LOGIN
ณ คฤหาสน์บนยอดเขา ภายในห้องอันหรูหรากว้างใหญ่
เสียงครางของหญิงสาวดังระงมไปทั่วห้องด้วยความเจ็บปวดอย่างไม่เต็มใจ
ปนกับเสียงหอบของชายหนุ่มที่บ่งบอกถึงการใช้แรงอย่างหนักหน่วง
ชายหนุ่มจับร่างของหญิงสาวไว้แน่นพร้อมขยับตัวอย่างอย่างดิบเถื่อนไร้ความปราณี
เสื้อผ้าที่ขาดรุ่ยตกกระจัดกระจายบนพื้นสภาพไม่ต่างกับเศษผ้าที่ไร้ค่า
ทั้งที่มันคือเสื้อผ้าแบรนด์ดังที่คนทั่วไปจับต้องยาก
ซึ่งมันบ่งบอกถึงความป่าเถื่อนของผู้กระทำได้อย่างชัดเจน
เผยให้เห็นฉากรักอันเร่าร้อนของสองร่างที่แนบชิดรวมเป็นหนึ่งอยู่บนเตียงใหญ่
หญิงสาวรู้สึกเจ็บปวดราวกับร่างอันบอบบางของเธอกำลังแหลกสลายจนหน้าซีดเผือด
เมื่อชายหนุ่มบุกทะลวงทุกสิ่งขวางกั้น เข้ายึดครองร่างของเธอซ้ำแล้วซ้ำเล่าอย่างไม่ปราณี
จนหญิงสาวทนไม่ไหวเอ่ยเสียงแผ่วร้องขอความเห็นใจ
“ พี่ตรัยคุณ ขอร้องล่ะฉันไม่ไหวแล้ว หยุดเถอะ ”
ยิ่งหญิงสาวร้องขอความเห็นใจจากชายหนุ่ม
ชายหนุ่มก็ยิ่งบุกทะลวงร่างหญิงสาวจากทางด้านหลัง
เพิ่มความถี่และรุนแรงมากขึ้นเรื่อยๆพร้อมกับเอ่ยเสียงเยือกเย็นอย่างไร้หัวใจ
“ หยุดเหรอ แค่นี้ก็ไม่ไหวแล้วเหรอ ชิชา เธอเสนอตัวเข้ามาอ่อยถึงห้องเองนะมาตอนนี้ขอให้หยุดมันสายไปแล้ว ”
พูดจบชายหนุ่มยิ่งทวีความรุนแรงและป่าเถื่อนอย่างไม่หยุด
จนหญิงสาวชาไปทั่วทั้งร่างสายตาพร่ามัว แข้งขาอ่อนแรงแล้วเธอก็สลบไป
ชายหนุ่มไม่ยอมหยุดการกระทำไม่สนว่าเธอจะเป็นหรือตายเขาทำจนเสร็จสมใจแล้ว
ถึงจะผละตัวออกจากร่างของหญิงสาวที่ขาวซีดอ่อนปวกเปียกอยู่บนเตียงอย่างไร้สติ
จากนั้นร่างสูงใหญ่ก็ลุกไปอาบน้ำโดยไม่แลสายตามามองหญิงสาวที่อยู่บนเตียงอีกเลย
พออาบน้ำเสร็จชายหนุ่มรูปร่างงามออกมาสวมใส่เสื้อผ้า
แล้วเหลือบไปมองร่างหญิงสาวแวบหนึ่ง
ใบหน้าของชายหนุ่มก็ปรากฏแววตาลุ่มลึกเผยความดูถูกเยาะเย้ยอย่างเกลียดชัง
“ ชิชาเธอนี่มันเจ้าเล่ห์จริงๆ อย่าคิดว่าใช้วิธีสกปรกแบบนี้แล้วเธอจะสมหวังนะ ”
พูดจบเสียงโทรศัพท์ชายหนุ่มก็ดังขึ้นเขาจึงรีบรับโทรศัทพ์อย่างเร็ว
สีหน้าเปลี่ยนไปเป็นอ่อนโยนน้ำเสียงอ่อนโยนนุ่มนวลเจือหวานละมุนราวกับหยดน้ำผึ้ง
“ ว่าไงครับที่รัก ”
