Share

รักคนละตอน
รักคนละตอน
Penulis: เจ้าหมูสีน้ำเงิน

CHAPTER 1

last update Terakhir Diperbarui: 2025-07-09 11:26:21

"เย็นนี้คุณแม่ไม่ต้องรอทานข้าวนะคะ ภัคมีนัดคุยงานกับลูกค้า อาจจะกลับดึก"

“แต่วันนี้เป็นวันหยุดไม่ใช่เหรอภัค?”

“ใช่ค่ะ” ตอบเสียงเรียบ

“แล้วภัคจะไม่อยู่บ้านกับแม่บ้างเลยเหรอลูก” คุณหญิงรุจิราเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงที่แฝงไปด้วยความสงสัย พร้อมขมวดคิ้วเล็กน้อย

“คุณแม่ก็มีป้าน้อยเป็นเพื่อนแล้วไงคะ”

“มันไม่เหมือนกันหรอกนะภัค”

“แต่ภัคติดงานจริง ๆ ค่ะคุณแม่ ไว้พรุ่งนี้ภัคจะอยู่กับคุณแม่ทั้งวันเลยนะคะ”

“ก็พูดแบบนี้ตลอด แต่แม่ไม่เคยเห็นภัคทำได้สักครั้ง”

“ก็ภัค...”

“ทำอะไรอย่าคิดว่าแม่ไม่รู้” คุณหญิงรุจิราพูดออกมาอย่างรู้ทัน วางหนังสือพิมพ์ในมือลง ก่อนจะยื่นซองกระดาษสีน้ำตาลซองหนึ่งส่งให้กับปภาวี

“อะไรคะ?” ขมวดคิ้วเล็กน้อย ก่อนยื่นมือรับซองกระดาษมาด้วยอาด้วยอาการงุนงง

“เปิดดูสิ”

“...”

เงยหน้าขึ้นมองมารดาด้วยสีหน้าที่ยังสงสัย ก่อนจะค่อย ๆ ใช้ปลายนิ้วแตะลงบนขอบซองและแกะออกตามคำสั่ง

ทันทีที่ดวงตาทั้งสองสบกับสิ่งที่อยู่ภายใน ความเคลือบแคลงใจที่มีในตอนแรกพลันสลายหายไปในพริบตา

“คุณแม่ไปเอารูปพวกมาจากไหนกันคะ?”

พ่นลมหายใจออกมาก่อนเอ่ยถาม ปลายนิ้วพลางพลิกดูรูปถ่ายเหล่านั้นสองสามใบ ยกคิ้วขึ้นเล็กน้อยอย่างไม่ใส่ใจ และวางลงบนโต๊ะตรงหน้าของตัวเอง

“แม่เอามาจากไหนมันไม่สำคัญหรอกภัค มันสำคัญก็ตรงที่เมื่อไหร่ภัคจะเลิกทำตัวอย่างนี้สักทีล่ะลูก”

คุณหญิงรุจิราเอ่ยถามขึ้น เมื่อเห็นท่าทีที่นิ่งเฉยของลูกสาว ยิ่งไปกว่านั้นคือบนใบหน้าของเจ้าไม่ได้ฉายแววกังวลออกมาเหมือนในคราแรกเลยสักนิด ทั้ง ๆ ที่ตัวเองทำผิด แต่ก็ยังคงนิ่งเฉยราวกับว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น

“แบบนี้คือแบบไหนคะ ภัคไม่เข้าใจ?”

“อย่าทำเป็นไขสือ แม่รู้นะว่าภัคเข้าใจในสิ่งที่แม่พูด”

“ค่ะ แล้วยังไงคะ?”

