Masukอาจเป็นเพราะห้องทำงานนี้มีกลิ่นอายที่คุ้นเคย บวกกับแอร์เย็น ๆ ทำให้ทศวรรษนั่งหลับคอพับไปในทันที ก่อนหน้านี้หลายเดือนเขาเองมีอาการนอนไม่หลับมักจะสะดุ้งตื่นกลางดึกบ่อยครั้ง ฝันร้ายก็หลายหน เมื่อก่อนหากมีวงแขนแข็งแรงและหน้าอกอุ่นให้เขาแอบอิง อาการเหล่านี้ไม่มีทางเกิดขึ้นแน่ ๆ
ความเคยชินของคนเรามันน่ากลัว…บางครั้งก็กลัวว่าหากลืมตาตื่นขึ้นมาอีกครั้งอาจจะมีตัวแปรมาทำให้เส้นเรื่องระหว่างพวกเขาทั้งสองแปรเปลี่ยนไป
แต่ห้องทำงานนี้กลับแตกต่าง เหมือนร่างกายผ่อนคลายความตึงเครียดสะสมมาก่อนหน้า แค่รับรู้ว่าสืบสานอยู่ใกล้ ๆ ก็เหมือนได้เจอศาลาพักใจ ในวันที่ฝนตกท้องฟ้าไม่เป็นใจแม้จะกันลมหนาวไม่ได้ แต่ก็ยังพอหลบแดดหลบฝนได้บ้าง ความฝันแม้จะเลือนรางแต่กลับอบอุ่นในใจอย่างประหลาด จุมพิตที่หน้าผากเบา ๆ นั้น ทิ้งร่องรอยความอบอุ่นสายหนึ่งเอาไว้ พอลืมตาตื่นขึ้นมาก็เห็นสืบสานที่มองเขาด้วยสายตารักใคร่
“ขี้เซาจริง ๆ”
“สืบ” ทศวรรษกอดรอบคออีกฝ่ายแต่ก็คว้าได้แค่ความว่างเปล่า ความอบอุ่นจากร่างกายอีกฝ่ายแปรเปลี่ยนเป็นความเย็นเยียบ สืบสานในตอนนี้ร่างกายโปร่งแสงขึ้นเรื่อย ๆ ทศวรรษพยายามไขว่คว้าอย่างสุดกำลัง พร้อมกับเอ่ยเรียกจนสุดเสียง
“สืบ สืบ อย่าไป สืบ!!” ทศวรรษสะดุ้งเฮือกก่อนจะลืมตาตื่นขึ้นมา รอบข้างของเขาว่างเปล่า ทศวรรษลูบหน้าตัวเองเบา ๆ ความเปียกชื้นตรงหางตา เหลือบมองนาฬิกาตรงข้อมือก็ปาไป 6 โมงเย็นแล้ว ทศวรรษขบริมฝีปากแน่น ตอนนี้เขาเหมือนลูกหมาที่ถูกทิ้งไว้กลางทาง สืบสานที่เคยรักเขาจนหมดหัวใจกลับทอดทิ้งให้เขานอนตากแอร์อย่างไม่ไยดี
ช่างเถอะ…ทางเดินสายนี้เขาเลือกเองทั้งนั้น ทศวรรษปาดน้ำตาบนหน้าลวก ๆ ก่อนจะได้ยินเสียงคลิกของประตูด้านในอีกฟาก
“ตื่นแล้วเหรอ”
“คุณ”
“ทำไม คิดว่าผมจะทิ้งคุณที่นี่หรือไง” อีกฝ่ายกอดอกยืนพิงบานประตูจ้องมองเขาด้วยสีหน้าขบขัน หน้าตาแดงก่ำของอีกฝ่ายทำให้สืบสานเองก็เย้าแหย่ไม่ลง บางทีคนที่ยึดติดอยู่ฝ่ายเดียวต่างหากที่กำลังทรมาน
“…”
“นอนน้ำลายยืดน่าเกลียดขนาดนั้นใครจะกล้าปลุกคุณ” ทศวรรษรีบหยิบผ้าเช็ดหน้ามาเช็ดใบหน้าตัวเองป้อย ๆ ด้วยความร้อนรน นอกจากความเปียกชื้นตรงหางตาก็ไม่มีน้ำลายที่ว่าแต่อย่างใด พร้อมส่งสายตาขุ่นเคืองไปให้ ที่มากกว่านั้นคือความน้อยใจ เขาถอนหายใจไล่ก้อนสะอื้นที่ตีรวนจนมาถึงอก
