Masukเพราะว่าเมื่อวานเกิดเรื่อง อาหารแต่ละมื้อเลยเปลี่ยนคนดูแล กลายเป็นแม่บ้านอีกคนที่ออกมายืนคอยตักข้าว รับจานมาจากแม่บ้านคนอื่น ๆ และวางบนโต๊ะ ไร้เงานายหญิงเช่นเคย พรรณพิลัยเองก็ไม่ยอมอ่อนข้อแม้แต่น้อย โจ๊กสีขาวกลิ่นหอมกรุ่นโรยด้วยเครื่องเคียงหลากหลายกระตุ้นน้ำย่อยในกระเพาะอาหารให้เริ่มทำงาน พอเห็นว่าทศวรรษกำลังจะตักโจ๊กเข้าปาก สานฝันก็ใช้ช้อนตัวเองจ้วงลงมาในชามของพี่สะใภ้ ทำหน้าที่เหมือนขันทีในวังที่ต้องคอยชิมนั่นนี่ก่อนเพื่อความปลอดภัยของบรรดาเชื้อพระวงศ์
“อร่อย ปลอดภัยค่ะ” สานฝันว่าอย่างพลางยิ้มแย้มให้กับพี่สะใภ้ที่ใต้ตาดำคล้ำ สภาพอิดโรยเหมือนคนนอนไม่พอ เครื่องสำอางราคาแพงก็ไม่อาจปกปิดร่องรอยของความทุกข์บนใบหน้านั้นได้ ทศวรรษเอ่ยขอบคุณแล้วก้มหน้าทานต่อ…
ทานเสร็จก็กล่าวลาท่านเจ้าสัวเพื่อออกไปทำงาน ภายในรถตู้ไม่มีเสียงสนทนาใด ๆ ของคนทั้งสองเลย ทศวรรษบอกให้คุณลุงคนขับส่งเขาเพียงเท่านี้ก็พอ ยังไม่ถึงครึ่งทางด้วยซ้ำ สืบสานมองแผ่นหลังที่เดินไปยังสถานีรถไฟฟ้า แม้จะแปลกใจแต่ก็ไม่ใช่เรื่องของเขา อีกฝ่ายอยากจะทำอะไรก็ไม่เกี่ยวข้องกับตนทั้งนั้น
แต่อีกนัยหนึ่ง…หากเป็นเขาคงจะเลือกขับรถไปไหนมาไหนเองคงสะดวกและเหนื่อยน้อยกว่าที่จะนั่งรถหลายต่อแบบนั้น บางครั้งทศวรรษตรงหน้าก็ทำให้เขาแปลกใจในหลาย ๆ เรื่อง เรื่องนี้เองก็เช่นกัน
เพราะเรื่องอุบัติเหตุในวันนั้น ทศวรรษเลยไม่ค่อยอยากจะใช้รถยนต์ส่วนตัวที่มีสักเท่าไหร่ เขาและสืบสานมีบ้างที่แยกกันขับไปทำงานคนละคัน แต่ส่วนใหญ่รถที่ซื้อก็ซื้อตามสไตล์ที่คนขับชอบ รถยุโรปสีขาวและสีดำช่างแบ่งแยกตัวตนของแต่ละคนได้อย่างชัดเจน
แน่นอนว่าสืบสานเป็นเจ้าของคันสีขาว แต่วันที่เกิดอุบัติเหตุจู่ ๆ วันก่อนรถคันสีขาวเจ้ากรรมดันสตาร์ทไม่ติด แม้จะเรียกช่างมาซ่อมแล้วก็ตาม แต่เพราะการเดินทางไปติดต่อลูกค้าคนสำคัญไม่ควรจะเกิดข้อผิดพลาดอะไรขึ้นระหว่างทาง วันนั้นสืบสานจึงขับคันสีดำที่ทศวรรษขับเป็นประจำออกไปพบปะพูดคุยกับคู่ค้าคนสำคัญ และแล้วก็เกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันขึ้น
