เข้าสู่ระบบ“แปลก ทำไมให้มาง่ายๆ แบบนี้ ครั้งก่อนฉันบังเอิญเจอพี่เตของแกแล้วลองขอชวนแกกับพี่เขาออกมาเที่ยวบ้างเจอลูกระเบิดไปเต็มๆ หนึ่งลูกจนฉันเดินหนีแทบไม่ทัน” น้ำหวานขมวดคิ้วฉงนพูดขึ้น ทว่าเป็นเรื่องที่ดาริกาไม่รู้มาก่อน
“เมื่อไร” หันไปถามพลางรั้งแขนให้เพื่อนหยุดเดิน
“น้าจะเป็นหลังที่แกออกจากโรงพยาบาลได้ประมาณสองอาทิตย์น่ะ คือไอ้ศินอ่ะมันมาบอกเรื่องที่แกเข้าโรงพยายาลก็เลยนึกอยากพามาสนุกผ่อนคลายบ้าง ศินก็อยากเจอแกด้วย” น้ำหวานตอบออกไปตามตรง
“แล้วแกกล้าไปพูดกับพี่เตได้ไง ไม่ใช่พี่โซนะ” ดาริหาพยักหน้ารับรู้แต่ก็อดไม่ได้ที่จะพูดออกไปในความกล้าของเพื่อน
“กล้าอะไรละ ฉันกำลังจะไปโทร. ไปคุยกับแก แต่ดันดวงซวยเจอพี่เตพอดี เขาเลยถามว่าโทร. หาใคร ฉันเลยบอกแล้วก็ขอไปน่ะสิ” น้ำหวานพูดเสียงติดหงุดหงิดเมื่อนึกถึงเหตุการณ์ที่ดูเตชินบ่นแกมต่อว่ากลับมาเป็นคำตอบ
“แกบอกด้วยใช่มั้ยว่ามีศินไปด้วย” ดาริกาถามกลับพลางก้าวเดิน
“ก็ใช่น่ะสิ ตรงนั้นแหละที่ฉันพลาด เซ็งสุดๆ เลย” น้ำหวานยอมรับไปตามตรงไม่วายแอบบ่นนิดๆ ออกไป
“ช่างเถอะ ฉันเองก็เหนื่อยแล้วที่ต้องจับพี่เตไม่ให้หาเรื่องศิน ไม่เจอกับศินบ้างก็ดี” ดาริกาพูดออกไปด้วยความเหนื่อยล้าเต็มทนกับเรื่องเหล่านี้ที่เตชินเอาแต่คิดว่ามันมีอะไรมากไปกว่าเพื่อน
“แกนี่ก็แปลก แทนที่จะดีใจที่พี่เตมีอาการหึงหวงแก ชอบพี่เขามาตั้งนานจนตอนนี้พี่เขาเริ่มรู้สึกกลับแล้ว มานงมาเหนื่อยอะไรกัน” น้ำหวานพูดเสียงกลั้วหัวเราะอย่างขบขันกับนิสัยแปลกๆ ของเพื่อนที่มักจะพบในตัวของดาริกาเสมอ
สำหรับน้ำหวานแล้วไม่ได้รู้สึกรำคาญกับนิสัยของดาริกาแม้แต่น้อยเพราะเพื่อนคนนี้ของเธอไม่ว่าจะทำตัวอย่างไรหรือมีนิสัยแปลกๆ เผยออกมากลับทำให้คนมองดูแล้วพูดออกมาได้เลยว่า ‘น่ารัก’ แต่ก็แค่แบบแปลกๆ เท่านั้น และเธอก็ไม่แปลกใจที่ศศินจะชอบดาริกา หากเตชินจะรู้สึกชอบเพื่อนของเธอขึ้นมาบ้างก็ไม่แปลกเพราะดาริกาเป็นผู้หญิงที่ไม่เหมือนกันจริงๆ
และยิ่งความสัมพันธ์ระหว่างดาริกากับเตชินมีมานานกว่าศศินด้วยแล้ว มิหนำซ้ำยังมีเคมีบางอย่างที่ใครๆ ต่างก็มองออกยกเว้นตัวพวกเขากันเองมาตั้งแต่เด็กๆ แล้ว ไม่เว้นแม้แต่เตโซที่มองออกถึงความสนิทสนมที่น้องชายของตัวเองมีให้ดาริกามันพิเศษกว่าผู้หญิงคนอื่น หากจะหวั่นไหวอีกสักครั้งก็คงไม่ใช่เรื่องน่าเหลือเชื่ออะไรมากนักสำหรับน้ำหวาน
