Accueil / วาย / รักละมุนกรุ่นไอรัก / บ้านกาแฟอุ่นไอรัก

Partager

รักละมุนกรุ่นไอรัก
รักละมุนกรุ่นไอรัก
Auteur: พลอยชนา

บ้านกาแฟอุ่นไอรัก

last update Date de publication: 2026-04-08 23:38:19

เสียงฝนโปรยปรายลงบนหลังคาสังกะสีอย่างเป็นจังหวะ รัณยืนอยู่หลังเคาน์เตอร์ในร้านกาแฟเล็ก ๆ ที่ตั้งอยู่ริมชานเมือง ป้ายไม้สลักคำว่า "บ้านกาแฟอุ่นไอรัก" ดูเรียบง่ายแต่แฝงความอบอุ่น

บรรยากาศในร้านถูกแต่งแต้มด้วยกลิ่นหอมของกาแฟบดสดและกลิ่นหวานละมุนของขนมไทยในตู้กระจก ด้านหน้าร้านต้นมะลิที่รัณดูแลอย่างใส่ใจออกดอกขาวสะอาด ส่งกลิ่นหอมอ่อน ๆ ยามฝนตก

ร่มไม้ใหญ่ที่ให้ร่มเงาอยู่หน้าร้าน ช่วยเพิ่มบรรยากาศร่มรื่นในวันที่ฝนตก ใบไม้สีเขียวเข้มดูสดใสกว่าเดิมเพราะหยาดน้ำฝนที่เกาะพราวอยู่ตามกิ่ง ดอกไม้หลากสีในกระถางดินเผาถูกจัดวางเรียงรายตามขั้นบันไดเล็ก ๆ ที่นำไปสู่ประตูร้าน ข้าง ๆ มีม้านั่งไม้ตัวเล็กพร้อมเบาะผ้าลายไทยที่ดูเรียบง่ายแต่ให้ความรู้สึกอบอุ่น

เสียงน้ำหยดลงจากชายคากระทบกับพื้นหินขัดหน้าร้านเป็นจังหวะ ด้านหนึ่งของพื้นที่มีซุ้มไม้เลื้อยเล็ก ๆ ที่เต็มไปด้วยดอกเฟื่องฟ้าสีชมพูสดตัดกับความเขียวชอุ่มของพุ่มไม้ด้านหลัง ซุ้มนี้เป็นมุมโปรดของลูกค้าที่ชอบมานั่งจิบกาแฟพร้อมชมวิวธรรมชาติ

ริมกำแพงหน้าร้านมีรถจักรยานโบราณสีดำจอดพิงอยู่ กับตะกร้าหน้ารถที่เต็มไปด้วยดอกไม้นานาพันธุ์ซึ่งป้าสมรเก็บมาจากสวนข้างบ้าน เติมสีสันให้กับบรรยากาศวันฝนพรำ

แม้สายฝนจะตกลงมาไม่หยุด แต่หน้าร้าน "บ้านกาแฟอุ่นไอรัก" ยังคงมีเสน่ห์ในความเรียบง่าย ความเงียบสงบของธรรมชาติที่ล้อมรอบผสานกับกลิ่นหอมอ่อน ๆ ของกาแฟและขนมไทย ทำให้ที่นี่เหมือนหลุดออกมาจากภาพในนิยายที่แสนอบอุ่น

ภายในร้านอบอวลด้วยกลิ่นหอมละมุนของกาแฟบดสดที่ผสมผสานกับความอบอุ่นของเฟอร์นิเจอร์ไม้ หากแต่บรรยากาศกลับแฝงด้วยความเหงา

“รัณ” เจ้าของร้านวัย 26 ปี ยืนทอดสายตาผ่านกระจกใสบานใหญ่ มองสายฝนที่ตกพรำ ใบหน้าคมที่นิ่งสงบของเขาทำให้ผู้พบเห็นอาจคิดว่าเขาเป็นคนเย็นชา แต่แท้จริงแล้ว เขาเพียงไม่ถนัดที่จะแสดงความรู้สึกออกมา

มือเรียวยาวของเขาไล้ไปบนเคาน์เตอร์ไม้ที่เต็มไปด้วยร่องรอยกาลเวลา สิ่งนี้คือผลงานที่เขากับพ่อร่วมกันสร้างขึ้นมา ร่องรอยแต่ละจุดเหมือนสลักความทรงจำที่เขายังคงเก็บรักษาไว้

