Beranda / รักโบราณ / รักนี้ ที่มอดไหม้ / บทที่ 3 หญิงไร้ยางอาย

Share

บทที่ 3 หญิงไร้ยางอาย

last update Tanggal publikasi: 2025-09-10 22:03:56

            หนิงอวี่กลับเข้ามายังห้อง นางออกไปไม่ถึงครึ่งชั่วยาม แต่อาหารหลายสิบอย่างที่อยู่บนโต๊ะบัดนี้เหลือแค่ความว่างเปล่าแล้ว นางหลุดขำให้กับท่าทางหยิ่งทะนงของจ้าวหลี่หยาง ที่บัดนี้กลับมานั่งสุขุมและเย็นชาเช่นเดิม

                “อิ่มแล้วหรือยัง?” นางถามอย่างยิ้มแย้ม

                “อื้อ” จ้าวหลี่หยางตอบมาเพียงเท่านั้น

                “เมื่อข้าออกไปหางานวันนี้ได้ ข้าจะชดใช้ค่าอาหารให้”

            จ้าวหลี่หยางไม่อยากเป็นหนี้บุญคุณคนอย่างนาง สตรีที่น่าเกลียดที่สุดที่เขาเคยเห็นมา

                “ไม่ต้องหรอก ข้าไม่คิดมาก” หนิงอวี่กล่าวยิ้ม ๆ พลางโบกมือเป็นการปฏิเสธ แต่คำพูดนั้นกลับทำให้หลี่หยางเดือดดาล

                “ข้ามิใช่ขอทาน! ที่จะให้คุณหนูเว่ยโยนอาหารให้”

                “ข้าไม่ได้หมายความเช่นนั้น แค่ข้าทำให้เจ้าต้องป่วย เลยถือเป็นการชดใช้อย่างไรเล่า” หนิงอวี่พยายามจะอธิบายไม่ให้เขาเข้าใจนางผิด

                “หึ! คนอย่างนายหญิงหอบุปผาเคยขอโทษผู้ใดเล่า”

            หลี่หยางพูดด้วยสายตาเย้ยหยัน

                “ครั้งก่อนเพียงข้าหาเงินมาให้ช้าไม่ถึงครึ่งชั่วยาม ท่านถึงขั้นนำน้ำล้างชามมาสาดข้าต่อหน้าผู้คนมากมาย หรือแม้แต่ขอทานที่มาขอเศษอาหารจากคุณหนูเว่ย ท่านก็ยังใช้ไม้ไล่ฟาดอย่างกับหมูกับหมา” หลี่หยางเตือนสตินางถึงเรื่องในอดีต

            หนิงอวี่ได้แต่อ้าปากค้างฟังสิ่งที่เขาเล่าอย่างไม่อยากเชื่อ นางหันหน้าไปหาเจียลี่เพื่อขอคำยืนยัน เจียหลี่ยิ้มแห้ง ๆ พลางพยักหน้าให้กับนาง นั่นหมายความว่าที่เขาพูดมาล้วนเป็นความจริง

                “โหดร้ายเกินไปแล้ว” นางส่ายหน้าให้กับวีรกรรมที่ตัวของหนิงอวี่เคยทำ ในนิยายนางเขียนเฉพาะว่านายหญิงหอบุปผา จิตใจคับแคบ เห็นแก่ได้ แต่ไม่ได้ลงรายละเอียดว่าโหดร้ายอย่างไรบ้าง

                “เอาเถิดคุณชายจ้าว ถือว่าข้าสติเลอะเลือนแล้วกัน เรามาปรองดองกันดีหรือไม่” นางยื่นข้อเสนอขออยู่กันแบบสันติ

                “คุณหนูเว่ยอยากให้ข้าน้อยทำเช่นไรเล่า” หลี่หยาง

กล่าวอย่างประชดประชัน เขาไม่เคยต่อรองอะไรกับนางได้มาก่อน

                “เรื่องคุณหนูป้าย...” หนิงอวี่ลองกล่าวหยั่งเชิงถามเขาดู

                “อย่าได้คิดแตะต้องนาง ไม่เช่นนั้นถึงตายข้าก็ไม่ยอมปล่อยเจ้า”

