เข้าสู่ระบบสายตาคมเข้มของเตชินมองเคนที่กำลังกึ่งเดินกึ่งวิ่งออกมาจากหน้ามุกของบ้านยามวิกาล เป็นช่วงเวลาที่ทุกคนกำลังหลับกันหมดแล้ว มีเพียงเคนที่กำลังจะออกไปข้างนอก ชายหนุ่มเพิ่งกลับจากคุยงานกับพาร์ตเนอร์และลูกค้ายังไม่ทันจะก้าวลงจากรถก็เห็นเคนเสียก่อนจึงตัดสินใจนั่งเงียบๆ มองคนสนิทพี่ชายที่กำลังจะออกไปข้างนอกกลางดึก
หลังจบงานศพพี่ชายเขาก็ไม่ได้ไล่เคนออกจากบ้านหลังนี้เพราะถึงอย่างไรแล้วเคนก็ถือเป็นญาติผู้ใหญ่ของเขาอีกคนที่เคารพนับถือด้วยเพราะพี่ชายของเขาให้เกียรติกับเคนไม่ใช่น้อย แม้แต่ห้องนอนก็ยังอยู่ชั้นเดียวกับเตโซต่างจากเด็กในบ้านที่ให้นอนในเรือนหลังบ้านใหญ่
สำหรับในวันนั้นที่เขาออกปากไล่ก็เพราะอารมณ์ชั่ววูบแต่กับดาริกาเขาพูดมันออกไปด้วยความรู้สึกจริงๆ ที่ต้องการให้เธอออกไปจากบ้านหลังนี้ ถ้าเธอยังเดินไปเดินมาภายในบ้านเขาคงทนมองหน้าเธอไม่ได้เป็นแน่
ภาพที่เตโซวิ่งมาปกป้องเธอคงคอยผุดขึ้นมาหลอกหลอนเขาอยู่เรื่อยๆ ไม่จบเสียที ทางเดียวที่เขาจะอยู่ได้คือไล่เธอออกไปให้พ้นหูพ้นตา
“ออกไปไหนกลางดึกแบบนี้ในชุดนอน” เตชินพึมพำกับตัวเองก่อนจะสาร์ทรถอีกครั้งทั้งที่เครื่องยนต์ยังไม่ทันหายร้อนจากการกลับมาข้างนอก
เพราะทันทีที่รถของเคนขับพ้นประตูบ้านไปชายหนุ่มก็รีบตามออกไปโดยไม่ให้เคนสังเกตเห็นทันทีด้วยกลัวว่าจะคลาดกัน
ทว่า หลังจากเดิมมาเรื่อยๆ กลับพบว่าเป็นเส้นทางที่ตรงไปที่บริษัทหากแต่ขับไปเรื่อยๆ ก็เลยบริษัทจึงทำให้เตชินเข้าใจได้ทันทีว่าจุดหมายของเคนคือ…คอนโดมิเนียมของดาริกา!
“กลางดึกแบบนี้มาหาทำไม” เขาเปรยขึ้นกับตัวเองก่อนจะเข้าตามเข้าไปอย่างง่ายดาย
“สวัสดีครับคุณเตชิน วันนี้นอนที่นี่เหรอครับ” เสียงยามรักษาความปลอดภัยที่ทางเข้าเอ่ยทักทายเตชินอย่างเป็นกันเองและจดจำรถของชายหนุ่มได้เป็นอย่างดี
“อืม” เตชินทำเพียงตอบรับคำสั้นพลางพยักหน้าก่อนจะขับรถเข้าไปจอดในที่ประจำซึ่งถูกล็อกที่ให้ตามระดับความสำคัญเมื่อเขาพักอาศัยอยู่ในโซนวีไอพี
และใช่ คอนโดมิเนียมแห่งนี้ก็ยังเป็นคอนโดที่เขาซื้อไว้สำหรับเวลาที่ขี้เกียจขับรถไกลกลับบ้านหรือไปกินเลี้ยงกับลูกค้าหรือผู้ถือหุ้นจนดึก ในคราแรกที่รู้ว่าเตโซเลือกซื้อคอนโดมิเนียมให้เาริกาเอาไว้นานแล้วเป็นที่นี่ก็อดที่จะหงุดหงิดไม่ได้เมื่อห้องของเธอดันอยู่ฝั่งตรงข้ามกับห้องของเขา
นี่มันจงใจชัดๆ เลย
“พี่คิดจะทำอะไรกันแน่พี่โซ” เขาบ่นกับตัวเองระหว่างที่กำลังเดินตรงไปยังลิฟต์ส่วนตัวของผู้พักอาศัยชั้นวีไอพี
