เข้าสู่ระบบสองวันเต็มๆ ที่เตชินยังไม่พื้นจนทุกคนเริ่มเป็นกังวลหากคงไม่เท่ากับดาริกาที่ไม่ยอมห่างกายจากชายหนุ่มจนป้า แก้วตาต้องคอยเข้าออกโรงพยาบาลเพื่อมาดูแลหญิงสาวตามคำสั่งของเตโซ ทางด้านข่าวของศศินก็เงียบไร้ร่องรอยทั้งที่กรุงเทพมหานครและที่เชียงรายจนเตโซต้องส่งเคนกับพฤกษ์ซึ่งหายดีแล้วออกไปช่วยทางตำรวจตามหาตัวศศินอีกแรง ส่วนคณินถูกตัดสินรับโทษตามความผิดจนอีกหลายปีกว่าจะได้ออกมาใช้ชีวิตข้างนอก หากทว่าการกระทำของคณินทำให้เตโซอดสงสัยไม่ได้ว่าทำไมถึงยอมโดนจับและรับทุกข้อกล่าวหาอย่างง่ายดายเช่นนั้น ถ้าให้เขาคาดเดาว่ารักลูกจนยอมรับผิดอยู่ฝ่ายเดียวก็ต้องไม่รับผิดง่ายๆ เช่นนี้เป็นแน่
อาจจะต้องมีความแอบแฝงก็เป็นได้
“คุณหนูออกไปหาอะไรทานหน่อยไหมคะ ตอนนี้ก็เที่ยวแล้วนะคะ คุณหนูยังไม่ได้ทานตั้งแต่เช้าแล้วนะคะ” ป้าแก้วตาพูดขึ้นด้วยความเป็นห่วงเมื่อตอนนี้มีจ๊ะจ๋ามาอยู่เป็นเพื่อนหลังเตโซกลับไปบริษัทพร้อมกับเคน
“ทางนี้ป้าแก้วกับจ๋าช่วยดุให้นะคะ ถ้าคุณเตฟื้นจ๋าจะรีบโทร. หาเป็นคนแรกเลยคะ” จ๊ะจ๋าสำทับป้าแก้วตาด้วยความเป็นห่วงดาริกาที่วันนี้ยังไม่ได้ทานอาหารลงท้องแม้แต่อย่างเดียวนอกจากน้ำเท่านั้น
“รอสักเที่ยงก่อนก็ได้คะ ดายังไม่หิวเท่าไรคะ ขอบคุณป้าแก้วกับพี่จ๋านะคะ” ดาริกาหันไปส่งยิ้มบางให้กับคนทั้งสองก่อนจะหันกลับมามองเตชินอีกครั้ง
“โธ่คุณหนูคะ ป้าเป็นห่วงจะแย่แล้ว” ป้าแก้วตาทำเสียงอ่อนพลางเดินเข้าไปใกล้ดาริกา แต่แล้วก็ต้องมองอยู่ห่างๆ เมื่อมีคนต่อสายเข้ามาที่โทรศัพท์มือถือของคุณหนูของป้าแก้วตา
ดาริกามองเบอร์ที่โทร. เข้ามาด้วยความงุนงงเมื่อเป็นเบอร์ที่ไม่ขึ้นชื่อ หญิงสาวชั่งใจอยู่ครู่ก่อนจะหยิบมากดรับสายเผื่อเป็นสายจากเตโซหรือเปมิกาที่อาจจะใช้โทรศัพท์มือถือของคนอื่นโทร. เข้ามาก็เป็นได้ ทว่าทันทีที่สาวเจ้ากดรับสาย เสียงที่เอนเอ่ยออกมาทำให้เธอนั่งตัวแข็งทื่อด้วยความกลัวแกมกรุ่นโกรธจนอยากจะรีบตัดสายทิ้งอย่างไม่อยากจะเสวนาด้วยสักนิดหากแต่เธอก็ทำไม่ได้เมื่อคำพูดของอีกฝ่ายทำให้เธอต้องทบทวนครุ่นคิดให้ดีก่อนจะใจร้อนตัดสายไป
“สวัสดีคะ ดาพูดคะ” เธอกรอกเสียงตามปกติโดยไม่รู้ว่าคนปลายสายคือใคร จนกระทั่ง
