เข้าสู่ระบบ“ตีสองห้านาที…ครึ่งชั่วโมง ไม่คิดเลยว่าจะเสร็จกันไวแบบนี้” เตชินยืดตัวตรงก่อนจะก้าวเดินเข้าไปหาคนทั้งสองมือล้วงกระเป๋ากางเกงพลางพูดออกไปด้วยน้ำเสียงเย้ยหยันแกมสมเพชด้วยสายตาที่มองไปยังดาริกา
“คุณเต ไม่ใช่อย่างที่คุณเตคิดนะครับ ผมไม่มีทางหักหลังคุณเตด้วยการตีท้ายครัวคุณเตแน่ ผม เอ่อ ผมให้เกียรติคุณหนูไม่ต่างจากคุณเตกับคุณโซเลยนะครับ” เคนรีบอธิบายออกไปทันทีเมื่อเข้าใจในความหมายคำพูดของเคชินก่อนจะรีบผละออกจากดาริกาให้อยู่ในระยะที่เหมาะสม
“งั้นเหรอ” เตชินพูดเสียงเรียบพลางมองสภาพทั้งสองคนที่อยู่ในชุดนอนตั้งแต่เท้าขึ้นมาก่อนจะดึงสายตากลับไปมองวงหน้าที่ซีดเผือดของดาริกา
“คุณเตครับ คือว่า…” เคยพยายามอธิบายให้เข้าใจแต่ก็ยากที่จะพูดความจริงออกไปเพราะเตชินก็ไม่ทราบความจริงเรื่องบิดาของดาริกาปละรู้ไม่ต่างจากสาวเจ้าตามคำบอกเล่าของเตโซ
“ดากับพี่เคนไม่ได้ทำอะไรเสียหายนะคะพี่เต ดาแค่ฝันร้ายเลยโทร. หาพี่เคน…หรือจะให้ดาโทร. หาพี่เตละคะ ปกติก็เป็นพี่โซที่ปลอบดา” เธอพูดแทรกออกไปเพื่อช่วยเคน เธอเข้าใจดีถึงความลำบากใจในแต่แล้วเพราะความเข้าใจจึงทำให้เธอใช้น้ำเสียงในท้ายประโยคด้วยเสียงแผ่วเมื่อสบสายตาดุของเตชิน
เพราะเธอเองก็ไม่อยากดึงเตชินเข้ามาเกี่ยวข้องกับเรื่องของเธอจนอาจเป็นอันตรายถึงชีวิตเหมือนกับเตโซก็เป็นได้ เธอเป็นห่วงเขาและสิ่งที่เตโซทำเพื่อเธอมันก็มากเกินพอที่จะต้องมีใครมาคอยจัดการให้อีกแล้ว
“ฉันไม่สนใจว่าเธอจะทำอะไรกับใคร จะนอนจะนัวเนียกับใคร แต่สิ่งที่ฉันสนคือเธอจะไปทำให้คนอื่นเขานินทามาถึงพี่โซกับฉันจากความคิดน้อยและไร้จิตสำนึกของเธอ” เตชินพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบจนคนฟังรู้สึกเย็นวาบที่สันหลังเพราะความกลัว
“คุณเต…” เคนตกใจกับคำพูดของน้องชายเจ้านายจึงอุทานออกมาเสียงแผ่ว
“พี่เต…ไม่ต้องห่วงคะ ดาไม่ทำอะไรต่ำๆ อย่างที่พี่เตกลัวหรอกคะ” เธอเสียใจกับคำพูดของเขาแต่ก็ทำอะไรมากไม่ได้นอกจากสูดลมหายใจเข้าเต็มปอดแล้วพรูออกมาเบาๆ เพื่อรวบรวมกำลังใจตอบโต้คนตัวสูง
“ก็ดี คิดได้ก็ดี” เขายังคงมีน้ำเสียงที่ราบเรียบและเย็นชา
“แล้วพี่เตละคะ กลัวจนขึ้นสมองจนต้องมาเฝ้าพฤติกรรมกันถึงหน้าห้องของดาเลยเหรอคะ” เธอเริ่มที่จะตอบโต้เป็นและใส่ความคุ้นเคยระหว่างเขาเข้าไปพลางลอบยิ้มด้วยความขบขันต่อชายหนุ่ม