“แม่ไม่ได้พูดเล่นนะภัค ภัครู้ใช่ไหมว่าไอ้สิ่งที่ทำอยู่มันไม่ถูกต้อง”

คุณหญิงกรอกตาคมจ้องมองลูกสาวด้วยแววตาที่ผิดหวัง ไม่คิดไม่ฝันมาก่อนว่าลูกสาวที่เคยน่ารัก สดใส จะมีพฤติกรรมที่เปลี่ยนไปจนน่าใจหายแบบนี้

“ไม่ถูกต้อง? อะไรคือไม่ถูกต้องกันกัน? ผู้หญิงพวกนั้นขายบริการ ภัคก็เป็นคนซื้อบริการ ไม่เห็นว่ามันจะผิดตรงไหน”

“ภัค!!” คุณหญิงรุจิราเรียกเสียงเข้ม น้ำเสียงทุ้มต่ำ ดวงตาแววโรจน์จ้องเขม็งไปที่ลูกสาวอย่างเอาเรื่อง

“ก็มันจริงนี่คะ แล้วอีกอย่างภัคก็จ่ายเงินครบทุกบาททุกสตางค์แล้วก็ทุกครั้งที่ใช้บริการด้วย อ้อ! หรือบางทีภัคก็ให้เพิ่มนะคะคุณแม่ ถ้าพวกเธอบริการถูกใจ”

“หยุด! หยุดพูดเดี๋ยวนี้เลยนะ นี่ภัครู้ตัวไหมว่าพูดอะไรออกมา!” คุณหญิงรุจิรารีบปรามลูกสาวก่อนที่เจ้าตัวนั้นจะพูดอะไรที่บัดสีบัดเถลิงไปมากกว่านี้

“ภัครู้ตัวดีค่ะว่าพูดอะไรออกไป แต่การที่ภัคทำแบบนี้มันก็ไม่ได้ผิดตรงไหนเลยนี่คะ ภัคเองก็ไม่มีใคร แล้วอีกอย่างผู้หญิงพวกนั้นเข้ามาหาภัคก็เพราะหวังเงินของภัคด้วยกันทั้งนั้น”

ปภาวีตอบกลับอย่างไม่ทุกข์ร้อนอะไร เพราะการที่เธอจะเรียกใช้หรือซื้อบริการผู้หญิงเหล่านั้นมันก็ไม่ใช่เรื่องที่แปลก ในเมื่อเธอเองไม่ได้มีพันธะผูกไว้กับใคร แล้วที่สำคัญก็คือเธอนั้นยังไม่อยากเอาชีวิตของตัวเองไปผูกติดกับความสัมพันธ์ที่มีแต่คำว่าหลอกลวง

แล้วที่ผ่านมาเธอก็ไม่เคยเห็นว่าจะมีผู้หญิงคนไหนที่จะรักและจริงจังกับเธอกันสักคน และทุก ๆ คนหวังที่จะรวยทางลัด ได้อยู่อย่างสุขสบายบนกองเงินกองทองกันทั้งนั้น

“มันก็อาจไม่ใช่ทุกคนนะภัค ลองปรับเปลี่ยนทัศนคติของตัวเองใหม่ แล้วแม่เชื่อว่าสักวัน ภัคจะเจอคนที่เขารักด้วยใจจริง ไม่ใช่รักเพราะเห็นว่าภัคมีเงิน”

คุณหญิงรุจิราพูดด้วยน้ำเสียงที่แผ่วลง เพราะรู้ดีว่าสิ่งที่ปภาวีพูดมานั้นเป็นความจริงทุกประการ แต่ก็ใช่ว่าผู้หญิงทุกคนบนโลกจะเป็นคำกล่าวอ้างไปเสียทั้งหมด คนดีก็มีอยู่ถมไป เพียงแต่ยังไม่ปรากฏตัวมาให้ลูกสาวของเธอได้พบเจอก็เท่านั้น

แต่ยังไงเธอก็ยังคงเชื่อว่าสักวัน ผู้หญิงดี ๆ คนนั้นจะเข้ามาเติมเต็มในส่วนที่ขาดหายไปของหัวใจลูกสาวเธออย่างแน่นอน

“นี่คุณแม่ยังเชื่ออยู่อีกเหรอคะว่าผู้หญิงดี ๆ จะมีอยู่จริง?”

