Accueil / วัยรุ่น / รักคนเถื่อน / ตอนที่ 4: ของแทนใจ (แบบเถื่อนๆ) หรือกับดักมรณะ?

Partager

ตอนที่ 4: ของแทนใจ (แบบเถื่อนๆ) หรือกับดักมรณะ?

last update Date de publication: 2025-07-14 14:03:56

ข่าว ‘กระต่ายกัดเสือ’ ณ สนามฟุตบอล กลายเป็นหัวข้อสนทนาหลักในกลุ่มของกวินไปโดยปริยาย ต้าเล่าเหตุการณ์นั้นด้วยสีหน้าภาคภูมิใจราวกับเป็นวีรกรรมของตัวเอง ส่วนโอมก็มองเพื่อนรักด้วยสายตาที่ผสมปนเประหว่างความเป็นห่วงกับความขบขัน

“มึงคือผู้กล้าหาญแห่งคณะศิลปกรรมศาสตร์!” ต้าตบบ่ากวินป้าบๆ

 “คนที่กล้ายืนต่อกรกับเทพเจ้าสงครามแห่งวิศวะฯ ตัวต่อตัว!”

“กูว่ามึงแค่โชคดีมากกว่า” โอมแย้งพลางจิ้มหลอดลงในแก้วชานม

“อย่าไปโป๊กเกอร์เฟซใส่เขาบ่อยนักเลย เดี๋ยวโชคไม่เข้าข้างขึ้นมา กูไม่อยากไปเยี่ยมมึงที่โรงพยาบาลนะ”

กวินไม่ได้สนใจคำพูดของเพื่อนทั้งสองคน เขากำลังจดจ่ออยู่กับ ‘บันทึกการวิจัยภาคสนาม’ ในสมุดของเขา หน้ากระดาษเต็มไปด้วยแผนผังความคิดและลูกศรโยงไปมา

“มันไม่ใช่เรื่องโชค” กวินพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงของนักวิชาการ

 “มันคือการตอบสนองต่อตัวแปรที่ไม่คาดคิด จากการวิเคราะห์ข้อมูลเมื่อวานนี้ กูตั้งทฤษฎีได้ว่า ‘โหมดปกติ’ ของเป้าหมาย สามารถถูกกระตุ้นได้ด้วยสภาพแวดล้อมที่ผ่อนคลาย เช่น การออกกำลังกาย และ ‘โหมดเบอร์เซิร์กเกอร์’ จะถูกเปิดใช้งานเมื่อถูกคุกคามหรือรู้สึกว่าถูกล้ำเส้น แต่สิ่งที่น่าสนใจคือ...การตอบโต้ของกูเมื่อวานนี้ มันทำให้ระบบของเขาเกิดอาการ ‘รวน’ ชั่วขณะ”

ต้ากับโอมมองหน้ากันปริบๆ ก่อนที่ต้าจะถามขึ้น

“สรุปก็คือ...มึงไปทำให้เขาแฮงก์เหรอวะ?”

“ประมาณนั้น” กวินพยักหน้าอย่างจริงจัง

“ดังนั้น เพื่อยืนยันสมมติฐานนี้ เราจำเป็นต้องเก็บข้อมูลเพิ่มเติม...เราต้องทำการสังเกตการณ์ในระยะที่ใกล้ขึ้น”

“ไม่!!!”  ต้ากับโอมประสานเสียงกันโดยไม่ได้นัดหมาย

แต่สุดท้าย...ด้วยการหว่านล้อม (แกมบังคับ) ของหัวหน้าทีมวิจัยจำเป็น ทั้งสามก็มาปรากฏตัวที่ร้านกาแฟใต้ตึกคณะวิทยาศาสตร์ ซึ่งเป็นพื้นที่ที่อยู่ไม่ไกลจากตึกวิศวะฯ มากนัก แต่ก็ยังพอจะจัดอยู่ใน ‘โซนสีเหลือง’ ที่ต้องเฝ้าระวังสูงสุดได้

ภารกิจในวันนี้คือ ‘การสังเกตการณ์พฤติกรรมของเป้าหมายในถิ่นอาศัย’