“ฉันมีสติมากพอจะไม่มาเสียเวลากับเธอ” เตชินขมวดคิ้วไม่พอใจตอบกลับไปเสียงห้วน
“แต่ก็ยืนอยู่ข้างนอกจนรู้ว่าพี่เคยอยู่ในห้องของดานานแค่ไหน มีสติมากเลยนะคะ พี่เคนว่ามั้ย” เธอยิ้มขันไปถึงดวงตาที่หม่นหมองมาตลอดหนึ่งสัปดาห์ก่อนจะเอี้ยวตัวไปมองเคนเพื่อหาพรรคหาพวกตอบโต้คนเย็นชา
“เอ่อ ครับ…ผมกลับก่อนนะครับ พรุ่งนี้ต้องตื่นเช้าเข้าบริษัท ส่วนเอกสารผมจะกำชับเลขาให้อีกทีครับ” เคนได้เพียงยกยิ้มแห้งตอบก่อนจะมองไปที่เตชินเพื่อขตัวกลับก่อน เมื่ออีกฝ่ายไม่ได้พยักหน้าหรือพูดอะไรออกมาจึงเดินออกจากห้องของดาริกาตรงไปที่ลิฟต์ทันที
“อาลัยหรือไง” ยังคงพูดด้วยคำพูดเสียดแทงใจสาวเจ้า
“ค่ะ แต่ดาอาลัยอาวรณ์พี่เตมากกว่านะคะ ดาเสียใจนะที่พี่เตไล่ดาออกจากบ้าน” เธอดึงสายตากลับมาด้วยคำพูดของเขา
ที่แสนจะเป็นมีดชั้นดีที่แทงเข้ามากลางใจ
เพราะคำพูดของเขาทำไมเธอจะไม่เข้าใจว่ากำลังต่อว่ากับสิ่งที่เกิดขึ้นอย่างไม่เหมาะสมที่เกิดจากการที่เธอต่อสายหาเคนมาถึงห้อง แต่เธอกับเคนไม่ได้ทำอะไรผิดหรือไม่ว่าเธอจะอยู่ใกล้ศศินหรือเคน หรือแม้แต่กับผู้ชายคนไหน คนตรงหน้าก็หาเรื่องหาคำพูดราวกับมีดมาเสียดแทงเธอได้เสมอ
“ไม่ต้องเสแสร้ง ฉันเห็นเธอมีความสุขดี ทำอะไรก็สะดวกไม่ต้องระวังสายตาใครไม่ใช่หรือ” เขาแค่นหัวเราะในลำคอก่อนจะหมุนตัวหันหลังกลับเตรียมเปิดประตูเข้าห้องของตัวเอง
“พี่เต” เธอเรียกเขา
“…” ชายหนุ่มไม่ได้หันกลับไปตอบแต่อย่างใด เปิดประตูห้องก่อนจะเดินเข้าไป แต่ก่อนที่เขาจะปิดประตูก็ต้องชะงักไปกับคำถามของเธอ
“ห้องพี่เตเหรอคะ” หญิงสาวถามด้วยความไม่รู้
“เธอนี่มันจริตเยอะดีนะ คนอย่างเธอนะเหรอที่จะไม่รู้ ที่พี่โซซื้อที่นี่ให้เธอก็คงไปหลอกอะไรอีกล่ะสิถึงได้ห้องตรงข้ามกับห้องฉัน” เขายกยิ้มขันด้วยความตลกหากแต่มันคือความไม่พอใจ
“ดาไม่รู้จริงๆ คะ ส่วนเรื่องห้องดาก็เพิ่งรู้จากพี่เคนเมื่อวันที่พี่เตไล่ดา” เธอตอบออกไปตามตรงด้วยท่าทางปกติทั้งที่ข้างใจบอบช้ำ
“…” เขาไม่ได้พูดอะไร
“เชื่อดาเถอะคะ เพราะพี่เตก็ใช่ว่าจะมานอนที่นี่ ถ้าไม่ใช่เพราะพี่เตดื่มมาหรือขี้เกียจขับรถไกล” เธอพูดก่อนจะเอี้ยวตัวเพื่อจะปิดประตูห้องแต่แล้วก็ต้องชะงัก
“ฉันจะเชื่อเธอได้ยังไงเพราะฉันไม่เคยเชื่อเธอเลย” เขาพูดเสียงแข็งขึ้นมาเล็กน้อย
