Beranda / โรแมนติก / รักร้ายภรรยา / บทที่ 1 หลานสาวตัวแสบกับคุณปู่เจ้าเล่ห์ (2)

Share

บทที่ 1 หลานสาวตัวแสบกับคุณปู่เจ้าเล่ห์ (2)

last update Terakhir Diperbarui: 2026-03-06 12:50:39

ปิ่นอนงค์นั่งตาเหม่อลอยมองตัวเองผ่านกระจกบนโต๊ะเครื่องแป้งภายในห้องนอนของตัวเองในช่วงเช้ามืดเวลาตีสามของวันใหม่หรือก็คือวันถัดมาจากที่คุยกับคนเป็นปู่เรื่องว่าที่สามีของเธอ!

สาวเจ้าได้แต่ตั้งคำถามกับตัวเองในใจด้วยความสับสนไม่เข้าใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในตอนนี้อย่างไม่ทันให้เธอได้เตรียมตัวเตรียมใจสักนิด

ไหนบอกว่าจะให้ไปเดต?

คุณปู่บอกแค่ว่าจะให้ไปเดตมิใช่หรือ

เดตไงเดต ไหนเดต!?

เดตที่แปลว่าแต่งงานกันเหรอ!

               หญิงสาวตกใจไม่น้อยเมื่ออยู่ๆ เวลาตีหนึ่งครึ่งก็ถูกคนของบ้านใหญ่เข้ามาในห้องปลุกเธอให้ตื่นแล้วบีบบังคับให้อาบน้ำก่อนจะส่งต่อให้กับช่างแต่งหน้าทำผมรวมไปถึงพนักงานจากบริษัทจิวเวลรี่ชื่อดังที่แม้จะเห็นผ่านๆ ตาแต่เธอก็รู้ว่าเป็นบริษัทชื่อดังที่บรรดาลูกหลานคนดังนิยมซื้อเครื่องเพชรของแบรนด์นี้

               แบรนด์วราไดมอนด์…

               หลังแต่งหน้าทำผมปิ่นอนงค์ก็ถูกจับแต่งตัวด้วยชุดเจ้าสาวที่ทำให้คนใส่อย่างหญิงสาวตกใจกับการจัดการของปู่ที่เตรียมการทุกอย่างได้รวดเร็วและไม่มีข้อผิดพลาดจนทุกอย่างสมบูรณ์แบบเช่นนี้ หลังสวมชุดแต่งงานจนเรียบร้อยทุกอย่าง เธอก็ถูกประดับด้วยเครื่องเพชรของวราไดมอนด์ทันที และเมื่อเจ้าสาวเตรียมตัวเรียบร้อยก็เป็นเวลาหกโมงเช้าซึ่งเป็นเวลาเข้าพิธีพอดี

               และเมื่อเธอถูกพาออกจากห้องนอนก็พบว่าบ้านของเธอที่หาเงินซื้อมาสร้างถูกเนรมิตให้กลายเป็นงานวิวาห์ขนาดหน่อมได้อย่างน่าทึ่งกับความสวยงามของงานแต่งงาน

               “นี่มัน…อะไรกันเนี่ย!”

               ปิ่นอนงค์ส่งเสียงเป็นครั้งแรกหลังจากได้สติแล้วมองไปรอบๆ งานวิวาห์ก่อนจะก้มมองตัวเองที่อยู่ในชุดเจ้าสาวถือช่อดอกไม้ก่อนสายตาจะไปปะทะกับเจ้าบ่าวที่ยืนอยู่บนเวทีหันหลังให้ เธอมองอย่างอึ้งและตกใจกับสิ่งที่ปู่ทำลงไป

               นี่มันตลบหลังกันชัดๆ เลยนะคะปู่!

               เธอโอดครวญอยู่ในใจก่อนจะมองสถานที่บ้านของตัวเองที่ถูกเนรมิตเป็นงานวิวาห์ด้วยโถงกว้างก่อนเข้ามาด้านในบ้าน แม้แขกเหรื่อที่มางานจะเป็นคนสนิทฝั่งเธอและอาจจะฝั่งเขาด้วยเท่านั้น แต่มันก็เกินไปที่เธอจะรับไหวนี่นา!

               “ฉันไม่เคยแต่งงานและไม่รู้ต้องทำยังไง ขอ…”

               ปิ่นอนงค์คิดจะชิ่งหนีแต่แล้วก็ถูกตัดไฟตั้งแต่ต้นลมด้วยเสียงของปู่ที่อยู่ในชุดสูทหล่อเนียบเดินมาทำหน้าที่ส่งตัวเจ้าสาวให้กับเจ้าบ่าว

               “จะหนีตอนนี้ก็หนีไม่ทันแล้วปิ่น ปู่ไปพูดกับเตโซจนเขายอมตกลงพร้อมสินสอดที่สมน้ำสมเนื้อเลย ไหนจะมีเครื่องเพชรจากบริษัทของเขาที่ให้หลานใส่ในวันงานวันนี้อีก ตาถึงนะหลานปู่” ธรรมรงค์เย้าหลานสาวด้วยความสุขและสนุกที่ได้เห็นปิ่นอนงค์พ่ายแพ้ให้กับคนเป็นปู่

               “ปู่แก่ขนาดนี้แล้วทำไมเจ้าเล่ห์เหมือนคนหนุ่มแบบนี้คะ” เธอบ่นอย่างหัวเสียที่เสียรู้คนเป็นปู่เข้าให้

               “ปู่รักหลานและอยากเห็นหลานได้อยู่กับคนที่รัก เป็นไง ปู่เก่งมั้ยที่เอาใจหลาน” ธรรมรงค์พูดด้วยน้ำเสียงอย่างมีความสุขและนึกสนุกที่ทำให้หลานสาวตัวแสบสยบให้กับตนได้ในยกที่หนึ่ง

               “คุณปู่คะ!” เธอแหวใส่คนเป็นปู่

               “เอาน่า ไม่ใช่เรื่องง่ายๆ เลยนะที่เตโซที่ปิ่นไม่รู้จักและเขาก็ไม่รู้จักจะยอมตกลงแต่งงานกับหลานสาวตัวแสบของปู่ นี่เขายังแอบตกใจที่รู้ว่าปิ่นแอบชอบเขา เห็นว่าหลานเป็นสาวสวยมีใจรักเขา เขาถึงได้ยอมเป็นพ่องานในวันนี้เลย ปู่ปลิ้มหลานเขยคนนี้มาก” ธรรมรงค์ยังคงเย้าหลานสาวพลางยื่นมือไปคว้ามือของปิ่นอนงค์มาควงแขนของตนก่อนจะพาหลานสาวที่พยายามขัดขืนให้เดินลงบันไดตามพรมสีแดงไปยังแท่นพิธี

               “ปู่คือหมาจิ้งจอกเฒ่าที่เจ้าเล่ห์และร้ายกาจที่สุด!” ปิ่นอนงค์โอดครวญออกมาอย่างขัดใจถึงที่สุดเมื่อเธอแพ้ให้กับคนเป็นปู่

               “เพื่อรับมือหลานสาวตัวแสบของปู่ ปู่ก็ต้องมีเล่ห์เหลี่ยมมากกว่าสิถึงจะรับมือไหว” หันไปยิ้มให้หลานสาวอย่างคนถือไพ่เหนือกว่าที่จะไม่มีทางแพ้พร้อมกับคำพูดที่ทำให้หลานสาวอย่างปิ่นอนงค์อึดอัดและอัดอั้นในใจแทบจะรอการระเบิดออกมาไม่ไหว

               “ปิ่นหย่ากับเขาแน่คะคุณปู่หลังจากผ่านวันนี้ไป” หญิงสาวเลือกที่จะต่อปากต่อคำกับผู้เป็นปู่แทนเมื่อทำอะไรไม่ได้อย่างการหนีไป จึงระบายออกไปด้วยคำพูดก่อนจะระเบิดออกมาจนทำให้งานวันนี้พังเป็นหารหักหน้าผู้เป็นปู่ที่เคารพก่อนจะมองไปที่พี่ชายกับแฟนหนุ่มที่หันมาส่งยิ้มแห้งให้อย่างรู้ดีถึงฝันร้ายของเธอเพื่อแสดงความเสียใจ

               “เขาไม่มีทางหย่ากับปิ่นแน่นอน” คนเป็นปู่ยังคงพูดด้วยน้ำเสียงสบายใจโต้ตอบกลับอย่างคนที่รู้ว่าหลานสาวตัวแสบจะทำอย่างไรก็ไม่มีทางชนะ