กวินเลือกโต๊ะริมหน้าต่างที่สามารถมองเห็นทางเดินหลักระหว่างตึกได้อย่างชัดเจน เขาแสร้งทำเป็นนั่งสเก็ตช์ภาพวิวทิวทัศน์ แต่ดวงตากลับคอยชำเลืองมองออกไปข้างนอกตลอดเวลา ส่วนเพื่อนอีกสองคนก็ทำทีเป็นนั่งอ่านหนังสือ แต่ก็แอบส่งสายตาให้กันเป็นระยะๆ ราวกับกำลังทำภารกิจลับระดับชาติ

เวลาผ่านไปเกือบชั่วโมง...ไร้วี่แววของเป้าหมาย

“กูว่าเขาน่าจะเลิกคลาสแล้วกลับหอไปแล้วมั้ง” ต้าเริ่มหมดความอดทน

“นั่นสิ กลับกันเถอะ” โอมเห็นด้วย

แต่ในจังหวะที่พวกเขากำลังจะเก็บของนั่นเอง...เงาตะคุ่มของร่างสูงที่คุ้นเคยก็ปรากฏขึ้นที่ปลายสายตา

ภาคินกำลังเดินมากับกลุ่มเพื่อนของเขา...และกำลังมุ่งหน้ามาทางนี้!

‘เป้าหมายปรากฏตัวแล้ว! ทุกหน่วยเตรียมพร้อมรับสถานการณ์!’ กวินกรีดร้องในใจ เขาหดตัวลงเล็กน้อย พยายามใช้สมุดสเก็ตช์บังหน้าตัวเองให้มากที่สุด

กลุ่มของภาคินเดินมาหยุดอยู่ที่หน้าร้านกาแฟเพื่อคุยกันต่ออีกเล็กน้อยก่อนจะแยกย้าย และในจังหวะที่เพื่อนๆ ของเขาเดินจากไปแล้ว ภาคินที่ควรจะเดินตรงไปยังลานจอดรถ กลับหยุดชะงัก...แล้วหันมามองตรงมายังร้านกาแฟ...ตรงมายังโต๊ะที่กวินนั่งอยู่

ดวงตาคมกริบคู่นั้นสบเข้ากับดวงตาของกวินที่เบิกกว้างอยู่ในภาวะตื่นตระหนกอย่างจัง

‘ชะ...ฉิบหายแล้ว! โดนจับได้แล้ว! เขาเห็นเราแล้ว! มิสไซล์ล็อกเป้าแล้ว!’

กวินรู้สึกเหมือนเวลาหยุดหมุน หัวใจของเขาเต้นรัวเหมือนกลองสงคราม เขาเห็นภาคินแสยะยิ้มมุมปากเล็กน้อย ก่อนจะก้าวเท้าเดินตรงเข้ามาในร้าน...แล้วมาหยุดยืนอยู่ข้างโต๊ะของเขา

“...”

“...”

ความเงียบเข้าปกคลุมโต๊ะของพวกเขาทันที ต้ากับโอมแกล้งทำเป็นไม่รับรู้และก้มหน้าอ่านหนังสือต่อไปอย่างแข็งขัน

‘เขาจะทำอะไร? เขาจะทำอะไร? เขาจะปล่อยสกิลไม้ตายใส่เรากลางร้านกาแฟเลยเหรอ? ไม่นะ! ที่นี่มีพลเรือนผู้บริสุทธิ์อยู่เต็มไปหมด!’ กวินคิดอย่างสับสนอลหม่าน

ภาคินยืนกอดอกมองเด็กหนุ่มตรงหน้าที่ทำตัวเหมือนเต่าพยายามจะหดหัวเข้ากระดองอยู่ครู่หนึ่ง ในใจของเขาก็นึกขำอยู่ไม่น้อย

 ‘ไอ้เด็กนี่...เมื่อวานยังทำใจกล้าอยู่เลย วันนี้กลับมากลัวหัวหดเหมือนเดิมอีกแล้ว’ ความรู้สึกอยากจะแกล้งผุดขึ้นมาอย่างห้ามไม่อยู่

เขาล้วงหยิบซองบุหรี่ออกมาจากกระเป๋ากางเกง เคาะมันเบาๆ ที่หลังมือจนมีบุหรี่มวนหนึ่งเลื่อนออกมา ก่อนจะยื่นมันไปตรงหน้ากวิน...