ไม่ต้องคิดหรือสืบหาความให้มากก็พอจะเดาออกว่าเคนมาหาดาริกา แน่นอนว่าเขาจะขึ้นไปหาเธอกับเคนเพื่อดูว่าทั้งสองคนนัดมาเจอกันทำไมเวลานี้ หากคิดจะหักหลังพี่ชายของเขาก็อย่าหวังจะได้อยู่ภายใต้อำนาจพี่ชายของเขาได้อีก
ใช่! เขาไม่ไว้ใจดาริกาเต็มหัวใจตั้งแต่เกิดเรื่องเพราะคนที่ก่อเหตุคือคนของบิดาสาวเจ้า หนำซ้ำเจ้าตัวยังถูกเคนพาไปด้วยตัวเองถึงที่เกิดเหตุ จะไม่ให้เขาคิดได้อย่างไรว่าคนทั้งสองไม่ได้สมรู้รวมคิดทำเรื่องไม่ดีลับหลังเตโซ แม้ว่าเตโซจะเสียไปแล้วก็ตาม
หรือแม้ว่าเธอจะขึ้นชื่อว่าเป็นภรรยาของเขาก็ตาม
ทันทีที่ขึ้นมาถึงชัั้นที่สามสิบเตชินก็ก้าวเดินตรงไปยังประตูห้องของตัวเองทันที แต่ทว่ามือหนาไม่ได้เอื้อมไปเปิดประตูกลับเลือกที่จะยืนกอดอกผิงผนังกำแพงข้างประตูห้องแล้วทอดสายตามองไปยังประตูห้องของดาริกาแทนพลางดูเวลา
“ตีหนึ่งสามสิบห้านาที” เขาพึมพำกับตัวเองและยังคงยืนอยู่ที่เดิมไม่ขยับไปไหน
หากแต่คนในห้องทั้งสองคนไม่รู้เลยว่าบัดนี้เตชินยืนอยู่ข้างนอกห้องเพื่อรอจับผิดกับการที่เคนมาหาดาริกาในยามวิกาลโดยไม่รู้เลยว่าตัวของเขานั้นกำลังเข้าใจผิดจากคนสองคนที่ไม่ได้ตั้งใจ
“พี่เคน ความฝันของดามันหมายความว่ายังไงคะ” หญิงสาวเอ่ยถามทันทีหลังเล่าความฝันให้กับเคนฟังเมื่อชายหนุ่มยังไม่ทันจะทบทวนสิ่งที่สาวเจ้าเล่า
“…ผมคิดว่าคุณหนูเหนื่อยและคิดมากเรื่องของคุณเตโซ อีกอย่างอาทิตย์หน้าคุณหนูก็ต้องเข้าบริษัทแล้ว คงมีเรื่องให้คิดมากจนเก็บมาฝันมั่วไปหมด คงไม่มีอะไรครับ” เคนนิ่งเงียบอย่างหาคำตอบที่ดีที่สุดแม้มันมันออกจะฟังเป็นข้ออ้างมากกว่า
“แต่ดารู้สึกว่ามันเหมือนจริงมากเลยนะคะ มันเหมือนว่าเกิดขึ้นจริงๆ เหมือนมาก…หรือความฝันของดาคือความจำที่หายไปของดาคะพี่เคน” ดาริกาพึมพำกับตัวเองก่อนจะหันไปมองเคนอีกครั้งแล้วถามขึ้น
เพราะสิ่งที่เธอจำได้มันสวนทางกับความเป็นจริงที่ได้ยินมาจากปากของเตโซ เหตุการณ์เมื่อหกปีก่อนที่เธอมีอายุเพียงสิบเจ็ดปีเท่านั้น ในวันปกติธรรมดาของทุกคนไม่ต่างจากเธอแต่ทว่าค่ำของวันนั้นที่เกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันมาก่อนคือการสูญเสียบิดาจากการทำงานตามหน้าที่ของท่าน เตโซได้เล่าให้เธอฟังว่าทันทีที่ทราบข่าวจากเพื่อนของบิดาที่ทำงานด้วยกัน เธอก็หมดสติด้วยอาการช็อกจนเกิดภาวะความจำเสื่อมชั่วคราวเพราะจิตใจต้องการให้ลืมความเจ็บปวดสาหัสและเป็นเตโซที่เข้ามาช่วยดูแลรวมถึงจัดการพิธีฌาปนกิจให้บิดาเธอ
