Share

2 รูปใบเก่า

last update publish date: 2026-05-07 19:29:36

เช้าตรู่ของวันธรรมดา แสงอาทิตย์สีอ่อนลอดผ่านผ้าม่านบาง ๆ เข้ามาแตะบนใบหน้าของ ปานรัมภา เธอขยับตัวอย่างงัวเงีย ก่อนจะลุกจากเตียงอย่างช้า ๆ แล้วลากเท้าออกจากห้องนอนไปยังห้องครัว

เธอหยิบขนมปังสองแผ่นหย่อนลงในเครื่องปิ้ง จากนั้นก็เปิดตู้เย็น หยิบเนยสดรสเค็มกับแยมส้มวางบนเคาน์เตอร์ ก่อนจะชงโอวัลตินร้อนหนึ่งแก้ว กลิ่นหวานหอมลอยอบอวลไปทั่วห้อง

ติ๊ง!

เสียงเครื่องปิ้งขนมปังดังขึ้นพอดี กลิ่นขนมปังลอยอบอวลไปทั่วห้องครัว ปานรัมภาเดินไปหยิบขนมปังปิ้งสีทองวางลงบนจาน ทาเนยให้ละลายซึมก่อนจะปาดแยมส้มลงไป เธอนั่งลงที่โต๊ะแล้วกัดคำโตอย่างเอร็ดอร่อย

“อร่อยขนาดนั้นเลยเหรอ ยัยปาน”

เสียงหัวเราะแผ่วดังขึ้นจากด้านหลัง เมื่อ พล.ต.อ.วรเชญษ์ เดินเข้ามาพร้อมแก้วกาแฟในมือ

“พ่ออย่าแซวปานสิคะ” เธอพูดทั้งที่ยังเคี้ยวตุ้ย ๆ “ก็คนมันหิวนี่นา” วรเชญษ์ส่ายหน้าอย่างเอ็นดู มองลูกสาวด้วยรอยยิ้มอ่อนโยน

หลังจากวรเชญษ์ชงกาแฟแก้วที่สองเสร็จ เขาก็เดินกลับมานั่งลงฝั่งตรงข้ามกับลูกสาว

“วันนี้ไม่ไปไหนเหรอลูก”

“ไม่รู้เหมือนกันค่ะ” ปานรัมภาเงยหน้าขึ้น

“พ่อถามทำไมเหรอคะ”

“เปล่าหรอก พ่อก็ถามไปงั้น” เขานิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงจริงจังขึ้น

“ปาน จำคุณหญิงลำดวน กิตติภัทร ได้ใช่ไหม?”

“จำได้ค่ะ เพื่อนรักของพ่อที่เป็นเจ้าของอสังหา รายใหญ่ใช่ไหมคะ? ปานเคยเห็นท่านในข่าวบ่อย ๆ แต่ยังไม่เคยพบท่านเป็นการส่วนตัวเลยสักครั้งตั้งแต่ปานกลับมา”

“ใช่... เมื่อคืนคุณหญิงท่านโทรมาหาพ่อ” วรเชญษ์สบตาลูกสาวตรง ๆ

“ท่านอยากจะทาบทามปานให้กับลูกสาวคนเดียวของท่าน หมอเจน เจนฤทธิ์ กิตติภัทร อดีตหมอน่ะ ตอนนี่พี่เค้าลาออกมาสารต่อธุรกิจของที่บ้านแล้ว”

“พ่อพูดเหมือนการคลุมถุงชนเลยนะคะ” ปานรัมภาตอบด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่ไว้ตัวตามสไตล์

“ปานไม่เคยเจอพี่เขาเลยด้วยซ้ำ”

“คุณหญิงอยากให้เราไปทานข้าวด้วยกันที่คฤหาสน์กิตติภัทรเย็นวันนี้” วรเชญษ์เอื้อมมือไปกุมมือลูกสาว

“พ่อไม่บังคับปานนะลูก ถ้าไปเจอพี่เจนแล้วปานรู้สึกว่าไม่ใช่ พ่อจะออกหน้าปฏิเสธให้เอง แต่พ่ออยากให้ปานลองเปิดโอกาสให้ตัวเอง แล้วก็ให้พี่เขาด้วย ยังไงตระกูลวรนันท์ของเรากับตระกูลกิตติภัทรก็ผูกพันธ์กันมานาน ไปเจอกัน ไปรู้จักกันไว้บ้าง ก็ไม่เสียหายอะไรนี่ว่ามั้ย?“

“ก็ได้ค่ะพ่อ งั้นปานจะไปเจอพี่เจน” วรเชญษ์พยักหน้าอย่างพอใจ

“เออนี่…ปานเชื่อเรื่องภพชาติไหมลูก เชื่ออะไรทำนองนี้ไหม”

เธอขมวดคิ้วเล็กน้อย

“ทำไมคะ?”

“ไม่ทำไมหรอก” วรเชญษ์จ้องถ้วยกาแฟในมือ “ที่พ่อถาม เพราะพ่อเชื่อว่าในโลกใบนี้ไม่มีคำว่าบังเอิญ”

“ทำไมพ่อคิดอย่างนั้นล่ะคะ ในโลกของเรามันจะไม่มีความบังเอิญอยู่จริง ๆ เหรอ”

เขาไม่ตอบทันที เพียงพยักหน้าเบา ๆ ก่อนจะลุกขึ้น เดินไปยังตู้ไม้เก่า หยิบอะไรบางอย่างออกมา แล้วกลับมาวางลงบนโต๊ะ

“อะไรคะพ่อ”

“รูปถ่าย”

เขาพูดช้า ๆ “สมัยปี พ.ศ. ๒๔๐๐ รูปของ คุณหญิงปานรัมภีร์ วรนันท์ บรรพบุรุษของตระกูลเรา แต่หลังจากออกเรือน ท่านก็เปลี่ยนไปใช้นามสกุลของสามี ท่านแต่งงานกับ คุณหลวงฤทธิ์ กิตติภัทร”

ปานรัมภาหยิบรูปใบเก่าขึ้นมาดู มือเธอสั่นเล็กน้อย หัวใจแทบหยุดเต้น ผู้หญิงในภาพหน้าตาเหมือนเธอราวกับเงาสะท้อนในกระจก

“ทำไม!! ทำไมคุณหญิงปานรัมภีร์ ถึงได้หน้าตาเหมือนปานแบบนี้คะพ่อ”

เสียงเธอสั่น ยังตกใจไม่หาย

วรเชญษ์มองลูกสาวด้วยสายตาลึกซึ้ง

“ปานพูดผิดแล้วลูก” เขาเอ่ยเบา ๆ

“ปานต่างหากที่เหมือนท่าน เพราะท่านเกิดก่อนปานตั้งร้อยกว่าปี”

วรเชญษ์ทอดสายตามองรูปถ่ายใบเก่า ก่อนจะพูดขึ้นช้า ๆ

“คุณหลวงฤทธิ์ ท่านมีความพิเศษอย่างหนึ่ง ที่ผู้คนในสมัยนั้นรู้สึกว่าแปลกประหลาด แต่ก็ไม่ใช่แค่ท่านคนเดียว ยังมีลูกหลานของหลายตระกูลที่เป็นแบบเดียวกัน”

ปานรัมภาเงยหน้าขึ้น “อะไรเหรอคะพ่อ พ่อทำให้ปานตื่นเต้นแล้วนะคะ”

เขานิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะเอ่ยคำที่ทำให้เธอชะงัก

“ถ้าเป็นสมัยปัจจุบัน พวกเราจะเรียกกันว่า อินเตอร์เซ็กส์ แต่หากเป็นสมัยนั้นเขาเรียกว่า ขุนนางสองเพศ ไม่ก็ บุรุษสองเพศ ข้าหลวงสองเพศ ทำนองนี้”

“หา…?” ปานรัมภาอุทาน

“ท่านมีสองเพศเหรอคะ”

“ใช่” วรเชญษ์พยักหน้า “คุณหลวงฤทธิ์มีสองเพศ และเป็นคนที่หน้าตาดีมาก แถมก่อนแต่งงานท่านยังเจ้าชู้มากเสียด้วย ในบันทึกเขียนไว้ว่า ท่านกวาดสตรีในบ้านโคมทองหมดทุกคนเชียวนะ ฮ่าๆ”

“บ้านโคมทอง?” ปานรัมภาถามย้ำ

“สถานที่เริงรมย์ในสมัยนั้นน่ะลูก บุรุษชั้นสูง กับ บุรุษสองเพศชั้นสูง เขาจะไปที่นั่นกัน”

ปานรัมภาหัวเราะเบา ๆ ด้วยความตกใจปนขบขัน

“หืม…ยังจะเจ้าชู้อีกนะ แล้วคุณหญิงปานรัมภีร์ยอมเหรอคะพ่อ ยอมให้สามีตัวเองเป็นแบบนั้น”

แววตาของวรเชญษ์หม่นลงเล็กน้อย

“สมัยนั้น คนเป็นสามีมีภรรยาหลายคนได้ ผู้หญิงไม่มีสิทธิ์โต้แย้งหรอกลูก”

ปานรัมภีถอนหายใจ ก่อนจะยิ้มบาง ๆ

“ดีนะที่ปานเกิดสมัยใหม่ เกิดในยุคที่ทุกอย่างเท่าเทียม”

“พ่อมีรูปของคุณหลวงฤทธิ์ไหมคะ” ปานรัมภาถามเบา ๆ

“ปานอยากเห็น…อยากรู้ว่าหน้าตาดีของคนสมัยนั้นเป็นยังไง จะหล่อจริงหรือเปล่า”

“รอพ่อแป๊บหนึ่ง” วรเชญษ์ลุกขึ้น “เดี๋ยวพ่อไปหยิบรูปท่านมาให้ดู”

ไม่กี่อึดใจต่อมา เขากลับมาพร้อมซองกระดาษเก่า ๆ ก่อนจะดึงภาพหนึ่งออกมาแล้วยื่นให้ลูกสาว

“นี่…รูปคุณหลวง ในชุดราชการ”