               “เขาจะต้องยอม ผู้ชายมีนิสัยหวงแหนความโสดของตัวเองมากกว่าปิ่นอีกนะคะ ถ้าปิ่นยื่นข้อเสนอให้เขาแน่นอนว่าเขาจะต้องยอม” เธอหรือจะยอมเพราะคนอย่างเธอแสบได้อีกหากผู้เป็นปู่ยังไม่ยอมอ่อนข้อให้เพื่อพบกันคนละครึ่งทาง

               แต่ดูเหมือนว่าปู่ของหญิงสาวจะไม่ยอมพบกับเธอคนละครึ่งทางอย่างที่ต้องการเมื่อธรรมรงค์ยังคงทำหน้าที่เป็นปู่ที่ดีให้กับหลานสาวตัวน้อยด้วยการพูดทิ้งท้ายก่อนจะดันหลังให้หลานสาวเดินขึ้นไปบนแท่นพิธีทำหน้าที่เจ้าสาวให้สมบูรณ์แบบและสาวเจ้าก็ไม่ยอมแพ้เช่นกันจึงโต้ตอบกลับไปด้วยน้ำเสียงที่หนักแน่นและมั่นใจ ไม่วายส่งยิ้มเจ้าเล่ห์ให้กับผู้เป็นปู่ก่อนจะยอมทำตามในสิ่งที่ปู่ต้องการในวันนี้ให้เสร็จสิ้นพิธีแล้วหลังจากนั้นเธอจะทำให้ปู่ที่แสนดีของเธอได้รู้ว่ากำลังทำสิ่งที่พลาดจากการจับสาวเจ้าคลุมถุงชนแบบนี้

               “เชื่อปู่สิ เขาไม่ยอมหรอก”

               “เขาจะต้องยอมปิ่นคะ”

               แต่ปิ่นอนงค์ไม่มีทางรู้เลยว่าเหตุผลของว่าที่เจ้าบ่าวอย่างเตโซที่ยอมตกลงแต่งงานในวันนี้อย่างสายฟ้าแลบด้วยเหตุผลอะไร และไม่ว่าเธอจะพูดหรือยื่นข้อเสนอให้กับเขาอย่างไรก็ไม่มีทางที่ชายหนุ่มจะยอมทำในสิ่งที่เธอต้องการ ก็เพราะว่าเขาเองก็อยากแต่งงานกับใครสักคนเพื่อกำจัดความรู้สึกบางอย่างออกไปจากหัวใจและเพื่อไม่ทำผิดกับคนที่เขาให้ความสำคัญ ไม่ทำให้คนที่เขาใส่ใจความรู้สึกยิ่งกว่าตัวเองต้องผิดหวังและเสียใจ

               อย่างน้องชายและน้องสะใภ้...

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • รักร้ายภรรยา    บทที่ 6 การพบหน้าน้องสะใภ้ (8)

    น่ารักสดใสและใจดีแบบนี้สิน่า คนอย่างเตโซถึงตัดใจไม่ได้แบบนี้ มิหนำซ้ำยังอ่อนน้อมถ่อมตนต่อผู้ใหญ่โดยไม่ถือตัวที่ตัวเองมีฐานะที่สูงกว่า แค่เธอสัมผัสในระยะสั้นๆ ยังรู้สึกเอ็นดูดาริกาเสียไม่ได้เลย“โธ่ น้องดาคะ ทำไมถ่อมตนอีกแล้ว คุณเตคุณโซได้กินหัวพี่กันพอดีสิคะ” สาลียิ้มพลางห่อไหล่ลงอย่างอ่อนใจใส่เจ้านายสาวผู้แสนดี“ไม่หรอกค่ะ มีดาอยู่” ดาริกาพูดพลางหัวเราะออกมาตามปกติที่แอบแซวเจ้านายหนุ่มกับพนักงานก่อนจะเดินตามสาลีออกไปเมื่ออีกฝ่ายยอมที่จะเดินออกก่อนปิ่นอนงค์เผยอยิ้มเอ็ดูต่อดาริกาออกมาก่อนจะก้าวเดินออกจากลิฟต์ตามคนทั้งสองที่ยังมีบทสนทนาหยอกเย้าราวกับไม่ใช่ลูกน้องเจ้านายแต่เป็นเหมือนพี่น้องกันมากกว่า ก่อนจะหยุดเดินตามเมื่อทั้งสองหยุดเดินทั้งที่ยังสนทนากันอยู่“แน่ใจนะคะว่าจะไม่เจอคุณเตคุณโซ” สาลีถามอีกครั้งพลางสอดสายตามองไปรอบๆ บริเวณอย่างระแวดระวัง“ค่ะ พี่เตเดินไปหาพี่โซที่ด้านหลัง รายนั้นชอบเข้าทางด้านหลังบริษัทตรงเข้าห้องประชุมสะดวก รับรองว่าไม่เจอแน่นอนค่ะ” ดาริกายังยืนยันคำเดิม“โอเคค่ะ ฝากด้วยนะคะน้องดา” สาบียิ้มกว้างอย่างโล่งใจ“ยินดีค่ะ เดี๋ยวรออยู่ที่โต๊ะพี่สาลีก่อนนะคะ ดาคิดว

