เข้าสู่ระบบหลังจากดำเนินคดีจนคนร้ายถูกจับเข้าคุกเตชินก็รีบส่งอัญมณีมรกตให้กับคุณหญิงวดีทันทีด้วยตัวเองพร้อมกับคำขอโทษและกระเช้าผลไม้จนทุกอย่างเป็นไปด้วยดี ทั้งยังโชคดีที่คุณหญิงวดีไม่ถือโทษโกรธเพราะเป็นอุบัติเหตุที่ไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้นมิหนำซ้ำยังส่งทำชุดเครื่องเพชรชุดใหม่เป็นการแสดงถึงความไว้วางใจที่มีให้กับเตชิน ทว่าเรื่องของคุณหญิงวดีจบลงผ่านไปแล้วสองวันชายหนุ่มก็ยังไม่ยอมไปโรงพยาบาลเพื่อเยี่ยมดาริกาจนรินนรรู้สึกไม่พอใจเจ้านายทั้งที่คนเป็นภรรยาพยายามช่วยให้บริษัทไม่เกิดปัญหาร้ายแรงจนตัวเองบาดเจ็บแม้ว่าสาวเจ้าจะยังไม่ฟื้นก็ตาม
“คุณเตคะ เอ่อ ไม่คิดจะไปโรงพยาบาลสักหน่อยเหรอคะ ถึงคุณหนูจะยังไม่ฟื้นแต่ก็ไปเยี่ยมในฐานะ...” รินนราที่รีบแฟ้มเอกสารมาถือเมื่อเจ้านายหนุ่มเซ็นเป็นที่เรียบร้อย
“ฐานะสามีเธอน่ะเหรอ” เตชินพูดตัดบทรินนราเสียงเรียบเรื่อย
“ก็ใช่น่ะสิคะ โธ่ คุณเต คุณหนูเจ็บตัวก็เพราะไม่อยากให้บริษัทเดือดร้อนนะคะ อย่าโกรธเธอเลยคะ ยิ่งน่าเป็นห่วงเพราะไม่นอมฟื้นเลย” รินนราพูดเสียงอ่อนด้วยความอ่อนใจที่มีให้กับเจ้านาย
“แล้วหมอบอกว่าเธอเป็นยังไงบ้าง” เขาถามพลางเงยหน้าไปมองรินนรา
“คุณเต!” รินนราเอ็ดเจ้านายเบาๆ ก่อนจะบอกออกไป “คุณหนูได้รับความกระทบกระเทือนที่ศีรษะอย่างรุนแรงแต่โชคดีที่ไม่มีเลือดออกหรือเลือดคลั่งข้างในคะ มีแค่บาดแผลที่ใหญ่ก็เลยทำให้มีเลือดไหลออมาเยอะ พ้นขีดอันตรายแล้วแต่ยังไม่ฟื้นคะ”
“ก็พ้นขีดอันตรายแล้วไม่ใช่เหรอ จะไปทำไม พี่เคยก็อยู่ดูแลจนไม่เข้าบริษัท เรื่องคดีก็ไม่เห็นโผล่มาเลย” เขาตอบอย่างไม่ยี่หระก่อนจะดึงสายตากลับมาสนใจงานอีกครั้ง
“คุณเตคะ ฉันถามจริงๆ นะคะ ไม่ใช่ไม่รู้ว่ามันเหิดอะไรขึ้น แต่ทำแบบนี้คิดว่าถูกต้องแล้วใช่มั้ยคะ แต่สำหรับฉันมองว่าคุณเตทำไม่ถูกคะ” รินนราแอบหงุดหงิดใส่เจ้านายเมื่ออีกฝ่ายเอาแต่ใจคิดเองเออเองแทนที่จะพูดความจริงออกไป
เพราะอะไรมันอาจจะดีขึ้นกว่าตอนนี้ก็เป็นได้
“งั้นคุณนราก็ทำหน้าที่เหมือนเดิม ดูแลเธอต่อไป” เขาตอบออกมาอย่างไม่เดือดเนื้อร้อนใจแต่อย่างใดจนรินนราต้องระบายความในใจออกมา