“ก็ภัคเป็นซะแบบนี้ไงคะ หัดมองโลกในแง่ดีบ้างนะลูก ไม่ใช่ว่าจะอคติกับทุกคนไปซะหมดแบบนี้”

“ก็มันจริงนี่คะ” ย้อนกลับ

“แม่ละเหนื่อยใจจริง ๆ เลย”

คุณหญิงรุจิราส่ายหน้าเบา ๆ อย่างรู้สึกเอือมระอาเหนื่อยล้ากับคำยอกย้อนของปภาวีลูกสาวตัวดีของตัวเอง ที่ดูเหมือนว่าเธอพูดสอนอะไรไปก็จะเข้าทางหูซ้ายและไปทะลุออกทางหูขวา

“ขออนุญาตค่ะคุณหญิง คุณหนู”

ในขณะที่คุณหญิงรุจิรากำลังพูดสอนปภาวีอยู่นั้น เสียงของ น้อย ก็ดังขึ้นแทรกสนทนาเสียก่อน

“มีอะไรหรือเปล่าน้อย?”

คุณหญิงรุจิราเอ่ยถาม ก่อนมองไปที่น้อยด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความห่วงใย น้อยเป็นแม่บ้านที่ทำงานที่บ้านหลังนี้มานานหลายสิบปี เป็นคนดี ขยัน ซื่อสัตย์ และมีจิตใจที่เมตตาจึงทำให้เป็นที่รักของคนรับใช้และคนงานคนอื่น ๆ ภายในบ้าน

แล้วที่สำคัญไปกว่านั้น น้อยก็ยังเป็นคนสำคัญและเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัวธาดาวรโชติคนหนึ่งอีกด้วย

“เอ่อคือ...”

“ถ้าน้อยมีเรื่องไม่สบายใจอะไร น้อยบอกฉันเลยได้นะฉันยินดีที่จะช่วยน้อยทุกเรื่อง”

คุณหญิงรุจิราเอ่ยขึ้นเมื่อสังเกตเห็นความผิดปกติของน้อย สีหน้าที่ดูเป็นกังวล หัวคิ้วย่นเข้าหากันจนเกิดเป็นรอย ลักษณะแบบนี้ถึงน้อยจะยังไม่พูดออกมาก็สามารถเดาได้ง่าย ๆ ว่าอีกคนนั้นอาจกำลังมีเรื่องที่ทำคิดไม่ตกอย่างแน่นอน

“คือว่าน้อยอยากจะมาขอความกรุณาจากคุณหญิง สักเรื่องหนึ่งน่ะค่ะ”

“น้อยบอกฉันมาได้เลยว่าน้อยจะให้ฉันช่วยเรื่องอะไร ไม่ต้องเกรงใจ”

“พอดีว่าหลานสาวของน้อยเธอมาจากต่างจังหวัดแล้วยังไม่มีที่พัก น้อยเลยจะมาขอความกรุณาจากคุณหญิงให้หลานสาวพักค้างคืนกับน้อยที่นี่สักคืนได้หรือเปล่าคะ แล้วพรุ่งนี้เช้าน้อยจะรีบพาเธอไปหาห้องเช่าอยู่ทันทีค่ะ”

น้อยสูดลมหายใจลึก รวบรวมความกล้าทั้งหมดที่มี ก่อนเอ่ยสิ่งที่กำลังเป็นกังวลออกมา

“ฉันก็นึกว่าเรื่องอะไร ได้สิ จะพักกี่วันก็ได้ฉันอนุญาต”

“ขอบคุณนะคะคุณหญิง ขอบคุณจริง ๆ ค่ะ”

น้อยเอ่ยขอบคุณผู้มีพระคุณตรงหน้าด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ ทั้งดีใจและซาบซึ้งในความเมตตาของคุณหญิงรุจิราในเวลาเดียวกัน ความรู้สึกหนักอึ้งที่มีในตอนแรกได้หมดไปราวกับว่าได้ยกภูเขาลูกใหญ่ออกไปจากอก

“ไม่เป็นไรเลยน้อย เรื่องเล็กน้อยแค่นี้เอง แล้วไหนล่ะหลานสาว ไม่เข้ามาด้วยเหรอ?”

