เข้าสู่ระบบสามวันต่อมา
เตชินก้าวเดินไปตามทางเดินชั้นสองของบ้านด้วยสีหน้านิ่งเรียบจนน่ากลัวแม้แต่ป้าแก้วตาก็ยังเข้าหน้าไม่ติด จนกระทั่งเตโซกำลังเดินสวนทางมาชายหนุ่มจึงหยุดเดินรอพี่ชายให้เดินมาถึงก่อนจะเอ่ยถามขึ้นเสียงแข็งด้วยความหงุดหงิดแต่พยายามข่มอารมณ์ตัวเองไม่ให้ระเบิดโทสะออกไป
“พี่รู้ใช่ไหมว่าดาไปไหน” เตชินถามขึ้นทันที
“พูดอะไรเต” เตโซแกล้งทำเป็นไขสือ
“เมื่อวานตอนเย็นเรานั่งกินข้าวกันสามคน เที่ยงคืนผมได้ยินเสียงรถขับออกจากบ้านไป เช้ามาผมได้ยินป้าแก้วถามหาดา พอเข้าไปที่ห้องพบว่าดาเก็บข้าวของบางส่วนไป พี่โซ ผมขอร้อง ผมเตรียมเซอร์ไพรส์ให้ดามาสองวันเต็ม แต่มาวันนี้พบว่าเธอหายไป” เตชินเริ่มขึ้นเสียงทีละนิดๆ ด้วยความร้อนใจ
“พี่เองก็ไม่คิดว่าดาจะไปเร็วแบบนี้...ดาไปเรียนต่อ แต่ไปเรียนที่ไหนเตต้องตามเอาเองนะ พี่คงบอกไม่ได้” เตโซพึมพำกับตัวเองเสียงแผ่วก่อนจะดึงสายตากลับไปหาน้องชายอีกครั้งแล้วให้คำตอบไปอย่างที่ได้รับปากดาริกาเอาไว้
และที่สำคัญเขาเองก็มีแผนที่จะทำให้คนทั้งสองหันกลับมาจับมือกันอีกครั้งอย่างไม่มีลังเลหรือสับสนได้อีก ฉะนั้นแล้วแผนก็จะเริ่มทันทีในตอนนี้ ถือว่าเป็นบทเรียนพิสูจน์หัวใจของคนทั้งสองก็แล้วกัน หากมีใจตรงกันก็ไม่ใช่เรื่องยากที่เตชินกับดาริกาจะหันกลับมารักกันและพร้อมจะเดินจับมือไปบนเส้นทางของคำว่าครอบครัวได้ในที่สุด ถ้าหากไม่ใช่ขึ้นมาอย่างที่คิดอย่างน้อยคนทั้งสองจะได้เป็นพี่น้องที่มองหน้ากันติดและแสดงความห่วงใยได้อย่างบริสุทธิ์ใจ
ส่วนเขาจะทำหน้าที่พี่ชายของคนทั้งสองให้ดีที่สุด
“เรียนต่อ! แล้วทำไมถึงบอกไม่ได้ครับ ถ้าพี่เป็นคนไปส่งก็ต้องรู้สิครับว่าดาไปเรียนที่ไหน พี่โซบอกผมมาว่าเธอไปที่ไหน” เตชินระเบิดอารมณ์ออกไปอย่างควบคุมไม่ได้เมื่อได้รู้ว่าหญิงสาวหายไปทำอะไรแต่กลับไม่รู้สถานที่
“ถ้าเตรู้จะทำอะไรได้ แล้วพี่เตือนนะว่าถ้าเตตามไปพี่เชื่อว่าดาจะหนีไปอีก” เตโซถามพลางเตือนให้เตชินมีสติฉุกคิดไปกับคำพูดของเขา
“ทำไมดาจะต้องหนีถ้าผมจะไปตามเมีย” เตชินขมวดคิ้วถามกลับไปอย่างไม่เข้าใจด้วยท่าทีไม่สบอารมณ์ที่สุด