“ ไตร ฉันอยากทานข้าวพร้อมกับคุณค่ะ คุณออกมาหรือยังคะ ”
เสียงหญิงสาวฟังแล้วอ่อนหวานอ่อนโยนจนคนฟังอ่อนใจ
“ ครับที่รักผมจะรีบไปหาคุณเดี๋ยวนี้ ”
“ ค่ะฉันจะรอคุณนะคะ ”
หญิงสาวพูดสายตาพลางจ้องไปที่เข็มนาฬิกาที่ติดบนฝาผนัง
ขณะนี้เวลาสี่ทุ่มแล้วแต่ชายหนุ่ที่เธอรอคอยนั้นยังไม่มาจนเธอต้องกดโทรหา
เนื่องจากชายหนุ่มรับปากว่าจะมาอยู่กับเธอคืนนี้เวลาที่นัดกันคือสองทุ่ม
เธอรอไปจนถึงสี่ทุ่มแล้วชายหนุ่มก็ไม่มา ทำให้เธอรู้สึกร้อนใจจนเกิดความริษยาในตัวบุคคล
น้ำเสียงอ้อยอิ่งอ่อนโยนที่เปล่งออกมานั้นแม้จะนุ่มนวล
แต่มืออีกข้างที่วางบนตักกำแน่นเล็บแหลมจิกเข้าไปในผิวหนังจนขาวซีด
ผิวฉีกเป็นรอยแผลเลือดซึมออกมาจากผิวหนัง แต่แววตาเธอกลับอ่อนโยนเช่นวาจา
หลังจากชายหนุ่มวางสายก็หยิบเสื้อสูทออกมาแล้วรีบออกไปจากห้องทันที
โดยไม่แยแสคนที่นอนขดตัวอยู่บนเตียง ใบหน้าขาวซีดเซียวที่เพิ่งได้สติ
ต้องอยู่อย่างขมขื่นและเดียวดายในคฤหาสน์หลังใหญ่บนภูเขา
น้ำตาหญิงสาววัย20ปีไหลพรั่งพรูออกมาเป็นสายด้วยความเสียใจ
แต่ร่างกายที่ปวดระบมปนไปด้วยรอยฟกซ้ำ
จากน้ำมือที่ป่าเถื่อนของชายที่รีบออกไป
ทั่วทั้งร่างของเธอตอนนี้กลับเริ่มชาจนไม่รู้สึกเจ็บอีกต่อไป
หัวใจของเธอเจ็บปวดร้าว ระทมอมทุกข์อย่างทรมานน้ำตาที่ไหลพรั่งพรูออกมาร้อนราวกับน้ำพุร้อน
แทบจะลอกผิวหนังบนใบหน้าอันสวยงาม
เพอร์เฟคของเธอได้
ความคับแค้นเริ่มก่อตัวขึ้นมาในใจของเธอแล้วทีละนิดๆ
ราวกับว่าใจที่บริสุทธิ์ก่อนหน้านี้กำลังจะถูกครอบงำด้วยความแค้นอย่างช้าๆ
“ ตรัยคุณ! "
หญิงสาวกัดฟันคำรามชื่อชายหนุ่มเบาๆเป็นเสียงที่เล็ดลอดออกมาจากไรฟัน
ทำให้รู้ว่าเธอกัดฟันแน่นด้วยความโกรธแค้นในใจ
ก่อนหน้านี้เธอเป็นคุณหนูตระกูลใหญ่ที่มีฐานะร่ำรวยมีครอบครัวที่อบอุ่น
เป็นลูกสาวเพียงคนเดียวของตระกูลจันทร์
เป็นลูกสาวหัวแก้วหัวแหวน
ตระกูลจันทร์และตระกูลคัง เป็นสองตระกูลใหญ่ที่ทำธุรกิจร่วมกัน มีความสัมพันธ์อันดีตลอด
และเธอก็ตกหลุมรักตรัยคุณตั้งแต่เด็ก จนถึงตอนนี้ก็ยังรักเขาไม่เปลี่ยนแปลง
ส่วนตรัยคุณก็ทำดีกับเธอมาตลอดดูแลปกป้องเธอห่วงใยเธอรับส่งเธอไปโรงเรียนด้วยกันตลอด
จนกระทั่งเขาเข้าเรียนต่อในระดับมหาลัยและได้พบกับมิตา
