เข้าสู่ระบบบทที่ 13
คนตายที่ฟื้นขึ้นมา
“คุณเตจะพาฉันไปไหนคะ”
ดาริกาถามขึ้นทันทีเมื่อพบว่าเส้นทางที่รถกำลังวิ่งไม่ใช่เส้นทางที่กำลังกลับไปคอนโดมิเนียม แม้จะรู้ว่าเป็นเส้นทางที่ตรงกลับบ้านแต่เธอก็ยังอยากจะพูดออกไปให้เขาฉุกคิดได้ว่าไม่ควรทำตามใจไปมากกว่านี้ เพราะตั้งแต่ทุกอย่างจบลงในห้องทำงานจนถึงเวลาเลิกงานเตชินก็เอาแต่ตัวคิดเธอไม่พอยังออกคำสั่งอย่างเอาแต่ใจ จนกระทั่งตอนนี้ที่ตัดสินใจเองโดยไม่บอกเธอก่อน แค่ที่โอบเอวเธอเดินออกจากบริษัทจนพนักงานต่างพากันหันกลับไปซุบซิบก็มากพอแล้วยังมาแย่งโทรศัพท์มือถือของเธอไปกดตัดสายศศินทิ้งอีก แล้วตอนนี้คืดจะทำอะไรอีกให้ต้องโมโหไปมากกว่านี้กัน
แต่ทว่าไม่มีการโต้ตอบจากชายหนุ่มจึงทำให้หญิงสาวหันไปมองด้วยความหงุดหงิดก่อนจะคลายคิ้วที่ขมวดเข้าหากันออกเมื่อพบว่าเขากำลังมองตรงไปข้างหน้าราวกับกำลุงครุ่นคิดเรื่องบางอย่างอยู่จนเธอต้องรีบยื่นมือไปวางลงบนแขนของเขาแล้วพูดจึ้นอีกครั้ง
“คุณเตคะ มีสมาธิขับรถหน่อยสิคะ”
“อืม”
การยื่นมือมาของเธอทำให้เขามีสติตั้งใจขับรถได้อย่างปลอดภัยจนมาถึงแยกไฟแดงที่จะข้ามไปอีกฝั่งถนนเข้าเส้นกลับบ้านสาวเจ้าจึงเอื้อนเอ่ยถามอีกครั้ง ทว่าก็พบว่าเขานั้งเหม่ออีกครั้งแต่ครานี้ยังดีที่รถกำลังติดไฟแดงไม่ใช่กำลังขับเคลื่อนไปตามท้องถนน
“คุณเต คุณคิดอะไรอยู่” เธอถามติดรำคาญนิดๆ ที่เขานั่งเหม่อลอยอีกครั้ง
“เธอพูดว่าอะไรนะ” เขาหันกลับมาถามทั้งที่ในหัวยังคงครุ่นคิดไม่เลิกกับรถซีดานคันหนึ่งที่คุ้นตา ซึ่งเขาเห็นมันจอดอยู่ที่ลานด้านหน้าบริษัทไม่ไกลมากนัก
ความคลับคล้ายคลับคลารถคันนัเนทำให้เขาเลิกครุ่นคิดหาคำตอบไม่ได้เสียที
“…คุณจะพาฉันไปไหนคะ” เธอรู้ว่าเขากำลังพากลับบ้านแทนคอนโดมิเนียมแต่ก็ยังถามออกไปอย่างไม่เข้าใจกับเข้าตัวที่เคยเอ่ยปากไล่เธอออกมา
“เธอจะต้องกลับไปอยู่บ้าน” เขาตอบออกไปเพียงแค่นั้นก่อนจะใส่เกียร์เหยียบคันเร่งออกตัวเมื่อไฟจราจรเปลี่ยนเป็นสีเขียวก่อนจะพึมพำออกมาเมื่อฉุกคิดขึ้นมาได้ ว่ารถคันที่เห็นคือรถของเพื่อน “ธนา…มันมาทำอะไร”
“คุณเตพูดอะไรนะคะ” เพราะระยะห่างที่ไม่มาภายในรถทำให้เธอได้ยินเสียงพึมพำของเขาไม่ชัดเจนจึงคิดว่ากำลังสนทนากับตนจึงถามกลับไป
“เปล่า ไม่มีอะไร” เขาปฏิเสธหากแต่คิ้วขมวดเข้าหากันจนยากจะคลายออกได้ง่ายๆ
“คุณเตคะ พาฉันกลับ อือ!”
