LOGINเช้าวันต่อมาในระหว่างที่อวิกาและพีรยาช่วยกันเตรียมอาหารเช้า ไอยเรศจึงรับหน้าที่ดูแลน้องเอื้อให้ เขาอุ้มสาวน้อยออกมาดูนก ดูอะไรนอกบ้าน
“ชอบไหมคะน้องเอื้อ โน่นๆๆ นกบิน” ไอยเรศชี้ให้ลูกสาวบุญธรรมดูนกที่กำลังบิน ใช่แล้วเขารับเป็นพ่อทูนหัวให้น้องเอื้อตั้งแต่เธอลืมตาดูโลก สาวน้อยหัวเราะตามมือเขาที่ชี้
“เดี๋ยวพ่อพาไปดูช้างไหมคะ ช้างตัวใหญ่ๆ ที่สวนสัตว์ หรือดูเสือดี”
เสียงผู้ชายห้าวๆ ที่ใช้เสียงสองคุยสาวน้อยทำให้คิมหันต์ที่กำลังก้าวออกจากตึกชะงัก เขาหันไปมองที่มาของเสียงช้าๆ ผู้ชายรูปร่างสูงใหญ่ หน้าตาดีมาก มีเสน่ห์แห่งบุรุษเพศเต็มเปี่ยมกำลังอุ้มสาวน้อยอายุขวบกว่าไว้ในอ้อมแขน
คิมหันต์นิ่งอึ้งเมื่อคิดได้ว่าชายผู้นี้น่าจะเป็นสามีใหม่ ของอวิกา ท่าทางนั้นการอุ้มเด็กของเขาทำได้ถนัดไม่มีเคอะเขิน แปลว่าเขาคุ้นเคยดีกับน้องเอื้อมาก
ไอยเรศยิ้มให้คิมหันต์ สัญชาตญาณทำให้เขารู้ว่าคนตรงหน้าอาจจะเป็นพ่อของน้องเอื้อ แต่เขาไม่ได้ทักทายอะไร นอกจากก้มศีรษะเป็นเชิงทักทาย และเดินเลี่ยงไปพาน้องเอื้อเข้าบ้าน เมื่อได้ยินเสียงอวิกาเรียกลูกสาวแว่วๆ
อวิกาเตรียมของใช้ของน้องเอื้อใส่ตะกร้าสองตะกร้าใหญ่ คืนนี้เธอต้องฝากลูกสาวไว้กับคุณย่า เพราะเธอและพีรยาจะไปนอนค้างที่บ้านลดาวัลย์ เพื่อช่วยเจ้าสาวเตรียมตัวเข้าพิธีในวันพรุ่งนี้ และไอยเรศก็มีนัดคุยงานกับเพื่อนนักธุรกิจ
หญิงสาวพาน้องเอื้อมาส่งที่ตึกใหญ่ตอนบ่ายสาม ลูกสาวเธอไม่งอแงเพราะคุ้นเคยกับคุณปู่คุณย่าพอสมควร
“อ้อมชงนมมาให้แล้วค่ะคุณแม่ อยู่ในกระติกน้ำร้อนนะคะ ให้เฉพาะกลางคืนก็ได้ค่ะ ตอนเย็นทานข้าว ทานโจ๊กได้ ส่วนตะกร้านี้เป็นของใช้ พวกแพมเพิส ผ้าอ้อม มีเสื้อผ้ามาสามชุดค่ะ เผื่อทำเลอะเทอะต้องเปลี่ยนชุด ผ้าเช็ดตัวอยู่ในนี้หมดแล้วนะคะ”
อวิกาอธิบายยาว เธอค่อนข้างกังวลนิดหน่อยแต่ก็ตัดใจให้ลูกอยู่กับคุณย่า เพราะกลัวว่าพาไปด้วยจะร้องรบกวนเจ้าสาวจนไม่ได้นอน
“จ้ะ อ้อมไม่ต้องห่วงนะ ยายเอื้อคุ้นกับปู่ย่าอยู่แล้ว อยู่ได้หรอกจ้ะ คืนนี้นอนกับย่านะลูก” ท่านรับปาก
“แต่ถ้าน้องเอื้อร้องเยอะๆ คุณแม่โทรตามอ้อมได้เลยนะคะ กี่โมงก็โทรได้ค่ะอ้อมจะรีบกลับมาดูลูก” เธอบอกผู้เป็นย่า
