แชร์

ตอนที่ 5 หาความจริง

last update ปรับปรุงล่าสุด: 2026-02-12 19:41:44

ช่วงสายของวันต่อมา แฟ้มรายงานผลการชันสูตรศพของนายอัครเดช กิตติไพศาลสกุล ยังคงวางเปิดอยู่บนโต๊ะทำงานของนายแพทย์วาโย อชิระ แม้ว่าเขาจะสรุปผลและเซ็นรับรองรายงานฉบับสมบูรณ์ไปตั้งแต่เมื่อวานแล้วก็ตาม

            ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นไล่อ่านข้อความเดิมซ้ำ ๆ อีกครั้ง... ภาวะหัวใจล้มเหลวเฉียบพลัน... ไม่พบบาดแผลหรือร่องรอยการต่อสู้... ไม่พบสารพิษตกค้าง... ทุกอย่างชัดเจนตามหลักการทางวิทยาศาสตร์ ไม่มีข้อบ่งชี้ถึงการฆาตกรรมหรือเหตุผิดธรรมชาติใด ๆ ที่จะสามารถระบุลงไปในรายงานได้

            แต่ถึงกระนั้น... ก็ยังมีบางอย่างที่รบกวนจิตใจของเขาอยู่ลึก ๆ ทั้งนี้เขายังคงรู้สึกติดใจกับคำบอกเล่าเบื้องต้น เรื่องอาการตกใจสุดขีดที่ดูจะขัดแย้งกับสภาพศพที่สงบนิ่ง อีกทั้งท่าทีของคนในครอบครัวที่ดูมีลับลมคมใน

            วาโยถอนหายใจเล็กน้อยยกมือขึ้นนวดขมับ ความรู้สึก ติดใจโดยไม่มีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์รองรับเป็นสิ่งที่เขาไม่ชอบมากที่สุด มันทำให้รู้สึกเหมือนขาดความเป็นมืออาชีพแต่เขาก็สลัดความรู้สึกนี้ทิ้งไปไม่ได้จริง ๆ

            "หาเรื่องใส่ตัวจริง ๆ เลยเรา" เขาพึมพำกับตัวเอง ก่อนจะตัดสินใจหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมากดเบอร์โทรออกหาเพื่อนสนิทเพียงคนเดียวที่น่าจะให้ข้อมูลอะไรเพิ่มเติมได้บ้าง แม้จะรู้ดีว่าอาจจะไม่ได้คำตอบที่ต้องการก็ตาม

            รอสายอยู่ไม่นานปลายสายก็กดรับพร้อมกับเสียงทุ้มต่ำที่คุ้นเคยค่อนข้างเจือความเร่งรีบของสารวัตรรามิล ภาณุ

            "ว่าไงไอ้หมอ มีไรด่วนวะ กูเพิ่งออกจากห้องประชุม"

            "เออ ไม่ได้ด่วนมากหรอก แค่อยากถามอะไรนิดหน่อย" วาโยตอบกลับไปพยายามทำเสียงให้เป็นปกติมากที่สุด ก่อนจะเข้าเรื่องที่โทรหาเพื่อน

            "เรื่องเคสตระกูลกิตติไพศาลสกุลเมื่อวันก่อนน่ะ... เคสคุณอัครเดช"

            "หือ? เคสตาแก่นั่นน่ะเหรอ? มีอะไรวะ ก็ปิดเคสไปแล้วไม่ใช่รึไง ผลชันสูตรมึงก็บอกเองว่าหัวใจวาย" รามิลถามกลับด้วยความแปลกใจ

            "ก็ใช่ ผลมันก็ออกมาตามนั้นแหละ แต่กูแค่อยากรู้ว่าทางฝั่งตำรวจมึงเจออะไรแปลก ๆ ที่หน้างานนอกเหนือจากรายงานที่ส่งมาให้กูรึเปล่าวะ?" วาโยถามเข้าประเด็น

            รามิลเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะนึกย้อนในสิ่งที่เพื่อนถาม "แปลก ๆ เหรอ... ก็ไม่นะ ห้องนอนของแกก็เรียบร้อยดี ไม่มีร่องรอยรื้อค้นหรือต่อสู้ ที่แปลกก็คงมีแค่ที่คนในบ้านบอกว่าได้ยินเสียงดังโครมครามก่อนเจอศพ แต่พอตำรวจไปถึงก็ไม่มีอะไรเสียหายสักอย่าง... พวกคนรวยนี่บางทีก็ประสาท" รามิลตอบตามตรง

            ก่อนที่ลูกน้องคนสนิทกานต์ พิริยะ จะเอ่ยแทรกออกมาเมื่อเจ้าตัวเดินมาได้ยินสิ่งที่ลูกพี่ของตัวเองกล่าว

            "ลูกพี่ คราบน้ำมันบนที่นอนของผู้ตายถือว่าแปลกไหมครับ เจ้ากรเพิ่งโทรมาบอกหลังจากไปตรวจสอบที่เกิดเหตุอีกครั้งเมื่อเช้า เพื่อยืนยันว่าเคสนี้ตายเองโดยธรรมชาติ"

            เจ้ากรที่กานต์พูดถึงเขาคือเจ้าหน้าที่นิติวิทยาศาสตร์ในทีมสืบสวนของรามิลซึ่งอายุน้อยที่สุดในทีม

            เสียงของกานต์ที่ดังแทรกเข้ามาทำให้รามิลชะงักไปเล็กน้อย หางเสียงยังคงมีความเร่งรีบแฝงอยู่

            "อะไรนะกานต์? คราบน้ำมันอะไร?" รามิลหันไปถามลูกน้องนอกสาย ก่อนจะหันกลับมาพูดกับวาโยในโทรศัพท์ด้วยน้ำเสียงที่เปลี่ยนไปเล็กน้อยระคนประหลาดใจ

            "เฮ้ย! โย... ลูกน้องกูเพิ่งบอกว่าไอ้กรมันโทรมาแจ้งเมื่อเช้า ตอนกลับไปดูที่เกิดเหตุซ้ำมันเจอคราบน้ำมันอะไรสักอย่างบนผ้าปูที่นอนของตาแก่อัครเดชว่ะ... กานต์บอกว่าเมื่อวานยังไม่เห็นชัด เพิ่งมาเห็นวันนี้"

            คำว่าคราบน้ำมันทำให้วาโยหูผึ่งขึ้นมาทันที ความรู้สึกติดใจที่ค้างคาอยู่เมื่อครู่ถูกแทนที่ด้วยความสนใจใคร่รู้อย่างรุนแรง นี่มัน...ไม่ปกติ

            "น้ำมัน?" วาโยทวนคำเสียงเข้มขึ้นโดยไม่รู้ตัว "น้ำมันอะไร? ลักษณะเป็นยังไง? อยู่ตรงไหนของที่นอน? แล้วทำไมเมื่อวานไม่เจอ?" คำถามพรั่งพรูออกมาจากปากหมอนิติเวชหนุ่มทันที

            "เฮ้ย ๆ ใจเย็นไอ้หมอ กูยังไม่รู้รายละเอียดโว้ย!" รามิล ตอบกลับมา เริ่มมีน้ำโหเล็กน้อยที่ถูกซักไซ้

            "ไอ้กานต์มันก็เพิ่งบอกกูเนี่ย เดี๋ยวต้องให้ไอ้กรมันส่งรายละเอียดมาก่อน... แต่มันก็อาจจะไม่มีอะไรก็ได้มั้ง อาจจะแค่คราบสกปรกธรรมดาที่คนอาจจะทำหกไว้แล้วเพิ่งมาเห็นชัดวันนี้" รามิลพยายามพูดปัดแต่ดูเหมือนแม้แต่ตัวเองก็ไม่ค่อยมั่นใจนัก

            "คราบสกปรกธรรมดาที่เพิ่งมาปรากฏชัดข้ามคืนเนี่ยนะ?" วาโยแย้งทันควัน สัญชาตญาณของหมอนิติเวชกำลังทำงาน

            "มึงให้ไอ้กรมันเก็บตัวอย่างมาตรวจด้วยได้ไหม? หรืออย่างน้อยถ่ายรูปชัด ๆ ส่งมาให้กูดูหน่อย"