“โธ่ คุณเตคะ แต่ฉันคิดว่าคุณหนูอยากให้คุณเตไปมากกว่านะคะ ถ้าให้ฉันไปบ่อยๆ มีหวังหลุดปากพูดออกไปแน่คะ” รินนราแอบขู่เจ้านายในสิ่งที่เธอช่วยเขาปิดบังเอาไว้
“คุณนราก็จะถูกไล่ออก” เขาตอบหน้าตาเฉย
“โอ้ งั้นฉันจะแวะไปแทนทุกวันนะคะ” เธอยิ้มจนตาหยีรีบพูดออกไปอย่างเอาใจก่อนจะเตรียมหมุนกลับออกไปทำงาน ทว่าถูกเจ้านายหนุ่มเรียกเอาไว้ก่อน
“ไม่ต้องแล้ว…เดี๋ยวผมไปเอง ช่วยเตรียมมะม่วงน้ำปลาหวานชุดหนึ่งให้ด้วย” เขารั้งแล้วเงียบลงก่อนจะพูดออกไปด้วยมาดเจ้านายอย่างเข้มขรึม
“ได้สิคะ ไม่มีปัญหาเลยคะ เดี๋ยวจะเตรียมแบบสำเร็จจะได้ไม่เห็นของมีคมนะคะ” รินนราคลี่ยิ้มกว้างด้วยความดีใจก่อนจะพูดอย่างรู้ใจเจ้านายแล้วรีบเดินออกจากห้องไปเมื่อถูกสายตาคมเบนมามองอย่างไม่พอใจ
เตชินเดินเข้ามาภายในห้องพักผู้ป่วยโดยที่มือด้านขวาถือถุงผ้าสีดำซื้อมีกล่องใส่มะม่วงพร้อมน้ำจิ้มอย่างน้ำพริกน้ำปลาหวาน สายตาคมมองดูเคนที่นั่งอ่านหนัฃสืออยู่ที่เก้าอี้ข้างเตียงผู้ป่วยจนอดคิดไม่ได้ว่าอีกฝ่ายไม่มีงานทำหรือถึงได้มานั่งอยู่ที่นี่ได้ทั้งวันทั้งคืนก่อนจะชะงักเมื่อได้เห็นใครอีกคนที่เพิ่มความหงุดหงิดและสร้างความรำคาญลูกตาให้กับเขา
“นายไม่มีฝึกงานหรือไงศิน” เตชินพูดขึ้นเสียงเรียบพลางเดินไปวางถึงลงบนโต๊ะที่ใช้สำหรับทานข้าวของผู้ป่วยก่อนจะเบนสายตาไปมองเคนที่วางหนังสือลงแต่ไม่ยอมลุกออกจากเก้าอี้
“ผมลาครับ” ศศินตอบคำถามตามปกติ
“นายรู้เรื่องเธอได้ไง” เขายิงคำถามใส่ศศินก็จริงหากแต่สายตาเอาแต่มองเคน
“เอ่อ เพื่อนที่ฝึกงานกับดาบอกมาครับ เห็นไปถามเลขาของพี่เตก็เลยรู้ครับ” ศศินตอบอย่างทำตัวไม่ถูก
“กลับไปได้แล้ว…พี่ด้วยครับ” เตชินออกปากสั่งศศินก็จริงแต่ไม่วายสั่งเคนด้วยเช่นกัน
“ผม…” เคนกำลังจะปฏิเสธแต่ถูกเตชินพูดตัดบท
“ผมเป็นสามีเธอ” เขาตอบออกไปเท่านั้นซึ่งเป็นคำตอบที่จบทุกคำถามที่จะเกิดขึ้นจากปากของคนสองคน หากแต่คงไม่ใช่สำหรับเคน
“แต่คุณหนูยังไม่ฟื้น ผมอยากให้แน่ใจว่าคุณหนูปลอดภัย” เคนยังคงนั่งอยู่ที่เดิมแล้วพูดออกไปอย่างไม่กลัวเตชินต่างจากศศินที่ลุกขึ้นยืนแต่ไม่กลางแทรกตัวเดินผ่านคนทั้งสอง
