แชร์

บทที่ 22 ลักพาตัว (3)

ผู้เขียน: กวินทร์แก้ว
last update ปรับปรุงล่าสุด: 2026-01-17 20:46:04

ในเวลาเดียวกันทันทีที่ดาริกาวางสายไปศศินก็หันกลับไปมองเปมิกาที่มีร่องรอยฟกช้ำที่ใบหน้าซึ่งเกิดจากความดื้อรั้นปากแข็งจนศศินต้องลงมือทำร้ายร่างกายอย่างไร้เยื่อใยครั้งเมื่อในอดีต ในตอนนั้นที่เปมิกาเชื่อสนิทใจแล้วว่าศศินไม่เคยรักตนอย่างที่เธอรักศศินจนอยากแก้ไขทุกอย่างให้ถูกต้อง

มองเธอเป็นเพียงเครื่องมือให้ได้ทุกอย่างมาใช้เธอเป็นะสะพานทอดไปหาดาริกาเท่านั้น...ทั้งที่เธอรักศศินด้วยใจจริง

“ถ้าดามาถึงแล้วอย่าแตะต้องตัวเธอเด็ดขาด ห้ามเด็ดขาดถ้าฉันไม่ได้สั่ง” ศศินละสายตาจากเปมิกาที่มองมาด้วยความเจ็บปวดคับแค้นใจก่อนจะหันไปสั่งลูกน้องทั้งสี่คนซึ่งเหลือรอดจากการจับกุมมากับตน

“ศิน เธอจะทำอะไรดา” เปมิกาเอ่ยถามออกไปเสียงสั่นเครือด้วยความเสียใจพร้อมกับน้ำตาที่ไหลรินผสมผสานไปกับหยดเหลือที่หางคิ้วและโหนกแก้มซึ่งถูกศศินตบเข้าที่ใบหน้าจนล้มไปกระแทกมุมโต๊ะ

“ฉันไม่ทำอะไรดาหรอก ดาเป็นผู้หญิงที่ฉันรักและยอมทิ้งทุกอย่างเพื่อให้ได้อยู่กับดาได้ ตอนนี้พ่อก็เกิดใจเสาะยอมรับผิดแทนฉันแล้ว จะทิ้งโอกาสดีๆ นี่ได้ยังไง” ศศินยกยิ้มเย็นเดินเข้าไปใกล้เปมิกาซึ่งถูกมัดกับเก้าอี้ไม้ก่อนจะพูดทำร้ายจิตใจผู้หญิงที่เขาไม่เคยรู้สึกรักหรือแม้แต่ความรู้สึกดีๆ ก็ไม่มีให้

นอกจากการมองว่าเป็นเพียงเครื่องมือเท่านั้น...เครื่องมือที่จะทำให้เขาได้อยู่กับดาริกา

“ศิน...” เปมิกามองชายหนุ่มที่เธอรักและยังรักอยู่ด้วยความเสียใจ

“จำเอาไว้ เธอมันก็แค่เครื่องมือที่จะทำให้ฉันได้ในสิ่งที่ต้องการ ผู้หญิงที่เกือบถูกไปขายตัวคิดหรือไงว่าฉันจะรู้สึกด้วยน่ะ น่าขยะแขยง อะไรๆ ที่เคยผ่านมาก็แค่สนุกเท่านั้น จำเอาไว้ ฉันจะไม่ยอมเสียโอกาสที่จะได้หนีไปพร้อมกับดาเด็ดขาด” ศศินยิ้มเย็นยื่นมือไปบีบค้างจนเปมิกานิ่วหน้าด้วยความเจ็บไปพร้อมกับหัวใจที่ถูกย้ำยีไม่เหลือชิ้นดี

“แล้วจับฉันมาทำไม เธอทำแบบนี้ทำไม” เธอถามกลับด้วยความหมดแรงและเสียใจเกินกว่าจะใส่ใจคนอื่นนอกจากความรู้สึกของตัวเอง

“ดาแคร์เธอมากที่สุด ใช้เธอเป็นเครื่องมือให้ถึงที่สุดก็ไม่เห็นจะเป็นเรื่องให้ต้องมีเหตุผลมากความเลย แค่นี้ก็น่าจะคิดได้นะ จะโง่ให้ถึงที่สุดเลยหรือไง” ศศินสะบัดมืออกจนกหน้าของเปมิกาหันพลางตวาดออกไปอย่างหงุดงหิดกับคำถามที่ไม่น่าจะถามออกมา

“ศิน เธอได้ทุกอย่างตั้งแต่เมื่อหกปีก่อน ฆ่าพ่อแม่ที่เป็นครอบครัวของดา คิดเหรอว่าดาจะยอมไปกับเธอง่ายๆ แค่น้องดารู้ว่าเธอคือฆาตกรก็ไม่อยากเห็นหน้าแล้ว เธอคิดหรือไงว่าดาจะยอมทำในสิ่งที่เธอต้องการ” เปมิกาอดทนกับความเจ็บปวดไม่ได้อีกต่อไประเบิดอารมณ์ออกไปตอบโต้เช่นกันอย่างไม่คิดยอมเจ็บปวดอยู่ฝ่ายเดียว

เพลียะ!

“เธอไม่ใช่หรือไงที่เป็นคนทำให้พ่อแม่ของดาตาย ไม่ใช่ฉัน และอย่าได้พูดในสิ่งที่ทำร้ายความรู้สึกดาอีก ถ้าดาได้ยินพี่สาวที่รักที่ให้ความสำคัญยิ่งกว่าเรื่องไหนจะเสียใจเสียแรงแค่ไหน อย่าปากดีนึกถึงบุญคุณของพ่อแม่ดาเอาไว้ให้มากๆ จะดีกว่า” ศศินใช้หลังมือฟาดไปที่แก้มของเปมิกาพลางชี้หน้าบีบค้างต่อว่าเปมิกาก่อนตจะผละออกมาเมื่อที่มุมปากของสาวเจ้ามีเลือดซึมออกมา

“แล้วเธอล่ะ เคยแคร์เคยรักฉันบ้างหรือเปล่า เหมือนที่ฉันรู้สึกกับเธอ” เปมิกาเอ่ยถามออกไปอย่างไม่ได้คาดหวังคำตอบที่ตรงใจ หากแต่เธอพยายามตอกย้ำตัวเองให้มีสติฉุกคิดได้ว่าความจริงเป็นเช่นไรเท่านั้น

ความจริงที่เธอคือเครื่องมือ ส่วนเขาคือคนที่เธอรัก

“ก็ยังโง่ถาม จะต้องให้ฉันเปลืองน้ำลายอีกเท่าไรที่จะบอกให้รู้ว่าเธอก็แค่เครื่องมือ สินค้าที่พ่อกับฉันเอาไว้ใช้ให้คุ้มกับเงินที่เสียไปก็เท่านั้น คนที่น่ารังเกียจอย่างเธอต่อให้ชุบตะกร้าล้างน้ำก็ไม่มีใครเอาหรอก” ศศินแค่นหัวเราะออกมาก่อนจะพูดในสิ่งที่เปมิกาพอเดาได้อยู่แล้ว

ไม่สิ มันคือความจริงมาตั้งแต่แรกอยู่แล้วว่าเธอคือสินค้า

“สินค้า...ใช่สิ ฉันคือสินค้ามาตั้งแต่แรก ถ้าเธอกับดาไปอยู่ด้วยกัน ฉันขอแค่เธอช่วยทำตัวดีๆ กับดาได้ไหม” เปมิกาแค่นหัวเราะสมเพชตัวเองก่อนจะเงยหน้าไปสบสายตาเย็นชาของศศินพลางพูดอ้อนวอนออกไป

ซึ่งจะเป็นสิ่งสุดท้ายที่เธอจะทำเพื่อดาริกาได้ ทำเพื่อทุกคนที่เธอทำให้เดือดร้อนจนเกิดความสูญเสียและเป็นอันตราย

สิ่งสุดท้ายที่เธอจะปกป้องความสุขและการมีชีวิตของดาริกาหลังจากที่เธอพรากทุกอย่างไปจากน้องสาวที่แสนดีคนนี้

“สำหรับเธอ ไม่ต้องให้ใครมาอ้อนวอนหรือสั่ง ฉันก็จะดูแลให้เป็นอย่างดีไม่ลำบากหรือต้องถูกใครเยาะเย้ยดูถูกได้หรอก ดามีค่ามากกว่าเธอเสียอีก” ศศินยิ้มเยาะก่อนจะพูดด้วยท่าทางปกติอย่างไม่สนใจว่าสำหรับเปมิกาแล้วเป็นคำตอบที่เปรียบเสมือนมีดนับร้อยที่ปักลงบนหัวใจของเธอ