            "เออ ๆ รู้แล้วน่า เดี๋ยวจัดการให้" รามิลรับคำอย่างเสียไม่ได้ "ว่าแต่มึงเถอะ สนใจคดีนี้เป็นพิเศษเลยนะ ทั้งที่ผลชันสูตรก็ชัดเจนแล้ว"

            "กูแค่อยากแน่ใจว่าไม่มีอะไรตกหล่น" วาโยตอบเสียงเรียบไม่เปิดเผยความรู้สึกสงสัยที่แท้จริงออกไป "ถ้าได้เรื่องยังไง รบกวนมึงอัปเดตด้วยแล้วกัน"

            "เออ ได้เรื่องแล้วจะบอก แค่นี้นะเว้ย กูมีงานต้องทำต่อ" รามิลตัดบทก่อนจะวางสายไป

            วาโยลดโทรศัพท์มือถือลงแต่สมองยังคงทำงานอย่างหนัก คราบน้ำมัน... ปรากฏขึ้นหลังจากตำรวจตรวจสอบครั้งแรกมันคืออะไรกันแน่? เกี่ยวข้องกับเสียงดังโครมครามที่คนในบ้านได้ยินหรือไม่? หรือมันเป็นแค่เรื่องบังเอิญ?

            ถึงแม้จะยังไม่มีคำตอบแต่การค้นพบหลักฐานทางกายภาพชิ้นใหม่ที่ดูผิดปกตินี้ก็เพียงพอที่จะทำให้หมอนิติเวช  ผู้ยึดมั่นในวิทยาศาสตร์อย่างวาโยเริ่มต้นตั้งคำถามกับข้อสรุปเดิมของตัวเองอย่างจริงจังเสียแล้ว บางที... การตายของคุณท่านอัครเดชอาจจะมีอะไรซับซ้อนซ่อนอยู่มากกว่าที่ตาเนื้อเห็นก็เป็นได้

            ช่วงบ่ายแก่ ๆ ของวันเดียวกัน ณ คฤหาสน์กิตติไพศาลสกุล หลังจากอัยยาพยายามสงบสติอารมณ์และเก็บตัวอยู่ในห้องพักเกือบตลอดทั้งเช้า

            ในที่สุดหญิงสาวก็ตัดสินใจออกมาเดินสำรวจบริเวณชั้นล่างของคฤหาสน์อีกครั้ง ไม่ใช่เพื่อชื่นชมความหรูหราแต่เพื่อสังเกตการณ์และหาโอกาสพูดคุยกับใครสักคนในบ้าน

            การค้นพบร่องรอยน้ำมันปริศนาและนิมิตอันน่าสะพรึงกลัวเมื่อคืน ทำให้เธอแน่ใจว่าการตายของคุณท่านอัครเดชไม่ใช่เรื่องธรรมดา และเบาะแสสำคัญอาจซ่อนอยู่ในความ สัมพันธ์อันซับซ้อนของคนในตระกูลนี้เอง

            เธอเดินมาหยุดอยู่ใกล้กับห้องนั่งเล่นขนาดเล็กที่อยู่ไม่ไกลจากโถงทางเข้าหลัก สายตาเหลือบไปเห็นแม่บ้านสาวรุ่นราวคราวเดียวกันคนหนึ่งกำลังใช้ผ้าเช็ดฝุ่นตามชั้นวางของอย่างเงียบ ๆ ดูเป็นคนที่น่าจะพอพูดคุยได้ง่ายกว่าแม่บ้านอาวุโสที่หน้าตาเคร่งขรึมคนเมื่อวาน

            "ขอโทษนะคะ" อัยยาเอ่ยทักด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลมากที่สุด

            แม่บ้านสาวสะดุ้งเล็กน้อยหันมามองอย่างแปลกใจ ก่อนจะรีบก้มหน้าลงตามมารยาท

            "คะ... คุณผู้หญิงมีอะไรให้ช่วยหรือคะ?"

            "เปล่าค่ะ พอดีฉันแค่ออกมาเดินเล่นนิดหน่อย" อัยยาเผยรอยยิ้มบาง ก่อนจะเกริ่นก่อนเข้าเรื่อง

            "คุณอยู่ที่นี่มานานหรือยังคะ?"

