Accueil / วัยรุ่น / รักคนเถื่อน / ตอนที่ 5: หยดน้ำตาแรกของนักวิจัย

Share

ตอนที่ 5: หยดน้ำตาแรกของนักวิจัย

last update Dernière mise à jour: 2025-07-14 14:04:29

‘วัตถุพยานหมายเลข 1’ หรือที่คนทั่วไปเรียกว่า ‘บุหรี่’ ได้กลายเป็นศูนย์กลางจักรวาลของกวินไปโดยปริยายตลอดหลายวันที่ผ่านมา เด็กหนุ่มปฏิบัติต่อมันราวกับเป็นสมบัติล้ำค่าจากสุสานฟาโรห์ เขาเก็บมันไว้ในกล่องเหล็กอย่างดี และจะนำออกมาพินิจพิเคราะห์ก็ต่อเมื่ออยู่คนเดียวในห้องเท่านั้น

เขาทั้งดม...ซึ่งให้ผลลัพธ์เป็นกลิ่นยาสูบจางๆ ผสมกับกลิ่นโคโลญจน์เฉพาะตัวของใครบางคนที่ทำให้หัวใจเต้นผิดจังหวะ ทั้งลองเอามาคีบระหว่างนิ้วทำท่าเหมือนจะสูบจริงๆ หน้ากระจก ก่อนจะรีบวางลงแล้วส่ายหัวอย่างแรงกับความคิดบ้าๆ ของตัวเอง

“มึงจะทำพิธีปลุกเสกมันรึไงวะ” ต้าถามขึ้นในเช้า  เมื่อเห็นกวินกำลังจ้องมองกล่องเหล็กใบนั้นด้วยสายตาที่ลึกซึ้งเกินเบอร์

“นี่คือข้อมูล” กวินตอบกลับเสียงขรึม

“การกระทำของเป้าหมายในวันนั้นมันอยู่นอกเหนือทุกทฤษฎี มันคือตัวแปรที่เราต้องทำความเข้าใจ”

“กูว่ามันคือการแกล้งเด็กว่ะ” โอมสรุปอย่างง่ายๆ

“เขาเห็นมึงกลัว เขาก็เลยยิ่งอยากแกล้งให้มึงสับสนเล่น มันคือจิตวิทยาการล่าเหยื่อของนักล่า”

คำว่า ‘ล่าเหยื่อ’ ทำให้กวินรู้สึกร้อนๆ หนาวๆ แต่ความรู้สึก ‘หวั่นไหว’ ที่เกิดขึ้นทุกครั้งที่นึกถึงเหตุการณ์นั้นมันก็ยังคงอยู่ ความสับสนตีรวนกันในหัวจนเขาแทบจะแยกไม่ออกแล้วว่าความรู้สึกที่มีต่อภาคินมันคืออะไรกันแน่ ระหว่าง ‘ความกลัว’ ‘ความอยากรู้อยากเห็น’ หรือ ‘ความ...’

...กวินไม่กล้าที่จะคิดต่อ

เพื่อหลีกหนีจากความสับสนวุ่นวายและเสียงแซวของเพื่อนๆ บ่ายวันนั้นกวินจึงปลีกตัวมานั่งที่ม้านั่งใต้ต้นไม้ใหญ่ใกล้ๆ กับตึกคณะของตัวเอง มันเป็นมุมสงบที่เขาชอบมานั่งปล่อยอารมณ์และหาแรงบันดาลใจ เขาเปิดสมุดสเก็ตช์ภาพของเขาขึ้นมา หน้ากระดาษที่เคยว่างเปล่าค่อยๆ ถูกเติมเต็มด้วยภาพของป่าสนในจินตนาการที่มีกระท่อมไม้หลังเล็กตั้งอยู่ท่ามกลางหมู่ดาว...มันเป็นภาพที่แสดงถึงความสงบสุขที่เขาโหยหา

เขาลืมทุกสิ่งทุกอย่างรอบตัว ลืมเรื่องการวิจัยภาคสนาม ลืมเรื่องลาสบอสใจเถื่อน...โลกทั้งใบของเขาย่อส่วนลงมาเหลือแค่ปลายดินสอและแผ่นกระดาษตรงหน้า

“วาดรูปอะไรของมึงวะ”

เสียงทุ้มต่ำที่คุ้นเคยดังขึ้นจากด้านหลังโดยไม่มีปี่มีขลุ่ย!