  • รักร้ายภรรยา    บทที่ 6 การพบหน้าน้องสะใภ้ (7)

    เมื่อเดินออกมาจากโรงแรมปิ่นอนงค์และเตโซก็ขึ้นรถขับออกตรงไปยังวราไดมอนด์ทันทีโดยเป็นรถของชายหนุ่มและสารถีก็คือเจ้าของรถ หญิงสาวเพิ่งสัมผัสได้ว่าเขามีฐานะชื่อเสียงแต่ใช้ชีวิตธรรมดาพึ่งตัวเอง แตกต่างจากคนวรรณวิภากิจที่น้อยนักจะได้ทำอะไรด้วยตัวเอง เธอจึงฉุกคิดได้ว่าการที่ย้ายไปอยู่บ้านของเขาคงจะทำให้เธอโตขึ้นมากกว่านี้ คงได้เรียนรู้สิ่งที่แตกต่างจากเดิมไม่น้อยจากเขาก็เป็นได้ใช้เวลาไม่นานทั้งสองก็มาถึงวราไดมอนด์ เตโซเลือกที่จะเข้าเข้ามาจอดรถที่ลานจอดใต้ตึกตามคำขอของปิ่นอนงค์ที่นึกสนุกอยากแอบเข้าไปโดยไม่ให้ใครรู้ว่าหญิงสาวเป็นใครก็เพื่อประเมินดาริกาตามความตั้งใจ แต่ทว่าไม่คิดเลยว่าทันทีที่ก้าวเท้าเข้ามาทางด้านหน้าบริษัทแทนการเข้าที่ลิฟต์ส่วนตัวผู้บริหารกับเตโซ“น้อง! น้องใช่ไหมที่เป็นพนักงานใหม่ ทำไมมาสายขนาดนี้ ทุกคนกำลังยุ่งๆ กันเลย วันนี้คุณเตโซจะเข้าบริษัท เดี๋ยว ทำไมแต่งตัวแบบนี้ ตายๆ เอชอาร์รับมาได้ยังไง ทำยังไงดีๆ คุณเตโซเป็นคนเนี้ยบซะด้วยสิ”ปิ่นอนงค์มองพนักงานหญิงที่สวมแว่นตาหนาอยู่ในชุดสูทเนี้ยบที่บ่นไปดึงแขนพาหญิงสาวเดินไปก่อนจะชะงักมองเธออีกครั้งอย่างพิจารณา และยิ่งพบความไม่เรี

  • รักร้ายภรรยา    บทที่ 6 การพบหน้าน้องสะใภ้ (6)

