Masukคืนนั้นอุษมาโทรคุยกับเพื่อนสนิทคือเมฆ หรือนภธีป์ ลูกชายของเพื่อนอวิกาอีกคน คือนภดาราและพสุ[1]
“ถ้าแกกลัวผีที่บ้านน้ามดก็มานอนบ้านฉันก่อนก็ได้นี่เอื้อ ห้องฉันว่างหรือจะไปนอนกับยายพิม[2]ก็ได้” นภธีป์ออกความเห็น ตอนนี้ชายหนุ่มทำงานอยู่ที่กรุงเทพฯ “ช่วงรอช่างทำประตูหน้าต่างใหม่ คงไม่กี่วันหรอก”
“ขอบใจนะเมฆ งั้นเดี๋ยวฉันเข้าไปหาน้าฟ้า น้าฟ้าอยู่บ้านปะ” อุษมาถามต่อ
“อยู่ แม่อยู่โน่นตลอดแหล่ะ”
นภธีป์ตอบก่อนจะวางสายไป อุษมาเก็บของออกจากร้านตรงไปยังรถยนต์ของตัวเอง เธอมีธุระเรื่องงานต้องไปคุยกับไอยเรศ แต่ตั้งใจจะแวะหานภดาราก่อนเพราะว่าอยู่ทางเดียวกัน
หนึ่งชั่วโมงต่อมา
“มาได้เลยลูก ดีเหมือนกันช่วงนี้บ้านน้าก็อยู่กันแค่สองคน น้ากับยายพิม” นภดาราพูด นางรู้อยู่แล้วจากลูกชายที่โทรมาบอกเมื่อสักครู่
“ขอบคุณค่ะน้าฟ้า” อุษมายกมือไหว้อย่างขอบคุณ
“แต่ว่าบ้านลุงช้างเขาไม่มีผีหรอกลูก มันแค่ดูเงียบเพราะห่างบ้านคนก็ได้” นภดาราแก้ความเข้าใจของหลานสาว ซึ่งเจ้าตัวก็พยักหน้ายอมรับ
“อาจจะจริงค่ะ แต่เอื้อก็กลัวอยู่ดี” เรื่องนั้นเธอเข้าใจ เพราะว่าส่วนหนึ่งบ้านของไอยเรศหรือคุ้มเวียงบัว เดิมเป็นคุ้มของเจ้าเมืองลำพูน มีพื้นที่กว้างมากหลายไร่ มีอาคารไม้และตัวบ้านหลายหลังในพื้นที่เดียว
แม้ว่าช่วงก่อนที่ไอยเรศจะแต่งงานกับพีรยา คู่บ่าวสาวเห็นพ้องตรงกันว่า ควรแบ่งส่วนที่เป็นเรือนโบราณและพื้นที่โดยรอบ ยกให้เป็นสาธารณะสมบัติ และคงเหลือไว้เฉพาะส่วนที่เป็นบ้านและโรงทอเดิมที่ตอนนี้ไม่ได้ใช้แล้วบนเนื้อที่สองไร่เอาไว้ แต่เธอก็ยังรู้สึกถึงความวังเวงเหมือนเดิม ซึ่งเป็นเรื่องปกติของบ้านที่มีอายุมาก
“เข้าใจค่ะ เอื้อกลัวไปเอง แต่ก็นั่นล่ะค่ะ” เธอยิ้มแห้งๆ
ออกจากบ้านนภดาราเธอไปที่เทศบาลเพื่อประชุมในฐานะคู่สัญญากับภาครัฐ โดยที่ร้านอุษมาได้รับออเดอร์การผลิตของที่ระลึกในงานยี่เป็งของปีนี้ ซึ่งนายกเทศมนตรีได้กำชับว่าขอให้ปีนี้ของที่จะจัดทำมีความแปลกใหม่ มีความหมายและใช้ได้จริง