ปานรัมภารับรูปนั้นมา มือของเธอสั่นเล็กน้อยเพียงแค่สายตาสัมผัสภาพ เธอก็นิ่งงันราวกับถูกดึงเข้าไปในอีกโลกหนึ่ง อุณหภูมิในห้องครัวเหมือนลดฮวบลงในพริบตา ทุกอย่างรอบตัวพร่าเลือน คล้ายตกอยู่ในห้วงความฝัน เสียงแผ่วเบาดังแว่วมาจากที่ไหนสักแห่ง

ไม่เป็นคำ

ไม่เป็นภาษา

จับใจความไม่ได้

มีเพียงความโศกเศร้าอันหนักหน่วง

ของใครบางคน

ที่ไหลซึมเข้ามาในหัวใจของเธอ

จนยากจะสลัดออกไปจากห้วงความรู้สึกที่กำลังดำดิ่ง ปานรัมภาถึงกับน้ำตาไหลนองหน้า หยดน้ำตาร่วงลงบนขอบรูปใบเก่า เปื้อนผิวกระดาษซีดจาง เสียงในหัวค่อย ๆ เงียบลง เหลือเพียงความเจ็บปวดบางอย่างที่ไม่รู้ที่มาที่ไป แต่กลับคุ้นเคยราวกับเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับเธอมานานแสนนาน

บรรยากาศในห้องครัวที่เคยอบอวลด้วยกลิ่นขนมปังปิ้งและโอวัลตินพลันเปลี่ยนเป็นเย็นเยียบอย่างประหลาด ปานรัมภาจ้องมองภาพของ คุณหลวงฤทธิ์ในชุดราชการเต็มยศ ใบหน้าของบุคคลในภาพคมคาย สุขุม และมีแววตาที่ทรงอำนาจ ทว่าสิ่งที่สั่นคลอนหัวใจของเธอที่สุดคือ ความรู้สึกบางอย่างที่ทะลุออกมาจากแผ่นกระดาษใบนั้น

หยดน้ำตาที่ร่วงเผาะลงบนขอบรูป ทำให้พล.ต.อ.วรเชญษ์ ถึงกับชะงักและรีบขยับเข้ามาใกล้

“ปาน... ปานลูก หนูเป็นอะไรไป”

เสียงของพ่อดูเหมือนจะดังมาจากที่ไกลแสนไกล ปานรัมภาสะอื้นฮัก ความโศกเศร้าที่หาสาเหตุไม่ได้มันอัดแน่นอยู่ในอก ราวกับวิญญาณของเธอกำลังโหยหาใครบางคนที่พรากจากกันไปแสนนาน

“ปานไม่รู้ค่ะพ่อ...ฮึก...ปานแค่รู้สึกเศร้า เศร้าจนหายใจไม่ออก” เธอพยายามปาดน้ำตา แต่เสียงกระซิบที่จับใจความไม่ได้นั้นยังคงแว่ววนอยู่ในหู

วรเชญษ์โอบไหล่ลูกสาวไว้แน่น แววตาของเขาก็สั่นไหว

“ไม่เป็นไรลูก ไม่เป็นไร...บางทีมันอาจจะเป็น สายสัมพันธ์ที่ตกทอดมาตามสายเลือด”

หลังจากทำใจอยู่นาน ปานรัมภาจึงค่อยๆ สงบลง เธอมองรูปคุณหลวงฤทธิ์อีกครั้ง คราวนี้เธอสังเกตเห็นรายละเอียดบางอย่างที่ทำให้เธอใจสั่น... โครงหน้า แววตา และมุมปากที่ดูรั้นนิดๆนั่น มันดูร่วมสมัยอย่างประหลาด

“พ่อคะ ตระกูลกิตติภัทรที่คุณหญิงปานรัมภีร์ออกเรือนไป ปัจจุบันยังมีทายาทอยู่ไหมคะ?”

วรเชญษ์นิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะยกแก้วกาแฟขึ้นจิบแล้วเอ่ยเสียงเรียบ

“มีสิ... และนั่นคือเหตุผลที่พ่อชวนปานไปบ้านคุณหญิงลำดวน”

“จำได้ไหมที่พ่อบอกว่าเย็นนี้คุณหญิงลำดวน กิตติภัทร เชิญเราไปทานข้าวที่คฤหาสน์ของท่าน ท่านอยากให้เราไปทำความรู้จักกับลูกสาวคนเดียวของท่านไว้ แล้วท่านก็อยากจะคุยเรื่องแต่งงานของพวกหนูด้วย”

ปานรัมภาขมวดคิ้ว ลางสังหรณ์บางอย่างบอกเธอว่าผู้หญิงคนนี้ต้องมีอะไรพิเศษ

“ลูกสาวคุณหญิงลำดวน เขาชื่ออะไรนะคะพ่อ ปานลืมแล้ว…”

“เขาชื่อ เจนฤทธิ์ เป็นอดีตคุณหมอที่เก่งมาก และที่สำคัญ เขามีลักษณะพิเศษเหมือนบรรพบุรุษของเขาไม่มีผิดเพี้ยน”

“พ่อหมายถึง อินเตอร์เซ็กส์เหรอคะ?”