            "เอ่อ... ปีกว่าแล้วค่ะ" แม่บ้านสาวตอบเสียงอ่อย ยังคงไม่กล้าสบตากับเธอตามตรง

            "คงจะผูกพันกับคุณท่านอัครเดชมากนะคะ ท่านจากไปกะทันหันแบบนี้ทุกคนคงจะเสียใจมาก" อัยยาลองหยั่งเชิง แม่บ้านสาวเงียบไปครู่หนึ่ง มือที่จับผ้าเช็ดฝุ่นเกร็งขึ้น

            "ค่ะ... คุณท่าน... ท่านก็มีทั้งมุมที่น่าเกรงขาม แล้วก็มุมที่ใจดีค่ะ แล้วแต่ว่า..." เธอหยุดพูดไปเสียอย่างนั้นเหมือนเพิ่งรู้ตัวว่าพูดมากเกินไป

            "ทุกคนก็เสียใจค่ะ โดยเฉพาะคุณผู้หญิงกับคุณ ๆ ทั้งหลาย" เธอตอบไม่เต็มเสียงเท่าที่ควร

            "ดูเป็นครอบครัวใหญ่ที่น่าจะอบอุ่นนะคะ" อัยยาแสร้งทำเป็นชื่นชม กวาดตามองภาพถ่ายครอบครัวขนาดใหญ่ที่ติดอยู่บนผนัง

            คราวนี้แม่บ้านสาวไม่ตอบ เพียงแต่ก้มหน้าก้มตาเช็ดฝุ่นต่อไป แต่ท่าทางอึดอัดนั้นก็พอจะบอกอะไรบางอย่างได้  อัยยาจึงตัดสินใจถามคำถามสุดท้าย

            "ท่านประธานมีลูกกี่คนเหรอคะ? ทุกคนคงจะรักท่านมาก"

            "มีลูกชายสามคนค่ะ ส่วนเรื่องอื่น... ฉันไม่กล้าพูดหรอกค่ะ" แม่บ้านสาวตอบเสียงเบารีบปฏิเสธที่จะพูดต่อ พร้อมกับทำท่าจะขอตัวไปทำงานที่อื่น

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • รักนี้ผีข่วยผลัก!!   ตอนที่พิเศษที่ 3 (จบ) รักนี้ผีช่วยผลัก

    ย้อนกลับไปในคืนจู่โจมบนดาดฟ้าเรือยอชต์ปลายฟ้า "คิดว่าจะหนีไปง่าย ๆ เหรอ เมฆา!" รามิลตะโกนขึ้น "อย่างน้อย...มึงก็ต้องอยู่คุยกับกูก่อน!" เมฆาที่ยืนอยู่บนราวกันตกหันกลับมามองภาพความโกลาหลเบื้องหลัง...ไม่ว่าจะตำรวจที่กำลังคุมเชิง แสงไฟวับวาบจากเรือที่ล้อมอยู่ และเสียงคลื่นลมที่บ้าคลั่ง...เขารู้ดีว่าเกมของตัวเองจบลงแล้วและเขาก็ไม่คิดจะหลบหนีอย่างที่นายตำรวจหนุ่มเข้าใจ... ในขณะนั้นเมฆาได้ทอดสายตามองเลยผ่านทุกคนไป... ไปยังพื้นที่ว่างเปล่าข้างเสากระโดงเรือ...ที่ซึ่งมีเพียงเขาเท่านั้นที่มองเห็น...ร่างโปร่งแสงของปลายฟ้า ม่านมุก พี่สาวสุดที่รักของเขากำลังยืนอยู่ตรงนั้น... ดวงตาของเธอไม่ได้มีความพึงพอใจในชัยชนะของเกมการแก้แค้น แต่กลับเต็มไปด้วยความเจ็บปวด ความเหนื่อยล้าและความสงสาร...และเธอยังคงถูกจองจำอยู่ซึ่งมาจากบ่วงที่เธอไม่คิดจะปล่อย&