แค่ไม่โดนทิ้งก็ดีแค่ไหนแล้ว…ก่อนจะฉีกยิ้ม แม้จะเป็นรอยยิ้มที่ฝาดเฝื่อนเต็มที
“กลับบ้านกันเถอะ”
หลังเกิดอุบัติเหตุสืบสานก็นั่งรถตู้ที่มีคนคอยรับส่งตลอด ทศวรรษที่นั่งอยู่ด้านในเงียบไปตลอดทางเช่นกัน แม้อยากจะโถมตัวกอดสืบสานมากแค่ไหนก็ทำได้เพียงเว้นระยะห่าง เขาไม่อยากให้คนรักรู้สึกอึดอัดใจเมื่อเขาเข้าใกล้ อยากให้สืบสานรู้สึกสบายใจ มองเขาเป็นพื้นที่ปลอดภัยที่จะสามารถเป็นตัวของตัวเองได้อย่างเต็มที่ แม้ไม่ถูกใจตามครรลองของใคร ขอแค่เจ้าตัวมีความสุข ลมปากของคนอื่นก็แค่สายลมที่พัดมาแล้วก็ผ่านไป…ไม่มีค่าให้ใส่ใจ
ที่สำคัญหากสืบสานหันหลังกลับมามองก็จะเห็นทศวรรษยืนอยู่ตรงนี้ ไม่ไปไหน
และสืบสานก็เป็นผู้ชายคนหนึ่งที่น่าสงสาร…
“สืบ ทำไมกลับมาช้านักล่ะลูก” พรรณพิลัยแทบจะปรี่เข้ามาในรถ ยืนลูบแก้มลูกชายป้อย ๆ พรั่งพรูถ้อยคำเป็นห่วงเป็นใยมากมาย
“มีธุระด่วนอะไรทำไมไม่โทรมาบอกกันละหืม…แม่กลัวว่าเราจะเป็นไรไปอีก โทรไปก็ไม่รับ” พอเห็นใครอีกคนที่ลงจากรถมาสีหน้านายหญิงของบ้านก็บึ้งตึงทันทีพลางดึงมือลูกชายให้มายืนอยู่ข้างหลัง
“สวัสดีครับคุณแม่”
“ใครแม่เธอไม่ทราบ”
“งั้นสวัสดีครับคุณป้า”
“แก! แก ฉันไปเป็นป้าแกตั้งแต่เมื่อไหร่”
“งั้นสวัสดีครับคุณหญิงพรรณพิลัย คุณาปกร” ทศวรรษยกมือไหว้อย่างนอบน้อม คุณหญิงพรรณพิลัยได้แต่สะบัดหน้าหนีไปอีกทาง ก่อนจะหันไปเอ็ดลูกชายเบา ๆ
“ทำไมไม่บอกแม่ก่อนล่ะสืบ”
ส่วนภพพานนั้นยืนตัวลีบอยู่ด้านหลังเสี่ยโต ที่งานนี้แต่งตัวปาดผมมาอย่างหล่อเหลา มีคนเหลียวมองตลอดทางจนทำให้ภพพานรู้สึกประหม่าวางตัวไม่ถูกขึ้นมาเสียดื้อ ๆ แต่พอได้ยินประโยคที่พ่อและแม่ทั้งสองฝั่งกำลังอวยพรคู่แต่งงานเพศเดียวกันบนเวที คนเจ้าน้ำตาอย่างเขาถึงกับน้ำตาซึม“ไง…ซึ้งมากหรือไง” เตวินทร์พูดแหย่ ในขณะที่มือหนึ่งกำลังถือแก้วเหล้าทรงเตี้ยที่สำหรับใส่เหล้าขาว ในงานไม่มีไวน์อย่างที่คิดไว้แฮะ มีแต่เครื่องดื่มในไลน์การผลิตของ KUNA ที่เรียงรายให้แขกเลือกดื่มตามใจชอบ ส่วนเครื่องดื่มหลักที่คู่แต่งงานกำลังรินที่ถูกจัดแต่งแต่ละชั้นอย่างประณีตเป็นเหล้าขาวที่เจือด้วยสีชมพูอ่อนเป็นเหล้าขาวที่ผสมด้วยลำไยเนื้อชมพูที่มาจากจังหวัดลำพูนมาถึงเวลาการโยนช่อดอกไม้ ดอก LIly of the valley