공유

เสียงสุดท้าย

last update 게시일: 2026-09-10 01:15:12

เสียงไซเรนรถพยาบาลดังก้องไปทั่วถนน ท่ามกลางสายฝนที่โปรยปรายไม่หยุด

"รถคันหน้าพลิกคว่ำ! มีผู้บาดเจ็บติดอยู่ในรถ!"

หมอกรีบกระโดดลงจากรถพยาบาลพร้อมทีมกู้ชีพ มือคว้ากระเป๋าปฐมพยาบาลวิ่งฝ่าฝนไปยังรถเก๋งสีดำที่พลิกตะแคงอยู่ริมถนน กระจกแตกกระจาย เศษเหล็กบิดเบี้ยวจนแทบมองไม่ออกว่าเคยเป็นรถหรูมาก่อน

"คนเจ็บยังมีชีพจร!"

หมอกคุกเข่าลงข้างรถ พยายามชะโงกหน้าเข้าไปมอง แต่เพียงเสี้ยววินาที... หัวใจของเขาเหมือนถูกบีบจนหยุดเต้น

"...แก้ว"

ริมฝีปากสั่นเอ่ยชื่อคนรักออกมาแผ่วเบา ร่างของแก้วใจพาดอยู่กับพวงมาลัย เลือดไหลอาบหน้าผาก เสื้อเชิ้ตสีอ่อนเปลี่ยนเป็นสีแดงจากเลือดที่ซึมออกมาไม่หยุด ดวงตาคู่สวยปิดสนิท ราวกับไร้การตอบสนอง

"แก้วใจ..." หมอกกำมือแน่นจนสั่น

"คุณหมอ!" เสียงเจ้าหน้าที่เรียกสติ

หมอกสูดลมหายใจเข้าลึก ก่อนบังคับตัวเองให้กลับมาเป็นหมอ แม้หัวใจจะแตกสลายอยู่ตรงหน้าก็ตาม

"ตั้งสติ... เราต้องช่วยเขา" เขาเอ่ยกับตัวเองมากกว่าจะบอกใคร "เครื่องตัดถ่างพร้อม! ระวังคอผู้ป่วย! ให้ออกซิเจนเดี๋ยวนี้!"

คำสั่งถูกปล่อยออกมารัวเร็ว แต่ดวงตาของหมอกกลับไม่เคยละจากใบหน้าของคนรักเลยแม้แต่วินาทีเดียว

"แก้ว... ฟังพี่นะ... อย่าหลับ"

ไม่มีเสียงตอบกลับ มีเพียงเสียงเครื่องวัดชีพจรแบบพกพาที่ดังเป็นจังหวะอ่อนแรง หมอกสอดมือเข้าไปจับมือของแก้วใจไว้แน่น มือคู่นั้น... เย็นเฉียบ

"แก้ว... นายสัญญากับพี่แล้วว่าจะอยู่ด้วยกัน" น้ำเสียงที่เคยหนักแน่นเริ่มสั่นเครือ "ห้ามผิดสัญญา... ได้ยินไหม"

เจ้าหน้าที่ใช้เครื่องตัดถ่างค่อย ๆ ง้างประตูรถ เสียงเหล็กเสียดสีกันดังลั่นจนชวนสะเทือนใจ ทันทีที่เปิดช่องได้ หมอกรีบมุดเข้าไปประคองศีรษะแก้วใจ

"ความดันตก!" "ชีพจรอ่อนลงครับ!"

หัวใจของหมอกแทบหยุดเต้น "ไม่... แก้ว มองพี่สิ" เขาตบแก้มคนรักเบา ๆ "แก้วใจ! ลืมตา!"

เปลือกตาของอีกฝ่ายกระตุกเพียงเล็กน้อย ก่อนจะค่อย ๆ เปิดขึ้นอย่างยากลำบาก ดวงตาพร่ามัวมองมาที่หมอก ริมฝีปากซีดขยับแผ่วเบาแทบไร้เสียง

"...หมอก..."