“ดา...ดาห้ามวางสายเรานะ ตอนนี้ดาคงรู้เรื่องทั้งหมดแล้ว เราสัญญา เราสัญญาว่าจะไม่ทำร้ายดา ขอแค่ดามาหา...น้องดาอย่ามานะ โอ๊ย! ดา!...ปิดปากซะ ดาคงได้ยินแล้ว ขอแค่ดามาหาเราแล้วทำข้อตกลงกัน จะไม่มีใครได้รับอันตรายอีก” ศศินพูดก่อนจะเงียบลงเมื่อเปมิกาตะโกนแทรกออกมา ด้วยความไม่พอใจจึงสั่งให้ลูกน้องปิดปากเปมิกาก่อนจะกลับมาสนทนายื่นข้อเสนอให้ดาริกาอีกครั้ง
“พี่เปรม ศิน ศินจะทำอะไร อย่าทำร้ายพี่เปรมนะ” ดาริกามีท่าทีตกใจจนต้องลุกขึ้นยืนอย่างนั่งไม่ติด หากจะให้เธอออกไปตอนนี้ก็ห่วงเตชินแต่หากไม่ไปเปมิกาก็อาจเป็นอันตรายก็เป็นได้
เธอไม่รู้จะทำเช่นไรดี เธออยากให้เตชินฟื้นขึ้นมาเสียจริง
“ขอแค่ดามาหาเรา พี่สาวของดาจะไม่เป็นอะไรแน่นอน” ศศินย้ำอีกครั้ง
และในครั้งนี้ก็ทำให้ดาริกามีใจเอนเอียงที่จะทำตามที่ศศินบอกโดยไม่คิดรอใครอีก และยังทำให้รู้อีกว่าการที่ศศินโทร. มาในครั้งนี้แล้วใช้เปมิกามาขู่ อีกฝ่ายคงอยุ่ที่กรุงเทพมหานครหรือไม่ก็อาศัยอยู่แถวปริมณฑลเป็นแน่ และยิ่งได้รู้ว่าที่เปมิกาไม่ได้กลับบ้านมาทั้งที่บอกเอาไว้ล่วงหน้าว่าจะกลับบ้านเพื่อมาเยี่ยมเตชินบ้างตั้งแต่เมื่อวานคงถูกศศินลักพาตัวไปเป็นแน่ ในคราแรกเธอคิดว่าเปมิกามีธุระเข้าสถานีตำรวจอีกครั้งเพราะเห็นและได้ยินธนาเข้ามาพูดกับเปมิกาก่อนเข้าบ้านเมื่อวันก่อนในช่วงเย็น
เธอน่าจะเฉลียวใจสักนิดทั้งที่เปมิกาบอกเอาไว้ล่วงหน้าแล้ว แต่เธอกลับเอาแต่ความสนใจมาที่เตชินจนไม่ทันได้เฉลียวใจเรื่องของเปมิกาสักนิด
หากแต่การเกิดเหตุการณ์ร้ายๆ กับคนรอบตัวของดาริกาทำให้หญิงสาวฉุกคิดได้ว่าทุกอย่างก็เป็นเพราะเธอคนเดียว
เพราะเธอที่ยังยืนอยู่ตรงนี้ทั้งที่ไม่ควรยืนให้คนรอบตัวเดือดร้อนเลยสักนิด
“ว่ายังไงดา เราไม่รีบร้อน ค่อยๆ คิด ค่อยๆ ตัดสินใจ” เมื่อดาริกาเงียบไปไม่พูดคำใดออกมาจึงพอจะเดาได้ว่ากำลังครุ่นคิดอยู่เป็นแน่ ศศินจึงยอมอดทนรออย่างใจเย็นกับคำตอบที่หวังว่าจะทำให้เขาพอใจ
“สัญญากับเรา อย่าทำร้ายพี่เปรมแม้แต่เส้นผม เราจะรีบออกไป” ดาริกาพูดออกไปแม้จะไม่ได้หวังว่าศศินจะยอมทำตามที่เธอบอก เพราะคนอย่างศศินในตอนนี้คงไว้ใจไม่ได้เสียแล้ว
“ได้ เดี๋ยวเราส่งโลเคชั่นให้นะ แล้วเจอกันนะดา” ศศินยกยิ้มด้วยความพอใจกับตัวเองก่อนจะพูดเสียงอ่อนละมุนไปให้ดาริกา
