เข้าสู่ระบบดาริกายังคงยืนสนทนาถ่วงเวลาด้วยบทคนหลงทางได้ราวสิบนาทีแล้วก็ยังแสร้งไม่เข้าใจจนพนักงานส่งของต้องหยิบโทรศัพท์มือถือของตัวเองและสั่งให้เธอหยิบตัวเองขึ้นมาเพื่อเปิดเส้นทางพร้อมอธิบายให้ละเอียดอีกครั้ง ซึ่งกินเวลาต่ออีกราวสิบนาทีก่อนจะต้องเงยหน้าขึ้นไปมองทิศทางเดียวกันเมื่อได้ยินเสียงรถที่เหยียบเบรคอย่างกะทันหันพร้อมกับเสียงไซเรนของรถตำรวจที่ตามหลังรถซีดานคันหรูที่มาจอดก่อน หญิงสาวขมวดคิ้วเล็กน้อยยังคงแสร้งทำเป็นงุนงงกับสถานการณ์ต่างจากคนด้านข้างที่เริ่มยืนไม่นิ่งและแกล้งหันไปถาม
“เอ่อ เกิดอะไรขึ้นเหรอคะ” เธอแสร้งถามด้วยสีหน้ามึนงง
“ไม่มีอะไร คุณรีบไปได้แล้ว” พนักงานส่งของตอบส่งๆ พลางก้าวถอยหลังไปทีละก้าวช้าๆ เมื่อเคนก้าวลงจากรถเดินตรงมาโดยไม่พูดอะไรพร้อมกับตำรวจ
“อย่าหนีนะ” เมื่อเห็นว่าพนักงานส่งของกำลังจะหนีดาริการีบเปิดเผยตัวด้วยการวิ่งไปคว้าแขนดึงเอาไว้
“คุณหนู!” เคนสบถออกมาก่อนจะเรียกดาริกาด้วยความเป็นห่วงเมื่อเห็นหญิงสาวพาตัวเองไปใกล้คนร้ายอย่างไม่ห่วงชีวิต
“ตายแล้วคุณหนู!” รินนราอุทานออกจะวิ่งเข้าไปช่วยดาริกาเมื่อเธอรีบลงจากรถทันทีที่เห็นเคนกับตำรวจแต่เธอก็ถูกตำรวจขวางไว้เพื่อความปลอดภัย
“ปล่อยนะเว้ย!” พนักงานส่งของที่กำลังยื้อยุดฉุดกระชากอยู่กับดาริกาจนตำรวจจะเข้าถึงตัวจึงรวบรวมแรงทั้งหมดผลักหญิงสาวจนมือของเธอหลุดออกจากแขนล้มลงหัวกระแทกกับฟุตบาททางเดินเท้าในซอยเล็กๆ จนหมดสติไปทันที
ภาพที่ดาริกาถูกผลักล้มลงจนศีรษะไปกระแทกกับฟุตบาทจนหมดสติและยิ่งทำให้เคนตกใจรีบพุ่งตัวไปพยุงร่างหมดสติเธอเอาไว้แล้วปล่อยให้เป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าไปคุมตัวคนร้ายแทน มือหนาสั่นระริกด้วยความกลัวเมื่อเห็นเลือดสีแดงสดไหลซึมออกมาจากเส้นผมของสาวเจ้ามากขึ้นเรื่อยๆ ไหลลงอาบแก้ม
“คุณหนู คุณหนู” เคนเอ่ยเรียกดาริกาเสียงสั่นเครือด้วยความกลัว
“คุณหนู! คุณเคนรีบพาคุณหนูไปโรงพยาบาลก่อนดีกว่าคะ ทางนี้นราจัดการเอง คุณเตทราบเรื่องแล้วด้วย ยังไงค่อยตามไปโรงพักยังทันคะ” ด้วยความกังวลและกลัวไม่ต่างจากเคนเมื่อเห็นเลือดสีแดงสดจำนวนไม่น้อยของดาริกาที่ไหลซึมออกมา