            หลี่หยางดูน่ากลัวทันทีที่หนิงอวี่กล่าวถึงป้ายลู่เสียน ทั้งที่เขายังไม่รู้เสียด้วยซ้ำว่านางจะพูดเรื่องใด

                “ข้าไม่ได้คิดจะทำอะไรนาง เพียงแค่ว่าจะปล่อยให้นางไปกับคุณชายจ้าว โดยไม่กักขังตัวนางเอาไว้ดีหรือไม่” หนิงอวี่คิดหาวิธีที่นางจะไม่ต้องถูกเขาฆ่า

                “หึ! คุณหนูเว่ยล้อข้าเล่นแล้ว ตระกูลป้ายทำผิดฐานร่วมวางแผนก่อกบฏ บุรุษโดนประหารสตรีถูกขายให้หอนางโลม ต้องทำงานชดใช้ความผิดถึง 10 ปี ถึงจะสามารถออกจากนี่ได้ หากออกไปก่อนกำหนด ต้องรับโทษตายเท่านั้น นี่ท่านคิดจะฆ่านางเชียวหรือ” หลี่หยางกล่าวด้วยความชิงชัง

                “ไม่ใช่เช่นนั้น ข้าไม่รู้ ไม่รู้ จริง ๆ” หนิงอวี่รีบปฏิเสธทำไมนางไม่รู้เรื่องนี้ ในนิยายนางไม่ได้กล่าวถึงนี่

                “งั้นเอาอย่างนี้ดีหรือไม่ ข้าไม่รับเงินวันละ 1 ตำลึงของคุณชายจ้าวแล้ว พอถึงเวลาที่เหมาะสมท่านก็พานางไป”

                “วันนี้คุณหนูเว่ยมีจิตใจเมตตาเสียจริง ข้าน้อยหลี่หยางขอบคุณที่เมตตา” หนิงอวี่ดีใจที่วาทศิลป์ของนางใช้ได้ผล เขายอมรับข้อเสนอของนาง แสดงว่าต้องไม่คิดบัญชีนางในภายหลังแน่

                “แต่ข้าไม่ขอรับน้ำใจนี้ของคุณหนูเว่ย  เพราะเกรงว่าท่านจะนำมาเป็นข้ออ้างบังคับให้คุณหนูลู่เสียนรับแขกโดยที่นางไม่เต็มใจอีก” หลี่หยางมองคู่สนทนาด้วยสายตารังเกียจ

                “ทำไมเจ้ามองคนในแง่ร้ายจัง ข้าขอใช้เกียรติของข้าเป็นประกัน ข้าไม่กลับคำแน่” หนิงอวี่พูดด้วยท่าทางจริงจัง

                “ข้าน้อยพึ่งรู้ว่าคนอย่างคุณหนูเว่ยมีเกียรติด้วย ขอแค่ท่านไม่ส่งคนมารังควานข้าน้อยตอนทำงาน แค่นี้ก็ถือว่าเมตตาแล้ว”

                “ข้าส่งคนไปรังแกท่านเมื่อไหร่กัน?” นางยังไม่คิดจะยอมแพ้

                “คุณหนูเว่ยควรถามว่า เมื่อไหร่ที่ท่านไม่ส่งคนไปรังควานข้าต่างหาก”

            หลี่หยางกล่าวจบก็เดินออกจากห้องของนางไป ปล่อยให้หนิงอวี่ยืนงงอยู่อย่างนั้น นางอุตส่าห์คิดว่าจะรอดพ้นจากความตายแล้วแท้ ๆ แต่จ้าวหลี่หยางคนขี้ระแวงนั่นก็ไม่ยอมรับข้อเสนอของนางแม้แต่น้อย

                “ข้าไปรังควานเขาตอนไหนกัน” หนิงอวี่ ทำหน้างงแล้วหันไปถามเจียลี่ที่ยืนเงียบดูนางกับหลี่หยางเถียงกันไม่หยุด

