Masukต้นตาล : “มึงไม่ร้องไห้แล้วเหรออีทศ”
ทศวรรษ : “เก็บไว้ร้องเป็นเพื่อนมึงตอนโดนผัวทิ้งก็ไม่สาย” ต้นตาลแหวเสียงดังพร้อมกับขยำทิชชูเป็นก้อนขว้างใส่อีทศเพื่อนชั่วที่ตอนแรกบีบน้ำตาเรียกดรามา ตอนนี้เหมือนถูกฉีดเลือดไก่ สีหน้าเต็มไปด้วยความใคร่รู้เสียเต็มประดา
“เอ้าอีนี่ ปากเสีย” แล้วเสียงเฮฮาภายในรถก็ดังไปตลอดทางจนถึงบ้านเกิดของมะเดี่ยวโดยสวัสดิภาพ
ทางด้านบ้านคุณาปกร ที่จัดการเรื่องวุ่นวายภายในบริษัท ให้ปากคำกับตำรวจ พอจะมีเวลาว่างหายใจหายคอนั่งคุยกันพร้อมหน้าในวันหยุดแบบนี้ สืบสานเดินวนภายในบ้านเหมือนหนูติดจั่นอยู่ที่ห้องนั่งเล่น อาการเป็นแบบนี้มาสองสามวัน
“โทรไม่ติดเหรอลูก” พรรณพิลัยเป็นฝ่ายเอ่ยถามลูกชาย
“ครับ”
สานฝันแทรกขึ้นมา “พี่ทศไปอีสานค่ะ ไปหาข้าวใหม่ที่จะทำเหล้าขาว” สืบสานเลิกคิ้วด้วยความแปลกใจ
“ทำไมพี่ไม่รู้”
“เอ้า สงสัยพี่ทศไม่ได้บล็อกเบอร์ฝัน” สานฝันเย้าแหย่พี่ชายที่ทำหน้ามุ่ย ไม่สบอารมณ์นั่งไม่ติดอยู่บนโซฟา สืบสานแก้ตัว
“ไม่ได้บล็อก แต่ไม่รับ”
“สงสัยมีสองเครื่อง” สานฝันว่า สืบสานเลิกคิ้วด้วยความแปลกใจ แม้เขาจะรู้ว่าเอกสารฉบับนั้นมาจากทศวรรษ แต่ก็ไม่รู้รายละเอียดทั้งหมด รวมไปถึงเหตุการณ์ในวันนั้น สานฝันจึงเล่าให้ฟังอย่างละเอียดเรื่องที่พวกเขาสุมหัวทำกันมาก่อนหน้านี้
“ยัยฝัน กล้าใหญ่แล้วนะเรา” ท่านเจ้าสัวเอ็ด
“ฝัน ลูกใจกล้าเกินไปแล้ว บ้านนั้นก็ใช่ย่อย” คุณหญิงพรรณพิลัยเอ่ยเตือนลูกสาวด้วยความเป็นห่วง นายท่านเตโชเป็นหนึ่งในผู้ในอิทธิพลมืดที่อยู่หลังการเมืองของประเทศนี้เลยก็ว่าได้ เพียงแต่ไม่ค่อยออกสื่อ แม้ไม่ออกสื่อแต่ก็มักจะถูกเอ่ยถึงหลายครั้งในแวดวงการเมือง และธุรกิจมืด นายทุนเทาทั้งหลาย เหมือนกับว่าไม่เทาไม่ทำ ส่วนลูกชายแม้เบื้องหน้าจะมือขาวใสสะอาดแต่ก็ไม่รู้เบื้องหลังว่าสะอาดจริงหรือจกตากันแน่ แม้แต่สื่อยังไม่กล้าเล่นข่าวรวมไปถึงฝั่งตำรวจเองก็เหมือนจะเจอตอ ไม่กล้าสืบสาวราวเรื่องต่ออีกทั้งเรื่องการปั่นหุ้นในตอนนั้นเอกสารระบุชัดเจนว่า… “ให้คำปรึกษาในการลงทุน” เพียงเท่านั้น นับว่าเป็นผู้บริสุทธิ์คนหนึ่ง แต่ทุกคนในที่นี้ต่างรู้แก่ใจ ตลาดหุ้นในประเทศไทยไม่ต่างจากวงพนัน! เจ้าของนำบริษัทเข้าตลาดหลักทรัพย์เพื่อระดมทุน บ้างหอบเงินใส่กระเป๋าหนีไปต่างประเทศโดยที่เม่าตัวเล็ก ๆ ทำได้เพียงเจ็บใจและหมดตัวครั้งแล้วครั้งเล่าเท่านั้น รวมไปถึง Insider วาฬใหญ่ที่รู้เรื่องราวภายในก่อนที่หุ้นจะพุ่ง ตามสโลแกน “ลุกช้าจ่ายรอบวง”