“ถ้าเธอฟื้นมีหรือครับที่คนอย่างพี่เคนจะไม่รู้” เตชินตัดสินใจหันไปทั้งตัวเพื่อกดดันเคน
“…ก็ได้ครับ แล้วผมจะมาใหม่” เคนยอมแต่โดยดีก่อนจะลุกขึ้น
เพราะมีบางอย่างที่ได้ยินจากหมอทำให้เขาฉุกคิดได้ว่าควรปฏิบัติตัวอย่างไรให้เหมาะสมและควรพอดีกับสิ่งที่กำลังทำอยู่ไม่ให้เป็นปัญหาและเลยเถิดไปไกลจนระงับเหตุไม่อยู่
เตชินมองผู้ชายทั้งสองคนเดินออกจากห้องไปจนประตูปิดจึงเดินไปนั่งลงแทนที่เคนทันทีแล้วมองดาริกาซึ่งยังไม่รู้สึกตัวจนเข้าช่วงเย็นของวันที่สองแล้วเช่นนี้ ชายหนุ่มนั่งไขว่ห้างมือล้วงกระเป๋ากางเกงมองหญิงอยู่เช่นนั้นกว่าหลายชั่วโมง
จนกระทั่ง…
“พ่อ!”
ดาริกาตะโกนออกมาพร้อมกับลืมตาขึ้นมาฉับพลันด้วยอาการตื่นตระหนกตกใจซึ่งทำให้เตชินสะดุ้งน้อยๆ นั่งหลังตรงรีบยื่นมือไปคว้ามือเรียวบางกุมเอาไว้ทันที แต่แล้วก็ต้องตกใจเมื่อเธอยกมืออีกข้างขึ้นมากุมศีรษะแสดงอาการเจ็บปวดที่หัวอย่างรุนแรงจนเขาต้องรีบตามแพทย์และพยาบาลทันทีผ่านเครื่องแจ้งเหตุฉุกเฉินข้างหัวเตียง ทันทีที่แพทย์ประจำไข้และนางพยายาลเข้ามาตรวจเบื้องต้นเตชินก็ถูกให้ออกไปรอนอกห้องได้ไม่นานก็ต้องหลับเข้าไปเมื่อแพทย์ประจำไข้ตรวจไม่พบความผิดปกติ
ทั้งเตชินและดาริกาตามองกันและกันโดยไม่ได้พูดคำใดออกไปหลังทั้งห้องเหลือเพียงหญิงสาวกับชายหนุ่มเท่านั้นกระทั่งรู้สึกได้ว่าข้างนอกมืดมากแล้วเขาจึงเป็นฝ่ายเริ่มพูดขึ้นก่อน
“ฉันจะให้ป้าแก้วกับจ๋ามานอนเฝ้าแล้วกัน” เขาพูดพลางลุกขึ้น
“เป็นพี่…เป็นพี่เตไม่ได้เหรอคะ” เธอมองเขาด้วยสายตาปกติอย่างกลบเกลื่อนความรู้สึกมากมายที่มีอยู่ในใจ
“…” เขาไม่ได้พูดอะไรแต่กลับหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาต่อสายหาใครบางคนที่ทำให้เธอคิดว่าเขาคงไม่ทำตามที่เธอขอ
ทว่า…
“ป้าแก้วเหรอครับ…ป้าแก้วกับจ๋ามาอยู่เฝ้าดาได้ไหมครับ เธอฟื้นแล้ว ผมจะกลับไปอาบน้ำเปลี่ยนชุด…ขอบคุณครับ แล้วไม่ต้องบอกพี่เคนนะครับ”
เตชินคุยโทรศัพท์อยู่ครู่หนึ่งก็วางสายไปก่อนจะหันไปมองดาริกาที่นอนมองเขาโดยไม่พูดอะไรออกมาสักคำ หรือแม้แต่รอยยิ้มเธอก็ยังไม่มีให้ทั้งที่เขาทำตามที่เธอขอจนต้องเป็นฝ่ายพูดออกไป