    “จริงสิคะ ที่คุณบอกว่าจะเรียกคนที่ดูกระเป๋าเป็นมา คุณมีคนรู้จักแบบนั้นด้วยเหรอคะ” ปิ่นอนงค์ได้ยินเสียงหัวเราะในลำคอของเตโซก็ยิ่งดขินอายมากกว่าเดิมจึงตัดสินใจหันกลับไปเปลี่ยนเรื่องทันที“รู้จักน่ะมี แต่เขาอยู่กรุงเทพฯ ผมก็แค่พูดแก้ไขสถานการณ์ไปน่ะ” เตโซตอบตามตรง“คุณเองก็ร้ายค่ะ” เธอขำออกมากับคำตอบของเขาก่อนจะแกล้งว่ากลับไป“ทำไงได้ เจอคนกำลังเอาเปรียบก็ต้องเปิดโปง แล้วคุณดูไม่ออกจริงๆ เหรอเรื่องกระเป๋า” เตโซยักหัวไหล่อย่างไม่ยี่หระก่อนจะถามกลับ“ดูไม่ออกค่ะ ฉันไม่ค่อยใช้ของแบรนด์เนม มีไม่กี่อย่างเองและที่มีก็ได้มาจากของขวัญที่คนอื่นให้มา” ปิ่นอนงค์ส่ายหัวพรืดตอบกลับไป“ไม่เอามาใช้แล้วคุณเก็บไว้ไหน” ถามกลับด้วยความสงสัย“ห้องเก็บของที่บ้านเล็กที่กรุงเทพฯ ค่ะ” ตอบด้วยท่าทางสบายๆ“ไม่แปลกใจแล้ว อีกเรื่อง ทำไมคนที่นี่ถึงไม่เรียกคุณว่าคุณหนึ่งเหมือนคนที่กรุงเทพฯ แต่เรียกคุณว่าคุณปิ่น” เตโซเอ่ยถามในสิ่งที่สงสัยมานานเมื่ออยู่ที่นี่นานจนจับสังเกตได้ว่าคนทั้งโรงแรมและรีสอร์ตต่างเรียกปิ่นอนงค์ด้วยชื่อมากกว่า ‘คุณหนึ่ง’ ซึ่งบ่งบอกตำแหน่งหลานสาวคนโตของวรรณวิภากิจ“ฉันสั่งเองค่ะ สำหรับ ‘คุณหนึ่ง’

  • รักร้ายภรรยา    บทที่ 6 การพบหน้าน้องสะใภ้ (5)

    “โชคดีนะคะที่ไม่แตกจนต้องเย็บ คุณนะคุณ ทำไมทำตัวเหมือนตัวเองเป็นเหล็กทั้งตัวด้วยคะ”ปิ่นอนงค์บ่นพลางช่วยปิดพลาสเตอร์ที่แผลหลังล้างแผลพและใส่ยาเป็นที่เรียบร้อย หญิงสาวเปลี่ยนใจให้สายพิณออกไปจัดการกับลูกค้ารายนั้นแทนด้วยคำสั่งใหม่เมื่อคำสั่งแรกทุกคนไม่ยอมทำตามและเป็นเธอเองที่พาเตโซมาห้องพยาบาลของรีสอร์ตโดยมีรุจีรากับภานพตามมาด้วย“เท้ามันไปเอง” เตโซตามเสียงปกติด้วยสีหน้านิ่งเฉยราวกับว่าเป็นเรื่องปกติธรรมดา“เท้าไปเอง!? นี่คุณกวนประสาทฉันอยู่ใช่ไหมคะคุณโซ” ปิ่นอนงค์เอ็ดเล็กน้อยพลางถลึงตาใส่ด้วยความโมโหเตโซเพราะคำตอบ“ขอโทษครับ” เตโซตอบกลับด้วยคำขอโทษเสียงนุ่ม ทว่าทำคนฟังอย่าปิ่นอนงค์ไปต่อไม่ถูกเมื่อจริงๆ แล้วเขาไม่ได้เป็นคนผิด“คุณ…” หญิงสาวได้แต่มองชายหนุ่มอย่างอ่อนใจ“…ทำไมถึงยอมง่ายๆ แบบนี้ ผมพูดไปขนาดนั้นแล้ว” เขาเลือกที่จะส่งยิ้มไปให้เธอเพื่อให้สบายใจก่อนจะเอ่ยถามออกไปอย่างไม่เข้าใจว่าเพราะเหตุผลอะไรสาวเจ้าถึงยอมง่ายๆ เช่นนั้น“ใครว่าฉันยอมล่ะคะ” ปิ่นอนงค์ตอบกลับพลางนั่งลงบนเตียงคนไข้เตียงข้างๆ หลังจากยืนทำแผลให้กับเขา“ไม่ยอมยังไงถึงปล่อยไป” เตโซถามกลับทันที เพราะสำหรับเขาไม่ควรปล่

  • รักร้ายภรรยา   บทที่ 6 การพบหน้าน้องสะใภ้ (4)