“แต่ก็คุ้มไม่ใช่เหรอคะ อีกอย่างฝันว่าเรื่องนี้คนชื่อโตอะไรนั่นก็ต้องรู้เห็นเป็นใจ ไม่งั้นข้อมูลสำคัญขนาดนั้นพวกหนูจะเอามาได้ยังไงคะ”
“เรื่องนี้มีใครรู้เรื่องอีกบ้าง” ท่านเจ้าสัวถามเสียงเข้ม สานฝันส่ายหน้า
“มีเพียงพี่ทศ เพื่อนพี่ทศ ไม่มีคนอื่นแล้วค่ะ”
“แน่ใจนะว่ามีแค่นี้” สืบสานเองก็ไม่เชื่อว่าคนเหล่านั้นจะมีฝีมือมากถึงขนาดแฮ็กข้อมูลสำคัญในแล็ปท็อปออกมาได้ สานฝันครุ่นคิดสักครู่ก่อนจะโพล่งออกมา
“อ้อ…มีรุ่นน้องพวกพี่ต้นอีกคนหนึ่งชื่อซานจาค่ะ เห็นพี่ต้นบอกว่าเกี่ยวพันกับลูกชายคนรองของท่านเจ้าสัวเดรโก” ท่านเจ้าสัวสืบศักดิ์เลิกคิ้วด้วยความแปลกใจอีกหน เรียกได้ว่างานนี้ครอบครัวนักธุรกิจระดับประเทศต่างเกี่ยวพันกันเป็นโยงใยเหมือนใยแมงมุม แต่ก็นับว่าเด็กที่ชื่อต้นตาลนั้นฉลาดพอตัว เพราะว่าท่านเจ้าสัวเดรโกที่ว่าเพิ่งเปิดโปงกระบวนการค้ามนุษย์ในเด็กที่สถานเลี้ยงเด็กกำพร้า รวมไปถึงทุนการศึกษาทาสที่เด็กทุนต้องขายเรือนร่างชดใช้พอ ๆ กับหนี้ทางการศึกษาที่พวกเขาต้องแบกเอาไว้บนบ่า เรียกได้ว่าเป็นการเปิดโปงที่สะเทือนฟ้าสะเทือนดินกันเลยทีเดียว มิน่าเตโชถึงได้แสร้งหลับตาข้างหนึ่ง ทำเหมือนไม่รับรู้เรื่องดังกล่าว ท่านเจ้าสัวได้แต่คิดในใจไม่กล้าแม้จะปริปากความในใจออกไปแม้ครึ่งประโยค ท่านเจ้าสัวสั่งสอนลูกสาวอีกสองสามประโยคด้วยท่าทีจริงจัง
“วันหลังทำอะไรต้องปรึกษาผู้ใหญ่ให้มาก ถือซะว่าครั้งนี้เราโชคดีที่ไม่ได้สร้างความบาดหมางให้กับฝ่ายนั้น ในการทำธุรกิจบางครั้งต้องยอมหลับตาข้างหนึ่งเพื่อให้บริษัทอยู่รอด ไม่มีมิตรและศัตรูที่ถาวร”
“ค่ะ ฝันจะจำเอาไว้” สานฝันพูดพลางยิ้มเผล่ไม่ได้มีท่าทีสลดแต่อย่างใด กลับกันเหตุการณ์ในครั้งนั้นทำให้เธอโตขึ้นมาก และวิกฤตของคุณาปกรในครั้งนี้ก็ทำให้ท่านเจ้าสัวและภรรยาอย่างพรรณพิลัยได้เห็นเนื้อแท้ของคน และเปิดใจให้กับเพศสภาพของลูกชายและลูกสาวอย่างเต็มใจเสียที