“ผมฝากทางนี้ด้วย แจ้งผู้จัดการที่โกงให้ตามไปที่สถานีตำรวจทันที” เคนออกคำสั่งก่อนจะรีบช้อนตัวอุ้มดาริกาตรงไปยังรถของตัวเองทันที
รินนรารีบวิ่งไปช่วยเปิดประตูรถให้กับเคนก่อนจะถอยออกห่างแล้วยืนมองรถของเคนขับเคลื่อนออกไปอย่างเป็นห่วงดาริกาก่อนจะหันกลับไปมองที่ตำรวจและคนร้ายพลางรีบต่อสายหาผู้จัดการโกงดังทันทีอย่างไม่รอช้าเมื่อตำรวจจับคุมคนร้ายได้ทันก่อนที่อีกฝ่ายจะหลบหนีไปได้เสียก่อน หนำซ้ำตอนนี้ก็ยังมีข้อหาทำร้ายร่างกายจนคนอื่นได้รับบาดเจ็บด้วยก็ยิ่งต้องระมัดระวังในการจับคุมมากขึ้น เมื่อตำรวจจับคุมคนร้ายขึ้นรถไปแล้วเธอจึงเดินไปหาเจ้าหน้าที่ตำรวจนายหนึ่งที่คาดว่าคงเป็นเจ้านายของทุกคนหรือมียศตำแหน่งสูงกว่า
“ขอโทษนะคะคุณตำรวจ พอดีในตู้มีเครื่องเพชรที่จะต้องนำไปส่งลูกค้า ถ้าเป็นไปได้ช่วยให้ฉันนำไปให้ลูกค้าก่อนได้ไหมคะ” เธอถามออกไปแม้จะรู้ว่ามันอาจจะยาก
“ยังไม่ได้ครับจนกว่าจะดำเนินคดีเสร็จสิ้น รบกวนแจ้งคนที่เกี่ยวข้องให้ไปให้ปากคำที่โรงพักด้วยนะครับ คุณเคนแจ้งมาแล้ว รวมถึงของกลางที่คุณจจะนำไปให้ลูกค้าด้วยครับ” เจ้าหน้าที่ตำรวจตอบออกมาซึ่งเป็นอย่างที่รินนราคิดเอาไว้แล้ว
“โอเคคะ” เธอยอมรับด้วยความรู้สึกกังวลเล็กน้อยเมื่อนึกถึงปัญหาที่จะตามมาหากคุณหญิงวดีไม่พอใจ
“ผมเองก้ต้องขอให้คุณตามไปให้ปากคำด้วยนะครับ” นายตำรวจคนเดิมเอ่ยขึ้นอีกครั้ง
“ได้ค่ะ ฉันจะรีบตามไป” เธอตอบรับด้วยรอยยิ้มบางอย่างลำบากใจเมื่อเอาแต่คิดถึงปัญหาใหญ่ที่จะตามมาก่อนจะละความสนใจไปที่โทรศัพท์มือถือของตัวเองเมื่อสายเรียกเข้าดังขึ้น
ทันทีที่รินนราเห็นชื่อของคนโทร. เข้ามาจึงรีบกดรับทันทีอย่างดีใจแกมกังวลกับปัญหาที่เกิดขึ้นทั้งกับดาริกาและกับคุณหญิงวดี
“คุณเต!” เธอเรียกเจ้านายอย่างดีใจทั้งที่ปากยิ้มแห้ง
“ผมแจ้งคุณหญิงวดีแล้ว คุณหญิงวดีจะเข้าไปรอที่บริษัท คุณนราเข้าไปดูแลคุณหญิงวดีก่อน แล้วตอนนี้สถานการณ์เป็นยังไงบ้าง” เตชินบอกสิ่งที่เขาต่อสายหาคุณหญิงวดีให้ทราบข่าวซึ่งอีกฝ่ายก็ไม่มีปัญหาแต่อย่างใด ขอเพียงไม่ทำให้ต้องเดินทางไปขึ้นเครื่องสายก็เท่านั้น
“…เอ่อ คือว่า...” รินนราอึกอักอยู่ครู่ก่อนจะบอกสถานการณ์ที่เกิดขึ้นทุกอย่างให้กับเจ้านายได้ฟังอย่างละเอียดยิบไม่มีแม้แต่ขาดช่วงไหน