“ดีแล้ว ก็ดี และหวังว่านายจะทำตามที่พูด ไม่ทำร้ายใครหากดามาที่นี่และไปกลับนาย ปล่อยทุกคนแล้วหนีไปกับดาแค่สองคน เธอทำได้หรือเปล่า” เปมิกายิ้มบางอย่างจำนนในความจริงก่อนจะเงยหน้าสบสายตาศศินอีกครั้งพลางพูดให้ชายหนุ่มอย่าได้ผิดคำพูดกับสิ่งที่บอกดาริกาไป

เธอจะทำทุกอยบ่างเพื่อชดใช้ให้กับทุกคนเป็นครั้งสุดท้าย

ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นเธอจะต้องทำทุกอย่างเพื่อชดใช้และปกป้องดาริกาให้ถึงที่สุดตอบแทนความจริงใจและความสำคัญที่ดาริกาให้กับเธอทั้งที่เธอไม่ควรได้มันจากดาริกาเลยสักนิด

“แน่นอน ฉันจะไม่มีทางทำให้ดาต้องเสียใจอีก” ศศินตอบอย่างไม่ใส่ใจในคำพูดของเปมิกา

“และอีกเรื่อง แกะเชือกให้ฉันได้นั่งดีๆ ดาคงไม่ชอบที่จะต้องเห็นฉันถูกมัดไว้แบบนี้แน่ๆ และไม่ต้องกลัว ฉันไม่หนีไปแน่ถึงคิดจะหนีก็คงหนีไม่พ้น โดนปืนจ่อหัวแบบนี้” เปมิกาขอร้องศศินด้วยการยกดาริกาเพื่อทำให้ศศินยอมทำตามในสิ่งที่เธอต้องการแม้จะไม่ได้ถูกปืนจ่อศีรษะจริงๆ แต่ถูกลูกน้องของเขาที่มีปืนติดตัวยืนเฝ้าไม่ห่างก้ไม่ต่างจากที่พูดออกไป

“ฉันเชื่อว่าเธอจะไม่หนี และใช่เธอหนีฉันไม่ได้ แก้มัดให้เธอ แล้วก็หุบปากซะ” ศศินออกคำสั่งกับลุกน้องก่อนจะสั่งเปมิกาซึ่งในตอนแรกที่เขาตั้งใจจะปิดปากหากแต่อีกฝ่ายดิ้นไม่ยอมหยุดจึงตัดรำคาญให้เลิกเอาผ้าปิดปาก

“ขอบคุณ” เธอเอ่ยขอบคุณศศินพลางนั่งอยู่ที่เดิมแล้วลูบที่ข้อมือของตัวเองคลายความเจ็บ ชำเลืองสายตามองไปที่ศศินอีกครั้งอย่างไร้คำพูดใดๆ ทั้งสิ้น

นอกจากมองอยุ่เงียบๆ มองดูศศินรอคอยดาริกา

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • รักร้าวภรรยา    บทพิเศษ 2 พรหมลิขิต