คำเรียกเพียงคำเดียว ทำให้น้ำตาของหมอหนุ่มไหลออกมาโดยไม่รู้ตัว แต่เขารีบเช็ดมันทิ้ง ตอนนี้เขาห้ามอ่อนแอ เขาต้องช่วยชีวิตคนที่รักให้ได้ ไม่ว่าจะต้องแลกด้วยอะไรก็ตาม

ภายในรถพยาบาล เสียงไซเรนกรีดร้องฝ่าความมืดของค่ำคืน รถพยาบาลแล่นด้วยความเร็วสูง มุ่งหน้าสู่โรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุด ภายในห้องโดยสารด้านหลังเต็มไปด้วยความโกลาหล

"ความดัน 70/40 ครับ!" "ชีพจร 38 กำลังตกลงเรื่อย ๆ!" "ออกซิเจนอิ่มตัว 82%!"

เสียงรายงานอาการดังต่อเนื่อง ขณะที่มือของหมอกยังคงกดห้ามเลือดบริเวณหน้าท้องของแก้วใจ เลือดสีแดงสดไหลทะลุผ้าก๊อซจนมือของเขาเปื้อนไปหมด หมอกพยายามกดแรงขึ้น แต่เลือดกลับไม่ยอมหยุด

"...แก้ว" เขาเรียกชื่อคนรักเบา ๆ พลางใช้มืออีกข้างลูบแก้มที่ซีดขาว "ฟังพี่นะ... ห้ามหลับ"

เปลือกตาของแก้วใจสั่นไหวเล็กน้อย ก่อนจะค่อย ๆ เปิดขึ้นอย่างยากลำบาก ดวงตาที่เคยสดใส บัดนี้พร่ามัวจนแทบมองอะไรไม่เห็น

"หมอก..." เสียงแผ่วเบาราวกับสายลม

หมอกฝืนยิ้มทั้งที่น้ำตาเริ่มคลอ "พี่อยู่นี่... ไม่ต้องกลัว พี่จะพาแก้วกลับบ้าน"

แก้วใจยิ้มบาง ๆ ริมฝีปากที่เปื้อนเลือดสั่นระริก "แก้ว...หนาว..."

เพียงคำเดียว หัวใจของหมอกแทบแตกสลาย เขารีบถอดเสื้อกาวน์ของตัวเองคลุมร่างคนรัก ก่อนจับมือที่เย็นเฉียบขึ้นมาแนบแก้ม

"ไม่หนาวนะ พี่อยู่ตรงนี้... อีกนิดเดียวก็ถึงโรงพยาบาลแล้ว"

เจ้าหน้าที่รีบเสียบสายน้ำเกลือเพิ่ม พร้อมเตรียมเลือดฉุกเฉิน แต่เสียงเครื่องติดตามคลื่นหัวใจกลับดังช้าลงเรื่อย ๆ

ปี๊บ... ปี๊บ... ปี๊บ...

"คุณหมอ ชีพจรตกเหลือ 30!"

หมอกสูดหายใจลึก พยายามบังคับไม่ให้มือสั่น "อะดรีนาลีนหนึ่งมิลลิกรัม! เตรียมใส่ท่อช่วยหายใจ!"

ทุกคนรีบทำตามคำสั่งทันที แต่สายตาของหมอกยังคงจับจ้องเพียงใบหน้าของแก้วใจ

"แก้ว มองพี่"

คนบนเตียงค่อย ๆ หันมาตามเสียงเรียก ดวงตาแดงช้ำเอ่อคลอไปด้วยน้ำตา

"...ถ้า...แก้ว..."

"ไม่ต้องพูด" หมอกรีบส่ายหน้า "เก็บแรงไว้"

แต่แก้วใจกลับยกมือขึ้นอย่างยากลำบาก ใช้นิ้วที่เปื้อนเลือดแตะหลังมือของหมอกเบา ๆ

"...รัก...หมอกนะ"

เวลาทั้งหมดราวกับหยุดนิ่ง หัวใจของหมอกบีบรัดจนแทบหายใจไม่ออก เขาก้มลงแนบหน้าผากกับมือของคนรัก น้ำตาหยดแล้วหยดเล่าร่วงลงบนหลังมือซีดขาว

"พี่ก็รักแก้ว... รักมาก... เพราะฉะนั้น นายต้องอยู่... พี่ขอร้อง... อย่าทิ้งพี่ไป..."

