Share

เบื้องหลังอุบัติเหตุ

last update publish date: 2026-09-09 13:02:20

ห้องผ่าตัด 3 ไฟสีแดงเหนือประตูสว่างขึ้น "Case Emergency" แพทย์ พยาบาล และวิสัญญีแพทย์ต่างประจำตำแหน่ง เสียงเปิดประตูดังขึ้น หมอกเดินเข้ามาในชุดปลอดเชื้อ เมื่อสวมหน้ากากแล้ว... สีหน้าอ่อนโยนที่ใช้กับแก้วใจเมื่อครู่ หายไปจนหมด เหลือเพียงแววตานิ่งสงบของศัลยแพทย์มือหนึ่ง

พยาบาลประจำห้องผ่าตัดยิ้มบาง ๆ "พร้อมค่ะคุณหมอ" หมอกพยักหน้า "เริ่มได้" ทันทีที่การผ่าตัดเริ่มขึ้น บรรยากาศในห้องก็เปลี่ยนไปทันที ไม่มีความลังเล ไม่มีความรีบร้อน ทุกคำสั่งหนักแน่นและแม่นยำ "คีม" พยาบาลส่งเครื่องมือเข้ามือแทบจะพร้อมกับที่หมอกเอ่ย "ดูดเลือด" "ครับ" "แรงดันตก"

หมอกเงยหน้ามองจอมอนิเตอร์เพียงเสี้ยววินาที ก่อนตอบกลับอย่างนิ่งสงบ "เพิ่มเลือด" "ครับ" ทุกคนในห้องผ่าตัดต่างรู้หน้าที่ของตัวเอง เพราะคนที่ยืนอยู่หัวโต๊ะ... คือศัลยแพทย์ที่ได้รับการยอมรับว่า ยิ่งสถานการณ์วิกฤตเท่าไร เขายิ่งนิ่งเท่านั้น

หนึ่งชั่วโมงผ่านไป สองชั่วโมงผ่านไป จนในที่สุด... "เสร็จเรียบร้อย" หมอกวางเครื่องมือลง เสียงถอนหายใจโล่งอกดังขึ้นทั้งห้อง พยาบาลยิ้มกว้าง "คนไข้ปลอดภัยค่ะ" หมอกพยักหน้า "ขอบคุณทุกคน" เขายกมือไหว้ทีมผ่าตัดเล็กน้อยตามนิสัย ก่อนเดินออกจากห้อง

หน้าห้องผ่าตัด ญาติของคนไข้รีบลุกขึ้นทันที "คุณหมอ..." หมอกถอดหน้ากากออก รอยยิ้มอ่อนโยนกลับมาอีกครั้ง "การผ่าตัดผ่านไปด้วยดีครับ" ญาติถึงกับร้องไห้ออกมา "ขอบคุณนะคะ" หมอกยกมือไหว้รับ "จากนี้คนไข้จะถูกส่งไปพักฟื้นใน ICU ก่อนนะครับ" เขาอธิบายทุกขั้นตอนอย่างใจเย็น จนญาติคลายความกังวล เมื่อทุกอย่างเรียบร้อย หมอกจึงเดินออกมา แต่แทนที่จะกลับห้องพักแพทย์ เขากลับเดินตรงไปยังห้องพักพิเศษของแก้วใจทันที

อีกด้านหนึ่ง ชั้นใต้ดินของโรงพยาบาล ชายร่างสูงสองคนยืนพิงรถสีดำ คนหนึ่งสวมเสื้อยืดสีดำ กำลังหมุนกุญแจรถเล่น อีกคนยืนกอดอก สีหน้าเรียบนิ่ง ทั้งคู่คือ... เสือ และ ทิวทัด

หมอกเดินมาหยุดตรงหน้า ไม่มีการทักทาย เพราะทั้งสามรู้จักกันดีตั้งแต่สมัยเรียน หมอกยื่นซองเอกสารสีน้ำตาลให้ ภายในมีภาพรถของแก้วใจ ผลตรวจจากบริษัทประกัน และรายงานเบื้องต้นของตำรวจ