กวินที่กำลังอยู่ในภาวะสมองขาวโพลน มองบุหรี่มวนนั้นสลับกับใบหน้าหล่อเหลาที่อ่านอารมณ์ไม่ออกของภาคินอย่างงุนงง

‘อะไร...นี่คืออะไร? การประกาศสงครามรูปแบบใหม่เหรอ? หรือเป็นกับดัก? ถ้าเรารับมามันจะระเบิดไหม? หรือว่านี่คือการท้าทาย? เขาท้าให้เราดวลบุหรี่กับเขางั้นเหรอ!?’

สมองของนักวิจัยทำงานอย่างหนักเพื่อวิเคราะห์สถานการณ์ตรงหน้า

‘หรือว่า...นี่จะเป็นธรรมเนียมการทักทายของเผ่าวิศวะฯ? เหมือนที่ชนเผ่าอินเดียแดงยื่นไปป์ให้กันเพื่อแสดงความเป็นมิตร? หรือว่า...นี่คือของขวัญ! เหมือนที่อีกาคาบของมาให้คนที่มันถูกใจ!? เดี๋ยวนะ! ทำไมความคิดสุดท้ายมันแปลกๆ!’

“มะ...ไม่เป็นไรครับ” กวินรวบรวมสติที่กระจัดกระจายแล้วตอบกลับไปเสียงสั่น

 “ผะ...ผมไม่สูบครับ”

ภาคินเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย แต่ก็ไม่ได้ดึงบุหรี่กลับ เขาแค่จ้องหน้ากวินนิ่งๆ เป็นการกดดันทางสายตา

กวินรู้สึกเหมือนเหงื่อแตกพลั่กๆ เขากลืนน้ำลายอย่างยากลำบาก

“ไม่...ไม่เป็นไรจริงๆ ครับ ขอบคุณครับ”

ภาคินแค่นเสียงในลำคอเบาๆ ก่อนจะทำในสิ่งที่ไม่มีใครคาดคิด เขายื่นมือออกมา...แล้วยัดบุหรี่มวนนั้นใส่มือของกวินที่วางอยู่บนโต๊ะเบาๆ

“ให้”

เขาพูดสั้นๆ เพียงคำเดียว แล้วก็หมุนตัวเดินออกจากร้านไป ทิ้งให้กวินนั่งแข็งเป็นหิน มือยังคงกำ ‘วัตถุพยานชิ้นสำคัญ’ เอาไว้แน่น

หลังจากที่แน่ใจว่าภาคินไปไกลแล้ว ต้ากับโอมก็รีบโผเข้ามาทันที

“เฮ้ย! เมื่อกี้มันอะไรวะ!” ต้าถามอย่างตื่นเต้น

“เขายื่น ‘สาส์นท้ารบ’ ให้มึงเหรอ?”

“กูว่ามันคือกับดักแน่ๆ” โอมพูดด้วยสีหน้าเคร่งเครียด

“ในนั้นอาจจะมียาพิษ หรือเครื่องติดตามตัวอยู่ก็ได้ ทิ้งมันไปเลยกวิน!”

แต่กวินกลับไม่สนใจ เขาค่อยๆ คลายมือออกแล้วจ้องมองบุหรี่มวนสีขาวในมือนิ่ง มันเป็นแค่บุหรี่ธรรมดาๆ แต่ไม่รู้ทำไม...เขากลับรู้สึกว่ามันพิเศษอย่างประหลาด ปลายนิ้วของเขาสัมผัสได้ถึงความอุ่นจางๆ ที่ภาคินทิ้งไว้ กลิ่นยาสูบอ่อนๆ ที่ผสมกับกลิ่นน้ำหอมผู้ชายจางๆ ของคนให้...มันทำให้หัวใจของเขาเต้นผิดจังหวะไปอย่างไม่มีเหตุผล

ไม่ใช่เพราะความกลัว...แต่เป็นความรู้สึกที่เขาไม่เคยรู้จักมาก่อน...