ทันใดนั้น เสียงเครื่องติดตามหัวใจเปลี่ยนเป็นจังหวะผิดปกติ

ปี๊บ... ปี๊บ... ปี๊บบบบบบบบ—

"หัวใจหยุดเต้น!" เจ้าหน้าที่ตะโกนลั่น

"เริ่ม CPR!"

หมอกชะงักไปเพียงเสี้ยววินาที ก่อนเปลี่ยนตัวเองจากคนรักกลับมาเป็นหมออีกครั้ง เขาขึ้นคร่อมเตียง ใช้สองมือกดลงกลางหน้าอกของแก้วใจอย่างต่อเนื่อง

"หนึ่ง! สอง! สาม! สี่!"

ทุกแรงกดเหมือนกำลังกดลงบนหัวใจของตัวเอง

"กลับมาสิแก้ว... พี่ขอร้อง... นายยังสัญญาว่าจะอยู่กับพี่... นายห้ามผิดสัญญา!"

น้ำตาไหลอาบแก้ม แต่สองมือของเขาไม่เคยหยุดกดแม้แต่วินาทีเดียว รถพยาบาลยังคงแล่นฝ่าความมืด พร้อมเสียงไซเรนที่ดังก้องราวกับกำลังร้องไห้ไปกับชายคนหนึ่ง... ที่กำลังยื้อชีวิตของคนที่เขารักสุดหัวใจ

이 작품을 무료로 읽으실 수 있습니다
QR 코드를 스캔하여 앱을 다운로드하세요

최신 챕터

  • รักฉันมั่นคง... ถ้าใจนายหนักแน่นพอ   พี่ฟังก่อนพี่

    น่านฟ้า โอเมก้าหนุ่มผิวขาว สูงราว 175 เซนติเมตร สวมเสื้อยืดธรรมดาราคาหลักร้อย กางเกงยีนส์ตัวเก่าที่ผ่านการใช้งานมาหลายปี และรองเท้าผ้าใบสีขาวคู่เดิม แม้การแต่งกายจะเรียบง่าย แต่รอยยิ้มอบอุ่นและน้ำเสียงนุ่มละมุนของเขากลับสะกดทุกสายตาเสียงดนตรีดังก้องไปทั่วผับเล็ก ๆ แถบชานเมือง น่านฟ้ายืนอยู่บนเวที ร้องเพลงด้วยความตั้งใจ พร้อมส่งยิ้มให้ลูกค้าทั้งผู้หญิง ผู้ชาย และกลุ่มนักท่องราตรีที่ต่างพากันยกแก้วส่งกำลังใจให้ที่แห่งนี้คือโอกาสครั้งสำคัญของนักร้องอิสระอย่างเขา หลังจากต้นกล้า เพื่อนสมัยมหาวิทยาลัย แนะนำให้มาร้องเพลงประจำที่ผับแห่งนี้ รายได้ดีกว่างานเก่าหลายเท่า แถมยังมีงานนอกให้รับโดยไม่ต้องเสียเวลาออกไปหางานเอง02.00 น.เสียงเพลงสุดท้ายจบลง พร้อมกับเวลาปิดร้าน น่านฟ้าเก็บอุปกรณ์ของตัวเอง ก่อนเดินเข้าห้องน้ำเพื่อล้างหน้า หวังให้ความเย็นของสายน้ำช่วยไล่ความมึนจากแอลกอฮอล์ที่ลูกค้าชนแก้วกับเขาบนเวทีตลอดทั้งคืนเมื่อออกมา ต้นกล้าและแก้วใจก็ยืนรออยู่หน้าร้านทั้งสามคนเป็นเพื่อนสนิทตั้งแต่สมัยเรียนมหาวิทยาลัย ต้นกล้าเป็นโอเมก้าหน้าหวาน ส่วนแก้วใจเป็นเบต้าหนุ่มอารมณ์ดี แม้จะชอบแซวเพื่อนอยู่