ทว่า คนฟังได้แต่กำหมัดแน่นอย่างหัวเสียกับสิ่งที่ได้ยินจนอยากจะให้ถึงเวลาเครื่องบินขึ้นบินเสียเดี๋ยวนั้นทันที
“ให้คนมารอรับผมทันทีที่สนามบิน ผมกำลังขึ้นเครื่อง” เตชินออกคำสั่งทันทีเมื่อฟังสิ่งที่รินนรารายงาน
“ได้ค่ะคุณเต คุณเตจะตรงไปโรงพยาบาลก่อนเลยใช่มั้ยคะ” รินนราเอ่ยถามเพื่อจะได้แจ้งกับคนขับรถของบริษัทถูกต้อง
“ใช่ ส่วนเรื่องที่สถานีตำรวจคุณนราบอกให้เคนไปจัดการแทน ผมจะไปโรงพยาบาลดูเธอเอง…” เตชินพูดแต่แล้วก็เงียบไปครู่หนึ่งก่อนจะพูดขึ้นอีกครั้ง “ไม่ต้องแล้ว ผมจะต้องไปสถานีตำรวจก่อน”
“เอ่อ ได้ค่ะๆ ฉันจะรออยู่ที่โรงพักนะคะคุณเต” รินนราแจ้งกับเจ้านายอีกครั้งก่อนจะวางสายไป
ทางด้านเตชินซึ่งกำลังขึ้นเครื่องบินได้แต่ข่มอารมณ์ของตัวเองเอาไว้อย่างที่ไม่เคยต้องระงับความโกรธความหงุดหงิดเช่นนี้มาก่อน แต่ทว่าเป็นเรื่องของดาริกากลับทำให้เขาแทบจะควบคุมอารมณ์ไม่ได้หลายต่อหลายครั้ง ไม่ว่าเธอจะทำอะไรความรู้สึกของเขาจะก่อเกิดขึ้นได้ง่ายกว่าที่รู้สึกไม่พอใจคนอื่น
ชายหนุ่มได้แต่ขบกรามตลอดทางเดินทางกลับด้วยหลากหลายอารมณ์ ครั้นความหยิ่งในตัวของเขาก็สั่งให้ต้องเลือกไปสถานีตำรวจมากกว่าจะตรงไปโรงพยาบาล
หากถามว่าก็มีเคนคอยดูแลอยู่แน่นอนว่าเป็นเหตุผลที่ทำให้เขาไม่พอใจเป็นอย่างมากที่ไม่ว่าจะเกิดเรื่องอะไรขึ้นกับดาริกาจะต้องเป็นเคนเสมอที่เข้าไปก่อนเขา และอีกสาเหตุของอารมณ์ที่ทวีคูณขึ้นด้วยความโกรธก็คือการเอาตัวเองไปเสี่ยงอันตรายของดาริกา เพราะอารมณ์ที่มากมายปะปนกันไปของเขาที่มีต่อเคนต่อดาริกาก็ทำให้ต้องระบายมันออกมาด้วยคำพูดกับตัวเอง
“โง่ ทำไมต้องพาตัวเองไปเจ็บตัว ไม่เคยจะเบาใจกับเธอได้เลยจริงๆ ดาริกา”
บทพิเศษ 2พรหมลิขิตเจนีวา, สวิตเซอร์แลนด์เตโซนั่งมองทิวทัศน์ของเมืองเจนีวาที่หาดทรายเทียมอย่างสบายใจสำหรับวันพักผ่อน หลังจากจบเรื่องของเตชินและดาริกาได้สามเดือน ชายหนุ่มก็ตัดสินใจจองตั๋วมาเที่ยวพักผ่อนที่สวิตเซอร์แลนด์เพียงคนเดียว ทั้งยังเป็นการพักฟื้นจากการที่ได้รับบาดเจ็บเมื่อหลายเดือนก่อนถึงแม้ภายนอกจะดีขึ้นแต่การถูกยิงทะลุหน้าอกก็ไม่ใช่บาดแผลที่จะหายได้ง่ายๆ เขาจึงเลือกที่จะมาพักผ่อนยังประเทศที่มีเสน่ห์อย่างลงตัวระหว่างบ้านเมืองและธรรมชาติที่สวยงาม จากสถานที่ท่องเที่ยวเมืองหลักๆ ทั้งหมดสิบเอ็ดเมือง เขาเดินทางท่องเที่ยวไปแล้วห้าเมืองตลอดหนึ่งสัปดาห์ที่ผ่านมา และเจนีวาก็คือเมืองที่หกในวันแรกของสัปดาห์ที่สองชายหนุ่มทอดสายตามองความสบายใจที่อยู่เบื้องหน้าก่อนจะทอดสายตามองออกไปยังทะเลสาบเจนีวาก่อนจะดึงสายตาไปยังกลุ่มคนมากมายซึ่งกำลังยืนเกาะกลุ่มล้อมรอบบุคคลที่กำลังเล่นเปียโนให้กับผู้คนที่มาพักผ่อนอยู่ไม่ไกลมากนัก เขามองแล้วค่อยๆ เผลอรอยยิ้มออกมาเมื่อได้ยินเสียงเปียโนแสนไพเราะ เขายังคงมองนักดนตรีเปียโนบรรเลงอย่างไม่คิดหันไปมองสิ่งอื่น ไม่ต่างจากหญิงสาวคนไทยที่กำลังนั่งอยู่บนเก้าถัดไปท
ทว่าก็ต้องชะงักพลางเผยอริมฝีปากออกเล็กน้อยเมื่อสามีกำลังยืนนิ่งถือที่ตรวจครรภ์ยื่นไปตรงหน้าเตโซที่กำลังจะลงไปชั้นล่างเตรียมตัวทานมื้อเช้าก่อนออกไปทำงานที่บริษัท เมื่อในวันนี้ที่ปรึกษาอย่างเตโซจะต้องเข้าร่วมประชุมด้วยสำหรับการต้อนรับลูกค้ารายใหม่ “ดา...ดาท้องคนที่สามแล้วเหรอ” เตโซเอ่ยถามออกไปด้วยความดีใจเมื่อชำเลืองสายตาเลยไปมองน้องสะใภ้ที่กึ่งเดินกึ่งวิ่งตามน้องชายออกจากห้องมา “พี่โซ เอ่อ ค่ะ ดาท้องคนที่สามแล้วค่ะ” เธออึกอักตอบออกไปเพราะยังปรับอารมณ์ไม่ทันกับสถานการณ์ตรงหน้า “กี่เดือนแล้วล่ะ แล้วไปหาหมอหรือยัง เพิ่งตรวจเหรอ” คนเป็นพี่สามียิงคำถามออกมาไม่หยุดจนคนท้องตอบไม่ทันได้แต่ยืนยิ้มแห้งส่งกลับมา “เอ่อ...” เธอไม่รู้จะเริ่มต้นพูดออกไปเช่นไรดี “ห้าล้าน รับขวัญหลาคนที่สาม” คนที่เพิ่งรู้ตัวว่ากำลังจะเป็นคุณพ่อลุกสามกลับไม่สนใจบทสนทนาของภรรยาสาวกับพี่ชาย นอกจากข้อเรียกร้องเมื่อตนมีหลานให้กับพี่ชายที่ตัวเขาเองก็ไม่ทันตั้งตัวกับการมีลูกคนที่สาม แต่เงินไม่ใช่ประเด็นสำหรับเขากับการที่มาบอกพี่ชาย แต่
บทพิเศษ 1 แค่มีดาริกาที่เป็นแม่ของลูก มือหนาปัดเส้นผมที่ตกลงมาปกข้างแก้มของภรรยาสาวที่ยังคงนอนหลับใหลในห้วงนิทราไปเมื่อหนึ่งชั่วโมงก่อนหลังบทรักที่ชายหนุ่มมอบให้เพิ่งจบลง ก่อนจะเคลื่อนใบหน้าเข้าไปใกล้ก่อนจะประทับริมฝีปากลงบนแก้มนวลด้วยความหลงใหล