คืนนั้น กวินนำบุหรี่มวนนั้นมาเก็บใส่กล่องเหล็กเล็กๆ อย่างดี เขานั่งมองมันอยู่พักใหญ่ก่อนจะเปิดบันทึกการวิจัยของเขาขึ้นมาอีกครั้ง

ผลการสังเกตการณ์ภาคสนามครั้งล่าสุด: เป้าหมายมีพฤติกรรมที่อยู่นอกเหนือการคาดการณ์...มีการมอบ ‘วัตถุ’ ที่ไม่สามารถระบุเจตนาที่แท้จริงได้

สมมติฐานใหม่: นอกเหนือจาก ‘โหมดปกติ’ และ ‘โหมดเบอร์เซิร์กเกอร์’ อาจมี ‘โหมดสุ่ม’ ที่ทำงานโดยไร้ซึ่งตรรกะ...

ข้อควรระวัง: การเข้าใกล้เป้าหมาย อาจส่งผลกระทบต่อสภาพจิตใจของนักวิจัยโดยตรง...ทำให้เกิดอาการ...ใจสั่น

กวินรีบปิดสมุดลงทันที ใบหน้าของเขารู้สึกร้อนผ่าวขึ้นมาอย่างไม่มีสาเหตุ

ความกลัวยังคงอยู่...แต่ดูเหมือนว่าตอนนี้...มันกำลังจะมีเพื่อนใหม่ที่ชื่อว่า ‘ความหวั่นไหว’ เข้ามาอยู่ด้วยเสียแล้ว

Continuez à lire ce livre gratuitement
Scanner le code pour télécharger l'application

Dernier chapitre

  • รักคนเถื่อน    ตอนที่ 6: จูบในคืนที่เมามาย

    ฝั่งภาคิน...ภาพหยดน้ำตาเงียบๆ ของเด็กหนุ่มคณะศิลปกรรมคนนั้น มันตามหลอกหลอนภาคินไปตลอดทั้งบ่าย เขานั่งเรียนไม่รู้เรื่อง สมองที่เคยใช้คำนวณสูตรฟิสิกส์ที่ซับซ้อน ตอนนี้กลับเอาแต่ฉายภาพใบหน้าที่เจ็บปวดของกวินซ้ำไปซ้ำมา‘แค่คำพูดไม่กี่คำ...ทำไมมันถึงได้รู้สึกผิดขนาดนี้วะ’ภาคินไม่เคยเป็นแบบนี้มาก่อน ปกติเขาจะปากเสียหรือแกล้งใคร เขาก็ไม่เคยใส่ใจผลที่ตามมา แต่ครั้งนี้มันต่างออกไป...ความเงียบและการเดินจากไปของกวิน มันทิ้งความรู้สึกหน่วงหนักไว้ในอกของเขาอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน“ไอ้ภาคิน มึงเป็นไรวะ นั่งซึมเป็นหมาป่วยเลย”เจตทักขึ้นเมื่อเห็นเขาเอาแต่นั่งเขี่ยบุหรี่ในมือเล่นโดยไม่ยอมจุดมันขึ้นมาสูบ“เสือก” เขาตอบกลับไปตามสไตล์ แต่เป็นคำด่าที่ไร้ซึ่งอารมณ์โดยสิ้นเชิง“แหม่...ปากดีเหมือนเดิม แต่สายตามึงนี่โคตรเศร้าเลยว่ะ” นนท์เสริม“อกหักเหรอวะ?”ภาคินไม่ตอบ เขาแค่ลุกขึ้นยืนแล้วเดินออกจากกลุ่มไป ทิ้งให้เพื่อนมองตามอย่างงงๆคืนนั้น...ภาคินตัดสินใจทำในสิ่งที่เขาชอบทำเวลาที่รู้สึกแย่...เขาไปดื่มเหล้า และดื่มอย่างหนักหน่วง กะว่าจะให้แอลกอฮอล์มันล้างความรู้สึกผิดบ้าๆ นี้ออกไปจากหัว แต่ยิ่งดื่ม...ภาพ