ในมือทศวรรษที่เดินถือขึ้นมาบนเวทีถูกมอบให้สืบสาน คนข้างล่างเวทีโห่แซวเพราะความหมายของมันคือ Return to happiness ช่อดอกไม้ที่ทศวรรษเลือกใช้เป็นดอกสแตติส (Statice) ดอกสีม่วงที่กลีบดอกเป็นแฉกเหมือนดวงดาวแถมความหมายของมันเหมาะกับพวกเขาทั้งคู่เป็นอย่างมาก “ความรู้สึกดี ๆ ที่ยังคงอยู่ตลอดไป ความรักที่ยั่งยืน ความทรงจำ และความส
เงินทองส่วนใหญ่เก็บไว้ในธนาคาร แทบไม่เคยเอาออกมาใช้ และส่วนใหญ่ก็เป็นเด็กทั้งสองที่หามาเอง กว่าจะมีวันนี้ไม่ง่าย และเขาก็คิดไม่ผิด ความมุมานะของเด็กทั้งสองคนออกดอกออกผลผลิบานในที่สุด ความสำเร็จของลูกชายและลูกเขยส่วนหนึ่งมาจากแรงสนับสนุนทางบ้านทั้งสองฝั่งที่เห็นพ้องไปในทางเดียวกัน ทำให้เด็กทั้งสองออกวิ่งได้อย่างเต็มที่ไม่ต้องห่วงหน้าพะวงหลังเหมือนอย่างที่แล้วมา พ่อเลี้ยงสมบูรณ์น้ำตาซึม เขาตบหลังโอบกอดลูกชายทั้งสองสักพักก่อนจะถอยกลับไปยังด้านหลัง แม่เลี้ยงจันทร์ทิพย์เองก็ยกผ้าเช็ดหน้ามาเช็ดน้ำตาให้กับสามี“พ่อมึงเนี่ยน้า…” ทั้งสองยิ้มให้กันก่อนจะมองบ่าวสาวตรงหน้าด้วยสีหน้าเปี่ยมสุข มาถึงพรรณพิลัย เสียงสะอื้นดังมาไม่ขาดสายเธอปาดน้ำตาบนใบหน้านั้นป้อย ๆ ก่อนจะฉีกยิ้มให้คนทั้งคู่“กว่าจะมีวันนี้เหนื่อยกันมากเลยสินะ” สืบสานกอบกุมมือบางนั้นแน่นพลางบีบกระชับเป็นระยะ“แต่แม่ก็ดีใจที่ลูกทั้งสองจับมือกันมาถึงวันนี้ แม่ดีใจมากจริง ๆ และจะดีใจมากกว่านี้ถ้าลูกทั้งสองจับมือกันไปตลอด” พรรณพิลัยสะอื้นฮักก่อนจะเอ่ยต่อ“เมื่อก่อนแม่เคยคิดว่าสิ่งที่ทำลงไปดีที่สุดและเหมาะสมที่สุดสำหรับลูก แต่ไม่กลับไม่เคยถ
งานแต่งจัดขึ้นที่โรงแรมระดับห้าดาวใจกลางเมืองกรุงเทพฯ ปิดโรงแรมโดยเฉพาะเพื่อให้เครือญาติทางฝั่งของทศวรรษได้เข้าพัก และอำนวยความสะดวกให้กับเหล่ามิตรสหายของทั้งสองคนที่บ้างเดินทางมาจากต่างจังหวัดเพื่อเข้าร่วมงานเลี้ยงฉลองสมรสครั้งนี้ จะว่าเลี้ยงฉลองก็ไม่ใช่เรียกว่าแต่งงานใหม่อีกครั้งกับคนเดิมจะเหมาะกว่าธีมในงานเป็นสีเอิร์ธโทน เป็นกลุ่มสีธรรมชาติ หรือสีที่เลียนแบบธรรมชาติ เช่นน้ำตาล เทา เบจ เป็นงานแต่งแบบอบอุ่น ไม่ฉูดฉาด ชุดเพื่อนเจ้าสาวต่างก็สวมกระโปรงตีกะบังลมหน้าเพื่องานนี้โดยเฉพาะ โดยเฉพาะสามสาวคนสนิทของทศวรรษที่อยู่ด้วยกันแทบจะทุกช่วงเวลาของช่วงชีวิต ทศวรรษกล้าพูดได้เต็มปากเลยว่า