“ไม่ดีใจหรือไง” เขาถามอย่างขอไปที
“ดีใจคะ ก็แค่กำลังหวั่นไหวกับพี่ที่ยอมดาเหมือนเมื่อก่อน” เธอตอบหากแต่ไร้รอยยิ้ม
“รอไม่นาน เดี๋ยวฉันกลับมา” เขาไม่ได้มีปฏิกิริยาใดๆ ตอบสนองออกไปนอกจากคำพูดเพื่อเปลี่ยนเรื่อง
“ค่ะ” เธอตอบรับคำสั้น
บทสนทนาจบลงเพียงเท่านั้นและเมื่อแก้วตากับจ้ะจ๋ามาถึงเตชินก็กลับออกไปทันทีไม่วายทิ้งท้ายด้วยคำเดิมว่าเขาจะกลับมาเฝ้าเธอและก็เป็นอย่างที่เขาพูดจนหัวใจเจ้ากรรมสั่นระรัวกับสิ่งที่เขากำลังกระทำอยู่ ยิ่งย้ำให้เหตุการณ์เมื่อสองคืนก่อนผุดขึ้นมาในความทรงจำ
ภาพความทรงจำบทเตียงและรอยเลือดจุดเล็กบนผ้าปูที่นอน
พลัน หญิงสาวก็ร้อนผ่าวขึ้นมาเสียดื้อๆ จนต้องเบนสายตาไปมองเพดานแทนใบหน้าของเตชินที่นั่งอยู่บนโซฟานั่งทำงานในไอแพดราคาแพง จนเขาต้องเอื้อนเอ่ยขึ้นเมื่ออยู่ๆ เธอก็หันไปมองทางอื่น
ใช่ เขารู้ตัวว่าเธอกำลังมองอยู่
“เพดานน่ามองกว่าฉันหรือไง” เขาพูดทั้งที่ยังก้มหน้ามองหน้าจอไอแพด
“เปล่าคะ ดาเริ่มง่วง” เธอแก้ตัว
“งั้นก็นอน” เขาพูดพลางวางไอแพดก่อนจะลุกขึ้นไปปิดไฟให้เหลือเพียงจุดที่เขานั่งทำงาน
หากแต่การกระทำของเขาช่างทำให้หัวใจดวงน้อยหวั่นไหวอีกครั้ง เต้นระรัวอย่างไม่กลัวเลยสักนิดว่าต่อจากนี้อาจจะมีแต่เรื่องเสียความรู้สึกก็เป็นได้ เขาอาจแค่อยากขอบคุณที่ช่วยบริษัทเขาไว้เพียงเท่านั้น
คงไม่ได้ใจตรงกันกับเธอ
แต่เธอก็ดันเผลอไผลเอาหัวใจลงไปเล่นอย่างไม่กลัวเจ็บเสียอย่างนั้น
บทพิเศษ 2พรหมลิขิตเจนีวา, สวิตเซอร์แลนด์เตโซนั่งมองทิวทัศน์ของเมืองเจนีวาที่หาดทรายเทียมอย่างสบายใจสำหรับวันพักผ่อน หลังจากจบเรื่องของเตชินและดาริกาได้สามเดือน ชายหนุ่มก็ตัดสินใจจองตั๋วมาเที่ยวพักผ่อนที่สวิตเซอร์แลนด์เพียงคนเดียว ทั้งยังเป็นการพักฟื้นจากการที่ได้รับบาดเจ็บเมื่อหลายเดือนก่อนถึงแม้ภายนอกจะดีขึ้นแต่การถูกยิงทะลุหน้าอกก็ไม่ใช่บาดแผลที่จะหายได้ง่ายๆ เขาจึงเลือกที่จะมาพักผ่อนยังประเทศที่มีเสน่ห์อย่างลงตัวระหว่างบ้านเมืองและธรรมชาติที่สวยงาม จากสถานที่ท่องเที่ยวเมืองหลักๆ ทั้งหมดสิบเอ็ดเมือง