ดาริกายังไม่ทันจากกล่าวจบประโยคดีก็ต้องอุทานออกมาในลำคอเมื่อถูกเตชินยื่นมือมารั้งท้ายทอยแล้วเอี้ยวตัวมากดจูบเธออย่างกะทันหันจนเธอไม่ทันตั้งตัว และทันทีที่ถูกปล่อยให้เป็นอิสระเมื่อเขาถอนริมฝีปากออกพร้อมกับคำพูดที่ทำให้เธอหน้าบึ้งคิ้วขมวดด้วยความโมโหที่เขาเอาแต่ใจจนเธอเอาชนะไม่ได้เฉกเช่นนี้ทุกครา
เธอทั้งโมโหตัวเองและโมโหเขา
“ถ้าเธอยังเรียกฉันว่าคุณอีกฉันก็จะจูบเธอจนกว่าจะกลับมาเรียกฉันว่าพี่” เขาพูดจบก็เหยียบคันเร่งเคลื่อนรถออกไปทันทีตามปกติราวกับว่าก่อนหน้านี้ไม่ได้ทำในสิ่งที่กำลังทำให้เธอหงุดหงิดใจ
“คุณ พี่เตมองทางนะคะ!” เธอแทบคลั่งเมื่อเขาทำท่าจะเอี้ยวตัวมาจูบจริงๆ อย่างที่ลั่นวาจาเอาไว้จนเธอต้องรีบตะโกนออกไปด้วยความตกใจและเหลือเชื่อกับความบ้าบิ่นของเขาขณะที่กำลังขับรถอยู่
“ก็แค่นั้น” เขาพูดเสียงเรียบเรื่อยอย่างปกติ
“คนเอาแต่ใจ” เธอได้แต่บ่นอุบอิบต่อว่าคนขับอย่างไม่พอใจเพราะเธอทำอะไรมากไปกว่าแอบต่อว่าเขาเบาๆ เท่านั้น
หลังจากนั้นดาริกาก็นั่งเงียบมาตลอดทางด้วยความอึดอัดใจเมื่อสาวเจ้าอยากจะพูดออกไปมากกว่าเพื่อต่อต้านเตชินแต่ก็ไม่กล้าที่จะต่อกรกับเขาด้วยเพราะเธอจะต้องเป็นฝ่ายยอมอยู่ตลอดอย่างเลี่ยงไม่ได้จนกระทั่งรถเคลื่อนตัวมาจอดสนิทที่หน้ามุกบ้านก่อนที่จะหันไปมองนอกระจกรถก็พบว่าคนในบ้านต่างเดินออกมายืนรอด้วยรอยยิ้มกว้างอย่างยินดีที่เธอกลับเข้ามาอยู่บ้านวรากุลพาณิชอีกครั้งด้วยการพากลับมาของชายหนุ่มผู้ซึ่งเคยออกปากไล่หญิงสาวต่อหน้าคนอื่น
และทันทีที่สาวเจ้าลงจากรถป้าแก้วตาก็ตรงเข้ามากุมมือทั้งสองข้างของดาริกาด้วยความคิดถึงแกมดีใจที่ได้คุณหนูของตนกลับมาให้ดูแลให้ปรนนิบัติเหมือนเคยเพราะตลอดหกปีที่เธอเข้ามาอยู่ในบ้านวรากุลพาณิชก็มีแต่สีสันของรอยยิ้มเจ้านายอีกทั้งยังมีคุณหนูตัวเล็กที่มักจะสร้างรอยยิ้มและเสียงหัวเราะให้กับทุกคนอย่างเอ็นดูจึงอดไม่ได้ที่จะดีใจจนออกนอกต่อหน้าของเตชินที่มองมาด้วยสายราบเรียบ
“คุณหนู ป้าดีใจจังเลยที่คุณหนูกลับมาอยู่บ้านสักที ออกไปอยู่คนเดียวลำบากแย่เลย ยิ่งตัวเล็กแขนก็บางคงทำอะไรไม่สะดวกสบายเหมือนเมื่อก่อนใช่มั้ยคะ กลับมาให้ป้ากับจ๊ะจ๋าดูแลนะคะ ดูสิตั้งแต่สามเดือนก่อนป้าก็อดเป็นห่วงคุณหนูไม่ได้เลยกลัวจะเจอคนไม่ดี” ป้าแก้วตารีบพูดออกไปแกมส่งสัญญาณให้เตชินได้รู้ว่าอย่าได้ไล่ดาริกาออกจากบ้านไปอีก