“ยินดีค่ะท่าน เดี๋ยวดิฉันส่งแบบมาให้ผ่านเลขานะคะ” เธอเดินออกจากห้องประชุมหลังจากที่รับรายละเอียดงานทั้งหมดแล้ว จากนั้นตรงไปที่โรงทอของไอยเรศเพื่อคุยเรื่องนี้
“เอื้อคิดว่าจะทำอะไรล่ะลูกปีนี้” ไอยเรศถามเมื่อฟังเธอเล่าคร่าวๆ
“เอื้ออยากทำผ้าคลุมไหล่ค่ะพ่อช้าง แต่อยากได้ลายแปลก กว่าที่เคยทำ ส่วนชิ้นอื่นๆ น่าจะเป็นพวกกระเป๋าเงินใบเล็ก”
ไอยเรศพยักหน้าเห็นด้วย แต่เขายังไม่ทันได้พูดอะไรก็มีเสียงเคาะประตูห้อง จากนั้นมันถูกเปิดออกและมีใครก้าวเข้ามา
“ผมมาแล้วครับพ่อ”
พิชญะมาตามที่เลขาพ่อโทรไปแจ้ง ชายหนุ่มทำหน้าแปลกใจเมื่อเห็นอุษมาอยู่ในห้องด้วย
“นั่งสิลูก พ่อว่าจะให้พีร์ประเดิมงานแรกด้วยการดูแลงานให้พี่เขา” ไอยเรศพยักหน้าไปทางที่หญิงสาวนั่งอยู่ และพูดต่อ “ปีนี้เอื้อเขาได้ออเดอร์จากเทศบาล จัดทำของที่ระลึกในงานยี่เป็งลำพูน”
“อ่อ ครับ” พิชญะรับคำขณะรับเอกสารที่ไอยเรศส่งให้
“น้องเอื้อ เรื่องลายผ้าเดี๋ยวหนูไปดูในสต๊อกนะว่าชอบลายไหน ให้พีร์พาไปแล้วถ้ามีปัญหาอะไรบอกพีร์หรือลุงก็ได้ลูก” ไอยเรศหันไปคุยต่อกับหญิงสาว
“แล้วถ้าผ้าในสต็อกไม่พอจะสั่งทอใหม่ได้ไหมคะพ่อช้าง” เธอถามเมื่อเห็นว่าผ้าแต่ละลายมีจำนวนคงเหลือไม่เท่ากัน
“ผมว่าทอใหม่ทั้งหมดเลยจะดีกว่า ย้อมในล็อตเดียวกันมันคุมการผลิตได้ง่ายกว่า” พิชญะเสนอทำให้ไอยเรศพยักหน้าเห็นด้วย
“งั้นพี่ขอดูผ้าก่อนดีกว่า” อุษมายังไม่อยากสรุป
“โอเคครับ เชิญ”
[1] คู่พระนางจากตราบฟ้าคู่ดิน
[2] พิมพิกา นางเอกจากเรื่องสาปรุธิระ
ธิบดีอยู่คุยต่ออีกครู่ จนกระทั่งการสนทนามาถึง “แล้ว คลินิกที่ลำพูนเป็นยังไงบ้างครับกิจการ”อุษมาเลิกคิ้วเล็กน้อย “คนแน่นค่ะ…เอื้อยังตกใจอยู่เลย ตอนเปิดใหม่ ๆ ก็คิดว่าคงค่อยเป็นค่อยไป”ธิบดีพยักหน้าแบบไม่คิดอะไร แต่เป็นอุษมาเองที่มองหน้าเขา แล้วคิดอะไรออกพอดี“เอ้อ… พูดถึงคลินิก เอื้อเจอพนักงานของคุณบีที่นั่นด้วยนะคะ”ธิบดีขมวดคิ้ว “ใครครับ”“น้องพลอยที่เป็นเลขาคุณไงคะ” อุษมาพูดช้า ๆ “เขามาตรวจครรภ์ค่ะ… พูดถึงตั้งแต่วันนั้นก็ไม่ได้เจออีก แล้วน้องเขาใกล้คลอดหรือยังคะนี่” ธิบดีมีสีหน้าช็อกทันที “พลอยนรา เขาลาออกไปสักพักแล้ว เมื่อกี้คุณเอื้อบอกผมว่าพลอยท้องเหรอ”เขาหยุดเหมือนได้สติ เปลี่ยนท่าทีฉับพลับ “ผมเพิ่งนึกออกว่ามีธุระต้องไปทำ ยินดีด้วยอีกครั้งขอตัวก่อนนะครับ”“ค่ะ” อุษมายิ้มแม้จะงงๆ “ขอบคุณที่มานะคะ”ประตูปิดลงหลังจากที่เขาออกไปอย่างรีบร้อน ทำให้สองหนุ่มสาวหันมามองหน้ากัน“เห็นไหมเอื้อ” เขาพูด “ผมว่าไม่ใช่ลูกน้องกับเจ้านายแล้วแหละ”อุษมาหัวเราะ “พีร์อย่าพูดดัง เดี๋ยวเขากลับมาได้ยินว่าเรานินทา”“รีบขนาดนั้นคงกลับมาหรอก” พิชญะหัวเราะแล้วทำหน้าจริงจัง “เอื้อ
อุษมามองเขานิ่ง ดวงตาเต็มไปด้วยความรู้สึกจนพูดไม่ออก ก่อนจะพยักหน้าเบา ๆ เธอสูดลมหายใจลึก แล้วเงยหน้ามองพิชญะ“เอื้อเข้าไปเองได้ พีร์อยู่รอข้างนอกนะคะ”พิชญะกำมือเธอแน่นขึ้นโดยไม่พูดอะไร เขาพยักหน้าเพียงครั้งเดียว “ผมอยู่ตรงนี้ครับ เอื้อไม่ต้องห่วง”เจ้าหน้าที่เข็นเตียงเข้าห้อง พิชญะเดินตามได้เพียงถึงเส้นสีแดงหน้าประตูห้องผ่าตัดเขาก้มลงหอมหน้าผากเธอเบา ๆ ก่อนที่เตียงจะถูกเข็นผ่านประตูนั้นไป“เดี๋ยวเจอกันนะครับ…”อุษมายิ้มให้เขาก่อนที่ประตูจะค่อย ๆ ปิดลง พิชญะยืนนิ่งอยู่ตรงนั้น เหมือนโลกทั้งใบถูกปิดทิ้งไว้ข้างในพีรยาเดินเร็ว ๆ เข้ามาหาอวิกา “อ้อม… เอื้อเป็นยังไงบ้างตอนนี้”“กำลังเข้าห้องคลอดแล้วล่ะมด” อวิกาตอบยิ้มทั้งน้ำตา “ตาพีร์ก็ไปส่งเอื้อที่หน้าห้องผ่าตัด”พีรยาพยักหน้าเหมือนโล่งใจ แล้วหันไปมองคิมหันต์ “หมอคิม… สวัสดีค่ะ”คิมหันต์พยักหน้ารับอย่างสุภาพ “สวัสดีครับ ผมว่าเราไปหาที่นั่งรอกันดีกว่า”ไอยเรศเดินตามภรรยามาถึงพอดี เขามองคิมหันต์นิดหนึ่ง ก่อนจะยิ้มบาง ๆ “เดี๋ยววันนี้เราคงได้เป็นคุณปู่คุณตาพร้อมกันนะครับหมอคิม”คิมหันต์หัวเราะ “ครับ… มันคงต้องเป็นแบบนั้น”เวลาผ่า
