LOGIN“อีกสักพัก”
“อ้อ” ดูเหมือนสืบสานมีอะไรอยากจะพูด
“คุณมีอะไรหรือเปล่าครับ” ไม่ว่าจะท่วงท่า สีหน้าที่พูดเหมือนว่าทศวรรษเว้นระยะห่างกับสืบสานที่อยู่ตรงหน้าคนนี้จริง ๆ
“สัปดาห์หน้าวันเกิดคุณแม่”
“ครับ” ทศวรรษตอบรับแต่ก็ไม่ได้ถามอะไรออกไปอีก ไม่แน่ว่าบ้านคุณาปกรอาจไม่อยากให้เขามีตัวตนในวันนั้นเลยก็ได้
“งั้นผมกลับไปนอนคอนโดดีกว่า แม่คุณจะได้สบายใจ…เพราะการมีอยู่ของผมท่านไม่ได้มาร่วมโต๊ะอาหารหลายวันแล้ว”
“คุณรู้ตัวด้วยเหรอ” ทศวรรษยิ้มบาง ๆ
“ผมรู้มาตั้งนานแล้ว และไม่คิดอยากจะงัดข้อกับท่าน เพียงแต่…” ทศวรรษสบตากับสืบสานที่จ้องมองมาอยู่ก่อนแล้ว สุดท้ายเขาก็เป็นฝ่ายเบือนหน้าหนี
“เพียงแต่อะไร”
“สำหรับผมการรักเพศเดียวกันไม่ใช่เรื่องคอขาดบาดตายอะไร ผมก็แค่อยากให้ท่านยอมรับในสิ่งที่คุณเป็น…ก็เท่านั้น” ประโยคท้ายเบาหวิว แต่กลับกระแทกใจคนฟังอย่างแรง สืบสานเองก็เบือนหน้าหนีไปอีกฝั่งเช่นกัน เกิดความเงียบปกคลุมไปทั่วทั้งห้อง บีบไล่อากาศเสียจนหายใจแทบไม่ออก และที่เขาตอบโต้เป็นเพราะคุณหญิงท่านเริ่มก่อนทั้งนั้น โดยเฉพาะข้าวคลุกเกลือนั้นทำให้เขารู้สึกสงสารและเวทนาคุณหญิงพรรณพิลัยเข้าไปใหญ่ ทำตัวยังกะนางร้ายในละคร ความจริงข้าวคลุกเกลือก็ยังดีกว่ายาเบื่อหนูละนะ
ความจริงเรื่องนี้มันจะไม่ใช่ปัญหาใหญ่เลยถ้าสองแม่ลูกเปิดใจคุยกันตั้งแต่แรก ความสัมพันธ์มันคงไม่ห่างเหินจนกู่ไม่กลับ มีพ่อแม่หลายคนที่เลี้ยงลูกผิดวิธี เอาแต่พร่ำบอกว่าเลือกสรรสิ่งที่ดีที่สุดมาให้ แต่กลับยอมรับไม่ได้ที่ลูกตัวเองพูดความต้องการของตัวเองออกมา ยัดเยียดความหวังดีมาเสียจนคนเป็นลูกต้องแบกเอาไว้ จะปล่อยก็ปล่อยไม่ได้ จะทิ้งก็ทิ้งไม่ลง ตัวตนของตัวเองค่อย ๆ ตายจากไปช้า ๆ เหลือเพียงหุ่นกระบอกที่ไร้ชีวิตชีวา มีชีวิตอยู่เพื่อความต้องการของคนอื่น
คุณนายพรรณพิลัยวางแผนคิดจนปวดหัวสารพัดเพื่อตะล่อมให้ลูกชายที่เป็นเกย์แต่งงานกับลูกสาวบ้านอื่นที่เห็นว่าเหมาะสมและคู่ควร
ต่อให้สืบสานจะความจำเสื่อมแต่ความรู้สึก เรื่องบนเตียง มันก็เหมือนสัญชาตญาณดิบที่มีมาแต่เกิด และใช่ว่าจะเปลี่ยนแปลงได้ในวันสองวัน ใช่ว่าผู้ชายคนหนึ่งจะเป็นเกย์ กะเทยเพราะถูกใครเขาป้ายยามาเสียหน่อย อาจจะเป็นตั้งแต่เกิดมา พอจำความได้ ความชอบ ความอ่านมันก็มาเองอย่างเช่นเขาที่เกิดมาเป็นผู้ชายแต่ไม่ชอบเล่นเตะบอล ชอบเล่นแต่งตัวตุ๊กตาและเริ่มสนใจการแต่งหน้าตั้งแต่ไม่กี่ขวบ จำได้ว่าป.1 นี่ก็ร่วมรำวงกลองยาวอยู่หน้าขบวนแล้ว!