  • รักคนเถื่อน    ตอนที่ 5: หยดน้ำตาแรกของนักวิจัย

    ‘วัตถุพยานหมายเลข 1’ หรือที่คนทั่วไปเรียกว่า ‘บุหรี่’ ได้กลายเป็นศูนย์กลางจักรวาลของกวินไปโดยปริยายตลอดหลายวันที่ผ่านมา เด็กหนุ่มปฏิบัติต่อมันราวกับเป็นสมบัติล้ำค่าจากสุสานฟาโรห์ เขาเก็บมันไว้ในกล่องเหล็กอย่างดี และจะนำออกมาพินิจพิเคราะห์ก็ต่อเมื่ออยู่คนเดียวในห้องเท่านั้นเขาทั้งดม...ซึ่งให้ผลลัพธ์เป็นกลิ่นยาสูบจางๆ ผสมกับกลิ่นโคโลญจน์เฉพาะตัวของใครบางคนที่ทำให้หัวใจเต้นผิดจังหวะ ทั้งลองเอามาคีบระหว่างนิ้วทำท่าเหมือนจะสูบจริงๆ หน้ากระจก ก่อนจะรีบวางลงแล้วส่ายหัวอย่างแรงกับความคิดบ้าๆ ของตัวเอง“มึงจะทำพิธีปลุกเสกมันรึไงวะ” ต้าถามขึ้นในเช้า เมื่อเห็นกวินกำลังจ้องมองกล่องเหล็กใบนั้นด้วยสายตาที่ลึกซึ้งเกินเบอร์“นี่คือข้อมูล” กวินตอบกลับเสียงขรึม“การกระทำของเป้าหมายในวันนั้นมันอยู่นอกเหนือทุกทฤษฎี มันคือตัวแปรที่เราต้องทำความเข้าใจ”“กูว่ามันคือการแกล้งเด็กว่ะ” โอมสรุปอย่างง่ายๆ“เขาเห็นมึงกลัว เขาก็เลยยิ่งอยากแกล้งให้มึงสับสนเล่น มันคือจิตวิทยาการล่าเหยื่อของนักล่า”คำว่า ‘ล่าเหยื่อ’ ทำให้กวินรู้สึกร้อนๆ หนาวๆ แต่ความรู้สึก ‘หวั่นไหว’ ที่เกิดขึ้นทุกครั้งที่นึกถึงเหตุการณ์นั้นมันก็ยัง

  • รักคนเถื่อน    ตอนที่ 4: ของแทนใจ (แบบเถื่อนๆ) หรือกับดักมรณะ?

    ข่าว ‘กระต่ายกัดเสือ’ ณ สนามฟุตบอล กลายเป็นหัวข้อสนทนาหลักในกลุ่มของกวินไปโดยปริยาย ต้าเล่าเหตุการณ์นั้นด้วยสีหน้าภาคภูมิใจราวกับเป็นวีรกรรมของตัวเอง ส่วนโอมก็มองเพื่อนรักด้วยสายตาที่ผสมปนเประหว่างความเป็นห่วงกับความขบขัน“มึงคือผู้กล้าหาญแห่งคณะศิลปกรรมศาสตร์!” ต้าตบบ่ากวินป้าบๆ “คนที่กล้ายืนต่อกรกับเทพเจ้าสงครามแห่งวิศวะฯ ตัวต่อตัว!”“กูว่ามึงแค่โชคดีมากกว่า” โอมแย้งพลางจิ้มหลอดลงในแก้วชานม“อย่าไปโป๊กเกอร์เฟซใส่เขาบ่อยนักเลย เดี๋ยวโชคไม่เข้าข้างขึ้นมา กูไม่อยากไปเยี่ยมมึงที่โรงพยาบาลนะ”กวินไม่ได้สนใจคำพูดของเพื่อนทั้งสองคน เขากำลังจดจ่ออยู่กับ ‘บันทึกการวิจัยภาคสนาม’ ในสมุดของเขา หน้ากระดาษเต็มไปด้วยแผนผังความคิดและลูกศรโยงไปมา“มันไม่ใช่เรื่องโชค” กวินพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงของนักวิชาการ “มันคือการตอบสนองต่อตัวแปรที่ไม่คาดคิด จากการวิเคราะห์ข้อมูลเมื่อวานนี้ กูตั้งทฤษฎีได้ว่า ‘โหมดปกติ’ ของเป้าหมาย สามารถถูกกระตุ้นได้ด้วยสภาพแวดล้อมที่ผ่อนคลาย เช่น การออกกำลังกาย และ ‘โหมดเบอร์เซิร์กเกอร์’ จะถูกเปิดใช้งานเมื่อถูกคุกคามหรือรู้สึกว่าถูกล้ำเส้น แต่สิ่งที่น่าสนใจคือ...การตอบโต้ของกูเมื