อีกทั้งผลการสืบสวนเองที่ตรวจสอบสภาพรถและสถานที่เกิดเหตุนั้นทำให้ทศวรรษระแวงมากกว่าเดิม และเพราะเหตุนี้เขาถึงต้องเก็บกระเป๋ามาอยู่ข้าง ๆ สืบสาน แม้ว่าจะโดนโขกสับแค่ไหนก็ตาม
และที่ทศวรรษไม่ขับรถตัวเองมาจอดไว้ที่บ้านคุณาปกรก็เพื่อลดความเสี่ยงเช่นกัน ตอนเย็นก็เป็นเช่นเดิม ทศวรรษยืนรอตรงหน้าสถานีรถไฟฟ้าด้วยเนื้อตัวที่ชุ่มโชก เพราะฝนตกและสาดเข้ามาอย่างแรงทำให้ผู้คนที่ยืนรอรถในศาลาเปียกไปตาม ๆ กัน
ไม่มีบทสนทนาใดใดออกมาอีกเช่นเคย ทศวรรษกอดอกก่อนจะลูบแขนตัวเองซ้ำ ๆ อย่างนั้น หันหน้ามองออกไปนอกกระจก สืบสานขยับมือที่กำสูทตัวเองเอาไว้หมายจะยื่นให้อีกฝ่าย รถก็จอดสนิทเสียแล้ว อีกฝ่ายเดินลงรถไป สืบสานส่ายหน้าน้อย ๆ ให้กับความคิดของตัวเอง
ทศวรรษคนก่อนที่เอาแต่วนเวียนกวนประสาทเขาในที่ทำงาน พยายามทำทุกวิถีทางให้เขากลับไปอยู่กับตัวเองหลาย ๆ ครั้ง แต่พอเอาเข้าจริงสืบสานคิดว่าทศวรรษจะทำตัวเป็นเจ้าข้าวเจ้าของ ตามติดเขาแจ แต่กลับไม่เป็นอย่างนั้น นับวันยิ่งมีเรื่องให้พูดคุยกันน้อยลงไปทุกที เหมือนว่าพอเห็นเขาอยู่ในสายตาอีกฝ่ายถึงได้วางใจ
มีหลายคืนที่ทศวรรษนอนละเมอ เรียกชื่อเขาซะเสียงดัง พอสะดุ้งตื่นก็จะหันมามองบนเตียงกว้าง
“คุณยังอยู่” ทศวรรษพูดซ้ำ ๆ เหมือนคนไม่ได้สติ ก่อนจะล้มตัวนอนต่อ แต่หลัง ๆ เหมือนว่าอีกฝ่ายจะเลือกนอนตรงหน้าต่างบานใหญ่ ม่านหน้าต่างเหมือนปิดกั้นระหว่างคนสองคน แบ่งเส้นเขตแดนกันอย่างชัดเจน แต่เพราะความเงียบสงบในยามราตรี เสียงสะอื้นร่ำไห้ที่เล็ดลอดออกมาชวนให้คนฟังใจหายตาม
สัญญาที่อีกฝ่ายได้ให้ไว้กับท่านเจ้าตัว ระยะเวลา 1 ปีที่ว่า…ทศวรรษก็ไม่จะกระตือรือร้นที่จะเข้าหาหรือเอาใจเขาสารพัด กลับปิดปากเงียบสนิทมากกว่าเดิม
แต่สำหรับทศวรรษสัญญาที่ให้ไว้กับท่านเจ้าตัวไม่ได้สลักสำคัญอะไรตั้งแต่แรก เพราะรู้จักสืบสานดีเกินไปต่างหาก เขาเพียงอยากจะยื้อเวลาอีกสักหน่อยก็เท่านั้น อยากจะมั่นใจว่าบ้านหลังนี้จะเป็นบ้านของสืบสานจริง ๆ บ้านที่ไม่ใช่สถานที่แต่คือผู้คน คุณชายผู้ร่ำรวยกลับมาคลุกฝุ่นอยู่กับเด็กบ้านนอก ปอน ๆ อย่างเขาร่วมสิบปี บัดนี้ก็แต่กลับคืนสู่วิถีเดิม