“แล้วผมเป็นอะไรล่ะ?” สืบสานคนนี้ช่างยอกย้อนและกวนตีน คิ้วข้างหนึ่งของทศวรรษยกขึ้นเมื่ออีกฝ่ายถามคำถามที่ไม่ต้องการคำตอบตั้งแต่แรก
“นั่นสิ สำหรับผมคุณอยากเป็นอะไรก็เป็นได้ทั้งนั้น”
“บางทีผมอาจไม่ได้เป็นอย่างที่คุณคิด”
“แล้วคุณรู้เหรอว่าผมคิดอะไร?” สองฝ่ายจ้องตากันอย่างไม่มีใครยอมใคร
“นั่นสิ ผมก็อยากรู้ว่าคุณคิดอะไร” สืบสานกอดอกเอียงตัวพิงกับชั้นวางข้างทีวีด้วยท่าทีที่ไม่ทุกข์ร้อน แต่กลับน่าหมั่นไส้อย่างบอกไม่ถูก ทศวรรษจ้องมองอีกฝ่ายด้วยสีหน้าซังกะตาย ก่อนจะถอนหายใจแรง ๆ
“เดาไปก็ไม่ถูกหรอก บางทีผมก็ไม่รู้เหมือนกันว่าตัวเองคิดอะไรกันแน่”
“ก็จริงของคุณ” เสียงฮัดเช้ยพร้อมเสียงที่คัดจมูกของทศวรรษทำให้สืบสานต้องเปลี่ยนบทสนทนา
“ทำไมคุณไม่พกร่ม”
“ผมไม่รู้ว่าฝนจะตก”
“แล้วทำไมคุณไม่ขับรถไปเองล่ะ” คำถามนี้กลับไม่ได้รับคำตอบทันที ทศวรรษหลุบตาก้มมองปกหนังสือตรงหน้า (คู่มือ EXCEL เบื้องต้น) ก่อนจะเม้มปากชั่งใจอยู่ครู่หนึ่ง ตลอดสิบกว่าปีที่ผ่านมาทศวรรษขับรถเองน้อยมาก ยิ่งขับข้ามจังหวัดแทบไม่เคย มาหัดขับรถตอนที่เริ่มตั้งบริษัท อีกอย่างถนนหนทางในกรุงเทพฯ หูตาต้องไว เลี้ยวผิดชีวิตเปลี่ยนทันที ทศวรรษชอบนั่งเป็นตุ๊กตาหน้ารถมากกว่าทำหน้าที่เป็นสารถี ไหนจะรถติดสารพัด
“ผมขับรถไม่เก่ง อีกอย่าง…ช่างมันเถอะ หากมันทำเบาะหนังรถคุณเปื้อนก็ขอโทษด้วย เอาเป็นว่าผมจะไม่ติดรถไปทำงานให้คุณรำคาญใจอีก” ก่อนจะรวบหนังสือและแล็ปท็อปมาไว้ตรงอก ลุกไปยังหน้าต่างบานใหญ่ที่ประจำของเขาในช่วงนี้ แต่กลับจามหลายทีติดต่อกัน
“คุณควรจะนอนพักและกินยาแก้หวัดนะ” เขาปรายตามองหนังสือในอ้อมอกของคนตรงหน้าที่เอาแต่หลุบตา
“ผมไม่ตายที่นี่หรอกคุณสบายใจได้”
“แต่สีหน้าคุณมันไม่ได้เป็นเหมือนที่ปากคุณพูดเลยนะ”
“ไม่ยักรู้ว่าคุณก็เป็นห่วงผมเหมือนกัน”
“ผมก็แค่ไม่อยากเป็นม่าย”
“อ้อ…ช่างเถอะ แต่ว่านะตราบใดที่ผมยังไม่ได้ในสิ่งที่ผมต้องการผมไม่ยอมหย่าง่าย ๆ หรอก”
