เข้าสู่ระบบบทที่ 23
จุดจบ
ดาริกาซึ่งกำลังนั่งรถไปยังชานเมืองได้แต่ครุ่นคิดไม่ตกว่าจะทำเช่นไรดีเพราะก่อนหน้านี้ได้แต่ร้อนใจเรื่องของเปมิกา พอได้สงบสติอยุ่ตามลำพังก็ทำให้เธออดคิดผลพวงที่จะตามมาไม่ได้หากวู่วามใจร้อนทำผิดพลาดไปอย่างไม่น่าให้อภัยทั้งที่เตโซพยายามทำทุกอย่างเพื่อปกป้องเธอมาตลอด มิหนำซ้ำเตชินยังทำทุกอย่างเพื่อปกป้องความรู้สึกและทำเพื่อเธอมาก้ไม่ใช่น้อย
ไม่ใช่เธอจำไม่ได้ว่าเคยพูดอะไรกับเขาเอาไว้ในวัยเด็กและเป็นฝ่ายจดจำได้มาตลอดถึงได้ให้เธอเป็นผู้ช่วยมีโต๊ะทำงานในห้องเช่นนั้น
เขาจำมันได้ทุกอย่างกับช่วงเวลาดีๆ ระหว่างกันมาตลอด จะให้เธอทำร้ายเขาได้อย่างไร
ดาริกาครุ่นคิดว่าควรทำเช่นไรดีที่ไม่กระทบทั้งเตชินและเตโซกับการไปหาศศินในครั้งนี้ ทั้งยังมีเรื่องของเปมิกาที่ทุกคนก็คงยังไม่ทราบเรื่องเป็นแน่ถึงไม่ได้มีความเคลื่อนไหวใดๆ ทั้งทางฝั่งตำรวจและเตโซเช่นนี้ หญิงสาวนั่งทบทวนกับตัวเองอยู่ที่เบาะหลังของรถแท็กซี่ระหว่างที่กำลังแล่นไปตามท้องถนน
จนในที่สุดเธอตัดสินใจหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาแล้วกดโทร. ออกไปหาเตโซด้วยการตัดสินใจที่ทบทวนดีแล้วว่าเธอจะต้องบอกเรื่องนี้กับเตโซเพื่อหาทางแก้ไขและป้องกันการเกิดอันตรายที่ไม่คาดคิดเอาไว้อีกทาง เพราะศศินไม่ใช่เด็กหนุ่มที่ใครต่างก็มองว่าเป็นคนดีเหมือนแต่ก่อนแล้ว
ตอนนี้ศศินคืออาชญากรที่หลับหนีตำรวจซึ่งพร้อมจะหนีข้ามประเทศได้ทุกเวลาและทำร้ายคนอื่นอย่างไม่ลังเลหากใคนเข้ามาขวางเอาไว้
“ว่ายังไงน้องดา พี่เพิ่งออกจากการประชุมพอดี” เตโซกดรับอย่างไม่ฉุกคิดใดๆ ถามออกไป
“ศินลักพาตัวพี่เปรมไปคะ ก่อนหน้าศินโทร. มาหาดาเพื่อให้ดาไปพบและตอนนี้กำลังไปคะ พี่…” ดาริการีบบอกออกไปอย่างไม่ปิดบังก่อนจะเงียบลงเมื่อถูกเตโซตะโกนแทรกคำพูดด้วยความตกใจ
“อะไรนะ! รีบกลับมาเดี๋ยวนี้ ทำไมใจร้อนทำอะไรแบบนี้น้องดา ศศินไม่ใช่เพื่อนที่ไว้ใจได้เหมือนเมื่อก่อนแล้วนะดา กลับมาหาพี่ที่บริษัทแล้วเราจะไปหาตำรวจด้วยกันเพื่อจัดการเรื่องนี้” เตโซรู้สึกหงุดหงิดและไม่สบอารมณ์ที่สุดทั้งที่การประชุมที่เพิ่งจบไปช่างเป็นเรื่องดีจนเขารู้สึกสบายใจ