ส่วนภพพานนั้นยืนตัวลีบอยู่ด้านหลังเสี่ยโต ที่งานนี้แต่งตัวปาดผมมาอย่างหล่อเหลา มีคนเหลียวมองตลอดทางจนทำให้ภพพานรู้สึกประหม่าวางตัวไม่ถูกขึ้นมาเสียดื้อ ๆ แต่พอได้ยินประโยคที่พ่อและแม่ทั้งสองฝั่งกำลังอวยพรคู่แต่งงานเพศเดียวกันบนเวที คนเจ้าน้ำตาอย่างเขาถึงกับน้ำตาซึม“ไง…ซึ้งมากหรือไง” เตวินทร์พูดแหย่ ในขณะที่มือหนึ่งกำลังถือแก้วเหล้าทรงเตี้ยที่สำหรับใส่เหล้าขาว ในงานไม่มีไวน์อย่างที่คิดไว้แฮะ มีแต่เครื่องดื่มในไลน์การผลิตของ KUNA ที่เรียงรายให้แขกเลือกดื่มตามใจชอบ ส่วนเครื่องดื่มหลักที่คู่แต่งงานกำลังรินที่ถูกจัดแต่งแต่ละชั้นอย่างประณีตเป็นเหล้าขาวที่เจือด้วยสีชมพูอ่อนเป็นเหล้าขาวที่ผสมด้วยลำไยเนื้อชมพูที่มาจากจังหวัดลำพูนมาถึงเวลาการโยนช่อดอกไม้ ดอก LIly of the valley ในมือทศวรรษที่เดินถือขึ้นมาบนเวทีถูกมอบให้สืบสาน คนข้างล่างเวทีโห่แซวเพราะความหมายของมันคือ Return to happiness ช่อดอกไม้ที่ทศวรรษเลือกใช้เป็นดอกสแตติส (Statice) ดอกสีม่วงที่กลีบดอกเป็นแฉกเหมือนดวงดาวแถมความหมายของมันเหมาะกับพวกเขาทั้งคู่เป็นอย่างมาก “ความรู้สึกดี ๆ ที่ยังคงอยู่ตลอดไป ความรักที่ยั่งยืน ความทรงจำ และความส
เงินทองส่วนใหญ่เก็บไว้ในธนาคาร แทบไม่เคยเอาออกมาใช้ และส่วนใหญ่ก็เป็นเด็กทั้งสองที่หามาเอง กว่าจะมีวันนี้ไม่ง่าย และเขาก็คิดไม่ผิด ความมุมานะของเด็กทั้งสองคนออกดอกออกผลผลิบานในที่สุด ความสำเร็จของลูกชายและลูกเขยส่วนหนึ่งมาจากแรงสนับสนุนทางบ้านทั้งสองฝั่งที่เห็นพ้องไปในทางเดียวกัน ทำให้เด็กทั้งสองออกวิ่งได้อย่างเต็มที่ไม่ต้องห่วงหน้าพะวงหลังเหมือนอย่างที่แล้วมา พ่อเลี้ยงสมบูรณ์น้ำตาซึม เขาตบหลังโอบกอดลูกชายทั้งสองสักพักก่อนจะถอยกลับไปยังด้านหลัง แม่เลี้ยงจันทร์ทิพย์เองก็ยกผ้าเช็ดหน้ามาเช็ดน้ำตาให้กับสามี“พ่อมึงเนี่ยน้า…” ทั้งสองยิ้มให้กันก่อนจะมองบ่าวสาวตรงหน้าด้วยสีหน้าเปี่ยมสุข มาถึงพรรณพิลัย เสียงสะอื้นดังมาไม่ขาดสายเธอปาดน้ำตาบนใบหน้านั้นป้อย ๆ ก่อนจะฉีกยิ้มให้คนทั้งคู่“กว่าจะมีวันนี้เหนื่อยกันมากเลยสินะ” สืบสานกอบกุมมือบางนั้นแน่นพลางบีบกระชับเป็นระยะ“แต่แม่ก็ดีใจที่ลูกทั้งสองจับมือกันมาถึงวันนี้ แม่ดีใจมากจริง ๆ และจะดีใจมากกว่านี้ถ้าลูกทั้งสองจับมือกันไปตลอด” พรรณพิลัยสะอื้นฮักก่อนจะเอ่ยต่อ“เมื่อก่อนแม่เคยคิดว่าสิ่งที่ทำลงไปดีที่สุดและเหมาะสมที่สุดสำหรับลูก แต่ไม่กลับไม่เคยถ