ดาริกากดวางสายไปไม่นานก้มีข้อความจากศศินส่งเข้ามาบอกตำแหน่งให้รู้ว่าอยู่ที่ไหน หญิงสาวจึงเตรียมจะออกไปทว่าเมื่อเห็นสีหน้าของป้าแก้วตาและจ๊ะจ๋าที่ได้ยินทุกคำพูดของดาริกาก้ทำให้เธอส่งยิ้มไปให้เพื่อให้คนทั้งสองได้สบายใจ แต่เธอนั้นกำลังร้อนใจจนอยากจะวิ่งออกไปเสียให้รู้แล้วรู้รอด
หากเธอได้สนทนาทำข้อตกลงกับศศินเร็วเท่าไรคนรอบข้างก็คงไม่มีอันตรายอีกต่อให้คำพูดของศศินจะไม่น่าเชื่อถือก็ตาม และจะถูกหักหลังได้ตลอดเวลาเพราะถึงอย่างไรแล้วคนอย่างศศินที่ไม่ยอมแพ้อะไรง่ายๆ เช่นนั้นจะมีหรือไม่คับแค้นใจเตชินกับเตโซ แม้ในคราแรกเธอจะไม่ค่อยได้ใส่ใจในนิสัยที่อยากเอาชนะของศศินด้วยเพราะเห็นว่าคงเป้นนิสัยของผู้ชายทุกคนแต่ไม่คิดเลยว่าการอยากเอาชนะของศศินคืออาวุธที่คอยกวัดแกว่งทำร้ายคนอื่น
และเธอจะไม่ยอมให้ศศินได้ทำร้ายใครได้อีกไม่ว่าจะเป็นเตโซ เตชินหรือเปมิกา ขอแค่สองชีวิตพ่อแม่ของเธอก็มากเกินพอแล้วที่ศศินคิดเอาชีวิต
“คุณหนู...” ป้าแก้วตาคิดห้าม
“ดาคงใจแข็งนั่งอยู่ที่นี่ไม่ได้คะ ดาเชื่อว่าศินจะไม่ทำร้ายดา แต่ดาไม่เชื่อว่าศินจะไม่ทำร้ายใครถ้าดาไม่ไปตามที่ศินขอ” ดาริกาพูดจบก็เดินออกจากห้องพักฟื้นทันที
ทว่า เพียงเธอเดินออกไปได้เพียงห้านาทีเสียงแหบแห้งของเตชินก็ดังขึ้นจนป้าแก้วตาและจ๊ะจ๋ารีบเข้าไปดูก่อนจะรีบเรียกแพทย์มาที่ห้องทันที ด้วยเพราะเจ้านายหนุ่มเพิ่งฟื้นกึ่งมีสติกึ่งงงงวยจึงคิดว่าควรให้แพทย์มาตรวจก่อน ครั้นจะโทร. บอกดาริกาก็นึกถึงคำพูดที่สาวเจ้าได้ทิ้งเอาไว้ว่าหวั่นใจกลัวว่าศศินจะทำร้ายคนอื่น คนทั้งสองที่ห่วงเจ้านายอีกคนก็ได้แต่เก็บเงียบจนกว่าแพทย์จะแจ้งว่าเตชินปลอดภัยแล้วจริงๆ ถึงเวลานั้นทั้งสองจะรีบรายงานให้เตชินกับเตโซได้รู้ทันที ขอแค่ไม่มีใครได้รับอันตรายก็เป็นพอแล้ว แค่ที่ผ่านมาก็เกิดความสูญเสียเสียใจมามากเกินกว่าจะรับเรื่องร้ายได้อีก
ทั้งสองไม่รู้ว่าตัดสินใจถูกหรือไม่ ได้แต่ภาวนาขอให้ทุกคนปลอดภัย