หากขาดคนใดคนหนึ่งในที่แห่งนี้ไป ทศวรรษคนนี้ก็ยังเป็นเพียงทศวรรษเด็กต่างจังหวัดปอน ๆ คนหนึ่งที่เข้ากรุงฯ เพื่อมาหาจุดมุ่งหมายในชีวิต อาจเป็นเพียงอีทศตุ๊ดเด็กคนหนึ่งไม่ใช่ทศวรรษนักธุรกิจหน้าใหม่ไฟแรงที่ถูกจัดอันดับนักธุรกิจหน้าใหม่ไฟแรงในปี 2025 พวกเขาทั้งสี่คนต่างจับจูงมือกันมาไกลกว่าที่คิด กว่าจะมาถึงจุดจุดนี้ได้เรียกว่ารากเลือดกันเลยทีเดียว ทั้งเรื่องธุรกิจ ความรัก ครอบครัว หลายครั้งที่ชีวิตเป๋ไปเป๋มาเหมื
“ใครว่าพี่หยอก พี่เอาจริง”“ว้า…” ทศวรรษทำทีทัดผมที่หลังหู แหวนเพชรที่นิ้วนางด้านซ้ายพอต้องแสงไฟก็ส่องประกายวูบวาบ เม็ดโตเท่าเม็ดถั่วแระญี่ปุ่นไม่เห็นก็ตาบอดเต็มที!“ผมไม่ใช่คนตัวเปล่าเล่าเปลือย คงทำให้พี่โตสมหวังไม่ได้” เตวินทร์ยกบรั่นดีขึ้นมาจิบด้วยมุมปากที่ยกยิ้มพลางโครงศีรษะน้อย ๆ“มาหาพี่ คงไม่ได้ตั้งใจจะมาแจกการ์ดให้พี่เจ็บช้ำน้ำใจซ้ำ ๆ หรอกใช่มะ”“แหมพี่โต ผมมาขอบคุณและอยากจะขอโทษพี่เรื่องนั้นต่างหาก เห็นว่าพี่เองก็เสียหายเยอะเหมือนกัน” เตวินทร์กางขาเปลี่ยนอิริยาบถก่อนจะโน้มตัวเข้ามาหาทศวรรษที่นั่งตรงข้าม“ถ้าทศพอใจ เงินแค่นี้จะนับเป็นอะไรได้” น้ำเสียงแหบพร่าแฝงไปด้วยความเย้าหยอก คารมเสี่ยโตเขาระดับพระกาฬจริง ๆ ทศวรรษปั้นหน้ายิ้ม อีกทั้งเขายังมีประสบการณ์โชกโชนที่ทางบ้านคุณาปกรลากเขาออกงานแทบจะวันเว้นวัน พบปะผู้คนมากมาย และท่านเจ้าสัวก็สั่งสอนการวางตัว การเข้าสังคม และการใส่หน้ากากเพื่อธุรกิจ ‘น้ำขุ่นไว้ใน น้ำใสไว้นอก’ อยู่เสมอ“พี่โตไม่เสียดาย แต่ทศเสียดายนี่ครับ อีกอย่างก็เพราะช่วยสืบเขาด้วย ที่เขาลือกันว่าพี่โตกับพี่สืบไม่ถูกกัน น่าจะข่าวลือใช่ไหมครับ”“เปล่า! เรื่องจริง” เต
เมื่อคำอธิษฐานจิตกรวดน้ำลงดินจบลง กอปรกับกรวดน้ำทองเหลืองที่บรรจุน้ำเปล่าสะอาดเอาไว้หยดลงดินจนถึงหยดสุดท้าย พลันมีสายลมเอื่อย ๆ พัดพาใบไม้แห้งที่อยู่บริเวณนั้นปลิวล่องลอยไปตามลมผ่านร่างทั้งสองไป หลวงพ่อที่ยืนอยู่หน้ากุฏิก็ยืนมองทั้งสองเช่นกัน แต่ภาพที่เห็นตรงหน้ากลับทำให้ร่องรอยความโศกเศร้ายิ่งปรากฏชัดในนัยน์ตา เบื้องหน้าแรกเริ่มก่อตัวเป็นเงาสีขาวค่อย ๆ แจ่มชัด ชายหนุ่มสองคนที่สวมชุดราชปะแตนเต็มยศนั่งยอง ๆ ใช้มือรองรับหยาดน้ำเหล่านั้นด้วยสีหน้ายิ้มแย้มพร้อมทั้งหันหน้ามายิ้มให้กันด้วยสายตาที่หวานเชื่อม