“ได้ลูก ถ้าพ่อแม่เอาไม่อยู่จะรีบโทรตามอ้อมเลย อ้อมไปได้แล้วลูก เดี๋ยวจะเย็นมาก” คุณปู่เป็นฝ่ายพูดขึ้นบ้าง หญิงสาวจึงพนมมือไหว้ลาก่อนจะเดินออกมาอย่างเร่งรีบ
เธอชะงักเมื่อเดินออกจากห้องเกือบชนกับร่างสูงที่เดินตามเสียงเด็กเข้ามา
“อุ๊ย” อวิกาชะงัก เธอตัวเย็นเฉียบเมื่อเห็นคนตรงหน้า
“อ้อม” คิมหันต์ชะงักเมื่อเห็นเธอเต็มตา เขายกมือค้าง ปากที่กำลังจะทักทายต้องค้างอยู่แค่นั้น เมื่อเสียงไอยเรศดังขึ้นด้านหลัง
“อ้อมครับ ไปกันรึยัง”
“ค่ะ พี่ช้างเรียบร้อยแล้ว” อวิการีบเดินหนีเร็วจนเกือบเป็นวิ่ง เธอไม่หันมามองคิมหันต์อีกเลย
“ลุกไหวไหมครับมด” เจ้าบ่าวหมาดๆ พยุงเจ้าสาวให้ลุกจากท่านั่งพับเพียบกับพื้นจนขาเธอชาไปหมด“ไม่ไหวค่ะ เหน็บกิน” เธอบ่น“งั้นนั่งนี่ พี่นวดให้” ชายหนุ่มจับขาเธอจากที่นั่งห้อยเท้าเป็นวางราบบนที่นอน เขาเริ่มนวดจากข้อเท้าขึ้นไปน่อง นวดวนไปมาทั้งสองข้างจนเธอรู้สึกดีขึ้น “พอแล้วค่ะพี่ช้าง” พีรยาบอก เธออยากเปลี่ยนชุดอาบน้ำสระผม รำคาญกิฟหลายสิบตัวที่ช่างประโคมติดบนศีรษะ“พี่ช่วยถอดชุดให้” ไอยเรศแกะตะขอชุดด้านหลังรูดซิปลงให้จนสุด พีรยาก้าวออกจากชุดเจ้าสาวที่ทั้งหนาและหนักเหลือเพียงสลิปซับในเต็มตัวเนื้อบางและชุดชั้นใน เธอหันไปมองเจ้าบ่าวที่ยืนมอง“พี่ช้างอาบน้ำก่อนก็ได้ค่ะ มดจะล้างเครื่องสำอางกับแกะผม” “จ้ะ ให้พี่ช่วยก็ได้นะ” เขาเสนอตัวแต่เธอปฏิเสธ “ไม่ต้องหรอกค่ะ มดทำเองได้น่าจะเร็วกว่า” เมื่อชายหนุ่มออกมาจากห้องน้ำ พีรยาเข้าไปจัดการตัวเองต่อ เธอใช้เวลาในห้องน้ำนานมากเกือบชม.เต็ม เมื่อออกมาพบว่าไอยเรศดับไฟกลางห้องแล้ว เหลือเพียงดาวน์ไลท์ดวงเล็ก พีรยาเช็ดผมจนเกือบแห้งแล้วเธอจึงล้มตัวนอนเพราะความเหนื่อย ไอยเรศพลิกตัวมากอดทันที“พี่รอจนเกือบหลับ มดอาบน้ำนานมาก” “สระผมด้วยค่ะ ผมฉ
หญิงสาวมองไปรอบตัวแต่คราวนี้ในความฝันของเธอไม่มืดอีกแล้ว มันสว่างและดูสวยงาม อากาศเย็นสบาย“แก้วเจ้าจันทร์” เธอหันไปตามเสียงเรียก“แก้วคำพา” พีรยาพึมพำ มองดูแก้วคำพาที่วันนี้ไม่ได้ห่มผ้าทองอีก เธอสวมชุดของสตรีชาวเวียงรุ่ง ใบหน้าเธอสวยงามไม่มีริ้วรอยความคับแค้นใจใดๆ“พี่ได้รับบุญที่เจ้าพี่ถวายคุ้มให้เป็นสมบัติชาติแล้ว ทุกดวงวิญญาณล้วนได้รับการปลดปล่อย” แก้วคำพาหันไปจูงเด็กชายคนที่เธอเคยเห็นในความฝันคนนั้น“ลูก” พีรยาเรียก“ลูกของเจ้า