เขาเดินทางท่องเที่ยวไปแล้วห้าเมืองตลอดหนึ่งสัปดาห์ที่ผ่านมา และเจนีวาก็คือเมืองที่หกในวันแรกของสัปดาห์ที่สองชายหนุ่มทอดสายตามองความสบายใจที่อยู่เบื้องหน้าก่อนจะทอดสายตามองออกไปยังทะเลสาบเจนีวาก่อนจะดึงสายตาไปยังกลุ่มคนมากมายซึ่งกำลังยืนเกาะกลุ่มล้อมรอบบุคคลที่กำลังเล่นเปียโนให้กับผู้คนที่มาพักผ่อนอยู่ไม่ไกลมากนัก เขามองแล้วค่อยๆ เผลอรอยยิ้มออกมาเมื่อได้ยินเสียงเปียโนแสนไพเราะ เขายังคงมองนักดนตรีเปียโนบรรเลงอย่างไม่คิดหันไปมองสิ่งอื่น ไม่ต่างจากหญิงสาวคนไทยที่กำลังนั่งอยู่บนเก้าถัดไปท
ทว่าก็ต้องชะงักพลางเผยอริมฝีปากออกเล็กน้อยเมื่อสามีกำลังยืนนิ่งถือที่ตรวจครรภ์ยื่นไปตรงหน้าเตโซที่กำลังจะลงไปชั้นล่างเตรียมตัวทานมื้อเช้าก่อนออกไปทำงานที่บริษัท เมื่อในวันนี้ที่ปรึกษาอย่างเตโซจะต้องเข้าร่วมประชุมด้วยสำหรับการต้อนรับลูกค้ารายใหม่ “ดา...ดาท้องคนที่สามแล้วเหรอ” เตโซเอ่ยถามออกไปด้วยความดีใจเมื่อชำเลืองสายตาเลยไปมองน้องสะใภ้ที่กึ่งเดินกึ่งวิ่งตามน้องชายออกจากห้องมา “พี่โซ เอ่อ ค่ะ ดาท้องคนที่สามแล้วค่ะ” เธออึกอักตอบออกไปเพราะยังปรับอารมณ์ไม่ทันกับสถานการณ์ตรงหน้า “กี่เดือนแล้วล่ะ แล้วไปหาหมอหรือยัง เพิ่งตรวจเหรอ” คนเป็นพี่สามียิงคำถามออกมาไม่หยุดจนคนท้องตอบไม่ทันได้แต่ยืนยิ้มแห้งส่งกลับมา “เอ่อ...” เธอไม่รู้จะเริ่มต้นพูดออกไปเช่นไรดี “ห้าล้าน รับขวัญหลาคนที่สาม” คนที่เพิ่งรู้ตัวว่ากำลังจะเป็นคุณพ่อลุกสามกลับไม่สนใจบทสนทนาของภรรยาสาวกับพี่ชาย นอกจากข้อเรียกร้องเมื่อตนมีหลานให้กับพี่ชายที่ตัวเขาเองก็ไม่ทันตั้งตัวกับการมีลูกคนที่สาม แต่เงินไม่ใช่ประเด็นสำหรับเขากับการที่มาบอกพี่ชาย แต่
บทพิเศษ 1 แค่มีดาริกาที่เป็นแม่ของลูก มือหนาปัดเส้นผมที่ตกลงมาปกข้างแก้มของภรรยาสาวที่ยังคงนอนหลับใหลในห้วงนิทราไปเมื่อหนึ่งชั่วโมงก่อนหลังบทรักที่ชายหนุ่มมอบให้เพิ่งจบลง ก่อนจะเคลื่อนใบหน้าเข้าไปใกล้ก่อนจะประทับริมฝีปากลงบนแก้มนวลด้วยความหลงใหล ทว่าเป็นการปลุกให้ดาริกาตื่นจากภวังค์หวานเมื่อริมฝีปากไม่ได้หยุดแค่ที่แก้ม หนำซ้ำมือหนาเริ่มลูบไล้ไปตามเอวคอดที่เปลือยเปล่าไร้อาภรณ์ปกปิด “พี่เต ดาง่วงและเหนื่อยจะแย่แล้วนะคะ” สาวเจ้าพึมพำพลางปรือตาขึ้นมามองสามีหนุ่ม “แต่เมียตัวหอม พี่ทนไม่ไหว” เตชินกระซิบเสียงพร่า เคลื่อนหน้าจากใบหูมายังลำคอขาวลออก่อนจะซุกไซ้ลำคอที่ขึ้นสีแดงระเรื่อจากเครื่องหมายที่แสดงความเป็นเจ้าของ ซึ่งเกิดจากฝีปากร้ายของเขาที่ตีตราเอาไว้ “พี่เตขา เมื่อคืนก็ทั้งคืนแล้วนะคะ ให้ดาได้พักบ้างนะ นะคะ น้า” ดาริกายกมือดันสามีหนุ่มให้ผละออกห่างก่อนจะพูดอ้อมพร้อมสายตาหวานราวกับลูกแมวน้อยที่กำลังอ้อนเจ้านาย “งั้นนอนกอดก็แล้วกัน แต่คืนนี้พี่ไม่ปล่อยเหมือนตอนนี้แน่” เตชินแพ้เสียงหวานและสายตาออดอ้อ
บทส่งท้าย เสียงคลื่นกระทบฝั่งพร้อมสายลมหอบใหญ่ที่พัดเข้าฝั่งปะทะผิวของเตชินที่นั่งอยู่บนหาดทรายสีขาวด้านข้างมีรองเท้าแตะสองคู่วางข้างกันหากแต่อีกหนึ่งคู่ไร้เจ้าของนั่งอยู่ข้างกายชายหนุ่ม เพียงไม่นานเสียงหวานใสเจ้าของรองเท้าแตะดังขึ้นจากด้านหลังของเขา เสียงเท้าก้าวเดินมาทำให้รอยยิ้มบนใบหน้าของเขาคลี่ยิ้มกว้างอย่างรู้ทันก่อนจะหันไปหอมแก้มหญิงสาวเมื่อเธอนั่งลงแล้วโน้มตัวสวมกอดจากด้านหลังพลางเกยคางลงบนบ่าของเขา“คิดถึงพี่เต” ดาริกาคลี่ยิ้มกว้างพูดออกไปเมื่อถูกเตชินขโมยหอมแก้ม“พี่คิดถึงมากกว่า มา มานั่งนี่” เตชินพูดพลางเอี้ยวตัวดึงแขนดาริกาให้เดินอ้อมมานั่งลงด้านหน้าระหว่างขาของชายหนุ่มก่อนจะสวมกอดเมื่อหญิงสาวเอนกายพิงลงมาอย่างทะนุถนอม“ขอบคุณนะคะพี่เต และดาก็ขอโทษที่ทิ้งพี่เตไปแบบนั้น” ดาริกาพูดขึ้นขณะที่นั่งช้อนตัวอยู่ข้างหน้าเตชินโดนที่ถูกเขาสวมกอดพลางใช้มือลูบลงบนหน้าท้องที่นูนขึ้นมาเล็กน้อยตามอายุครรภ์สิบหกสัปดาห์“พี่ไม่เคยโกรธดาเลย มีแต่จะรักและแคร์ดามากกว่า อีกอย่างเรื่องมันก็ผ่านไปสามปีกว่าแล้ว” เตชินกระชับกอดให้ดาริกาได้รู้สึกว่าเขาคิดอย่างที่พูดออกไปเพราะทั้งหมดชายหนุ่มก็มีส่