“แค่ก ๆ แค่ก ๆ” สืบสานกลอกตาก่อนจะเดินไปหยิบยาบนหัวเตียงมายื่นให้คนปากดีตรงหน้าที่ตอนนี้ใบหน้าซีดเซียวเหมือนจะล้มพับลงไปต่อหน้าง่าย ๆ
“กินยาซะ ผมไม่อยากได้ยินเสียงคุณไอทั้งคืนหรอกนะ” ทศวรรษถลึงตาใส่ก่อนจะกระชากกระปุกยาในมืออีกฝ่ายอย่างแรง สืบสานเองก็ยื้อเอาไว้สุดแรงเช่นกัน
“ผู้ใหญ่ให้ของแล้วต้องทำยังไง”
“ห่างกันสองปี”
“ไหนขอบคุณก่อนสิ” ใบหน้ากะลิ้มกะเหลี่ยแถมยังหลุบตามองพลางยื่นหน้าเข้ามาใกล้ อยากจะให้ทุกคนมาเห็นสืบสานพ่อพระของทุกคนเสียจริง ตอนที่คบกันแรก ๆ ก็ไม่มีใครเชื่อว่าเขาเป็นฝ่ายถูกล่อลวง และก็เสียตัวให้พ่อพระของทุกคนไปอย่างงง ๆ
สืบสานที่แท้จริงคือกะล่อน แพรวพราว ดีที่ไม่เจ้าชู้ประตูดิน ไม่อย่างนั้นทศวรรษคงต้องปวดหัวและน้ำตาเช็ดหัวเข่าเป็นแน่ ดูได้จากที่สืบสานปั่นหัวคู่ค้าอย่างอันดงจนฝ่ายนั้นหัวหมุนไปพักใหญ่หลังจากที่ฝ่ายนั้นพยายามจะเข้าหาทศวรรษคนรักของตัวเอง…
ส่วนภพพานนั้นยืนตัวลีบอยู่ด้านหลังเสี่ยโต ที่งานนี้แต่งตัวปาดผมมาอย่างหล่อเหลา มีคนเหลียวมองตลอดทางจนทำให้ภพพานรู้สึกประหม่าวางตัวไม่ถูกขึ้นมาเสียดื้อ ๆ แต่พอได้ยินประโยคที่พ่อและแม่ทั้งสองฝั่งกำลังอวยพรคู่แต่งงานเพศเดียวกันบนเวที คนเจ้าน้ำตาอย่างเขาถึงกับน้ำตาซึม“ไง…ซึ้งมากหรือไง” เตวินทร์พูดแหย่ ในขณะที่มือหนึ่งกำลังถือแก้วเหล้าทรงเตี้ยที่สำหรับใส่เหล้าขาว ในงานไม่มีไวน์อย่างที่คิดไว้แฮะ มีแต่เครื่องดื่มในไลน์การผลิตของ KUNA ที่เรียงรายให้แขกเลือกดื่มตามใจชอบ ส่วนเครื่องดื่มหลักที่คู่แต่งงานกำลังรินที่ถูกจัดแต่งแต่ละชั้นอย่างประณีตเป็นเหล้าขาวที่เจือด้วยสีชมพูอ่อนเป็นเหล้าขาวที่ผสมด้วยลำไยเนื้อชมพูที่มาจากจังหวัดลำพูนมาถึงเวลาการโยนช่อดอกไม้ ดอก LIly of the valley ในมือทศวรรษที่เดินถือขึ้นมาบนเวทีถูกมอบให้สืบสาน คนข้างล่างเวทีโห่แซวเพราะความหมายของมันคือ Return to happiness ช่อดอกไม้ที่ทศวรรษเลือกใช้เป็นดอกสแตติส (Statice) ดอกสีม่วงที่กลีบดอกเป็นแฉกเหมือนดวงดาวแถมความหมายของมันเหมาะกับพวกเขาทั้งคู่เป็นอย่างมาก “ความรู้สึกดี ๆ ที่ยังคงอยู่ตลอดไป ความรักที่ยั่งยืน ความทรงจำ และความส