กวินสะดุ้งสุดตัวราวกับถูกไฟฟ้าช็อต ดินสอในมือแทบจะร่วงหล่น เขาหันขวับไปมอง แล้วก็ต้องเบิกตากว้าง...

ภาคิน...กำลังยืนกอดอกก้มลงมองสมุดสเก็ตช์ของเขาอยู่

‘มาได้ยังไง! ที่นี่มันเขตปลอดภัยสีเขียวของผมนะ! ระบบแจ้งเตือนภัยพิบัติทำงานผิดพลาดเหรอ!’ กวินกรีดร้องในใจ

ภาคินไม่ได้ตั้งใจจะมาที่นี่ เขาแค่กำลังจะเดินไปหาเพื่อนที่คณะสถาปัตย์ฯ แต่สายตาก็ดันไปเห็นร่างโปร่งเสียก่อน เด็กหนุ่มตัวเล็กกำลังนั่งอยู่คนเดียว ก้มหน้าก้มตาวาดรูปอย่างตั้งอกตั้งใจจนไม่สนใจโลกรอบข้าง ท่าทางแบบนั้นมันทำให้เขารู้สึก...อยากจะเข้าไปกวนประสาทอย่างบอกไม่ถูก

“ปะ...เปล่าครับ” กวินรีบปิดสมุดลงโดยอัตโนมัติ แต่ก็ช้าไปเสียแล้ว

“เปิดดิ๊” ภาคินสั่งเสียงเรียบ

“กูเห็นแล้ว”

กวินลังเลอยู่ครู่หนึ่ง แต่สายตาคมกริบที่จ้องมาทำให้เขาไม่กล้าขัดขืน เด็กหนุ่มค่อยๆ เปิดสมุดออกอีกครั้งด้วยหัวใจที่เต้นระรัว

ภาคินก้มลงมองภาพวาดป่าสนในจินตนาการนั้นนิ่งๆ อยู่หลายวินาที ก่อนจะแค่นเสียงหัวเราะในลำคอ

“หึ...นี่มันภาพวาดเด็กอนุบาลชัดๆ”

คำพูดนั้นเหมือนค้อนที่ทุบลงมากลางใจของกวินอย่างจัง

“ลายเส้นอ่อนปวกเปียกขนาดนี้...สมแล้วที่เป็นเด็กศิลป์” เขาพูดต่ออย่างไม่ใส่ใจความรู้สึกของคนฟัง

 “เสียเวลาเปล่าว่ะ เอาเวลาไปทำอะไรที่มันมีประโยชน์กว่านี้ดีไหม”

แต่ละคำ...แต่ละประโยค...มันเหมือนเข็มนับพันเล่มที่ทิ่มแทงเข้ามาในจุดที่บอบบางที่สุดของกวิน

ที่ผ่านมา...เขาโดนด่า โดนตะคอก โดนดูถูก แต่เขาก็ยังทนได้ เพราะมันเป็นแค่เรื่องภายนอก แต่ครั้งนี้...มันต่างออกไป

ภาคินกำลังวิจารณ์...กำลังดูถูกในสิ่งที่เขารักที่สุด...ศิลปะของเขา...ตัวตนของเขา...

กวินพยายามแล้ว...พยายามจะบอกตัวเองว่านี่เป็นแค่การเก็บข้อมูล เขาต้องมีสติ ต้องเป็นนักวิจัยที่ใจเย็น แต่เขาก็ทำไม่ได้...

ความร้อนผ่าวเริ่มก่อตัวขึ้นที่ขอบตา เขาก้มหน้างุด พยายามจะซ่อนใบหน้าของตัวเอง แต่ก็ไม่อาจซ่อนหยดน้ำอุ่นๆ ที่เริ่มไหลรินลงมาอาบแก้มได้

เขาไม่ได้สะอื้น...ไม่ได้ร้องไห้โฮ...มีเพียงหยดน้ำตาเงียบๆ ที่ไหลออกมาไม่หยุด มันคือหยดน้ำตาของความเสียใจ...ความน้อยใจ...และความผิดหวัง

ภาคินที่กำลังจะอ้าปากพูดอะไรต่อต้องชะงักงันไปในทันที เมื่อเขาเห็นว่าไหล่เล็กๆ ของคนตรงหน้ากำลังสั่นเทาเบาๆ และเมื่อก้มลงมองดีๆ เขาก็เห็นหยดน้ำที่หยดลงบนหน้ากระดาษ...

