Masuk“สืบ มานั่งก่อนเถอะเรา”
“ครับ” พรรณพิลัยขยับเว้นที่ว่างให้ลูกชายได้นั่งตรงกลางระหว่างเธอและสานฝัน ก่อนจะเอ่ยพูดสิ่งที่อยู่ในใจมาเนิ่นนาน
“สืบ ความทรงจำของลูก”
“ผมไม่เป็นไรแล้วครับ” สืบสานเลี่ยงที่จะตอบคำถามนั้นตรง ๆ แต่กลับตอบว่าไม่เป็นไรแล้วแทน พรรณพิลัยมีสีหน้าโล่งใจอย่างเห็นได้ชัด
“เรื่องคนรักของลูก…” สืบสานหันหน้ามามองผู้เป็นแม่ด้วยสีหน้าเรียบเฉย พรรณพิลัยที่เห็นสีหน้าและแววตานั้นก็สะอึก หันไปหาสามีที่พยักหน้าน้อย ๆ เป็นเชิงให้กำลังใจ เธอจับมือของลูกชายมาวางไว้บนฝ่ามือพลางตบเบา ๆ สองสามที
“สืบ ตลอดระยะเวลาหลายปีที่ผ่านมาแม่ไม่เคยรู้เลยว่าของขวัญพวกนั้น คนรักของลูกเป็นคนส่งมาให้พวกเรา” พรรณพิลัยเม้มปาก ก่อนจะเอ่ยต่อ
“ผมก็เพิ่งทราบ เขาไม่เคยบอกผมมาก่อน”
“สืบโกรธแม่มั้ยลูก”
“เมื่อก่อนผมคงโกรธมาก แต่ตอนนี้…อาจเป็นเพราะวัยรุ่นเลือดร้อนและคิดว่าตัวเองเจ๋งพอที่จะยืนด้วยลำแข้งของตัวเอง ตอนนั้นผมหุนหันพลันแล่นมากเกินไปจริง ๆ ต้องขอโทษคุณพ่อคุณแม่ด้วยครับ” สืบสานยกมือไหว้อย่างนอบน้อม พรรณพิลัยตบหลังเบา ๆ สานฝันเองก็เช่นกันเธอพยักหน้าให้กับพี่ชาย พลางกอดแขนเขาอย่างออดอ้อนเหมือนแต่ก่อน
“เรื่องผ่านมาแล้วก็แล้วกันไป อีกอย่างพ่อกับแม่เองก็ผิดเหมือนกัน ผิดที่ไม่เข้าใจลูก ผิดที่ไม่เคยรับฟังความต้องการของลูกแต่ละคน” พรรณพิลัยเว้นจังหวะก่อนจะกวาดสายตามองสมาชิกทุกคนที่นั่งอยู่ สุดท้ายวางสายตาไว้ที่ใบหน้าอมทุกข์ของลูกชาย
“เมื่อก่อนเพราะแม่ยึดติดกับลูก ๆ มากเกินไป เอาความโศกเศร้าเสียใจมาลงและทุ่มเทกับการเลี้ยงดูลูกแต่ละคน เอาแต่คิดว่าสิ่งที่มอบให้ดีที่สุด ที่ผิดพลาดที่สุดคือแม่ แม่ลืมไปว่าลูก ๆ ต่างก็มีความคิดและหัวใจที่แม่ไม่อาจบงการได้ และที่แย่ไปกว่านั้นแม่ใส่ความฝันของตัวเองที่ทำไม่ได้ในวัยเยาว์ลงไปในตัวลูกแต่ละคน พี่ชายคนโตต้องเป็นอย่างนั้น น้องสาวต้องเป็นอย่างนี้ แม่ขีดเขียนเส้นทางและกำกับเส้นทางเดินให้ลูกทุกคนเดินตามโดยที่ไม่ถามความสมัครใจของลูกเลย พอมาคิด ๆ แล้วแม่ก็โกรธตัวเองเหมือนกันที่ทำแบบนั้นกับลูก” พรรณพิลัยสะอื้นฮัก ความรู้สึกผิดตีตื้นขึ้นมาในอก จุกจนพูดแทบไม่ออก ทอฝันที่นั่งอีกฝั่งก็ลุกจากโซฟามาโอบกอดผู้เป็นแม่ที่กำลังร้องห่มร้องไห้เพราะความรู้สึกผิด