“ถ้าดาคิดจะไปคนเดียวจริงๆ ดาไม่ตัดสินใจโทร. ไปหาพี่โซหรอกนะคะ ฟังดาก่อนได้ไหม ขอให้ดาได้ทำอะไรเพื่อแก้ไขเรื่องที่มันเป็นปัญหาของครอบครัวดาเองบ้างได้ไหมคะ มันยืดเยื้อมานานกว่าหกปีแล้วนะคะ” ดาริกาพูดเสียงอ่อนล้าอย่างขอร้องเตโซ
“...ก็ได้ แต่ให้รอพี่ไปถึงก่อนค่อยเข้าไปหาศศิน ตกลงไหม” เตดซเงียบไปครู่หนึ่งอย่างใช้ความคิดกับการตัดสินใจกับคำขอร้องของดาริกาก่อนจะยอมในที่สุด
“ดามีแผนคะ อาจจะช่วยได้ไหมมากเท่ากับสิ่งที่ดาจะขอร้องพี่โซให้ช่วย เพราะดาอยากจบมันแล้วจริงๆ กับเรื่องพวกนี้ พ่อแม่ดาตายไปแล้วดาพี่เตก็มาถูกยิงอีก ดาไม่อยากให้มีคนเจ็บคนตายเพิ่มอีกแล้วคะ” ดาริกาพูดเสียงสั่นเล็กน้อยกับสิ่งที่สูญเสียไปอย่างไม่มีวันหวนกลับ
และความจริงที่ว่าเธอทำให้คนที่หวังดีเดือดร้อนมาตลอดจนเจ็บตัวไม่รู้กี่คนแล้ว
“พี่ตกลง พี่จะยอมทำทุกอย่างที่ดาขอและจะปกป้องดา” เตโซรับปากด้วยน้ำเสียงหนักแน่นพลางครุ่นคิดว่าถ้าหากเขาดูแลปกป้องดาริกาให้ดีกว่าที่ทำอยู่เรื่องคงจบลงไปนานแล้ว
ถ้าหากว่าเขาไม่เลือกที่จะตัดหญิงสาวไปให้พ้นเรื่องเมื่อหกปีก่อนมันก็คงดีไม่ใช่น้อยที่เธอกับเขาจะได้มีความสุขมากกว่านี้ มากกว่าที่เป็นอยู่ แต่ก็นั่นแหละ เขามอบความสุขนั้นให้กับเตชินน้องชายเพียงคนเดียวของเขาที่จะยอมทำทุกอย่างเพื่อให้น้องชายได้มีความสุข ยอมแม้กระทั่งผู้หญิงที่เขาแอบรักอย่างดาริกา การได้มองคนสองคนที่เขารักมีความสุขได้อยู่ด้วยกันได้ทำอะไรมากมาย ยิ่งไปกว่านั้นทั้งเตชินกับดาริกาต่างช่วยกันบริหารบริษัทของเขาได้เป็นอย่างดี
ใช่ว่าเขาจะไม่รับรู้อะไรเลยตลอดเวลาที่ผ่านมาและมันคือความสุขของเขามาตลอด
แต่ไม่คิดเลยว่าความสุขมักมาพร้อมกับความเศร้าเสียใจได้รวดเร็วเช่นนี้ ทั้งที่คิดแล้วว่าจะไม่มีปัญหามากไปกว่าการตามจับศศินเมื่อมือปืนที่ยิงเตชินถูกจับแล้ว แม้ตลอดสองสามวันที่ผ่านมาเขาจะจับตาดูดาริกากับเปมิกาไม่ให้คาดสายตาก็ยังพลาดได้ ไม่คิดเลยว่าศศินจะเก็บตัวเงียบรอเวลายามที่เขาหละหลวมได้บังเอิญขนาดนี้หรือไม่ก็อาจจะรู้ว่าวันนี้เขามีประชุมที่แม้แต่เคนจะต้องเข้าร่วมประชุมด้วย ทั้งพฤกษ์ก็อยู่เชียงรายเพื่อแฝงตัวไปเป็นสายตามหาศศินแต่ใครจะคิดว่าคนร้ายจะอยู่ใกล้ตัวขนาดนี้
ที่ที่อันตรายที่สุดคือที่ที่ปลอดภัยที่สุดสินะ