‘ฉิบหาย...’

นั่นคือคำแรกที่ผุดขึ้นมาในหัวของภาคิน เขาแค่ตั้งใจจะแกล้งเล่นๆ ตามประสาคนปากเสีย เขาคาดว่าอีกฝ่ายจะเถียงกลับ หรือไม่ก็กลัวจนตัวหดเหมือนทุกที แต่เขาไม่เคยคาดคิดเลยว่าจะได้เห็นภาพนี้...ภาพของเด็กหนุ่มที่กำลังร้องไห้เงียบๆ เพราะคำพูดของเขา

ความรู้สึกผิดจู่โจมเข้าใส่หัวใจของเขาอย่างจังจนตั้งตัวไม่ติด ออร่ามาคุที่เคยแผ่ออกมามลายหายไปในพริบตา เหลือเพียงชายหนุ่มที่ยืนทำอะไรไม่ถูก

“เฮ้ย...กู...”

เขาพยายามจะพูดอะไรบางอย่าง แต่เสียงกลับจุกอยู่ในลำคอ คำขอโทษที่ควรจะพูดออกไปมันช่างหนักอึ้งอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน

กวินรีบใช้หลังมือปาดน้ำตาออกอย่างลวกๆ ก่อนจะลุกขึ้นยืนแล้วเก็บของใส่กระเป๋าอย่างรวดเร็วโดยไม่ยอมมองหน้าภาคินแม้แต่น้อย

“ผมขอตัวก่อนนะครับ” เขาพูดเสียงสั่นเครือ แล้วก็รีบเดินจากไปทันที

ภาคินได้แต่ยืนนิ่งมองตามแผ่นหลังเล็กๆ ที่เดินจากไปจนลับสายตา ในหัวของเขาว่างเปล่าไปหมด...

ความรู้สึกผิด...มันหนักอึ้งกว่าที่เขาคิดไว้มาก

เขาไม่ได้แค่ทำให้เด็กคนนั้นกลัว...แต่ครั้งนี้...เขาทำให้เด็กคนนั้น ‘เสียใจ’

และนั่น...ได้เปลี่ยนทุกอย่างไปโดยสิ้นเชิง

จุดเปลี่ยนที่สำคัญที่สุดของการวิจัยครั้งนี้...ไม่ได้เกิดขึ้นกับนักวิจัย...แต่กลับเกิดขึ้นกับ ‘เป้าหมาย’ ของการวิจัยเสียเอง

Continuez à lire ce livre gratuitement
Scanner le code pour télécharger l'application

Latest chapter

  • รักคนเถื่อน    ตอนที่ 6: จูบในคืนที่เมามาย

    ฝั่งภาคิน...ภาพหยดน้ำตาเงียบๆ ของเด็กหนุ่มคณะศิลปกรรมคนนั้น มันตามหลอกหลอนภาคินไปตลอดทั้งบ่าย เขานั่งเรียนไม่รู้เรื่อง สมองที่เคยใช้คำนวณสูตรฟิสิกส์ที่ซับซ้อน ตอนนี้กลับเอาแต่ฉายภาพใบหน้าที่เจ็บปวดของกวินซ้ำไปซ้ำมา‘แค่คำพูดไม่กี่คำ...ทำไมมันถึงได้รู้สึกผิดขนาดนี้วะ’ภาคินไม่เคยเป็นแบบนี้มาก่อน ปกติเขาจะปากเสียหรือแกล้งใคร เขาก็ไม่เคยใส่ใจผลที่ตามมา แต่ครั้งนี้มันต่างออกไป...ความเงียบและการเดินจากไปของกวิน มันทิ้งความรู้สึกหน่วงหนักไว้ในอกของเขาอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน“ไอ้ภาคิน มึงเป็นไรวะ นั่งซึมเป็นหมาป่วยเลย”เจตทักขึ้นเมื่อเห็นเขาเอาแต่นั่งเขี่ยบุหรี่ในมือเล่นโดยไม่ยอมจุดมันขึ้นมาสูบ“เสือก” เขาตอบกลับไปตามสไตล์ แต่เป็นคำด่าที่ไร้ซึ่งอารมณ์โดยสิ้นเชิง“แหม่...ปากดีเหมือนเดิม แต่สายตามึงนี่โคตรเศร้าเลยว่ะ” นนท์เสริม“อกหักเหรอวะ?”ภาคินไม่ตอบ เขาแค่ลุกขึ้นยืนแล้วเดินออกจากกลุ่มไป ทิ้งให้เพื่อนมองตามอย่างงงๆคืนนั้น...ภาคินตัดสินใจทำในสิ่งที่เขาชอบทำเวลาที่รู้สึกแย่...เขาไปดื่มเหล้า และดื่มอย่างหนักหน่วง กะว่าจะให้แอลกอฮอล์มันล้างความรู้สึกผิดบ้าๆ นี้ออกไปจากหัว แต่ยิ่งดื่ม...ภาพ

