เข้าสู่ระบบ“แล้วผมจะต้องรอไปถึงเมื่อไร…ไม่ ผมจะออกตามหาเธอ อย่างน้อยถ้าได้คุยกันมันคงดีกว่านี้” เตชินถามกลับอย่างไม่ต้องการคำตอบก่อนจะเงียบลงแล้วพูดขึ้นอีกครั้งอย่างรู้สึกตัวว่าควรทำเช่นไรต่อไป
“ตามหา? เตจะไปที่ไหนทั้งที่ไม่รู้” เตโซลองเชิงถาม
“ตามหาทุกที่ที่คิดว่าดาจะไป ไม่ว่าจะที่ไหนผมก็จะตามหาเธอให้เจอครับ ผมอยากคุยกับดาให้รู้เรื่องก่อน อย่างน้อยเธอก็ควรมาคุยกับผมบ้างสิครับ ไม่ใช่คิดเองแบบนี้” เตชินพูดอย่างไม่สบอารมณ์และร้อนใจกับการที่หญิงสาวไปโดยไม่บอกกันเช่นนี้
เขากลัวว่าคำตอบที่เธอได้มันจะสวนทางกับความรู้สึกของเขา
“เตเองก็คิดไปเองบ่อยไม่ใช่หรือไงที่ผ่านมา เอาล่ะ พี่จะไม่บังคับหรือห้ามเตไม่ให้ทำในสิ่งที่อยากทำ แต่พี่จะเตือนว่าถ้ากดดันน้องดามากไปมันจะไม่มีผลดีเลย คิดอย่างรอบคอบและมีสติตลอดเวลานะเต พี่เชื่ออีกอย่างว่าน้องดาก็คงรู้สึกไม่ต่างไปจากเต แต่ที่เลือกแบบนี้ก็คงอยากแน่ใจเท่านั้น” เตโซพูดเสียงนุ่มพลางตบบ่าเตชินก่อนจะเดินจากไปเมื่อพูดจบ
คนเป็นพี่ชายทิ้งให้คนเป็นน้องชายที่ร้อนรุ่มในใจได้แต่ยืนอยู่ที่เดิมอย่างครุ่นคิดหามหาวิทยาลัยที่ดาริกาจะไปเรียนต่อโดยไม่ทันคิดว่าหญิงสาวจะไปเรียนต่อที่ต่างประเทศสักนิด เมื่อยืนคิดอยู่นานว่าจะเริ่มจากที่ไหนและพอจะเป็นไปได้เตชินก็เดินกลับไปที่ห้องนอนของตัวเองทันทีอย่างไม่รอช้า
เขาจะต้องตามหาเธอให้เจอก่อนที่ทุกอย่างจะสายไปมากกว่านี้
ตลอดเวลาที่ผ่านมาใช่ว่าเขาจะไม่รู้ใจตัวเองและพลาดที่ฉุกคิดเอาคำพูดของศศินมาบั่นทอนความรู้สึกของตัวเองจนเกิดความลังเลและตอนนี้ดาริกากำลังเจอเช่นเดียวกับเขา กำลังรู้สึกลังเลและไม่มั่นใจเฉกเช่นเดียวกับเขาในคราแรกจนกระทั่งได้เตโซเข้ามาพูดคุยเขาถึงได้ทบทวนความรู้สึกของตัวเองไปกับคำพูดของพี่ชายจนมั่นใจแล้วว่า...
