LOGINเสียงข้อความเข้าในช่วงเย็นของวันทำให้เคนที่กำลังเดินไปตามทางเดินบ้านพักแถวชานเมืองพร้อมกับคนอื่นๆ หลังกลับมาจากจับตาดูศศินที่บริษัทของเจ้านายก็ต้องหยุดเดินแล้วหยิบโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้อสูทด้านในขึ้นมาเปิดอ่านก็พบว่าเป็นข้อความจากไลน์กลุ่มของคนในบ้านวรากุลพาณิช ซึ่งเป็นจ๊ะจ๋าที่ส่งข้อความบอกให้ทุกคนได้รู้ข่าวดีเมื่อคุณหนูเพียงคนเดียวกลับมาอยู่บ้านพร้อมกับภาพถ่ายดาริกาซึ่งกำลังทานมื้อเย็นอยู่กับเตชิน
“มีเรื่องอะไร” พฤกษ์ที่เห็นเพื่อนหยุดเดินแล้วก้มมองโทรศัพท์พลางคลี่ยิ้มออกมาคนเดียวจึงเอ่ยถามกลับพลางขมวดคิ้วสงสัยใคร่รู้
“คุณเตพาคุณหนูกลับไปอยู่บ้านแล้วน่ะ” เคนเงยหน้าตอบเพื่อนก่อนจะเก็บโทรศัพท์มือถือลงในกระเป๋าเสื้อด้านในแล้วเดินต่อทันทีด้วยอารมณ์ความรู้สึกดี
“แบบนี้ก็หายห่วงน้องดาขึ้นมาบ้าง” พราวมุกที่ได้ยินพอดีจึงพูดออกไปก่อนจะหันไปมองเมื่อได้ยินคำพูดของเตโซพร้อมกับคนร่างสูงที่เดินออกมาจากห้องนั่งเล่น
“ยังไงก็วางใจไม่ได้จนกว่าทุกอย่างจะจบลง” เตโซพูดพลางเดินมาหยุดอยู่ตรงหน้าของคนทั้งสี่พลางมองใบหน้าแต่ละคนด้วยสีหน้าราบเรียบ
“ไม่ต้องห่วงครับ ผมจะตามดูแลคุณหนูไม่ให้เกิดเรื่องอันตรายได้อีก” เคนพูดให้คำมั่นแกมรู้สึกผิดที่ดูแลดาริกาได้ไม่ดีพอตามคำสั่งของเตโซจนต้องเจ็บตัวเข้าโรงพยาบาลในคราวก่อน
“ทำให้ดีกว่านี้ โชคดีแค่ไหนที่เรื่องคราวที่แล้วเป็นเรื่องไม่คาดคิด ไม่ใช่คนของคณินที่ส่งมาวางแผนลอบทำร้ายน้องดา” เตโซพูดก่อนจะเดินนำทุกคนไปยังห้องทำงานบนชั้นสองของบ้านเดี่ยวแถวชานเมือง ซึ่งเป็นบ้านของญาติห่างๆ ของพราวมุกที่ปล่อยเช่า
“ผมคิดว่าการที่คุณเตพาคุณหนูกลับไปอยุ่บ้านก็ทำให้เราเบาใจขึ้นมาบ้างนะครับ ถ้าคุณหนูยังอยู่ที่คอรโดเกรงว่าจะทำให้คุณโซห่วงหน้าพะวงหลังเปล่าๆ นะครับ” พฤกษ์พูดขึ้นพลางก้าวเท้ายาวไปเปิดประตูให้กับทุกคนเมื่อเดินขึ้นมาถึงหน้าห้องทำงาน
“นั่นสิคะ เรื่องคราวก่อนฉันก็ส่งคนไปสืบมาเงียบๆ แล้วว่าไม่มีอะไรจริงๆ วางใจเรื่องน้องดาก็ได้นะคะพี่โซ เพิ่งฟื้นตัวได้ไม่นาน” พราวมุกพูดขึ้นอย่างเป็นห่วงเตโซพลางมองอีกฝ่าย นั่งลงบนเก้าอี้อีกฝั่งของโต๊ะทำงานก่อนจะนั่งลงตามที่เก้าอี้ฝั่งตรงข้ามกับเตโซ ส่วนชายหนุ่มทั้งสามคนต่างหาที่นั่งโดยเคนกับพฤกษ์นั่งอยู่ไม่ไกลมากนักที่โซฟาตัวยาวข้างโต๊ะญี่ปุ่น ส่วนธนายกเก้าอี้มานั่งลงด้านข้างเธอ