พี่จะดูแลเขาไว้ให้จนกว่าเขาจะถึงเวลาไปสู่ภพภูมิใหม่ แล้วเมื่อถึงเวลานั้นพี่จะไปสะสมบารมีรอเวลาไปชดใช้กรรม” “แล้วเขาจะมาเกิดเป็นลูกข้าใช่ไหม” พีรยาถามเด็กชายยิ้ม “เมื่อถึงเวลา เราจะได้พบกันนะแม่จ๋า” “แก้วเจ้าจันทร์ เจ้าจงมีความสุขเถอะ ส่วนผู้หญิงคนนั้นอย่าไปคิดมากเลย เดี๋ยวนางก็ได้รับกรรมของนาง” แก้วคำพาหมายถึงบราลี แปลกที่พีรยาสามารถสื่อใจนางได้แก้วคำพาพยักหน้า “รวมถึงคนที่ปล่อยข่าวให้เจ้าเสื่อมเสียด้วย เจ้านางบัวแก้ว อีกไม่ช้านางจะได้รับกรรมของนางเอง พี่ไปล่ะ เราจะได้พบกันอีกเมื่อถึงเวลาในภพชาติไหนสักชาตินึง” ร่างทั้งสองเลือนหายไปก
“พ่อเลี้ยงอิรวัตตรอมใจตายเมื่อรู้ว่าถูกหลอก ส่วนแม่ของพ่อช้างก็อาการทรุดเพราะบราลีไปบอกว่าตัวเองเป็นเมียของทั้งพ่อและลูก บอกว่าผัวกับลูกชายมีเมียคนเดียวกัน แม่ของพ่อช้างเลยอาการทรุดจนเสียไปในเดือนนั้นเอง” “เรื่องนี้เป็นเรื่องดังของลำพูน เป็นขี้ปากชาวบ้านไปเกือบปีจนพ่อช้างไม่อยากพูดเรื่องนี้อีก” ท่านทิ้งท้ายว่า “ถ้ามดไม่เชื่อถามคนเก่าคนแก่ในคุ้มดู” หนานอินตอบเป็นคนแรก “เรื่องที่อาจารย์เล่าจริงครับคุณมด ทุกคนรู้แต่ไม่มีใครอยากพูดเพราะมีคนตายถึงสองคน ไม่มีใครอยากรื้อฟื้น” แม่บ้านอีกคนที่เธอคุ้นเคยดีเสริม “จริงค่ะคุณมด ความจริงเรื่องนี้คุณมดถามคนนอกคุ้ม ที่เป็นคนพื้นที่ก็ยังน่าจะรู้เลยค่ะ เขาพูดกันไปทั่วเมืองจริงๆ”ชายวัยกลางคนที่มาตามหลังพูดขึ้นบ้าง “ผมในฐานะทนายขอยืนยันครับ นี่คือสัญญาก่อนจดทะเบียนของคุณไอยเรศกับบราลีที่เคยทำไว้ คุณพีรยาลองอ่านดู” เขาส่งเอกสารนั้นให้เธอดูหญิงสาวรับมาอ่านคร่าวๆ เนื้อหาสัญญาบอกเรื่องราวไม่ผิดเพี้ยนจากที่คุณวารุณีเล่าทนายส่งเอกสารอีกฉบับ “ส่วนนี่คือผลการตรวจดีเอ็นเอของบุตรชายคุณบราลีครับ ตอนแรกคุณไอยเรศให้ตรวจเพื่อที่ว่าถ้า
ไอยเรศตามไปหาพีรยาที่บ้าน อวิกาบอกว่าพีรยาเข้าห้องปิดประตูเงียบตั้งแต่กลับมา เรียกก็ไม่ตอบ ชายหนุ่มจึงไปเคาะประตูเรียกเธอ“มด มดครับ เปิดประตูให้พี่ก่อน พี่อธิบายได้” พีรยาที่อยู่ในห้อง เธอร้องไห้ด้วยความรู้สึกหลากหลาย ทั้งโกรธและเสียใจ“มดฟังพี่ก่อนสิ” เขาเรียกอีกหลายครั้งแต่เธอไม่ตอบพีรยากำลังคิดว่างานแต่งงานในวันมะรืนเธอจะทำยังไง พรุ่งนี้เธอต้องกลับไปเตรียมตัวที่บ้านแล้ว