ร้าน “บ้านกาแฟอุ่นไอรัก” เกิดจากความฝันของพ่อแม่ผู้รักกาแฟและขนมไทยอย่างสุดหัวใจ พ่อของรัณเป็นช่างไม้ฝีมือดีผู้มีความรู้เกี่ยวกับเมล็ดกาแฟ เพราะเติบโตและทำงานในไร่กาแฟมาตั้งแต่เด็ก ส่วนแม่เป็นคนทำขนมที่ประณีตและใส่ใจทุกรายละเอียด พวกเขาใช้เวลาว่างหลังเลิกงานค่อย ๆ เนรมิตร้านเล็ก ๆ แห่งนี้ขึ้นมาด้วยความรักและความตั้งใจ

ทุกครั้งที่รัณนึกถึงวันเหล่านั้น หัวใจเขาอบอุ่นไปด้วยภาพความทรงจำ เสียงหัวเราะของพ่อแม่ กลิ่นไม้ที่พ่อใช้ทำโต๊ะ และกลิ่นขนมไทยที่อบอวลจากครัวเล็ก ๆ เสียงเหล่านั้นยังคงดังในความทรงจำ แต่วันหนึ่งความฝันก็พังทลายลง...

วันแห่งความสุขจบลงพร้อมกับการจากไปของพ่อแม่และพี่สาวในอุบัติเหตุทางรถยนต์ เหลือเพียงรัณที่ต้องยืนหยัดดูแลร้านนี้ต่อไป พร้อมกับความทรงจำที่ยังคงหลอกหลอนหัวใจของเขา

เสียงประตูหลังร้านเปิดออกพร้อมกับกลิ่นหอมของขนมไทยสดใหม่ "ป้าสมร" หญิงวัยกลางคนผู้เป็นเหมือนหัวใจของร้านก้าวเข้ามาในชุดผ้าถุงเรียบง่าย มือเหี่ยวย่นประคองถาดขนมที่เต็มไปด้วยลูกชุบหลากสี ขนมชั้นที่เรียงเป็นชั้นสีเขียวขาว และทองหยิบสีทองอร่าม

"วันนี้มีลูกค้ามาหรือยังจ๊ะ?"

ป้าสมรถามด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล ขณะใช้มือที่เหี่ยวย่นจากการทำงานจัดเรียงขนมในตู้กระจกให้ดูสวยงาม

รัณถอนหายใจเบา ๆ พลางมองออกไปนอกกระจกที่ฝนยังคงโปรยปราย

"ยังเลยครับป้า ฝนตกแบบนี้ ลูกค้าคงมาไม่สะดวก"

ป้าสมรเงยหน้าขึ้นจากถาดขนม มองหลานชายด้วยสายตาอบอุ่นที่แฝงความเข้าใจ

"อย่าคิดมากเลยนะหลาน ฝนซาเมื่อไหร่ เดี๋ยวลูกค้าก็ทยอยมาเองแหละ"

เธอจัดทองหยิบชิ้นสุดท้ายลงในตู้กระจกอย่างตั้งใจ ก่อนพูดเสริมด้วยรอยยิ้ม

"ขนมไทยของเราน่ะ หอมหวานแบบนี้ ลูกค้าเก่า ๆ เขาต้องคิดถึงแน่ ๆ เดี๋ยวตอนสาย ๆ พวกเขาก็คงแวะมาเหมือนทุกวันนั่นแหละ"

รัณยิ้มบาง ๆ แม้ความกังวลจะยังคงแฝงอยู่ในใจ แต่คำพูดของป้าสมรกลับทำให้เขารู้สึกอบอุ่นขึ้นมาเล็กน้อย

"ผมก็หวังว่าจะเป็นแบบนั้นนะครับป้า"

ป้าสมรเดินอ้อมเคาน์เตอร์ไปลูบไหล่รัณเบา ๆ

"หลานป้าทำดีที่สุดแล้ว อย่าเพิ่งหมดกำลังใจเลยนะ"

เสียงฝนที่กระทบหลังคาเบาลงทำให้บรรยากาศในร้านดูสงบขึ้น รัณมองต้นมะลิที่หน้าร้านผ่านกระจกบานใหญ่ ความชื้นจากสายฝนทำให้ใบไม้ดูเขียวสดใส และดอกมะลิที่เขาดูแลอยู่ทุกวันก็เริ่มผลิบานอย่างงดงาม

"ป้าสมรครับ ขอบคุณนะครับที่อยู่ช่วยผมมาตลอด"

รัณพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงจริงใจ

ป้าสมรหัวเราะเบา ๆ พร้อมกับหยิบผ้าขึ้นมาเช็ดมือ

"ป้าก็เหมือนครอบครัวของหลานนั่นแหละ ทำร้านนี้ให้มีชีวิตชีวาแบบที่พ่อแม่หลานเคยทำไว้ได้ ป้าก็ดีใจแล้ว"