“ไม่แปลกหรอก ฉันจะหย่ากับพี่เตน่ะ ก็เลยไม่อยากให้ใครมาเดือดร้อนด้วย” ดาริกาหันไปตอบพลางยิ้มบาง
ทว่า คำตอบของหญิงสาวกลับทำให้น้ำหวานที่ได้ยินหยุดเท้าที่กำลังก้าวเดินฉับพลันหันไปมองเพื่อนแล้วอุทานออกไปด้วยความตกใจไม่น้อย
“อะไรนะ! หย่าเหรอ” ถามพลางมองเพื่อนอย่างไม่เข้าใจ
“ใช่ หย่าน่ะ ฉันเห็นแก่ตัวมานานมากพอแล้ว ฉันควรคืนอิสระให้กับเขาได้แล้ว ฉัน...ฉันจำทุกอย่างได้แล้วน่ะหวาน ฉันไม่อยากเห็นแก่ตัวรั้งเขาเอาไว้ทั้งที่เขาไม่ได้อยากยืนอยู่ข้างๆ ฉันเลย” ดาริกามองเพื่อนด้วยสายตาที่หม่นหมองลงพร้อมรอยยิ้มบาง หากทว่าก็ต้องเงยหน้าขึ้นกระพริบตาถี่ไล่น้ำตาที่เอ่อคลอ
“แก...” น้ำหวานมีสีหน้าไม่สู้ดีพลางยื่นมือไปลูบหัวไหล่เพื่อนอย่างปลอบประโลมพร้อมน้ำเสียงสั่นน้อยๆ ด้วยความสงสารเพื่อน
“จริงๆ พี่เตไม่จำเป็นจะต้องมาแต่งงานหรือมารับผิดชอบอะไรฉันเลยนะหวาน เขาไม่รู้เรื่องอะไรเลยด้วยซ้ำ ที่สำคัญคือเขาไม่มีทางเลือกคนหนึ่งก็พี่ชายคนหนึ่งก็ฉัน” ดาริกาหันกลับไปพูดกับน้ำหวานอีกครั้งอย่างหมดหนทางจะหาทางแก้ไข
หญิงสาวรับรู้ถึงความหวังดีของเตชินเพื่อชดใช้แทนเตโซตามประสาพี่ชายคนหนึ่งเท่านั้นไม่ใช่ในฐานะของผู้ชายคนหนึ่ง แต่เธอก็ไม่เข้าใจว่าทำไมเขายังอยากรั้งเธอเอาไว้อยู่แบบนี้
“พูดอะไรแปลกๆ คนหนึ่งก็พี่คนหนึ่งก็แก ช่างเถอะๆ อย่าไปพูดถึงเรื่องที่ทำให้เครียดเลย ไป ไปกินเอ็มเคกัน” น้ำหวานขมวดคิ้วใส่ดาริกาเมื่อเพื่อนเริ่มพูดจาแปลกเข้าไปทุกทีก่อนจะบอกปัดแล้วเป็นฝ่ายลากเพื่อนตรงไปยังร้านอาหารทันที
ทว่า สองเท้าที่เดินนำเพื่อนก็ต้องชะงักกึกเมื่อสายตาดันไปเห็นบุคคลที่ไม่มีทางเป็นไปได้ที่จะมานั่งทานอาหารในห้างเวลานี้ จึงหันขวับกลับไปมองดาริกาที่หยุดเดินมองมาที่ตนด้วยสายตาสงสัยที่อยู่ๆ น้ำหวานก็หยุดเดินหันมามองด้วยสีหน้าตาตื่น
“มีอะไรหรือเปล่า” ดาริกาเอ่ยถามด้วยความฉงน
“พี่โซ!” น้ำหวานตอบกลับไปก่อนจะหันกลับไปมองที่เดิม
ดาริกาขมวดคิ้วจนยุ่งอย่างไม่เข้าใจในสิ่งที่น้ำหวานตอบกลับมาก่อนจะหันไปมองตามเพื่อน ทว่าครานี้ดวงตากลมเบิกโตขึ้นด้วยความตกใจและไม่อยากเชื่อในสิ่งที่เห็นกับตาตัวเอง เมื่อภาพที่อยุ่เบื้องหน้าคือภาพที่เตโซกำลังทานอาหารกับพราวมุกอยุ่ในร้านอาหารที่มีระเบียงออกมานอกร้านเปิดโล่งเผยให้เห็นคนทั้งสองอย่างชัดเจนจนเจ้าตัวอุทานตามเพื่อนออกมาด้วยความตกใจ