  • รักคนเถื่อน    ตอนที่ 5: หยดน้ำตาแรกของนักวิจัย

    ‘วัตถุพยานหมายเลข 1’ หรือที่คนทั่วไปเรียกว่า ‘บุหรี่’ ได้กลายเป็นศูนย์กลางจักรวาลของกวินไปโดยปริยายตลอดหลายวันที่ผ่านมา เด็กหนุ่มปฏิบัติต่อมันราวกับเป็นสมบัติล้ำค่าจากสุสานฟาโรห์ เขาเก็บมันไว้ในกล่องเหล็กอย่างดี และจะนำออกมาพินิจพิเคราะห์ก็ต่อเมื่ออยู่คนเดียวในห้องเท่านั้นเขาทั้งดม...ซึ่งให้ผลลัพธ์เป็นกลิ่นยาสูบจางๆ ผสมกับกลิ่นโคโลญจน์เฉพาะตัวของใครบางคนที่ทำให้หัวใจเต้นผิดจังหวะ ทั้งลองเอามาคีบระหว่างนิ้วทำท่าเหมือนจะสูบจริงๆ หน้ากระจก ก่อนจะรีบวางลงแล้วส่ายหัวอย่างแรงกับความคิดบ้าๆ ของตัวเอง“มึงจะทำพิธีปลุกเสกมันรึไงวะ” ต้าถามขึ้นในเช้า เมื่อเห็นกวินกำลังจ้องมองกล่องเหล็กใบนั้นด้วยสายตาที่ลึกซึ้งเกินเบอร์“นี่คือข้อมูล” กวินตอบกลับเสียงขรึม“การกระทำของเป้าหมายในวันนั้นมันอยู่นอกเหนือทุกทฤษฎี มันคือตัวแปรที่เราต้องทำความเข้าใจ”“กูว่ามันคือการแกล้งเด็กว่ะ” โอมสรุปอย่างง่ายๆ“เขาเห็นมึงกลัว เขาก็เลยยิ่งอยากแกล้งให้มึงสับสนเล่น มันคือจิตวิทยาการล่าเหยื่อของนักล่า”คำว่า ‘ล่าเหยื่อ’ ทำให้กวินรู้สึกร้อนๆ หนาวๆ แต่ความรู้สึก ‘หวั่นไหว’ ที่เกิดขึ้นทุกครั้งที่นึกถึงเหตุการณ์นั้นมันก็ยัง

  • รักคนเถื่อน    ตอนที่ 4: ของแทนใจ (แบบเถื่อนๆ) หรือกับดักมรณะ?