    บทพิเศษ 2พรหมลิขิตเจนีวา, สวิตเซอร์แลนด์เตโซนั่งมองทิวทัศน์ของเมืองเจนีวาที่หาดทรายเทียมอย่างสบายใจสำหรับวันพักผ่อน หลังจากจบเรื่องของเตชินและดาริกาได้สามเดือน ชายหนุ่มก็ตัดสินใจจองตั๋วมาเที่ยวพักผ่อนที่สวิตเซอร์แลนด์เพียงคนเดียว ทั้งยังเป็นการพักฟื้นจากการที่ได้รับบาดเจ็บเมื่อหลายเดือนก่อนถึงแม้ภายนอกจะดีขึ้นแต่การถูกยิงทะลุหน้าอกก็ไม่ใช่บาดแผลที่จะหายได้ง่ายๆ เขาจึงเลือกที่จะมาพักผ่อนยังประเทศที่มีเสน่ห์อย่างลงตัวระหว่างบ้านเมืองและธรรมชาติที่สวยงาม จากสถานที่ท่องเที่ยวเมืองหลักๆ ทั้งหมดสิบเอ็ดเมือง เขาเดินทางท่องเที่ยวไปแล้วห้าเมืองตลอดหนึ่งสัปดาห์ที่ผ่านมา และเจนีวาก็คือเมืองที่หกในวันแรกของสัปดาห์ที่สองชายหนุ่มทอดสายตามองความสบายใจที่อยู่เบื้องหน้าก่อนจะทอดสายตามองออกไปยังทะเลสาบเจนีวาก่อนจะดึงสายตาไปยังกลุ่มคนมากมายซึ่งกำลังยืนเกาะกลุ่มล้อมรอบบุคคลที่กำลังเล่นเปียโนให้กับผู้คนที่มาพักผ่อนอยู่ไม่ไกลมากนัก เขามองแล้วค่อยๆ เผลอรอยยิ้มออกมาเมื่อได้ยินเสียงเปียโนแสนไพเราะ เขายังคงมองนักดนตรีเปียโนบรรเลงอย่างไม่คิดหันไปมองสิ่งอื่น ไม่ต่างจากหญิงสาวคนไทยที่กำลังนั่งอยู่บนเก้าถัดไปท

  • รักร้าวภรรยา    บทพิเศษ 1 แค่มีดาริกาที่เป็นแม่ของลูก (2)

    ทว่าก็ต้องชะงักพลางเผยอริมฝีปากออกเล็กน้อยเมื่อสามีกำลังยืนนิ่งถือที่ตรวจครรภ์ยื่นไปตรงหน้าเตโซที่กำลังจะลงไปชั้นล่างเตรียมตัวทานมื้อเช้าก่อนออกไปทำงานที่บริษัท เมื่อในวันนี้ที่ปรึกษาอย่างเตโซจะต้องเข้าร่วมประชุมด้วยสำหรับการต้อนรับลูกค้ารายใหม่ “ดา...ดาท้องคนที่สามแล้วเหรอ” เตโซเอ่ยถามออกไปด้วยความดีใจเมื่อชำเลืองสายตาเลยไปมองน้องสะใภ้ที่กึ่งเดินกึ่งวิ่งตามน้องชายออกจากห้องมา “พี่โซ เอ่อ ค่ะ ดาท้องคนที่สามแล้วค่ะ” เธออึกอักตอบออกไปเพราะยังปรับอารมณ์ไม่ทันกับสถานการณ์ตรงหน้า “กี่เดือนแล้วล่ะ แล้วไปหาหมอหรือยัง เพิ่งตรวจเหรอ” คนเป็นพี่สามียิงคำถามออกมาไม่หยุดจนคนท้องตอบไม่ทันได้แต่ยืนยิ้มแห้งส่งกลับมา “เอ่อ...” เธอไม่รู้จะเริ่มต้นพูดออกไปเช่นไรดี “ห้าล้าน รับขวัญหลาคนที่สาม” คนที่เพิ่งรู้ตัวว่ากำลังจะเป็นคุณพ่อลุกสามกลับไม่สนใจบทสนทนาของภรรยาสาวกับพี่ชาย นอกจากข้อเรียกร้องเมื่อตนมีหลานให้กับพี่ชายที่ตัวเขาเองก็ไม่ทันตั้งตัวกับการมีลูกคนที่สาม แต่เงินไม่ใช่ประเด็นสำหรับเขากับการที่มาบอกพี่ชาย แต่

  • รักร้าวภรรยา    บทพิเศษ 1 แค่มีดาริกาที่เป็นแม่ของลูก (1)