บทพิเศษ 2พรหมลิขิตเจนีวา, สวิตเซอร์แลนด์เตโซนั่งมองทิวทัศน์ของเมืองเจนีวาที่หาดทรายเทียมอย่างสบายใจสำหรับวันพักผ่อน หลังจากจบเรื่องของเตชินและดาริกาได้สามเดือน ชายหนุ่มก็ตัดสินใจจองตั๋วมาเที่ยวพักผ่อนที่สวิตเซอร์แลนด์เพียงคนเดียว ทั้งยังเป็นการพักฟื้นจากการที่ได้รับบาดเจ็บเมื่อหลายเดือนก่อนถึงแม้ภายนอกจะดีขึ้นแต่การถูกยิงทะลุหน้าอกก็ไม่ใช่บาดแผลที่จะหายได้ง่ายๆ เขาจึงเลือกที่จะมาพักผ่อนยังประเทศที่มีเสน่ห์อย่างลงตัวระหว่างบ้านเมืองและธรรมชาติที่สวยงาม จากสถานที่ท่องเที่ยวเมืองหลักๆ ทั้งหมดสิบเอ็ดเมือง เขาเดินทางท่องเที่ยวไปแล้วห้าเมืองตลอดหนึ่งสัปดาห์ที่ผ่านมา และเจนีวาก็คือเมืองที่หกในวันแรกของสัปดาห์ที่สองชายหนุ่มทอดสายตามองความสบายใจที่อยู่เบื้องหน้าก่อนจะทอดสายตามองออกไปยังทะเลสาบเจนีวาก่อนจะดึงสายตาไปยังกลุ่มคนมากมายซึ่งกำลังยืนเกาะกลุ่มล้อมรอบบุคคลที่กำลังเล่นเปียโนให้กับผู้คนที่มาพักผ่อนอยู่ไม่ไกลมากนัก เขามองแล้วค่อยๆ เผลอรอยยิ้มออกมาเมื่อได้ยินเสียงเปียโนแสนไพเราะ เขายังคงมองนักดนตรีเปียโนบรรเลงอย่างไม่คิดหันไปมองสิ่งอื่น ไม่ต่างจากหญิงสาวคนไทยที่กำลังนั่งอยู่บนเก้าถัดไปท
ทว่าก็ต้องชะงักพลางเผยอริมฝีปากออกเล็กน้อยเมื่อสามีกำลังยืนนิ่งถือที่ตรวจครรภ์ยื่นไปตรงหน้าเตโซที่กำลังจะลงไปชั้นล่างเตรียมตัวทานมื้อเช้าก่อนออกไปทำงานที่บริษัท เมื่อในวันนี้ที่ปรึกษาอย่างเตโซจะต้องเข้าร่วมประชุมด้วยสำหรับการต้อนรับลูกค้ารายใหม่ “ดา...ดาท้องคนที่สามแล้วเหรอ” เตโซเอ่ยถามออกไปด้วยความดีใจเมื่อชำเลืองสายตาเลยไปมองน้องสะใภ้ที่กึ่งเดินกึ่งวิ่งตามน้องชายออกจากห้องมา “พี่โซ เอ่อ ค่ะ ดาท้องคนที่สามแล้วค่ะ” เธออึกอักตอบออกไปเพราะยังปรับอารมณ์ไม่ทันกับสถานการณ์ตรงหน้า “กี่เดือนแล้วล่ะ แล้วไปหาหมอหรือยัง เพิ่งตรวจเหรอ” คนเป็นพี่สามียิงคำถามออกมาไม่หยุดจนคนท้องตอบไม่ทันได้แต่ยืนยิ้มแห้งส่งกลับมา “เอ่อ...” เธอไม่รู้จะเริ่มต้นพูดออกไปเช่นไรดี “ห้าล้าน รับขวัญหลาคนที่สาม” คนที่เพิ่งรู้ตัวว่ากำลังจะเป็นคุณพ่อลุกสามกลับไม่สนใจบทสนทนาของภรรยาสาวกับพี่ชาย นอกจากข้อเรียกร้องเมื่อตนมีหลานให้กับพี่ชายที่ตัวเขาเองก็ไม่ทันตั้งตัวกับการมีลูกคนที่สาม แต่เงินไม่ใช่ประเด็นสำหรับเขากับการที่มาบอกพี่ชาย แต่