Continuez à lire ce livre gratuitement
Scanner le code pour télécharger l'application

Dernier chapitre

  • รักละมุนกรุ่นไอรัก   ผู้กำความลับ

    ในเช้าวันรุ่งขึ้น มิวออกเดินทางจากภูเก็ตโดยทิ้งงานกองโตไว้ข้างหลัง เธอลากกระเป๋าเดินทางขึ้นเครื่องบิน พร้อมเปิดดูวิดีโอของช่อง “แชะชิม” ซ้ำไปมาในระหว่างการเดินทาง มิวมองออกไปนอกหน้าต่าง พลางคิดถึงแผนการที่จะเผชิญหน้าธันวา“ฉันจะคุยกับเจ้าของร้านนั้น ถ้าเขารู้จักพี่ ฉันจะไม่ยอมให้พี่หลบหน้าฉันอีก”เสียงประกาศเตรียมลงจอดดังขึ้น มิวเตรียมตัวให้พร้อมด้วยแววตามุ่งมั่นเมื่อเครื่องบินลงจอด มิวลากกระเป๋าเดินทางออกจากสนามบิน พร้อมเช่ารถมุ่งหน้าไปยังร้านกาแฟทันที“ถึงเวลาที่พี่ธันวาจะต้องกลับมารับผิดชอบทุกอย่างเสียที” เธอพูดกับตัวเองอย่างหนักแน่น พร้อมก้าวสู่การเผชิญหน้าที่เธอรอคอยรัณนั่งมองภาพธันวาที่กำลังเก็บโต๊ะอยู่ ท่าทางเรียบง่าย แต่ทุกการเคลื่อนไหวดูมีระเบียบและตั้งใจ ธันวาเป็นคนที่มักเข้าร้านตรงเวลา พอเลิกงานก็กลับไปโดยไม่พูดอะไรมาก ความเงียบของเขาช่างขัดกับคำพูดกวนประสาทที่หลุดออกมาบ่อย ๆ"นายเป็นคนยังไงกันแน่..." รัณพึมพำกับตัวเองธันวาไม่เคยพูดเรื่องส่วนตัวให้ฟังเลย ไม่เคยเล่าถึงครอบครัว หรือสิ่งที่เขาทำก่อนจะมาทำงานที่ร้าน ทุกครั้งที่รัณพยายามถามคำถามเกี่ยวกับอดีตของเขา ธันวาก็เพี

  • รักละมุนกรุ่นไอรัก   ตามหาพี่ชาย

    “ทำงาน?” พ่อเลิกคิ้ว มองไปที่โต๊ะทำงานที่แทบไม่มีแฟ้มเอกสารถูกเปิดออกด้วยซ้ำ เขาถอนหายใจหนัก ๆ ก่อนพูดเสียงแข็ง “แค่เซ็นเอกสารง่าย ๆ แล้วโยนไปให้เลขาฯ ทำแทนแบบนี้เรียกว่าทำงานเหรอ?”มิวสะดุ้งเล็กน้อย เธออาจจะเคยชินกับชีวิตที่ไม่ต้องเหนื่อยยากเท่าพี่ชาย แต่เธอรู้ดีว่าเธอไม่อยากเป็น “ลูกสาวที่ไม่มีความสามารถ” อย่างที่พ่อพูด“พ่อเคยคิดว่าาธันวาต้องกลับมา เขาทิ้งบริษัทนี้ไปไม่ได้ แต่นี่มันนานเกินไป หมดเวลาสนุกได้แล้ว” คณินพูดหนักแน่น “ลูกต้องไปตามเขากลับมา มิว ถ้าธันวาไม่กลับมา ลูกต้องรับผิดชอบงานทั้งหมดแทน”“อะไรนะคะ?” มิวเบิกตากว้าง “ให้หนูทำงาน แล้วรับผิดชอบทุกอย่างแบบที่พี่ธันทำ...หนูไม่เคยทำงานแบบนั้นมาก่อนเลยนะ”พ่อจ้องเธอด้วยสายตานิ่ง “งั้นก็เลือกเอาว่าจะเรียนรู้ที่จะเป็นมืออาชีพ หรือไปตามพี่ชายของลูกกลับมา”มิวเม้มริมฝีปากแน่น สองตัวเลือกที่พ่อมอบให้ไม่มีทางไหนที่เธออยากเลือกเลยสักทางคืนนั้น มิวนั่งอยู่ในห้องนอนส่วนตัว เปิดโทรศัพท์ไถฟีดโซเชียลอย่างไร้จุดหมาย ก่อนจะสะดุดกับคลิปหนึ่งในช่องรีวิวอาหารยอดนิยม“แชะชิม”เธอไม่ใช่คนที่ติดตามช่องนี้เป็นพิเศษ แต่มีบางอย่างในคลิปดึงดูด