  • รักฉันมั่นคง... ถ้าใจนายหนักแน่นพอ   เพื่อนรัก นักหยุ่ม

    "ไอ้แก้ว!" เสียงตะโกนดังลั่นคฤหาสน์ จนแผ่นผนังเหมือนสั่นสะเทือนตามไปด้วย หมอกที่กำลังนั่งอ่านหนังสืออยู่บนโซฟาถึงกับสะดุ้ง หนังสือในมือแทบหลุดลงพื้น มองไปทางต้นเสียงด้วยสายตาเหนื่อยหน่าย "มีอะไรอีกแล้วนะ" หมอกถอนหายใจยาวราวกับหายใจออกมาทั้งปอด เสือที่ยืนอยู่ข้างประตูห้องเดินเข้ามาพร้อมกับส่ายหน้า "เริ่มอีกแล้ว นี่มันเช้าเลยนะเว้ย" ทั้งสองเดินออกมาที่ห้องนั่งเล่นตรงกลาง ภาพที่เห็นทำเอาทิวทัดที่เพิ่งลงมาจากข้างบนถึงกับยกมือกุมขมับ น่านฟ้ายืนข้างหลังเขา พยายามกลั้นยิ้มอยู่ ตรงกลางห้อง ต้นกล้ากำลังยืนกระแทกเท้าลงพื้น แย่งถุงขนมถุงใหญ่จากมือแก้วใจอยู่ด้วยความพยายามสูงสุด แต่แก้วใจยกถุงขึ้นสูงจนต้นกล้าเอื้อมเท่าไหร่ก็ไม่ถึง หน้าตายิ้มแย้มแจ่มใสจนคนมองเห็นแล้วหมั่นไส้ "คืนมา! นั่นมันของกู!" ต้นกล้าตะโกน มือยื่นสูงจนสุดแต่ก็ยังห่างไปตั้งหลายเซนติเมตร "ไม่คืน! กูหยิบได้กูถือ" แก้วใจตอบกลับทันที เสียงดังพอๆ กัน "กูเห็นก่อนนะ!" "กูหยิบก่อน!" แก้วใจยกถุงขนมขึ้นสูงกว่าเดิมอีกนิด มองลงมาที่หน้าตาตื่นของอีกฝ่ายอย่างขำขัน "เตี้ยก็แพ้ไป ไอ้ต้น" "ไอ้แก้ว!" ต้นกล้าขึงขึงตา กระโดดขึ้นหวังจะคว้

  • รักฉันมั่นคง... ถ้าใจนายหนักแน่นพอ   หมายเลข27

    สายฝนเมื่อคืนทิ้งไว้เพียงความชื้นบนพื้นถนน รถสีดำของทิวทัดแล่นเข้าจอดใต้ลานจอดรถของสถานีรถไฟเก่า ตู้ฝากของหมายเลข 27... ตั้งอยู่มุมสุดของอาคาร ผู้คนเดินผ่านไปมาเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น แต่ทิวทัดรู้... ตั้งแต่ก้าวลงจากรถ พวกเขาถูกจับตามองแล้ว "น่าน" ทิวทัดเอ่ยเรียกเบา ๆ น่านฟ้าพยักหน้า ก่อนกวาดสายตามองไปรอบ ๆ อย่างแนบเนียน "มีหลายคน แต่ยังไม่รู้ว่าเป็นฝ่ายไหน" หมอกเดินเข้ามาหยุดข้างทิวทัด ส่วนแก้วใจกับต้นกล้าแยกไปอีกฝั่งของโถงสถานีราวกับกำลังเดินเล่น เสือมองภาพนั้นแล้วยิ้ม "สองคนนั้น... แนบเนียนจริง" หมอกอมยิ้ม "อย่าประมาท แก้วน่ะ... บางทีฉันก็เริ่มรู้สึกว่า เขาปิดบังอะไรไว้มากกว่าที่คิด" แก้วใจหันมายิ้มให้หมอกจากระยะไกล พร้อมยกมือโบกเบา ๆ รอยยิ้มหวานเหมือนเดิม จนไม่มีใครเชื่อว่า คนคนนี้กำลังใช้สายตาสังเกตทุกทางเข้าออกของอาคาร ต้นกล้าเดินผ่านชายคนหนึ่ง ก่อนกระซิบเบา ๆ "พี่เสือ ผู้ชายเสื้อเทา... มองเรามาตั้งแต่ลงรถ" เสือไม่หันไปมอง เพียงตอบกลับยิ้ม ๆ "รู้แล้ว ปล่อยเขาไป" ทิวทัดเสียบกุญแจเข้าตู้หมายเลข 27 แกร๊ก... ประตูตู้ค่อย ๆ เปิดออก ภายในมีเพียงแฟ้มเอกสารสีดำ กับนาฬิกาพกเรือนเก่า