“ขอบคุณมุกมากที่ยอมช่วยพี่” เตโซยกยิ้มบางให้กับพราวมุกก่อนจะหันไปมองที่เคนและพฤกษ์เพื่อเริ่มคุยเรื่องแผนขั้นต่อไป
เมื่อตอนนี้หาหลักฐานเอาผิดคณินและศศินได้แล้วแต่ก็ยังเหลือเพียงรายชื่อที่ลงนามพร้อมลายเซ็นที่ไม่สามารถปลอมแปลงได้ ต่อให้ทั้งคลิปจะเห็นหน้าทุกคนพร้อมเสียงอย่างชัดเจน และคลิปวิดีโอจากกล้องแอบถ่ายตัวเล็กในห้องของธนากรแล้วก็ตามแต่ก็ยังไม่หนักพอที่จะรื้อคดีขึ้นมาดดำเนินใหม่ได้ด้วยเพราะคดีฆาตกรรมธนากรเกี่ยวข้องกับนักการเมืองและนายตำรวจชั้นผู้ใหญ่หลายคนจึงยากที่จะรื้อมันขึ้นมาเพียงหลักฐานสองชิ้น แต่แล้วเตโซก็ต้องฉุกคิดได้ว่าหากไม่มีพยานบุคคลก็คงยากต่อให้ได้รายชื่อมาแล้วก็ตาม
“เรื่องพยานบุคคลผมจะคุยกับสายให้มาเป็นพยานแลกกับไม่ถูกดำเนินคดี ได้หรือเปล่าครับคุณธนา” พฤกษ์พูดขึ้นเมื่อเตโซพูดถึงพยานบุคคลระหว่างที่สนทนาเรื่องแผนขึ้นต่อไปก่อนจะหันไปถามธนา
“ได้ครับ ยิ่งสายคนนี้ของพฤกษ์ทำงานกับคณินมานานด้วยแล้ว ฉลุยเลยครับ แล้วยังมีตำแหน่งเป็นผู้ชายมือซ้ายของคณินแน่นอนว่าเป็นพยานบุคคลชั้นเยี่ยมเลย” ธนาตอบคำถามที่ทำให้ทุกคนชื้นใจขึ้นมาบ้าง
“งั้นก็ไม่มีปัญหาเรื่องพยานบุคคลที่มีน้ำหนักแล้ว เหลือแค่รายชื่อเท่านั้น แล้วรายชื่อนั้นอยู่ที่ไหนกันล่ะ” พราวมุกเมื่อหลอมตัวเข้ามาเกี่ยวข้องด้วยแล้วหญิงสาวจึงไม่อยากเป็นตัวถ่วงให้กับทุกคน เธอจึงพยายามช่วยให้ได้มากที่สุดหลังช่วยดูแลเตโซมาตลอดตั้งแต่ชายหนุ่มผ่านการผ่าตัดมาได้ด้วยดีจนกระทั่งฟื้นขึ้นมารักษาตัวให้แข็งแรงขึ้น
“พี่กำลังตามสืบอยู่ว่ารายชื่อพวกนั้นอยู่ที่ไหน ข้อความที่คุณอาส่งมาหาพี่ก็บอกว่ารายชื่อส่งเข้าอีเมลแล้ว พอพี่เปิดอีเมลดูก็หาไม่เจอ” เตโซตอบข้อสงสัยของพราวมุกที่ทุกคนก็อยากรู้เหมือนกัน
“อีเมลงั้นเหรอคะ ถ้าในตอนนั้นคุณธนากรกำลังคุยกับพี่โซก็ต้องเป็นอีเมลพี่โซสิคะ จะส่งเข้าอีเมลใครได้” เธอพูดสำทับพลางครุ่นคิดเมื่อรู้แล้วว่าในตอนนี้อีเมลที่ธนากรส่งไปนั่นไม่ได้เข้ามาที่อีเมลของเตโซ
“ถ้าไม่ใช่อีเมลของคุณโซก็น่าจะเป็นอีเมลของลูกสาวท่านก็ได้นะครับ”