  • รักคนเถื่อน    ตอนที่ 3: ระบบรวน หรือ กระต่ายกัดเสือ?

    สัปดาห์ต่อมา กวินใช้ชีวิตราวกับสายลับในหนังสงครามเย็น หายนะที่โรงอาหารได้ยกระดับความหวาดระแวงของเขาขึ้นสู่ขีดสุด แผนที่ในสมองของเขาถูกอัปเดตจนแทบจะเป็นแผนที่ดาวเทียมเรียลไทม์ เขาสามารถบอกได้ว่าช่วงเวลาไหนที่กลุ่มนักศึกษาวิศวะฯ มักจะเคลื่อนพล และเส้นทางไหนคือเส้นทางอพยพที่ปลอดภัยที่สุด“กูว่ามึงใกล้จะบ้าแล้วนะกวิน”ต้าพูดขึ้นขณะที่เห็นเพื่อนรักกำลังใช้แอปพลิเคชันแผนที่ในมือถือซูมเข้าซูมออกบริเวณรอบตึกวิศวะฯ อย่างเคร่งเครียด“นี่มึงจะคำนวณวิถีกระสุนของพี่เขาเลยรึไง”“การเตรียมพร้อมคือหัวใจของการเอาตัวรอด” กวินตอบโดยไม่ละสายตาจากจอ “มิสไซล์นำวิถีลูกนั้นน่ากลัวเกินไป เราประมาทไม่ได้”โอมที่กำลังดูดชานมไข่มุกอยู่ข้างๆ ส่ายหัวเบาๆ “กูว่าพี่เขาคงลืมเรื่องพวกมึงไปแล้วมั้ง ป่านนี้เสื้อเขาคงขาวเหมือนเดิมแล้ว”“แกไม่เข้าใจหรอกโอม” กวินหันมาพูดด้วยแววตาจริงจัง “เราได้ทำการ ‘ล็อกเป้า’ กับเขาไปแล้วสองครั้งโดยไม่ได้ตั้งใจ ตอนนี้เราอยู่ในเรดาร์ของเขาแล้ว มันไม่ใช่เรื่องที่จะลืมกันได้ง่ายๆ”ความหวาดระแวงขั้นสุดทำให้จิตวิญญาณศิลปินของกวินเริ่มห่อเหี่ยว เขาต้องการพื้นที่ปลอดภัยเพื่อชาร์จพลังใจและปลดป