บทพิเศษ 1 แค่มีดาริกาที่เป็นแม่ของลูก มือหนาปัดเส้นผมที่ตกลงมาปกข้างแก้มของภรรยาสาวที่ยังคงนอนหลับใหลในห้วงนิทราไปเมื่อหนึ่งชั่วโมงก่อนหลังบทรักที่ชายหนุ่มมอบให้เพิ่งจบลง ก่อนจะเคลื่อนใบหน้าเข้าไปใกล้ก่อนจะประทับริมฝีปากลงบนแก้มนวลด้วยความหลงใหล ทว่าเป็นการปลุกให้ดาริกาตื่นจากภวังค์หวานเมื่อริมฝีปากไม่ได้หยุดแค่ที่แก้ม หนำซ้ำมือหนาเริ่มลูบไล้ไปตามเอวคอดที่เปลือยเปล่าไร้อาภรณ์ปกปิด “พี่เต ดาง่วงและเหนื่อยจะแย่แล้วนะคะ” สาวเจ้าพึมพำพลางปรือตาขึ้นมามองสามีหนุ่ม “แต่เมียตัวหอม พี่ทนไม่ไหว” เตชินกระซิบเสียงพร่า เคลื่อนหน้าจากใบหูมายังลำคอขาวลออก่อนจะซุกไซ้ลำคอที่ขึ้นสีแดงระเรื่อจากเครื่องหมายที่แสดงความเป็นเจ้าของ ซึ่งเกิดจากฝีปากร้ายของเขาที่ตีตราเอาไว้ “พี่เตขา เมื่อคืนก็ทั้งคืนแล้วนะคะ ให้ดาได้พักบ้างนะ นะคะ น้า” ดาริกายกมือดันสามีหนุ่มให้ผละออกห่างก่อนจะพูดอ้อมพร้อมสายตาหวานราวกับลูกแมวน้อยที่กำลังอ้อนเจ้านาย “งั้นนอนกอดก็แล้วกัน แต่คืนนี้พี่ไม่ปล่อยเหมือนตอนนี้แน่” เตชินแพ้เสียงหวานและสายตาออดอ้อ
บทส่งท้าย เสียงคลื่นกระทบฝั่งพร้อมสายลมหอบใหญ่ที่พัดเข้าฝั่งปะทะผิวของเตชินที่นั่งอยู่บนหาดทรายสีขาวด้านข้างมีรองเท้าแตะสองคู่วางข้างกันหากแต่อีกหนึ่งคู่ไร้เจ้าของนั่งอยู่ข้างกายชายหนุ่ม เพียงไม่นานเสียงหวานใสเจ้าของรองเท้าแตะดังขึ้นจากด้านหลังของเขา เสียงเท้าก้าวเดินมาทำให้รอยยิ้มบนใบหน้าของเขาคลี่ยิ้มกว้างอย่างรู้ทันก่อนจะหันไปหอมแก้มหญิงสาวเมื่อเธอนั่งลงแล้วโน้มตัวสวมกอดจากด้านหลังพลางเกยคางลงบนบ่าของเขา“คิดถึงพี่เต” ดาริกาคลี่ยิ้มกว้างพูดออกไปเมื่อถูกเตชินขโมยหอมแก้ม“พี่คิดถึงมากกว่า มา มานั่งนี่” เตชินพูดพลางเอี้ยวตัวดึงแขนดาริกาให้เดินอ้อมมานั่งลงด้านหน้าระหว่างขาของชายหนุ่มก่อนจะสวมกอดเมื่อหญิงสาวเอนกายพิงลงมาอย่างทะนุถนอม“ขอบคุณนะคะพี่เต และดาก็ขอโทษที่ทิ้งพี่เตไปแบบนั้น” ดาริกาพูดขึ้นขณะที่นั่งช้อนตัวอยู่ข้างหน้าเตชินโดนที่ถูกเขาสวมกอดพลางใช้มือลูบลงบนหน้าท้องที่นูนขึ้นมาเล็กน้อยตามอายุครรภ์สิบหกสัปดาห์“พี่ไม่เคยโกรธดาเลย มีแต่จะรักและแคร์ดามากกว่า อีกอย่างเรื่องมันก็ผ่านไปสามปีกว่าแล้ว” เตชินกระชับกอดให้ดาริกาได้รู้สึกว่าเขาคิดอย่างที่พูดออกไปเพราะทั้งหมดชายหนุ่มก็มีส่