ทว่าเป็นการปลุกให้ดาริกาตื่นจากภวังค์หวานเมื่อริมฝีปากไม่ได้หยุดแค่ที่แก้ม หนำซ้ำมือหนาเริ่มลูบไล้ไปตามเอวคอดที่เปลือยเปล่าไร้อาภรณ์ปกปิด “พี่เต ดาง่วงและเหนื่อยจะแย่แล้วนะคะ” สาวเจ้าพึมพำพลางปรือตาขึ้นมามองสามีหนุ่ม “แต่เมียตัวหอม พี่ทนไม่ไหว” เตชินกระซิบเสียงพร่า เคลื่อนหน้าจากใบหูมายังลำคอขาวลออก่อนจะซุกไซ้ลำคอที่ขึ้นสีแดงระเรื่อจากเครื่องหมายที่แสดงความเป็นเจ้าของ ซึ่งเกิดจากฝีปากร้ายของเขาที่ตีตราเอาไว้ “พี่เตขา เมื่อคืนก็ทั้งคืนแล้วนะคะ ให้ดาได้พักบ้างนะ นะคะ น้า” ดาริกายกมือดันสามีหนุ่มให้ผละออกห่างก่อนจะพูดอ้อมพร้อมสายตาหวานราวกับลูกแมวน้อยที่กำลังอ้อนเจ้านาย “งั้นนอนกอดก็แล้วกัน แต่คืนนี้พี่ไม่ปล่อยเหมือนตอนนี้แน่” เตชินแพ้เสียงหวานและสายตาออดอ้อ
บทส่งท้าย เสียงคลื่นกระทบฝั่งพร้อมสายลมหอบใหญ่ที่พัดเข้าฝั่งปะทะผิวของเตชินที่นั่งอยู่บนหาดทรายสีขาวด้านข้างมีรองเท้าแตะสองคู่วางข้างกันหากแต่อีกหนึ่งคู่ไร้เจ้าของนั่งอยู่ข้างกายชายหนุ่ม เพียงไม่นานเสียงหวานใสเจ้าของรองเท้าแตะดังขึ้นจากด้านหลังของเขา เสียงเท้าก้าวเดินมาทำให้รอยยิ้มบนใบหน้าของเขาคลี่ยิ้มกว้างอย่างรู้ทันก่อนจะหันไปหอมแก้มหญิงสาวเมื่อเธอนั่งลงแล้วโน้มตัวสวมกอดจากด้านหลังพลางเกยคางลงบนบ่าของเขา“คิดถึงพี่เต” ดาริกาคลี่ยิ้มกว้างพูดออกไปเมื่อถูกเตชินขโมยหอมแก้ม“พี่คิดถึงมากกว่า มา มานั่งนี่” เตชินพูดพลางเอี้ยวตัวดึงแขนดาริกาให้เดินอ้อมมานั่งลงด้านหน้าระหว่างขาของชายหนุ่มก่อนจะสวมกอดเมื่อหญิงสาวเอนกายพิงลงมาอย่างทะนุถนอม“ขอบคุณนะคะพี่เต และดาก็ขอโทษที่ทิ้งพี่เตไปแบบนั้น” ดาริกาพูดขึ้นขณะที่นั่งช้อนตัวอยู่ข้างหน้าเตชินโดนที่ถูกเขาสวมกอดพลางใช้มือลูบลงบนหน้าท้องที่นูนขึ้นมาเล็กน้อยตามอายุครรภ์สิบหกสัปดาห์“พี่ไม่เคยโกรธดาเลย มีแต่จะรักและแคร์ดามากกว่า อีกอย่างเรื่องมันก็ผ่านไปสามปีกว่าแล้ว” เตชินกระชับกอดให้ดาริกาได้รู้สึกว่าเขาคิดอย่างที่พูดออกไปเพราะทั้งหมดชายหนุ่มก็มีส่