บทพิเศษ 2พรหมลิขิตเจนีวา, สวิตเซอร์แลนด์เตโซนั่งมองทิวทัศน์ของเมืองเจนีวาที่หาดทรายเทียมอย่างสบายใจสำหรับวันพักผ่อน หลังจากจบเรื่องของเตชินและดาริกาได้สามเดือน ชายหนุ่มก็ตัดสินใจจองตั๋วมาเที่ยวพักผ่อนที่สวิตเซอร์แลนด์เพียงคนเดียว ทั้งยังเป็นการพักฟื้นจากการที่ได้รับบาดเจ็บเมื่อหลายเดือนก่อนถึงแม้ภายนอกจะดีขึ้นแต่การถูกยิงทะลุหน้าอกก็ไม่ใช่บาดแผลที่จะหายได้ง่ายๆ เขาจึงเลือกที่จะมาพักผ่อนยังประเทศที่มีเสน่ห์อย่างลงตัวระหว่างบ้านเมืองและธรรมชาติที่สวยงาม จากสถานที่ท่องเที่ยวเมืองหลักๆ ทั้งหมดสิบเอ็ดเมือง เขาเดินทางท่องเที่ยวไปแล้วห้าเมืองตลอดหนึ่งสัปดาห์ที่ผ่านมา และเจนีวาก็คือเมืองที่หกในวันแรกของสัปดาห์ที่สองชายหนุ่มทอดสายตามองความสบายใจที่อยู่เบื้องหน้าก่อนจะทอดสายตามองออกไปยังทะเลสาบเจนีวาก่อนจะดึงสายตาไปยังกลุ่มคนมากมายซึ่งกำลังยืนเกาะกลุ่มล้อมรอบบุคคลที่กำลังเล่นเปียโนให้กับผู้คนที่มาพักผ่อนอยู่ไม่ไกลมากนัก เขามองแล้วค่อยๆ เผลอรอยยิ้มออกมาเมื่อได้ยินเสียงเปียโนแสนไพเราะ เขายังคงมองนักดนตรีเปียโนบรรเลงอย่างไม่คิดหันไปมองสิ่งอื่น ไม่ต่างจากหญิงสาวคนไทยที่กำลังนั่งอยู่บนเก้าถัดไปท
ทว่าก็ต้องชะงักพลางเผยอริมฝีปากออกเล็กน้อยเมื่อสามีกำลังยืนนิ่งถือที่ตรวจครรภ์ยื่นไปตรงหน้าเตโซที่กำลังจะลงไปชั้นล่างเตรียมตัวทานมื้อเช้าก่อนออกไปทำงานที่บริษัท เมื่อในวันนี้ที่ปรึกษาอย่างเตโซจะต้องเข้าร่วมประชุมด้วยสำหรับการต้อนรับลูกค้ารายใหม่ “ดา...ดาท้องคนที่สามแล้วเหรอ” เตโซเอ่ยถามออกไปด้วยความดีใจเมื่อชำเลืองสายตาเลยไปมองน้องสะใภ้ที่กึ่งเดินกึ่งวิ่งตามน้องชายออกจากห้องมา “พี่โซ เอ่อ ค่ะ ดาท้องคนที่สามแล้วค่ะ” เธออึกอักตอบออกไปเพราะยังปรับอารมณ์ไม่ทันกับสถานการณ์ตรงหน้า “กี่เดือนแล้วล่ะ แล้วไปหาหมอหรือยัง เพิ่งตรวจเหรอ” คนเป็นพี่สามียิงคำถามออกมาไม่หยุดจนคนท้องตอบไม่ทันได้แต่ยืนยิ้มแห้งส่งกลับมา “เอ่อ...” เธอไม่รู้จะเริ่มต้นพูดออกไปเช่นไรดี “ห้าล้าน รับขวัญหลาคนที่สาม” คนที่เพิ่งรู้ตัวว่ากำลังจะเป็นคุณพ่อลุกสามกลับไม่สนใจบทสนทนาของภรรยาสาวกับพี่ชาย นอกจากข้อเรียกร้องเมื่อตนมีหลานให้กับพี่ชายที่ตัวเขาเองก็ไม่ทันตั้งตัวกับการมีลูกคนที่สาม แต่เงินไม่ใช่ประเด็นสำหรับเขากับการที่มาบอกพี่ชาย แต่
