เข้าสู่ระบบ“คุณเตคะ คุณหนูมาแล้วให้เธอนั่งสักหน่อยมั้ยคะรอคุณเตทำงานเสร็จ ส่วนฉันจะขอตัวไปส่งเอกสารก่อนคะ” รินนรายิ้มสู้ทันทีที่เจ้านายหันขวับมามองด้วยท่าทางปกติแต่เธอรู้ว่าเขากำลังไม่พอใจ
“ก็ไปสิ ผมไม่ได้ผูกเชือกที่เท้าคุณไม่ให้ไปนะครับคุณนรา” เขาตอบหน้าตาเฉยจนดูกวนประสาทเรียกทเ้าคนอื่นก่อนจะหันกลับมาทำงานต่อทันที
ทำงานกับเตชินมาตั้งนานก็ใช่ว่าจะเคยชินกับอาการตีมึนกวนโอ้ยแต่เอ็มวีพีทุกครั้งแบบนี้ รินนาาจึงทำเพียงยิ้มแห้งให้เจ้านายที่หันกลับไปแล้วก่อนจะหันไปมองดาริกาแต่แล้วก็ต้องหุบยิ้มฉับพลันเมื่อยังเห็นสาวเจ้ายืนท่าเดิมไม่ขยับ เมื่อเห็นคนทั้งสองเอาแต่เล่นสงครามจิตกันเธอจึงรีบเดินออกจากห้องปล่อยให้คนทั้งสองจัดการกันเอง ถึงอย่างไรแล้วก็เป็นเรื่องระหว่างคนสองคน
ทว่าต่อให้รินนราเดินออกจากห้องไปแล้วคนทั้งสองก็ยังคงเงียบใส่กันต่างฝ่ายต่างอยู่ในอิริยาบถเดิมไม่เปลี่ยน คนหนึ่งก็เอาแต่ยืนนิ่งมองรองเท้าตัวเองอีกคนก็เอาแต่จ้องหน้าจอคอมพิวเตอร์ทำงานอย่างเดียวทั้งที่ตัวเองเป็นคนสั่งฝ่ายบุคคลให้พาสาวเจ้าขึ้นมาที่ห้องทำงานแท้ๆ กลับทำเมินจนคนที่ยืนเงียบมานานอย่างดาริกาซึ่งเริ่มจะนิ่งต่อไปไม่ไหวจึงเงยหน้าขึ้นไปมองเตชินเพื่อหวังจะขอตัวไปทำงานเพราะตั้งแต่เธอเข้ามารายงานตัวพร้อมกับเพื่อนคนอื่นก็มีเพียงเธอที่ถูกเรียกตัวขึ้นมาที่นี่โดยไม่บอกกล่าวอะไรเลย มีแต่เพื่อนที่ถูกบอกตำแหน่งหน้าที่การงานและถูกพาไปแนะนำตามแผนกต่างๆ แล้ว
แต่ไม่ทันจะอ้าปากพูดคนที่เอาแต่จ้องหน้าจอคอมพิวเตอร์ก็หันมาพร้อมกับออกคำสั่งทันทีก่อนที่หญิงสาวจะได้พูดออกไป ซ้ำคำสั่งของเขาก็ทำให้เธอตกใจไม่ใช่น้อย
“นั่งลง...อ่านเอกสารฉบับนี้ อ่านให้ละเอียดและศึกษาให้เข้าใจ เพราะเธอจะต้องมาเป็นผู้ช่วยฉันที่ทำหน้าที่แทนคุณนราเวลาที่คุณนราติดงานอื่น” เตชินออกคำสั่งพลางโยนแฟ้มเอกสารไปให้กับดาริกาที่นั่งลงบนเก้าอี้ฝั่งตรงข้ามทันที
“ค่ะ เอ่อ พี่...” ดาริการีบรับแฟ้มเอกสารที่ถูกโยนมาทันทีก่อนจะเงยหน้าไปเพื่อหวังจะถามในข้อสงสัยของตัวเอง