เงินทองส่วนใหญ่เก็บไว้ในธนาคาร แทบไม่เคยเอาออกมาใช้ และส่วนใหญ่ก็เป็นเด็กทั้งสองที่หามาเอง กว่าจะมีวันนี้ไม่ง่าย และเขาก็คิดไม่ผิด ความมุมานะของเด็กทั้งสองคนออกดอกออกผลผลิบานในที่สุด ความสำเร็จของลูกชายและลูกเขยส่วนหนึ่งมาจากแรงสนับสนุนทางบ้านทั้งสองฝั่งที่เห็นพ้องไปในทางเดียวกัน ทำให้เด็กทั้งสองออกวิ่งได้อย่างเต็มที่ไม่ต้องห่วงหน้าพะวงหลังเหมือนอย่างที่แล้วมา พ่อเลี้ยงสมบูรณ์น้ำตาซึม เขาตบหลังโอบกอดลูกชายทั้งสองสักพักก่อนจะถอยกลับไปยังด้านหลัง แม่เลี้ยงจันทร์ทิพย์เองก็ยกผ้าเช็ดหน้ามาเช็ดน้ำตาให้กับสามี“พ่อมึงเนี่ยน้า…” ทั้งสองยิ้มให้กันก่อนจะมองบ่าวสาวตรงหน้าด้วยสีหน้าเปี่ยมสุข มาถึงพรรณพิลัย เสียงสะอื้นดังมาไม่ขาดสายเธอปาดน้ำตาบนใบหน้านั้นป้อย ๆ ก่อนจะฉีกยิ้มให้คนทั้งคู่“กว่าจะมีวันนี้เหนื่อยกันมากเลยสินะ” สืบสานกอบกุมมือบางนั้นแน่นพลางบีบกระชับเป็นระยะ“แต่แม่ก็ดีใจที่ลูกทั้งสองจับมือกันมาถึงวันนี้ แม่ดีใจมากจริง ๆ และจะดีใจมากกว่านี้ถ้าลูกทั้งสองจับมือกันไปตลอด” พรรณพิลัยสะอื้นฮักก่อนจะเอ่ยต่อ“เมื่อก่อนแม่เคยคิดว่าสิ่งที่ทำลงไปดีที่สุดและเหมาะสมที่สุดสำหรับลูก แต่ไม่กลับไม่เคยถ
งานแต่งจัดขึ้นที่โรงแรมระดับห้าดาวใจกลางเมืองกรุงเทพฯ ปิดโรงแรมโดยเฉพาะเพื่อให้เครือญาติทางฝั่งของทศวรรษได้เข้าพัก และอำนวยความสะดวกให้กับเหล่ามิตรสหายของทั้งสองคนที่บ้างเดินทางมาจากต่างจังหวัดเพื่อเข้าร่วมงานเลี้ยงฉลองสมรสครั้งนี้ จะว่าเลี้ยงฉลองก็ไม่ใช่เรียกว่าแต่งงานใหม่อีกครั้งกับคนเดิมจะเหมาะกว่าธีมในงานเป็นสีเอิร์ธโทน เป็นกลุ่มสีธรรมชาติ หรือสีที่เลียนแบบธรรมชาติ เช่นน้ำตาล เทา เบจ เป็นงานแต่งแบบอบอุ่น ไม่ฉูดฉาด ชุดเพื่อนเจ้าสาวต่างก็สวมกระโปรงตีกะบังลมหน้าเพื่องานนี้โดยเฉพาะ โดยเฉพาะสามสาวคนสนิทของทศวรรษที่อยู่ด้วยกันแทบจะทุกช่วงเวลาของช่วงชีวิต ทศวรรษกล้าพูดได้เต็มปากเลยว่า หากขาดคนใดคนหนึ่งในที่แห่งนี้ไป