  • รักละมุนกรุ่นไอรัก   ความกดดัน

    เสียงโทรศัพท์ดังไม่หยุดในห้องทำงานหรูของมิว โต๊ะทำงานที่ดูสะอาดสะอ้านเต็มไปด้วยแฟ้มเอกสารที่ถูกวางกระจัดกระจายราวกับถูกนำมาโยนทิ้งไว้เฉย ๆ ผู้ช่วยของเธอส่งเสียงผ่านอินเตอร์คอมเป็นครั้งที่สามในรอบเช้า"คุณมิวคะ ลูกค้าเพิ่งส่งอีเมลมาเรื่องสัญญาเช่าใหม่ค่ะ พวกเขาถามว่าเมื่อไหร่จะได้รับการยืนยัน?"มิวที่กำลังนั่งไถโทรศัพท์เล่นอยู่เงยหน้าขึ้นจากจอ ก่อนจะถอนหายใจเสียงดังราวกับแสดงความเบื่อหน่ายเต็มที่"ก็บอกให้พวกเขารอไปก่อนสิ! จะรีบอะไรนักหนา"น้ำเสียงที่เปล่งออกมาฟังดูหงุดหงิดแต่ไร้ความจริงจัง ผู้ช่วยที่อยู่อีกฝั่งของสายเงียบไปชั่วขณะ ก่อนจะตอบกลับอย่างระมัดระวัง"แต่นี่เป็นอีเมลฉบับที่สามแล้วค่ะ คุณคณินสั่งให้เร่งดำเนินการให้เร็วที่สุด..."ทันทีที่ได้ยินชื่อพ่อ มิวเบ้ปากอย่างไม่พอใจ"โอเค เดี๋ยวฉันดูให้ก็ได้"เธอปิดอินเตอร์คอมอย่างหัวเสีย ก่อนจะกวาดตามองโต๊ะทำงานที่เต็มไปด้วยเอกสารสำคัญที่เธอไม่เคยคิดจะอ่านอย่างจริงจัง"ทำไมต้องเป็นฉันด้วยนะ? พี่ธันวาน่าจะกลับมาทำงานได้แล้ว"เธอบ่นพึมพำกับตัวเองพลางเอนตัวพิงเก้าอี้ด้วยความขี้เกียจมิวไม่เคยต้องรับผิดชอบงานในบริษัทจริงจังมาก่อน นับตั้งแต่

  • รักละมุนกรุ่นไอรัก   ความลับของธันวา

    ในคอนโดมิเนียมชั้นสูงใจกลางกรุงเทพฯ ห้องของธันวาถูกจัดเรียบง่าย แต่แฝงด้วยเอกลักษณ์เฉพาะตัว ผนังห้องสีเทาอ่อนตัดกับเฟอร์นิเจอร์ไม้ให้ความรู้สึกอบอุ่นและสงบ มีแสงธรรมชาติส่องผ่านหน้าต่างบานใหญ่ที่เผยให้เห็นทิวทัศน์เมืองหลวงด้านนอกมุมหนึ่งของห้องถูกจัดเป็นสตูดิโอขนาดเล็ก มีโต๊ะทำงานที่วางคอมพิวเตอร์สำหรับตัดต่อวิดีโอ พร้อมไมโครโฟน กล้องถ่ายวิดีโอ และไฟวงแหวนขนาดเล็ก ธันวามักใช้เวลาช่วงดึกที่นี่ ทำงานตัดต่อคลิปและวางแผนเนื้อหาสำหรับช่อง “แชะชิม” ของเขาธันวานั่งอยู่ที่โต๊ะทำงาน มือหนึ่งถือเมาส์ลากคลิปวิดีโอในโปรแกรมตัดต่อ ขณะที่อีกมือหนึ่งเลื่อนไปแตะหน้าจอโทรศัพท์ที่วางอยู่ข้าง ๆ โทรศัพท์มือถือของเขามีชื่อ "มิว" ปรากฏบนหน้าจอพร้อมกับการสั่นเบา ๆ แต่เขาไม่ยอมกดรับสายเขามองหน้าจอโทรศัพท์นิ่ง ๆ ก่อนจะถอนหายใจยาว “อีกแล้ว... เรื่องเดิมอีกแน่”เสียงโทรศัพท์เงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะสั่นอีกครั้ง ธันวาเอื้อมไปปิดเสียง พลางพึมพำกับตัวเอง “มิว... พี่รู้ว่าเธอจะพูดอะไร”ธันวาเอนตัวพิงพนักเก้าอี้ มองออกไปนอกหน้าต่างที่เห็นแสงไฟระยิบระยับของเมือง ดวงตาของเขาเต็มไปด้วยความกังวลและความลังเล เขารู้