ชายหนุ่มหัวเราะ “ผมพูดเล่นแต่เอื้อจะเอาจริงเหรอ”“จริงสิ” เธอยิ้ม “คนมาหาหมอ ต้องมีอะไรให้เดินดูรอเวลา ของสวยๆ งามๆ”เขามองเธออย่างเอ็นดูผู้หญิงที่ผ่านเรื่องเสียใจมามาก ผ่านช่วงเวลาเจ็บปวดทั้งทางร่างกายและจิตใจมาไม่น้อย แต่เธอยังคิดถึงคนอื่นได้เสมอระหว่างที่อุษมาเดินดูความเรียบร้อยรอบคลินิก สายตาเธอสะดุดกับหญิงสาวคนหนึ่งในชุดทำงานเรียบ ๆใบหน้าคุ้นตาอย่างบอกไม่ถูก อุษมาชะลอฝีเท้าภาพในหัวค่อย ๆ ปะติดปะต่อกัน นึกได้ว่าเธอคนนี้เป็นเลขาของธิบดี“น้องคะ…” เธอเอ่ยทักอย่างสุภาพ “เราเคยเจอกันที่ออฟฟิศคุณธิบดีใช่ไหมคะ พี่คุ้นหน้าน้องจัง”หญิงสาวสะดุ้งเล็กน้อยสีหน้าที่ตกใจเกินเหตุ ทำให้อุษมางง“ค่ะ… ใช่ค่ะ คุณเอื้อ” อีกฝ่ายตอบเร็วเกินไป มือกำกระเป๋าแน่น“คุณเอื้อ… จำพลอยได้ด้วยเหรอคะ”อุษมายิ้ม “จำได้สิคะ วันนั้นน้องพลอยมาส่งเอกสารให้คุณธิบดี”หญิงสาวพยักหน้าแต่สายตาเลิ่กลั่ก เหมือนกำลังกลัวบางอย่างที่อุษมายังมองไม่เห็น“น้องพลอยมาฝากท้องที่นี่เหรอคะ” อุษมาถามตามประสาคนท้องเหมือนกันหญิงสาวชะงักก่อนจะพยักหน้าเบา ๆ “ใช่ค่ะ…”อุษมายิ้มให้อีกครั้งอย่างเป็นมิตร “ยินดีต้อนรับนะคะ ถ้ามีปั
ที่ดินขนาดสองไร่ติดถนนใหญ่ของลำพูน เคยเป็นเพียงผืนดินโล่งที่ถมทิ้งไว้นานเกือบสามปี แต่วันนี้มันไม่ว่างเปล่าอีกต่อไปอาคารสองชั้นเดียวพื้นที่ประมาณสามร้อยตารางเมตร การออกแบบดูเรียบสะอาดตาแต่ถูกต้องตามมาตรฐาน มีป้ายคลีนิกเวชกรรมเฉพาะทางสูติ–นรีเวช ในเครือของรพ.วิชชเวช เด่นอยู่ด้านหน้าท่ามกลางผู้คนที่มากันมากมายในวันเปิดคลินิก มีทั้งบรรดาผู้บริหารและเจ้าของ บุคลากรทางการแพทย์ เจ้าหน้าที่ของคลีนิกและลูกค้าที่รอมาใช้บริการนั้น ไอยเรศยืนมองจากอีกฝั่งถนน เขามองอาคารตรงหน้าอย่างพอใจ“เร็วกว่าที่คิดนะครับคุณหมอ” เขาพูดเบา ๆคิมหันต์ยืนข้าง ๆ พยักหน้า “ที่ดินพร้อม ทีมพร้อม ทุกอย่างเดินพร้อมกันครับ”การก่อสร้างดำเนินไปอย่างราบรื่นอย่างน่าประหลาด ส่วนพวกเอกสาร ขออนุญาต ออกแบบ จัดหาเครื่องมือ ทุกอย่างถูกจัดการอย่างเป็นระบบอย่างรวดเร็วคิมหันต์ไม่ได้ทำในฐานะ “พ่อของคนท้อง” แต่เขาทำในฐานะแพทย์ที่รู้ดีว่าการตั้งครรภ์ที่ปลอดภัย ต้องอาศัยมากกว่าแค่ความรักและคนไข้คนแรกของคลินิกก็ไม่ใช่ใครอื่น อุษมา นั่นเองวันนี้ตรงกับวันที่อายุครรภ์ได้หกเดือนพอดี หญิงสาวสวมชุดกระโปรงคนท้องสีอ่อน รูปร่างเริ่