หากคิดจะไล่หญิงสาวออกไปก็จงจำไว้ว่าจะเกิดเรื่องไม่ดีและอันตรายกับสาวเจ้าเหมือนเมื่อสามเดือนก่อนจนนอนโรงพยาบาลไปหลายคืน หนำซ้ำยังต้องอยู่คนเดียวมาหลายสัปดาห์คงลำบากไม่น้อยยามที่ไม่มีแก้วตากับจ๊ะจ๋าช่วยกันดูแลเอาใส่ใจเหมือนเมื่อก่อน
“ดาสบายดีคะป้าแก้ว ดาออกไปอยุ่แบบนั้นจะได้ดูไม่ไร้ประโยชน์ด้วยนะคะ” ดาริกาตอบพร้อมส่งยิ้มกว้างให้กับป้าแก้วตาและคนอื่นๆ ที่ส่งยิ้มมาเป็นทัพเสริมป้าแก้วตาให้รู้ว่าทุกคนต้องการให้ดาริกากลับมาอยู่บ้าน แต่คำพูดของเธอก็ไม่วายแขวะไปถึงคนตัวสูงที่เพิ่งยื่นกุญแจรถให้กับคนขับเพื่อเอารถกลับไปเก็บที่โรงจอดรถ
“พูดอะไรแบบนี้คะ ไปคะเข้าบ้านกัน ป้าเตรียมของโปรดคุณหนูเอาไว้เพียบเลยคะ หรือคุณหนูอยากทานอะไรบอกป้าได้เลยเดี๋ยวป้าจะรีบสั่งให้แม่ครัวทำให้คะ” ป้าแก้วพูดพลางรั้งเอวดาริกาเดินเข้าบ้านโดยไม่สนใจเตชินที่มองตามทุกคนซึ่งกำลังเดินกลับเข้าบ้านตามป้าแก้วตากับดาริกาเข้าไปข้างในราวกับว่าไม่มีเขายืนอยู่เสียอย่างนั้น
ชายหนุ่มมองทุกคนที่เดินตามดาริกากับป้าแก้วตาเข้าไปในบ้านด้วยรอยยิ้มมีความสุขกับการกลับมาของหญิงสาวแม้จะถูกเขาบังคับให้กลับมาก็ตาม แต่จะทำอย่างไรได้เมื่อเขาเป็นคนไล่เธอออกไปก็ต้องเป็นคนพาเธอกลับมาทั้งยังถูกคำพูดของป้าแก้วตากรอกหูอยู่ทุกวันยามที่กลับมานอนบ้าน
‘คุณเตคะ ทำไมไม่พาคุณหนูกลับบ้านล่ะคะ ออกไปอยู่คนเดียวแบบนั้นต้องลำบากแน่ๆ เลย สงสารคุณหนูเถอะนะคะ นี่ก็ผ่านมาสองเดือนกว่าแล้วนะคะ ไม่เบื่อเหรอคะที่ป้าพูดแบบนี้ตั้งแต่คุณเตไล่คุณหนูออกไปจนคุณหนูเข้าโรงพยาบาล’
เสียงป้าแก้วตาดังขึ้นอย่างกล่าวโทษว่าเป็นความผิดของเตชินเต็มประตูและยิ่งได้รู้เรื่องที่ดาริกาได้รับบาดเจ็บจนเข้าโรงพยาบาลแม้ว่าตอนนี้จะออกจากโรงพยาบาลแล้วก็ตามแต่สาวเจ้าก็ยังไม่ได้กลับเข้ามาอยู่บ้าน แม้การพูดแบบนี้ทุกวันมานานเป็นเดือนๆ ของป้าแก้วตาจะทำให้ชายหนุ่มรู้สึกขึ้นมาบ้างแล้วแต่เขาก็หาโอกาสที่จะพาเธอกลับมาอยู่บ้านไม่ได้เสียที แต่พอจะพูดก็เกิดเรื่องให้ต้องโมโหทะเลาะกันทุกคนจนลืมไปในที่สุด
จนกระทั่งในวันนี้ที่เขาใช้กำลังบีบบังคับแกมเอาแต่ใจให้เธอกลับมาอยู่บ้านได้แม้จะต้องต่อปากต่อคำกับเธอบ้างก็ตาม แต่ที่เขาทำไปก็ไม่ใช่เพื่อนคนที่บ้านหลังนี้แต่เพื่อตัวเองด้วยเช่นกัน
“เธอเหยียบเท้ากลับเข้ามาแล้วก็ยากจะกลับออกไปแล้วนะดาริกา”