"ช่วยกูหน่อย" เสือเปิดแฟ้มดูคร่าว ๆ "สงสัยว่าไม่ใช่อุบัติเหตุ" หมอกพยักหน้า "รถคันนั้นเพิ่งเข้าศูนย์ก่อนเกิดเหตุสามวัน" "ระบบเบรกไม่มีปัญหามาก่อน" ทิวทัดเปิดดูรูปใต้ท้องรถ ก่อนขมวดคิ้ว "ถ้ามันแตกพร้อมกันขนาดนี้... กูว่าแปลก"

หมอกสูดหายใจเข้าลึก แววตาที่เคยอ่อนโยน กลับเย็นชาลงอย่างน่ากลัว "กูไม่สนว่าเป็นใคร" "แต่ถ้ามีคนทำ... กูจะเอามันเข้าคุก" เสือยิ้มมุมปาก "นึกว่าจะพูดว่าเอามันตาย" หมอกส่ายหน้า "กูเป็นหมอ" "หน้าที่กูคือช่วยชีวิตคน" เขาหยุดไปครู่หนึ่ง ก่อนเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบ "แต่... ถ้ามันทำร้ายคนของกู" "กูจะทำให้มันได้รับโทษตามกฎหมาย...ทุกข้อหา"

ทิวทัดยิ้มบาง ๆ "แบบนี้สิ... หมอกคนเดิม" เสือปิดแฟ้มดังปึก "โอเค" "เรื่องนี้... ปล่อยให้พวกกู" หมอกพยักหน้า "อย่าให้แก้วรู้" "จนกว่าจะได้หลักฐาน" "กูไม่อยากให้เขากังวล" เสือกับทิวทัดมองหน้ากัน ก่อนหัวเราะเบา ๆ "มึงนี่... เป็นห่วงแฟนไม่เคยเปลี่ยน"

หมอกยิ้มเพียงนิดเดียว ก่อนหันกลับขึ้นลิฟต์ จุดหมายของเขา... ยังคงเป็นห้องพักพิเศษชั้นสิบสอง เพราะต่อให้ต้องผ่าตัดอีกกี่เคส หรือต้องตามล่าความจริงอีกกี่คืน สถานที่ที่เขาอยากกลับไปที่สุด ก็ยังคงเป็น... ข้างเตียงของแก้วใจ

สามวันต่อมา อาการของแก้วใจดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง แพทย์เริ่มให้ลุกนั่งและฝึกเดินระยะสั้น ๆ โดยมีนักกายภาพคอยดูแล ส่วนหมอก... ชีวิตกลับเข้าสู่ตารางงานเหมือนเดิม แต่ไม่ว่าเขาจะมีเคสหนักแค่ไหน ทุกครั้งที่ว่าง เขาจะกลับมาหาแก้วใจเสมอ

08.45 น. ห้องผ่าตัดหัวใจและทรวงอก เสียงประกาศดังขึ้นทั่วแผนก "ทีมผ่าตัดพร้อมหรือยัง" "พร้อมครับ" ผู้ป่วยชายวัยห้าสิบแปดปี ถูกเข็นเข้าสู่ห้องผ่าตัด ภาวะหลอดเลือดแดงใหญ่ฉีกขาดเฉียบพลัน หากช้ากว่านี้เพียงไม่กี่นาที... อาจไม่มีโอกาสรอด

อาจารย์แพทย์หันมามองหมอก "เคสนี้ นายเป็นหัวหน้าทีม" หมอกพยักหน้ารับ ไม่ปฏิเสธ ไม่ลังเล เพียงเดินไปประจำตำแหน่ง "เริ่มจับเวลา" เสียงนาฬิกาดังขึ้น ทุกวินาทีมีค่าต่อชีวิตคนไข้ "มีด" "ครับ" "Clamp" "ครับ" "ดูดเลือด"

