าม

“สวัสดีค่ะ คุณนับหนึ่ง... ไม่คิดว่าเราจะได้เจอกันในฐานะอื่น หวังว่าทุกเช้าฉันจะได้ลิ้มรสกาแฟที่คุณชงนะคะ”

เธอเอ่ยออกไปตามมารยาทอย่างไร้ที่ติ ราวกับกำลังทักทายสมาชิกใหม่ของบ้าน

นับหนึ่งพยักหน้ารับคำพร้อมกับจุดรอยยิ้มเจื่อนๆ ที่เต็มไปด้วยความทุกข์ระทม ไซรัสถึงกับแค่นหัวเราะออกมาในลำคอ... ทว่ามันไม่ใช่เสียงหัวเราะแห่งความพึงพอใจ แต่เป็นเสียงหัวเราะแห่งความประสาทเสียที่แผนการตอกย้ำให้เธอทรมานกลับกลายเป็นความล้มเหลว

“เอาล่ะ... ในเมื่อทำความรู้จักกันแล้ว ก็หวังว่าจะสนิทกันมากกว่าแค่ลูกค้าและเจ้าของร้าน ในฐานะ 'เมีย' ของฉันทั้งสองคน”

ไซรัสเอ่ยอย่างถือดีและเห็นแก่ตัว ก่อนจะหันไปออกคำสั่งกับนับหนึ่งด้วยน้ำเสียงดุดัน

“กินเสร็จแล้วก็ไปเตรียมตัวอาบน้ำอาบท่าให้สะอาด... ห้องของนายเป็นห้องเล็กอยู่ข้างๆ ห้องลูน่า อย่าให้ฉันต้องรอนาน”

เจตนาโจ่งแจ้งของไซรัสคือการให้นับหนึ่งอยู่ห้องติดกับเธอ เพื่อที่เขาจะได้เสพสมและส่งเสียงทรมานจิตใจเธอทุกคืน ให้เธอได้รับรู้ถึงความสัมพันธ์อันบิดเบี้ยวนี้จนต้านทานความนิ่งเฉยไว้ไม่ไหว

ลูน่าวางช้อนลงกระทบจานเบาๆ นัยน์ตาสีน้ำตาลเข้มฉายแววเย็นเยียบเอ่ยดักทางขึ้นทันควัน

“อย่าเสียงดังมากนัก... ลูกก็นอนกับฉันอยู่ หวังว่าจะเข้าใจ”

คำพูดไร้ความแยแสของเธอเหมือนน้ำมันที่ราดลงบนกองไฟ ไซรัสขบกรามแน่นจนสันนูน โทสะเดือดพล่านขึ้นมาทันทีที่ไม่อาจสร้างรอยร้าวในหัวใจของหญิงสาวตรงหน้าได้ เขาผุดลุกขึ้นยืนแล้วเอ่ยสั่งอย่างเผด็จการ

“ไม่ต้องห่วง! ลูกจะไปนอนกับพี่เลี้ยงที่ห้องของลูก ส่วนเธอ... ก็นอนที่ห้องนอนของเธอเงียบๆ ไปซะ นี่คือคำสั่ง! ถ้าเธอยังขัดคำสั่งฉัน... ฉันไม่รับประกันว่าเธอจะรอดเหมือนสองปีที่ผ่านมาหรือเปล่า... ลูน่า”

สิ้นคำตวาด ไซรัสก็คว้าหมับเข้าที่ข้อมือของนับหนึ่งแล้วออกแรงกระชากอย่างรุนแรงจนร่างโปร่งถลาตาม

“ลุก! อย่าให้ต้องรอ! ไม่งั้นนายได้เจ็บหนักจนเดินไม่ได้แน่!”

ไซรัสลากตัวนับหนึ่งเดินออกจากห้องอาหารและตรงขึ้นชั้นบนไปต่อหน้าต่อตาอย่างป่าเถื่อน...