หัวใจของเขายกให้เธอไปหมดแล้ว
หากเขาได้คุยกับดาริกาสักครั้งคงจะช่วยให้เธอได้เข้าใจมากขึ้น หากเธอยังมีความไม่มั่นใจในความชัดเจนนั้นอยู่ เขาก้พร้อมที่จะให้เวลาเธอแต่ต้องไม่ใช่หนีกันไปแบบนี้โดยที่ไม่ยอมพูดคุยกันก่อน
มันไม่ยุติธรรมสำหรับเขาเอาเสียเลยที่รู้ใจตัวเองและพร้อมที่จะเริ่มต้นใหม่กับเธอ
เตชินเดินเข้ามาภายในห้องนอนของตัวเองเพื่อเตรียมตัวสำหรับไปตามหาเธอในมหาวิทยาลัยแรกที่ไม่ใช่ภายในเมืองหลวงของประเทศ เพราะหากหญิงสาวไม่อยากหนีไปก็คงบอกทุกอย่างให้เขาได้รับรู้แล้วและคงไม่อยู่ใกล้ให้เขาตามหาเจอเป็นแน่ ชายหนุ่มนั่งลงบนปลายเตียงหลังหยิบโพสต์อิทแผ่นเล็กที่วางไว้บนหัวเตียงขึ้นมาอ่านอีกครั้ง
‘พี่เต ดาขอบคุณทุกอย่างที่พี่เตทำเพื่อดามาตลอดนะคะ ขอบคุณนะคะ ลาก่อน’
เขามองลายมือของเธอที่เขียนทิ้งไว้อย่างไม่เข้าใจกับการตัดสินใจของเธอทั้งที่ยังไม่ได้คุยกันก่อน และใช่ที่เขาไม่ได้บอกเรื่องเมื่อคืนกับเตโซให้รู้ว่าสาวเจ้ามานอนที่ห้องกับเขา เธอยอมให้เขานอนกอดได้หอมได้ทำตามใจตัวเองที่อยากสัมผัสตัวเธอโดยไม่ได้พูดอะไรออกมาเลยนอกจากทำตัวตามปกติราวกับว่าที่ผ่านมาการหลบหน้ากันไม่ได้เกิดขึ้นเลย
ในตอนนั้นเขาคิดว่าทุกอย่างมันโอเคแล้วและในวันนี้เขาจะเปิดเผยความรู้สึกให้เธอรู้ แต่ไม่คิดเลยว่าตื่นเช้ามาจะไม่พบกับดาริกาที่ควรนอนอยู่ข้างกายเขา
ทำไมนะ...ทำไมเขาไม่รู้สึกตัวว่าเธอหายไปตั้งแต่ได้ยินเสียงรถขับออกจากบ้านไป
“ครับ” เตชินกดรับสายเมื่อเตโซต่อสายเข้ามาด้วยความฉงนว่าทำไมจะต้องโทร. มาหาทั้งที่อยู่ในบ้าน
“พี่ลืมบอกเตไปหนึ่งเรื่อง” เตโซพุดออกไปทันทีเมื่อน้องชายรับสาย
“เรื่องอะไรครับ” เตชินขมวดคิ้วถามกลับไปด้วยความอยากรู้
“เตกับดายังไม่ได้หย่ากัน” เตโซพูดจบก็วางสายไป
ทิ้งให้เตชินนั่งนิ่งเงียบครุ่นคิดไปกับคำพูดของพี่ชายที่พูดทิ้งไว้ก่อนตัดสายไปก่อนจะค่อยๆ มีรอยยิ้มผุดขึ้นอย่างดีใจที่ได้รู้ว่า การที่ยังไม่จดทะเบียนหย่ายังไงแล้วก็ยังมีโอกาสที่เขาจะยังได้เป็นเจ้าของหัวใจของเธอไม่มีเปลี่ยนแปลง
“ใช่ เรายังไม่ได้หย่ากัน น้องดา ยังไงน้องดาก้ต้องเป็นของพี่”