หลังจากนั้นเปลี่ยนไปมาก ทุกครั้งที่เธอโทรหาเขา เขามักจะพูดเพียงสั้นๆว่าไม่ว่าง
หรือเวลาเธอเอาขนมที่เขาชอบไปให้เขาก็แสดงออกเล็กน้อยว่ารำคาญ
แต่เธอก็ยังไม่สนใจที่เขาเปลี่ยนไป พยายามเอาอกเอาใจเขามากขึ้น
แต่เขาเหมือนจะรำคาญเธอมากขึ้น เริ่มตีตัวออกห่างจากเธอ
เธอรักเขามากจนไม่อาจสูญเสียเขาไปได้ อะไรที่ยอมได้เธอก็ยอมเขา
แม้แต่ใช้ให้เธอไปส่งของขวัญให้มิตาคนที่เขารัก เธอก็ยอมไปส่งให้แม้มันจะทำให้เธอเจ็บก็ตาม
จนกระทั่งมารู้ว่าเขากำลังจะหมั้นกันกับแฟนสาวที่เรียนมหาลัยด้วยกันอย่างมิตา
เธอรู้สึกเสียใจราวกับจะขาดใจตายร้อนไห้ทั้งวันทั้งคืนไม่ยอมกินไม่ยอมนอน
คนเป็นพ่อเป็นแม่อย่างพ่อแม่เธอมีหรือจะไม่ปวดใจที่เห็นแก้วตาดวงใจเจ็บปวดปางตาย
“ ชิชาลูกอย่าเสียใจไปเลย พี่ตรัยคุณของหนูไม่ได้ไปไหนสักหน่อย ”
คุณหญิงมารียืนโอบกอดลูกสาวที่นั่งร้องให้อยู่บนเตียง เอ่ยปลอบด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน
โดยที่ไม่รู้เลยว่าลูกสาวของเขาไม่ได้คิดกับตรัยคุณแค่พี่ชาย
ใบหน้าสวยสดใสของชิชาเปรอะเปื้อนไปด้วยคราบน้ำตา
ซบหน้าเข้าไปแนบชิดกับหน้าท้องของผู้เป็นแม่เธอกอดเอวแม่ไว้แน่นร้องให้สะอื้นไม่หยุด
*** ไรต์ขอขอบคุณทุกคนที่ติดตามเรื่องนี้มากๆนะคะ หากชื่นชอบ สามารถซื้ออ่านใน E-book ได้แล้วนะคะ มีโปรโมชั่นลดราคาเป็นช่วงๆด้วยค่ะ ***
เธอกลอกดวงตากะพริบปริบๆดูดซับน้ำตาที่กำลังปริ่มออกมาที่ขอบตาแล้วฝืนยิ้มขึ้น หันมาเอ่ยกับเขาด้วยน้ำเสียงปกติ" ฉันรู้ว่าพี่แค่อารมณ์ไม่ดี ฉันไม่โกรธพี่ค่ะ พี่พาฉันไปลาคุณปู่เป็นครั้งสุดท้ายหน่อยได้มั้ยคะ "ตรัยคุณมองไปยังชิชาด้วยแววตาเกลียดชังแล้วยื่นมือไปบีบคอของเธอแน่น คำรามออกมาเสียงดังอย่างน่ากลัว" ชิชา ทั้งหมดเป็นเพราะเธอ ตั้งแต่ต้นจนจบเป็นเพราะเธอคนเดียว เธออยากจะเป็นสะใภ้ตระกูลคังจนตัวสั่น ทำให้ทุกคนตายจากฉันไปทีละคนๆ ฉันจะบอกข่าวดีให้นะ ความจริงคือ พ่อแม่ของเธอไม่ได้ไปฝรั่งเศส แต่พ่อแม่ของเธอตายตั้งแต่วันที่เกิดเหตุแล้วต่างหาก เธอไม่เหลือใครแล้ว มันเป็นกรรมที่เธอต้องชดใช้ เธอทำให้งานแต่งฉันล่มไม่เป็นท่า ทำให้คุณปู่เกลียดมิตา