ยังโชคดีที่เด็กชายตัวน้อยมัวแต่นั่งเพลิดเพลินกับอาหารเช้า โดยมีนีน่าพี่เลี้ยงสาวคอยช่วยดึงความสนใจของเด็กน้อยวัยสองขวบผู้บริสุทธิ์ไม่ให้รับรู้ถึงพายุอารมณ์ของผู้ใหญ่

ลูน่าถอนหายใจออกมาเบาๆ เพื่อระบายความอึดอัดที่อัดแน่นอยู่ในอก หญิงสาวหันไปหาบอดี้การ์ดหนุ่มที่ยืนคุมเชิงอยู่ไม่ไกล

“ฟีนิกซ์... เตรียมรถ ฉันจะพาลูกไปซื้อเสื้อผ้าสักหน่อย”

“ครับ คุณนาย”

ลูน่าลุกขึ้นเดินเข้าไปอุ้มลูกชายหัวแก้วหัวแหวนขึ้นมาไว้ในอ้อมแขน ก่อนจะก้าวเดินออกจากคฤหาสน์เดสมอนด์ไปทันที... โดยไม่สนใจฝันร้ายที่กำลังก่อตัวอยู่บนชั้นสองของบ้านด้วยการระบายอารมณ์ของไซรัสเลยแม้แต่น้อย

ตึง!

เสียงประตูห้องนอนชั้นบนถูกปิดลงอย่างรุนแรงด้วยแรงโทสะ ร่างโปร่งของนับหนึ่งถูกเหวี่ยงอัดเข้ากับแผ่นประตูอย่างไม่ไยดี ความเจ็บปวดจากบาดแผลเดิมที่ยังไม่ทันหายดีซ้ำเติมให้ชายหนุ่มหน้าหวานถึงกับงอกายทรุดลงไปกองกับพื้นหินอ่อน

ไซรัสขบกรามแน่นจนสันขากรรไกรเด่นชัด นัยน์ตาสีฟ้าคมกริบฉายแวววาวโรจน์บิดเบี้ยวไปด้วยความหงุดหงิดถึงขีดสุด... ใบหน้าเรียบเฉยและน้ำเสียงไม่แยแสของลูน่าเมื่อครู่ในห้องอาหาร เหมือนดั่งเข็มพิษที่ตบหน้าและท้าทายอำนาจของเขาอย่างจัง

“คิดว่าตัวเองมีค่ากับเธอมากนักหรือไง!”

ไซรัสเค้นเสียงดุดันสาดใส่คนบนพื้น เขาก้าวเข้าไปกระชากกลุ่มผมของนับหนึ่งให้แหงนรั้งขึ้นมาสบตา แรงบีบและกระชากรุนแรงจนนับหนึ่งต้องร้องออกมาด้วยความเจ็บปวด หยาดน้ำตาแห่งความอดสูไหลทะลักออกมาอาบแก้ม

“คุณไซรัส... อึก... ปล่อย!”

“ปล่อยเหรอ? หึ... นายเห็นสายตาเธอไหม!” ไซรัสแค่นยิ้มเย็นชา ยื่นใบหน้าคมคายเข้าไปใกล้จนลมหายใจร้อนรดแก้มสั่นเทา

“ลูน่าไม่ได้สนใจนายเลยสักนิด! ต่อให้นายจะร้องครวญครางอยู่ข้างห้อง เธอก็ไม่คิดจะเจียดความสงสารมาให้นายหรอก!”

ไซรัสระบายความโกรธเกรี้ยว ความอึดอัด และความพ่ายแพ้ที่มีต่อลูน่า ลงกับร่างโปร่งตรงหน้าอย่างป่าเถื่อนและทารุณ เสื้อผ้าของนับหนึ่งถูกฉีกขาดออกอย่างไร้ความปรานี ไร้ซึ่งการเร้าอารมณ์หรือความอ่อนโยน มีเพียงจังหวะรักอันดิบเถื่อนที่ถูกโถมกระแทกเข้าใส่เพื่อย่ำยีศักดิ์ศรี

เสียงกรีดร้องสลับกับเสียงสะอื้นไห้ของนับหนึ่งดังก้องอยู่ในห้องสี่เหลี่ยมหรูหรา... ทุกจังหวะที่กระแทกกระทั้น ไซรัสพยายามหลอกตัวเองว่าเขากำลังสยบความพยศของลูน่า แต่ยิ่งเขารุนแรงมากเท่าไหร่ ความจริงที่ตอกย้ำว่าลูน่าไม่ได้รู้สึกอะไรเลย กลับยิ่งบดขยี้หัวใจอสูรร้ายของเขาจนแหลกสลาย

นับหนึ่งทำได้เพียงซบหน้าลงกับเตียง ยอมรับชะตากรรมอันแสนสาหัสทั้งน้ำตา... ยอมเป็นหมากและของเล่นรองรับอารมณ์สกปรก เพื่อปกป้องครอบครัวและเพื่อแลกกับการไม่ให้ผู้หญิงตัวเล็กๆต้องรับชะตากรรมโหดร้ายไปมากกว่านี้