                “คุณหนูส่งคนไปรังควานเขาทุกที่เลยเจ้าค่ะ”

                “จริงหรือ?” หนิงอวี่ตกใจ ในนิยายไม่ได้เขียนแบบนี้นี่ มิน่าเล่าที่หลี่หยางจะไม่ยอมเชื่อใจนาง

                “เจียลี่เจ้าลองเล่ามาซิว่าข้าทำอะไรกับจ้าวหลี่หยางบ้าง ตอนข้าล้มหัวฟาดได้ลืมไปบางส่วนแล้ว” หนิงอวี่กล่าวพลางชี้ให้เจียลี่นั่งลง นางจะต้องรู้สิ่งที่ทำกับเขาเสียก่อนจึงจะหาทางทำให้เขาหายโกรธได้

                “คุณหนูเคยสั่งใช้หวายเฆี่ยนคุณชายจ้าว 30 ครั้ง เพื่อแลกกับการไม่ให้เขาจ่ายเงิน 1 ตำลึง ในวันนั้นเจ้าค่ะ”

                “จริงหรือ! ทำไมข้าต้องทำเช่นนั้นด้วยเล่า” นางตกใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น ทั้งที่ในนิยายไม่ได้เขียนละเอียดเช่นนี้ ในนิยายกล่าวเพียงว่าหนิงอวี่กลั่นแกล้งหลี่หยางต่าง ๆ นานา เพื่อระบายความโมโหที่ไป๋มู่เฉินชื่นชอบป้ายลู่เสียน

                “ก็คุณหนูไม่พอใจที่คุณชายไป๋มาหาป้ายลู่เสียนโดยไม่เหลียวมองคุณหนู ท่านโมโหทำร้ายคุณหนูป้ายไม่ได้เลยมาลงกับคุณชายจ้าวแทนเจ้าค่ะ”

                “และอีกเรื่อง คุณชายไป๋นำปิ่นไข่มุกจากราชวังมาเป็นของขวัญให้คุณหนูป้าย คุณหนูเห็นเข้าไม่พอใจจึงลากคุณหนูป้ายมายังกลางโถง และประกาศว่าจะประมูลราคาถอดอาภรณ์ของคุณหนูป้าย ใครที่จ่ายสูงกว่าจะได้เป็นคนถอดอาภรณ์ทีละชิ้นเจ้าค่ะ ตอนนั้นคุณชายจ้าวมาทันได้เห็นเหตุการณ์จึงคุกเข่าขอร้องท่าน คุณหนูจึงให้คุณชายจ้าวถอดเสื้อผ้าแทน คนในหอต่างหัวเราะเยาะคุณชายจ้าว ดีที่คุณชายไป๋มาทันคุณชายจ้าวถึงได้ถอดเพียงเสื้อตัวนอกเท่านั้น”

            เจียลี่เล่าจนนางเห็นเหตุการณ์ได้อย่างชัดเจน หนิงอวี่แทบเป็นลมเมื่อรู้เรื่องเลวร้ายในอดีต เช่นนี้นางจะทำเช่นไรถึงจะรอดพ้นจากการโดนฆ่าได้เล่า

                “เรื่องเลวร้ายที่ข้าทำ หมดแล้วใช่หรือไม่” นางมั่นใจว่าแค่นี้ก็เลวร้ายพอแล้วไม่น่ามีเรื่องอื่นอีก

                “ยังเจ้าค่ะ แต่บ่าวจำได้ไม่หมด ไว้คิดออกจะเล่าให้คุณหนูฟังนะเจ้าคะ” เจียลี่พูดพลางลุกขึ้นเก็บชามอาหารบนโต๊ะแล้วจากไป

            ทิ้งให้หนิงอวี่อยากจะบ้าตายอยู่ในห้องเพียงลำพัง หากเป็นเหมือนในนิยาย นางเหลือเวลาอีกเพียง 1 เดือนที่จะเปลี่ยนความคิดของเขา ก่อนที่ฐานะที่แท้จริงของหลี่หยางจะถูกเปิดเผย