คุณหญิงรุจิราพูดจบแล้วหันมองรอบ ๆ ห้องก่อนจะขมวดคิ้วเล็กน้อยเมื่อไม่เห็นหลานสาวของน้อยตามที่น้อยเพิ่งกล่าวถึง

“รออยู่ด้านนอกค่ะคุณหญิง”

“น้อยไปพาหลานสาวเข้ามาพบฉันที ฉันอยากทำความรู้จักเธอสักหน่อย”

“ได้ค่ะคุณหญิง สักครู่นะคะ”

น้อยพยักหน้ารับ ก่อนจะลุกเดินออกไปด้านนอก เพื่อพาหลานสาวเข้ามาพบคุณหญิงรุจิราตามคำสั่ง

เมื่อน้อยเดินออกไป คุณหญิงรุจิราก็เพิ่งสังเกตได้ว่าปภาวียังคงนั่งอยู่ที่เดิม เพิ่มเติมคือบนใบหน้าของเจ้าตัวกลับบึ้งตึงราวกับว่ากำลังไม่สบอารมณ์กับอะไรบางอย่าง

“ดูทำหน้าเข้าสิ แล้วนี่ไม่ไปคุยงานแล้วหรือไง?”

“ไปค่ะ”

“แล้วทำไมยังนั่งอยู่อีกล่ะ รีบไปสิเดี๋ยวลูกค้าคนสำคัญจะรอนาน”

“คุณแม่ประชด?” ปภาวีหันหน้าสบตาผู้เป็นแม่ ยกคิ้วขึ้นเล็กน้อย ก่อนเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงราบเรียบ เพราะตอนที่เธอจะไปกลับขอให้เธออยู่ แต่พอเธอยังนั่งอยู่ก็ดันเอ่ยไล่ขึ้นมาเสียอย่างนั้น

“แม่ไม่ได้ประชด ก็ตอนแรกภัคบอกแม่เองไม่ใช่หรือไงว่ากำลังว่ารีบ แม่ก็เลยกลัวว่าภัคจะไปคุยงานกับลูกค้าไม่ทันแค่นั้นเอง”

“ภัคไม่รีบแล้วค่ะ!”

“ทำไมล่ะ หรือว่าจะรอเจอหลานสาวป้าน้อย?”

คุณหญิงรุจิราแกล้งถามหยั่งเชิงลูกสาว เพราะเห็นว่าอีกคนนั้นดูไม่รีบร้อนที่จะออกไปข้างนอกเหมือนในตอนแรก หลังจากที่รู้ว่าหลานสาวของน้อยจะเข้ามาพักค้างคืนที่นี่

และเธอก็รู้ดีว่าคนอย่างปภาวีที่ได้ชื่อว่าเป็นเสือผู้หญิง คงจะไม่พลาดที่จะเจอยู่รอเจอเด็กสาวคนนั้นอย่างแน่นอน

“เปล่าค่ะ ใครจะอยากเจอกัน ก็แค่หลานสาวคนใช้”

“เดี๋ยวเถอะภัค!!”

คุณหญิงรุจิราเอ็ดปภาวีเสียงเข้ม ดวงตาคมตวัดมองอีกคนด้วยแววตาเชิงตำหนิ ที่เจ้าตัวพูดจาไม่ให้เกียรติคนอื่นแบบนี้

แต่ทางด้านของปภาวีก็ดูไม่ได้มีทีท่าที่จะสะทกสะท้านเลยสักนิด หยักไหล่เอนกายพิงพนักโซฟายกขานั่งไขว่ห้างอย่างสบายใจ ท่าทีที่ดูไม่สนใจใครทำให้คุณหญิงรุจิราส่ายหน้าอย่างเอือมระอากับนิสัยที่ด้านชาของลูกสาวคนนี้

“ขออนุญาตค่ะคุณหญิง”