    ข่าว ‘กระต่ายกัดเสือ’ ณ สนามฟุตบอล กลายเป็นหัวข้อสนทนาหลักในกลุ่มของกวินไปโดยปริยาย ต้าเล่าเหตุการณ์นั้นด้วยสีหน้าภาคภูมิใจราวกับเป็นวีรกรรมของตัวเอง ส่วนโอมก็มองเพื่อนรักด้วยสายตาที่ผสมปนเประหว่างความเป็นห่วงกับความขบขัน“มึงคือผู้กล้าหาญแห่งคณะศิลปกรรมศาสตร์!” ต้าตบบ่ากวินป้าบๆ “คนที่กล้ายืนต่อกรกับเทพเจ้าสงครามแห่งวิศวะฯ ตัวต่อตัว!”“กูว่ามึงแค่โชคดีมากกว่า” โอมแย้งพลางจิ้มหลอดลงในแก้วชานม“อย่าไปโป๊กเกอร์เฟซใส่เขาบ่อยนักเลย เดี๋ยวโชคไม่เข้าข้างขึ้นมา กูไม่อยากไปเยี่ยมมึงที่โรงพยาบาลนะ”กวินไม่ได้สนใจคำพูดของเพื่อนทั้งสองคน เขากำลังจดจ่ออยู่กับ ‘บันทึกการวิจัยภาคสนาม’ ในสมุดของเขา หน้ากระดาษเต็มไปด้วยแผนผังความคิดและลูกศรโยงไปมา“มันไม่ใช่เรื่องโชค” กวินพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงของนักวิชาการ “มันคือการตอบสนองต่อตัวแปรที่ไม่คาดคิด จากการวิเคราะห์ข้อมูลเมื่อวานนี้ กูตั้งทฤษฎีได้ว่า ‘โหมดปกติ’ ของเป้าหมาย สามารถถูกกระตุ้นได้ด้วยสภาพแวดล้อมที่ผ่อนคลาย เช่น การออกกำลังกาย และ ‘โหมดเบอร์เซิร์กเกอร์’ จะถูกเปิดใช้งานเมื่อถูกคุกคามหรือรู้สึกว่าถูกล้ำเส้น แต่สิ่งที่น่าสนใจคือ...การตอบโต้ของกูเมื

  • รักคนเถื่อน    ตอนที่ 3: ระบบรวน หรือ กระต่ายกัดเสือ?

    สัปดาห์ต่อมา กวินใช้ชีวิตราวกับสายลับในหนังสงครามเย็น หายนะที่โรงอาหารได้ยกระดับความหวาดระแวงของเขาขึ้นสู่ขีดสุด แผนที่ในสมองของเขาถูกอัปเดตจนแทบจะเป็นแผนที่ดาวเทียมเรียลไทม์ เขาสามารถบอกได้ว่าช่วงเวลาไหนที่กลุ่มนักศึกษาวิศวะฯ มักจะเคลื่อนพล และเส้นทางไหนคือเส้นทางอพยพที่ปลอดภัยที่สุด“กูว่ามึงใกล้จะบ้าแล้วนะกวิน”ต้าพูดขึ้นขณะที่เห็นเพื่อนรักกำลังใช้แอปพลิเคชันแผนที่ในมือถือซูมเข้าซูมออกบริเวณรอบตึกวิศวะฯ อย่างเคร่งเครียด“นี่มึงจะคำนวณวิถีกระสุนของพี่เขาเลยรึไง”“การเตรียมพร้อมคือหัวใจของการเอาตัวรอด” กวินตอบโดยไม่ละสายตาจากจอ “มิสไซล์นำวิถีลูกนั้นน่ากลัวเกินไป เราประมาทไม่ได้”โอมที่กำลังดูดชานมไข่มุกอยู่ข้างๆ ส่ายหัวเบาๆ “กูว่าพี่เขาคงลืมเรื่องพวกมึงไปแล้วมั้ง ป่านนี้เสื้อเขาคงขาวเหมือนเดิมแล้ว”“แกไม่เข้าใจหรอกโอม” กวินหันมาพูดด้วยแววตาจริงจัง “เราได้ทำการ ‘ล็อกเป้า’ กับเขาไปแล้วสองครั้งโดยไม่ได้ตั้งใจ ตอนนี้เราอยู่ในเรดาร์ของเขาแล้ว มันไม่ใช่เรื่องที่จะลืมกันได้ง่ายๆ”ความหวาดระแวงขั้นสุดทำให้จิตวิญญาณศิลปินของกวินเริ่มห่อเหี่ยว เขาต้องการพื้นที่ปลอดภัยเพื่อชาร์จพลังใจและปลดป