บทพิเศษ 2พรหมลิขิตเจนีวา, สวิตเซอร์แลนด์เตโซนั่งมองทิวทัศน์ของเมืองเจนีวาที่หาดทรายเทียมอย่างสบายใจสำหรับวันพักผ่อน หลังจากจบเรื่องของเตชินและดาริกาได้สามเดือน ชายหนุ่มก็ตัดสินใจจองตั๋วมาเที่ยวพักผ่อนที่สวิตเซอร์แลนด์เพียงคนเดียว ทั้งยังเป็นการพักฟื้นจากการที่ได้รับบาดเจ็บเมื่อหลายเดือนก่อนถึงแม้ภายนอกจะดีขึ้นแต่การถูกยิงทะลุหน้าอกก็ไม่ใช่บาดแผลที่จะหายได้ง่ายๆ เขาจึงเลือกที่จะมาพักผ่อนยังประเทศที่มีเสน่ห์อย่างลงตัวระหว่างบ้านเมืองและธรรมชาติที่สวยงาม จากสถานที่ท่องเที่ยวเมืองหลักๆ ทั้งหมดสิบเอ็ดเมือง เขาเดินทางท่องเที่ยวไปแล้วห้าเมืองตลอดหนึ่งสัปดาห์ที่ผ่านมา และเจนีวาก็คือเมืองที่หกในวันแรกของสัปดาห์ที่สองชายหนุ่มทอดสายตามองความสบายใจที่อยู่เบื้องหน้าก่อนจะทอดสายตามองออกไปยังทะเลสาบเจนีวาก่อนจะดึงสายตาไปยังกลุ่มคนมากมายซึ่งกำลังยืนเกาะกลุ่มล้อมรอบบุคคลที่กำลังเล่นเปียโนให้กับผู้คนที่มาพักผ่อนอยู่ไม่ไกลมากนัก เขามองแล้วค่อยๆ เผลอรอยยิ้มออกมาเมื่อได้ยินเสียงเปียโนแสนไพเราะ เขายังคงมองนักดนตรีเปียโนบรรเลงอย่างไม่คิดหันไปมองสิ่งอื่น ไม่ต่างจากหญิงสาวคนไทยที่กำลังนั่งอยู่บนเก้าถัดไปท
ทว่าก็ต้องชะงักพลางเผยอริมฝีปากออกเล็กน้อยเมื่อสามีกำลังยืนนิ่งถือที่ตรวจครรภ์ยื่นไปตรงหน้าเตโซที่กำลังจะลงไปชั้นล่างเตรียมตัวทานมื้อเช้าก่อนออกไปทำงานที่บริษัท เมื่อในวันนี้ที่ปรึกษาอย่างเตโซจะต้องเข้าร่วมประชุมด้วยสำหรับการต้อนรับลูกค้ารายใหม่ “ดา...ดาท้องคนที่สามแล้วเหรอ” เตโซเอ่ยถามออกไปด้วยความดีใจเมื่อชำเลืองสายตาเลยไปมองน้องสะใภ้ที่กึ่งเดินกึ่งวิ่งตามน้องชายออกจากห้องมา “พี่โซ เอ่อ ค่ะ ดาท้องคนที่สามแล้วค่ะ” เธออึกอักตอบออกไปเพราะยังปรับอารมณ์ไม่ทันกับสถานการณ์ตรงหน้า “กี่เดือนแล้วล่ะ แล้วไปหาหมอหรือยัง เพิ่งตรวจเหรอ” คนเป็นพี่สามียิงคำถามออกมาไม่หยุดจนคนท้องตอบไม่ทันได้แต่ยืนยิ้มแห้งส่งกลับมา “เอ่อ...” เธอไม่รู้จะเริ่มต้นพูดออกไปเช่นไรดี “ห้าล้าน รับขวัญหลาคนที่สาม” คนที่เพิ่งรู้ตัวว่ากำลังจะเป็นคุณพ่อลุกสามกลับไม่สนใจบทสนทนาของภรรยาสาวกับพี่ชาย นอกจากข้อเรียกร้องเมื่อตนมีหลานให้กับพี่ชายที่ตัวเขาเองก็ไม่ทันตั้งตัวกับการมีลูกคนที่สาม แต่เงินไม่ใช่ประเด็นสำหรับเขากับการที่มาบอกพี่ชาย แต่