“พี่โซ”
บทพิเศษ 2พรหมลิขิตเจนีวา, สวิตเซอร์แลนด์เตโซนั่งมองทิวทัศน์ของเมืองเจนีวาที่หาดทรายเทียมอย่างสบายใจสำหรับวันพักผ่อน หลังจากจบเรื่องของเตชินและดาริกาได้สามเดือน ชายหนุ่มก็ตัดสินใจจองตั๋วมาเที่ยวพักผ่อนที่สวิตเซอร์แลนด์เพียงคนเดียว ทั้งยังเป็นการพักฟื้นจากการที่ได้รับบาดเจ็บเมื่อหลายเดือนก่อนถึงแม้ภายนอกจะดีขึ้นแต่การถูกยิงทะลุหน้าอกก็ไม่ใช่บาดแผลที่จะหายได้ง่ายๆ เขาจึงเลือกที่จะมาพักผ่อนยังประเทศที่มีเสน่ห์อย่างลงตัวระหว่างบ้านเมืองและธรรมชาติที่สวยงาม จากสถานที่ท่องเที่ยวเมืองหลักๆ ทั้งหมดสิบเอ็ดเมือง เขาเดินทางท่องเที่ยวไปแล้วห้าเมืองตลอดหนึ่งสัปดาห์ที่ผ่านมา และเจนีวาก็คือเมืองที่หกในวันแรกของสัปดาห์ที่สองชายหนุ่มทอดสายตามองความสบายใจที่อยู่เบื้องหน้าก่อนจะทอดสายตามองออกไปยังทะเลสาบเจนีวาก่อนจะดึงสายตาไปยังกลุ่มคนมากมายซึ่งกำลังยืนเกาะกลุ่มล้อมรอบบุคคลที่กำลังเล่นเปียโนให้กับผู้คนที่มาพักผ่อนอยู่ไม่ไกลมากนัก เขามองแล้วค่อยๆ เผลอรอยยิ้มออกมาเมื่อได้ยินเสียงเปียโนแสนไพเราะ เขายังคงมองนักดนตรีเปียโนบรรเลงอย่างไม่คิดหันไปมองสิ่งอื่น ไม่ต่างจากหญิงสาวคนไทยที่กำลังนั่งอยู่บนเก้าถัดไปท
ทว่าก็ต้องชะงักพลางเผยอริมฝีปากออกเล็กน้อยเมื่อสามีกำลังยืนนิ่งถือที่ตรวจครรภ์ยื่นไปตรงหน้าเตโซที่กำลังจะลงไปชั้นล่างเตรียมตัวทานมื้อเช้าก่อนออกไปทำงานที่บริษัท เมื่อในวันนี้ที่ปรึกษาอย่างเตโซจะต้องเข้าร่วมประชุมด้วยสำหรับการต้อนรับลูกค้ารายใหม่ “ดา...ดาท้องคนที่สามแล้วเหรอ” เตโซเอ่ยถามออกไปด้วยความดีใจเมื่อชำเลืองสายตาเลยไปมองน้องสะใภ้ที่กึ่งเดินกึ่งวิ่งตามน้องชายออกจากห้องมา “พี่โซ เอ่อ ค่ะ ดาท้องคนที่สามแล้วค่ะ” เธออึกอักตอบออกไปเพราะยังปรับอารมณ์ไม่ทันกับสถานการณ์ตรงหน้า “กี่เดือนแล้วล่ะ แล้วไปหาหมอหรือยัง เพิ่งตรวจเหรอ” คนเป็นพี่สามียิงคำถามออกมาไม่หยุดจนคนท้องตอบไม่ทันได้แต่ยืนยิ้มแห้งส่งกลับมา “เอ่อ...” เธอไม่รู้จะเริ่มต้นพูดออกไปเช่นไรดี “ห้าล้าน รับขวัญหลาคนที่สาม” คนที่เพิ่งรู้ตัวว่ากำลังจะเป็นคุณพ่อลุกสามกลับไม่สนใจบทสนทนาของภรรยาสาวกับพี่ชาย นอกจากข้อเรียกร้องเมื่อตนมีหลานให้กับพี่ชายที่ตัวเขาเองก็ไม่ทันตั้งตัวกับการมีลูกคนที่สาม แต่เงินไม่ใช่ประเด็นสำหรับเขากับการที่มาบอกพี่ชาย แต่