แต่นอนว่าเธอจำอะไรไม่ได้เลยตั้งแต่รู้สึกตัวฟื้นขึ้นมาก็พบว่าตัวเองนอนอยู่บนเตียงในโรงพยาบาล ความทรงจำของเธอหยุดแค่ช่วงเวลาที่เธอกำลังนั่งรอบิดากลับมาทานข้าวเย็นเท่านั้น รอแล้วรอเล่าจนเวลาล่วงเลยเข้าสองทุ่ม หลังจากนั้นเธอก็จำอะไรไม่ได้เลยและความทรงจำใหม่ของเธอก็เกิดขึ้นหลังตื่นขึ้นมาจนถึงตอนนี้
เธออยากรู้ว่าเรื่องที่แท้จริงแล้วมันเป็นอย่างไรกันแน่
“คุณหนูครับ คุณหนู” เคนร้องเรียกพลางยื่นมือไปแตะลงบนต้นแขนของดาริกาเมื่อสังเกตเห็นว่าเธอกำลังนั่งเหม่อทั้งที่เขาเองก็เหม่อคิด
คิดถึงความจริงที่ยากจะพูดออกมาได้ในตอนนี้อีกเหตุผลก็เพราะไม่มีหลักฐานที่มัดตัวคนร้ายให้ดิ้นไม่หลุด เขาและเตโซจึงเลือกที่จะเก็บความลับที่แสนใจร้ายกับเด็กผู้หญิงคนหนึ่งให้เรื่องราวครั้งนั้นค่อยๆ เลือนหายไปจากความทรงจำของเธอ
แต่ดูเหมือนตอนนี้จะเป็นเรื่องยากเสียแล้ว
“คะพี่เคน” สาวเจ้าขานรับเคนทันทีเมื่อหลุดออกจากภวังค์ความคิด
“ผมคิดว่าคุณหนูควรนอนพักผ่อนดีกว่านะครับ อย่าได้คิดถึงเรื่องความฝันอีก ผมเป็นห่วงกลัวเรื่องสุขภาพของคุณหนู มันไม่มีอะไรหรอกครับ ตอนนี้ก็ตีสองกว่าแล้ว” เคนคลี่ยิ้มบางให้กับดาริกาพลางลุกขึ้นเพื่อตัดบทให้เธอไม่สามารถค่อความยาวสาวความยืดได้อีก
“ก็ได้คะ ดาเดินไปส่งนะคะ พี่เคนก็ขับรถดีๆ แต่ถ้าง่วงก็นอนที่นี่ได้นะคะ” เธอพยักหน้าอย่างเข้าใจเมื่อเห็นปฏิกิริยาและคำพูดของเคนจึงรู้ว่าเขาต้องการจะไม่พูดต่อ
“ผมกลับดีกว่าครับ พรุ่งนี้เช้ามีประชุมบอร์ดบริหารเรื่องที่คุณเตจะรักษาการแทนคุณเตโซ” เคนยิ้มพลางให้คำตอบก่อนจะเดินไปที่ประตูห้อง
“ทำไมรักษาการแทนละคะ แบบนี้พี่เตก็ทำสองหน้าที่พร้อมกันเลยน่ะสิ ไม่เครียดแย่เหรอคะ” เธอถามด้วยความเป็นห่วงเตชิน
“ถึงคุณโซจะไม่อยู่ แต่ทุกอย่างจะต้องเป็นไปตามพินัยกรรมครับ” เคนให้คำตอบพลางหยุดยืนอยู่ที่ประตูเพื่อเปลี่ยนกลับมาเป็นรองเท้าของตัวเอง
“เหรอคะ งั้นฝากพี่เคนดูแลพี่เตด้วยนะคะ ตอนนี้อารมณ์ของเขาขึ้นๆ ลงๆ เพราะเพิ่งสูญเสียไป ขนาดดาเองยังเคว้งไปหมด” เธอคลี่ยิ้มบางให้เคนก่อนจะหันไปเปิดประตู
แต่ทว่าภาพที่เห็นตรงหน้าทันทีที่เปิดประตูก็ทำให้เจ้าของห้องอย่างดาริกาก้าวถอยหลังด้วยความฉับไวเพราะตกใจจนไปชนเข้ามี่แผงอกของเคนที่รีบยกมือขึ้นมาประคองคุณหนูของเขาแล้วมองตรงตามสายตาของสาวเจ้าก็ต้องตกใจอุทานออกมา
“คุณเต!”