ทศวรรษคนนี้ก็ยังเป็นเพียงทศวรรษเด็กต่างจังหวัดปอน ๆ คนหนึ่งที่เข้ากรุงฯ เพื่อมาหาจุดมุ่งหมายในชีวิต อาจเป็นเพียงอีทศตุ๊ดเด็กคนหนึ่งไม่ใช่ทศวรรษนักธุรกิจหน้าใหม่ไฟแรงที่ถูกจัดอันดับนักธุรกิจหน้าใหม่ไฟแรงในปี 2025 พวกเขาทั้งสี่คนต่างจับจูงมือกันมาไกลกว่าที่คิด กว่าจะมาถึงจุดจุดนี้ได้เรียกว่ารากเลือดกันเลยทีเดียว ทั้งเรื่องธุรกิจ ความรัก ครอบครัว หลายครั้งที่ชีวิตเป๋ไปเป๋มาเหมื
“ใครว่าพี่หยอก พี่เอาจริง”“ว้า…” ทศวรรษทำทีทัดผมที่หลังหู แหวนเพชรที่นิ้วนางด้านซ้ายพอต้องแสงไฟก็ส่องประกายวูบวาบ เม็ดโตเท่าเม็ดถั่วแระญี่ปุ่นไม่เห็นก็ตาบอดเต็มที!“ผมไม่ใช่คนตัวเปล่าเล่าเปลือย คงทำให้พี่โตสมหวังไม่ได้” เตวินทร์ยกบรั่นดีขึ้นมาจิบด้วยมุมปากที่ยกยิ้มพลางโครงศีรษะน้อย ๆ“มาหาพี่ คงไม่ได้ตั้งใจจะมาแจกการ์ดให้พี่เจ็บช้ำน้ำใจซ้ำ ๆ หรอกใช่มะ”“แหมพี่โต ผมมาขอบคุณและอยากจะขอโทษพี่เรื่องนั้นต่างหาก เห็นว่าพี่เองก็เสียหายเยอะเหมือนกัน” เตวินทร์กางขาเปลี่ยนอิริยาบถก่อนจะโน้มตัวเข้ามาหาทศวรรษที่นั่งตรงข้าม“ถ้าทศพอใจ เงินแค่นี้จะนับเป็นอะไรได้” น้ำเสียงแหบพร่าแฝงไปด้วยความเย้าหยอก คารมเสี่ยโตเขาระดับพระกาฬจริง ๆ ทศวรรษปั้นหน้ายิ้ม อีกทั้งเขายังมีประสบการณ์โชกโชนที่ทางบ้านคุณาปกรลากเขาออกงานแทบจะวันเว้นวัน พบปะผู้คนมากมาย และท่านเจ้าสัวก็สั่งสอนการวางตัว การเข้าสังคม และการใส่หน้ากากเพื่อธุรกิจ ‘น้ำขุ่นไว้ใน น้ำใสไว้นอก’ อยู่เสมอ“พี่โตไม่เสียดาย แต่ทศเสียดายนี่ครับ อีกอย่างก็เพราะช่วยสืบเขาด้วย ที่เขาลือกันว่าพี่โตกับพี่สืบไม่ถูกกัน น่าจะข่าวลือใช่ไหมครับ”“เปล่า! เรื่องจริง” เต
เมื่อคำอธิษฐานจิตกรวดน้ำลงดินจบลง กอปรกับกรวดน้ำทองเหลืองที่บรรจุน้ำเปล่าสะอาดเอาไว้หยดลงดินจนถึงหยดสุดท้าย พลันมีสายลมเอื่อย ๆ พัดพาใบไม้แห้งที่อยู่บริเวณนั้นปลิวล่องลอยไปตามลมผ่านร่างทั้งสองไป หลวงพ่อที่ยืนอยู่หน้ากุฏิก็ยืนมองทั้งสองเช่นกัน แต่ภาพที่เห็นตรงหน้ากลับทำให้ร่องรอยความโศกเศร้ายิ่งปรากฏชัดในนัยน์ตา