“ใช่ลูก พี่เจนฤทธิ์เขาได้ทุกอย่างมาเหมือนคุณหลวงฤทธิ์…”

“แล้วหลังจากคุณทวดปานรัมภีร์แล้ว ทายาทของคุณทวดที่เกี่ยวข้องกับตระกูลของเราก็ไม่มีอีกเหรอคะ” ปานรัมภาถามต่อด้วยความสงสัย สายตายังคงจดจ้องที่รูปถ่ายใบเก่าในมือ

“คุณทวดปานรัมภีร์ท่านมีลูกสาวกับคุณหลวงฤทธิ์หนึ่งคน เป็นคนสองเพศเหมือนกัน แต่เด็กคนนั้นอายุสั้นนัก” วรเชญษ์ตอบเสียงเรียบ แววตาดูหม่นลง

“เกิดอะไรขึ้นคะ”

“เป็นไข้หวัดใหญ่ เลยอายุไม่ยืน สมัยนั้นยังไม่มียารักษามากนัก ไข้ลงปอดก็เลยเสีย”

“เศร้าจัง…”

ปานรัมภาพึมพำออกมาเบาๆ ความรู้สึกหนักอึ้งแล่นเข้ามาจุกอยู่ที่อก เธอสัมผัสได้ถึงความสูญเสียของคุณทวดที่หน้าตาเหมือนเธอผ่านกาลเวลามานับร้อยปี

“ใช่ลูก... มันเศร้ามาก” วรเชญษ์ถอนหายใจยาว แววตาเต็มไปด้วยความอาลัยเมื่อนึกถึงเรื่องราวในอดีตที่เคยได้ยินมา

ปานรัมภาถอนหาย ความเศร้าที่ซึมลึกในใจเริ่มเปลี่ยนเป็นความสงสัย

"แล้วคุณหลวงฤทธิ์ล่ะคะพ่อ หลังจากที่ลูกสาวท่านเสีย แล้วคุณทวดปานรัมภีร์ก็จากไป ท่านอยู่ยังไง"

"ท่านไม่ได้แต่งงานใหม่ลูก..." พ่อตอบเสียงเรียบ "ท่านใช้ชีวิตที่เหลืออยู่ในเรือนกิตติภัทรหลังนั้นแหละ จนกระทั่งวาระสุดท้ายของท่าน"

“หลังจากเสียลูกสาวไป คุณหญิงปานรัมภีร์ก็เหมือนใจสลาย ท่านไม่ยอมมีลูกอีกเลย และเขียนในบันทึกต่อกันมาว่า ท่านใช้ชีวิตที่เหลือด้วยความตรอมใจ แม้คุณหลวงจะพยายามเอาใจใส่ท่านแค่ไหน แต่ความสูญเสียมันใหญ่หลวงเกินไป”

ปานรัมภามองรูปภาพในมือด้วยความรู้สึกดิ่งลึก “แล้วหลังจากนั้นล่ะคะ ตระกูลวรนันท์กับกิตติภัทรก็ขาดการติดต่อกันไปเลยเหรอ?”

“จะว่าอย่างนั้นก็ได้ลูก จนกระทั่งรุ่นปู่ของพ่อที่กลับมาทำธุรกิจร่วมกันอีกครั้ง แต่มันก็เป็นเพียงเรื่องของงาน ไม่ได้เกี่ยวดองเป็นญาติสนิทเหมือนสมัยก่อน” วรเชญษ์เงียบไปอึดใจหนึ่งก่อนจะพูดประโยคที่ทำให้ปานรัมภาขนลุกซู่

“แต่ความแปลกมันอยู่ตรงนี้ ตระกูลกิตติภัทรจะมีทายาทคนสำคัญเกิดมาพร้อมลักษณะพิเศษเหมือนคุณหลวงฤทธิ์เพียงคนเดียวในแต่ละศตวรรษ และคนคนนั้นมักจะมีใบหน้าถอดแบบมาจากคุณหลวงไม่ผิดเพี้ยน และที่สำคัญทายาทคนนั้นเขาจะไม่มีคู่ครองและไม่แต่งงานกับผู้หญิงคนไหนเลย เหมือนเขากำลังรอใครอยู่ ในบันทึกเขียนไว้แบบนี้ แต่พ่อก็ไม่รู้นะว่าเรื่องราวที่เขียนลงในบันทึกจริงแค่ไหน”

วรเชญษ์ลุกขึ้นยืนพลางตบไหล่ลูกสาวเบาๆ "เอาล่ะ ปานไปเตรียมตัวเถอะ เรามีนัดกับคุณหญิงลำดวน ก่อนหนึ่งทุ่มนะลูก”

“ค่ะ”

คฤหาสน์กิตติภัทร (เวลา 18.45 น.)