งานแต่งจัดขึ้นที่โรงแรมระดับห้าดาวใจกลางเมืองกรุงเทพฯ ปิดโรงแรมโดยเฉพาะเพื่อให้เครือญาติทางฝั่งของทศวรรษได้เข้าพัก และอำนวยความสะดวกให้กับเหล่ามิตรสหายของทั้งสองคนที่บ้างเดินทางมาจากต่างจังหวัดเพื่อเข้าร่วมงานเลี้ยงฉลองสมรสครั้งนี้ จะว่าเลี้ยงฉลองก็ไม่ใช่เรียกว่าแต่งงานใหม่อีกครั้งกับคนเดิมจะเหมาะกว่าธีมในงานเป็นสีเอิร์ธโทน เป็นกลุ่มสีธรรมชาติ หรือสีที่เลียนแบบธรรมชาติ เช่นน้ำตาล เทา เบจ เป็นงานแต่งแบบอบอุ่น ไม่ฉูดฉาด ชุดเพื่อนเจ้าสาวต่างก็สวมกระโปรงตีกะบังลมหน้าเพื่องานนี้โดยเฉพาะ โดยเฉพาะสามสาวคนสนิทของทศวรรษที่อยู่ด้วยกันแทบจะทุกช่วงเวลาของช่วงชีวิต ทศวรรษกล้าพูดได้เต็มปากเลยว่า หากขาดคนใดคนหนึ่งในที่แห่งนี้ไป ทศวรรษคนนี้ก็ยังเป็นเพียงทศวรรษเด็กต่างจังหวัดปอน ๆ คนหนึ่งที่เข้ากรุงฯ เพื่อมาหาจุดมุ่งหมายในชีวิต อาจเป็นเพียงอีทศตุ๊ดเด็กคนหนึ่งไม่ใช่ทศวรรษนักธุรกิจหน้าใหม่ไฟแรงที่ถูกจัดอันดับนักธุรกิจหน้าใหม่ไฟแรงในปี 2025 พวกเขาทั้งสี่คนต่างจับจูงมือกันมาไกลกว่าที่คิด กว่าจะมาถึงจุดจุดนี้ได้เรียกว่ารากเลือดกันเลยทีเดียว ทั้งเรื่องธุรกิจ ความรัก ครอบครัว หลายครั้งที่ชีวิตเป๋ไปเป๋มาเหมื
“ใครว่าพี่หยอก พี่เอาจริง”“ว้า…” ทศวรรษทำทีทัดผมที่หลังหู แหวนเพชรที่นิ้วนางด้านซ้ายพอต้องแสงไฟก็ส่องประกายวูบวาบ เม็ดโตเท่าเม็ดถั่วแระญี่ปุ่นไม่เห็นก็ตาบอดเต็มที!“ผมไม่ใช่คนตัวเปล่าเล่าเปลือย คงทำให้พี่โตสมหวังไม่ได้” เตวินทร์ยกบรั่นดีขึ้นมาจิบด้วยมุมปากที่ยกยิ้มพลางโครงศีรษะน้อย ๆ“มาหาพี่ คงไม่ได้ตั้งใจจะมาแจกการ์ดให้พี่เจ็บช้ำน้ำใจซ้ำ ๆ หรอกใช่มะ”“แหมพี่โต ผมมาขอบคุณและอยากจะขอโทษพี่เรื่องนั้นต่างหาก เห็นว่าพี่เองก็เสียหายเยอะเหมือนกัน” เตวินทร์กางขาเปลี่ยนอิริยาบถก่อนจะโน้มตัวเข้ามาหาทศวรรษที่นั่งตรงข้าม“ถ้าทศพอใจ เงินแค่นี้จะนับเป็นอะไรได้” น้ำเสียงแหบพร่าแฝงไปด้วยความเย้าหยอก คารมเสี่ยโตเขาระดับพระกาฬจริง ๆ ทศวรรษปั้นหน้ายิ้ม อีกทั้งเขายังมีประสบการณ์โชกโชนที่ทางบ้านคุณาปกรลากเขาออกงานแทบจะวันเว้นวัน พบปะผู้คนมากมาย และท่านเจ้าสัวก็สั่งสอนการวางตัว การเข้าสังคม และการใส่หน้ากากเพื่อธุรกิจ ‘น้ำขุ่นไว้ใน น้ำใสไว้นอก’ อยู่เสมอ“พี่โตไม่เสียดาย แต่ทศเสียดายนี่ครับ อีกอย่างก็เพราะช่วยสืบเขาด้วย ที่เขาลือกันว่าพี่โตกับพี่สืบไม่ถูกกัน น่าจะข่าวลือใช่ไหมครับ”“เปล่า! เรื่องจริง” เต