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • รอยบาปใต้เงาทมิฬ   15-แผน

    ลูน่านั่งนิ่งสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อสะกดกลั้นอารมณ์ ฝ่ามือเรียวทั้งสองข้างกำแน่นเข้าหากันจนเล็บเกือบจิกเข้าเนื้อ ยามที่เสียงตวาดลั่นอย่างป่าเถื่อนของไซรัสเหวี่ยงลงมาจากชั้นบนคำสั่งระยำที่บีบคั้นให้นับหนึ่งครางชื่อของมันดังรอดออกมา พร้อมกับเสียงสั่นสะเทือนของหัวเตียงที่กระทบกระแทกกับผนังห้องอย่างรุนแรง บ่งบอกถึงกิจกรรมอันดิบเถื่อนและไร้ความปราณีที่กำลังเกิดขึ้น เสียงนั้นดังสนั่นเสียจนสะท้อนลงมาถึงชั้นล่าง ตอกย้ำความอัปยศและความเจ็บปวดร้าวลึกในใจของลูน่าอย่างโหดเหี้ยมหญิงสาวตัดสินใจลุกขึ้นทันที ความอุจาดเกินกว่าจะทนฟังต่อได้ เธอช้อนตัวอุ้มเซมัสขึ้นแนบอก พยายามบดบังใบหน้าของลูกน้อยไม่ให้รับรู้ถึงความโสมมของผู้เป็นพ่อ ลูน่าก้าวเดินออกจากคฤหาสน์ที่เปรียบเสมือนนรกด้วยท่วงท่าสง่างามทว่าเร่งรีบ โดยมีฟีนิกซ์และนีน่าก้าวตามมาติดๆ“ไปห้าง Desmond Mall ฉันกับลูกจะไปนั่งทานข้าวข้างนอก”ลูน่าเอ่ยสั่งฟีนิกซ์ด้วยน้ำเสียงเรียบ เย็นชาไร้ความรู้สึก ฟีนิกซ์เพียงโค้งศีรษะรับคำเล็กน้อยด้วยสีหน้าเคร่งขรึม“ครับ คุณนาย”เขาทำหน้าที่อย่างรวดเร็วด้วยการวิทยุเรียกรถย

  • รอยบาปใต้เงาทมิฬ   14-คนรักในความลับ

    หญิงสาวผละตัวออกมาเล็กน้อย มือเรียวสองข้างยื่นไปประคองใบหน้าหวานที่เปรอะเปื้อนคราบน้ำตาของนับหนึ่ง นัยน์ตาสีน้ำตาลเข้มที่เคยเย็นชาใส่คนทั้งโลก บัดนี้กลับฉายสะท้อนเพียงภาพของชายตรงหน้าด้วยความรักทั้งหมดที่มี“ฉันรักคุณนะคะ นับหนึ่ง... ไม่ว่ายังไง ฉันก็รักคุณ... คุณคือรักแรก และเป็นรักเดียวในชีวิตของฉันตลอดไป”คำสารภาพรักแผ่วเบาทว่าตราพึงในใจ...ใช่แล้ว... ‘นับหนึ่ง’ ไม่ใช่แค่เพื่อนคนสนิท หรือแค่เจ้าของร้านกาแฟที่ผ่านเข้ามาในชีวิตของเธอทว่าเขาคือ ‘คนรัก’ เพียงคนเดียวของลูน่า... ความรักที่ถูกซ่อนไว้ในเงาตั้งแต่ก่อนที่เธอจะถูกไซรัสเอาปืนจ่อหัวบังคับเข้าพิธีแต่งงาน และที่สำคัญที่สุด... ไซรัสไม่เคยล่วงรู้ความลับข้อนี้เลยแม้แต่เสี้ยวเดียวมาเฟียหนุ่มเข้าใจมาโดยตลอดว่านับหนึ่งเป็นเพียง 'หมาก' และของเล่นที่ใช้ป่วนประสาทเพื่อตอกย้ำให้เธอเจ็บปวด ไซรัสแค่โชคดีก็เท่านั้น... โดยหารู้ไม่ว่า การดึงตัวนับหนึ่งเข้ามาในคฤหาสน์เดสมอนด์ด้วยความบ้าคลั่งของตัวไซรัสเองนั้น... คือการทำให้ลูน่าที่เคยสงบเงียบเดินเข้าสู่ความเกมแค้นเพื่อเอาคืนอย่างสาสมโดยไม่