เจนฤทธิ์อยู่ในชุดเชิ้ตสีขาวปลดกระดุมเม็ดบนหนึ่งเม็ด เผยให้เห็นแผงอกขาวเนียนและลำคอระหง เขายืนอยู่หน้ากระจกบานใหญ่ในห้องนอน พลางจัดปกเสื้อให้เข้าที่ สายตาคมกริบจ้องมองเงาตัวเองในกระจก แต่แล้วเขาก็รู้สึกแปลกไป

หัวใจของเขาเต้นรัวแรงอย่างไม่มีสาเหตุ เขาลดสายตาลงมองที่โต๊ะเครื่องแป้ง ตรงนั้นมีซองเอกสารเก่าๆ ที่คุณหญิงแม่เพิ่งเอามาวางไว้ให้เมื่อกี้

เจนฤทธิ์หยิบรูปถ่ายใบหนึ่งออกมาจากซอง มันคือรูปของ คุณหญิงปานรัมภีร์ บรรพบุรุษฝั่งภรรยาของคุณหลวงฤทธิ์ ทันทีที่เห็นใบหน้าอ่อนหวานในรูปเก่าๆใบนั้น เจนฤทธิ์ถึงกับมือสั่น

“ทำไม!! หน้าตาของผู้หญิงคนนี้ถึงทำให้เราเจ็บหน้าอกได้ขนาดนี้วะ ทั้งๆ ที่เราก็เคยเห็นรูปท่านหลายครั้งแล้ว” เขาพึมพำกับตัวเอง ความรู้สึกโหยหาอย่างรุนแรงพุ่งเข้าจู่โจมจนเขาต้องเอามือยันขอบโต๊ะไว้

ปี๊บ! ปี๊บ!

เสียงแตรรถที่หน้าบ้านดังขึ้น

ปี๊บ! ปี๊บ!

ไม่นานหลังจากนั้น รถยนต์คันหรูก็เคลื่อนตัวเข้ามาจอดเทียบหน้าประตูทางเดินเข้าบ้าน เปรียบเสมือนสัญญาณการบอกกล่าวถึงการมาของบุคคลที่ได้ทำการนัดหมายกันเอาไว้ พล.ต.อ. วรเชญษ์ และ ปานรัมภา ก้าวขาลงจากรถ สองพ่อลูกก้าวเดินเข้าไปในตัวบ้านตามคำเชื้อเชิญของแม่บ้าน

เพียงแค่เสี้ยวนาทีที่สองสายตาสบประสาน ความรู้สึกโหยหา คิดถึง และรวดร้าวก็พลันวิ่งปราดไปทั่วทั้งหัวใจ ปานรัมภาและเจนฤทธิ์ได้แต่ยืนนิ่ง สายตาจดจ้องไปที่ใบหน้าและเรือนร่างของกันและกันทั้งนัยน์ตาเอ่อคลอไปด้วยน้ำตา

ปานรัมภาได้แต่เฝ้าถามตัวเองในใจว่า เหตุใด การได้พบเจอกับคนคนนี้ ถึงได้ทำให้หัวใจของเธอเจ็บปวดมากเหลือเกิน

ส่วนเจนฤทธิ์ก็ถึงกับตกใจเป็นอย่างมากเมื่อพบว่าหญิงสาวที่มารดาของตนเองอยากได้เป็นลูกสะใภ้จะมีหน้าตาที่ละหม้ายคล้ายคลึงกับคุณหญิงปานรัมภีร์ได้มากมายเช่นนี้ 

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • รัก (อีกครั้ง) ก็รักแค่เธอ    40 ตอนจบ รักนิรันดร์

    เช้าวันรุ่งขึ้น แสงแดดอ่อน ๆ ส่องผ่านรอยแยกของผ้าม่านเข้ามายังเตียงนอนที่อบอวลไปด้วยความสุข ทว่าความสงบเงียบนั้นอยู่ได้ไม่นาน เมื่อเสียงฝีเท้าเล็ก ๆ วิ่งรัวมาตามโถงทางเดิน ก่อนจะตามมาด้วยเสียงที่สดใสที่สุดในบ้าน"พ่อเจนขาาา ตื่นได้แล้วค่าาา มาเล่นกันค่ะ!"เสียงใสแจ๋วดังมาจากนอกห้อง แล้วประตูก็เปิดออกดัง ปัง!! ตามแรงกระแทกของเด็กน้อยที่อดรนทนไม่ไหว เจนฤทธิ์ที่เพิ่งจะขยับกายตื่นหัวเราะออกมาเบา ๆ เขาแกล้งทำเสียงหลงพลางคว้านหาตัวแสบ"ใครมาปลุกพ่อแต่เช้าน้าาา เด็กน้อยตัวอ้วนหรือเปล่าน้าาา"พูดยังไม่ขาดคำ เรียวแขนแกร่งก็ตวัดเอาร่างกลมป้อมของน้องยอร์ชที่กระโดดขึ้นมาบนเตียงเข้ามากอดไว้แน่นจนเด็กน้อยหัวเราะคิกคัก"พ่อเจนขา ตื่นได้แล้วค่ะ มาเล่นกันค่าา""เล่นอะไรแต่เช้าคะ" เจนฤทธิ์เอ่ยถามพลางหอมแก้มยุ้ย ๆ ของลูกสาวฟอดใหญ่"เล่นตำรวจจับโจรขโมยถั่วงอกค่ะ!"คำตอบของน้องยอร์ชทำเอาเจนฤทธิ์แทบจะสำลักเสียงหัวเราะ ส่วนปานรัมภาที่เพิ่งจัดระเบียบชุดนอนเสร็จก็เดินออกมาจากห้องน้ำ ถึงกับทำหน้าไม่ถูกเมื่อได้ยินชื่อเกมที่คุ้นหูจากเมื่อเย็นวาน"หยุดเดี๋ยวนี้เลยนะน้องยอร์ช เล่นอะไรแต่เช้า แม่ไม่อนุญาตค่ะ" ปานรั