บทพิเศษ 1 แค่มีดาริกาที่เป็นแม่ของลูก มือหนาปัดเส้นผมที่ตกลงมาปกข้างแก้มของภรรยาสาวที่ยังคงนอนหลับใหลในห้วงนิทราไปเมื่อหนึ่งชั่วโมงก่อนหลังบทรักที่ชายหนุ่มมอบให้เพิ่งจบลง ก่อนจะเคลื่อนใบหน้าเข้าไปใกล้ก่อนจะประทับริมฝีปากลงบนแก้มนวลด้วยความหลงใหล ทว่าเป็นการปลุกให้ดาริกาตื่นจากภวังค์หวานเมื่อริมฝีปากไม่ได้หยุดแค่ที่แก้ม หนำซ้ำมือหนาเริ่มลูบไล้ไปตามเอวคอดที่เปลือยเปล่าไร้อาภรณ์ปกปิด “พี่เต ดาง่วงและเหนื่อยจะแย่แล้วนะคะ” สาวเจ้าพึมพำพลางปรือตาขึ้นมามองสามีหนุ่ม “แต่เมียตัวหอม พี่ทนไม่ไหว” เตชินกระซิบเสียงพร่า เคลื่อนหน้าจากใบหูมายังลำคอขาวลออก่อนจะซุกไซ้ลำคอที่ขึ้นสีแดงระเรื่อจากเครื่องหมายที่แสดงความเป็นเจ้าของ ซึ่งเกิดจากฝีปากร้ายของเขาที่ตีตราเอาไว้ “พี่เตขา เมื่อคืนก็ทั้งคืนแล้วนะคะ ให้ดาได้พักบ้างนะ นะคะ น้า” ดาริกายกมือดันสามีหนุ่มให้ผละออกห่างก่อนจะพูดอ้อมพร้อมสายตาหวานราวกับลูกแมวน้อยที่กำลังอ้อนเจ้านาย “งั้นนอนกอดก็แล้วกัน แต่คืนนี้พี่ไม่ปล่อยเหมือนตอนนี้แน่” เตชินแพ้เสียงหวานและสายตาออดอ้อ
บทส่งท้าย เสียงคลื่นกระทบฝั่งพร้อมสายลมหอบใหญ่ที่พัดเข้าฝั่งปะทะผิวของเตชินที่นั่งอยู่บนหาดทรายสีขาวด้านข้างมีรองเท้าแตะสองคู่วางข้างกันหากแต่อีกหนึ่งคู่ไร้เจ้าของนั่งอยู่ข้างกายชายหนุ่ม เพียงไม่นานเสียงหวานใสเจ้าของรองเท้าแตะดังขึ้นจากด้านหลังของเขา เสียงเท้าก้าวเดินมาทำให้รอยยิ้มบนใบหน้าของเขาคลี่ยิ้มกว้างอย่างรู้ทันก่อนจะหันไปหอมแก้มหญิงสาวเมื่อเธอนั่งลงแล้วโน้มตัวสวมกอดจากด้านหลังพลางเกยคางลงบนบ่าของเขา“คิดถึงพี่เต” ดาริกาคลี่ยิ้มกว้างพูดออกไปเมื่อถูกเตชินขโมยหอมแก้ม“พี่คิดถึงมากกว่า มา มานั่งนี่” เตชินพูดพลางเอี้ยวตัวดึงแขนดาริกาให้เดินอ้อมมานั่งลงด้านหน้าระหว่างขาของชายหนุ่มก่อนจะสวมกอดเมื่อหญิงสาวเอนกายพิงลงมาอย่างทะนุถนอม“ขอบคุณนะคะพี่เต และดาก็ขอโทษที่ทิ้งพี่เตไปแบบนั้น” ดาริกาพูดขึ้นขณะที่นั่งช้อนตัวอยู่ข้างหน้าเตชินโดนที่ถูกเขาสวมกอดพลางใช้มือลูบลงบนหน้าท้องที่นูนขึ้นมาเล็กน้อยตามอายุครรภ์สิบหกสัปดาห์“พี่ไม่เคยโกรธดาเลย มีแต่จะรักและแคร์ดามากกว่า อีกอย่างเรื่องมันก็ผ่านไปสามปีกว่าแล้ว” เตชินกระชับกอดให้ดาริกาได้รู้สึกว่าเขาคิดอย่างที่พูดออกไปเพราะทั้งหมดชายหนุ่มก็มีส่