  • รักคนเถื่อน    ตอนที่ 2: ภารกิจหลบหลีกและการเซ่นไหว้ด้วยน้ำแดง

    หลายวันผ่านไปนับตั้งแต่การเผชิญหน้ากับ ‘ลาสบอส’ แห่งคณะวิศวกรรมศาสตร์ ชีวิตของกวินก็เปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง เขากลายเป็นนักยุทธศาสตร์การเอาตัวรอดเต็มขั้น สมุดสเก็ตช์ภาพของเขานอกจากจะมีภาพวาดทิวทัศน์แล้ว หน้าหลังสุดยังถูกอุทิศให้เป็น ‘แผนที่เอาตัวรอดฉบับกวินและผองเพื่อน’ อย่างลับๆแผนที่นั้นระบุโซนต่างๆ ในมหาวิทยาลัยด้วยสีที่แตกต่างกันอย่างชัดเจนโซนสีเขียว (Green Zone): เขตปลอดภัยสูงสุด เช่น ตึกคณะศิลปกรรม, ห้องสมุดมุมในสุด, และร้านป้าน้ำปั่นหลังคณะสถาปัตย์ฯ เป็นพื้นที่ที่โอกาสเจอบอสเท่ากับศูนย์โซนสีเหลือง (Yellow Zone): เขตต้องระวัง เช่น ลานกิจกรรมกลาง, สนามฟุตบอล, และโรงอาหารส่วนใหญ่ มีโอกาสเจอบอสได้ แต่สามารถหลบหลีกได้หากมีการสอดแนมที่ดีโซนสีแดง (Red Zone): เขตอันตรายสูงสุด! ได้แก่ ตึกคณะวิศวกรรมศาสตร์และพื้นที่โดยรอบในรัศมีหนึ่งร้อยเมตร การย่างเท้าเข้าไปเทียบเท่ากับการกดปุ่ม ‘ยอมแพ้’ ให้กับชีวิต“มึง...กูว่ามึงจริงจังเกินไปแล้วนะ” ต้าพูดขึ้นในตอนเช้า ขณะที่กวินกำลังพาเพื่อนเดินอ้อมโลกเพื่อไปยังโรงอาหารที่ไกลออกไป แต่เป็นโซนสีเขียวตามแผนที่“ความปลอดภัยต้องมาก่อน” กวินตอบด้วยสีหน้

  • รักคนเถื่อน    ตอนที่ 1: การพบกันครั้งแรกกับบอสประจำเซิร์ฟเวอร์

    แสงแดดอ่อนๆ ของต้นเทอมสาดส่องลงมากระทบกับกลุ่มนักศึกษาใหม่ที่กำลังเบียดเสียดกันอยู่ในลานกิจกรรมขนาดใหญ่ของมหาวิทยาลัย เสียงจอแจดังอื้ออึงราวกับตลาดนัดขนาดใหญ่ที่รวมเอาความตื่นเต้น ความฝัน และความประหม่าของเด็กหนุ่มสาวนับพันคนมาไว้ในที่เดียว บูธจากคณะต่างๆ ถูกตั้งขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ บ้างก็ตกแต่งอย่างสวยงามตามธีม บ้างก็เปิดเพลงดังกระหึ่มเพื่อเรียกร้องความสนใจและท่ามกลางความวุ่นวายนั้น ‘กวิน’ เฟรชชี่ปีหนึ่งจากคณะศิลปกรรมศาสตร์ กำลังยืนกะพริบตาปริบๆ ราวกับลูกแมวที่เพิ่งหลุดเข้ามาในโลกกว้างเป็นครั้งแรก ในหัวของเขามีฟิลเตอร์สีรุ้งฟรุ้งฟริ้งเคลือบทุกอย่างที่มองเห็นเอาไว้ มหาวิทยาลัยในฝันที่เขาเห็นแต่ในซีรีส์ บัดนี้เขาได้เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของมันแล้วจริงๆ“โอ้โห...มึงดูบูธนิเทศฯ ดิ อย่างกับหลุดมาจากบรอดเวย์” ‘ต้า’ เพื่อนสนิทร่างท้วมที่ยืนอยู่ข้างๆ ชี้ชวนให้ดูด้วยแววตาตื่นตะลึง ที่บูธนั้นมีรุ่นพี่แต่งตัวเป็นตัวละครแปลกๆ เต้นกันอย่างหลุดโลก“แล้วดูทางนู้น...บูธบริหารฯ อย่างกับประชุมบอร์ดผู้บริหาร”‘โอม’ เพื่อนอีกคนที่สุขุมกว่าเสริมขึ้น พยักพเยิดไปยังกลุ่มรุ่นพี่ในชุดสูทที่ยืนแจกแผ่นพับด้วยมาดนั

Plus de chapitres
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status