“มันก็เรื่องของพี่เตนะคะ จะเชื่อหรือไม่เชื่อ และไม่ต้องห่วงนะคะ ดาไม่ก้าวข้ามเส้นที่พี่เตขีดไว้หรอกคะ ห้องดาอยู่นี่ดาก็จะอยู่แต่…” เธอถอดถอนลมหายใจออกก่อนจะพูดออกไปติดรำคาญเล็กน้อยแต่แล้วคำพูดของเธอก็ถูกตัดบทด้วยคำพูดที่เปรียบเสมือนตรวนที่กำลังจะล่ามเธอเอาไว้ในกรงของเขา
“เสียใจด้วยที่หลังจากวันนี้ไปเธอคนหมดอิสระในชีวิต…เพราะฉันจะพาเธอกลับไปแต่ถ้าปฏิเสธฉันก็จะย้ายมานอนที่นี่เพื่อจะบตาดูเธอ” เขาพูดขึ้นทันทีเมื่อเห็นท่าทีของเธอที่ไม่ค่อยสบอารมณ์ด้วยความหมั่นไส้จึงสวนกลับไปเช่นนั้น
“ดาไม่กลับคะและพี่เตก็ไม่ต้องมาลำบากนอนที่นี่เพื่อจับตาดูดาหรอกนะคะ ดาไม่ทำอะไรให้เสื่อมเสียชื่อเสียงจนไปกระทบพี่กับพี่โซแน่นอน” มีหรือเธอจะยอมเขาง่ายๆ เหมือนที่ผ่านมา
เมื่อเขาไร้หัวใจแต่เธอจะใช้หัวใจสู้ในฐานะผู้หญิงคนหนึ่งที่แอบรักเขา แอบเป็นห่วงแอบใส่ใจเพื่อความต้องการที่เขาไม่อยากเจอหน้า เธอจะอยู่ในพื้นที่ของเธอเท่านั้น
เฝ้าดูเขามีความสุข
“คนอย่างเธอ!” ปฏิกิริยาที่ต่อต้านของเธอทำให้เขาพุ่งตัวไปกระชากต้นแขนด้วยโทสะ “อย่าหวังจะได้ในสิ่งที่ต้องการเลยดาริกา ฉันจะไม่ปล่อยให้เธอวิ่งไปซบอกคนนั้นคนนี้ได้ตามใจชอบหรอกนะ”
“พี่เต…ดาเจ็บ” เธอนิ่วหน้าด้วยความเจ็บที่ต้นแขนเพราะแรงบีบที่ทำให้รู้สึกร้าวไปถึงกระดูก
“อย่าคิดจะมีความสุข คนอย่างเธอจะต้องจมอยู่กับความเจ็บปวดที่ทำให้พี่โซต้องตาย แค่พ่อตัวเองยังไม่พอหรือไงถึงได้ลากคนอื่นไปตายด้วย!” ด้วยโทสะที่ปะทุขึ้นเรื่อยๆ เขาจึงเผลอหลุดปากพูดในสิ่งที่เตโซห้ามให้เขาพูด
แม้เขาจะไม่รู้ลึกมากไปกว่าที่ได้ยินคนวงในพูดกันปากต่อปากว่าสาวเจ้าเป็นสาเหตุที่ทำให้บิดาตัวเองต้องตายเพราะข่าวฉาวของบุตรสาวตัวเองกับศศินที่สร้างเอาไว้ ถึงจะไม่ทีหลักฐานชัดเจนว่าคนทั้งสองแอบทำเรื่องที่ไม่เหมาะสมทั้งที่อายุยังไม่บรรลุนิติภาวะจนคนเอาไปนินทาจนคนเป็นบิดาต้องถูกตำหนิถูกใครต่อใครติฉินนินทาจนเกิดความเครียดทำงานอย่างไม่มีสติจนเกิดเรื่องร้ายถึงชีวิตแบบนั้น
“พี่เต หมายความว่ายังไงคะ!” เธิขมวดคิ้วจนยุ่งด้วยความฉงนแกมตกใจกับคำพูดของเขา
“…” เขาไม่ได้ตอบแต่เลือกที่จะปล่อยมือออกจากต้นแขนของเธอแล้วหันหลังเตรียมกลับเข้าห้องของตัวเอง
“ที่พี่เตพูดกำลังจะบอกดาว่า…ดาทำให้พ่อต้องตายเหรอคะ” เธอรีบยื่นมือไปดึงชายเสื้อเชิ้ตสีดำที่ถูกดึงออกจากขอบกางเกงเอาไว้พลางก้มหน้าแล้วพูดออกไป พลันหยาดน้ำใสก็เอ่อคลอที่ขอบตา