บทพิเศษ 1 แค่มีดาริกาที่เป็นแม่ของลูก มือหนาปัดเส้นผมที่ตกลงมาปกข้างแก้มของภรรยาสาวที่ยังคงนอนหลับใหลในห้วงนิทราไปเมื่อหนึ่งชั่วโมงก่อนหลังบทรักที่ชายหนุ่มมอบให้เพิ่งจบลง ก่อนจะเคลื่อนใบหน้าเข้าไปใกล้ก่อนจะประทับริมฝีปากลงบนแก้มนวลด้วยความหลงใหล ทว่าเป็นการปลุกให้ดาริกาตื่นจากภวังค์หวานเมื่อริมฝีปากไม่ได้หยุดแค่ที่แก้ม หนำซ้ำมือหนาเริ่มลูบไล้ไปตามเอวคอดที่เปลือยเปล่าไร้อาภรณ์ปกปิด “พี่เต ดาง่วงและเหนื่อยจะแย่แล้วนะคะ” สาวเจ้าพึมพำพลางปรือตาขึ้นมามองสามีหนุ่ม “แต่เมียตัวหอม พี่ทนไม่ไหว” เตชินกระซิบเสียงพร่า เคลื่อนหน้าจากใบหูมายังลำคอขาวลออก่อนจะซุกไซ้ลำคอที่ขึ้นสีแดงระเรื่อจากเครื่องหมายที่แสดงความเป็นเจ้าของ ซึ่งเกิดจากฝีปากร้ายของเขาที่ตีตราเอาไว้ “พี่เตขา เมื่อคืนก็ทั้งคืนแล้วนะคะ ให้ดาได้พักบ้างนะ นะคะ น้า” ดาริกายกมือดันสามีหนุ่มให้ผละออกห่างก่อนจะพูดอ้อมพร้อมสายตาหวานราวกับลูกแมวน้อยที่กำลังอ้อนเจ้านาย “งั้นนอนกอดก็แล้วกัน แต่คืนนี้พี่ไม่ปล่อยเหมือนตอนนี้แน่” เตชินแพ้เสียงหวานและสายตาออดอ้อ
บทส่งท้าย เสียงคลื่นกระทบฝั่งพร้อมสายลมหอบใหญ่ที่พัดเข้าฝั่งปะทะผิวของเตชินที่นั่งอยู่บนหาดทรายสีขาวด้านข้างมีรองเท้าแตะสองคู่วางข้างกันหากแต่อีกหนึ่งคู่ไร้เจ้าของนั่งอยู่ข้างกายชายหนุ่ม เพียงไม่นานเสียงหวานใสเจ้าของรองเท้าแตะดังขึ้นจากด้านหลังของเขา เสียงเท้าก้าวเดินมาทำให้รอยยิ้มบนใบหน้าของเขาคลี่ยิ้มกว้างอย่างรู้ทันก่อนจะหันไปหอมแก้มหญิงสาวเมื่อเธอนั่งลงแล้วโน้มตัวสวมกอดจากด้านหลังพลางเกยคางลงบนบ่าของเขา“คิดถึงพี่เต” ดาริกาคลี่ยิ้มกว้างพูดออกไปเมื่อถูกเตชินขโมยหอมแก้ม“พี่คิดถึงมากกว่า มา มานั่งนี่” เตชินพูดพลางเอี้ยวตัวดึงแขนดาริกาให้เดินอ้อมมานั่งลงด้านหน้าระหว่างขาของชายหนุ่มก่อนจะสวมกอดเมื่อหญิงสาวเอนกายพิงลงมาอย่างทะนุถนอม“ขอบคุณนะคะพี่เต และดาก็ขอโทษที่ทิ้งพี่เตไปแบบนั้น” ดาริกาพูดขึ้นขณะที่นั่งช้อนตัวอยู่ข้างหน้าเตชินโดนที่ถูกเขาสวมกอดพลางใช้มือลูบลงบนหน้าท้องที่นูนขึ้นมาเล็กน้อยตามอายุครรภ์สิบหกสัปดาห์“พี่ไม่เคยโกรธดาเลย มีแต่จะรักและแคร์ดามากกว่า อีกอย่างเรื่องมันก็ผ่านไปสามปีกว่าแล้ว” เตชินกระชับกอดให้ดาริกาได้รู้สึกว่าเขาคิดอย่างที่พูดออกไปเพราะทั้งหมดชายหนุ่มก็มีส่