มีแต่จะใส่อารมณ์ใส่เธอเช่นนี้เสมอเขาผิด ใช่เขาพลาด ใช่เธอหนีไป ก็สมควร แต่ต้องไม่ใช่ตอนนี้ที่เขาจะปล่อยเธอให้หลุดมือไปอีกเป็นแน่ เพราะเขาจะแสดงออกมาให้เธอเห็นว่าสิ่งที่เขาทำความรู้สึกที่มีมันหมายความเช่นไร และความกลัวที่จะเสียเธอไปอีกทำให้เขารีบวิ่งไปกอดรัดหญิงสาวจากทางด้านหลังทันทีเขาจะไม่ยอมปล่อยเธอให้หายไปไหนได้อีกแม้ว่าทั้งเตโซและดาริกาจะโกหกหรือคิดจะเอาคืนเขากับช่วงเวลาที่ผ่านมาจนน่าหงุดหงิดและไม่น่าให้อภัย แต่เขาจะยอมปล่อยผ่านแล้วลืมมันไป เพราะตอนนี้สิ่งสำคัญสำหรับเขาที่ควรจะให้ความใส่ใจมากที่สุดก็คือดาริกา...“ไอ้พี่เต! ปล่อยนะ” ดาริกาขึ้นเสียงพลางดิ้นให้สุดแรงด้วยความตกใจเมื่อถูกเตชินวิ่งเข้ามากอดจากทางด้านหลังอย่างไม่ทันตั้งตัว“ถ้าจะเรียกไอ้ไม่ต้องมีพี่ก็ได้นะ...เดี๋ยวนี้โตขึ้นเยอะเลยนะ” เตชินรัดแขนที่โอบกอดเธอจากด้านหลังแน่ขึ้นเพื่อไม่ให้เธอหลุดออกได้ง่ายๆ พลางพูดทะเล้นใส่“พี่เตปล่อย” เมื่อเห็นว่าเขาไม่คิดจะปล่อยง่ายๆ จึงเสียงเข้มขึ้นพร้อมกับแรงที่พยายามสลัดตัวเองให้หลุดออกจากอ้อมแขนของเขา“พี่ไม่ปล่อย...น้องดา น้องดา ดา!” เตชินปฏิเสธพลางเรียกชื่อของดาริกาเสี
ทันทีที่ได้รับข้อความจากนักสืบว่าดาริกาขึ้นเครื่องแล้วเรียบร้อย เตชินก็แทบจะนั่งรอต่อไม่ไหวเพราะกว่าหนึ่งชั่วโมงครึ่งที่หญิงสาวจะเดินทางมาถึงภูเก็ต และแน่นอนว่าชายหนุ่มเลือกที่จะนั่งรอจนกระทั่งใกล้ถึงเวลาเครื่องลง เขาก็เลือกที่ทำตัวตามปกติเพราะอยากดูว่าพี่ชายของตัวเองคิดจะทำเช่นไรต่อเมื่อสาวเจ้าเดินทางมาถึงเตชินก้าวเดินตรงเข้าไปหาดาริกาทันทีเมื่อเห็นหญิงสาวเดินจับจูงมือเด็กชายตัวน้อยออกมาจากเกทโดยที่ทุกคนทางฝั่งเตโซไม่ทันตั้งตัว กว่าจะรู้ตัวอีกทีก็สายไปแล้วที่จะทำตามแผนไม่ให้เตชินได้เจอหน้าลูกก่อน มิหนำซ้ำยังทำให้ดาริกาตกใจไม่น้อยที่อยู่ๆ เตชินก็พุ่งตัวเข้ามาคว้าแขนของเธอทันทีที่เดินพ้นประตูขาเข้า“น้องดา”“พี่เต!”“เต น้องดา”เตโซร้องเรียกคนทั้งสองด้วยความตกใจและทำอะไรต่อไม่ถูกเมื่อน้องชายของเขาพรวดพราดเข้าไปหาโดยที่เขายังไม่ทันจะตั้งหลักทำตามแผนก่อนจะมองไปที่ดาริกาด้วยสายตาขอโทษกับความผิดพลาดเช่นนี้“แผนพี่จะทำยังไงต่อครับ” เตชินหันไปถามพี่ชายทั้งที่ยังจับแขนของดาริกาไม่ยอมปล่อยและเขาก็ไม่กล้ามองหน้าเด็กชายตัวน้อยที่กำลังเงยหน้ามามองเขาอยู่ด้วยความกลัวและตอนนี้อยากจะคุยกับดาริกามา