คำสั่งสั้น กระชับ และแม่นยำ แม้เลือดจะไหลออกมาอย่างรวดเร็ว แต่สีหน้าของหมอกกลับไม่เปลี่ยนเลย "ความดันตก" วิสัญญีแพทย์รายงาน หมอกยังคงเย็บหลอดเลือดต่อ "เพิ่มเลือด" "เพิ่มยา" "เตรียมชุดสำรอง" ทุกคำสั่งออกมาแทบจะพร้อมกัน ทีมผ่าตัดตอบรับอย่างรวดเร็ว เพราะทุกคนเชื่อใจผู้ชายที่ยืนอยู่หัวโต๊ะ

หน้าห้องผ่าตัด ญาติของคนไข้ต่างนั่งกุมมือกันแน่น หลายคนร้องไห้ เวลาผ่านไปเกือบหกชั่วโมง ไฟสีแดงเหนือห้องผ่าตัดดับลง ประตูค่อย ๆ เปิดออก หมอกเดินออกมา แม้หน้ากากจะปิดใบหน้าไว้ครึ่งหนึ่ง แต่ทุกคนก็จำเขาได้

หญิงวัยกลางคนรีบวิ่งเข้ามา "คุณหมอ..." หมอกถอดหน้ากากออก รอยยิ้มอ่อนโยนปรากฏขึ้น "การผ่าตัดสำเร็จครับ" หญิงคนนั้นทรุดลงร้องไห้ ก่อนยกมือไหว้ซ้ำแล้วซ้ำเล่า หมอกรีบรับไหว้ "ไม่ต้องไหว้ผมหรอกครับ" "กลับไปกอดคนไข้ตอนเขาฟื้นดีกว่า" หญิงคนนั้นร้องไห้หนักกว่าเดิม "ขอบคุณค่ะ... ขอบคุณที่ช่วยสามีฉันไว้" หมอกเพียงยิ้ม แล้วเดินจากไปอย่างเงียบ ๆ

บนชั้นสิบสอง ห้องพักผู้ป่วยพิเศษ หมอกเพิ่งเปิดประตูเข้ามา แก้วใจกำลังฝึกเดินกับนักกายภาพ ก้าวแรก... ยังสั่น ก้าวที่สอง... เกือบเสียหลัก หมอกรีบเดินเข้าไป แต่กลับหยุดอยู่ห่างออกไป เขาไม่ได้รีบเข้าไปรับ นักกายภาพหันมามอง หมอกเพียงพยักหน้าเบา ๆ เหมือนกำลังบอกว่า "ให้เขาลองก่อน"

แก้วใจกัดฟัน พยายามก้าวต่อ หนึ่งก้าว... สองก้าว... สามก้าว... ก่อนจะเดินถึงเก้าอี้ได้สำเร็จ เสียงปรบมือดังขึ้น นักกายภาพยิ้มกว้าง "เก่งมากครับ" หมอกเดินเข้าไปช้า ๆ ยื่นขวดน้ำให้ เปิดฝาไว้เรียบร้อย "เหนื่อยไหม"

แก้วใจพยักหน้า "เหนื่อย" หมอกย่อตัวลงตรงหน้า ใช้ผ้าสะอาดซับเหงื่อบนหน้าผากให้อย่างเบามือ "วันนี้เก่งมาก" คำชมสั้น ๆ ทำให้แก้วใจยิ้มเหมือนเด็ก

ในเวลาเดียวกัน อีกด้านของเมือง โกดังร้างแห่งหนึ่ง เสือวางแฟ้มเอกสารลงบนโต๊ะ ทิวทัดโยนรูปถ่ายหลายใบตามลงมา ทั้งสองมองหน้ากัน สีหน้าไม่เหมือนคนที่เพิ่งได้ข่าวดี

"เจอแล้ว" ทิวทัดพูดเรียบ ๆ "รถไม่ได้เบรกแตกเอง" เสือเปิดภาพจากกล้องวงจรปิด ชายคนหนึ่งสวมหมวกแก๊ป เดินเข้าไปใกล้รถของแก้วใจในลานจอดรถ ก่อนขับออกไปอย่างรวดเร็ว ภาพต่อมา... เป็นรายงานจากผู้เชี่ยวชาญ "พบท่อน้ำมันเบรกถูกตัดด้วยเครื่องมือเฉพาะ" ไม่ใช่การเสื่อมสภาพ ไม่ใช่อุบัติเหตุ แต่เป็น... การจงใจฆ่า