ยกเลิกงานพ่อแม่จะเอาหน้าไปไว้ที่ไหนไอยเรศเงียบไปนานแล้ว อวิกามาเคาะประตูเรียก“มด พี่ช้างเขากลับไปแล้วออกมาเถอะ” หญิงสาวเปิดประตูโผเข้ากอดเพื่อน อวิกาลูบหลังเพื่อนสนิทด้วยความเห็นใจ“พี่ช้างเขากลับไปแล้ว เขาบอกว่าเขาอธิบายได้ เขากำลังไปพาพยานมายืนยันว่าเขากับผู้หญิงคนนั้นไม่ได้เป็นอะไรกัน” อวิกาพูดต่อ“เขาจดทะเบียนสมรสกัน ถ้าไม่ได้เป็นจะจดทำไม” พีรยาแย้ง สิ่งที่เห็นด้วยตามันชัดเจนมาก“ก็ลองฟังเขาก่อนไหม แล้วค่อยว่ากัน” อวิกาแนะนำในชม.ต่อมารถของไอยเรศเคลื่อนเข้ามาจอด และต่อท้ายด้วยรถของที่บ้านเขาอีกคัน พ่อเลี้ยงหนุ่มเดินนำคุณยายวารุณี คุณยายของนภดาราเข้ามา เนื่องจากท่านเป็นผู้ใหญ่ที่ทุกคนนับถ
“ครับ ผ้าผืนนี้ทอแบบพิเศษมีอยู่พับเดียว สอดดิ้นเงินแท้มีน้ำเงินเข้มชอบไหมครับมด” ตอนท้ายเขาหันมาถามว่าที่เจ้าสาว“สวยมากเลยค่ะ สวยจนไม่อยากตัดเลย” พีรยาลูบเนื้อผ้า“ถ้าขายราคาอยู่สักเท่าไหร่คะพ่อเลี้ยง” คุณนงถาม“ผ้าแบบนี้ราคาในตลาดขายอยู่ที่พับละห้าหมื่นครับ เป็นดิ้นเงินแท้ ความยาวผ้า 2.2 เมตร หน้ากว้าง 1 เมตร ตัดชุดไทยได้หนึ่งชุด” เขาบอกราคา“มดตกลงเอาผืนนี้นะ” เขาลองทาบผ้าผืนนั้นกับตัวพีรยา สีน้ำเงินเข้มนั้นขับให้ผิวเธอดูสว่างขึ้น “สวยค่ะ แต่จะตัดทันเหรอคะ” หญิงสาวไม่แน่ใจ“ตัดค่ะน้องมด พี่จะระดมช่างให้เลย รับรองอาทิตย์หน้าน้องมดมาลองชุดได้เลยค่ะ” คุณนงรับปาก เธอหันมาทางไอยเรศ“แล้วชุดพ่อเลี้ยงลองวันนี้เลยไหมคะ” “ครับ”เหตุการณ์ดูสงบดี จนใกล้ถึงวันแต่งงาน พีรยาเริ่มรู้สึกว่ามีเสียงซุบซิบในที่ทำงานเกี่ยวกับตัวเธอ หลายคนมองเธอแปลกๆ หญิงสาวพยายามถามใครก็ไม่มีใครบอก จนกระทั่งมีเด็กรุ่นน้องที่คุยถูกคอกันดีมาบอกเธอ“พี่มด เขาคุยกันทั้งออฟฟิศเลยว่าพี่เป็นเมียน้อย” เธอตกใจมาก คำว่าเมียน้อยสำหรับเธอไม่เคยมีในหัว“อะไรนะ ใครพูด เอาอะไรมาพูดกัน” รุ่นน้องคนนั้นเปิดให้เธอดูภาพในกรุ