เธอเป็นคนทำให้บิดาต้องตายเหมือนเตโซจริงหรือ
บทพิเศษ 2พรหมลิขิตเจนีวา, สวิตเซอร์แลนด์เตโซนั่งมองทิวทัศน์ของเมืองเจนีวาที่หาดทรายเทียมอย่างสบายใจสำหรับวันพักผ่อน หลังจากจบเรื่องของเตชินและดาริกาได้สามเดือน ชายหนุ่มก็ตัดสินใจจองตั๋วมาเที่ยวพักผ่อนที่สวิตเซอร์แลนด์เพียงคนเดียว ทั้งยังเป็นการพักฟื้นจากการที่ได้รับบาดเจ็บเมื่อหลายเดือนก่อนถึงแม้ภายนอกจะดีขึ้นแต่การถูกยิงทะลุหน้าอกก็ไม่ใช่บาดแผลที่จะหายได้ง่ายๆ เขาจึงเลือกที่จะมาพักผ่อนยังประเทศที่มีเสน่ห์อย่างลงตัวระหว่างบ้านเมืองและธรรมชาติที่สวยงาม จากสถานที่ท่องเที่ยวเมืองหลักๆ ทั้งหมดสิบเอ็ดเมือง เขาเดินทางท่องเที่ยวไปแล้วห้าเมืองตลอดหนึ่งสัปดาห์ที่ผ่านมา และเจนีวาก็คือเมืองที่หกในวันแรกของสัปดาห์ที่สองชายหนุ่มทอดสายตามองความสบายใจที่อยู่เบื้องหน้าก่อนจะทอดสายตามองออกไปยังทะเลสาบเจนีวาก่อนจะดึงสายตาไปยังกลุ่มคนมากมายซึ่งกำลังยืนเกาะกลุ่มล้อมรอบบุคคลที่กำลังเล่นเปียโนให้กับผู้คนที่มาพักผ่อนอยู่ไม่ไกลมากนัก เขามองแล้วค่อยๆ เผลอรอยยิ้มออกมาเมื่อได้ยินเสียงเปียโนแสนไพเราะ เขายังคงมองนักดนตรีเปียโนบรรเลงอย่างไม่คิดหันไปมองสิ่งอื่น ไม่ต่างจากหญิงสาวคนไทยที่กำลังนั่งอยู่บนเก้าถัดไปท
ทว่าก็ต้องชะงักพลางเผยอริมฝีปากออกเล็กน้อยเมื่อสามีกำลังยืนนิ่งถือที่ตรวจครรภ์ยื่นไปตรงหน้าเตโซที่กำลังจะลงไปชั้นล่างเตรียมตัวทานมื้อเช้าก่อนออกไปทำงานที่บริษัท เมื่อในวันนี้ที่ปรึกษาอย่างเตโซจะต้องเข้าร่วมประชุมด้วยสำหรับการต้อนรับลูกค้ารายใหม่ “ดา...ดาท้องคนที่สามแล้วเหรอ” เตโซเอ่ยถามออกไปด้วยความดีใจเมื่อชำเลืองสายตาเลยไปมองน้องสะใภ้ที่กึ่งเดินกึ่งวิ่งตามน้องชายออกจากห้องมา “พี่โซ เอ่อ ค่ะ ดาท้องคนที่สามแล้วค่ะ” เธออึกอักตอบออกไปเพราะยังปรับอารมณ์ไม่ทันกับสถานการณ์ตรงหน้า “กี่เดือนแล้วล่ะ แล้วไปหาหมอหรือยัง เพิ่งตรวจเหรอ” คนเป็นพี่สามียิงคำถามออกมาไม่หยุดจนคนท้องตอบไม่ทันได้แต่ยืนยิ้มแห้งส่งกลับมา “เอ่อ...” เธอไม่รู้จะเริ่มต้นพูดออกไปเช่นไรดี “ห้าล้าน รับขวัญหลาคนที่สาม” คนที่เพิ่งรู้ตัวว่ากำลังจะเป็นคุณพ่อลุกสามกลับไม่สนใจบทสนทนาของภรรยาสาวกับพี่ชาย นอกจากข้อเรียกร้องเมื่อตนมีหลานให้กับพี่ชายที่ตัวเขาเองก็ไม่ทันตั้งตัวกับการมีลูกคนที่สาม แต่เงินไม่ใช่ประเด็นสำหรับเขากับการที่มาบอกพี่ชาย แต่