ไม่แน่ว่าทศวรรษในตอนนั้นอาจจะไม่ได้รู้สึกเศร้าโศกหรือเสียใจมากมายขนาดนั้นที่สืบสานมีคนดูแล มีคนข้างกายที่พร้อมจะเริ่มต้นใหม่ไปกับสืบสาน
ทศวรรษยึดโซฟาเป็นเตียงนอน แถมบนโต๊ะหน้าทีวีก็ยังมีหนังสือมากมายเปิดกางไว้ บ้างคว่ำ บ้างหงายอีกฝ่ายยังสวมแว่นตาแถมยังจ้องหน้าจอแล็ปท็อปหน้าตาคร่ำเครียดไม่ได้ยินเสียงฝีเท้าของเขาที่เดินเข้ามาใกล้เลยด้วยซ้ำ
ทศวรรษถอดแว่น สองมือลูบหน้าตัวเองอย่างแรงเพราะเขาไม่เข้าใจและไม่เคยใช้โปรแกรมนี้มาก่อน เมื่อก่อนเขาไม่เคยสนใจที่เรียนรู้และลงมือทำแต่พอเงยหน้าขึ้นมาก็เห็นสืบสานยืดกอดอกจ้องเขาอยู่นานแล้ว
“คุณจะนอนเลยหรือเปล่า” สองมือก็เก็บหนังสือให้เข้าที่ อีกอย่างไฟตรงปลายเตียงก็คงจะแยงตา ทศวรรษรีบเก็บของและจะย้ายไปอ่านที่ข้างหน้าต่างเหมือนอย่างที่ผ่านมา
ส่วนภพพานนั้นยืนตัวลีบอยู่ด้านหลังเสี่ยโต ที่งานนี้แต่งตัวปาดผมมาอย่างหล่อเหลา มีคนเหลียวมองตลอดทางจนทำให้ภพพานรู้สึกประหม่าวางตัวไม่ถูกขึ้นมาเสียดื้อ ๆ แต่พอได้ยินประโยคที่พ่อและแม่ทั้งสองฝั่งกำลังอวยพรคู่แต่งงานเพศเดียวกันบนเวที คนเจ้าน้ำตาอย่างเขาถึงกับน้ำตาซึม“ไง…ซึ้งมากหรือไง” เตวินทร์พูดแหย่ ในขณะที่มือหนึ่งกำลังถือแก้วเหล้าทรงเตี้ยที่สำหรับใส่เหล้าขาว ในงานไม่มีไวน์อย่างที่คิดไว้แฮะ มีแต่เครื่องดื่มในไลน์การผลิตของ KUNA ที่เรียงรายให้แขกเลือกดื่มตามใจชอบ ส่วนเครื่องดื่มหลักที่คู่แต่งงานกำลังรินที่ถูกจัดแต่งแต่ละชั้นอย่างประณีตเป็นเหล้าขาวที่เจือด้วยสีชมพูอ่อนเป็นเหล้าขาวที่ผสมด้วยลำไยเนื้อชมพูที่มาจากจังหวัดลำพูนมาถึงเวลาการโยนช่อดอกไม้ ดอก LIly of the valley ในมือทศวรรษที่เดินถือขึ้นมาบนเวทีถูกมอบให้สืบสาน คนข้างล่างเวทีโห่แซวเพราะความหมายของมันคือ Return to happiness ช่อดอกไม้ที่ทศวรรษเลือกใช้เป็นดอกสแตติส (Statice) ดอกสีม่วงที่กลีบดอกเป็นแฉกเหมือนดวงดาวแถมความหมายของมันเหมาะกับพวกเขาทั้งคู่เป็นอย่างมาก “ความรู้สึกดี ๆ ที่ยังคงอยู่ตลอดไป ความรักที่ยั่งยืน ความทรงจำ และความส