น้อยเอ่ยขออนุญาต ก่อนเดินเข้ามาพร้อมกับกับหญิงสาวคนหนึ่ง ซึ่งก็คือหลานสาวที่น้อยนั้นออกไปพาเข้ามาด้านใน

“หนูพรีน สวัสดีคุณหญิงกับคุณหนูก่อนสิลูก” น้อยหันบอกหลานสาวของตัวเองด้วยที่ยืนก้มหน้างุดอยู่ข้าง ๆ น้ำเสียงที่อ่อนโยน

“สวัสดีค่ะคุณหญิง”

เจ้าของใบหน้าหวานยกมือไหว้คนเป็นผู้ใหญ่ด้วยท่าทีที่อ่อนน้อม น้ำเสียงแฝงไปด้วยความสุภาพและความเคารพ ก่อนที่จะหันไปอีกฝั่งของโซฟา เพื่อทักทายผู้มีพระคุณอีกคน

“สะ...สวัสดีค่ะคุณ...”

ทุกคำพูดถูกกลืนหายไปในลำคอ ความคิดทุกอย่างหยุดชะงักลงกลางคันทันทีที่ได้สบตากับผู้หญิงตรงหน้า และไม่มีเสียงใดเล็ดลอดออกมานอกจากเสียงของหัวใจที่เต้นแรงจนกลบเสียงทุกอย่างรอบตัว

ใบหน้าเรียวเนียนสวยไร้ที่ติ คิ้วโก่งสันจมูกโด่งรับกับโครงหน้า ดวงตาคมเฉี่ยวดุจดั่งเหยี่ยวที่แฝงไปด้วยอำนาจ ดูมีเสน่ห์ ลึกลับแต่กลับน่าค้นหา

จนทำให้เธอไม่อาจละสายตาได้เลยสักวินาทีเดียว

แต่ทว่า...

“กองไว้ตรงนั้นแหละ!”

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • รักคนละตอน   CHAPTER 7

    ไม่กี่ชั่วโมงต่อมา... ปภาวีขับรถสปอร์ตคันหรูแล่นเข้ามาจอดในลานสำหรับลูกค้า VVIP ของ Velluto Club สถานบันเทิงหรูย่านกลางเมืองที่เธอคุ้นเคยเป็นอย่างดี เพราะมักใช้เป็นที่พักใจยามมีเรื่องไม่สบายใจอยู่บ่อยครั้ง เสียงดนตรีอิเล็กทรอนิกส์จังหวะหนัก ๆ ดังทะลุออกมาถึงลานจอดรถ ไฟนีออนสีม่วงเข้มจากป้ายชื่อร้านสะท้อนกับกระโปรงหน้ารถ แสงวูบหนึ่งกระทบลงบนใบหน้าเธอพอดี เผยแววตาแข็งกร้าวที่แฝงคลื่นความรู้สึกบางอย่างซึ่งยังไม่ทันจางไปจากอก เธอก้าวลงจากรถอย่างเงียบงัน เดินฝ่ากลุ่มนักท่องราตรีที่เบียดเสียดอยู่หน้าเคาน์เตอร์ โดยไม่แม้แต่จะปรายตามอง เธอเดินมาเรื่อย ๆ จนกระทั่งมาถึงโต๊ะ VVIP ด้านในสุด ซึ่งตั้งอยู่ลึกเข้าไปในโซนเงียบสงบของร้าน แยกตัวออกจากความพลุกพล่านของผู้คน โดยที่ตินนี้มีชายหนุ่มในชุดเชิ้ตสีเข้มนั่งเอนหลังอยู่บนโซฟาหนังเรียบหรู เขาหันมองทันทีที่เห็นเธอเดินเข้ามา “หน้าบอกบุญไม่รับเลยนะครับ คุณปภาวี” เสียงทักของภาสกรฟังดูเหมือนจะเย้าแหย่ แต่ทว่าแววตากลับแฝงความเป็นห่วงอยู่ไม่น้อย ทว่าคนถูกแซวอย่างปภาวีกลับไม่ตอบ เธอเพียงปรายมองเพื่อนชายคนสนิทอย่างเย็นชา ก่อนจะทิ้งตัวลงนั่งมือเร