เธอแสร้งทำเป็นใสซื่อไร้เดียงสาแท้จริงแล้วเธอมันนังปีศาจคอยคร่าชีวิตคนรอบๆตัวฉันไปจนหมด ฉันอยากจะฆ่าเธอให้ตายๆไป แต่ฉันเปลี่ยนใจแล้วให้เธอตายมันง่ายไป ฉันจะทำให้เธอรู้ว่าการไม่เหลือใครมันรู้สึกยังไงการตกนรกทั้งเป็นมันเป็นยังไง "เอ่ยจบก็ออกแรงบีบคอชิชาแรงขึ้นอีกจนหน้าชิชาเขียวซีดเพราะเลือดไปหล่อเลี้ยงไม่ถึงจนชิชาเกือบจะหมดลมหายใจแล้วเขาถึงคลายมือแล
แม่บ้านประจำคฤหาสน์เห็นเธอก็อดสงสารไม่ได้จึงเข้ามาหาเธอ วางจานผลไม่ลงบนโต๊ะแล้วเอ่ย" คุณชิชาไม่ทานข้าวมาหลายวันแล้วทานผลไม้หน่อยนะคะ "เธอมองไปยังแม่บ้านทั้งที่ใบหน้ายังคงเปื้อนคราบน้ำตาอยู่แล้วเอ่ยถามขึ้น" ทำไมวันนี้ฉันไม่เห็นคนอื่นเลยล่ะ พวกเขาไปไหนกันหมด แล้วทำไมคุณต้องใส่ชุดสีดำด้วย มันเกิดอะไรขึ้น "แม่บ้านมองชิชาด้วยแววตาสงสารแล้วเอ่ยด้วยสีหน้าเศร้าในใจเต็มไปด้วยความเป็นห่วงและสงสารจับใจ" คุณชิชา หลังจากนี้คุณต้องดูแลตัวเองแล้วนะ คุณตรัยคุณไล่พวกเราทุกคนออกหมดแล้วฉันไม่อยากจะทิ้งคุณให้อยู่ลำพังแต่ถ้าฉันไม่ไปครอบครัวของฉันก็เดือดร้อน คุณคงเข้าใจนะคะส่วนที่ฉันใส่ชุดสีดำเพราะไว้อาลัยให้กับคุณท่านลู่ที่เพิ่งเสียชีวิตไปเมื่อสามวันก่อนค่ะ "" คุณว่าไงนะ! "ชิชาเอ่ยออกมาด้วยความตกใจเธอช็อกไปจนพูดอะไรไม่ออกน้ำตาที่ยังไม่แห้งก็ไหลพรั่งพรูลงมาอีกครั้ง แม่บ้านจึงเอ่ยต่อว่า" คุณชิชาต้องเข้มแข็งนะคะ พวกเราทุกคนรู้ว่าคุณทนทุกข์ใจมาตลอดหลังจากนี้คุณตัวคนเดียวแล้วคุณต้องมีใจที่เข้มแข็งอย่ายอมแพ้เด็ดขาดนะคะฉันต้องไปแล้วคุณดูแลตัวเองดีๆนะคะ "เอ่ยจบแม่บ้านก็เดินออกไปจากห้องนั่งเล่น แล้วออ
ผ่านไปหลายชั่วโมงห้องผ่าตัดก็ถูกเปิดออกพร้อมกับหมอที่ออกมาด้วยใบหน้าอิดโรยคุณท่านลู่จึงเอ่ยถามขึ้นด้วยความกระวนกระวายใจอย่างไม่เป็นสุข" พวกเขาปลอดภัยใช่มั้ยครับ "หมอถอนหายใจแล้วเอ่ย“ คนไข้พ้นขีดอันตรายไปหนึ่งคนเดี๋ยวพยาบาลจะส่งไปยังห้องพักฟื้นของผู้ป่วย รอฟื้น อาจต้องใช้เวลานานหน่อยนะครับ แต่ญาติผู้ป่วยต้องดูแลเอาใจใส่อย่างใกล้ชิดนะคอยสังเกตอาการมีอะไรเปลี่ยนหรือแปลกไปให้รีบแจ้งคุณหมอทันทีเพราะผู้ป่วยได้รับความกระทบกระเทือนทางสมองอย่างหนัก ”“ ครับ ขอบคุณมากครับ ” คุณท่านลู่เอ่ยขอบคุณอย่างให้เกียรติแล้วเตียงรถเข็นห้องผ่าตัด ก็เข็นร่างชิชาออกมาพาร่างของชิชาไปยังห้องพักฟื้นคุณท่านลู่ก็นั่งรออยู่หน้าห้องผ่าตัดต่อไปส่วนตรัยคุณนั้นตามชิชาไปยังห้องพักผู้ป่วยทันทีทันทีที่คุณปู่คุณย่าของชิชาทราบข่าวก็รีบบินมาที่โรงพยาบาลทันทีเมื่อพวกเขามาถึงก็รู้ว่าลูกชายและลูกสะใภ้ของพวกเขายังคงอยู่ในห้องไอซียูทำให้พวกเขาเครียดอย่างหนักคุณย่าของชิชาร้องให้เสียใจเจ็บปวดจนแทบจะขาดใจด้วยความกลัวจะสูญเสียลูกชายกับลูกสะใภ้ไป แกซบอกสามีร้องให้ไม่หยุดอย่างน่าสงสาร ตัดพ้อไม่หยุด “ ทำไมๆต้องเกิดเรื่อ
และในขณะนั้นพ่อบ้านรีบวิ่งเข้ามาหน้าตาตื่นหายใจหอบเหนื่อยและมีบอดี้การ์ดสามสี่คนวิ่งตามหลังเพื่อเข้ามาจับตัวเขาไว้ก่อนหน้านี้เขาได้รับโทรศัพท์จากตำรวจและจากทางโรงพยาบาลแจ้งมาว่า ตระกูลจันทร์ประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์ขณะเดินทางไปสนามบินเขาวิ่งเข้ามาในงาน ทำให้แขกและนักข่าวในงานต่างพากันตกอกตกใจคนที่กำลังจะสวมแหวนแต่งงานก็ต้องหยุดชะงักไป สายตาคุณท่านลู่มองไปทางเขาที่เต็มไปด้วยเครื่องหมายคำถามลู่อี้เทียนจ้องเขม็งไปทางเขาอย่างเยือกเย็นแล้วออกคำสั่งอย่างเลือดเย็นไร้ความปราณีด้วยความเดือดดาล“ ลากมันออกไปจัดการให้เรียบร้อย อย่าให้มันมาปรากฏต่อหน้าผมอีก ”มิตามองดูพ่อบ้านด้วยแววตาสงสารจับใจแต่ภายใต้ดวงตาที่หรี่ลงนั้นกลับแฝงไปด้วยเกลียดชังเพราะใบหน้าอ่อนหวานอันอ่อนโยนช่วยเธอปกปิดใบหน้าที่แท้จริงได้ดีมากเลยทีเดียวถือว่าใบหน้าและตาภักดีต่อเธอจริงๆพ่อบ้านกลัวจนเข่าอ่อนทรุดลงอย่างไร้เรี่ยวแรงบอดี้การ์ดจับกดเขาลงหน้าท้องแบนราบสัมผัสพื้นแต่ถึงอย่างไรเขาก็พยายามควบคุมสติพยายามเปล่งเสียงออกมาอย่างรวดเร็วเพราะกลัวว่าตนเองจะถูกตัดลิ้นไปเสียก่อนจึงพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงสั่นเครืออย่างหวาดกลัว“ คุณท