เงินทองส่วนใหญ่เก็บไว้ในธนาคาร แทบไม่เคยเอาออกมาใช้ และส่วนใหญ่ก็เป็นเด็กทั้งสองที่หามาเอง กว่าจะมีวันนี้ไม่ง่าย และเขาก็คิดไม่ผิด ความมุมานะของเด็กทั้งสองคนออกดอกออกผลผลิบานในที่สุด ความสำเร็จของลูกชายและลูกเขยส่วนหนึ่งมาจากแรงสนับสนุนทางบ้านทั้งสองฝั่งที่เห็นพ้องไปในทางเดียวกัน ทำให้เด็กทั้งสองออกวิ่งได้อย่างเต็มที่ไม่ต้องห่วงหน้าพะวงหลังเหมือนอย่างที่แล้วมา พ่อเลี้ยงสมบูรณ์น้ำตาซึม เขาตบหลังโอบกอดลูกชายทั้งสองสักพักก่อนจะถอยกลับไปยังด้านหลัง แม่เลี้ยงจันทร์ทิพย์เองก็ยกผ้าเช็ดหน้ามาเช็ดน้ำตาให้กับสามี“พ่อมึงเนี่ยน้า…” ทั้งสองยิ้มให้กันก่อนจะมองบ่าวสาวตรงหน้าด้วยสีหน้าเปี่ยมสุข มาถึงพรรณพิลัย เสียงสะอื้นดังมาไม่ขาดสายเธอปาดน้ำตาบนใบหน้านั้นป้อย ๆ ก่อนจะฉีกยิ้มให้คนทั้งคู่“กว่าจะมีวันนี้เหนื่อยกันมากเลยสินะ” สืบสานกอบกุมมือบางนั้นแน่นพลางบีบกระชับเป็นระยะ“แต่แม่ก็ดีใจที่ลูกทั้งสองจับมือกันมาถึงวันนี้ แม่ดีใจมากจริง ๆ และจะดีใจมากกว่านี้ถ้าลูกทั้งสองจับมือกันไปตลอด” พรรณพิลัยสะอื้นฮักก่อนจะเอ่ยต่อ“เมื่อก่อนแม่เคยคิดว่าสิ่งที่ทำลงไปดีที่สุดและเหมาะสมที่สุดสำหรับลูก แต่ไม่กลับไม่เคยถ
งานแต่งจัดขึ้นที่โรงแรมระดับห้าดาวใจกลางเมืองกรุงเทพฯ ปิดโรงแรมโดยเฉพาะเพื่อให้เครือญาติทางฝั่งของทศวรรษได้เข้าพัก และอำนวยความสะดวกให้กับเหล่ามิตรสหายของทั้งสองคนที่บ้างเดินทางมาจากต่างจังหวัดเพื่อเข้าร่วมงานเลี้ยงฉลองสมรสครั้งนี้ จะว่าเลี้ยงฉลองก็ไม่ใช่เรียกว่าแต่งงานใหม่อีกครั้งกับคนเดิมจะเหมาะกว่าธีมในงานเป็นสีเอิร์ธโทน เป็นกลุ่มสีธรรมชาติ หรือสีที่เลียนแบบธรรมชาติ เช่นน้ำตาล เทา เบจ เป็นงานแต่งแบบอบอุ่น ไม่ฉูดฉาด ชุดเพื่อนเจ้าสาวต่างก็สวมกระโปรงตีกะบังลมหน้าเพื่องานนี้โดยเฉพาะ โดยเฉพาะสามสาวคนสนิทของทศวรรษที่อยู่ด้วยกันแทบจะทุกช่วงเวลาของช่วงชีวิต ทศวรรษกล้าพูดได้เต็มปากเลยว่า หากขาดคนใดคนหนึ่งในที่แห่งนี้ไป