บทพิเศษ 2พรหมลิขิตเจนีวา, สวิตเซอร์แลนด์เตโซนั่งมองทิวทัศน์ของเมืองเจนีวาที่หาดทรายเทียมอย่างสบายใจสำหรับวันพักผ่อน หลังจากจบเรื่องของเตชินและดาริกาได้สามเดือน ชายหนุ่มก็ตัดสินใจจองตั๋วมาเที่ยวพักผ่อนที่สวิตเซอร์แลนด์เพียงคนเดียว ทั้งยังเป็นการพักฟื้นจากการที่ได้รับบาดเจ็บเมื่อหลายเดือนก่อนถึงแม้ภายนอกจะดีขึ้นแต่การถูกยิงทะลุหน้าอกก็ไม่ใช่บาดแผลที่จะหายได้ง่ายๆ เขาจึงเลือกที่จะมาพักผ่อนยังประเทศที่มีเสน่ห์อย่างลงตัวระหว่างบ้านเมืองและธรรมชาติที่สวยงาม จากสถานที่ท่องเที่ยวเมืองหลักๆ ทั้งหมดสิบเอ็ดเมือง เขาเดินทางท่องเที่ยวไปแล้วห้าเมืองตลอดหนึ่งสัปดาห์ที่ผ่านมา และเจนีวาก็คือเมืองที่หกในวันแรกของสัปดาห์ที่สองชายหนุ่มทอดสายตามองความสบายใจที่อยู่เบื้องหน้าก่อนจะทอดสายตามองออกไปยังทะเลสาบเจนีวาก่อนจะดึงสายตาไปยังกลุ่มคนมากมายซึ่งกำลังยืนเกาะกลุ่มล้อมรอบบุคคลที่กำลังเล่นเปียโนให้กับผู้คนที่มาพักผ่อนอยู่ไม่ไกลมากนัก เขามองแล้วค่อยๆ เผลอรอยยิ้มออกมาเมื่อได้ยินเสียงเปียโนแสนไพเราะ เขายังคงมองนักดนตรีเปียโนบรรเลงอย่างไม่คิดหันไปมองสิ่งอื่น ไม่ต่างจากหญิงสาวคนไทยที่กำลังนั่งอยู่บนเก้าถัดไปท
ทว่าก็ต้องชะงักพลางเผยอริมฝีปากออกเล็กน้อยเมื่อสามีกำลังยืนนิ่งถือที่ตรวจครรภ์ยื่นไปตรงหน้าเตโซที่กำลังจะลงไปชั้นล่างเตรียมตัวทานมื้อเช้าก่อนออกไปทำงานที่บริษัท เมื่อในวันนี้ที่ปรึกษาอย่างเตโซจะต้องเข้าร่วมประชุมด้วยสำหรับการต้อนรับลูกค้ารายใหม่ “ดา...ดาท้องคนที่สามแล้วเหรอ” เตโซเอ่ยถามออกไปด้วยความดีใจเมื่อชำเลืองสายตาเลยไปมองน้องสะใภ้ที่กึ่งเดินกึ่งวิ่งตามน้องชายออกจากห้องมา “พี่โซ เอ่อ ค่ะ ดาท้องคนที่สามแล้วค่ะ” เธออึกอักตอบออกไปเพราะยังปรับอารมณ์ไม่ทันกับสถานการณ์ตรงหน้า “กี่เดือนแล้วล่ะ แล้วไปหาหมอหรือยัง เพิ่งตรวจเหรอ” คนเป็นพี่สามียิงคำถามออกมาไม่หยุดจนคนท้องตอบไม่ทันได้แต่ยืนยิ้มแห้งส่งกลับมา “เอ่อ...” เธอไม่รู้จะเริ่มต้นพูดออกไปเช่นไรดี “ห้าล้าน รับขวัญหลาคนที่สาม” คนที่เพิ่งรู้ตัวว่ากำลังจะเป็นคุณพ่อลุกสามกลับไม่สนใจบทสนทนาของภรรยาสาวกับพี่ชาย นอกจากข้อเรียกร้องเมื่อตนมีหลานให้กับพี่ชายที่ตัวเขาเองก็ไม่ทันตั้งตัวกับการมีลูกคนที่สาม แต่เงินไม่ใช่ประเด็นสำหรับเขากับการที่มาบอกพี่ชาย แต่