“ไม่เป็นไรค่ะ เรามาเริ่มต้นใหม่นะคะ” ทอฝันพูดด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ อีกทั้งเธอเองแม้จะเคยน้อยเนื้อต่ำใจที่แม่เข้มงวดกับเธอมากที่สุด แต่เธอเองก็เข้าใจแม่มากที่สุดด้วยเช่นกัน ในบรรดาสามพี่น้องทอฝันคอยเป็นตัวปะ คลี่คลายความขัดแย้งเล็ก ๆ น้อย ๆ ให้กับคนในครอบครัวมาเสมอ พี่ชายและน้องสาวมีนิสัยใจคออย่างไร ต้องพูดอย่างไรให้อีกฝั่งใจเย็นและค่อย ๆ คิดตาม ไม่ได้ชี้นำและไม่ได้ตัดสินใจแทน เรื่องของคนรักของพี่ชายเธอเองก็เช่นกัน ดูเหมือนว่าวันนี้เรื่องราวที่ผ่านมาคงจะมีทางออกสำหรับทุกคน รวมไปถึงตัวเธอเองด้วย พรรณพิลัยโอบกอดลูก ๆ ทั้งสามด้วยน้ำตานองหน้า ก่อนจะรีบเช็ดหน้าลวก ๆ มัวแต่ร้องไห้อย่างนี้คงไม่ได้ข้อสรุป
“สืบ ไม่สิ ต่อแต่นี้แม่จะไม่ก้าวก่ายในชีวิตของลูกอีก ลูกตัดสินใจได้เองตามที่เห็นสมควร อีกทั้งลูกรักใครแม่ก็รักด้วย” สืบสานเองแทบไม่เชื่อหูตัวเอง เขาหันไปมองอีกฟากก็เห็นบิดาพยักหน้าให้เบา ๆ ก่อนจะแสร้งก้มลงจิบชาซ่อนความวูบไหวในแววตา ไม่อยากเสียฟอร์มต่อหน้าลูก ๆ
“คุณแม่พูดจริงเหรอครับ”
“จริงสิจ๊ะ แม่มาคิด ๆ ดูแล้ว ทศวรรษคนนั้นเขาก็ไม่ได้ผิดอะไร กลับกันตลอดระยะเวลาสิบกว่าปีที่เขาคบหาลูกมา แม่ต้องขอบคุณเขาด้วยซ้ำ ขอบคุณที่เขาไม่ทิ้งลูกไป แม่เคยอคติและเอาความผิดหวังไปลงที่เขาทั้งหมด เอาแต่คิดว่าเขาพรากลูกจากอกแม่ไป คิดว่าที่ลูกเป็นแบบนี้เพราะเขาหลอกล่อ แต่ความจริง…แม่ต่างหากที่เป็นฝ่ายผลักไสลูกเพราะความรักความชอบของลูกไม่ถูกต้องตามบรรทัดฐานสังคมที่แม่เคยอยู่ แต่แม่ลืมไปว่า…ไม่ว่าลูกจะดีจะเลวยังไงสุดท้ายก็เป็นลูกของแม่อยู่วันยังค่ำ เป็นลูกที่แม่เฝ้ารอคอยการถือกำเนิด ฟูมฟักเลี้ยงดูมากับมือ แม่ควรจะเป็นคนที่เข้าใจและรับเรื่องเหล่านี้มากกว่าคนอื่น ๆ ที่ไหนได้…” สืบสานสวมกอดผู้เป็นแม่เต็มรัก นานแล้วที่ผู้ชายอย่างเขาเอาแต่หลบเลี่ยงไม่ให้มารดาได้กอดหอมตามอำเภอใจ น้อยนักที่จะแสดงความรักออกมาในรูปแบบนี้ ในความคิดของสืบสานการเป็นเด็กดี อยู่ในโอวาทของมารดาถือเป็นการแสดงความรักในอีกรูปแบบหนึ่งในแบบฉบับของเขา