ทศวรรษคนนี้ก็ยังเป็นเพียงทศวรรษเด็กต่างจังหวัดปอน ๆ คนหนึ่งที่เข้ากรุงฯ เพื่อมาหาจุดมุ่งหมายในชีวิต อาจเป็นเพียงอีทศตุ๊ดเด็กคนหนึ่งไม่ใช่ทศวรรษนักธุรกิจหน้าใหม่ไฟแรงที่ถูกจัดอันดับนักธุรกิจหน้าใหม่ไฟแรงในปี 2025 พวกเขาทั้งสี่คนต่างจับจูงมือกันมาไกลกว่าที่คิด กว่าจะมาถึงจุดจุดนี้ได้เรียกว่ารากเลือดกันเลยทีเดียว ทั้งเรื่องธุรกิจ ความรัก ครอบครัว หลายครั้งที่ชีวิตเป๋ไปเป๋มาเหมื
“ใครว่าพี่หยอก พี่เอาจริง”“ว้า…” ทศวรรษทำทีทัดผมที่หลังหู แหวนเพชรที่นิ้วนางด้านซ้ายพอต้องแสงไฟก็ส่องประกายวูบวาบ เม็ดโตเท่าเม็ดถั่วแระญี่ปุ่นไม่เห็นก็ตาบอดเต็มที!“ผมไม่ใช่คนตัวเปล่าเล่าเปลือย คงทำให้พี่โตสมหวังไม่ได้” เตวินทร์ยกบรั่นดีขึ้นมาจิบด้วยมุมปากที่ยกยิ้มพลางโครงศีรษะน้อย ๆ“มาหาพี่ คงไม่ได้ตั้งใจจะมาแจกการ์ดให้พี่เจ็บช้ำน้ำใจซ้ำ ๆ หรอกใช่มะ”“แหมพี่โต ผมมาขอบคุณและอยากจะขอโทษพี่เรื่องนั้นต่างหาก เห็นว่าพี่เองก็เสียหายเยอะเหมือนกัน” เตวินทร์กางขาเปลี่ยนอิริยาบถก่อนจะโน้มตัวเข้ามาหาทศวรรษที่นั่งตรงข้าม“ถ้าทศพอใจ เงินแค่นี้จะนับเป็นอะไรได้” น้ำเสียงแหบพร่าแฝงไปด้วยความเย้าหยอก คารมเสี่ยโตเขาระดับพระกาฬจริง ๆ ทศวรรษปั้นหน้ายิ้ม อีกทั้งเขายังมีประสบการณ์โชกโชนที่ทางบ้านคุณาปกรลากเขาออกงานแทบจะวันเว้นวัน พบปะผู้คนมากมาย และท่านเจ้าสัวก็สั่งสอนการวางตัว การเข้าสังคม และการใส่หน้ากากเพื่อธุรกิจ ‘น้ำขุ่นไว้ใน น้ำใสไว้นอก’ อยู่เสมอ“พี่โตไม่เสียดาย แต่ทศเสียดายนี่ครับ อีกอย่างก็เพราะช่วยสืบเขาด้วย ที่เขาลือกันว่าพี่โตกับพี่สืบไม่ถูกกัน น่าจะข่าวลือใช่ไหมครับ”“เปล่า! เรื่องจริง” เต
เมื่อคำอธิษฐานจิตกรวดน้ำลงดินจบลง กอปรกับกรวดน้ำทองเหลืองที่บรรจุน้ำเปล่าสะอาดเอาไว้หยดลงดินจนถึงหยดสุดท้าย พลันมีสายลมเอื่อย ๆ พัดพาใบไม้แห้งที่อยู่บริเวณนั้นปลิวล่องลอยไปตามลมผ่านร่างทั้งสองไป หลวงพ่อที่ยืนอยู่หน้ากุฏิก็ยืนมองทั้งสองเช่นกัน แต่ภาพที่เห็นตรงหน้ากลับทำให้ร่องรอยความโศกเศร้ายิ่งปรากฏชัดในนัยน์ตา