บทพิเศษ 1 แค่มีดาริกาที่เป็นแม่ของลูก มือหนาปัดเส้นผมที่ตกลงมาปกข้างแก้มของภรรยาสาวที่ยังคงนอนหลับใหลในห้วงนิทราไปเมื่อหนึ่งชั่วโมงก่อนหลังบทรักที่ชายหนุ่มมอบให้เพิ่งจบลง ก่อนจะเคลื่อนใบหน้าเข้าไปใกล้ก่อนจะประทับริมฝีปากลงบนแก้มนวลด้วยความหลงใหล ทว่าเป็นการปลุกให้ดาริกาตื่นจากภวังค์หวานเมื่อริมฝีปากไม่ได้หยุดแค่ที่แก้ม หนำซ้ำมือหนาเริ่มลูบไล้ไปตามเอวคอดที่เปลือยเปล่าไร้อาภรณ์ปกปิด “พี่เต ดาง่วงและเหนื่อยจะแย่แล้วนะคะ” สาวเจ้าพึมพำพลางปรือตาขึ้นมามองสามีหนุ่ม “แต่เมียตัวหอม พี่ทนไม่ไหว” เตชินกระซิบเสียงพร่า เคลื่อนหน้าจากใบหูมายังลำคอขาวลออก่อนจะซุกไซ้ลำคอที่ขึ้นสีแดงระเรื่อจากเครื่องหมายที่แสดงความเป็นเจ้าของ ซึ่งเกิดจากฝีปากร้ายของเขาที่ตีตราเอาไว้ “พี่เตขา เมื่อคืนก็ทั้งคืนแล้วนะคะ ให้ดาได้พักบ้างนะ นะคะ น้า” ดาริกายกมือดันสามีหนุ่มให้ผละออกห่างก่อนจะพูดอ้อมพร้อมสายตาหวานราวกับลูกแมวน้อยที่กำลังอ้อนเจ้านาย “งั้นนอนกอดก็แล้วกัน แต่คืนนี้พี่ไม่ปล่อยเหมือนตอนนี้แน่” เตชินแพ้เสียงหวานและสายตาออดอ้อ
บทส่งท้าย เสียงคลื่นกระทบฝั่งพร้อมสายลมหอบใหญ่ที่พัดเข้าฝั่งปะทะผิวของเตชินที่นั่งอยู่บนหาดทรายสีขาวด้านข้างมีรองเท้าแตะสองคู่วางข้างกันหากแต่อีกหนึ่งคู่ไร้เจ้าของนั่งอยู่ข้างกายชายหนุ่ม เพียงไม่นานเสียงหวานใสเจ้าของรองเท้าแตะดังขึ้นจากด้านหลังของเขา เสียงเท้าก้าวเดินมาทำให้รอยยิ้มบนใบหน้าของเขาคลี่ยิ้มกว้างอย่างรู้ทันก่อนจะหันไปหอมแก้มหญิงสาวเมื่อเธอนั่งลงแล้วโน้มตัวสวมกอดจากด้านหลังพลางเกยคางลงบนบ่าของเขา“คิดถึงพี่เต” ดาริกาคลี่ยิ้มกว้างพูดออกไปเมื่อถูกเตชินขโมยหอมแก้ม“พี่คิดถึงมากกว่า มา มานั่งนี่” เตชินพูดพลางเอี้ยวตัวดึงแขนดาริกาให้เดินอ้อมมานั่งลงด้านหน้าระหว่างขาของชายหนุ่มก่อนจะสวมกอดเมื่อหญิงสาวเอนกายพิงลงมาอย่างทะนุถนอม“ขอบคุณนะคะพี่เต และดาก็ขอโทษที่ทิ้งพี่เตไปแบบนั้น” ดาริกาพูดขึ้นขณะที่นั่งช้อนตัวอยู่ข้างหน้าเตชินโดนที่ถูกเขาสวมกอดพลางใช้มือลูบลงบนหน้าท้องที่นูนขึ้นมาเล็กน้อยตามอายุครรภ์สิบหกสัปดาห์“พี่ไม่เคยโกรธดาเลย มีแต่จะรักและแคร์ดามากกว่า อีกอย่างเรื่องมันก็ผ่านไปสามปีกว่าแล้ว” เตชินกระชับกอดให้ดาริกาได้รู้สึกว่าเขาคิดอย่างที่พูดออกไปเพราะทั้งหมดชายหนุ่มก็มีส่