  • รักคนเถื่อน    ตอนที่ 2: ภารกิจหลบหลีกและการเซ่นไหว้ด้วยน้ำแดง

    หลายวันผ่านไปนับตั้งแต่การเผชิญหน้ากับ ‘ลาสบอส’ แห่งคณะวิศวกรรมศาสตร์ ชีวิตของกวินก็เปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง เขากลายเป็นนักยุทธศาสตร์การเอาตัวรอดเต็มขั้น สมุดสเก็ตช์ภาพของเขานอกจากจะมีภาพวาดทิวทัศน์แล้ว หน้าหลังสุดยังถูกอุทิศให้เป็น ‘แผนที่เอาตัวรอดฉบับกวินและผองเพื่อน’ อย่างลับๆแผนที่นั้นระบุโซนต่างๆ ในมหาวิทยาลัยด้วยสีที่แตกต่างกันอย่างชัดเจนโซนสีเขียว (Green Zone): เขตปลอดภัยสูงสุด เช่น ตึกคณะศิลปกรรม, ห้องสมุดมุมในสุด, และร้านป้าน้ำปั่นหลังคณะสถาปัตย์ฯ เป็นพื้นที่ที่โอกาสเจอบอสเท่ากับศูนย์โซนสีเหลือง (Yellow Zone): เขตต้องระวัง เช่น ลานกิจกรรมกลาง, สนามฟุตบอล, และโรงอาหารส่วนใหญ่ มีโอกาสเจอบอสได้ แต่สามารถหลบหลีกได้หากมีการสอดแนมที่ดีโซนสีแดง (Red Zone): เขตอันตรายสูงสุด! ได้แก่ ตึกคณะวิศวกรรมศาสตร์และพื้นที่โดยรอบในรัศมีหนึ่งร้อยเมตร การย่างเท้าเข้าไปเทียบเท่ากับการกดปุ่ม ‘ยอมแพ้’ ให้กับชีวิต“มึง...กูว่ามึงจริงจังเกินไปแล้วนะ” ต้าพูดขึ้นในตอนเช้า ขณะที่กวินกำลังพาเพื่อนเดินอ้อมโลกเพื่อไปยังโรงอาหารที่ไกลออกไป แต่เป็นโซนสีเขียวตามแผนที่“ความปลอดภัยต้องมาก่อน” กวินตอบด้วยสีหน้

  • รักคนเถื่อน    ตอนที่ 1: การพบกันครั้งแรกกับบอสประจำเซิร์ฟเวอร์

    แสงแดดอ่อนๆ ของต้นเทอมสาดส่องลงมากระทบกับกลุ่มนักศึกษาใหม่ที่กำลังเบียดเสียดกันอยู่ในลานกิจกรรมขนาดใหญ่ของมหาวิทยาลัย เสียงจอแจดังอื้ออึงราวกับตลาดนัดขนาดใหญ่ที่รวมเอาความตื่นเต้น ความฝัน และความประหม่าของเด็กหนุ่มสาวนับพันคนมาไว้ในที่เดียว บูธจากคณะต่างๆ ถูกตั้งขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ บ้างก็ตกแต่งอย่างสวยงามตามธีม บ้างก็เปิดเพลงดังกระหึ่มเพื่อเรียกร้องความสนใจและท่ามกลางความวุ่นวายนั้น ‘กวิน’ เฟรชชี่ปีหนึ่งจากคณะศิลปกรรมศาสตร์ กำลังยืนกะพริบตาปริบๆ ราวกับลูกแมวที่เพิ่งหลุดเข้ามาในโลกกว้างเป็นครั้งแรก ในหัวของเขามีฟิลเตอร์สีรุ้งฟรุ้งฟริ้งเคลือบทุกอย่างที่มองเห็นเอาไว้ มหาวิทยาลัยในฝันที่เขาเห็นแต่ในซีรีส์ บัดนี้เขาได้เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของมันแล้วจริงๆ“โอ้โห...มึงดูบูธนิเทศฯ ดิ อย่างกับหลุดมาจากบรอดเวย์” ‘ต้า’ เพื่อนสนิทร่างท้วมที่ยืนอยู่ข้างๆ ชี้ชวนให้ดูด้วยแววตาตื่นตะลึง ที่บูธนั้นมีรุ่นพี่แต่งตัวเป็นตัวละครแปลกๆ เต้นกันอย่างหลุดโลก“แล้วดูทางนู้น...บูธบริหารฯ อย่างกับประชุมบอร์ดผู้บริหาร”‘โอม’ เพื่อนอีกคนที่สุขุมกว่าเสริมขึ้น พยักพเยิดไปยังกลุ่มรุ่นพี่ในชุดสูทที่ยืนแจกแผ่นพับด้วยมาดนั

Plus de chapitres
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status