  • รัก (อีกครั้ง) ก็รักแค่เธอ    39 คุณหญิงปานรัมภีร์

    ตัดภาพจากบรรยากาศอันเร่าร้อนในเรือนกิตติภัทร กลับมายังความสำราญที่บ้านใหญ่หลังโต บัดนี้สามวัยหัวใจเดียวกันกำลังตื่นเต้นเห่อของเล่นชิ้นใหม่ที่เพิ่งถูกจัดส่งมาสดๆ ร้อนๆ นั่นคือ "รถไฟฟ้าสามล้อ" สีสันสดใสปลาบปลื้มใจผู้สูงวัยและเด็กน้อยยิ่งนัก"เอาละนะน้องยอร์ช ยึดไว้ให้มั่น ตาจะออกรถแล้วนะลูก!"วรเชษฐ์ในชุดลำลองดูทะมัดทะแมง ขยับกายขึ้นนั่งประจำตำแหน่งสารถี มือหนาจับแฮนด์รถไว้มั่นพลางบิดคันเร่งเบาๆ ให้รถค่อยๆ เคลื่อนตัวออกไปอย่างนุ่มนวล โดยมีคุณหญิงลำดวนนั่งยิ้มแฉ่งกอดหลานสาวตัวน้อยไว้ที่เบาะหลังอย่างกระชับ"เย้ๆๆ ไปเลยค่ะตาเชษฐ์! ซิ่งเลยค่ะซิ่งเลย!" น้องยอร์ชร้องอุทานเสียงใสพลางปรบมือชอบใจ ลมเย็นๆ ยามโพล้เพล้พัดปะทะแก้มยุ้ยจนเด็กน้อยหัวเราะร่า"ซิ่งไม่ได้หรอกลูก เดี๋ยวย่าจะหัวใจวายเอา" คุณหญิงลำดวนเอ่ยกลั้วหัวเราะพลางลูบแขนหลานสาว "ตาเชษฐ์ ขับวนไปทางสวนกล้วยไม้หน่อยนะกำลังออกดอกสวยเชียว"“ครับพี่ดวน…”รถสามล้อไฟฟ้าคันงามพาทั้งสามชีวิตขับลัดเลาะไปตามทางที่ตัดผ่านสวนสวยรอบเขตบ้านกิตติภัทร ผ่านต้นไม้ใหญ่น้อยที่ได้รับการตัดแต่งอย่างดี เสียงเจื้อยแจ้วของน้องยอร์ชที่คอยชี้ชวนคุณตาคุณย่าดูนั่นดู

  • รัก (อีกครั้ง) ก็รักแค่เธอ    38 เรียนรู้อีกครั้ง

    นับตั้งแต่วันที่ตัดสินใจหันหน้าเข้าหากันเพื่อเริ่มต้นใช้ชีวิตคู่ด้วยกันอีกครั้ง กาลเวลาที่หมุนผ่านไปหลายเดือนเปรียบเสมือนบทพิสูจน์อันล้ำค่า ปานรัมภาและเจนฤทธิ์ต่างได้รู้ซึ้งถึงความหมายของคำว่าโอกาสอย่างถ่องแท้ พวกเธอประจักษ์แจ้งแล้วว่าโอกาสไม่ใช่เพียงแค่การยกโทษให้แก่กัน ทว่าโอกาสคือการวางทิฐิที่เคยค้ำคอลง เพื่อถนอมหัวใจของคนที่รักเอาไว้หากในวันนั้นยังคงดึงดันที่จะกอดเก็บเอาความโกรธแค้นและทิฐิมาเป็นที่ตั้ง ชีวิตครอบครัวที่แสนอบอุ่นในวันนี้คงเป็นได้เพียงภาพฝันที่ห่างไกล รอยยิ้มของน้องยอร์ชที่เห็นพ่อแม่พร้อมหน้า หรือเสียงหัวเราะของคุณตาเชษฐ์และคุณหญิงลำดวนที่แว่วดังอยู่ในบ้านกิตติภัทร คงไม่มีวันเกิดขึ้นจริงได้เลยความสุขที่ละมุนละไมในยามนี้ จึงเป็นผลลัพธ์ของความอดทนและความเข้าใจที่ทั้งคู่ต่างมอบให้แก่กัน เป็นการย้ำเตือนว่าการให้โอกาสกันในครั้งนั้น คือการตัดสินใจที่ถูกต้องและทรงคุณค่าที่สุดในชีวิตของพวกเธอทั้งสองคนการเริ่มต้นชีวิตในแต่ละวันนับจากนั้น ไม่ใช่เพียงแค่การตื่นมาพบหน้ากันตามหน้าที่ ทว่าคือการใช้ความเข้าใจอันลึกซึ้งโอบอุ้มหัวใจของกันและกันไว้ไม่ให้หลุดลอย ทุกย่างก้าวที่เดินไป