มีแต่จะใส่อารมณ์ใส่เธอเช่นนี้เสมอเขาผิด ใช่เขาพลาด ใช่เธอหนีไป ก็สมควร แต่ต้องไม่ใช่ตอนนี้ที่เขาจะปล่อยเธอให้หลุดมือไปอีกเป็นแน่ เพราะเขาจะแสดงออกมาให้เธอเห็นว่าสิ่งที่เขาทำความรู้สึกที่มีมันหมายความเช่นไร และความกลัวที่จะเสียเธอไปอีกทำให้เขารีบวิ่งไปกอดรัดหญิงสาวจากทางด้านหลังทันทีเขาจะไม่ยอมปล่อยเธอให้หายไปไหนได้อีกแม้ว่าทั้งเตโซและดาริกาจะโกหกหรือคิดจะเอาคืนเขากับช่วงเวลาที่ผ่านมาจนน่าหงุดหงิดและไม่น่าให้อภัย แต่เขาจะยอมปล่อยผ่านแล้วลืมมันไป เพราะตอนนี้สิ่งสำคัญสำหรับเขาที่ควรจะให้ความใส่ใจมากที่สุดก็คือดาริกา...“ไอ้พี่เต! ปล่อยนะ” ดาริกาขึ้นเสียงพลางดิ้นให้สุดแรงด้วยความตกใจเมื่อถูกเตชินวิ่งเข้ามากอดจากทางด้านหลังอย่างไม่ทันตั้งตัว“ถ้าจะเรียกไอ้ไม่ต้องมีพี่ก็ได้นะ...เดี๋ยวนี้โตขึ้นเยอะเลยนะ” เตชินรัดแขนที่โอบกอดเธอจากด้านหลังแน่ขึ้นเพื่อไม่ให้เธอหลุดออกได้ง่ายๆ พลางพูดทะเล้นใส่“พี่เตปล่อย” เมื่อเห็นว่าเขาไม่คิดจะปล่อยง่ายๆ จึงเสียงเข้มขึ้นพร้อมกับแรงที่พยายามสลัดตัวเองให้หลุดออกจากอ้อมแขนของเขา“พี่ไม่ปล่อย...น้องดา น้องดา ดา!” เตชินปฏิเสธพลางเรียกชื่อของดาริกาเสี
ทันทีที่ได้รับข้อความจากนักสืบว่าดาริกาขึ้นเครื่องแล้วเรียบร้อย เตชินก็แทบจะนั่งรอต่อไม่ไหวเพราะกว่าหนึ่งชั่วโมงครึ่งที่หญิงสาวจะเดินทางมาถึงภูเก็ต และแน่นอนว่าชายหนุ่มเลือกที่จะนั่งรอจนกระทั่งใกล้ถึงเวลาเครื่องลง เขาก็เลือกที่ทำตัวตามปกติเพราะอยากดูว่าพี่ชายของตัวเองคิดจะทำเช่นไรต่อเมื่อสาวเจ้าเดินทางมาถึงเตชินก้าวเดินตรงเข้าไปหาดาริกาทันทีเมื่อเห็นหญิงสาวเดินจับจูงมือเด็กชายตัวน้อยออกมาจากเกทโดยที่ทุกคนทางฝั่งเตโซไม่ทันตั้งตัว กว่าจะรู้ตัวอีกทีก็สายไปแล้วที่จะทำตามแผนไม่ให้เตชินได้เจอหน้าลูกก่อน มิหนำซ้ำยังทำให้ดาริกาตกใจไม่น้อยที่อยู่ๆ เตชินก็พุ่งตัวเข้ามาคว้าแขนของเธอทันทีที่เดินพ้นประตูขาเข้า“น้องดา”“พี่เต!”“เต น้องดา”เตโซร้องเรียกคนทั้งสองด้วยความตกใจและทำอะไรต่อไม่ถูกเมื่อน้องชายของเขาพรวดพราดเข้าไปหาโดยที่เขายังไม่ทันจะตั้งหลักทำตามแผนก่อนจะมองไปที่ดาริกาด้วยสายตาขอโทษกับความผิดพลาดเช่นนี้“แผนพี่จะทำยังไงต่อครับ” เตชินหันไปถามพี่ชายทั้งที่ยังจับแขนของดาริกาไม่ยอมปล่อยและเขาก็ไม่กล้ามองหน้าเด็กชายตัวน้อยที่กำลังเงยหน้ามามองเขาอยู่ด้วยความกลัวและตอนนี้อยากจะคุยกับดาริกามา