บทพิเศษ 2พรหมลิขิตเจนีวา, สวิตเซอร์แลนด์เตโซนั่งมองทิวทัศน์ของเมืองเจนีวาที่หาดทรายเทียมอย่างสบายใจสำหรับวันพักผ่อน หลังจากจบเรื่องของเตชินและดาริกาได้สามเดือน ชายหนุ่มก็ตัดสินใจจองตั๋วมาเที่ยวพักผ่อนที่สวิตเซอร์แลนด์เพียงคนเดียว ทั้งยังเป็นการพักฟื้นจากการที่ได้รับบาดเจ็บเมื่อหลายเดือนก่อนถึงแม้ภายนอกจะดีขึ้นแต่การถูกยิงทะลุหน้าอกก็ไม่ใช่บาดแผลที่จะหายได้ง่ายๆ เขาจึงเลือกที่จะมาพักผ่อนยังประเทศที่มีเสน่ห์อย่างลงตัวระหว่างบ้านเมืองและธรรมชาติที่สวยงาม จากสถานที่ท่องเที่ยวเมืองหลักๆ ทั้งหมดสิบเอ็ดเมือง เขาเดินทางท่องเที่ยวไปแล้วห้าเมืองตลอดหนึ่งสัปดาห์ที่ผ่านมา และเจนีวาก็คือเมืองที่หกในวันแรกของสัปดาห์ที่สองชายหนุ่มทอดสายตามองความสบายใจที่อยู่เบื้องหน้าก่อนจะทอดสายตามองออกไปยังทะเลสาบเจนีวาก่อนจะดึงสายตาไปยังกลุ่มคนมากมายซึ่งกำลังยืนเกาะกลุ่มล้อมรอบบุคคลที่กำลังเล่นเปียโนให้กับผู้คนที่มาพักผ่อนอยู่ไม่ไกลมากนัก เขามองแล้วค่อยๆ เผลอรอยยิ้มออกมาเมื่อได้ยินเสียงเปียโนแสนไพเราะ เขายังคงมองนักดนตรีเปียโนบรรเลงอย่างไม่คิดหันไปมองสิ่งอื่น ไม่ต่างจากหญิงสาวคนไทยที่กำลังนั่งอยู่บนเก้าถัดไปท
ทว่าก็ต้องชะงักพลางเผยอริมฝีปากออกเล็กน้อยเมื่อสามีกำลังยืนนิ่งถือที่ตรวจครรภ์ยื่นไปตรงหน้าเตโซที่กำลังจะลงไปชั้นล่างเตรียมตัวทานมื้อเช้าก่อนออกไปทำงานที่บริษัท เมื่อในวันนี้ที่ปรึกษาอย่างเตโซจะต้องเข้าร่วมประชุมด้วยสำหรับการต้อนรับลูกค้ารายใหม่ “ดา...ดาท้องคนที่สามแล้วเหรอ” เตโซเอ่ยถามออกไปด้วยความดีใจเมื่อชำเลืองสายตาเลยไปมองน้องสะใภ้ที่กึ่งเดินกึ่งวิ่งตามน้องชายออกจากห้องมา “พี่โซ เอ่อ ค่ะ ดาท้องคนที่สามแล้วค่ะ” เธออึกอักตอบออกไปเพราะยังปรับอารมณ์ไม่ทันกับสถานการณ์ตรงหน้า “กี่เดือนแล้วล่ะ แล้วไปหาหมอหรือยัง เพิ่งตรวจเหรอ” คนเป็นพี่สามียิงคำถามออกมาไม่หยุดจนคนท้องตอบไม่ทันได้แต่ยืนยิ้มแห้งส่งกลับมา “เอ่อ...” เธอไม่รู้จะเริ่มต้นพูดออกไปเช่นไรดี “ห้าล้าน รับขวัญหลาคนที่สาม” คนที่เพิ่งรู้ตัวว่ากำลังจะเป็นคุณพ่อลุกสามกลับไม่สนใจบทสนทนาของภรรยาสาวกับพี่ชาย นอกจากข้อเรียกร้องเมื่อตนมีหลานให้กับพี่ชายที่ตัวเขาเองก็ไม่ทันตั้งตัวกับการมีลูกคนที่สาม แต่เงินไม่ใช่ประเด็นสำหรับเขากับการที่มาบอกพี่ชาย แต่