  • รักนี้ผีข่วยผลัก!!   ตอนพิเศษที่ 2 ขยับความสัมพันธ์

    นับตั้งแต่วันที่อริสาฟื้นคืนสติราวปาฏิหาริย์...โลกที่เคยหม่นหมองของวาโยก็ค่อย ๆ ถูกเยียวยา ชายหนุ่มรู้สึกว่าความสุขของตนเองได้กลับคืนมาแล้วอย่างแท้จริงและดูเหมือนว่าจะมากขึ้นเมื่อมีใครอีกคนเข้ามาในชีวิต ภายในเย็นวันหนึ่ง กลางสวนสวยในบ้านของอัยยา...อริสาซึ่งตอนนี้อาการดีขึ้นมากจนสามารถออกจากโรงพยาบาลมาพักฟื้นที่บ้านได้แล้ว กำลังนั่งอยู่บนรถเข็นที่ระเบียงโดยมีณัฐฌาคอยเล่าข่าวสารต่าง ๆ ในสังคมให้ฟังอย่างสนุกสนาน ส่วนที่สนามหญ้าใต้ต้นไม้ใหญ่...วาโยและอัยยากำลังนั่งอยู่บนชิงช้าไม้ด้วยกันตามลำพัง วันนี้เป็นวันที่หญิงวัยกลางคนสั่งให้วาโยพาเธอมาเลี้ยงขอบคุณอัยยาอย่างเป็นทางการที่บ้านของหญิงสาวเอง บรรยากาศระหว่างคนทั้งสองไม่ได้น่าอึดอัดเหมือนเช่นเคยอีกต่อไปแล้ว แต่เป็นความเงียบที่เต็มไปด้วยความรู้สึกสบายใจ&

  • รักนี้ผีข่วยผลัก!!   ตอนพิเศษที่ 1 ฟื้นคืนราวปาฏิหาริย์

    หลายสัปดาห์ผ่านไปหลังจากมรสุมลูกใหญ่พัดผ่าน...เรื่องราวของบ้านเบญจรงค์และโศกนาฏกรรมทั้งหมดก็ได้ถูกเปิดโปงสู่สังคม ซึ่งเรื่องนี้ได้สร้างแรงสั่นสะเทือนไปทั่วทุกวงการ และคดีความยังคงอยู่ในกระบวนการทางกฎหมาย แม้ว่าผู้กระทำผิดและผู้เกี่ยวข้องหลักจะไม่อยู่แล้วก็ตาม แต่สำหรับทีมเฉพาะกิจแล้ว ภารกิจที่หนักหน่วงนี้ในที่สุดก็ได้สิ้นสุดลงเสียที ชีวิตของทุกคนเริ่มกลับคืนสู่ความปกติ...หรืออย่างน้อยก็เป็นความปกติในรูปแบบใหม่ บ่ายวันหนึ่งในขณะที่อากาศแจ่มใส อัยยาได้เดินทางมายังโรงพยาบาลมหาวิทยาลัยเอส อีกครั้ง มันกลายเป็นกิจวัตรใหม่ของเธอไปแล้วที่จะต้องแวะเวียนมาเยี่ยมเยียนร่างที่ยังคงหลับใหลของอริสา เธอไม่ได้มาเพื่อหาเบาะแสอะไรเพิ่มเติม...แต่มาเพื่ออยู่เป็นเพื่อนดวงวิญญาณที่แสนดี ที่คอยช่วยเหลือเธอมาโดยตลอด