  • รักฉันมั่นคง... ถ้าใจนายหนักแน่นพอ   เบอร์ที่ไม่เคยรู้จัก

    เสียงใบพัดเฮลิคอปเตอร์ค่อย ๆ หายลับไปกับสายฝน ไม่มีใครพูดอะไรอยู่พักใหญ่ ทุกคนยังคงมองท้องฟ้าที่ว่างเปล่า ราวกับกำลังคิดเรื่องเดียวกัน ศัตรู... ไม่ได้มีแค่คนเดียว และเกมครั้งนี้ ก็ใหญ่กว่าที่พวกเขาคาดไว้ "กลับกันเถอะ" ทิวทัดเป็นคนแรกที่เอ่ยขึ้น ทุกคนพยักหน้า ก่อนเดินลงจากดาดฟ้าพร้อมกัน ระหว่างทาง... หมอกเดินช้าลง เมื่อรู้สึกว่ามีใครบางคนจับชายเสื้อของเขาไว้ เขาหันกลับมา ก็เห็นแก้วใจกำลังยิ้มแหย ๆ "เหนื่อยแล้วเหรอ" หมอกถามเบา ๆ แก้วใจพยักหน้า "นิดหน่อยครับ" หมอกถอนหายใจอย่างโล่งอก แม้จะเพิ่งเห็นอีกฝ่ายรับมือกับสถานการณ์ได้อย่างน่าทึ่ง แต่สำหรับเขา... แก้วใจก็ยังเป็นคนเดิม คนที่เขาอยากดูแล หมอกยกมือขึ้นลูบศีรษะคนรักเบา ๆ "กลับบ้าน พี่ทำของอร่อยให้กิน" แก้วใจหัวเราะเสียงใส "ตกลงครับ" ภาพนั้นทำให้เสือแอบยิ้ม "เมื่อกี้ยังเท่กันอยู่เลย ตอนนี้กลับมาอ้อนเหมือนเดิมแล้ว" ต้นกล้าหัวเราะพลางเดินไปคล้องแขนเสือ "พี่เสืออิจฉาเหรอ" "ใครอิจฉา" เสือรีบปฏิเสธทันที ต้นกล้าหัวเราะชอบใจ ส่วนทิวทัดเดินเคียงข้างน่านฟ้าอย่างเงียบ ๆ "เมื่อกี้..." ทิวทัดเอ่ยขึ้น "นายตามไม้ไปใช่ไหม" น่านฟ้าพยักหน้า "ผมเห็นเ