  • รักคนละตอน   CHAPTER 6

    “ภัคหยุด! แม่บอกให้หยุด!!”“จะตามมาว่าอะไรภัคอีกละคะ?” หันขวับกลับมาถามมารดาด้วยน้ำเสียงประชดประชันเต็มไปด้วยความขุ่นเคือง“ทำไมต้องทำร้ายน้องขนาดนั้น จงเกลียดจงชังอะไรนักหนา แม่ยังไม่เห็นว่าน้องพรีนเขาจะทำอะไรให้ภัคเลยนะลูก”“ไม่ชอบคือไม่ชอบ เกลียดก็คือเกลียด ภัคเคยบอกคุณแม่ไปแล้วนี่คะ”ปภาวีเน้นทุกถ้อยคำอย่างชัดเจนและหนักแน่น แล้วต่อให้เธอจะต้องพูดอีกสักกี่สิบครั้ง เธอก็ยังยืนยันเหมือนเดิมว่าเธอเกลียดผู้หญิงคนนั้นที่สุด เธอเกลียดชนากานต์โดยไม่จำเป็นต้องมีเหตุผล เพราะสำหรับความรักบางครั้งมันก็ไม่คำอธิบายซึ่งความเกลียดก็เช่นเดียวกัน...“ถ้าเกลียดก็ไม่ต้องยุ่งกันสิ ไม่เห็นจะต้องลงไม้ลงมือแบบนี้ แม่ไม่ชอบเลยนะภัค!”“ภัคไม่เคยคิดที่จะยุ่งกับยัยนั่นเลยสักนิด แต่ยัยต่างหากที่ชอบเข้ามายุ่งวุ่นวายกับภัคเอง”“ยุ่งอะไร ไหนบอกแม่มาซิ” เอ่ยถามด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลง เพราะเธออยากจะรู้สาเหตุเหลือเกิน ว่าเป็นเพราะอะไรทำไมลูกสาวของเธอถึงได้โกรธเป็นฟืนเป็นไฟขนาดนี้“ยัยนั่นไปแอบฟังภัคคุยโทรศัพท์กับต้น พอภัคจับได้ก็ทำท่าจะเดินหนี ทีนี้คุณแม่จะยังเข้าข้างอยู่อีกไหมคะ”“บางทีน้องอาจจะแค่เดินผ่านไปก็ได้ ภ

  • รักคนละตอน   CHAPTER 5

    “พรีน หนูเป็นอะไรหรือเปล่าลูก ทำไมวิ่งหน้าตาตื่นลงมาอย่างนี้”“ปะ...เปล่าค่ะ พรีนไม่ได้เป็นอะไรค่ะ”“เป็นเด็กริอาจโกหกผู้ใหญ่มันไม่ดีนะรู้ไหม บอกฉันมาตรง ๆ ดีกว่านะ พี่ภัคเขาได้ทำอะไรหนูหรือเปล่า” คุณหญิงรุจิราวางหนังสือพิมพ์ในมือลงก่อนเอ่ยถามอย่างใจเย็น เธอไม่ใช่คนไร้เดียงสาที่จะดูไม่ออกว่าเกิดอะไรขึ้น ที่ถามออกไปก็เพียงแค่ต้องการฟังจากปากของเด้กสาวตรงหน้าให้แน่ใจว่าสิ่งที่เธอคิดนั้นไม่ได้ผิดเพี้ยนไป“คุณหนูไม่ได้ทำอะไรพรีนค่ะคุณหญิง พรีนแค่...”“เธอมาฟ้องอะไรแม่ฉัน!” เสียงแหลมของปภาวีดังแทรกขึ้นมาจากทางบันได เธอเพิ่งจัดการตัวเองเสร็จแล้วลงมา ทว่าต้องชะงักเมื่อเห็นชนากานต์ยืนอยู่กับแม่ของเธอ และดูเหมือนว่ากำลังพูดคุยอะไรบางอย่างกันอยู่แล้วมื่อได้เห็นอย่างนั้น ความไม่พอใจก็พลันแล่นขึ้นมาอย่างห้ามไม่ได้“น้องยังไม่ทันได้ฟ้องอะไรแม่เลย ว่าแต่เราเถอะไปกินรังแตนที่ไหนมา ถึงได้โหวกเหวกโวยวายแต่เช้าแบบนี้”“เปล่าค่ะ”“งั้นภัคบอกแม่ได้ไหมว่าหนูพรีนวิ่งหนีอะไรมา”“ภัคจะไปรู้ได้ไงคะ ถ้าคุณแม่อยากรู้ทำไมไม่ไปถามเจ้าตัวเองล่ะ”“ก็ถ้าหนูพรีนยอมพูด แม่จะมาถามแกอยู่อย่างนี้หรือไง บอกแม่มาว่าทำอะไร