เสือสูดหายใจลึก "งานนี้... มีคนอยากให้แก้วใจตาย" ทิวทัดหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา ต่อสายหาหมอก ปลายสายรับแทบจะทันที "ว่าไง" ทิวทัดเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง "มึงคิดถูก" "มันไม่ใช่อุบัติเหตุ" "มีคนลงมือ"

ปลายสายเงียบสนิท ไม่มีเสียงตกใจ ไม่มีเสียงโวยวาย มีเพียงเสียงหายใจของหมอก ที่หนักขึ้นเพียงเล็กน้อย ก่อนตอบกลับมาสั้น ๆ "หลักฐานแน่นไหม" "แน่น" "งั้น..." หมอกหันไปมองแก้วใจที่กำลังหัวเราะกับนักกายภาพอยู่ในห้อง แววตาอ่อนโยนเมื่อครู่... ค่อย ๆ เปลี่ยนเป็นเย็นชาราวกับน้ำแข็ง "ช่วยหาตัวมันให้เจอ" "ที่เหลือ... ปล่อยให้กฎหมายจัดการ"

แต่ในใจของหมอก เขาให้คำมั่นกับตัวเองเพียงข้อเดียว จะไม่มีใครแตะต้องแก้วใจได้อีก...ตราบใดที่เขายังมีลมหายใจ

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • รักฉันมั่นคง... ถ้าใจนายหนักแน่นพอ   พี่ฟังก่อนพี่

    น่านฟ้า โอเมก้าหนุ่มผิวขาว สูงราว 175 เซนติเมตร สวมเสื้อยืดธรรมดาราคาหลักร้อย กางเกงยีนส์ตัวเก่าที่ผ่านการใช้งานมาหลายปี และรองเท้าผ้าใบสีขาวคู่เดิม แม้การแต่งกายจะเรียบง่าย แต่รอยยิ้มอบอุ่นและน้ำเสียงนุ่มละมุนของเขากลับสะกดทุกสายตาเสียงดนตรีดังก้องไปทั่วผับเล็ก ๆ แถบชานเมือง น่านฟ้ายืนอยู่บนเวที ร้องเพลงด้วยความตั้งใจ พร้อมส่งยิ้มให้ลูกค้าทั้งผู้หญิง ผู้ชาย และกลุ่มนักท่องราตรีที่ต่างพากันยกแก้วส่งกำลังใจให้ที่แห่งนี้คือโอกาสครั้งสำคัญของนักร้องอิสระอย่างเขา หลังจากต้นกล้า เพื่อนสมัยมหาวิทยาลัย แนะนำให้มาร้องเพลงประจำที่ผับแห่งนี้ รายได้ดีกว่างานเก่าหลายเท่า แถมยังมีงานนอกให้รับโดยไม่ต้องเสียเวลาออกไปหางานเอง02.00 น.เสียงเพลงสุดท้ายจบลง พร้อมกับเวลาปิดร้าน น่านฟ้าเก็บอุปกรณ์ของตัวเอง ก่อนเดินเข้าห้องน้ำเพื่อล้างหน้า หวังให้ความเย็นของสายน้ำช่วยไล่ความมึนจากแอลกอฮอล์ที่ลูกค้าชนแก้วกับเขาบนเวทีตลอดทั้งคืนเมื่อออกมา ต้นกล้าและแก้วใจก็ยืนรออยู่หน้าร้านทั้งสามคนเป็นเพื่อนสนิทตั้งแต่สมัยเรียนมหาวิทยาลัย ต้นกล้าเป็นโอเมก้าหน้าหวาน ส่วนแก้วใจเป็นเบต้าหนุ่มอารมณ์ดี แม้จะชอบแซวเพื่อนอยู่