“ขอบคุณนะครับ ขอบคุณมาก” พรรณพิลัยสวมกอดตอบ
“ตามเขากลับมาให้ได้นะลูก คนที่รักลูกมากขนาดนี้รองจากแม่คงมีแต่เขาแล้วล่ะ” พรรณพิลัยตบหลังลูกชายคนโตเบา ๆ พลางพูดเคล้าทั้งน้ำตา ก่อนจะหันไปกอดลูกสาวคนรองอีกคน
“พาเขามาหาแม่บ้างนะลูก คนที่ลูกเลือกแม่เชื่อว่าเขาต้องเป็นคนดี เรื่องงานถ้าอยากพักก็พักเถอะ ไปเรียนต่อก็ดีเหมือนกัน ถือซะว่าเปิดหูเปิดตา ส่วนเรายัยสานฝัน…เรื่องเที่ยวก็เพลา ๆ บ้าง”
“หนูไปหาแรงบันดาลใจในการทำธุรกิจต่างหากละคะ ไม่เชื่อก็ถามคุณพ่อดู” สานฝันพยักพเยิดทางไปทางด้านเจ้าสัวเพื่อหาพรรคพวก ทุกคนต่างหัวเราะออกมาอย่างพร้อมเพรียง และแล้วรั้วบ้านคุณาปกรก็ถึงคราวสงบสุขที่แท้จริงเสียที
ส่วนภพพานนั้นยืนตัวลีบอยู่ด้านหลังเสี่ยโต ที่งานนี้แต่งตัวปาดผมมาอย่างหล่อเหลา มีคนเหลียวมองตลอดทางจนทำให้ภพพานรู้สึกประหม่าวางตัวไม่ถูกขึ้นมาเสียดื้อ ๆ แต่พอได้ยินประโยคที่พ่อและแม่ทั้งสองฝั่งกำลังอวยพรคู่แต่งงานเพศเดียวกันบนเวที คนเจ้าน้ำตาอย่างเขาถึงกับน้ำตาซึม“ไง…ซึ้งมากหรือไง” เตวินทร์พูดแหย่ ในขณะที่มือหนึ่งกำลังถือแก้วเหล้าทรงเตี้ยที่สำหรับใส่เหล้าขาว ในงานไม่มีไวน์อย่างที่คิดไว้แฮะ มีแต่เครื่องดื่มในไลน์การผลิตของ KUNA ที่เรียงรายให้แขกเลือกดื่มตามใจชอบ ส่วนเครื่องดื่มหลักที่คู่แต่งงานกำลังรินที่ถูกจัดแต่งแต่ละชั้นอย่างประณีตเป็นเหล้าขาวที่เจือด้วยสีชมพูอ่อนเป็นเหล้าขาวที่ผสมด้วยลำไยเนื้อชมพูที่มาจากจังหวัดลำพูนมาถึงเวลาการโยนช่อดอกไม้ ดอก LIly of the valley ในมือทศวรรษที่เดินถือขึ้นมาบนเวทีถูกมอบให้สืบสาน คนข้างล่างเวทีโห่แซวเพราะความหมายของมันคือ Return to happiness ช่อดอกไม้ที่ทศวรรษเลือกใช้เป็นดอกสแตติส (Statice) ดอกสีม่วงที่กลีบดอกเป็นแฉกเหมือนดวงดาวแถมความหมายของมันเหมาะกับพวกเขาทั้งคู่เป็นอย่างมาก “ความรู้สึกดี ๆ ที่ยังคงอยู่ตลอดไป ความรักที่ยั่งยืน ความทรงจำ และความส