บทพิเศษ 1 แค่มีดาริกาที่เป็นแม่ของลูก มือหนาปัดเส้นผมที่ตกลงมาปกข้างแก้มของภรรยาสาวที่ยังคงนอนหลับใหลในห้วงนิทราไปเมื่อหนึ่งชั่วโมงก่อนหลังบทรักที่ชายหนุ่มมอบให้เพิ่งจบลง ก่อนจะเคลื่อนใบหน้าเข้าไปใกล้ก่อนจะประทับริมฝีปากลงบนแก้มนวลด้วยความหลงใหล ทว่าเป็นการปลุกให้ดาริกาตื่นจากภวังค์หวานเมื่อริมฝีปากไม่ได้หยุดแค่ที่แก้ม หนำซ้ำมือหนาเริ่มลูบไล้ไปตามเอวคอดที่เปลือยเปล่าไร้อาภรณ์ปกปิด “พี่เต ดาง่วงและเหนื่อยจะแย่แล้วนะคะ” สาวเจ้าพึมพำพลางปรือตาขึ้นมามองสามีหนุ่ม “แต่เมียตัวหอม พี่ทนไม่ไหว” เตชินกระซิบเสียงพร่า เคลื่อนหน้าจากใบหูมายังลำคอขาวลออก่อนจะซุกไซ้ลำคอที่ขึ้นสีแดงระเรื่อจากเครื่องหมายที่แสดงความเป็นเจ้าของ ซึ่งเกิดจากฝีปากร้ายของเขาที่ตีตราเอาไว้ “พี่เตขา เมื่อคืนก็ทั้งคืนแล้วนะคะ ให้ดาได้พักบ้างนะ นะคะ น้า” ดาริกายกมือดันสามีหนุ่มให้ผละออกห่างก่อนจะพูดอ้อมพร้อมสายตาหวานราวกับลูกแมวน้อยที่กำลังอ้อนเจ้านาย “งั้นนอนกอดก็แล้วกัน แต่คืนนี้พี่ไม่ปล่อยเหมือนตอนนี้แน่” เตชินแพ้เสียงหวานและสายตาออดอ้อ
บทส่งท้าย เสียงคลื่นกระทบฝั่งพร้อมสายลมหอบใหญ่ที่พัดเข้าฝั่งปะทะผิวของเตชินที่นั่งอยู่บนหาดทรายสีขาวด้านข้างมีรองเท้าแตะสองคู่วางข้างกันหากแต่อีกหนึ่งคู่ไร้เจ้าของนั่งอยู่ข้างกายชายหนุ่ม เพียงไม่นานเสียงหวานใสเจ้าของรองเท้าแตะดังขึ้นจากด้านหลังของเขา เสียงเท้าก้าวเดินมาทำให้รอยยิ้มบนใบหน้าของเขาคลี่ยิ้มกว้างอย่างรู้ทันก่อนจะหันไปหอมแก้มหญิงสาวเมื่อเธอนั่งลงแล้วโน้มตัวสวมกอดจากด้านหลังพลางเกยคางลงบนบ่าของเขา“คิดถึงพี่เต” ดาริกาคลี่ยิ้มกว้างพูดออกไปเมื่อถูกเตชินขโมยหอมแก้ม“พี่คิดถึงมากกว่า มา มานั่งนี่” เตชินพูดพลางเอี้ยวตัวดึงแขนดาริกาให้เดินอ้อมมานั่งลงด้านหน้าระหว่างขาของชายหนุ่มก่อนจะสวมกอดเมื่อหญิงสาวเอนกายพิงลงมาอย่างทะนุถนอม“ขอบคุณนะคะพี่เต และดาก็ขอโทษที่ทิ้งพี่เตไปแบบนั้น” ดาริกาพูดขึ้นขณะที่นั่งช้อนตัวอยู่ข้างหน้าเตชินโดนที่ถูกเขาสวมกอดพลางใช้มือลูบลงบนหน้าท้องที่นูนขึ้นมาเล็กน้อยตามอายุครรภ์สิบหกสัปดาห์“พี่ไม่เคยโกรธดาเลย มีแต่จะรักและแคร์ดามากกว่า อีกอย่างเรื่องมันก็ผ่านไปสามปีกว่าแล้ว” เตชินกระชับกอดให้ดาริกาได้รู้สึกว่าเขาคิดอย่างที่พูดออกไปเพราะทั้งหมดชายหนุ่มก็มีส่