“เต จำที่พี่บอกได้ไหมว่าดาก็รู้สึกและคิดไม่ต่างจากเตในตอนแรกหลังได้ยินสิ่งที่ศินพูด แต่เตรู้ใจตัวเองก่อนและมั่นใจแต่กับดาไม่ใช่” เตโซใช้ความใจเย็นเข้าสู้อารมณ์ร้อนของเตชินพร้อมเหตุผล
“เป็นไปไม่ได้ ดารู้สึกยังไงกับผมมันชัดเจนอยู่แล้ว ทำไมถึงคิดแบบนั้น แล้วทำไมจะต้องหนีไม่มาคุยมาเคลียร์กัน ผมไม่เข้าใจ” เตชินถามออกไปด้วยอากราตกใจจนไม่อยากยอมรับ
เพราะคำตอบที่ได้รู้การตัดสินใจของดาริกาคือเรื่องอะไรก็ทำให้เตชินปิดกั้นอย่างไม่ยอมรับได้แต่ยิงคำตอบหาคนมารับผิดแทนทั้งที่เขาควรที่จะเข้าใจและยอมรับมันอย่างลูกผู้ชาย
“เพราะดาแคร์เตไง ดายังหาคำตอบของหัวใจตัวเองไม่ได้ ดาเลือกที่จะอยู่ห่างจากเตเพื่อค้นหาคำตอบให้มันชัดเจน ดาไม่อยากทำร้ายเตด้วยการไม่ชัดเจนของความรู้สึก ดารู้แล้วว่าเตคิดยังไง” เตโซอธิบายให้เตชินได้เข้าใจเหตุผลของดาริกาที่เลือกจะไป
“แต่ดายังไม่รู้ใจตัวเองที่ชัดเจน” เตชินพูดต่อท้ายประโยคของเตโซเสียงแผ่วเพื่อบอกกับตัวเองถึงเหตุผลที่แท้จริงของดาริกา สายตาหมองหม่นลงฉับพลัน
ครานี้ความสับสนว้าวุ่นในใจก่อเกิดขึ้นด้วยความกลัว หากหญิงสาวค้นพบว่าเธอไม่ได้ใจตรงกับเขาเล่า ความสัมพันธ์ระหว่างเขากับเธอจะเดินต่อไปอย่างไรกัน ถ้าหากเขารักเธออยู่ฝ่ายเดียว เขาคงยอมปล่อยมือจากเธอไปไม่ได้ถ้าผลลัพธ์ออกมาเช่นนั้นเป็นแน่
เขารู้ตัวนานแล้วว่าหัวใจมีเธอเป็นเจ้าของหากแต่เขาเผยมันออกมาช้าเกินไปจนทุกอย่างสายไปเช่นนี้ สายเกินกว่าจะรั้งเธอเอาไว้แล้วพูดคุยกันก่อน
อย่างน้อยการได้คุยกันทุกอย่างมันอาจจะแตกต่างไปจากตอนนี้
มันคงจะมีอะไรดีขึ้นมากกว่านี้…
“เต พี่เข้าใจว่าเตคงรู้สึกไม่ดีที่ได้รู้แบบนี้ แต่เชื่อพี่เถอะ ยังไงดาจะต้องกลับมา” เตโซเห็นสีหน้าที่หม่นหมองลงของน้องชายจึงพูดขึ้นพลางยื่นมือไปวางลงบนบ่าอย่างให้กำลังใจ
บทพิเศษ 2พรหมลิขิตเจนีวา, สวิตเซอร์แลนด์เตโซนั่งมองทิวทัศน์ของเมืองเจนีวาที่หาดทรายเทียมอย่างสบายใจสำหรับวันพักผ่อน หลังจากจบเรื่องของเตชินและดาริกาได้สามเดือน ชายหนุ่มก็ตัดสินใจจองตั๋วมาเที่ยวพักผ่อนที่สวิตเซอร์แลนด์เพียงคนเดียว ทั้งยังเป็นการพักฟื้นจากการที่ได้รับบาดเจ็บเมื่อหลายเดือนก่อนถึงแม้ภายนอกจะดีขึ้นแต่การถูกยิงทะลุหน้าอกก็ไม่ใช่บาดแผลที่จะหายได้ง่ายๆ เขาจึงเลือกที่จะมาพักผ่อนยังประเทศที่มีเสน่ห์อย่างลงตัวระหว่างบ้านเมืองและธรรมชาติที่สวยงาม จากสถานที่ท่องเที่ยวเมืองหลักๆ ทั้งหมดสิบเอ็ดเมือง เขาเดินทางท่องเที่ยวไปแล้วห้าเมืองตลอดหนึ่งสัปดาห์ที่ผ่านมา และเจนีวาก็คือเมืองที่หกในวันแรกของสัปดาห์ที่สองชายหนุ่มทอดสายตามองความสบายใจที่อยู่เบื้องหน้าก่อนจะทอดสายตามองออกไปยังทะเลสาบเจนีวาก่อนจะดึงสายตาไปยังกลุ่มคนมากมายซึ่งกำลังยืนเกาะกลุ่มล้อมรอบบุคคลที่กำลังเล่นเปียโนให้กับผู้คนที่มาพักผ่อนอยู่ไม่ไกลมากนัก เขามองแล้วค่อยๆ เผลอรอยยิ้มออกมาเมื่อได้ยินเสียงเปียโนแสนไพเราะ เขายังคงมองนักดนตรีเปียโนบรรเลงอย่างไม่คิดหันไปมองสิ่งอื่น ไม่ต่างจากหญิงสาวคนไทยที่กำลังนั่งอยู่บนเก้าถัดไปท
ทว่าก็ต้องชะงักพลางเผยอริมฝีปากออกเล็กน้อยเมื่อสามีกำลังยืนนิ่งถือที่ตรวจครรภ์ยื่นไปตรงหน้าเตโซที่กำลังจะลงไปชั้นล่างเตรียมตัวทานมื้อเช้าก่อนออกไปทำงานที่บริษัท เมื่อในวันนี้ที่ปรึกษาอย่างเตโซจะต้องเข้าร่วมประชุมด้วยสำหรับการต้อนรับลูกค้ารายใหม่ “ดา...ดาท้องคนที่สามแล้วเหรอ” เตโซเอ่ยถามออกไปด้วยความดีใจเมื่อชำเลืองสายตาเลยไปมองน้องสะใภ้ที่กึ่งเดินกึ่งวิ่งตามน้องชายออกจากห้องมา “พี่โซ เอ่อ ค่ะ ดาท้องคนที่สามแล้วค่ะ” เธออึกอักตอบออกไปเพราะยังปรับอารมณ์ไม่ทันกับสถานการณ์ตรงหน้า “กี่เดือนแล้วล่ะ แล้วไปหาหมอหรือยัง เพิ่งตรวจเหรอ” คนเป็นพี่สามียิงคำถามออกมาไม่หยุดจนคนท้องตอบไม่ทันได้แต่ยืนยิ้มแห้งส่งกลับมา “เอ่อ...” เธอไม่รู้จะเริ่มต้นพูดออกไปเช่นไรดี “ห้าล้าน รับขวัญหลาคนที่สาม” คนที่เพิ่งรู้ตัวว่ากำลังจะเป็นคุณพ่อลุกสามกลับไม่สนใจบทสนทนาของภรรยาสาวกับพี่ชาย นอกจากข้อเรียกร้องเมื่อตนมีหลานให้กับพี่ชายที่ตัวเขาเองก็ไม่ทันตั้งตัวกับการมีลูกคนที่สาม แต่เงินไม่ใช่ประเด็นสำหรับเขากับการที่มาบอกพี่ชาย แต่
บทพิเศษ 1 แค่มีดาริกาที่เป็นแม่ของลูก มือหนาปัดเส้นผมที่ตกลงมาปกข้างแก้มของภรรยาสาวที่ยังคงนอนหลับใหลในห้วงนิทราไปเมื่อหนึ่งชั่วโมงก่อนหลังบทรักที่ชายหนุ่มมอบให้เพิ่งจบลง ก่อนจะเคลื่อนใบหน้าเข้าไปใกล้ก่อนจะประทับริมฝีปากลงบนแก้มนวลด้วยความหลงใหล