“อยู่ที่บริษัทให้เรียกฉันว่าคุณเตห้ามเรียกพี่ อ่านซะ เพราะลูกค้าคนนี้เธอจะต้องไปพบพร้อมฉันเย็นนี้” ชายหนุ่มตัดบทหญิงสาวที่กำลังจะพูดและกำลังจะเอ่ยเรียกเขาอย่างที่เคยเรียก
“ได้ค่ะคุณเต เอ่อ ดามีคำถามคะ” สาวเจ้ารับคำสั่งอย่างว่าง่ายเพราะเริ่มเข้าใจสถานการณ์แล้วว่าการที่เธอถูกพนักงานฝ่ายบุคคลพาขึ้นมาที่นี่ด้วยเรื่องอะไรและรู้ถึงหน้าที่ของตัวเองแล้วมากกว่าคำพูดของพนักงานที่บอกแค่ว่าให้เธอรอก่อน
“ถามมา” เขาพูดก่อนจะหันกลับไปทำงานต่อ
“นอกจากงานวันนี้ ดาจะต้องทำอะไรบ้างคะ เอ่อ แล้วดาจะต้องนั่งทำงานข้างพี่นราหรือต้องไปที่แผนกอื่นคะ จากที่พี่โซเคยเล่าให้ฟังการที่จะอยู่ในตำแหน่งผู้ช่วยที่ไม่ใช่เลขาจะถูกเรียกใช้งานไม่บ่อยเท่าเลขา ดาแค่อยากรู้ว่าดาควรฝึกงานที่ไหนบ้างนอกจากงานของวันนี้ค่ะ” ดาริกาถามออกไปให้เคลียร์ทีเดียวเพราะอย่างไรแล้วตอนนี้เธอก็เดาได้ว่าเขาไม่ต้องการให้ใครรู้ว่าเธอเป็นใครนอกจากเด็กฝึกงาน
ไม่ใช่เธอไม่รู้ว่าที่บริษัทมีใครบ้างที่รู้จักเธอและพนักงานทั้งบริษัทที่ไม่ได้คลุกคลีกับคณะบริหารชั้นบนก็ไม่มีใครเลยสักคนที่รู้ ด้วยเพราะตั้งแต่แรกเธอไม่ได้สนใจบริษัทของเตโซนอกจากร้านกาแฟเล็กๆ เท่านั้น เธอเพียงแค่ตั้งใจอยากเดินออกไปจากบ้านของเตโซตามที่เตชินต้องการมาตั้งแต่แรก
เขาเกลียดเธอขนาดนั้นจะอยู่ให้เขารำคาญใจได้อย่างไร
”ผู้ช่วยฉันที่หมายความว่าจะต้องทำงานตัวติดฉันยิ่งกว่าเลขาอย่างคุณนรา ส่วนที่ทำงานของเธอ...” เตชินละสายตาจากหน้าจอคอมพิวเตอร์ไปมองดาริกาแล้วพูดเสียงเรียบติดรำคาญ
แต่ไม่ทันจะตอบคำถามให้สาวเจ้าได้รู้ว่าที่ทำงานของเธออยู่ที่ไหนเสียงเคาะประตูห้องก็ดังขึ้นพร้อมกับบานประตูถูกเปิดออกด้วยมือของรินนราก่อนจะมีพนักงานชายสองสามคนเดินเข้ามาพร้อมกับโต๊ะทำงานและเก้าอี้ จึงทำให้ทั้งเตชินและดาริกาหันไปมองพร้อมกับรินนราซึ่งเดินเข้ามาหาคนทั้งคู่เพื่อรายงานความเรียบร้อยกับคำสั่งของเจ้านาย
“เรียบร้อยคะคุณเต ส่วนเรื่องอุปกรณ์บนโต๊ะทำงานเดี๋ยวฉันจะพาคุณหนูลงไปดูอีกทีคะ” รินนราแจ้งกับเจ้านายทันทีเมื่อเธอได้ทำตามคำสั่งเป็นที่เรียบร้อยและยังเป็นคำตอบให้กับดาริกา
“พี่ เอ่อ คุณเตจะให้ดาทำงานในห้องนี้เหรอคะ” ดาริกาหันขวับกลับมาถามเตชินทันทีก่อนจะชะงักเล็กน้อยเมื่อเกือบเผลอเรียกเขาอย่างเคยชินก่อนจะรีบเปลี่ยนคำพูดทันทีเมื่อสบสายตาคมดุของเขา
“ใช่ ฉันไม่ไว้ใจเธอ” เขาตอบกลับด้วยท่าทางปกติหากแต่น้ำเสียงราบเรียบ
“ไม่ไว้ใจดา เรื่องอะไรกันคะ” เธอถามกลับด้วยความงุนงง ก่อนจะชะงักอีกครั้งเมื่อนึกขึ้นได้ว่าเคนก็มีตำแหน่งหน้าที่ในบริษัทแห่งนี้และเข้ามาที่บริษัททุกวันเหมือนคนอื่น ฉะนั้นแล้วเธอจึงนึกขึ้นได้ว่าคงเป็นเรื่องที่เคนมาหาเธอที่ห้องกลางดึกเป็นแน่
“แค่นี้ก็ลืมแล้วหรือไง” เลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อยย้อนถามกลับไปอย่างหงุดหงิดน้อยๆ
“ดากับพี่เคนไม่ได้ทำอะไรกันเสียหายอย่างที่คุณเตคิดหรอกนะคะ” เธอพูดออกไปด้วยระดับน้ำเสียงที่ได้ยินกันเพียงแค่สองคน
“ฉันไม่เชื่อ” เขาตอบกลับหน้าตาเฉยพลางเท้าแขนกับโต๊ะทำงานมองคนตัวเล็กที่โน้มตัวมาเท้าแขนกับโต๊ะเพื่อให้ได้ยินกันเพียงสองคน
”พี่เต พี่เป็นพวกชอบมีบ่วงหรือไงคะ ปล่อยวางเรื่องที่ไม่ได้เป็นจริงบ้างก็ได้คะ เดี๋ยวในหัวเนี่ยจะมีแต่เรื่องไม่เป็นเรื่องแทนเรื่องงาน” สาวเจ้าอดไม่ได้ที่จะยอกย้อนกลับอย่างหมั่นไส้ชายหนุ่มจนเผลอหลุดปากเรียกเขาอย่างเคยชิน
“ฉันเชื่อในสิ่งที่เห็นและเป็นพวกจำง่ายแต่ลืมยาก ฉันยินดีมีบ่วงโดยเฉพาะเรื่องของเธอ” เขายื่นใบหน้าไปใกล้แล้วพูดเสียงเรียบอย่างไม่ยี่หระกับคำพูดของสาวเจ้า
“พี่โรคจิตหรือยังไงคะ เกลียดดาไม่ใช่เหรอทำไมอยากให้ดามานั่งให้เห็นทุกวันด้วย” เธอพูดพลางยื่นใบหน้าเข้าไปหาเขาอย่างหงุดหงิดน้อยๆ ที่เห็นความเอาแต่ของเขาที่มันเกินไป
“ใช่ ฉันเกลียดเธอ แต่เป็นพวกทนเห้นขี้หน้าได้ เธอจะทำไมฉัน” เขามองสาวเจ้าอย่างไม่ละสายตาพลางรอให้เธอแผลงฤทธิ์ออกมาด้วยความนึกสนุกขึ้นมา
“พี่มันโรคจิต!”