บทพิเศษ 2พรหมลิขิตเจนีวา, สวิตเซอร์แลนด์เตโซนั่งมองทิวทัศน์ของเมืองเจนีวาที่หาดทรายเทียมอย่างสบายใจสำหรับวันพักผ่อน หลังจากจบเรื่องของเตชินและดาริกาได้สามเดือน ชายหนุ่มก็ตัดสินใจจองตั๋วมาเที่ยวพักผ่อนที่สวิตเซอร์แลนด์เพียงคนเดียว ทั้งยังเป็นการพักฟื้นจากการที่ได้รับบาดเจ็บเมื่อหลายเดือนก่อนถึงแม้ภายนอกจะดีขึ้นแต่การถูกยิงทะลุหน้าอกก็ไม่ใช่บาดแผลที่จะหายได้ง่ายๆ เขาจึงเลือกที่จะมาพักผ่อนยังประเทศที่มีเสน่ห์อย่างลงตัวระหว่างบ้านเมืองและธรรมชาติที่สวยงาม จากสถานที่ท่องเที่ยวเมืองหลักๆ ทั้งหมดสิบเอ็ดเมือง เขาเดินทางท่องเที่ยวไปแล้วห้าเมืองตลอดหนึ่งสัปดาห์ที่ผ่านมา และเจนีวาก็คือเมืองที่หกในวันแรกของสัปดาห์ที่สองชายหนุ่มทอดสายตามองความสบายใจที่อยู่เบื้องหน้าก่อนจะทอดสายตามองออกไปยังทะเลสาบเจนีวาก่อนจะดึงสายตาไปยังกลุ่มคนมากมายซึ่งกำลังยืนเกาะกลุ่มล้อมรอบบุคคลที่กำลังเล่นเปียโนให้กับผู้คนที่มาพักผ่อนอยู่ไม่ไกลมากนัก เขามองแล้วค่อยๆ เผลอรอยยิ้มออกมาเมื่อได้ยินเสียงเปียโนแสนไพเราะ เขายังคงมองนักดนตรีเปียโนบรรเลงอย่างไม่คิดหันไปมองสิ่งอื่น ไม่ต่างจากหญิงสาวคนไทยที่กำลังนั่งอยู่บนเก้าถัดไปท
ทว่าก็ต้องชะงักพลางเผยอริมฝีปากออกเล็กน้อยเมื่อสามีกำลังยืนนิ่งถือที่ตรวจครรภ์ยื่นไปตรงหน้าเตโซที่กำลังจะลงไปชั้นล่างเตรียมตัวทานมื้อเช้าก่อนออกไปทำงานที่บริษัท เมื่อในวันนี้ที่ปรึกษาอย่างเตโซจะต้องเข้าร่วมประชุมด้วยสำหรับการต้อนรับลูกค้ารายใหม่ “ดา...ดาท้องคนที่สามแล้วเหรอ” เตโซเอ่ยถามออกไปด้วยความดีใจเมื่อชำเลืองสายตาเลยไปมองน้องสะใภ้ที่กึ่งเดินกึ่งวิ่งตามน้องชายออกจากห้องมา “พี่โซ เอ่อ ค่ะ ดาท้องคนที่สามแล้วค่ะ” เธออึกอักตอบออกไปเพราะยังปรับอารมณ์ไม่ทันกับสถานการณ์ตรงหน้า “กี่เดือนแล้วล่ะ แล้วไปหาหมอหรือยัง เพิ่งตรวจเหรอ” คนเป็นพี่สามียิงคำถามออกมาไม่หยุดจนคนท้องตอบไม่ทันได้แต่ยืนยิ้มแห้งส่งกลับมา “เอ่อ...” เธอไม่รู้จะเริ่มต้นพูดออกไปเช่นไรดี “ห้าล้าน รับขวัญหลาคนที่สาม” คนที่เพิ่งรู้ตัวว่ากำลังจะเป็นคุณพ่อลุกสามกลับไม่สนใจบทสนทนาของภรรยาสาวกับพี่ชาย นอกจากข้อเรียกร้องเมื่อตนมีหลานให้กับพี่ชายที่ตัวเขาเองก็ไม่ทันตั้งตัวกับการมีลูกคนที่สาม แต่เงินไม่ใช่ประเด็นสำหรับเขากับการที่มาบอกพี่ชาย แต่