เบื้องหน้าแรกเริ่มก่อตัวเป็นเงาสีขาวค่อย ๆ แจ่มชัด ชายหนุ่มสองคนที่สวมชุดราชปะแตนเต็มยศนั่งยอง ๆ ใช้มือรองรับหยาดน้ำเหล่านั้นด้วยสีหน้ายิ้มแย้มพร้อมทั้งหันหน้ามายิ้มให้กันด้วยสายตาที่หวานเชื่อม ดูก็รู้ว่าไม่ใช่สายสัมพันธ์ฉันเพื่อน ครอบครัว แต่เป็นฉันท์คนรักเพศเดียวกัน ก่อนทั้งสองจะยืนขึ้นประนมมือไหว้มาทางหลวงพ่อที่ยืนอยู่ด้านหลัง ส่วนด้านหลังของสืบสานก็มีคนแก่อีกคนที่สวมชุดเฉกเช่นเดียวกันกับคนทั้งสอง เพียงแต่โจงกระเบนสีเขียวเข้มแตกต่างจากคนหนุ่มทั้งสองที่สวมสีน้ำเงิน แถมในมือยังมือไม้เท้าคอยพยุงตัวถืออยู่ด้านหน้าตัวเองในท่วงท่าที่ก้มมองเด็กทั้งสองด้วยสีหน้าราบเรียบ แต่แววตากลับเจือร่องรอยความอาลัย และความปีติยินดีเอาไว้ ความทุกข์ ความโศก ความเศร้า การรอคอย การยึดติด จบลงเพียงไม
ก่อนหน้าหลายเดือนจะถึงกำหนดการณ์การฉลองงานสมรสที่ยิ่งใหญ่ เกรียงไกรสมกับตำแหน่งสะใภ้คนโตของคุณาปกร ได้ยินว่าแค่แขกเหรื่อในวงการธุรกิจก็ร่วมร้อย ยังไม่รวมวงศาคณาญาติที่แตกสายออกไปเกือบร้อยคน งานนี้แขกในงานหลักพัน ทศวรรษถามย้ำกับแม่สามีย้ำ ๆ“งานไม่ใหญ่แน่นะครับคุณแม่” พรรณพิลัยยิ้มบาง ๆ ก่อนจะหัวเราะน้อย ๆ กับคนใช้คนสนิทอย่างศรีนวล“คุณทศอย่ากังวลไปเลยค่ะ งานเล็ก ๆ คนกันเองทั้งนั้น” ศรีนวลหัวเราะร่วนพลางตอบคำถามนั้น ดูจากสีหน้าของคนทั้งสองแล้ว คงไม่เล็กเท่าไหร่ ขนาดงานเลี้ยงฉลองวันเกิดคุณหญิงพรรณพิลัย คุณหญิง คุณนายต่าง ๆ ตีผมกะบังลมเดินกันให้ควั่ก ไหนจะญาติทั้งสองฝั่งอย่างท่านเจ้าสัว และคุณหญิงพรรณพิลัยเอง แค่บ้านทศวรรษ แม่เลี้ยงจันทร์ทิพย์นับแขกที่จะไปร่วมงานได้สองรถบัสคันใหญ่ จะบ้า! ยังไงก็เห็นชอบจากผู้ใหญ่ทั้งสองฝั่งเขาและสืบสานจะทำอะไรได้ เลือกดูเฉดสีเสื้อผ้าในงานวันแต่งจนหัวหมุนไปหมด พวกสามสาวก็ดีใจมาก อีกทั้งไม่ได้จ้างดีไซเนอร์ค่าตัวแพง ๆ จากที่ไหนไกล เป็นปลายฟ้าที่บรรจงบินไปถึงฝรั่งเศสเพื่อเลือกผ้าโดยเฉพาะ รวมไปถึงพวกมุกและคริสตัลที่ปักมือ แม้จะสวมชุดสูทแต่ทว่าเนื้อผ้าด้านในเป็