  • รักฉันมั่นคง... ถ้าใจนายหนักแน่นพอ   เพื่อนรัก นักหยุ่ม

    "ไอ้แก้ว!" เสียงตะโกนดังลั่นคฤหาสน์ จนแผ่นผนังเหมือนสั่นสะเทือนตามไปด้วย หมอกที่กำลังนั่งอ่านหนังสืออยู่บนโซฟาถึงกับสะดุ้ง หนังสือในมือแทบหลุดลงพื้น มองไปทางต้นเสียงด้วยสายตาเหนื่อยหน่าย "มีอะไรอีกแล้วนะ" หมอกถอนหายใจยาวราวกับหายใจออกมาทั้งปอด เสือที่ยืนอยู่ข้างประตูห้องเดินเข้ามาพร้อมกับส่ายหน้า "เริ่มอีกแล้ว นี่มันเช้าเลยนะเว้ย" ทั้งสองเดินออกมาที่ห้องนั่งเล่นตรงกลาง ภาพที่เห็นทำเอาทิวทัดที่เพิ่งลงมาจากข้างบนถึงกับยกมือกุมขมับ น่านฟ้ายืนข้างหลังเขา พยายามกลั้นยิ้มอยู่ ตรงกลางห้อง ต้นกล้ากำลังยืนกระแทกเท้าลงพื้น แย่งถุงขนมถุงใหญ่จากมือแก้วใจอยู่ด้วยความพยายามสูงสุด แต่แก้วใจยกถุงขึ้นสูงจนต้นกล้าเอื้อมเท่าไหร่ก็ไม่ถึง หน้าตายิ้มแย้มแจ่มใสจนคนมองเห็นแล้วหมั่นไส้ "คืนมา! นั่นมันของกู!" ต้นกล้าตะโกน มือยื่นสูงจนสุดแต่ก็ยังห่างไปตั้งหลายเซนติเมตร "ไม่คืน! กูหยิบได้กูถือ" แก้วใจตอบกลับทันที เสียงดังพอๆ กัน "กูเห็นก่อนนะ!" "กูหยิบก่อน!" แก้วใจยกถุงขนมขึ้นสูงกว่าเดิมอีกนิด มองลงมาที่หน้าตาตื่นของอีกฝ่ายอย่างขำขัน "เตี้ยก็แพ้ไป ไอ้ต้น" "ไอ้แก้ว!" ต้นกล้าขึงขึงตา กระโดดขึ้นหวังจะคว้

  • รักฉันมั่นคง... ถ้าใจนายหนักแน่นพอ   หมายเลข27

    สายฝนเมื่อคืนทิ้งไว้เพียงความชื้นบนพื้นถนน รถสีดำของทิวทัดแล่นเข้าจอดใต้ลานจอดรถของสถานีรถไฟเก่า ตู้ฝากของหมายเลข 27... ตั้งอยู่มุมสุดของอาคาร ผู้คนเดินผ่านไปมาเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น แต่ทิวทัดรู้... ตั้งแต่ก้าวลงจากรถ พวกเขาถูกจับตามองแล้ว "น่าน" ทิวทัดเอ่ยเรียกเบา ๆ น่านฟ้าพยักหน้า ก่อนกวาดสายตามองไปรอบ ๆ อย่างแนบเนียน "มีหลายคน แต่ยังไม่รู้ว่าเป็นฝ่ายไหน" หมอกเดินเข้ามาหยุดข้างทิวทัด ส่วนแก้วใจกับต้นกล้าแยกไปอีกฝั่งของโถงสถานีราวกับกำลังเดินเล่น เสือมองภาพนั้นแล้วยิ้ม "สองคนนั้น... แนบเนียนจริง" หมอกอมยิ้ม "อย่าประมาท แก้วน่ะ... บางทีฉันก็เริ่มรู้สึกว่า เขาปิดบังอะไรไว้มากกว่าที่คิด" แก้วใจหันมายิ้มให้หมอกจากระยะไกล พร้อมยกมือโบกเบา ๆ รอยยิ้มหวานเหมือนเดิม จนไม่มีใครเชื่อว่า คนคนนี้กำลังใช้สายตาสังเกตทุกทางเข้าออกของอาคาร ต้นกล้าเดินผ่านชายคนหนึ่ง ก่อนกระซิบเบา ๆ "พี่เสือ ผู้ชายเสื้อเทา... มองเรามาตั้งแต่ลงรถ" เสือไม่หันไปมอง เพียงตอบกลับยิ้ม ๆ "รู้แล้ว ปล่อยเขาไป" ทิวทัดเสียบกุญแจเข้าตู้หมายเลข 27 แกร๊ก... ประตูตู้ค่อย ๆ เปิดออก ภายในมีเพียงแฟ้มเอกสารสีดำ กับนาฬิกาพกเรือนเก่า