    บทพิเศษ 1 แค่มีดาริกาที่เป็นแม่ของลูก มือหนาปัดเส้นผมที่ตกลงมาปกข้างแก้มของภรรยาสาวที่ยังคงนอนหลับใหลในห้วงนิทราไปเมื่อหนึ่งชั่วโมงก่อนหลังบทรักที่ชายหนุ่มมอบให้เพิ่งจบลง ก่อนจะเคลื่อนใบหน้าเข้าไปใกล้ก่อนจะประทับริมฝีปากลงบนแก้มนวลด้วยความหลงใหล ทว่าเป็นการปลุกให้ดาริกาตื่นจากภวังค์หวานเมื่อริมฝีปากไม่ได้หยุดแค่ที่แก้ม หนำซ้ำมือหนาเริ่มลูบไล้ไปตามเอวคอดที่เปลือยเปล่าไร้อาภรณ์ปกปิด “พี่เต ดาง่วงและเหนื่อยจะแย่แล้วนะคะ” สาวเจ้าพึมพำพลางปรือตาขึ้นมามองสามีหนุ่ม “แต่เมียตัวหอม พี่ทนไม่ไหว” เตชินกระซิบเสียงพร่า เคลื่อนหน้าจากใบหูมายังลำคอขาวลออก่อนจะซุกไซ้ลำคอที่ขึ้นสีแดงระเรื่อจากเครื่องหมายที่แสดงความเป็นเจ้าของ ซึ่งเกิดจากฝีปากร้ายของเขาที่ตีตราเอาไว้ “พี่เตขา เมื่อคืนก็ทั้งคืนแล้วนะคะ ให้ดาได้พักบ้างนะ นะคะ น้า” ดาริกายกมือดันสามีหนุ่มให้ผละออกห่างก่อนจะพูดอ้อมพร้อมสายตาหวานราวกับลูกแมวน้อยที่กำลังอ้อนเจ้านาย “งั้นนอนกอดก็แล้วกัน แต่คืนนี้พี่ไม่ปล่อยเหมือนตอนนี้แน่” เตชินแพ้เสียงหวานและสายตาออดอ้อ

  • รักร้าวภรรยา    บทส่งท้าย

    บทส่งท้าย เสียงคลื่นกระทบฝั่งพร้อมสายลมหอบใหญ่ที่พัดเข้าฝั่งปะทะผิวของเตชินที่นั่งอยู่บนหาดทรายสีขาวด้านข้างมีรองเท้าแตะสองคู่วางข้างกันหากแต่อีกหนึ่งคู่ไร้เจ้าของนั่งอยู่ข้างกายชายหนุ่ม เพียงไม่นานเสียงหวานใสเจ้าของรองเท้าแตะดังขึ้นจากด้านหลังของเขา เสียงเท้าก้าวเดินมาทำให้รอยยิ้มบนใบหน้าของเขาคลี่ยิ้มกว้างอย่างรู้ทันก่อนจะหันไปหอมแก้มหญิงสาวเมื่อเธอนั่งลงแล้วโน้มตัวสวมกอดจากด้านหลังพลางเกยคางลงบนบ่าของเขา“คิดถึงพี่เต” ดาริกาคลี่ยิ้มกว้างพูดออกไปเมื่อถูกเตชินขโมยหอมแก้ม“พี่คิดถึงมากกว่า มา มานั่งนี่” เตชินพูดพลางเอี้ยวตัวดึงแขนดาริกาให้เดินอ้อมมานั่งลงด้านหน้าระหว่างขาของชายหนุ่มก่อนจะสวมกอดเมื่อหญิงสาวเอนกายพิงลงมาอย่างทะนุถนอม“ขอบคุณนะคะพี่เต และดาก็ขอโทษที่ทิ้งพี่เตไปแบบนั้น” ดาริกาพูดขึ้นขณะที่นั่งช้อนตัวอยู่ข้างหน้าเตชินโดนที่ถูกเขาสวมกอดพลางใช้มือลูบลงบนหน้าท้องที่นูนขึ้นมาเล็กน้อยตามอายุครรภ์สิบหกสัปดาห์“พี่ไม่เคยโกรธดาเลย มีแต่จะรักและแคร์ดามากกว่า อีกอย่างเรื่องมันก็ผ่านไปสามปีกว่าแล้ว” เตชินกระชับกอดให้ดาริกาได้รู้สึกว่าเขาคิดอย่างที่พูดออกไปเพราะทั้งหมดชายหนุ่มก็มีส่

  • รักร้าวภรรยา    บทที่ 27 เอาให้เข็ดแล้วตบท้ายด้วยรัก (3)