มีแต่จะใส่อารมณ์ใส่เธอเช่นนี้เสมอเขาผิด ใช่เขาพลาด ใช่เธอหนีไป ก็สมควร แต่ต้องไม่ใช่ตอนนี้ที่เขาจะปล่อยเธอให้หลุดมือไปอีกเป็นแน่ เพราะเขาจะแสดงออกมาให้เธอเห็นว่าสิ่งที่เขาทำความรู้สึกที่มีมันหมายความเช่นไร และความกลัวที่จะเสียเธอไปอีกทำให้เขารีบวิ่งไปกอดรัดหญิงสาวจากทางด้านหลังทันทีเขาจะไม่ยอมปล่อยเธอให้หายไปไหนได้อีกแม้ว่าทั้งเตโซและดาริกาจะโกหกหรือคิดจะเอาคืนเขากับช่วงเวลาที่ผ่านมาจนน่าหงุดหงิดและไม่น่าให้อภัย แต่เขาจะยอมปล่อยผ่านแล้วลืมมันไป เพราะตอนนี้สิ่งสำคัญสำหรับเขาที่ควรจะให้ความใส่ใจมากที่สุดก็คือดาริกา...“ไอ้พี่เต! ปล่อยนะ” ดาริกาขึ้นเสียงพลางดิ้นให้สุดแรงด้วยความตกใจเมื่อถูกเตชินวิ่งเข้ามากอดจากทางด้านหลังอย่างไม่ทันตั้งตัว“ถ้าจะเรียกไอ้ไม่ต้องมีพี่ก็ได้นะ...เดี๋ยวนี้โตขึ้นเยอะเลยนะ” เตชินรัดแขนที่โอบกอดเธอจากด้านหลังแน่ขึ้นเพื่อไม่ให้เธอหลุดออกได้ง่ายๆ พลางพูดทะเล้นใส่“พี่เตปล่อย” เมื่อเห็นว่าเขาไม่คิดจะปล่อยง่ายๆ จึงเสียงเข้มขึ้นพร้อมกับแรงที่พยายามสลัดตัวเองให้หลุดออกจากอ้อมแขนของเขา“พี่ไม่ปล่อย...น้องดา น้องดา ดา!” เตชินปฏิเสธพลางเรียกชื่อของดาริกาเสี
ทันทีที่ได้รับข้อความจากนักสืบว่าดาริกาขึ้นเครื่องแล้วเรียบร้อย เตชินก็แทบจะนั่งรอต่อไม่ไหวเพราะกว่าหนึ่งชั่วโมงครึ่งที่หญิงสาวจะเดินทางมาถึงภูเก็ต และแน่นอนว่าชายหนุ่มเลือกที่จะนั่งรอจนกระทั่งใกล้ถึงเวลาเครื่องลง เขาก็เลือกที่ทำตัวตามปกติเพราะอยากดูว่าพี่ชายของตัวเองคิดจะทำเช่นไรต่อเมื่อสาวเจ้าเดินทางมาถึงเตชินก้าวเดินตรงเข้าไปหาดาริกาทันทีเมื่อเห็นหญิงสาวเดินจับจูงมือเด็กชายตัวน้อยออกมาจากเกทโดยที่ทุกคนทางฝั่งเตโซไม่ทันตั้งตัว กว่าจะรู้ตัวอีกทีก็สายไปแล้วที่จะทำตามแผนไม่ให้เตชินได้เจอหน้าลูกก่อน มิหนำซ้ำยังทำให้ดาริกาตกใจไม่น้อยที่อยู่ๆ เตชินก็พุ่งตัวเข้ามาคว้าแขนของเธอทันทีที่เดินพ้นประตูขาเข้า“น้องดา”“พี่เต!”“เต น้องดา”เตโซร้องเรียกคนทั้งสองด้วยความตกใจและทำอะไรต่อไม่ถูกเมื่อน้องชายของเขาพรวดพราดเข้าไปหาโดยที่เขายังไม่ทันจะตั้งหลักทำตามแผนก่อนจะมองไปที่ดาริกาด้วยสายตาขอโทษกับความผิดพลาดเช่นนี้“แผนพี่จะทำยังไงต่อครับ” เตชินหันไปถามพี่ชายทั้งที่ยังจับแขนของดาริกาไม่ยอมปล่อยและเขาก็ไม่กล้ามองหน้าเด็กชายตัวน้อยที่กำลังเงยหน้ามามองเขาอยู่ด้วยความกลัวและตอนนี้อยากจะคุยกับดาริกามา