ขณะที่ทั้งคู่สนทนากันอย่างมีความสุขตรัยคุณกับมิตาก็เดินมาหยุดอยู่ด้านหลังของชิชาแล้วปล่อยให้ทั้งสองคนคุยกันไปโดยไม่รบกวนตรัยคุณได้ยินทุกอย่างตั้งแต่ที่ชิชาบอกว่าวันหนึ่งเธอก็ต้องไปมีครอบครัวจนถึงบอกว่าเธอกำลังจะไปฝรั่งเศสวันนี้เขามองชิชาที่พูดด้วยรอยยิ้มสดใส ในใจเขารู้สึกหวิวๆไม่น้อยแต่เขาก็ไม่แสดงอะไรออกมาทางสีหน้า มิตาที่ยืนควงแขนเขา กลับยิ้มเยาะขึ้นจากนั้นก็แปรเปลี่ยนเป็นรอยยิ้มที่สวยงามแต่ภายใต้ความสวยงามนั้นแฝงร้ายกาจไว้คุณปู่ลู่อึ้งไปมองใบหน้าที่เต็มไปด้วยรอยยิ้มสดใสของชิชา แล้วมองไปทางคุณพ่อจอร์นคุณแม่มารีราวกับมีคำถามมากมายที่อยากจะถามว่าที่มาวันนี้เพื่อมาแสดงความยินดีพร้อมกับมาบอกลาเขาใช่มั้ย แต่เขาก็ไม่ได้ถามอะไรออกไปเขารู้สึกใจหายเมื่ออยู่ๆชิชาที่เขารักดุจหลานสาวแท้ๆจะไปจากเขาเขารู้ว่าเพราะสาเหตุใด แม้ชิชาจะยิ้มราวกับไม่มีอะไรแต่เขาก็คิดว่าเธอแค่ฝืนใจยิ้มกลบเกลื่อนความเสียใจเท่านั้นเขาโกรธหลายชายมาก แต่ต่อหน้าผู้คนมากมายเขาทำเพียงยิ้มแล้วเอ่ยว่า“ จ้ะ! งั้นปู่จะโทรหาบ่อยๆนะ ”“ ค่ะ ” ชิชาเอ่ยตอบด้วยใบหน้ายิ้มแย้มแล้วเข้าไปกอดคุณปู่ลู่เมื่อเห็นว่าทั้งคู่คุย
พอได้สติเขาก็รีบวางสายแล้วไปโอบไหล่ลูกสาวให้มานั่งบนโซฟาทันที“ ชิชาแม่ว่าพวกเราไปเที่ยวต่างประเทศกันสักพักมั้ยไปเยี่ยมคุณย่าที่ฝรั่งเศสอยู่ที่นั่นสักระยะลูกว่าดีมั้ย ” คุณหญิงมารีพูดอย่างเอาอกเอาใจขอความเห็นจากลูกสาวหัวแก้วหัวแหวน“ คุณพ่อคะคุณแม่คะ ขอบคุณมากนะคะที่เป็นห่วงหนู ขอโทษที่ทำให้ทุกข์ใจหนูนั่งคิดนอนคิดทบทวนมาตลอดทั้งคืนแล้วค่ะจากนี้ไปหนูจะไม่ร้องให้แล้ว เราไปแสดงความยินดีกับพี่ตรัยคุณกันนะคะจากนั้นเราก็ไปหาคุณย่าที่ฝรั่งเศสกัน ”“ ลูกแน่ใจเหรอว่าจะไปงานแต่งพี่เขา ” คุณผู้ชายจอร์นเอ่ยถามลูกสาวด้วยความเป็นห่วง“ หนูแน่ใจค่ะ หนูคิดมาทั้งคืนแล้วเราควรดีใจกับพี่เขาให้พี่เขาไปมีครอบครัวถึงจะถูกใช่มั้ยคะอีกหน่อยหนูเองในอนาคตก็ต้องมีครอบครัวเหมือนกันหนูพูดถูกมั้ยคะ ”ชิชาพูดพร้อมกับฝืนยิ้มเพื่อให้พ่อแม่สบายใจคุณพ่อจอร์นกับคุณแม่มารี ยิ้มอย่างดีใจที่ลูกสาวคิดได้พวกเขาพยักหน้าโอบกอดลูกสาว ทั้งสามคนกอดกันแน่นด้วยความรักราวกับผ่านพ้นช่วงเวลาแห่งความทุกข์ผ่านช่วงเวลาแห่งความเศร้าไปแล้ว“ ถูกต้องจ้ะลูก ลูกพูดถูกต้องที่สุด ” คุณพ่อจอร์นพูดด้วยน้ำเสียงสั่นเครืออย่างดีใจจนน้ำตาแ