บทพิเศษ 1 แค่มีดาริกาที่เป็นแม่ของลูก มือหนาปัดเส้นผมที่ตกลงมาปกข้างแก้มของภรรยาสาวที่ยังคงนอนหลับใหลในห้วงนิทราไปเมื่อหนึ่งชั่วโมงก่อนหลังบทรักที่ชายหนุ่มมอบให้เพิ่งจบลง ก่อนจะเคลื่อนใบหน้าเข้าไปใกล้ก่อนจะประทับริมฝีปากลงบนแก้มนวลด้วยความหลงใหล ทว่าเป็นการปลุกให้ดาริกาตื่นจากภวังค์หวานเมื่อริมฝีปากไม่ได้หยุดแค่ที่แก้ม หนำซ้ำมือหนาเริ่มลูบไล้ไปตามเอวคอดที่เปลือยเปล่าไร้อาภรณ์ปกปิด “พี่เต ดาง่วงและเหนื่อยจะแย่แล้วนะคะ” สาวเจ้าพึมพำพลางปรือตาขึ้นมามองสามีหนุ่ม “แต่เมียตัวหอม พี่ทนไม่ไหว” เตชินกระซิบเสียงพร่า เคลื่อนหน้าจากใบหูมายังลำคอขาวลออก่อนจะซุกไซ้ลำคอที่ขึ้นสีแดงระเรื่อจากเครื่องหมายที่แสดงความเป็นเจ้าของ ซึ่งเกิดจากฝีปากร้ายของเขาที่ตีตราเอาไว้ “พี่เตขา เมื่อคืนก็ทั้งคืนแล้วนะคะ ให้ดาได้พักบ้างนะ นะคะ น้า” ดาริกายกมือดันสามีหนุ่มให้ผละออกห่างก่อนจะพูดอ้อมพร้อมสายตาหวานราวกับลูกแมวน้อยที่กำลังอ้อนเจ้านาย “งั้นนอนกอดก็แล้วกัน แต่คืนนี้พี่ไม่ปล่อยเหมือนตอนนี้แน่” เตชินแพ้เสียงหวานและสายตาออดอ้อ
บทส่งท้าย เสียงคลื่นกระทบฝั่งพร้อมสายลมหอบใหญ่ที่พัดเข้าฝั่งปะทะผิวของเตชินที่นั่งอยู่บนหาดทรายสีขาวด้านข้างมีรองเท้าแตะสองคู่วางข้างกันหากแต่อีกหนึ่งคู่ไร้เจ้าของนั่งอยู่ข้างกายชายหนุ่ม เพียงไม่นานเสียงหวานใสเจ้าของรองเท้าแตะดังขึ้นจากด้านหลังของเขา เสียงเท้าก้าวเดินมาทำให้รอยยิ้มบนใบหน้าของเขาคลี่ยิ้มกว้างอย่างรู้ทันก่อนจะหันไปหอมแก้มหญิงสาวเมื่อเธอนั่งลงแล้วโน้มตัวสวมกอดจากด้านหลังพลางเกยคางลงบนบ่าของเขา“คิดถึงพี่เต” ดาริกาคลี่ยิ้มกว้างพูดออกไปเมื่อถูกเตชินขโมยหอมแก้ม“พี่คิดถึงมากกว่า มา มานั่งนี่” เตชินพูดพลางเอี้ยวตัวดึงแขนดาริกาให้เดินอ้อมมานั่งลงด้านหน้าระหว่างขาของชายหนุ่มก่อนจะสวมกอดเมื่อหญิงสาวเอนกายพิงลงมาอย่างทะนุถนอม“ขอบคุณนะคะพี่เต และดาก็ขอโทษที่ทิ้งพี่เตไปแบบนั้น” ดาริกาพูดขึ้นขณะที่นั่งช้อนตัวอยู่ข้างหน้าเตชินโดนที่ถูกเขาสวมกอดพลางใช้มือลูบลงบนหน้าท้องที่นูนขึ้นมาเล็กน้อยตามอายุครรภ์สิบหกสัปดาห์“พี่ไม่เคยโกรธดาเลย มีแต่จะรักและแคร์ดามากกว่า อีกอย่างเรื่องมันก็ผ่านไปสามปีกว่าแล้ว” เตชินกระชับกอดให้ดาริกาได้รู้สึกว่าเขาคิดอย่างที่พูดออกไปเพราะทั้งหมดชายหนุ่มก็มีส่