เมื่อคำอธิษฐานจิตกรวดน้ำลงดินจบลง กอปรกับกรวดน้ำทองเหลืองที่บรรจุน้ำเปล่าสะอาดเอาไว้หยดลงดินจนถึงหยดสุดท้าย พลันมีสายลมเอื่อย ๆ พัดพาใบไม้แห้งที่อยู่บริเวณนั้นปลิวล่องลอยไปตามลมผ่านร่างทั้งสองไป หลวงพ่อที่ยืนอยู่หน้ากุฏิก็ยืนมองทั้งสองเช่นกัน แต่ภาพที่เห็นตรงหน้ากลับทำให้ร่องรอยความโศกเศร้ายิ่งปรากฏชัดในนัยน์ตา เบื้องหน้าแรกเริ่มก่อตัวเป็นเงาสีขาวค่อย ๆ แจ่มชัด ชายหนุ่มสองคนที่สวมชุดราชปะแตนเต็มยศนั่งยอง ๆ ใช้มือรองรับหยาดน้ำเหล่านั้นด้วยสีหน้ายิ้มแย้มพร้อมทั้งหันหน้ามายิ้มให้กันด้วยสายตาที่หวานเชื่อม ดูก็รู้ว่าไม่ใช่สายสัมพันธ์ฉันเพื่อน ครอบครัว แต่เป็นฉันท์คนรักเพศเดียวกัน ก่อนทั้งสองจะยืนขึ้นประนมมือไหว้มาทางหลวงพ่อที่ยืนอยู่ด้านหลัง ส่วนด้านหลังของสืบสานก็มีคนแก่อีกคนที่สวมชุดเฉกเช่นเดียวกันกับคนทั้งสอง เพียงแต่โจงกระเบนสีเขียวเข้มแตกต่างจากคนหนุ่มทั้งสองที่สวมสีน้ำเงิน แถมในมือยังมือไม้เท้าคอยพยุงตัวถืออยู่ด้านหน้าตัวเองในท่วงท่าที่ก้มมองเด็กทั้งสองด้วยสีหน้าราบเรียบ แต่แววตากลับเจือร่องรอยความอาลัย และความปีติยินดีเอาไว้ ความทุกข์ ความโศก ความเศร้า การรอคอย การยึดติด จบลงเพียงไม
ก่อนหน้าหลายเดือนจะถึงกำหนดการณ์การฉลองงานสมรสที่ยิ่งใหญ่ เกรียงไกรสมกับตำแหน่งสะใภ้คนโตของคุณาปกร ได้ยินว่าแค่แขกเหรื่อในวงการธุรกิจก็ร่วมร้อย ยังไม่รวมวงศาคณาญาติที่แตกสายออกไปเกือบร้อยคน งานนี้แขกในงานหลักพัน ทศวรรษถามย้ำกับแม่สามีย้ำ ๆ“งานไม่ใหญ่แน่นะครับคุณแม่” พรรณพิลัยยิ้มบาง ๆ ก่อนจะหัวเราะน้อย ๆ กับคนใช้คนสนิทอย่างศรีนวล“คุณทศอย่ากังวลไปเลยค่ะ งานเล็ก ๆ คนกันเองทั้งนั้น” ศรีนวลหัวเราะร่วนพลางตอบคำถามนั้น ดูจากสีหน้าของคนทั้งสองแล้ว คงไม่เล็กเท่าไหร่ ขนาดงานเลี้ยงฉลองวันเกิดคุณหญิงพรรณพิลัย คุณหญิง คุณนายต่าง ๆ ตีผมกะบังลมเดินกันให้ควั่ก ไหนจะญาติทั้งสองฝั่งอย่างท่านเจ้าสัว และคุณหญิงพรรณพิลัยเอง แค่บ้านทศวรรษ แม่เลี้ยงจันทร์ทิพย์นับแขกที่จะไปร่วมงานได้สองรถบัสคันใหญ่ จะบ้า! ยังไงก็เห็นชอบจากผู้ใหญ่ทั้งสองฝั่งเขาและสืบสานจะทำอะไรได้ เลือกดูเฉดสีเสื้อผ้าในงานวันแต่งจนหัวหมุนไปหมด พวกสามสาวก็ดีใจมาก อีกทั้งไม่ได้จ้างดีไซเนอร์ค่าตัวแพง ๆ จากที่ไหนไกล เป็นปลายฟ้าที่บรรจงบินไปถึงฝรั่งเศสเพื่อเลือกผ้าโดยเฉพาะ รวมไปถึงพวกมุกและคริสตัลที่ปักมือ แม้จะสวมชุดสูทแต่ทว่าเนื้อผ้าด้านในเป็







![ผัวผมดุนะพี่ (4P) [YAOI]](https://acfs1.goodnovel.com/dist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)