    ปิ่นอนงค์หันขวับมามองเตโซด้วยความตกใจกับสิ่งที่เขาทำอยู่แม้จะแอบไม่พอใจเขาในตอนแรก แต่ไม่คิดเลยว่าเขากำลังช่วยไม่ให้เธอถูกลูกค้าหัวหมอเอารัดเอาเปรียบสร้างความเสียหายให้กับทางรีสอร์ต และไม่คิดเลยว่าเขาจะช่วยเธอมากมายขนาดนี้ จนเริ่มไม่มั่นใจแล้วว่าถึงเวลาที่จะค้องปล่อยเขาไปเธอจะปล่อยเขาไปได้จริงๆ หรือ…“แก! แกพูดอะไร ฉันชื่อมาเป็นแสนนะยะ พูดมานี่ดูกระเป๋าเป็นหรือเปล่ายะ” ลูกค้ายังคงโวยวายกลับมาแต่เริ่มมีท่าทีลุกลี้ลุกลนขึ้นมาเล็กน้อย“เป็นไม่เป็น ผมรู้จักคนที่ดูกระเป๋าเป็น ผมสามารถเรียกเขามาได้นะครับ” เตโซพูดอย่างกดดันและข่มอีกฝ่ายด้วยน้ำเสียงทุ้มเข้ม“แก! แกเป็นใคร มายุ่งอะไรด้วยยะ ไม่รู้ล่ะ ถ้าเธอไม่ชดใช้ รีสอร์ตได้เสียชื่อเสียงแน่” เจ้าหล่อนยังคงโวยวายกลบเกลื่อนไม่หยุด“ยินดีครับ ผมเองก็จะฟ้องกลับเรื่องหมิ่นประมาทซึ่งหน้าและทำให้เสียชื่อเสียง และยังมีการฉ้อโกง ยังทำให้ผู้อื่นบาดเจ็บทางกายและใจ” เตโซตอบโต้กลับไม่วายชี้ไปทางพนักงานชงเครื่องดื่มในท้ายประโยค ซึ่งชายหนุ่มเห็นว่าพรักงานชายคนนี้ถูกทำร้ายร่างกายเมื่อเห็นรอยนิ้วมือและเล็บที่ข่วนแก้ม“แก! นี่หล่อน! มันเป็นใคร คนวรรณวิภากิจบริ

  • รักร้ายภรรยา   บทที่ 6 การพบหน้าน้องสะใภ้ (3)

    “ภรรยาท่านทูตที่ประจำอยู่สวิตเซอร์แลนด์ค่ะ เวลาคุณหญิงกลับมาพักผ่อนที่ไทยจะเลือกพักโรงแรมวรรณวิภากิจเป็นประจำ อีกอย่างเมื่อปีก่อนฉันไปเรียนที่สวิตซ์ระยะสั้นก็ได้ท่านช่วยหาบ้านพักและดูแลตลอดนี่แหละ คุณปู่เลยจะเลี้ยงข้าวท่านทุกครั้งที่มาไทยค่ะ” ปิ่นอนงค์อธิบายให้เตโซได้ฟังระหว่างเดินไปที่รีสอร์ต“โอเค หลังจากนั้นเราจะอยู่ที่กรุงเทพฯ ต่ออีกสองเดือน เจ้าสัวอยากจัดงานวันเกิดให้คุณที่กรุงเทพฯ อ้อ ของของคุณถูกย้ายไปไว้ที่บ้านผมแล้วนะ” เตโซพยักหน้าเข้าใจก่อนจะยื่นมือไปดันต้นแขนของปิ่นอนงค์เบาๆ ให้เปลี่ยนมาเดินทางซ้ายของเขาเมื่อมีกลุ่มแขกของรีสอร์ตกำลังเดินลากกระเป๋าออกมาพอดี“คุณปู่อีกตามเคย จริงสิ ก่อนจะเข้าบ้านคุณ ฉันมีโอกาสเจอน้องสะใภ้คุณหรือเปล่า” ปิ่นอนงค์บ่นอุบก่อนจะถามถึงดาริกาตามปกติ“…ไม่ จนกว่าจะเข้าบ้าน” เตโซชำเลืองมองปิ่นอนงค์อย่างไม่ชอบใจเล็กน้อยที่เธอคลายจะเร่งรัดข้อตกลงแต่ก็ยอมตอบออกไป“งั้นฉันขอแวะไปที่วราไดมอนด์ก่อนเข้าบ้านคุณนะคะ อยากจะเห็นหน้าชัดๆ อีกที ตั้งแต่งานแต่งจนตอนนี้ก็ยังไม่เห็นหน้าเธอชัดๆ สักที อย่าบอกใครล่ะว่าฉันเป็นใคร” ปิ่นอนงค์พยักหน้าก่อนจะพูดให้เตโซได้รับรู้

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status