บทพิเศษ 1 แค่มีดาริกาที่เป็นแม่ของลูก มือหนาปัดเส้นผมที่ตกลงมาปกข้างแก้มของภรรยาสาวที่ยังคงนอนหลับใหลในห้วงนิทราไปเมื่อหนึ่งชั่วโมงก่อนหลังบทรักที่ชายหนุ่มมอบให้เพิ่งจบลง ก่อนจะเคลื่อนใบหน้าเข้าไปใกล้ก่อนจะประทับริมฝีปากลงบนแก้มนวลด้วยความหลงใหล ทว่าเป็นการปลุกให้ดาริกาตื่นจากภวังค์หวานเมื่อริมฝีปากไม่ได้หยุดแค่ที่แก้ม หนำซ้ำมือหนาเริ่มลูบไล้ไปตามเอวคอดที่เปลือยเปล่าไร้อาภรณ์ปกปิด “พี่เต ดาง่วงและเหนื่อยจะแย่แล้วนะคะ” สาวเจ้าพึมพำพลางปรือตาขึ้นมามองสามีหนุ่ม “แต่เมียตัวหอม พี่ทนไม่ไหว” เตชินกระซิบเสียงพร่า เคลื่อนหน้าจากใบหูมายังลำคอขาวลออก่อนจะซุกไซ้ลำคอที่ขึ้นสีแดงระเรื่อจากเครื่องหมายที่แสดงความเป็นเจ้าของ ซึ่งเกิดจากฝีปากร้ายของเขาที่ตีตราเอาไว้ “พี่เตขา เมื่อคืนก็ทั้งคืนแล้วนะคะ ให้ดาได้พักบ้างนะ นะคะ น้า” ดาริกายกมือดันสามีหนุ่มให้ผละออกห่างก่อนจะพูดอ้อมพร้อมสายตาหวานราวกับลูกแมวน้อยที่กำลังอ้อนเจ้านาย “งั้นนอนกอดก็แล้วกัน แต่คืนนี้พี่ไม่ปล่อยเหมือนตอนนี้แน่” เตชินแพ้เสียงหวานและสายตาออดอ้อ
บทส่งท้าย เสียงคลื่นกระทบฝั่งพร้อมสายลมหอบใหญ่ที่พัดเข้าฝั่งปะทะผิวของเตชินที่นั่งอยู่บนหาดทรายสีขาวด้านข้างมีรองเท้าแตะสองคู่วางข้างกันหากแต่อีกหนึ่งคู่ไร้เจ้าของนั่งอยู่ข้างกายชายหนุ่ม เพียงไม่นานเสียงหวานใสเจ้าของรองเท้าแตะดังขึ้นจากด้านหลังของเขา เสียงเท้าก้าวเดินมาทำให้รอยยิ้มบนใบหน้าของเขาคลี่ยิ้มกว้างอย่างรู้ทันก่อนจะหันไปหอมแก้มหญิงสาวเมื่อเธอนั่งลงแล้วโน้มตัวสวมกอดจากด้านหลังพลางเกยคางลงบนบ่าของเขา“คิดถึงพี่เต” ดาริกาคลี่ยิ้มกว้างพูดออกไปเมื่อถูกเตชินขโมยหอมแก้ม“พี่คิดถึงมากกว่า มา มานั่งนี่” เตชินพูดพลางเอี้ยวตัวดึงแขนดาริกาให้เดินอ้อมมานั่งลงด้านหน้าระหว่างขาของชายหนุ่มก่อนจะสวมกอดเมื่อหญิงสาวเอนกายพิงลงมาอย่างทะนุถนอม“ขอบคุณนะคะพี่เต และดาก็ขอโทษที่ทิ้งพี่เตไปแบบนั้น” ดาริกาพูดขึ้นขณะที่นั่งช้อนตัวอยู่ข้างหน้าเตชินโดนที่ถูกเขาสวมกอดพลางใช้มือลูบลงบนหน้าท้องที่นูนขึ้นมาเล็กน้อยตามอายุครรภ์สิบหกสัปดาห์“พี่ไม่เคยโกรธดาเลย มีแต่จะรักและแคร์ดามากกว่า อีกอย่างเรื่องมันก็ผ่านไปสามปีกว่าแล้ว” เตชินกระชับกอดให้ดาริกาได้รู้สึกว่าเขาคิดอย่างที่พูดออกไปเพราะทั้งหมดชายหนุ่มก็มีส่