  • รักฉันมั่นคง... ถ้าใจนายหนักแน่นพอ   เบอร์ที่ไม่เคยรู้จัก

    เสียงใบพัดเฮลิคอปเตอร์ค่อย ๆ หายลับไปกับสายฝน ไม่มีใครพูดอะไรอยู่พักใหญ่ ทุกคนยังคงมองท้องฟ้าที่ว่างเปล่า ราวกับกำลังคิดเรื่องเดียวกัน ศัตรู... ไม่ได้มีแค่คนเดียว และเกมครั้งนี้ ก็ใหญ่กว่าที่พวกเขาคาดไว้ "กลับกันเถอะ" ทิวทัดเป็นคนแรกที่เอ่ยขึ้น ทุกคนพยักหน้า ก่อนเดินลงจากดาดฟ้าพร้อมกัน ระหว่างทาง... หมอกเดินช้าลง เมื่อรู้สึกว่ามีใครบางคนจับชายเสื้อของเขาไว้ เขาหันกลับมา ก็เห็นแก้วใจกำลังยิ้มแหย ๆ "เหนื่อยแล้วเหรอ" หมอกถามเบา ๆ แก้วใจพยักหน้า "นิดหน่อยครับ" หมอกถอนหายใจอย่างโล่งอก แม้จะเพิ่งเห็นอีกฝ่ายรับมือกับสถานการณ์ได้อย่างน่าทึ่ง แต่สำหรับเขา... แก้วใจก็ยังเป็นคนเดิม คนที่เขาอยากดูแล หมอกยกมือขึ้นลูบศีรษะคนรักเบา ๆ "กลับบ้าน พี่ทำของอร่อยให้กิน" แก้วใจหัวเราะเสียงใส "ตกลงครับ" ภาพนั้นทำให้เสือแอบยิ้ม "เมื่อกี้ยังเท่กันอยู่เลย ตอนนี้กลับมาอ้อนเหมือนเดิมแล้ว" ต้นกล้าหัวเราะพลางเดินไปคล้องแขนเสือ "พี่เสืออิจฉาเหรอ" "ใครอิจฉา" เสือรีบปฏิเสธทันที ต้นกล้าหัวเราะชอบใจ ส่วนทิวทัดเดินเคียงข้างน่านฟ้าอย่างเงียบ ๆ "เมื่อกี้..." ทิวทัดเอ่ยขึ้น "นายตามไม้ไปใช่ไหม" น่านฟ้าพยักหน้า "ผมเห็นเ