มีแต่จะใส่อารมณ์ใส่เธอเช่นนี้เสมอเขาผิด ใช่เขาพลาด ใช่เธอหนีไป ก็สมควร แต่ต้องไม่ใช่ตอนนี้ที่เขาจะปล่อยเธอให้หลุดมือไปอีกเป็นแน่ เพราะเขาจะแสดงออกมาให้เธอเห็นว่าสิ่งที่เขาทำความรู้สึกที่มีมันหมายความเช่นไร และความกลัวที่จะเสียเธอไปอีกทำให้เขารีบวิ่งไปกอดรัดหญิงสาวจากทางด้านหลังทันทีเขาจะไม่ยอมปล่อยเธอให้หายไปไหนได้อีกแม้ว่าทั้งเตโซและดาริกาจะโกหกหรือคิดจะเอาคืนเขากับช่วงเวลาที่ผ่านมาจนน่าหงุดหงิดและไม่น่าให้อภัย แต่เขาจะยอมปล่อยผ่านแล้วลืมมันไป เพราะตอนนี้สิ่งสำคัญสำหรับเขาที่ควรจะให้ความใส่ใจมากที่สุดก็คือดาริกา...“ไอ้พี่เต! ปล่อยนะ” ดาริกาขึ้นเสียงพลางดิ้นให้สุดแรงด้วยความตกใจเมื่อถูกเตชินวิ่งเข้ามากอดจากทางด้านหลังอย่างไม่ทันตั้งตัว“ถ้าจะเรียกไอ้ไม่ต้องมีพี่ก็ได้นะ...เดี๋ยวนี้โตขึ้นเยอะเลยนะ” เตชินรัดแขนที่โอบกอดเธอจากด้านหลังแน่ขึ้นเพื่อไม่ให้เธอหลุดออกได้ง่ายๆ พลางพูดทะเล้นใส่“พี่เตปล่อย” เมื่อเห็นว่าเขาไม่คิดจะปล่อยง่ายๆ จึงเสียงเข้มขึ้นพร้อมกับแรงที่พยายามสลัดตัวเองให้หลุดออกจากอ้อมแขนของเขา“พี่ไม่ปล่อย...น้องดา น้องดา ดา!” เตชินปฏิเสธพลางเรียกชื่อของดาริกาเสี
ทันทีที่ได้รับข้อความจากนักสืบว่าดาริกาขึ้นเครื่องแล้วเรียบร้อย เตชินก็แทบจะนั่งรอต่อไม่ไหวเพราะกว่าหนึ่งชั่วโมงครึ่งที่หญิงสาวจะเดินทางมาถึงภูเก็ต และแน่นอนว่าชายหนุ่มเลือกที่จะนั่งรอจนกระทั่งใกล้ถึงเวลาเครื่องลง เขาก็เลือกที่ทำตัวตามปกติเพราะอยากดูว่าพี่ชายของตัวเองคิดจะทำเช่นไรต่อเมื่อสาวเจ้าเดินทางมาถึงเตชินก้าวเดินตรงเข้าไปหาดาริกาทันทีเมื่อเห็นหญิงสาวเดินจับจูงมือเด็กชายตัวน้อยออกมาจากเกทโดยที่ทุกคนทางฝั่งเตโซไม่ทันตั้งตัว กว่าจะรู้ตัวอีกทีก็สายไปแล้วที่จะทำตามแผนไม่ให้เตชินได้เจอหน้าลูกก่อน มิหนำซ้ำยังทำให้ดาริกาตกใจไม่น้อยที่อยู่ๆ เตชินก็พุ่งตัวเข้ามาคว้าแขนของเธอทันทีที่เดินพ้นประตูขาเข้า“น้องดา”“พี่เต!”“เต น้องดา”เตโซร้องเรียกคนทั้งสองด้วยความตกใจและทำอะไรต่อไม่ถูกเมื่อน้องชายของเขาพรวดพราดเข้าไปหาโดยที่เขายังไม่ทันจะตั้งหลักทำตามแผนก่อนจะมองไปที่ดาริกาด้วยสายตาขอโทษกับความผิดพลาดเช่นนี้“แผนพี่จะทำยังไงต่อครับ” เตชินหันไปถามพี่ชายทั้งที่ยังจับแขนของดาริกาไม่ยอมปล่อยและเขาก็ไม่กล้ามองหน้าเด็กชายตัวน้อยที่กำลังเงยหน้ามามองเขาอยู่ด้วยความกลัวและตอนนี้อยากจะคุยกับดาริกามา