ทว่าเป็นการปลุกให้ดาริกาตื่นจากภวังค์หวานเมื่อริมฝีปากไม่ได้หยุดแค่ที่แก้ม หนำซ้ำมือหนาเริ่มลูบไล้ไปตามเอวคอดที่เปลือยเปล่าไร้อาภรณ์ปกปิด “พี่เต ดาง่วงและเหนื่อยจะแย่แล้วนะคะ” สาวเจ้าพึมพำพลางปรือตาขึ้นมามองสามีหนุ่ม “แต่เมียตัวหอม พี่ทนไม่ไหว” เตชินกระซิบเสียงพร่า เคลื่อนหน้าจากใบหูมายังลำคอขาวลออก่อนจะซุกไซ้ลำคอที่ขึ้นสีแดงระเรื่อจากเครื่องหมายที่แสดงความเป็นเจ้าของ ซึ่งเกิดจากฝีปากร้ายของเขาที่ตีตราเอาไว้ “พี่เตขา เมื่อคืนก็ทั้งคืนแล้วนะคะ ให้ดาได้พักบ้างนะ นะคะ น้า” ดาริกายกมือดันสามีหนุ่มให้ผละออกห่างก่อนจะพูดอ้อมพร้อมสายตาหวานราวกับลูกแมวน้อยที่กำลังอ้อนเจ้านาย “งั้นนอนกอดก็แล้วกัน แต่คืนนี้พี่ไม่ปล่อยเหมือนตอนนี้แน่” เตชินแพ้เสียงหวานและสายตาออดอ้อ
บทส่งท้าย เสียงคลื่นกระทบฝั่งพร้อมสายลมหอบใหญ่ที่พัดเข้าฝั่งปะทะผิวของเตชินที่นั่งอยู่บนหาดทรายสีขาวด้านข้างมีรองเท้าแตะสองคู่วางข้างกันหากแต่อีกหนึ่งคู่ไร้เจ้าของนั่งอยู่ข้างกายชายหนุ่ม เพียงไม่นานเสียงหวานใสเจ้าของรองเท้าแตะดังขึ้นจากด้านหลังของเขา เสียงเท้าก้าวเดินมาทำให้รอยยิ้มบนใบหน้าของเขาคลี่ยิ้มกว้างอย่างรู้ทันก่อนจะหันไปหอมแก้มหญิงสาวเมื่อเธอนั่งลงแล้วโน้มตัวสวมกอดจากด้านหลังพลางเกยคางลงบนบ่าของเขา“คิดถึงพี่เต” ดาริกาคลี่ยิ้มกว้างพูดออกไปเมื่อถูกเตชินขโมยหอมแก้ม“พี่คิดถึงมากกว่า มา มานั่งนี่” เตชินพูดพลางเอี้ยวตัวดึงแขนดาริกาให้เดินอ้อมมานั่งลงด้านหน้าระหว่างขาของชายหนุ่มก่อนจะสวมกอดเมื่อหญิงสาวเอนกายพิงลงมาอย่างทะนุถนอม“ขอบคุณนะคะพี่เต และดาก็ขอโทษที่ทิ้งพี่เตไปแบบนั้น” ดาริกาพูดขึ้นขณะที่นั่งช้อนตัวอยู่ข้างหน้าเตชินโดนที่ถูกเขาสวมกอดพลางใช้มือลูบลงบนหน้าท้องที่นูนขึ้นมาเล็กน้อยตามอายุครรภ์สิบหกสัปดาห์“พี่ไม่เคยโกรธดาเลย มีแต่จะรักและแคร์ดามากกว่า อีกอย่างเรื่องมันก็ผ่านไปสามปีกว่าแล้ว” เตชินกระชับกอดให้ดาริกาได้รู้สึกว่าเขาคิดอย่างที่พูดออกไปเพราะทั้งหมดชายหนุ่มก็มีส่