  • รักฉันมั่นคง... ถ้าใจนายหนักแน่นพอ   เงามืด

    เสียงไซเรนจากท่าเรือดังแว่วเข้ามาพร้อมกับสายฝนที่โหมกระหน่ำ ภายในโกดัง... ไม่มีใครกล้าประมาทคนทั้งหกอีกต่อไป หัวหน้ากลุ่มค่อย ๆ ถอยหลัง สีหน้าที่เคยมั่นใจเริ่มมีรอยร้าว "ถ่วงเวลา!" เขาตะโกนลั่น "นายใหญ่กำลังมา!" เพียงประโยคนั้น... ทิวทัดกับหมอกหันมาสบตากัน เสือยกยิ้มมุมปาก "ในที่สุดก็ยอมโผล่หัว" แต่ทิวทัดกลับส่ายหน้า "ไม่... มันฉลาดเกินกว่าจะเดินเข้ามาเอง" ทันทีที่สิ้นเสียง ไฟทั้งโกดังก็ดับลงอีกครั้ง คราวนี้ไม่ใช่แค่ความมืด... แต่ระบบไฟฟ้าของทั้งอาคารถูกตัดจนเหลือเพียงเสียงฝนกับลมหายใจของทุกคน ติ๊ด... เสียงเล็ก ๆ ดังขึ้นจากมุมห้อง หมอกหันไปทันที "ทุกคน! หมอบ!" สิ้นเสียง... แรงสั่นสะเทือนจากอีกฝั่งของโกดังก็ทำให้พื้นสั่นไหว ฝุ่นควันลอยฟุ้งบดบังทัศนวิสัย เสือรีบหันมองต้นกล้า "ต้น!" "ผมอยู่นี่!" ต้นกล้าตะโกนตอบกลับจากอีกด้าน หมอกรีบคว้ามือแก้วใจไว้แน่น "จับมือพี่ไว้" แต่กลับเป็นแก้วใจที่ดึงหมอกหลบเศษลังไม้ที่หล่นลงมาได้ทัน หมอกมองคนรักด้วยความอึ้ง "แก้ว..." แก้วใจยิ้มให้ "ผมบอกแล้ว... ดูแลตัวเองเป็น" อีกด้านหนึ่ง ทิวทัดกำลังมองหาน่านฟ้า แต่กลับไม่เห็นแม้แต่เงา "น่าน!" ไม่มีเสียงตอ

  • รักฉันมั่นคง... ถ้าใจนายหนักแน่นพอ   จุดอ่อน

    "...ผมจะพูด" เสียงนั้นดังขึ้นเบาหวิว แต่กลับดังก้องไปทั่วโกดัง ชายวัยกลางคนทรุดตัวลงนั่ง ใบหน้าซีดเผือด เหงื่อเม็ดใหญ่ไหลอาบขมับ มือทั้งสองสั่นจนควบคุมไม่อยู่ หัวหน้ากลุ่มหันขวับไปมองลูกน้องทันที "มึงจะพูดอะไร!" ชายคนนั้นไม่กล้าสบตา ได้แต่ก้มหน้ามองพื้น "ผม...ผมไม่อยากตาย" ทิวทัดยกมือขึ้นเพียงเล็กน้อย ทุกคนในโกดังหยุดเคลื่อนไหวทันที เขาเดินเข้าไปหยุดอยู่ตรงหน้าชายคนนั้น "เงยหน้ามองฉัน" น้ำเสียงเรียบจนแทบไม่มีอารมณ์ ชายวัยกลางคนค่อย ๆ เงยหน้าขึ้น ดวงตาเต็มไปด้วยความหวาดกลัว ทิวทัดไม่ได้ข่มขู่ ไม่ได้ตะโกน กลับถามเพียงสั้น ๆ "คนที่สั่ง...เป็นใคร" ชายคนนั้นเม้มริมฝีปากแน่น ก่อนจะส่ายหน้า "ผม...ไม่เคยเห็นหน้า" เสือเลิกคิ้ว "ไม่เคยเห็น?" "ครับ..." "ทุกครั้งจะมีคนกลางมาติดต่อ เงินก็โอนผ่านหลายบัญชี ไม่มีใครรู้ว่าตัวจริงเป็นใคร" หมอกที่ยืนเงียบมาตลอด เอ่ยขึ้นเป็นครั้งแรก "แต่คุณรู้อะไรบางอย่าง" ชายคนนั้นสะดุ้ง ดวงตาเบิกกว้างราวกับถูกอ่านใจ หมอกหยิบภาพถ่ายหนึ่งใบขึ้นมา วางไว้บนโต๊ะ "คุณมองรูปนี้นานกว่ารูปอื่น" "แสดงว่าคุณรู้จักเขา" ชายวัยกลางคนมองหมอกอย่างตกตะลึง "คุณ..." หมอกพูดต่ออย่าง

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status