ปลายสายเงียบไปครู่หนึ่ง เหมือนหยุดคิดอะไรก่อนที่พ่อของเธอจะพูดออกมา“งั้นพ่อจะเปิดคลินิกเอง” เขาพูดเหมือนเป็นการชวนไปกินข้าว “เปิดที่ลำพูนนั่นล่ะลูกให้อยู่ในเครือวิชชเวช ดูแลเอื้อกับหลานพ่อโดยเฉพาะ”อุษมาหัวเราะทั้งน้ำตา “พ่อไม่ต้องทำขนาดนั้นก็ได้ค่ะ”“ต้องทำ” คิมหันต์ตอบสั้น ๆ แต่หนักแน่น “พ่ออยากดูแลลูกสาวกับหลานตาให้ดีที่สุด”คืนนั้นอุษมานอนตะแคงมือวางบนท้องที่ยังไม่เปลี่ยนแปลงอะไรเลย พิชญะขยับเข้ามาใกล้วางมือทับมือเธอเบา ๆ“ผมไม่รู้ว่าลูกจะเป็นผู้หญิงหรือผู้ชายหรือจะหน้าตาเหมือนใคร” เขาพูดเบา ๆ “แต่ยังไงผมรู้ว่าแกเกิดมาพร้อมกับคนที่รักรอบๆ ตัว”อุษมายิ้มหลับตาลงอย่างสบายใจสองปีที่ผ่านมา… เธอไม่ได้แค่หายป่วย แต่เธอได้ชีวิตกลับมาอย่างสมบูรณ์อีกครั้งหลายวันต่อมาห้องรับแขกในบ้านของไอยเรศเงียบสนิท มีเพียงเสียงแก้วกระทบกับโต๊ะ“เชิญครับคุณหมอคิม” ไอยเรศเชิญคิมหันต์นั่ง ก่อนจะนั่งลงฝั่งตรงข้าม“หมอคิมตั้งใจจะเปิดคลีนิกที่ลำพูนจริง ๆ เหรอ” ไอยเรศเปิดประเด็นแต่เต็มไปด้วยความอยากรู้คิมหันต์พยักหน้าเล็กน้อย“ใช่พ่อเลี้ยง ผมห่วงลูกสาวผมน่ะ ยายเอื้อไม่ยอมย้ายไปอยู่กรุงเทพฯ แล้ว
สองปีผ่านไป ชีวิตของพวกเขาก็ยังดำเนินต่อไปตามปกติ ไม่ได้มีการเปลี่ยนแปลงอะไรมากมาย แต่ทุกอย่างค่อย ๆ กลับเข้าที่เหมือนร่างกายที่ฟื้นตัวช้า ๆ หลังจากผ่านการเจ็บป่วยหนักวันนี้อุษมามีนัดตรวจติดตามอาการตามปกติ ที่หมอจะนัดห่างลงเรื่อยๆ เพราะเนื้องอกของเธอสงบมาได้ระยะหนึ่งแล้ว หญิงสาวนั่งฟังหมอพูดอย่างมีความหวัง หวังว่าสักวันจะได้ยินหมอบอกว่าเธอหายขาดแล้วมือประสานกันอยู่บนตัก ขณะผลตรวจวางอยู่ตรงหน้าคุณหมอ “เนื้องอกสงบดีนะคะ ไม่มีจุดใหม่ขึ้นมาเลย”หมอยิ้มให้เธอ “ตอนนี้สามารถหยุดยาคุมได้แล้วค่ะ”อุษมาพยักหน้าเบาๆ เหมือนใจยังไม่อยากเชื่อทั้งที่เป็นสิ่งที่รอฟังมาตลอด“แต่…” หมอพูดต่ออย่างรอบคอบ “ร่างกายคนไข้ ยังเข้าข่ายมีบุตรยากอยู่นะคะ ไม่ได้หมายความว่าห้ามมีเพียงแต่อาจจะต้องใช้เวลา หรืออาจจะมีได้ยากกว่าคนทั่วไป”คำว่ามีบุตรยากไม่ได้ทำให้เธอสะเทือนใจเหมือนในอดีต มันแค่ผ่านเข้ามา… แล้วผ่านไป หญิงสาวทำใจยอมรับเรื่องนี้ได้นานแล้วเธอออกจากโรงพยาบาลในวันนั้นด้วยความรู้สึกโล่งในรอบหลายปี เพราะร่างกายของเธอ… ไม่ต้องต่อสู้กับอะไรอีกแล้วคืนนั้นเธอเล่าให้พิชญะฟังทางโทรศัพท์ เขาไม่ได
โรงทอเวียงยองในเช้าวันทำงานยังคงคึกคักเหมือนทุกวันเสียงเครื่องทอผ้าดังเป็นจังหวะสม่ำเสมอ กลิ่นฝ้าย กลิ่นสี และกลิ่นผ้าที่ยังไม่ผ่านการอบแห้งลอยปะปนอยู่ในอากาศ เป็นกลิ่นที่คนคุ้นเคยจะรู้สึกอุ่นใจแต่สำหรับพิชญะ… มันกลับทำให้เขารู้สึกแปลกแยกกว่าที่ควรจะเป็น ทั้งที่เขารู้ดีว่านี่คือที่ทำงานของเขา แล
พิชญะเปิดแฟ้มดู มันเป็นพอร์ตส่วนตัวของผู้หญิงตรงหน้า มีรายละเอียดประวัติการศึกษาต่างประเทศ ประสบการณ์เป็นผู้ช่วยผู้บริหาร งานประสานงานด้านซัพพลายเชนขนาดเล็กทุกอย่างดูเหมาะสมในเชิงเอกสาร“คุณอยากทำตำแหน่งไหน” เขาถาม“ผู้ช่วยคุณโดยตรง”ณพัชชาตอบอย่างไม่ลังเล “ไม่ใช่แค่เรื่องงานเอกสาร แต่รวมถึงการจั
หัวหน้าฝ่ายจัดซื้อเดินตามออกมาเห็นพอดี“พี่เอื้อ…พี่โอเคไหมคะ”พนักงานสาวถามเสียงตกใจอุษมายกมือขึ้นห้ามไม่ให้ใครตื่นตกใจ เธอพยายามพูดแต่ลำคอแห้งผาก“พี่…ขออยู่คนเดียวแป๊บนึงนะ”“ค่ะพี่” พนักงานชะงักก่อนพยักหน้า เธอถอยออกไปอย่างระวังอุษมาพิงผนังครู่หนึ่งก่อนจะเดินเข้าห้องทำงาน ล็อกประตู ดึงม่
“แม่คะ… เขาจำเอื้อได้ใช่ไหมคะ” เธอถามออกไปในที่สุด เสียงแผ่วจนแทบเป็นลมหายใจพีรยาถอนหายใจเบา ๆ “แม่ยังไม่แน่ใจ… เพราะเขายังสับสนบางช่วง พ่อเขาเองบางวันจำเรื่องปัจจุบัน บางวันก็เหมือนงงไม่รู้เรื่อง” นางเล่าตามที่สามีบอกแต่ปลายเสียงขาดหายไป ก่อนที่พีรยาจะสรุป“เอื้อ… เตรียมใจนะลูก ตอนที่เขา