“ปู่อาจารย์อยู่พอดี แม่เลยมาขอฤกษ์น่ะ นี่เอ็งไม่ได้ท้องใช่ไหมนังหนู จะได้ไม่รีบ” แม่ถามแบบตรงมาก“แม๊...หนูไม่ได้ท้อง” พีรยาเสียงสูงเธอหน้าแดง อวิกาที่อยู่ใกล้ๆ ยังอดขำไม่ได้“แม่ไม่ได้ว่าอะไรลูก แม่คนยุคใหม่รับได้” มารดายังพูดมา ในขณะที่เสียงหัวเราะทางโน้นดังไม่หยุด“จ้ะ รับได้ แต่หนูไม่ท้องไงแม่” พีรยายืนกราน“เออๆๆ แค่นี้ล่ะ แม่แค่โทรมาถาม” แล้วนางก็วางสายไปอวิกาอมยิ้ม “บ้านมดน่ารักกันดีนะ ดูอบอุ่นจัง” พีรยายิ้มตาม “อบอุ่น แต่ก็ยุ่งหน่อยๆ นะ” สักพักไอยเรศโทรมา พีรยารับสายคนรัก“ค่ะพี่ช้าง”“ได้ฤกษ์แต่งอีกสองเดือนนะคะมด” เสียงทุ้มที่พูดผ่านโทรศัพท์ทำให้เธอตาโต“เร็วไปไหมคะ จะทำอะไรทัน” เธอบ่น“มดไม่ต้องทำอะไรเลยจ้ะ ทำสวยอย่างเดียวพอ” พ่อเลี้ยงหนุ่มพูดอย่างอารมณ์ดี“แหม..มันก็ต้องมีไปตัดชุด โน่นนี่นั่นสองเดือนไม่ทันหรอกค่ะ เรื่องบ้านอ้อมด้วยนะคะพี่ช้าง” “บ้านอ้อมทำไมจ๊ะ” ชายหนุ่มสงสัย“อ้อมอยากหาซื้อบ้านก่อนที่เราจะแต่งงานค่ะ มดก็เห็นด้วยจะได้ไม่ต้องห่วงอ้อมกับน้องเอื้อ” เธอปรึกษาคนรัก“พี่พอรู้จักคนที่บอกขายบ้านดีๆ ระบบความปลอดภัยดี เดี๋ยวพี่หาให้เอง” ไอยเรศอาสาจ
“กูไม่เคยพาเขามารู้จักพวกมึงเหรอ” พสุถามอย่างเริ่มไม่แน่ใจ“ไม่เคย มึงไม่เคยเล่าด้วยซ้ำว่ามีแฟน พวกกูได้ยินแค่ข่าวที่ว่ามึงจะแต่งงานกับไฮโซอะไรนั่นเมื่อเดือนก่อน ที่เพิ่งมีข่าวพัวพันยาเสพติด” เจตรินย้ำ“แล้วมึงจะแต่งงาน แต่มึงมีแฟนแล้ว มันยังไงวะ แบบนี้น้องคนสวยนั่นยังเป็นแฟนมึงอยู่เหรอ” ยิ่
ชายหนุ่มเก็บเสื้อผ้าและของใช้ส่วนตัวใส่กระเป๋าใบย่อมๆ และยกมันออกไปเอาใส่รถ เขาไม่พบมารดาที่ชั้นล่างแล้ว ท่านคงออกไปสมาคมตามเคย ชายหนุ่มจึงขับรถออกไปจากบ้านเงียบๆ เขาบอกคืนห้องที่คอนโดมิเนียมแห่งนั้น ยอมจ่ายค่าปรับก้อนโต ในเมื่อนภดาราไม่อยู่ที่นั่นเขาก็ไม่รู้จะเช่ามันไปทำไม พสุตรงไปที่บ้
เย็นนั้นพสุจำต้องกลับไปพักที่บ้านเพื่อน เมื่อนภดาราและพระพายไปถึงบ้านแล้วและขอตัวขึ้นห้องส่วนตัวทันที ส่วนไอยเรศขอตัวแยกไปเมื่อมาส่งสองสาวถึงบ้าน พ่อเลี้ยงหนุ่มบอกพระพายไว้ว่า“พรุ่งนี้ถ้าเจ้าวินมาถึงรบกวนน้องพายบอกมันให้โทรหาพี่หน่อยนะครับ”“ได้ค่ะพี่ช้าง” พระพายยิ้มให้เพื่อนรุ่นพี่ของคนรัก
พสุให้เพื่อนขับรถตามไอยเรศไปจนถึงบ้านของนภดาราที่ลำพูน เขาเห็นไอยเรศเลี้ยวรถเข้าไปในบ้านหลังหนึ่ง มีพื้นที่มากพอสมควร“มึงจะเอาไง จะแค่จอดรอดูแบบนี้เหรอ” เจตรินถามเพื่อน“เออ” ขืนเขาโผล่ไปตอนนี้ นภดาราก็คงไม่ได้คุยดีกับเขาแน่ พสุประเมิน“กูอยากได้รถเช่าสักคัน เดี๋ยวกูตามต่อเอง” “รู้บ้านเขาแ