    มีแต่จะใส่อารมณ์ใส่เธอเช่นนี้เสมอเขาผิด ใช่เขาพลาด ใช่เธอหนีไป ก็สมควร แต่ต้องไม่ใช่ตอนนี้ที่เขาจะปล่อยเธอให้หลุดมือไปอีกเป็นแน่ เพราะเขาจะแสดงออกมาให้เธอเห็นว่าสิ่งที่เขาทำความรู้สึกที่มีมันหมายความเช่นไร และความกลัวที่จะเสียเธอไปอีกทำให้เขารีบวิ่งไปกอดรัดหญิงสาวจากทางด้านหลังทันทีเขาจะไม่ยอมปล่อยเธอให้หายไปไหนได้อีกแม้ว่าทั้งเตโซและดาริกาจะโกหกหรือคิดจะเอาคืนเขากับช่วงเวลาที่ผ่านมาจนน่าหงุดหงิดและไม่น่าให้อภัย แต่เขาจะยอมปล่อยผ่านแล้วลืมมันไป เพราะตอนนี้สิ่งสำคัญสำหรับเขาที่ควรจะให้ความใส่ใจมากที่สุดก็คือดาริกา...“ไอ้พี่เต! ปล่อยนะ” ดาริกาขึ้นเสียงพลางดิ้นให้สุดแรงด้วยความตกใจเมื่อถูกเตชินวิ่งเข้ามากอดจากทางด้านหลังอย่างไม่ทันตั้งตัว“ถ้าจะเรียกไอ้ไม่ต้องมีพี่ก็ได้นะ...เดี๋ยวนี้โตขึ้นเยอะเลยนะ” เตชินรัดแขนที่โอบกอดเธอจากด้านหลังแน่ขึ้นเพื่อไม่ให้เธอหลุดออกได้ง่ายๆ พลางพูดทะเล้นใส่“พี่เตปล่อย” เมื่อเห็นว่าเขาไม่คิดจะปล่อยง่ายๆ จึงเสียงเข้มขึ้นพร้อมกับแรงที่พยายามสลัดตัวเองให้หลุดออกจากอ้อมแขนของเขา“พี่ไม่ปล่อย...น้องดา น้องดา ดา!” เตชินปฏิเสธพลางเรียกชื่อของดาริกาเสี

  • รักร้าวภรรยา    บทที่ 27 เอาให้เข็ดแล้วตบท้ายด้วยรัก (2)

    ทันทีที่ได้รับข้อความจากนักสืบว่าดาริกาขึ้นเครื่องแล้วเรียบร้อย เตชินก็แทบจะนั่งรอต่อไม่ไหวเพราะกว่าหนึ่งชั่วโมงครึ่งที่หญิงสาวจะเดินทางมาถึงภูเก็ต และแน่นอนว่าชายหนุ่มเลือกที่จะนั่งรอจนกระทั่งใกล้ถึงเวลาเครื่องลง เขาก็เลือกที่ทำตัวตามปกติเพราะอยากดูว่าพี่ชายของตัวเองคิดจะทำเช่นไรต่อเมื่อสาวเจ้าเดินทางมาถึงเตชินก้าวเดินตรงเข้าไปหาดาริกาทันทีเมื่อเห็นหญิงสาวเดินจับจูงมือเด็กชายตัวน้อยออกมาจากเกทโดยที่ทุกคนทางฝั่งเตโซไม่ทันตั้งตัว กว่าจะรู้ตัวอีกทีก็สายไปแล้วที่จะทำตามแผนไม่ให้เตชินได้เจอหน้าลูกก่อน มิหนำซ้ำยังทำให้ดาริกาตกใจไม่น้อยที่อยู่ๆ เตชินก็พุ่งตัวเข้ามาคว้าแขนของเธอทันทีที่เดินพ้นประตูขาเข้า“น้องดา”“พี่เต!”“เต น้องดา”เตโซร้องเรียกคนทั้งสองด้วยความตกใจและทำอะไรต่อไม่ถูกเมื่อน้องชายของเขาพรวดพราดเข้าไปหาโดยที่เขายังไม่ทันจะตั้งหลักทำตามแผนก่อนจะมองไปที่ดาริกาด้วยสายตาขอโทษกับความผิดพลาดเช่นนี้“แผนพี่จะทำยังไงต่อครับ” เตชินหันไปถามพี่ชายทั้งที่ยังจับแขนของดาริกาไม่ยอมปล่อยและเขาก็ไม่กล้ามองหน้าเด็กชายตัวน้อยที่กำลังเงยหน้ามามองเขาอยู่ด้วยความกลัวและตอนนี้อยากจะคุยกับดาริกามา

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status