มีแต่จะใส่อารมณ์ใส่เธอเช่นนี้เสมอเขาผิด ใช่เขาพลาด ใช่เธอหนีไป ก็สมควร แต่ต้องไม่ใช่ตอนนี้ที่เขาจะปล่อยเธอให้หลุดมือไปอีกเป็นแน่ เพราะเขาจะแสดงออกมาให้เธอเห็นว่าสิ่งที่เขาทำความรู้สึกที่มีมันหมายความเช่นไร และความกลัวที่จะเสียเธอไปอีกทำให้เขารีบวิ่งไปกอดรัดหญิงสาวจากทางด้านหลังทันทีเขาจะไม่ยอมปล่อยเธอให้หายไปไหนได้อีกแม้ว่าทั้งเตโซและดาริกาจะโกหกหรือคิดจะเอาคืนเขากับช่วงเวลาที่ผ่านมาจนน่าหงุดหงิดและไม่น่าให้อภัย แต่เขาจะยอมปล่อยผ่านแล้วลืมมันไป เพราะตอนนี้สิ่งสำคัญสำหรับเขาที่ควรจะให้ความใส่ใจมากที่สุดก็คือดาริกา...“ไอ้พี่เต! ปล่อยนะ” ดาริกาขึ้นเสียงพลางดิ้นให้สุดแรงด้วยความตกใจเมื่อถูกเตชินวิ่งเข้ามากอดจากทางด้านหลังอย่างไม่ทันตั้งตัว“ถ้าจะเรียกไอ้ไม่ต้องมีพี่ก็ได้นะ...เดี๋ยวนี้โตขึ้นเยอะเลยนะ” เตชินรัดแขนที่โอบกอดเธอจากด้านหลังแน่ขึ้นเพื่อไม่ให้เธอหลุดออกได้ง่ายๆ พลางพูดทะเล้นใส่“พี่เตปล่อย” เมื่อเห็นว่าเขาไม่คิดจะปล่อยง่ายๆ จึงเสียงเข้มขึ้นพร้อมกับแรงที่พยายามสลัดตัวเองให้หลุดออกจากอ้อมแขนของเขา“พี่ไม่ปล่อย...น้องดา น้องดา ดา!” เตชินปฏิเสธพลางเรียกชื่อของดาริกาเสี
ทันทีที่ได้รับข้อความจากนักสืบว่าดาริกาขึ้นเครื่องแล้วเรียบร้อย เตชินก็แทบจะนั่งรอต่อไม่ไหวเพราะกว่าหนึ่งชั่วโมงครึ่งที่หญิงสาวจะเดินทางมาถึงภูเก็ต และแน่นอนว่าชายหนุ่มเลือกที่จะนั่งรอจนกระทั่งใกล้ถึงเวลาเครื่องลง เขาก็เลือกที่ทำตัวตามปกติเพราะอยากดูว่าพี่ชายของตัวเองคิดจะทำเช่นไรต่อเมื่อสาวเจ้าเดินทางมาถึงเตชินก้าวเดินตรงเข้าไปหาดาริกาทันทีเมื่อเห็นหญิงสาวเดินจับจูงมือเด็กชายตัวน้อยออกมาจากเกทโดยที่ทุกคนทางฝั่งเตโซไม่ทันตั้งตัว กว่าจะรู้ตัวอีกทีก็สายไปแล้วที่จะทำตามแผนไม่ให้เตชินได้เจอหน้าลูกก่อน มิหนำซ้ำยังทำให้ดาริกาตกใจไม่น้อยที่อยู่ๆ เตชินก็พุ่งตัวเข้ามาคว้าแขนของเธอทันทีที่เดินพ้นประตูขาเข้า“น้องดา”“พี่เต!”“เต น้องดา”เตโซร้องเรียกคนทั้งสองด้วยความตกใจและทำอะไรต่อไม่ถูกเมื่อน้องชายของเขาพรวดพราดเข้าไปหาโดยที่เขายังไม่ทันจะตั้งหลักทำตามแผนก่อนจะมองไปที่ดาริกาด้วยสายตาขอโทษกับความผิดพลาดเช่นนี้“แผนพี่จะทำยังไงต่อครับ” เตชินหันไปถามพี่ชายทั้งที่ยังจับแขนของดาริกาไม่ยอมปล่อยและเขาก็ไม่กล้ามองหน้าเด็กชายตัวน้อยที่กำลังเงยหน้ามามองเขาอยู่ด้วยความกลัวและตอนนี้อยากจะคุยกับดาริกามา