เงินทองส่วนใหญ่เก็บไว้ในธนาคาร แทบไม่เคยเอาออกมาใช้ และส่วนใหญ่ก็เป็นเด็กทั้งสองที่หามาเอง กว่าจะมีวันนี้ไม่ง่าย และเขาก็คิดไม่ผิด ความมุมานะของเด็กทั้งสองคนออกดอกออกผลผลิบานในที่สุด ความสำเร็จของลูกชายและลูกเขยส่วนหนึ่งมาจากแรงสนับสนุนทางบ้านทั้งสองฝั่งที่เห็นพ้องไปในทางเดียวกัน ทำให้เด็กทั้งสองออกวิ่งได้อย่างเต็มที่ไม่ต้องห่วงหน้าพะวงหลังเหมือนอย่างที่แล้วมา พ่อเลี้ยงสมบูรณ์น้ำตาซึม เขาตบหลังโอบกอดลูกชายทั้งสองสักพักก่อนจะถอยกลับไปยังด้านหลัง แม่เลี้ยงจันทร์ทิพย์เองก็ยกผ้าเช็ดหน้ามาเช็ดน้ำตาให้กับสามี“พ่อมึงเนี่ยน้า…” ทั้งสองยิ้มให้กันก่อนจะมองบ่าวสาวตรงหน้าด้วยสีหน้าเปี่ยมสุข มาถึงพรรณพิลัย เสียงสะอื้นดังมาไม่ขาดสายเธอปาดน้ำตาบนใบหน้านั้นป้อย ๆ ก่อนจะฉีกยิ้มให้คนทั้งคู่“กว่าจะมีวันนี้เหนื่อยกันมากเลยสินะ” สืบสานกอบกุมมือบางนั้นแน่นพลางบีบกระชับเป็นระยะ“แต่แม่ก็ดีใจที่ลูกทั้งสองจับมือกันมาถึงวันนี้ แม่ดีใจมากจริง ๆ และจะดีใจมากกว่านี้ถ้าลูกทั้งสองจับมือกันไปตลอด” พรรณพิลัยสะอื้นฮักก่อนจะเอ่ยต่อ“เมื่อก่อนแม่เคยคิดว่าสิ่งที่ทำลงไปดีที่สุดและเหมาะสมที่สุดสำหรับลูก แต่ไม่กลับไม่เคยถ
งานแต่งจัดขึ้นที่โรงแรมระดับห้าดาวใจกลางเมืองกรุงเทพฯ ปิดโรงแรมโดยเฉพาะเพื่อให้เครือญาติทางฝั่งของทศวรรษได้เข้าพัก และอำนวยความสะดวกให้กับเหล่ามิตรสหายของทั้งสองคนที่บ้างเดินทางมาจากต่างจังหวัดเพื่อเข้าร่วมงานเลี้ยงฉลองสมรสครั้งนี้ จะว่าเลี้ยงฉลองก็ไม่ใช่เรียกว่าแต่งงานใหม่อีกครั้งกับคนเดิมจะเหมาะกว่าธีมในงานเป็นสีเอิร์ธโทน เป็นกลุ่มสีธรรมชาติ หรือสีที่เลียนแบบธรรมชาติ เช่นน้ำตาล เทา เบจ เป็นงานแต่งแบบอบอุ่น ไม่ฉูดฉาด ชุดเพื่อนเจ้าสาวต่างก็สวมกระโปรงตีกะบังลมหน้าเพื่องานนี้โดยเฉพาะ โดยเฉพาะสามสาวคนสนิทของทศวรรษที่อยู่ด้วยกันแทบจะทุกช่วงเวลาของช่วงชีวิต ทศวรรษกล้าพูดได้เต็มปากเลยว่า