มีแต่จะใส่อารมณ์ใส่เธอเช่นนี้เสมอเขาผิด ใช่เขาพลาด ใช่เธอหนีไป ก็สมควร แต่ต้องไม่ใช่ตอนนี้ที่เขาจะปล่อยเธอให้หลุดมือไปอีกเป็นแน่ เพราะเขาจะแสดงออกมาให้เธอเห็นว่าสิ่งที่เขาทำความรู้สึกที่มีมันหมายความเช่นไร และความกลัวที่จะเสียเธอไปอีกทำให้เขารีบวิ่งไปกอดรัดหญิงสาวจากทางด้านหลังทันทีเขาจะไม่ยอมปล่อยเธอให้หายไปไหนได้อีกแม้ว่าทั้งเตโซและดาริกาจะโกหกหรือคิดจะเอาคืนเขากับช่วงเวลาที่ผ่านมาจนน่าหงุดหงิดและไม่น่าให้อภัย แต่เขาจะยอมปล่อยผ่านแล้วลืมมันไป เพราะตอนนี้สิ่งสำคัญสำหรับเขาที่ควรจะให้ความใส่ใจมากที่สุดก็คือดาริกา...“ไอ้พี่เต! ปล่อยนะ” ดาริกาขึ้นเสียงพลางดิ้นให้สุดแรงด้วยความตกใจเมื่อถูกเตชินวิ่งเข้ามากอดจากทางด้านหลังอย่างไม่ทันตั้งตัว“ถ้าจะเรียกไอ้ไม่ต้องมีพี่ก็ได้นะ...เดี๋ยวนี้โตขึ้นเยอะเลยนะ” เตชินรัดแขนที่โอบกอดเธอจากด้านหลังแน่ขึ้นเพื่อไม่ให้เธอหลุดออกได้ง่ายๆ พลางพูดทะเล้นใส่“พี่เตปล่อย” เมื่อเห็นว่าเขาไม่คิดจะปล่อยง่ายๆ จึงเสียงเข้มขึ้นพร้อมกับแรงที่พยายามสลัดตัวเองให้หลุดออกจากอ้อมแขนของเขา“พี่ไม่ปล่อย...น้องดา น้องดา ดา!” เตชินปฏิเสธพลางเรียกชื่อของดาริกาเสี
ทันทีที่ได้รับข้อความจากนักสืบว่าดาริกาขึ้นเครื่องแล้วเรียบร้อย เตชินก็แทบจะนั่งรอต่อไม่ไหวเพราะกว่าหนึ่งชั่วโมงครึ่งที่หญิงสาวจะเดินทางมาถึงภูเก็ต และแน่นอนว่าชายหนุ่มเลือกที่จะนั่งรอจนกระทั่งใกล้ถึงเวลาเครื่องลง เขาก็เลือกที่ทำตัวตามปกติเพราะอยากดูว่าพี่ชายของตัวเองคิดจะทำเช่นไรต่อเมื่อสาวเจ้าเดินทางมาถึงเตชินก้าวเดินตรงเข้าไปหาดาริกาทันทีเมื่อเห็นหญิงสาวเดินจับจูงมือเด็กชายตัวน้อยออกมาจากเกทโดยที่ทุกคนทางฝั่งเตโซไม่ทันตั้งตัว กว่าจะรู้ตัวอีกทีก็สายไปแล้วที่จะทำตามแผนไม่ให้เตชินได้เจอหน้าลูกก่อน มิหนำซ้ำยังทำให้ดาริกาตกใจไม่น้อยที่อยู่ๆ เตชินก็พุ่งตัวเข้ามาคว้าแขนของเธอทันทีที่เดินพ้นประตูขาเข้า“น้องดา”“พี่เต!”“เต น้องดา”เตโซร้องเรียกคนทั้งสองด้วยความตกใจและทำอะไรต่อไม่ถูกเมื่อน้องชายของเขาพรวดพราดเข้าไปหาโดยที่เขายังไม่ทันจะตั้งหลักทำตามแผนก่อนจะมองไปที่ดาริกาด้วยสายตาขอโทษกับความผิดพลาดเช่นนี้“แผนพี่จะทำยังไงต่อครับ” เตชินหันไปถามพี่ชายทั้งที่ยังจับแขนของดาริกาไม่ยอมปล่อยและเขาก็ไม่กล้ามองหน้าเด็กชายตัวน้อยที่กำลังเงยหน้ามามองเขาอยู่ด้วยความกลัวและตอนนี้อยากจะคุยกับดาริกามา