บทพิเศษ 1 แค่มีดาริกาที่เป็นแม่ของลูก มือหนาปัดเส้นผมที่ตกลงมาปกข้างแก้มของภรรยาสาวที่ยังคงนอนหลับใหลในห้วงนิทราไปเมื่อหนึ่งชั่วโมงก่อนหลังบทรักที่ชายหนุ่มมอบให้เพิ่งจบลง ก่อนจะเคลื่อนใบหน้าเข้าไปใกล้ก่อนจะประทับริมฝีปากลงบนแก้มนวลด้วยความหลงใหล ทว่าเป็นการปลุกให้ดาริกาตื่นจากภวังค์หวานเมื่อริมฝีปากไม่ได้หยุดแค่ที่แก้ม หนำซ้ำมือหนาเริ่มลูบไล้ไปตามเอวคอดที่เปลือยเปล่าไร้อาภรณ์ปกปิด “พี่เต ดาง่วงและเหนื่อยจะแย่แล้วนะคะ” สาวเจ้าพึมพำพลางปรือตาขึ้นมามองสามีหนุ่ม “แต่เมียตัวหอม พี่ทนไม่ไหว” เตชินกระซิบเสียงพร่า เคลื่อนหน้าจากใบหูมายังลำคอขาวลออก่อนจะซุกไซ้ลำคอที่ขึ้นสีแดงระเรื่อจากเครื่องหมายที่แสดงความเป็นเจ้าของ ซึ่งเกิดจากฝีปากร้ายของเขาที่ตีตราเอาไว้ “พี่เตขา เมื่อคืนก็ทั้งคืนแล้วนะคะ ให้ดาได้พักบ้างนะ นะคะ น้า” ดาริกายกมือดันสามีหนุ่มให้ผละออกห่างก่อนจะพูดอ้อมพร้อมสายตาหวานราวกับลูกแมวน้อยที่กำลังอ้อนเจ้านาย “งั้นนอนกอดก็แล้วกัน แต่คืนนี้พี่ไม่ปล่อยเหมือนตอนนี้แน่” เตชินแพ้เสียงหวานและสายตาออดอ้อ
บทส่งท้าย เสียงคลื่นกระทบฝั่งพร้อมสายลมหอบใหญ่ที่พัดเข้าฝั่งปะทะผิวของเตชินที่นั่งอยู่บนหาดทรายสีขาวด้านข้างมีรองเท้าแตะสองคู่วางข้างกันหากแต่อีกหนึ่งคู่ไร้เจ้าของนั่งอยู่ข้างกายชายหนุ่ม เพียงไม่นานเสียงหวานใสเจ้าของรองเท้าแตะดังขึ้นจากด้านหลังของเขา เสียงเท้าก้าวเดินมาทำให้รอยยิ้มบนใบหน้าของเขาคลี่ยิ้มกว้างอย่างรู้ทันก่อนจะหันไปหอมแก้มหญิงสาวเมื่อเธอนั่งลงแล้วโน้มตัวสวมกอดจากด้านหลังพลางเกยคางลงบนบ่าของเขา“คิดถึงพี่เต” ดาริกาคลี่ยิ้มกว้างพูดออกไปเมื่อถูกเตชินขโมยหอมแก้ม“พี่คิดถึงมากกว่า มา มานั่งนี่” เตชินพูดพลางเอี้ยวตัวดึงแขนดาริกาให้เดินอ้อมมานั่งลงด้านหน้าระหว่างขาของชายหนุ่มก่อนจะสวมกอดเมื่อหญิงสาวเอนกายพิงลงมาอย่างทะนุถนอม“ขอบคุณนะคะพี่เต และดาก็ขอโทษที่ทิ้งพี่เตไปแบบนั้น” ดาริกาพูดขึ้นขณะที่นั่งช้อนตัวอยู่ข้างหน้าเตชินโดนที่ถูกเขาสวมกอดพลางใช้มือลูบลงบนหน้าท้องที่นูนขึ้นมาเล็กน้อยตามอายุครรภ์สิบหกสัปดาห์“พี่ไม่เคยโกรธดาเลย มีแต่จะรักและแคร์ดามากกว่า อีกอย่างเรื่องมันก็ผ่านไปสามปีกว่าแล้ว” เตชินกระชับกอดให้ดาริกาได้รู้สึกว่าเขาคิดอย่างที่พูดออกไปเพราะทั้งหมดชายหนุ่มก็มีส่