  • รัก (อีกครั้ง) ก็รักแค่เธอ    37 เยี่ยมคุณตา

    สามคนพ่อแม่ลูกทิ้งกายลงนั่งที่โต๊ะอาหารเพื่อรอแม่บ้านจัดเสิร์ฟมื้อเช้าที่ส่งกลิ่นหอมกรุ่นไปทั่วห้อง บรรยากาศเต็มไปด้วยความมีชีวิตชีวาจากเสียงเล็กๆ ใสๆ ของน้องยอร์ชที่ดังเจื้อยแจ้วไม่ขาดสาย เด็กน้อยเล่าเรื่องนั้นเรื่องนี้ตามประสาเด็กช่างเจรจา ทำให้มื้อเช้าที่เคยเงียบเหงาในบางวันกลับดูอบอุ่นขึ้นมาถนัดตา กระทั่งมื้ออาหารผ่านพ้นไป ทั้งสามคนก็จูงมือกันเดินตรงไปยังโรงจอดรถเพื่อเตรียมตัวเดินทางไปเยี่ยมคุณตาวรเชษฐ์ที่โรงพยาบาลทว่าปัญหาที่ไม่มีใครคาดคิดก็เกิดขึ้น เมื่อปานรัมภาตั้งท่าจะอุ้มน้องยอร์ชไปที่รถของตัวเองตามปกติ แต่คำพูดของเจนฤทธิ์กลับเป็นชนวนเหตุให้ลูกสาวตัวน้อยเกิดอาการงอแงขึ้นมาอย่างไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ย"เจอกันที่โรงบาลนะลูก เดี๋ยวพ่อขับรถตามไปค่ะ""แงงงงงง! แง๊!! ฮืออออ พ่อเจนนนน พ่อเจนไปกับยอร์ช!"เด็กน้อยเบ้ปากร้องไห้โฮออกมาทันทีพลางโผเข้าหาผู้เป็นพ่อ ปานรัมภาถึงกับมองบนให้ลูกสาวตัวน้อยด้วยความระอาแกมเอ็นดู นึกในใจว่าอะไรจะใจง่ายตัวติดคุณพ่อขนาดนั้น ทั้งที่เพิ่งจะได้อยู่ด้วยกันไม่นาน"ไม่ร้องนะคะน้องยอร์ช หนูนั่งรถไปพร้อมแม่ก่อน เดี๋ยวคุณพ่อจะขับรถอีกคันตามมา ไม่นานก็เจอกันแล้วค่

  • รัก (อีกครั้ง) ก็รักแค่เธอ    36 ไม่กล้าไว้ใจ

    "ใครบอกว่าปานจะให้โอกาสพี่" ปานรัมภาเอ่ยเสียงเรียบ ทว่าดวงตายังคงคลอไปด้วยหยาดน้ำตาแห่งความสับสน"หา... ปานคะ แต่ปานก็ยอมให้พี่ทำ" เจนฤทธิ์ถึงกับหน้าถอดสี ใจที่เคยพองโตเมื่อครู่กลับหล่นวูบลงไปที่ตาตุ่ม เขาจ้องมองใบหน้าอดีตภรรยาที่ยังคงมีรอยแดงระเรื่อจากบทรักเมื่อครู่ ทว่าแววตากลับเต็มไปด้วยความระแวง"ปานจะรู้ได้ยังไงว่าเรื่องทำนองนี้มันจะไม่เกิดขึ้นอีก""ไม่เกิดขึ้นอีกแน่นอนค่ะปาน พี่ขอสาบาน ไม่ว่าเรื่องอะไรก็ตามที่มันจะทำให้พี่เสียปานกับลูกไป มันจะไม่เกิดขึ้นอีกแน่นอนค่ะ" เจนฤทธิ์รีบละล่ำละลักบอก แววตาคมเข้มฉายแววหนักแน่นและจริงจังจนน่าใจหาย"เมื่อก่อนปานก็คิดแบบนั้นค่ะ" ปานรัมภาจ้องมองอดีตสามีนิ่ง ความเจ็บปวดที่ถูกซุกซ่อนไว้มาสี่ปีเริ่มพรั่งพรูออกมาทางสายตา"ปานเคยคิดว่าเรื่องนั้นจะไม่มีทางเกิดขึ้น เคยคิดว่าสามีที่ปานรักและหวังจะฝากชีวิตและลมหายใจเอาไว้ให้ดูแลจะไม่มีวันทำร้ายกัน แต่แล้วมันก็ไม่ใช่"คำพูดที่ตัดพ้ออย่างเจ็บแสบนั้นเปรียบเสมือนเข็มนับพันเล่มที่ทิ่มแทงหัวใจของเจนฤทธิ์ เขาคว้ามือบางขึ้นมาแนบแก้มตนเองอย่างวิงวอน"พี่ขอโทษค่ะปาน พี่ผิดเอง พี่ขอยอมรับผิด ให้โอกาสพี่นะคะ ให้โ