  • รักคนละตอน   CHAPTER 4

    “อะไรเหรอคะป้า?”“เปล่าลูก ไม่มีอะไร เอาเป็นว่าพรีนอยู่ห่างจากคุณหนูไว้น่ะดีที่สุด แต่ถ้ามีความจำเป็นที่จะต้องเข้าใกล้คุณหนูจริงๆ พรีนก็จะต้องเว้นระยะห่าง อย่าเข้าใกล้จนเกินไป เข้าใจที่ป้าพูดไหม?”“ทำไมละคะป้า ทำไมพรีนถึงอยู่ใกล้คุณหนูไม่ได้”ถามด้วยความไม่เข้าใจ เธอไม่เข้าใจว่าทำไมป้าของเธอต้องสั่งห้ามไม่ให้เข้าใกล้คุณหนูด้วยทั้งๆ ที่อีกคนนั้นก็เป็นผู้หญิงเหมือนกันกับเธอ ไม่ได้มีอะไรที่น่ากลัวเลยสักนิด แล้วยิ่งได้รู้ถึงเหตุผลที่อีกคนเป็นแบบนี้เธอยิ่งอยากอยู่ใกล้ๆ อยากดูแล อยากทำให้อีกคนได้กลับมามีความสุขใหม่อีกครั้ง“เชื่อป้าเถอะพรีน ป้าว่าพรีนรีบไปเก็บของให้เรียบแล้วออกไปช่วยงานป้าที่บ้านใหญ่ดีกว่านะ เดี๋ยวป้าจะเดินนำไปก่อนแล้วกัน”น้อยพูดจบก็เดินออกจากห้องไปเพราะไม่อยากจะพูดอะไรให้มากความ สักวันหลานสาวของเธอจะเข้าใจดีว่าทำไมเธอถึงได้สั่งห้ามแบบนี้ออกไป ส่วนทางด้านของชนากานต์ก็ทำได้เพียงเก็บความสงสัยเอาไว้ในใจ รอหาเวลาและจังหวะที่เหมาะสมค่อยหาโอกาสถามใหม่อีกครั้งขณะเดียวกันปภาวีที่เดินออกจากบ้านมา ก็ขึ้นมานั่งอยู่บนรถสปอร์ตคันหรูของตัวเองด้วยอารมณ์ที่กำลังเดือดพล่าน หลังถูกคุณหญิงร