มีแต่จะใส่อารมณ์ใส่เธอเช่นนี้เสมอเขาผิด ใช่เขาพลาด ใช่เธอหนีไป ก็สมควร แต่ต้องไม่ใช่ตอนนี้ที่เขาจะปล่อยเธอให้หลุดมือไปอีกเป็นแน่ เพราะเขาจะแสดงออกมาให้เธอเห็นว่าสิ่งที่เขาทำความรู้สึกที่มีมันหมายความเช่นไร และความกลัวที่จะเสียเธอไปอีกทำให้เขารีบวิ่งไปกอดรัดหญิงสาวจากทางด้านหลังทันทีเขาจะไม่ยอมปล่อยเธอให้หายไปไหนได้อีกแม้ว่าทั้งเตโซและดาริกาจะโกหกหรือคิดจะเอาคืนเขากับช่วงเวลาที่ผ่านมาจนน่าหงุดหงิดและไม่น่าให้อภัย แต่เขาจะยอมปล่อยผ่านแล้วลืมมันไป เพราะตอนนี้สิ่งสำคัญสำหรับเขาที่ควรจะให้ความใส่ใจมากที่สุดก็คือดาริกา...“ไอ้พี่เต! ปล่อยนะ” ดาริกาขึ้นเสียงพลางดิ้นให้สุดแรงด้วยความตกใจเมื่อถูกเตชินวิ่งเข้ามากอดจากทางด้านหลังอย่างไม่ทันตั้งตัว“ถ้าจะเรียกไอ้ไม่ต้องมีพี่ก็ได้นะ...เดี๋ยวนี้โตขึ้นเยอะเลยนะ” เตชินรัดแขนที่โอบกอดเธอจากด้านหลังแน่ขึ้นเพื่อไม่ให้เธอหลุดออกได้ง่ายๆ พลางพูดทะเล้นใส่“พี่เตปล่อย” เมื่อเห็นว่าเขาไม่คิดจะปล่อยง่ายๆ จึงเสียงเข้มขึ้นพร้อมกับแรงที่พยายามสลัดตัวเองให้หลุดออกจากอ้อมแขนของเขา“พี่ไม่ปล่อย...น้องดา น้องดา ดา!” เตชินปฏิเสธพลางเรียกชื่อของดาริกาเสี
ทันทีที่ได้รับข้อความจากนักสืบว่าดาริกาขึ้นเครื่องแล้วเรียบร้อย เตชินก็แทบจะนั่งรอต่อไม่ไหวเพราะกว่าหนึ่งชั่วโมงครึ่งที่หญิงสาวจะเดินทางมาถึงภูเก็ต และแน่นอนว่าชายหนุ่มเลือกที่จะนั่งรอจนกระทั่งใกล้ถึงเวลาเครื่องลง เขาก็เลือกที่ทำตัวตามปกติเพราะอยากดูว่าพี่ชายของตัวเองคิดจะทำเช่นไรต่อเมื่อสาวเจ้าเดินทางมาถึงเตชินก้าวเดินตรงเข้าไปหาดาริกาทันทีเมื่อเห็นหญิงสาวเดินจับจูงมือเด็กชายตัวน้อยออกมาจากเกทโดยที่ทุกคนทางฝั่งเตโซไม่ทันตั้งตัว กว่าจะรู้ตัวอีกทีก็สายไปแล้วที่จะทำตามแผนไม่ให้เตชินได้เจอหน้าลูกก่อน มิหนำซ้ำยังทำให้ดาริกาตกใจไม่น้อยที่อยู่ๆ เตชินก็พุ่งตัวเข้ามาคว้าแขนของเธอทันทีที่เดินพ้นประตูขาเข้า“น้องดา”“พี่เต!”“เต น้องดา”เตโซร้องเรียกคนทั้งสองด้วยความตกใจและทำอะไรต่อไม่ถูกเมื่อน้องชายของเขาพรวดพราดเข้าไปหาโดยที่เขายังไม่ทันจะตั้งหลักทำตามแผนก่อนจะมองไปที่ดาริกาด้วยสายตาขอโทษกับความผิดพลาดเช่นนี้“แผนพี่จะทำยังไงต่อครับ” เตชินหันไปถามพี่ชายทั้งที่ยังจับแขนของดาริกาไม่ยอมปล่อยและเขาก็ไม่กล้ามองหน้าเด็กชายตัวน้อยที่กำลังเงยหน้ามามองเขาอยู่ด้วยความกลัวและตอนนี้อยากจะคุยกับดาริกามา