  • รอยบาปใต้เงาทมิฬ   13-สงครามประสาท

    นับหนึ่งละล่ำละลักเอ่ยเสียงแผ่วพร่า สองเท้าก้าวเข้าไปหาเธอด้วยความตื่นตระหนก“ทำไม... ทำไมถึงยังไม่หนีไปครับ! พวกการ์ดกับคุณไซรัสกำลัง...”ลูน่ายกนิ้วชี้เรียวขึ้นแตะริมฝีปากบางที่มีรอยแผลและคราบเลือดแห้งกรังของตัวเองเบาๆ เป็นสัญญาณให้เขาเงียบ นัยน์ตาคู่สวยทอดมองชายหนุ่มตรงหน้าด้วยความอ่อนโยนปนเรียบเย็น“ชูว์...” ลูน่าเอ่ยด้วยน้ำเสียงเบาหวิวทว่าสงบนิ่ง “ยิ่งพวกมันปักใจเชื่อว่าฉันกระโดดหนีออกไปข้างนอก... คฤหาสน์หลังนี้ก็ยิ่งเป็นสถานที่ๆ ปลอดภัยที่สุด”นับหนึ่งมองรอยแผลคราบเลือดบนริมฝีปากและเสื้อผ้าของเธอด้วยความใจเสีย หยาดน้ำตาคลอหน่วยขึ้นมาอีกครั้งด้วยความสงสารและเป็นห่วง“แต่คุณไซรัส... เขาบ้าคลั่งมากนะครับ ถ้าเขาจับคุณได้คราวนี้...”“ปล่อยให้มันคลั่งไป...” ลูน่าตัดบทพร้อมกับจุดรอยยิ้มบางๆ บนริมฝีปาก รอยยิ้มเหยียดหยันที่ท้าทายทุกสิ่งบนโลก“เกมล่าเหยื่อที่มันชอบ... ฉันจะเป็นคนกำหนดกฎเกณฑ์เอง”หญิงสาวเอื้อมมือไปจับลูกบิดประตูห้องนอนของตัวเอง ก่อนจะหันกลับมาสบตานับหนึ่งอีกครั้ง“เข้าไปพักผ่อนซะคุณนับหนึ่ง... คืนนี้ไม่มีใครท

  • รอยบาปใต้เงาทมิฬ   12-ความรักที่บิดเบี้ยว

    “อยากทำอะไรก็ทำเลยสิ...” เธอยังคงตอบเขานิ่งๆ“ตอบฉันมา! เมื่อกี้เธอกับมันกำลังจะทำอะไรกัน!”ไซรัสคำรามลั่นด้วยโทสะที่เดือดพล่าน นัยน์ตาสีฟ้าฉายแววคลั่งไคล้บิดเบี้ยว ชายหนุ่มโน้มใบหน้าลงมาหมายจะสยบความพยศของคนตรงหน้า ฝ่ามือหนาบีบกระชากเรือนร่างบางเข้ามาชิดกาย ก่อนจะบดเบียดริมฝีปากหนาลงมากดทับริมฝีปากกระจับสวยงามของลูน่าอย่างรุนแรงและป่าเถื่อนทว่าลูน่าในยามนี้กลับไม่ได้ยืนนิ่งเป็นหินอีกต่อไปหญิงสาวออกแรงดิ้นรนขัดขืนสุดกำลัง สองมือเรียวยกขึ้นทุบตีและชกเข้าที่แผ่นอกกว้างและไหล่หนาของไซรัสอย่างไม่ย่อท้อ เสียงกำปั้นกระทบเนื้อดังขึ้นในความเงียบ ทว่ายิ่งเธอทุบตีและดิ้นรนมากเท่าไหร่ มันกลับยิ่งไปกระตุ้นความอยากเอาชนะและตัณหาอันมืดมนของอสูรร้ายให้พุ่งสูงขึ้นไซรัสแค่นเสียงเหี้ยมในลำคอ ชายหนุ่มออกแรงบดขยี้ริมฝีปากงามอย่างดุดัน ก่อนจะ ขบกัดริมฝีปากบางของเธออย่างแรงจนเลือดสดๆ ซึมไหลออกมารสชาติคาวเลือดหวานละมุนคละคลุ้งในโพรงปาก... ลูน่าเจ็บปวดจนคิ้วขมวดเป็นปม ทว่าความแค้นและความรักตัวเองกลับสั่งการให้เธอพลิกสถานการณ์ในเสี้ยววินาทีมือเรียวที่ว่า