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • รักนี้ ที่มอดไหม้   บทที่ 51 ชีวิตที่เติมเต็ม

    หน้าตำหนักหนิงอันบัดนี้เต็มไปด้วยความวุ่นวาย เหล่านางกำนัลวิ่งวุ่นแทบจะชนกันล้ม หลี่หยางที่ถูกขวางไว้นอกตำหนัก ใบหน้าเต็มไปด้วยความวิตกกังวล “ฝางกงกงเหตุใดข้าจะเข้าไปในตำหนักไม่ได้” หลี่หยางที่จ้องมองเข้าไปในตำหนัก พลางกล่าวถามกับขันทีข้างกาย “ทูลฝ่าบาท ฮองเฮากำลังจะคลอดตามประเพณีห้ามบุรุษเข้าไปนะพ่ะย่ะค่ะ” “แต่ว่า.......” หลี่หยางยังอยากโต้แย้งต่อ “ไม่มีแต่ใด ๆ ทั้งนั้น ถึงเจ้าเข้าไปก็ช่วยสิ่งใดไม่ได้” ไทเฮาที่ไม่รู้เสด็จมาตั้งแต่เมื่อไหร่กล่าวห้ามฝ่าบาทด้วยท่าทีจริงจัง ทำให้หลี่หยางไม่กล้าเอ่ยโต้แย้งอีก “คลอดแล้ว! คลอดแล้วเพคะ เป็นองค์ชายเพคะ” เสียงของเจียลี่ดังออกมาจากตำหนัก ก่อนที่ร่างนางจะโผล่ออกมารายงานข้างนอกเสียอีก หลี่หยางตื่นเต้นดีใจจนมือไม้สั่น ใบหน้าบัดนี้ของเขาเปื้อนไปด้วยรอยยิ้ม รีบรับตัวโอรสของตนที่ถูกห่อด้วยผ้าคลุมลายมังกรจากเจียลี่ พลันทารกน้อยก็เปล่งเสียงร้องเป็นครั้งแรก เสียงร้องนั้นก้องกังวาน หนักแน่นและมีพลังอย่างน่าประหลาด

  • รักนี้ ที่มอดไหม้   บทที่ 50 หลังการหลับใหล

    หนิงอวี่ที่หลับใหลกลับได้ยินเสียงที่คุ้นชินเรียกนางอีกครั้ง กลับมา กลับมา เสียงเบาของสตรีผู้นี้ทำให้นางต้องปรือตาขึ้นมาอีกครั้ง หากแต่ครั้งนี้สิ่งแวดล้อมรอบตัวของนางกลับเปลี่ยนไป แสงสว่างจากหลอดไฟบนห้องสีขาวสะอาด ผู้คนในชุดสีเขียวเข้มกำลังใช้เครื่อง มือแพทย์หลายชิ้นยื้อชีวิตของใครบางคนบนเตียงผ่าตัดอย่างเคร่งเครียด ทำให้หนิงอวี่ตกใจกับสถานที่แห่งนี้ เหตุใดนางถึงอยู่ในยุคปัจจุบันกัน แล้วเหตุใดถึงโผล่มาอยู่ในโรงพยาบาลเช่นนี้ “ฉู่เสี่ยวเสี่ยว” เสียงที่คุ้นชินเรียกชื่อนางจากด้านหลัง หนิงอวี่รีบหันไปหาเสียงนั้นในทันที เมื่อสายตาประสานกับดวงตาที่คุ้นเคยร่างบางก็แข็งทื่อในทันที “นี่ท่าน!” หนิงอวี่ไม่รู้จะกล่าวสิ่งใดก่อน สตรีเบื้องหน้าภายใต้อาภรณ์สีขาวทั้งตัวยืนยิ้มให้กับนาง ใบหน้าของสตรีผู้นั้นเหมือนกับใบหน้าของนางทุกประการ “ฉู่เสี่ยวเสี่ยวข้าคือเจ้า แลเจ้าคือข้า หากแต่เราสองอยู่กันคนละภพชาติเท่านั้น” “ท่านคือ..” หนิงอวี่ย้ำถามสิ่งที่ตนสงสัย “ข้าคือภูตสวร