บทพิเศษ 2พรหมลิขิตเจนีวา, สวิตเซอร์แลนด์เตโซนั่งมองทิวทัศน์ของเมืองเจนีวาที่หาดทรายเทียมอย่างสบายใจสำหรับวันพักผ่อน หลังจากจบเรื่องของเตชินและดาริกาได้สามเดือน ชายหนุ่มก็ตัดสินใจจองตั๋วมาเที่ยวพักผ่อนที่สวิตเซอร์แลนด์เพียงคนเดียว ทั้งยังเป็นการพักฟื้นจากการที่ได้รับบาดเจ็บเมื่อหลายเดือนก่อนถึงแม้ภายนอกจะดีขึ้นแต่การถูกยิงทะลุหน้าอกก็ไม่ใช่บาดแผลที่จะหายได้ง่ายๆ เขาจึงเลือกที่จะมาพักผ่อนยังประเทศที่มีเสน่ห์อย่างลงตัวระหว่างบ้านเมืองและธรรมชาติที่สวยงาม จากสถานที่ท่องเที่ยวเมืองหลักๆ ทั้งหมดสิบเอ็ดเมือง เขาเดินทางท่องเที่ยวไปแล้วห้าเมืองตลอดหนึ่งสัปดาห์ที่ผ่านมา และเจนีวาก็คือเมืองที่หกในวันแรกของสัปดาห์ที่สองชายหนุ่มทอดสายตามองความสบายใจที่อยู่เบื้องหน้าก่อนจะทอดสายตามองออกไปยังทะเลสาบเจนีวาก่อนจะดึงสายตาไปยังกลุ่มคนมากมายซึ่งกำลังยืนเกาะกลุ่มล้อมรอบบุคคลที่กำลังเล่นเปียโนให้กับผู้คนที่มาพักผ่อนอยู่ไม่ไกลมากนัก เขามองแล้วค่อยๆ เผลอรอยยิ้มออกมาเมื่อได้ยินเสียงเปียโนแสนไพเราะ เขายังคงมองนักดนตรีเปียโนบรรเลงอย่างไม่คิดหันไปมองสิ่งอื่น ไม่ต่างจากหญิงสาวคนไทยที่กำลังนั่งอยู่บนเก้าถัดไปท
ทว่าก็ต้องชะงักพลางเผยอริมฝีปากออกเล็กน้อยเมื่อสามีกำลังยืนนิ่งถือที่ตรวจครรภ์ยื่นไปตรงหน้าเตโซที่กำลังจะลงไปชั้นล่างเตรียมตัวทานมื้อเช้าก่อนออกไปทำงานที่บริษัท เมื่อในวันนี้ที่ปรึกษาอย่างเตโซจะต้องเข้าร่วมประชุมด้วยสำหรับการต้อนรับลูกค้ารายใหม่ “ดา...ดาท้องคนที่สามแล้วเหรอ” เตโซเอ่ยถามออกไปด้วยความดีใจเมื่อชำเลืองสายตาเลยไปมองน้องสะใภ้ที่กึ่งเดินกึ่งวิ่งตามน้องชายออกจากห้องมา “พี่โซ เอ่อ ค่ะ ดาท้องคนที่สามแล้วค่ะ” เธออึกอักตอบออกไปเพราะยังปรับอารมณ์ไม่ทันกับสถานการณ์ตรงหน้า “กี่เดือนแล้วล่ะ แล้วไปหาหมอหรือยัง เพิ่งตรวจเหรอ” คนเป็นพี่สามียิงคำถามออกมาไม่หยุดจนคนท้องตอบไม่ทันได้แต่ยืนยิ้มแห้งส่งกลับมา “เอ่อ...” เธอไม่รู้จะเริ่มต้นพูดออกไปเช่นไรดี “ห้าล้าน รับขวัญหลาคนที่สาม” คนที่เพิ่งรู้ตัวว่ากำลังจะเป็นคุณพ่อลุกสามกลับไม่สนใจบทสนทนาของภรรยาสาวกับพี่ชาย นอกจากข้อเรียกร้องเมื่อตนมีหลานให้กับพี่ชายที่ตัวเขาเองก็ไม่ทันตั้งตัวกับการมีลูกคนที่สาม แต่เงินไม่ใช่ประเด็นสำหรับเขากับการที่มาบอกพี่ชาย แต่