  • รักนี้ผีข่วยผลัก!!   ตอนที่ 61 ปลดปล่อยสู่สายลม

    ในเวลานี้พิพิธภัณฑ์สายลมแห่งอิสระที่เคยดูสว่างและเต็มไปด้วยแรงบันดาลใจ ได้ถูกปิดลงชั่วคราวและตกอยู่ในความเงียบภายใต้การดูแลของเจ้าหน้าที่ตำรวจ โดยที่ทีมเฉพาะกิจทั้งสี่คนกำลังเดินอยู่ท่ามกลางผลงานศิลปะที่บัดนี้ดูหม่นหมองลงไปถนัดตา พวกเขาตรงไปยังห้องทำงานส่วนตัวของเมฆาบนชั้นบนสุด มันเป็นห้องที่ตกแต่งอย่างเรียบง่ายแต่หรูหรา ทุกอย่างดูขาวสะอาดและเป็นระเบียบเรียบร้อย...สะอาดเกินไปจนน่าผิดสังเกต "ไม่มีอะไรเลย..." รามิลพึมพำอย่างหัวเสียหลังจากที่ทีมของเขาค้นหาอยู่พักใหญ่ "ไม่มีเอกสารส่วนตัว ไม่มีคอมพิวเตอร์ ไม่มีอะไรที่จะบ่งบอกถึงตัวตนของเขาได้เลย" ในขณะที่ทุกคนกำลังจะหมดหวัง...อัยยาที่เดินสำรวจไปรอบ ๆ ห้อง ก็รู้สึกได้ถึงไอเย็นที่เล็ดลอดออกมาจากผนังห้องด้านหนึ่ง...ผนังที่ดูเรียบสนิทและไม่มีอะไรผิดปกติ 'พี่อ

  • รักนี้ผีข่วยผลัก!!   ตอนที่ 60 บทสรุปที่คาดไม่ถึง

    ทางด้านรามิลและทีมของเขา เมื่อพวกเขาขึ้นมาถึงดาดฟ้าเรือก็ได้พบกับภาพที่น่าประหลาดใจ...เมฆา เมฆินทร์ กำลังยืนพิงราวกันตกอยู่ โดยที่เขาได้ยืนหันหน้าชมท้องทะเลในยามค่ำคืนอย่างไม่ทุกข์ร้อนแม้จะรู้ดีว่าเรือทั้งลำได้ถูกตำรวจล้อมไว้หมดแล้วก็ตาม โดยด้านข้างของชายหนุ่มคือหญิงวัยกลางคนที่กำลังยืนตัวสั่น...และเมื่อรามิลเห็นใบหน้าของเธออย่างชัดเจน เจ้าตัวก็จำได้ทันทีว่าเธอคือแม่บ้านของตระกูลกิตติไพศาลสกุล "เมฆา เมฆินทร์!" รามิลตะโกนขึ้น เสียงของเขาดังก้องไปทั่วดาดฟ้าเรือที่เงียบสงัด "เกมจบแล้ว! ยอมมอบตัวซะดี ๆ!" เมฆาค่อย ๆ หันกลับมามอง เขาไม่ได้มีท่าทีตื่นตระหนกแต่อย่างใด แต่กลับหัวเราะออกมาในลำคอ "ฮะ ๆ ๆ... จบแล้วเหรอครับสารวัตร?" เขายิ้มอย่างเหนือกว่า "ผมว่า...มันยังเหลืออีกนิดหน่อยนะครับ"

  • รักนี้ผีข่วยผลัก!!   ตอนที่ 59 ความอบอุ่นกลางทะเลหนาว

    ท่ามกลางการต่อสู้...ของทั้งสองฝ่ายที่อีกฝ่ายกำลังจู่โจมกับศัตรูกับอีกฝ่ายคือการต่อสู้เพื่อยื้อชีวิต "กลับมาสิอัยยา! ได้ยินไหม! กลับมา!" เสียงตะโกนที่สิ้นหวังของวาโยดังก้องอยู่ท่ามกลางเสียงคลื่นและลมทะเล เขาทำการกดหน้าอกและผายปอดให้อัยยาอย่างไม่คิดชีวิต ทุกวินาทีที่ผ่านไปยาวนานเป็นอย่างมาก...แต่ร่างของหญิงสาวก็ยังคงนิ่งสนิทและเย็นเฉียบ... ซึ่งในเวลาเดียวกันนั้นเอง...ในห้วงมโนสำนึกของอัยยาความรู้สึกเจ็บปวด.. ความหนาวเย็น...และความหวาดกลัว...ได้หายไปหมดแล้ว... เธอรู้สึกว่าตัวเองกำลังยืนอยู่ท่ามกลางทุ่งดอกไม้สีขาวที่กว้างใหญ่สุดลูกหูลูกตา ท้องฟ้าเป็นสีทองอร่าม บรรยากาศรอบตัวเต็มไปด้วยความอบอุ่นและความสงบอย่างที่เธอไม่เคยรู้สึกมาก่อนในชีวิต&n

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status