  • รักนี้ ที่มอดไหม้   บทที่ 49 เพราะรัก

    แม้การรอดพ้นจากความตายของหนิงอวี่จะเป็นความปรารถนาเดียวของหลี่หยาง แต่การสูญเสียกระบี่เทพก็ทำให้ราชสำนักเกิดข้อพิพาทอีกครั้ง ขุนนางฝ่ายเสนาบดีสุ่ยไม่พอใจกับการสูญเสียนี้ “บัดนี้สูญเสียกระบี่เทพแล้ว หากแคว้นอื่นมารุกรานจะทำเช่นไรพ่ะย่ะค่ะ” เสนาบดีสุ่ยทูลถามอย่างไม่เกรงกลัว “ก็นำทหารออกสู้รบอย่างไรเล่า” แม่ทัพหู่โต้แย้งแทนฮ่องเต้ “กระหม่อมมิเห็นด้วยที่ฝ่าบาทนำกระบี่เทพแลกกับการคืนชีพฮองเฮา ถึงอย่างไรพระองค์ควรเห็นราษฎรมาก่อน” รองเจ้ากรมโยธาเสี่ยงตายทูลทัดทาน “เช่นนั้นรองเจ้ากรมโยธาเห็นผู้ใดเหมาะสมที่จะเป็นฮ่องเต้กว่าเราก็เสนอมาเถิด ข้าไม่มีวันนำชายาของตนแลกกับสิ่งใดทั้งสิ้น”หลี่หยางกล่าวอย่างไม่ถือโทษ แต่น้ำเสียงนั้นกลับหนักแน่นจนใต้เท้าฉีไม่กล้ากล่าวต่อ “ข้าจะปกป้องแคว้นด้วยกำลังที่ข้ามี หาใช่อาวุธเทพที่ต้องแลกด้วยชีวิตฮองเฮาหรือผู้ใด หากใต้เท้าฉีคิดว่าข้าไม่เหมาะสมโปรดเสนอฮ่องเต้พระองค์อื่น” สายตาเยือกเย็นมองไปยังรองเจ้ากรมโยธา ฉีเหิงรองเจ้ากรมโยธาเมื่อเห็นฝ่าบาททรงกริ้วก็หัน

  • รักนี้ ที่มอดไหม้   บทที่ 48 ยอมแลกทุกสิ่ง

    หลี่หยางมุ่งตรงไปที่หอกระบี่ หากไม่มีผู้ใดให้คำตอบกับเขาได้ก็มีเพียงหอกระบี่นี้เท่านั้นที่จะให้คำตอบได้ ชั้นบนสุดของหอกระบี่ยังคงเหมือนเช่นเดิมทุกครั้ง กระบี่เทพที่ล่องลอยบนบัลลังก์น้ำแข็ง โดยมีลูกแก้วดวงจิตสถิตอยู่กลางห้องหลี่หยางเรียกกระบี่มาหาตนพลางชี้ไปยังดวงจิตเทพที่ล่องลอยอยู่ “จงให้คำตอบข้า เหตุให้ฮองเฮาของข้าจึงเป็นเช่นนั้น” สายตาเยือกเย็นหมายจะทำลายดวงจิตนั้นให้สิ้น หากไม่ให้คำตอบที่เขาต้องการ “จ้าวหลี่หยางคำตอบนั้นข้าย่อมให้เจ้าได้ การปลอบประโลมดวงจิตเทพต้องใช้ไอเซียนของภูตสวรรค์ เว่ยหนิงอวี่เป็นเพียงมนุษย์ที่มีไอเซียนของภูตสวรรค์เท่านั้น เมื่อร่างดูดซับพลังฝั่งมารมากเกินไปจะต้องขจัดพลังนั้นออก แต่เว่ยหนิงอวี่เป็นเพียงมนุษย์ธรรมดา ย่อมไม่สามารถมีพลังเช่นนั้นได้ ร่างกายและจิตวิญญาณนางจึงค่อย ๆ ดับสลาย” กลางอกของหลี่หยางเบาโหวงเมื่อได้ยินสิ่งที่ดวงจิตเทพบอก เขาเจ็บปวดจนแทบทนไม่ได้ มือที่กำกระบี่แน่นเริ่มสั่นไหว “แล้วเหตุใดก่อนหน้าเจ้าจึงไม่บอกข้า” ความเคียดแค้นเข้าเกาะกุมหัวใจที่แตกสลายนั้น