บทพิเศษ 1 แค่มีดาริกาที่เป็นแม่ของลูก มือหนาปัดเส้นผมที่ตกลงมาปกข้างแก้มของภรรยาสาวที่ยังคงนอนหลับใหลในห้วงนิทราไปเมื่อหนึ่งชั่วโมงก่อนหลังบทรักที่ชายหนุ่มมอบให้เพิ่งจบลง ก่อนจะเคลื่อนใบหน้าเข้าไปใกล้ก่อนจะประทับริมฝีปากลงบนแก้มนวลด้วยความหลงใหล ทว่าเป็นการปลุกให้ดาริกาตื่นจากภวังค์หวานเมื่อริมฝีปากไม่ได้หยุดแค่ที่แก้ม หนำซ้ำมือหนาเริ่มลูบไล้ไปตามเอวคอดที่เปลือยเปล่าไร้อาภรณ์ปกปิด “พี่เต ดาง่วงและเหนื่อยจะแย่แล้วนะคะ” สาวเจ้าพึมพำพลางปรือตาขึ้นมามองสามีหนุ่ม “แต่เมียตัวหอม พี่ทนไม่ไหว” เตชินกระซิบเสียงพร่า เคลื่อนหน้าจากใบหูมายังลำคอขาวลออก่อนจะซุกไซ้ลำคอที่ขึ้นสีแดงระเรื่อจากเครื่องหมายที่แสดงความเป็นเจ้าของ ซึ่งเกิดจากฝีปากร้ายของเขาที่ตีตราเอาไว้ “พี่เตขา เมื่อคืนก็ทั้งคืนแล้วนะคะ ให้ดาได้พักบ้างนะ นะคะ น้า” ดาริกายกมือดันสามีหนุ่มให้ผละออกห่างก่อนจะพูดอ้อมพร้อมสายตาหวานราวกับลูกแมวน้อยที่กำลังอ้อนเจ้านาย “งั้นนอนกอดก็แล้วกัน แต่คืนนี้พี่ไม่ปล่อยเหมือนตอนนี้แน่” เตชินแพ้เสียงหวานและสายตาออดอ้อ
บทส่งท้าย เสียงคลื่นกระทบฝั่งพร้อมสายลมหอบใหญ่ที่พัดเข้าฝั่งปะทะผิวของเตชินที่นั่งอยู่บนหาดทรายสีขาวด้านข้างมีรองเท้าแตะสองคู่วางข้างกันหากแต่อีกหนึ่งคู่ไร้เจ้าของนั่งอยู่ข้างกายชายหนุ่ม เพียงไม่นานเสียงหวานใสเจ้าของรองเท้าแตะดังขึ้นจากด้านหลังของเขา เสียงเท้าก้าวเดินมาทำให้รอยยิ้มบนใบหน้าของเขาคลี่ยิ้มกว้างอย่างรู้ทันก่อนจะหันไปหอมแก้มหญิงสาวเมื่อเธอนั่งลงแล้วโน้มตัวสวมกอดจากด้านหลังพลางเกยคางลงบนบ่าของเขา“คิดถึงพี่เต” ดาริกาคลี่ยิ้มกว้างพูดออกไปเมื่อถูกเตชินขโมยหอมแก้ม“พี่คิดถึงมากกว่า มา มานั่งนี่” เตชินพูดพลางเอี้ยวตัวดึงแขนดาริกาให้เดินอ้อมมานั่งลงด้านหน้าระหว่างขาของชายหนุ่มก่อนจะสวมกอดเมื่อหญิงสาวเอนกายพิงลงมาอย่างทะนุถนอม“ขอบคุณนะคะพี่เต และดาก็ขอโทษที่ทิ้งพี่เตไปแบบนั้น” ดาริกาพูดขึ้นขณะที่นั่งช้อนตัวอยู่ข้างหน้าเตชินโดนที่ถูกเขาสวมกอดพลางใช้มือลูบลงบนหน้าท้องที่นูนขึ้นมาเล็กน้อยตามอายุครรภ์สิบหกสัปดาห์“พี่ไม่เคยโกรธดาเลย มีแต่จะรักและแคร์ดามากกว่า อีกอย่างเรื่องมันก็ผ่านไปสามปีกว่าแล้ว” เตชินกระชับกอดให้ดาริกาได้รู้สึกว่าเขาคิดอย่างที่พูดออกไปเพราะทั้งหมดชายหนุ่มก็มีส่