หากขาดคนใดคนหนึ่งในที่แห่งนี้ไป ทศวรรษคนนี้ก็ยังเป็นเพียงทศวรรษเด็กต่างจังหวัดปอน ๆ คนหนึ่งที่เข้ากรุงฯ เพื่อมาหาจุดมุ่งหมายในชีวิต อาจเป็นเพียงอีทศตุ๊ดเด็กคนหนึ่งไม่ใช่ทศวรรษนักธุรกิจหน้าใหม่ไฟแรงที่ถูกจัดอันดับนักธุรกิจหน้าใหม่ไฟแรงในปี 2025 พวกเขาทั้งสี่คนต่างจับจูงมือกันมาไกลกว่าที่คิด กว่าจะมาถึงจุดจุดนี้ได้เรียกว่ารากเลือดกันเลยทีเดียว ทั้งเรื่องธุรกิจ ความรัก ครอบครัว หลายครั้งที่ชีวิตเป๋ไปเป๋มาเหมื
“ใครว่าพี่หยอก พี่เอาจริง”“ว้า…” ทศวรรษทำทีทัดผมที่หลังหู แหวนเพชรที่นิ้วนางด้านซ้ายพอต้องแสงไฟก็ส่องประกายวูบวาบ เม็ดโตเท่าเม็ดถั่วแระญี่ปุ่นไม่เห็นก็ตาบอดเต็มที!“ผมไม่ใช่คนตัวเปล่าเล่าเปลือย คงทำให้พี่โตสมหวังไม่ได้” เตวินทร์ยกบรั่นดีขึ้นมาจิบด้วยมุมปากที่ยกยิ้มพลางโครงศีรษะน้อย ๆ“มาหาพี่ คงไม่ได้ตั้งใจจะมาแจกการ์ดให้พี่เจ็บช้ำน้ำใจซ้ำ ๆ หรอกใช่มะ”“แหมพี่โต ผมมาขอบคุณและอยากจะขอโทษพี่เรื่องนั้นต่างหาก เห็นว่าพี่เองก็เสียหายเยอะเหมือนกัน” เตวินทร์กางขาเปลี่ยนอิริยาบถก่อนจะโน้มตัวเข้ามาหาทศวรรษที่นั่งตรงข้าม“ถ้าทศพอใจ เงินแค่นี้จะนับเป็นอะไรได้” น้ำเสียงแหบพร่าแฝงไปด้วยความเย้าหยอก คารมเสี่ยโตเขาระดับพระกาฬจริง ๆ ทศวรรษปั้นหน้ายิ้ม อีกทั้งเขายังมีประสบการณ์โชกโชนที่ทางบ้านคุณาปกรลากเขาออกงานแทบจะวันเว้นวัน พบปะผู้คนมากมาย และท่านเจ้าสัวก็สั่งสอนการวางตัว การเข้าสังคม และการใส่หน้ากากเพื่อธุรกิจ ‘น้ำขุ่นไว้ใน น้ำใสไว้นอก’ อยู่เสมอ“พี่โตไม่เสียดาย แต่ทศเสียดายนี่ครับ อีกอย่างก็เพราะช่วยสืบเขาด้วย ที่เขาลือกันว่าพี่โตกับพี่สืบไม่ถูกกัน น่าจะข่าวลือใช่ไหมครับ”“เปล่า! เรื่องจริง” เต
เมื่อคำอธิษฐานจิตกรวดน้ำลงดินจบลง กอปรกับกรวดน้ำทองเหลืองที่บรรจุน้ำเปล่าสะอาดเอาไว้หยดลงดินจนถึงหยดสุดท้าย พลันมีสายลมเอื่อย ๆ พัดพาใบไม้แห้งที่อยู่บริเวณนั้นปลิวล่องลอยไปตามลมผ่านร่างทั้งสองไป หลวงพ่อที่ยืนอยู่หน้ากุฏิก็ยืนมองทั้งสองเช่นกัน แต่ภาพที่เห็นตรงหน้ากลับทำให้ร่องรอยความโศกเศร้ายิ่งปรากฏชัดในนัยน์ตา