ดูก็รู้ว่าไม่ใช่สายสัมพันธ์ฉันเพื่อน ครอบครัว แต่เป็นฉันท์คนรักเพศเดียวกัน ก่อนทั้งสองจะยืนขึ้นประนมมือไหว้มาทางหลวงพ่อที่ยืนอยู่ด้านหลัง ส่วนด้านหลังของสืบสานก็มีคนแก่อีกคนที่สวมชุดเฉกเช่นเดียวกันกับคนทั้งสอง เพียงแต่โจงกระเบนสีเขียวเข้มแตกต่างจากคนหนุ่มทั้งสองที่สวมสีน้ำเงิน แถมในมือยังมือไม้เท้าคอยพยุงตัวถืออยู่ด้านหน้าตัวเองในท่วงท่าที่ก้มมองเด็กทั้งสองด้วยสีหน้าราบเรียบ แต่แววตากลับเจือร่องรอยความอาลัย และความปีติยินดีเอาไว้ ความทุกข์ ความโศก ความเศร้า การรอคอย การยึดติด จบลงเพียงไม
ก่อนหน้าหลายเดือนจะถึงกำหนดการณ์การฉลองงานสมรสที่ยิ่งใหญ่ เกรียงไกรสมกับตำแหน่งสะใภ้คนโตของคุณาปกร ได้ยินว่าแค่แขกเหรื่อในวงการธุรกิจก็ร่วมร้อย ยังไม่รวมวงศาคณาญาติที่แตกสายออกไปเกือบร้อยคน งานนี้แขกในงานหลักพัน ทศวรรษถามย้ำกับแม่สามีย้ำ ๆ“งานไม่ใหญ่แน่นะครับคุณแม่” พรรณพิลัยยิ้มบาง ๆ ก่อนจะหัวเราะน้อย ๆ กับคนใช้คนสนิทอย่างศรีนวล“คุณทศอย่ากังวลไปเลยค่ะ งานเล็ก ๆ คนกันเองทั้งนั้น” ศรีนวลหัวเราะร่วนพลางตอบคำถามนั้น ดูจากสีหน้าของคนทั้งสองแล้ว คงไม่เล็กเท่าไหร่ ขนาดงานเลี้ยงฉลองวันเกิดคุณหญิงพรรณพิลัย คุณหญิง คุณนายต่าง ๆ ตีผมกะบังลมเดินกันให้ควั่ก ไหนจะญาติทั้งสองฝั่งอย่างท่านเจ้าสัว และคุณหญิงพรรณพิลัยเอง แค่บ้านทศวรรษ แม่เลี้ยงจันทร์ทิพย์นับแขกที่จะไปร่วมงานได้สองรถบัสคันใหญ่ จะบ้า! ยังไงก็เห็นชอบจากผู้ใหญ่ทั้งสองฝั่งเขาและสืบสานจะทำอะไรได้ เลือกดูเฉดสีเสื้อผ้าในงานวันแต่งจนหัวหมุนไปหมด พวกสามสาวก็ดีใจมาก อีกทั้งไม่ได้จ้างดีไซเนอร์ค่าตัวแพง ๆ จากที่ไหนไกล เป็นปลายฟ้าที่บรรจงบินไปถึงฝรั่งเศสเพื่อเลือกผ้าโดยเฉพาะ รวมไปถึงพวกมุกและคริสตัลที่ปักมือ แม้จะสวมชุดสูทแต่ทว่าเนื้อผ้าด้านในเป็



![นายบำเรอของมาเฟีย [Mpreg]](https://acfs1.goodnovel.com/dist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)
![เกือบหอบลูกหนีเพราะสามีไม่รัก[PWP]-Omegaverse](https://acfs1.goodnovel.com/dist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)
![[Mpreg] เร้นรักพันธนาการหัวใจ](https://acfs1.goodnovel.com/dist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)