มีแต่จะใส่อารมณ์ใส่เธอเช่นนี้เสมอเขาผิด ใช่เขาพลาด ใช่เธอหนีไป ก็สมควร แต่ต้องไม่ใช่ตอนนี้ที่เขาจะปล่อยเธอให้หลุดมือไปอีกเป็นแน่ เพราะเขาจะแสดงออกมาให้เธอเห็นว่าสิ่งที่เขาทำความรู้สึกที่มีมันหมายความเช่นไร และความกลัวที่จะเสียเธอไปอีกทำให้เขารีบวิ่งไปกอดรัดหญิงสาวจากทางด้านหลังทันทีเขาจะไม่ยอมปล่อยเธอให้หายไปไหนได้อีกแม้ว่าทั้งเตโซและดาริกาจะโกหกหรือคิดจะเอาคืนเขากับช่วงเวลาที่ผ่านมาจนน่าหงุดหงิดและไม่น่าให้อภัย แต่เขาจะยอมปล่อยผ่านแล้วลืมมันไป เพราะตอนนี้สิ่งสำคัญสำหรับเขาที่ควรจะให้ความใส่ใจมากที่สุดก็คือดาริกา...“ไอ้พี่เต! ปล่อยนะ” ดาริกาขึ้นเสียงพลางดิ้นให้สุดแรงด้วยความตกใจเมื่อถูกเตชินวิ่งเข้ามากอดจากทางด้านหลังอย่างไม่ทันตั้งตัว“ถ้าจะเรียกไอ้ไม่ต้องมีพี่ก็ได้นะ...เดี๋ยวนี้โตขึ้นเยอะเลยนะ” เตชินรัดแขนที่โอบกอดเธอจากด้านหลังแน่ขึ้นเพื่อไม่ให้เธอหลุดออกได้ง่ายๆ พลางพูดทะเล้นใส่“พี่เตปล่อย” เมื่อเห็นว่าเขาไม่คิดจะปล่อยง่ายๆ จึงเสียงเข้มขึ้นพร้อมกับแรงที่พยายามสลัดตัวเองให้หลุดออกจากอ้อมแขนของเขา“พี่ไม่ปล่อย...น้องดา น้องดา ดา!” เตชินปฏิเสธพลางเรียกชื่อของดาริกาเสี
ทันทีที่ได้รับข้อความจากนักสืบว่าดาริกาขึ้นเครื่องแล้วเรียบร้อย เตชินก็แทบจะนั่งรอต่อไม่ไหวเพราะกว่าหนึ่งชั่วโมงครึ่งที่หญิงสาวจะเดินทางมาถึงภูเก็ต และแน่นอนว่าชายหนุ่มเลือกที่จะนั่งรอจนกระทั่งใกล้ถึงเวลาเครื่องลง เขาก็เลือกที่ทำตัวตามปกติเพราะอยากดูว่าพี่ชายของตัวเองคิดจะทำเช่นไรต่อเมื่อสาวเจ้าเดินทางมาถึงเตชินก้าวเดินตรงเข้าไปหาดาริกาทันทีเมื่อเห็นหญิงสาวเดินจับจูงมือเด็กชายตัวน้อยออกมาจากเกทโดยที่ทุกคนทางฝั่งเตโซไม่ทันตั้งตัว กว่าจะรู้ตัวอีกทีก็สายไปแล้วที่จะทำตามแผนไม่ให้เตชินได้เจอหน้าลูกก่อน มิหนำซ้ำยังทำให้ดาริกาตกใจไม่น้อยที่อยู่ๆ เตชินก็พุ่งตัวเข้ามาคว้าแขนของเธอทันทีที่เดินพ้นประตูขาเข้า“น้องดา”“พี่เต!”“เต น้องดา”เตโซร้องเรียกคนทั้งสองด้วยความตกใจและทำอะไรต่อไม่ถูกเมื่อน้องชายของเขาพรวดพราดเข้าไปหาโดยที่เขายังไม่ทันจะตั้งหลักทำตามแผนก่อนจะมองไปที่ดาริกาด้วยสายตาขอโทษกับความผิดพลาดเช่นนี้“แผนพี่จะทำยังไงต่อครับ” เตชินหันไปถามพี่ชายทั้งที่ยังจับแขนของดาริกาไม่ยอมปล่อยและเขาก็ไม่กล้ามองหน้าเด็กชายตัวน้อยที่กำลังเงยหน้ามามองเขาอยู่ด้วยความกลัวและตอนนี้อยากจะคุยกับดาริกามา