เบื้องหน้าแรกเริ่มก่อตัวเป็นเงาสีขาวค่อย ๆ แจ่มชัด ชายหนุ่มสองคนที่สวมชุดราชปะแตนเต็มยศนั่งยอง ๆ ใช้มือรองรับหยาดน้ำเหล่านั้นด้วยสีหน้ายิ้มแย้มพร้อมทั้งหันหน้ามายิ้มให้กันด้วยสายตาที่หวานเชื่อม ดูก็รู้ว่าไม่ใช่สายสัมพันธ์ฉันเพื่อน ครอบครัว แต่เป็นฉันท์คนรักเพศเดียวกัน ก่อนทั้งสองจะยืนขึ้นประนมมือไหว้มาทางหลวงพ่อที่ยืนอยู่ด้านหลัง ส่วนด้านหลังของสืบสานก็มีคนแก่อีกคนที่สวมชุดเฉกเช่นเดียวกันกับคนทั้งสอง เพียงแต่โจงกระเบนสีเขียวเข้มแตกต่างจากคนหนุ่มทั้งสองที่สวมสีน้ำเงิน แถมในมือยังมือไม้เท้าคอยพยุงตัวถืออยู่ด้านหน้าตัวเองในท่วงท่าที่ก้มมองเด็กทั้งสองด้วยสีหน้าราบเรียบ แต่แววตากลับเจือร่องรอยความอาลัย และความปีติยินดีเอาไว้ ความทุกข์ ความโศก ความเศร้า การรอคอย การยึดติด จบลงเพียงไม
ก่อนหน้าหลายเดือนจะถึงกำหนดการณ์การฉลองงานสมรสที่ยิ่งใหญ่ เกรียงไกรสมกับตำแหน่งสะใภ้คนโตของคุณาปกร ได้ยินว่าแค่แขกเหรื่อในวงการธุรกิจก็ร่วมร้อย ยังไม่รวมวงศาคณาญาติที่แตกสายออกไปเกือบร้อยคน งานนี้แขกในงานหลักพัน ทศวรรษถามย้ำกับแม่สามีย้ำ ๆ“งานไม่ใหญ่แน่นะครับคุณแม่” พรรณพิลัยยิ้มบาง ๆ ก่อนจะหัวเราะน้อย ๆ กับคนใช้คนสนิทอย่างศรีนวล“คุณทศอย่ากังวลไปเลยค่ะ งานเล็ก ๆ คนกันเองทั้งนั้น” ศรีนวลหัวเราะร่วนพลางตอบคำถามนั้น ดูจากสีหน้าของคนทั้งสองแล้ว คงไม่เล็กเท่าไหร่ ขนาดงานเลี้ยงฉลองวันเกิดคุณหญิงพรรณพิลัย คุณหญิง คุณนายต่าง ๆ ตีผมกะบังลมเดินกันให้ควั่ก ไหนจะญาติทั้งสองฝั่งอย่างท่านเจ้าสัว และคุณหญิงพรรณพิลัยเอง แค่บ้านทศวรรษ แม่เลี้ยงจันทร์ทิพย์นับแขกที่จะไปร่วมงานได้สองรถบัสคันใหญ่ จะบ้า! ยังไงก็เห็นชอบจากผู้ใหญ่ทั้งสองฝั่งเขาและสืบสานจะทำอะไรได้ เลือกดูเฉดสีเสื้อผ้าในงานวันแต่งจนหัวหมุนไปหมด พวกสามสาวก็ดีใจมาก อีกทั้งไม่ได้จ้างดีไซเนอร์ค่าตัวแพง ๆ จากที่ไหนไกล เป็นปลายฟ้าที่บรรจงบินไปถึงฝรั่งเศสเพื่อเลือกผ้าโดยเฉพาะ รวมไปถึงพวกมุกและคริสตัลที่ปักมือ แม้จะสวมชุดสูทแต่ทว่าเนื้อผ้าด้านในเป็