  • รักนี้ ที่มอดไหม้   บทที่ 47 ปลอบประโลมดวงจิตกระบี่เทพ

    หลี่หยางยังคงเฝ้ามองการบำเพ็ญของหนิงอวี่เพื่อปลอบประโลมกระบี่เทพ ครั้งนี้นางใช้เวลาหลายชั่วยามกว่าจะทำให้ดวงจิตกระบี่เทพสงบลงได้ เหงื่อที่ผุดขึ้นตามไรผมบ่งบอกว่าเจ้าตัวเหน็ดเหนื่อยไม่น้อย “หนิงอวี่ เป็นอย่างไรบ้างเหนื่อยมากใช่หรือไม่” เมื่อหนิงอวี่ลืมตาขึ้น หลี่หยางก็รีบเข้าไปประคองในทันที “หม่อมฉันทนไหวเพคะ” นางยังคงยิ้มกว้างให้เขา แม้ใบหน้าตอนนี้ดูซีดเซียวเพียงใดก็ตาม “เช่นนั้นพักผ่อนก่อนเถิด พรุ่งนี้ค่อยเดินทางกลับวัง” “อือ” นางพยักหน้าเชื่อฟังร่างบางถูกช้อนขึ้นวางไว้บนเตียงนอน เพียงไม่นานหนิงอวี่ก็เข้าสู่นิทราอย่างรวดเร็ว จนทำให้หลี่หยางประหลาดใจว่าเหตุใดถึงหลับได้ง่ายดายเช่นนี้ ตลอดเส้นทางในการเดินทัพกลับเมืองหลวง หนิงอวี่เอาแต่หลับเป็นส่วนใหญ่ ทำให้หลี่หยางที่นั่งอยู่ด้านข้างหวาดกลัวภายในใจโดยที่เจ้าตัวไม่สามารถหาเหตุผลได้ ทำได้เพียงเป็นหมอนให้นางหนุนตลอดทาง “หนิงอวี่ถึงวังแล้ว เจ้าตื่นเถิด” เสียงทุ้มต่ำเจือไปด้วยความห่วงใยปลุกนางให้ตื่นจากนิทรา หนิงอวี่ปรือตา