เบื้องหน้าแรกเริ่มก่อตัวเป็นเงาสีขาวค่อย ๆ แจ่มชัด ชายหนุ่มสองคนที่สวมชุดราชปะแตนเต็มยศนั่งยอง ๆ ใช้มือรองรับหยาดน้ำเหล่านั้นด้วยสีหน้ายิ้มแย้มพร้อมทั้งหันหน้ามายิ้มให้กันด้วยสายตาที่หวานเชื่อม ดูก็รู้ว่าไม่ใช่สายสัมพันธ์ฉันเพื่อน ครอบครัว แต่เป็นฉันท์คนรักเพศเดียวกัน ก่อนทั้งสองจะยืนขึ้นประนมมือไหว้มาทางหลวงพ่อที่ยืนอยู่ด้านหลัง ส่วนด้านหลังของสืบสานก็มีคนแก่อีกคนที่สวมชุดเฉกเช่นเดียวกันกับคนทั้งสอง เพียงแต่โจงกระเบนสีเขียวเข้มแตกต่างจากคนหนุ่มทั้งสองที่สวมสีน้ำเงิน แถมในมือยังมือไม้เท้าคอยพยุงตัวถืออยู่ด้านหน้าตัวเองในท่วงท่าที่ก้มมองเด็กทั้งสองด้วยสีหน้าราบเรียบ แต่แววตากลับเจือร่องรอยความอาลัย และความปีติยินดีเอาไว้ ความทุกข์ ความโศก ความเศร้า การรอคอย การยึดติด จบลงเพียงไม
ก่อนหน้าหลายเดือนจะถึงกำหนดการณ์การฉลองงานสมรสที่ยิ่งใหญ่ เกรียงไกรสมกับตำแหน่งสะใภ้คนโตของคุณาปกร ได้ยินว่าแค่แขกเหรื่อในวงการธุรกิจก็ร่วมร้อย ยังไม่รวมวงศาคณาญาติที่แตกสายออกไปเกือบร้อยคน งานนี้แขกในงานหลักพัน ทศวรรษถามย้ำกับแม่สามีย้ำ ๆ“งานไม่ใหญ่แน่นะครับคุณแม่” พรรณพิลัยยิ้มบาง ๆ ก่อนจะหัวเราะน้อย ๆ กับคนใช้คนสนิทอย่างศรีนวล“คุณทศอย่ากังวลไปเลยค่ะ งานเล็ก ๆ คนกันเองทั้งนั้น” ศรีนวลหัวเราะร่วนพลางตอบคำถามนั้น ดูจากสีหน้าของคนทั้งสองแล้ว คงไม่เล็กเท่าไหร่ ขนาดงานเลี้ยงฉลองวันเกิดคุณหญิงพรรณพิลัย คุณหญิง คุณนายต่าง ๆ ตีผมกะบังลมเดินกันให้ควั่ก ไหนจะญาติทั้งสองฝั่งอย่างท่านเจ้าสัว และคุณหญิงพรรณพิลัยเอง แค่บ้านทศวรรษ แม่เลี้ยงจันทร์ทิพย์นับแขกที่จะไปร่วมงานได้สองรถบัสคันใหญ่ จะบ้า! ยังไงก็เห็นชอบจากผู้ใหญ่ทั้งสองฝั่งเขาและสืบสานจะทำอะไรได้ เลือกดูเฉดสีเสื้อผ้าในงานวันแต่งจนหัวหมุนไปหมด พวกสามสาวก็ดีใจมาก อีกทั้งไม่ได้จ้างดีไซเนอร์ค่าตัวแพง ๆ จากที่ไหนไกล เป็นปลายฟ้าที่บรรจงบินไปถึงฝรั่งเศสเพื่อเลือกผ้าโดยเฉพาะ รวมไปถึงพวกมุกและคริสตัลที่ปักมือ แม้จะสวมชุดสูทแต่ทว่าเนื้อผ้าด้านในเป็