  • รักคนละตอน   CHAPTER 3

    “พรีนพอจะอยู่ได้ไหมลูก?”น้อยเอ่ยถามชนากานต์หลานสาวของตัวเองทันทีที่ได้เข้ามาอยู่ภายในห้องพัก เพราะด้วยความที่ห้องของแม่บ้านโดยปกติแล้วก็ไม่ได้ใหญ่อะไรมากมาย จะมีก็เพียงเตียงนอนที่ขนาดกลางห้องน้ำและพื้นที่ใช้ส้อยอีกเล็กน้อยเท่านั้น“อยู่ได้ค่ะ พรีนขอบคุณป้าน้อยอีกครั้งนะคะที่ให้พรีนมาอยู่ด้วย”“ไม่ต้องขอบคุณป้าหรอกลูก พรีนเป็นหลานป้า ไม่ให้ป้าช่วยพรีนแล้วจะให้ป้าไปช่วยแมวที่ไหนล่ะฮึ?”“แมวน้อยตัวนี้สัญญาเลยค่ะ ว่าจะตั้งใจเรียน แล้วก็จะเป็นเด็กดีของพ่อกับแม่แล้วก็ป้าน้อย พรีนรักป้าน้อยนะ”พูดด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน ก่อนจะก้าวเข้าไปโอบกอดป้าน้อยเอาไว้ด้วยความรัก ความรู้สึกอุ่นใจและซาบซึ้งเอ่อล้นขึ้นมาจนเต็มหัวใจเพราะทุกคำถ้อยคำที่พูดออกไปล้วนแล้วแต่เป็นความรู้สึกที่ออกมาจากก้นบึ้งหัวใจของเธอจริงๆ ถึงแม้จะไม่ได้เติบโตมาด้วยกัน แต่ในห้วงความทรงจำป้าน้อยก็เป็นอีกหนึ่งคนที่รักและดูแลเธอมาตลอดแล้วไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานสักแค่ไหน ความรักความห่วงใยที่ผู้เป็นป้ามีให้แก่เธอก็ไม่เคยเปลี่ยนแปลงหรือลดน้อยลงไปเลย“ป้าก็รักพรีนนะลูก เอ้อ! ว่าแต่พรีนโทรบอกพ่อกับแม่หรือยังลูกว่าหนูมาถึงแล้ว เดี๋ยวท่านจะเป็

  • รักคนละตอน   CHAPTER 2

    “กองไว้ตรงนั้นแหละ!”เพียงแค่ไม่รับไหว้ ปภาวียังคงมองหน้าของชนากานต์ด้วยสายตาที่ดูถูกเหยียดหยัน ก่อนจะสะบัดหน้าหันมองไปทางอื่น“ภัค! เดี๋ยวเถอะ” คุณหญิงรุจิราเอ็ดเสียงเข้มเมื่อเห็นกิริยาที่ไม่เหมาะสมของปภาวีลูกสาวตัวเอง” ฉันต้องขอโทษแทนลูกสาวฉันด้วยนะจ๊ะ”“นี่คุณแม่จะไปขอโทษยัยเด็กนี่ทำไมกันคะ”“ยังอีก แม่ไม่เคยสอนให้ภัคเสียมารยาทแบบนี้เลยนะลูก ขอโทษน้องเดี๋ยวนี้!”“ไม่ค่ะ! ภัคไม่ขอโทษ ภัคยังไม่ได้ทำอะไรผิดสักหน่อย”“ยัยภัค!!”“ไม่เป็นอะไรหรอกค่ะคุณหญิง คุณหญิงอย่าดุให้คุณหนูเลยนะคะ คุณหนูเธอยังไม่ได้ทำอะไรผิดจริง ๆ” น้อยเอ่ยขึ้นเมื่อเห็นว่าสถานการณ์เริ่มจะตึงเครียดจนเกินไป อีกอย่างเธอไม่อยากเป็นต้นเหตุที่ทำให้คนทั้งสองต้องมีปัญหากัน“ไม่ผิดยังไงกันน้อย หลานสาวน้อยยกมือไหว้ก็แทนที่จะรับไหว้น้องดี ๆ แต่กลับพูดจาไร้มารยาทแบบนั้นออกมา ทำผิดไม่ยอมรับผิด มีที่ไหนกัน!”“คุณแม่!!”คุณหญิงรุจิราพูดเสียงเข้ม ดวงตาคมกริบตวัดมองไปยังปภาวีด้วยสายตาเชิงตำหนิ เธอบอกตามตรงเลยว่าเธอรู้สึกไม่ชอบใจกับพฤติกรรมของลูกคนนี้เลยจริง ๆ“หนูชื่อพรีนใช่ไหมลูก” คุณหญิงรุจิราถาม“ชะ...ใช่ค่ะ”“รูปก็งาม นามก็เพราะ

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status