  • รักนี้ ที่มอดไหม้   บทที่ 46 ศึกสุดท้าย

    ภายในห้องลับหนิงอวี่ยังคงนั่งบำเพ็ญโดยมีกระบี่เทพลอยอยู่เบื้องหน้าของนาง ด้านหลังมีหลี่หยางคอยเฝ้ามองอยู่ไม่ห่าง ไม่รู้ด้วยเหตุใดทุกครั้งที่นางต้องปลอบประโลมดวงจิตกระบี่เทพ ตัวเขาเองกลับรู้สึกไม่สบายใจทุกครั้งภายในใจกลับหวาดกลัวอย่างน่าประหลาด ไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปนานเท่าไหร่ บัดนี้หนิงอวี่รู้สึกว่ากระบี่ไม่ได้ร้อนดั่งไฟเผาเช่นก่อนหน้า หากแต่นางกลับรู้สึกเหนื่อยกว่าครั้งแรกที่ปลอบประโลมดวงจิตกระบี่มาก อาจเป็นเพราะการเร่งเดินทางมายังเทียนเถาทำให้ร่างกายเหนื่อยล้า “หนิงอวี่ เป็นอย่างไรบ้าง” หลี่หยางที่สัมผัสได้ถึงดวงจิตที่สงบของกระบี่รีบเข้ามาประคองชายาของตน “ไม่เป็นไรเพคะ เพียงแค่ครั้งนี้หม่อมฉันรู้สึกว่าใช้เวลานานขึ้นกว่าจะทำให้ดวงจิตกระบี่สงบลงได้” “ครั้งต่อไปข้าไม่ใช้กระบี่เทพแล้วดีหรือไม่” สายตาเป็นห่วงส่งมายังนาง “ได้อย่างไรกัน ศึกครั้งนี้หากไม่อัญเชิญกระบี่เทพด้วยกำลังพลที่น้อยกว่าถึงสามเท่า ทหารจะต้องล้มตายนับไม่ถ้วนแน่” หนิงอวี่มองไปยังหลี่หยางด้วยสายตาไม่เห็นด้วย “แต่ข้

  • รักนี้ ที่มอดไหม้   บทที่ 9 กังวลใจ

    หนิงอวี่ตกใจที่ตนเองเผลอเล่าเรื่องราวที่จะเกิดขึ้นในอนาคตให้เขาฟัง นางจึงลุกขึ้นยืนในทันที “ข้ามองจากหน้าตา รูปร่างที่สง่างาม ความองอาจของคุณชายจ้าว จิตใจอันดีงามที่ซ่อนอยู่ส่วนลึกภายในใจจึงเดาได้ไม่ยากว่าอนาคตของท่านต้องไม่ธรรมดาแน่” หนิงอวี่กล่าวแก้ตัว พลางชี้มือชี้ไม้

  • รักนี้ ที่มอดไหม้   บทที่ 8 หอนางโลมอันดับหนึ่ง

    หลี่หยางรู้สึกไม่ดีเล็กน้อย ที่กล่าวไปเช่นนั้น ที่จริงเขาไม่ได้จะเหยียดหยามสตรีคนใด เพียงแต่เขาไม่ชอบที่เห็นลู่เสียนสวมอาภรณ์ที่ไม่เรียบร้อยเช่นนี้ ด้านหนิงอวี่ไม่สนใจหลี่หยางจะคิดเห็นเช่นไร ตอนนี้นางต้องทำหน้าที่เจ้าของหอที่ดีเดินทักทายแขกเสียหน่อย “คุณชายไป๋ ชอบการแสดง

  • รักนี้ ที่มอดไหม้   บทที่ 7 สะเทือนฟ้าสะท้านดิน

    ในเมื่อการต่อรองกับมู่เฉินไม่สำเร็จ หนิงอวี่จำเป็นต้องคิดวิธีหาเงินทางอื่นแทน นางครุ่นคิดถึงโลกที่จากมามีอะไรบ้างที่จะเป็นประโยชน์กับอาชีพของนางตอนนี้ ‘ใช่ สมัยนี้ยังไม่มีการแสดงโชว์ของเหล่าหญิงคณิกาแน่ ถ้าการแสดงมีความแปลกใหม่ย่อมได้เงินไม่น้อย’ “เจียลี่ หากระดาษกับพู่ก

  • รักนี้ ที่มอดไหม้   บทที่ 6 บ้าไปแล้ว

    รอยยิ้มของหนิงอวี่แข็งทื่อในทันที นางรู้สึกว่ามีไอเย็นลอยล้อมรอบนางอยู่ ต่างจากลู่เสียนที่เพิ่งได้รู้ว่าคุณชายไป๋ทำเพื่อนางถึงเพียงนี้ เงินหนึ่งร้อยตำลึงในทุกเดือนนี้อาจจะเป็นสาเหตุที่นายหญิงหอบุปผายินยอมให้นางไม่ต้องรับแขก ในใจของนางก็พลันอบอุ่นขึ้นมา หลี่หยางที่ได้รู้ว่าหน

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status