มีแต่จะใส่อารมณ์ใส่เธอเช่นนี้เสมอเขาผิด ใช่เขาพลาด ใช่เธอหนีไป ก็สมควร แต่ต้องไม่ใช่ตอนนี้ที่เขาจะปล่อยเธอให้หลุดมือไปอีกเป็นแน่ เพราะเขาจะแสดงออกมาให้เธอเห็นว่าสิ่งที่เขาทำความรู้สึกที่มีมันหมายความเช่นไร และความกลัวที่จะเสียเธอไปอีกทำให้เขารีบวิ่งไปกอดรัดหญิงสาวจากทางด้านหลังทันทีเขาจะไม่ยอมปล่อยเธอให้หายไปไหนได้อีกแม้ว่าทั้งเตโซและดาริกาจะโกหกหรือคิดจะเอาคืนเขากับช่วงเวลาที่ผ่านมาจนน่าหงุดหงิดและไม่น่าให้อภัย แต่เขาจะยอมปล่อยผ่านแล้วลืมมันไป เพราะตอนนี้สิ่งสำคัญสำหรับเขาที่ควรจะให้ความใส่ใจมากที่สุดก็คือดาริกา...“ไอ้พี่เต! ปล่อยนะ” ดาริกาขึ้นเสียงพลางดิ้นให้สุดแรงด้วยความตกใจเมื่อถูกเตชินวิ่งเข้ามากอดจากทางด้านหลังอย่างไม่ทันตั้งตัว“ถ้าจะเรียกไอ้ไม่ต้องมีพี่ก็ได้นะ...เดี๋ยวนี้โตขึ้นเยอะเลยนะ” เตชินรัดแขนที่โอบกอดเธอจากด้านหลังแน่ขึ้นเพื่อไม่ให้เธอหลุดออกได้ง่ายๆ พลางพูดทะเล้นใส่“พี่เตปล่อย” เมื่อเห็นว่าเขาไม่คิดจะปล่อยง่ายๆ จึงเสียงเข้มขึ้นพร้อมกับแรงที่พยายามสลัดตัวเองให้หลุดออกจากอ้อมแขนของเขา“พี่ไม่ปล่อย...น้องดา น้องดา ดา!” เตชินปฏิเสธพลางเรียกชื่อของดาริกาเสี
ทันทีที่ได้รับข้อความจากนักสืบว่าดาริกาขึ้นเครื่องแล้วเรียบร้อย เตชินก็แทบจะนั่งรอต่อไม่ไหวเพราะกว่าหนึ่งชั่วโมงครึ่งที่หญิงสาวจะเดินทางมาถึงภูเก็ต และแน่นอนว่าชายหนุ่มเลือกที่จะนั่งรอจนกระทั่งใกล้ถึงเวลาเครื่องลง เขาก็เลือกที่ทำตัวตามปกติเพราะอยากดูว่าพี่ชายของตัวเองคิดจะทำเช่นไรต่อเมื่อสาวเจ้าเดินทางมาถึงเตชินก้าวเดินตรงเข้าไปหาดาริกาทันทีเมื่อเห็นหญิงสาวเดินจับจูงมือเด็กชายตัวน้อยออกมาจากเกทโดยที่ทุกคนทางฝั่งเตโซไม่ทันตั้งตัว กว่าจะรู้ตัวอีกทีก็สายไปแล้วที่จะทำตามแผนไม่ให้เตชินได้เจอหน้าลูกก่อน มิหนำซ้ำยังทำให้ดาริกาตกใจไม่น้อยที่อยู่ๆ เตชินก็พุ่งตัวเข้ามาคว้าแขนของเธอทันทีที่เดินพ้นประตูขาเข้า“น้องดา”“พี่เต!”“เต น้องดา”เตโซร้องเรียกคนทั้งสองด้วยความตกใจและทำอะไรต่อไม่ถูกเมื่อน้องชายของเขาพรวดพราดเข้าไปหาโดยที่เขายังไม่ทันจะตั้งหลักทำตามแผนก่อนจะมองไปที่ดาริกาด้วยสายตาขอโทษกับความผิดพลาดเช่นนี้“แผนพี่จะทำยังไงต่อครับ” เตชินหันไปถามพี่ชายทั้งที่ยังจับแขนของดาริกาไม่ยอมปล่อยและเขาก็ไม่กล้ามองหน้าเด็กชายตัวน้อยที่กำลังเงยหน้ามามองเขาอยู่ด้วยความกลัวและตอนนี้อยากจะคุยกับดาริกามา