  • รัก (อีกครั้ง) ก็รักแค่เธอ    35 นอนกับลูก

    หลังจากอิ่มหนำจากมื้อค่ำที่เต็มไปด้วยความอบอุ่นปนความประหม่า ทั้งสามคนพ่อแม่ลูกก็พากันกลับขึ้นมาบนชั้นสอง เจนฤทธิ์ค่อยๆ วางร่างกลมป้อมของน้องยอร์ชลงบนเตียงนุ่มอย่างทะนุถนอม มือหนาลูบศีรษะเล็กๆ ด้วยความรักสุดหัวใจ"พ่อเจนมานอนตรงนี้" เด็กน้อยออกคำสั่งพลางใช้มือป้อมๆ ตบลงบนที่นอนฝั่งขวาของตัวเองเป็นการจองที่ให้"แม่ปานขา แม่ปานมานอนข้างๆ พ่อเจนค่ะ" น้องยอร์ชลุกขึ้นยืนชี้ตำแหน่งที่ว่างถัดจากพ่อเจนไปอย่างกระตือรือร้น"อ้าว ทำไมไม่ให้คุณแม่นอนฝั่งซ้ายละคะลูก" ปานรัมภาท้วงขึ้น พยายามเลี่ยงสถานการณ์ที่ต้องนอนประชิดตัวกับอดีตสามี"ไม่ได้ค่ะ แม่ปานจะนอนทับที่ของแบทแมนไม่ได้ แบทแมนชอบนอนตรงนี้ค่ะ" เด็กน้อยอธิบายเหตุผลสำคัญจบก็คว้าตุ๊กตาแบทแมนตัวโปรดมาวางแหมะลงข้างกายฝั่งซ้ายอย่างแน่วแน่"แม่ปานต้องนอนข้างพ่อเจน!"เมื่อเผชิญกับแผนการของลูกสาวตัวแสบ ปานรัมภาก็ได้แต่ยืนอึ้ง เธอเหลือบมองเจนฤทธิ์ที่ตอนนี้ขยับไปนอนประจำที่ตามคำสั่งลูกเรียบร้อยแล้ว แผ่นหลังกว้างของเขาสั่นไหวเล็กน้อยคล้ายกำลังแอบขำหรืออาจจะกำลังตื่นเต้นไม่แพ้กันเมื่อขัดศรัทธาลูกน้อยไม่ได้ ปานรัมภาก็ต้องจำใจเอนกายลงนอนข้างอดีตสามี ความ

  • รัก (อีกครั้ง) ก็รักแค่เธอ    34 อยากให้พ่อนอนด้วย

    นาฬิกาบนข้อมือบ่งบอกเวลาว่าล่วงเข้าสู่ช่วงเกือบสามทุ่ม เจนฤทธิ์จำต้องตัดใจลุกขึ้นเก็บสัมภาระเพื่อเตรียมตัวกลับไปพักผ่อนที่บ้านของตนตามข้อตกลงที่เคยมีไว้ แต่แล้วเสียงเล็ก ๆ ที่แสนโหยหาก็ดังขึ้นฉุดรั้งเขาไว้เสียก่อน"พ่อเจนขา... พ่อเจนจะไปไหนคะ"เจนฤทธิ์ชะงักงัน เบนสายตาไปหาใบหน้าจิ้มลิ้มที่กำลังปรือ

  • รัก (อีกครั้ง) ก็รักแค่เธอ    29 ราคะ

    เสียงโทรศัพท์เครื่องบางส่งเสียงสั่น ครืด ครืด ในเวลาสามทุ่มครึ่งพอประมาณ สายเรียกเข้าโชว์ชื่อหญิงสาวคนเดิมที่เพิ่งจะสร้างความวุ่นวายให้เขาเมื่อกลางวัน เจนฤทธิ์ชะโงกหน้าดูภรรยาคู่ชีวิต เมื่อแน่ใจแล้วว่าปานรัมภาหลับสนิท ร่างที่ซุกตัวใต้ผ้าห่มผืนเดียวกันจึงค่อยๆ ลุกขึ้นอย่างระมัดระวังที่สุด เขารีบคว้า

  • รัก (อีกครั้ง) ก็รักแค่เธอ    17 เทศกาลวางดอกไม้

    อดีตในปี พ.ศ. ๒๔๐๐ ท่ามกลางบรรยากาศเงียบสงัดของคืนพระจันทร์เต็มดวงเดือนยี่ แสงจันทร์สาดส่องลงมาต้องผิวคลองจนเป็นประกายระยับ ลมพัดพาเอากลิ่นหอมเย็นของดอกจำปีและพิกุลลอยล่องมากับสายลมหนาว ทุกเรือนต่างดับไฟเงียบเชียบ เหลือเพียงแสงสลัวจากโคมไฟเล็กๆ ที่ตั้งไว้เป็นสัญลักษณ์ของ "เทศกาลวางดอกไม้" เพื่อให้

  • รัก (อีกครั้ง) ก็รักแค่เธอ    8 เรื่องไม่คาดฝัน

    “แต่งงานกับพี่นะคะ”"พี่รู้ว่ามันฟังดูบ้า พี่รู้ว่าปานอาจจะมองว่าพี่เสียสติไปแล้ว แต่ความรู้สึกของพี่ตอนนี้มันเหมือนคนที่กำลังจะจมน้ำ พี่กลัวว่าถ้าพี่ไม่ผูกมัดปานเอาไว้ตอนนี้ พี่อาจจะต้องเสียปานไป!”“พี่อยากขอโอกาสให้พี่ได้ดูแลปานในฐานะคู่ชีวิตได้ไหมคะ?”ทว่าฝ่ายที่อาการหนักที่สุดคือ ปานรัมภา เธอจ้

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status