  • รักฉันมั่นคง... ถ้าใจนายหนักแน่นพอ   เงามืด

    เสียงไซเรนจากท่าเรือดังแว่วเข้ามาพร้อมกับสายฝนที่โหมกระหน่ำ ภายในโกดัง... ไม่มีใครกล้าประมาทคนทั้งหกอีกต่อไป หัวหน้ากลุ่มค่อย ๆ ถอยหลัง สีหน้าที่เคยมั่นใจเริ่มมีรอยร้าว "ถ่วงเวลา!" เขาตะโกนลั่น "นายใหญ่กำลังมา!" เพียงประโยคนั้น... ทิวทัดกับหมอกหันมาสบตากัน เสือยกยิ้มมุมปาก "ในที่สุดก็ยอมโผล่หัว" แต่ทิวทัดกลับส่ายหน้า "ไม่... มันฉลาดเกินกว่าจะเดินเข้ามาเอง" ทันทีที่สิ้นเสียง ไฟทั้งโกดังก็ดับลงอีกครั้ง คราวนี้ไม่ใช่แค่ความมืด... แต่ระบบไฟฟ้าของทั้งอาคารถูกตัดจนเหลือเพียงเสียงฝนกับลมหายใจของทุกคน ติ๊ด... เสียงเล็ก ๆ ดังขึ้นจากมุมห้อง หมอกหันไปทันที "ทุกคน! หมอบ!" สิ้นเสียง... แรงสั่นสะเทือนจากอีกฝั่งของโกดังก็ทำให้พื้นสั่นไหว ฝุ่นควันลอยฟุ้งบดบังทัศนวิสัย เสือรีบหันมองต้นกล้า "ต้น!" "ผมอยู่นี่!" ต้นกล้าตะโกนตอบกลับจากอีกด้าน หมอกรีบคว้ามือแก้วใจไว้แน่น "จับมือพี่ไว้" แต่กลับเป็นแก้วใจที่ดึงหมอกหลบเศษลังไม้ที่หล่นลงมาได้ทัน หมอกมองคนรักด้วยความอึ้ง "แก้ว..." แก้วใจยิ้มให้ "ผมบอกแล้ว... ดูแลตัวเองเป็น" อีกด้านหนึ่ง ทิวทัดกำลังมองหาน่านฟ้า แต่กลับไม่เห็นแม้แต่เงา "น่าน!" ไม่มีเสียงตอ

  • รักฉันมั่นคง... ถ้าใจนายหนักแน่นพอ   จุดอ่อน

    "...ผมจะพูด" เสียงนั้นดังขึ้นเบาหวิว แต่กลับดังก้องไปทั่วโกดัง ชายวัยกลางคนทรุดตัวลงนั่ง ใบหน้าซีดเผือด เหงื่อเม็ดใหญ่ไหลอาบขมับ มือทั้งสองสั่นจนควบคุมไม่อยู่ หัวหน้ากลุ่มหันขวับไปมองลูกน้องทันที "มึงจะพูดอะไร!" ชายคนนั้นไม่กล้าสบตา ได้แต่ก้มหน้ามองพื้น "ผม...ผมไม่อยากตาย" ทิวทัดยกมือขึ้นเพียงเล็กน้อย ทุกคนในโกดังหยุดเคลื่อนไหวทันที เขาเดินเข้าไปหยุดอยู่ตรงหน้าชายคนนั้น "เงยหน้ามองฉัน" น้ำเสียงเรียบจนแทบไม่มีอารมณ์ ชายวัยกลางคนค่อย ๆ เงยหน้าขึ้น ดวงตาเต็มไปด้วยความหวาดกลัว ทิวทัดไม่ได้ข่มขู่ ไม่ได้ตะโกน กลับถามเพียงสั้น ๆ "คนที่สั่ง...เป็นใคร" ชายคนนั้นเม้มริมฝีปากแน่น ก่อนจะส่ายหน้า "ผม...ไม่เคยเห็นหน้า" เสือเลิกคิ้ว "ไม่เคยเห็น?" "ครับ..." "ทุกครั้งจะมีคนกลางมาติดต่อ เงินก็โอนผ่านหลายบัญชี ไม่มีใครรู้ว่าตัวจริงเป็นใคร" หมอกที่ยืนเงียบมาตลอด เอ่ยขึ้นเป็นครั้งแรก "แต่คุณรู้อะไรบางอย่าง" ชายคนนั้นสะดุ้ง ดวงตาเบิกกว้างราวกับถูกอ่านใจ หมอกหยิบภาพถ่ายหนึ่งใบขึ้นมา วางไว้บนโต๊ะ "คุณมองรูปนี้นานกว่ารูปอื่น" "แสดงว่าคุณรู้จักเขา" ชายวัยกลางคนมองหมอกอย่างตกตะลึง "คุณ..." หมอกพูดต่ออย่าง

더보기
좋은 소설을 무료로 찾아 읽어보세요
GoodNovel 앱에서 수많은 인기 소설을 무료로 즐기세요! 마음에 드는 작품을 다운로드하고, 언제 어디서나 편하게 읽을 수 있습니다
앱에서 작품을 무료로 읽어보세요
앱에서 읽으려면 QR 코드를 스캔하세요.
DMCA.com Protection Status