มีแต่จะใส่อารมณ์ใส่เธอเช่นนี้เสมอเขาผิด ใช่เขาพลาด ใช่เธอหนีไป ก็สมควร แต่ต้องไม่ใช่ตอนนี้ที่เขาจะปล่อยเธอให้หลุดมือไปอีกเป็นแน่ เพราะเขาจะแสดงออกมาให้เธอเห็นว่าสิ่งที่เขาทำความรู้สึกที่มีมันหมายความเช่นไร และความกลัวที่จะเสียเธอไปอีกทำให้เขารีบวิ่งไปกอดรัดหญิงสาวจากทางด้านหลังทันทีเขาจะไม่ยอมปล่อยเธอให้หายไปไหนได้อีกแม้ว่าทั้งเตโซและดาริกาจะโกหกหรือคิดจะเอาคืนเขากับช่วงเวลาที่ผ่านมาจนน่าหงุดหงิดและไม่น่าให้อภัย แต่เขาจะยอมปล่อยผ่านแล้วลืมมันไป เพราะตอนนี้สิ่งสำคัญสำหรับเขาที่ควรจะให้ความใส่ใจมากที่สุดก็คือดาริกา...“ไอ้พี่เต! ปล่อยนะ” ดาริกาขึ้นเสียงพลางดิ้นให้สุดแรงด้วยความตกใจเมื่อถูกเตชินวิ่งเข้ามากอดจากทางด้านหลังอย่างไม่ทันตั้งตัว“ถ้าจะเรียกไอ้ไม่ต้องมีพี่ก็ได้นะ...เดี๋ยวนี้โตขึ้นเยอะเลยนะ” เตชินรัดแขนที่โอบกอดเธอจากด้านหลังแน่ขึ้นเพื่อไม่ให้เธอหลุดออกได้ง่ายๆ พลางพูดทะเล้นใส่“พี่เตปล่อย” เมื่อเห็นว่าเขาไม่คิดจะปล่อยง่ายๆ จึงเสียงเข้มขึ้นพร้อมกับแรงที่พยายามสลัดตัวเองให้หลุดออกจากอ้อมแขนของเขา“พี่ไม่ปล่อย...น้องดา น้องดา ดา!” เตชินปฏิเสธพลางเรียกชื่อของดาริกาเสี
ทันทีที่ได้รับข้อความจากนักสืบว่าดาริกาขึ้นเครื่องแล้วเรียบร้อย เตชินก็แทบจะนั่งรอต่อไม่ไหวเพราะกว่าหนึ่งชั่วโมงครึ่งที่หญิงสาวจะเดินทางมาถึงภูเก็ต และแน่นอนว่าชายหนุ่มเลือกที่จะนั่งรอจนกระทั่งใกล้ถึงเวลาเครื่องลง เขาก็เลือกที่ทำตัวตามปกติเพราะอยากดูว่าพี่ชายของตัวเองคิดจะทำเช่นไรต่อเมื่อสาวเจ้าเดินทางมาถึงเตชินก้าวเดินตรงเข้าไปหาดาริกาทันทีเมื่อเห็นหญิงสาวเดินจับจูงมือเด็กชายตัวน้อยออกมาจากเกทโดยที่ทุกคนทางฝั่งเตโซไม่ทันตั้งตัว กว่าจะรู้ตัวอีกทีก็สายไปแล้วที่จะทำตามแผนไม่ให้เตชินได้เจอหน้าลูกก่อน มิหนำซ้ำยังทำให้ดาริกาตกใจไม่น้อยที่อยู่ๆ เตชินก็พุ่งตัวเข้ามาคว้าแขนของเธอทันทีที่เดินพ้นประตูขาเข้า“น้องดา”“พี่เต!”“เต น้องดา”เตโซร้องเรียกคนทั้งสองด้วยความตกใจและทำอะไรต่อไม่ถูกเมื่อน้องชายของเขาพรวดพราดเข้าไปหาโดยที่เขายังไม่ทันจะตั้งหลักทำตามแผนก่อนจะมองไปที่ดาริกาด้วยสายตาขอโทษกับความผิดพลาดเช่นนี้“แผนพี่จะทำยังไงต่อครับ” เตชินหันไปถามพี่ชายทั้งที่ยังจับแขนของดาริกาไม่ยอมปล่อยและเขาก็ไม่กล้ามองหน้าเด็กชายตัวน้อยที่กำลังเงยหน้ามามองเขาอยู่ด้วยความกลัวและตอนนี้อยากจะคุยกับดาริกามา