มีแต่จะใส่อารมณ์ใส่เธอเช่นนี้เสมอเขาผิด ใช่เขาพลาด ใช่เธอหนีไป ก็สมควร แต่ต้องไม่ใช่ตอนนี้ที่เขาจะปล่อยเธอให้หลุดมือไปอีกเป็นแน่ เพราะเขาจะแสดงออกมาให้เธอเห็นว่าสิ่งที่เขาทำความรู้สึกที่มีมันหมายความเช่นไร และความกลัวที่จะเสียเธอไปอีกทำให้เขารีบวิ่งไปกอดรัดหญิงสาวจากทางด้านหลังทันทีเขาจะไม่ยอมปล่อยเธอให้หายไปไหนได้อีกแม้ว่าทั้งเตโซและดาริกาจะโกหกหรือคิดจะเอาคืนเขากับช่วงเวลาที่ผ่านมาจนน่าหงุดหงิดและไม่น่าให้อภัย แต่เขาจะยอมปล่อยผ่านแล้วลืมมันไป เพราะตอนนี้สิ่งสำคัญสำหรับเขาที่ควรจะให้ความใส่ใจมากที่สุดก็คือดาริกา...“ไอ้พี่เต! ปล่อยนะ” ดาริกาขึ้นเสียงพลางดิ้นให้สุดแรงด้วยความตกใจเมื่อถูกเตชินวิ่งเข้ามากอดจากทางด้านหลังอย่างไม่ทันตั้งตัว“ถ้าจะเรียกไอ้ไม่ต้องมีพี่ก็ได้นะ...เดี๋ยวนี้โตขึ้นเยอะเลยนะ” เตชินรัดแขนที่โอบกอดเธอจากด้านหลังแน่ขึ้นเพื่อไม่ให้เธอหลุดออกได้ง่ายๆ พลางพูดทะเล้นใส่“พี่เตปล่อย” เมื่อเห็นว่าเขาไม่คิดจะปล่อยง่ายๆ จึงเสียงเข้มขึ้นพร้อมกับแรงที่พยายามสลัดตัวเองให้หลุดออกจากอ้อมแขนของเขา“พี่ไม่ปล่อย...น้องดา น้องดา ดา!” เตชินปฏิเสธพลางเรียกชื่อของดาริกาเสี
ทันทีที่ได้รับข้อความจากนักสืบว่าดาริกาขึ้นเครื่องแล้วเรียบร้อย เตชินก็แทบจะนั่งรอต่อไม่ไหวเพราะกว่าหนึ่งชั่วโมงครึ่งที่หญิงสาวจะเดินทางมาถึงภูเก็ต และแน่นอนว่าชายหนุ่มเลือกที่จะนั่งรอจนกระทั่งใกล้ถึงเวลาเครื่องลง เขาก็เลือกที่ทำตัวตามปกติเพราะอยากดูว่าพี่ชายของตัวเองคิดจะทำเช่นไรต่อเมื่อสาวเจ้าเดินทางมาถึงเตชินก้าวเดินตรงเข้าไปหาดาริกาทันทีเมื่อเห็นหญิงสาวเดินจับจูงมือเด็กชายตัวน้อยออกมาจากเกทโดยที่ทุกคนทางฝั่งเตโซไม่ทันตั้งตัว กว่าจะรู้ตัวอีกทีก็สายไปแล้วที่จะทำตามแผนไม่ให้เตชินได้เจอหน้าลูกก่อน มิหนำซ้ำยังทำให้ดาริกาตกใจไม่น้อยที่อยู่ๆ เตชินก็พุ่งตัวเข้ามาคว้าแขนของเธอทันทีที่เดินพ้นประตูขาเข้า“น้องดา”“พี่เต!”“เต น้องดา”เตโซร้องเรียกคนทั้งสองด้วยความตกใจและทำอะไรต่อไม่ถูกเมื่อน้องชายของเขาพรวดพราดเข้าไปหาโดยที่เขายังไม่ทันจะตั้งหลักทำตามแผนก่อนจะมองไปที่ดาริกาด้วยสายตาขอโทษกับความผิดพลาดเช่นนี้“แผนพี่จะทำยังไงต่อครับ” เตชินหันไปถามพี่ชายทั้งที่ยังจับแขนของดาริกาไม่ยอมปล่อยและเขาก็ไม่กล้ามองหน้าเด็กชายตัวน้อยที่กำลังเงยหน้ามามองเขาอยู่ด้วยความกลัวและตอนนี้อยากจะคุยกับดาริกามา