  • รอยบาปใต้เงาทมิฬ   10-อิสรภาพชั่วคราว

    ขณะเดียวกัน... ที่ห้างสรรพสินค้าชั้นนำระดับไฮเอนด์ใจกลางเมืองบรรยากาศสงบและสว่างไสวแตกต่างจากคฤหาสน์เดสมอนด์ราวฟ้ากับนรก เซมัสเด็กชายตัวน้อยวัยสองขวบกำลังหัวเราะร่าอย่างมีความสุขอยู่ในร้านเสื้อผ้าเด็กแบรนด์หรู โดยมีนีน่าพี่เลี้ยงสาวคอยดูแลและหยิบจับชุดน่ารักๆ ให้ลองอย่างเอาใจใส่ลูน่านั่งจิบกาแฟร้อนอยู่ตรงโซนพักผ่อนของร้าน นัยน์ตาสีน้ำตาลเข้มทอดมองลูกชายเพียงคนเดียวด้วยแววตาอ่อนโยน... เป็นเพียงมุมเดียวในชีวิตที่เผยให้เห็นความอบอุ่นของคุณนายเดสมอนด์ฟีนิกซ์ ยืนคุมเชิงสงบนิ่งอยู่ไม่ไกลในระยะที่สุภาพ ใบหน้าคมขรึมเรียบเฉย ทว่าร่องรอยความระบมบนใบหน้าและกิริยาการยืนที่ฝืนเกร็งเพียงเล็กน้อย ก็ไม่อาจเล็ดลอดสายตาอันแหลมคมของลูน่าไปได้“ข้อเท้าฉัน... หายดีแล้วล่ะ” ลูน่าเอ่ยขึ้นเรียบๆ โดยไม่หันไปมอง “แล้วแผลของคุณล่ะ... ฟีนิกซ์”ฟีนิกซ์ชะงักไปเล็กน้อย บอดี้การ์ดหนุ่มหลุบสายตาลงต่ำ ค้อมศีรษะตอบรับด้วยน้ำเสียงนอบน้อม“ผมสบายดีครับ คุณนาย... ขอบคุณที่เป็นห่วง”ลูน่ายกแก้วกาแฟขึ้นจิบเบาๆ นัยน์ตาคู่สวยหมองลงเล็กน้อยยามนึกถึงเหตุการณ์เมื่อเช้า รวมถึง

  • รอยบาปใต้เงาทมิฬ   11-คนใจดี

    ทันทีที่เห็นเหตุการณ์ ลูน่าก็เบิกตากว้าง ร่างบางรีบลุกพรวดพุ่งเข้าไปหาเขาทันที มือเรียวคว้าหมับเข้าที่ข้อมือของนับหนึ่งแล้วดึงเขาไปที่ซิงค์ล้างจาน จัดการเปิดก๊อกน้ำให้สายน้ำเย็นจัดไหลผ่านรอยแดงเถือกบนหลังมือของเขา“แช่น้ำไว้ก่อนนะคะ รอเดี๋ยว...”เธอเอ่ยด้วยสีหน้าตื่นตระหนกและเป็นกังวล ก่อนจะรีบหันไปเปิดช่องฟรีซเพื่อหยิบน้ำแข็งมาประคบให้อย่างเบามือ นับหนึ่งทอดสายตามองแผ่นหลังบอบบางของหญิงสาวผ่านม่านน้ำตา... ทั้งตกตะลึง ทั้งซาบซึ้งใจจนหยาดน้ำตาที่คลอหน่วยพากันร่วงหล่นลงมาไม่ขาดสาย เขาเงยหน้าขึ้นสบตากับเธอ ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงสั่นพร่า“ขอบคุณนะครับ...”ลูน่าเม้มริมฝีปากแน่น นัยน์ตาไหววูบด้วยความสงสารก่อนจะพยักหน้ารับ “ไม่เป็นไรค่ะ... เดี๋ยวฉันทำแผลให้นะ”พูดจบ เธอก็จูงมือเขาให้เดินตามออกไปยังโซนห้องนั่งเล่นกว้างขวาง ร่างบางเดินไปหยิบกล่องปฐมพยาบาล ก่อนจะกลับมานั่งลงตรงหน้าและเริ่มต้นทำแผลให้อย่างเงียบเชียบและเบามือตลอดเวลาที่เธอทำแผล ชายหนุ่มเอาแต่จ้องมองใบหน้าสวยหวานของหญิงสาวด้วยความรู้สึกซาบซึ้งสุดหัวใจ รู้ตัวอีกที... ใบหน้าของเขาก็โน้มเข

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status