มีแต่จะใส่อารมณ์ใส่เธอเช่นนี้เสมอเขาผิด ใช่เขาพลาด ใช่เธอหนีไป ก็สมควร แต่ต้องไม่ใช่ตอนนี้ที่เขาจะปล่อยเธอให้หลุดมือไปอีกเป็นแน่ เพราะเขาจะแสดงออกมาให้เธอเห็นว่าสิ่งที่เขาทำความรู้สึกที่มีมันหมายความเช่นไร และความกลัวที่จะเสียเธอไปอีกทำให้เขารีบวิ่งไปกอดรัดหญิงสาวจากทางด้านหลังทันทีเขาจะไม่ยอมปล่อยเธอให้หายไปไหนได้อีกแม้ว่าทั้งเตโซและดาริกาจะโกหกหรือคิดจะเอาคืนเขากับช่วงเวลาที่ผ่านมาจนน่าหงุดหงิดและไม่น่าให้อภัย แต่เขาจะยอมปล่อยผ่านแล้วลืมมันไป เพราะตอนนี้สิ่งสำคัญสำหรับเขาที่ควรจะให้ความใส่ใจมากที่สุดก็คือดาริกา...“ไอ้พี่เต! ปล่อยนะ” ดาริกาขึ้นเสียงพลางดิ้นให้สุดแรงด้วยความตกใจเมื่อถูกเตชินวิ่งเข้ามากอดจากทางด้านหลังอย่างไม่ทันตั้งตัว“ถ้าจะเรียกไอ้ไม่ต้องมีพี่ก็ได้นะ...เดี๋ยวนี้โตขึ้นเยอะเลยนะ” เตชินรัดแขนที่โอบกอดเธอจากด้านหลังแน่ขึ้นเพื่อไม่ให้เธอหลุดออกได้ง่ายๆ พลางพูดทะเล้นใส่“พี่เตปล่อย” เมื่อเห็นว่าเขาไม่คิดจะปล่อยง่ายๆ จึงเสียงเข้มขึ้นพร้อมกับแรงที่พยายามสลัดตัวเองให้หลุดออกจากอ้อมแขนของเขา“พี่ไม่ปล่อย...น้องดา น้องดา ดา!” เตชินปฏิเสธพลางเรียกชื่อของดาริกาเสี
ทันทีที่ได้รับข้อความจากนักสืบว่าดาริกาขึ้นเครื่องแล้วเรียบร้อย เตชินก็แทบจะนั่งรอต่อไม่ไหวเพราะกว่าหนึ่งชั่วโมงครึ่งที่หญิงสาวจะเดินทางมาถึงภูเก็ต และแน่นอนว่าชายหนุ่มเลือกที่จะนั่งรอจนกระทั่งใกล้ถึงเวลาเครื่องลง เขาก็เลือกที่ทำตัวตามปกติเพราะอยากดูว่าพี่ชายของตัวเองคิดจะทำเช่นไรต่อเมื่อสาวเจ้าเดินทางมาถึงเตชินก้าวเดินตรงเข้าไปหาดาริกาทันทีเมื่อเห็นหญิงสาวเดินจับจูงมือเด็กชายตัวน้อยออกมาจากเกทโดยที่ทุกคนทางฝั่งเตโซไม่ทันตั้งตัว กว่าจะรู้ตัวอีกทีก็สายไปแล้วที่จะทำตามแผนไม่ให้เตชินได้เจอหน้าลูกก่อน มิหนำซ้ำยังทำให้ดาริกาตกใจไม่น้อยที่อยู่ๆ เตชินก็พุ่งตัวเข้ามาคว้าแขนของเธอทันทีที่เดินพ้นประตูขาเข้า“น้องดา”“พี่เต!”“เต น้องดา”เตโซร้องเรียกคนทั้งสองด้วยความตกใจและทำอะไรต่อไม่ถูกเมื่อน้องชายของเขาพรวดพราดเข้าไปหาโดยที่เขายังไม่ทันจะตั้งหลักทำตามแผนก่อนจะมองไปที่ดาริกาด้วยสายตาขอโทษกับความผิดพลาดเช่นนี้“แผนพี่จะทำยังไงต่อครับ” เตชินหันไปถามพี่ชายทั้งที่ยังจับแขนของดาริกาไม่ยอมปล่อยและเขาก็ไม่กล้ามองหน้าเด็กชายตัวน้อยที่กำลังเงยหน้ามามองเขาอยู่ด้วยความกลัวและตอนนี้อยากจะคุยกับดาริกามา