  • รักละมุนกรุ่นไอรัก   ฝนที่ชุ่มฉ่ำ

    ธันวานั่งลงข้างเตียง มองลุงชื่นด้วยความตั้งใจ “แล้วตอนนี้ล่ะครับ? ทำไมลุงยังไม่ยอมพัก ทั้งที่ไม่มีความจำเป็นต้องลำบากขนาดนั้นแล้ว”ลุงชื่นหัวเราะเบา ๆ แต่แฝงไปด้วยความขมขื่น “มันติดเป็นนิสัยแล้วมั้ง ฉันรู้สึกว่าถ้าฉันไม่ทำอะไรเลย วันเวลามันจะผ่านไปเปล่า ๆ ฉันอยากมีคุณค่า ถึงจะไม่มีลูก ๆ อยู่ให้ดูแลแล้วก็ตาม...ฉันอยากทำอะไรที่ยังมีประโยชน์ อย่างน้อยก็ช่วยร้านของรัณได้บ้าง”ธันวาพยักหน้าเบา ๆ ก่อนตอบ “แต่บางที การพักก็เป็นการให้คุณค่ากับตัวเองนะครับ ลุงทำมามากพอแล้ว ผมว่าไม่เป็นไรหรอกถ้าจะปล่อยให้คนอื่นช่วยดูแลบ้าง”ลุงชื่นมองธันวานิ่ง ๆ ก่อนจะพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลง “แกพูดเหมือนฉันยังเป็นหนุ่มที่ไม่รู้จักโลกเลยนะ...แต่เอาเถอะ บางทีแกอาจจะพูดถูก”หมอวัยกลางคนเดินเข้ามาด้วยใบหน้าสุขุม เขาตรวจร่างกายลุงชื่นอย่างละเอียด“ลุงมีอาการความดันต่ำ ต้องพักผ่อนให้เพียงพอ อย่าหักโหมงานหนักเกินไป” หมอกล่าวพลางจดบันทึกในสมุดเวชระเบียนป้าสมรฟังคำหมอด้วยสีหน้าเป็นกังวล “ลุงชื่นไม่ค่อยฟังใครหรอกค่ะหมอ ชอบทำงานจนลืมดูแลตัวเอง”ลุงชื่นที่นอนบนเตียงพยายามยิ้ม “ฉันยังไหวอยู่...แค่พักหน่อ

  • รักละมุนกรุ่นไอรัก   บ้านไร่กาแฟ

    รัณหันมามอง ก่อนจะพยักหน้าเบา ๆ“ใช่…เพราะที่นี่ คือบ้านหลังที่สองของพ่อ”ในความเงียบสงบของค่ำคืน ความสัมพันธ์ของทุกคนในศาลาดูเหมือนจะถักทอเข้าด้วยกันอย่างแน่นแฟ้น ไม่ต่างจากเมล็ดกาแฟที่ต้องผ่านการดูแลอย่างใส่ใจจนได้เป็นกาแฟคุณภาพดี ความสัมพันธ์ของรัณและธันวาเองก็ค่อย ๆ เติบโตอย่างเรียบง่าย แต่มั่นคงในไร่แห่งนี้หลังจากกลับจากไร่กาแฟของลุงก้อง ความทรงจำในไร่ยังติดค้างอยู่ในหัวใจของรัณ เขาเห็นภาพธันวาเดินเคียงข้างไปตามแถวต้นกาแฟ ท่ามกลางสายลมเย็นที่พัดผ่านใบไม้ เมื่อมองย้อนกลับไป ทุกอย่างในวันนั้นดูเรียบง่ายแต่กลับพิเศษอย่างบอกไม่ถูกรัณนั่งอยู่บนเก้าอี้หน้าเคาน์เตอร์ในร้านกาแฟที่เงียบสงบ เขามองภาพในโทรศัพท์มือถือที่ถ่ายไว้ตอนอยู่ที่ไร่ ภาพของธันวาที่กำลังช่วยลุงก้องตรวจเมล็ดกาแฟ แววตาของธันวาเต็มไปด้วยความตั้งใจ ความอบอุ่นในแววตานั้นทำให้รัณเริ่มรู้สึกถึงบางสิ่งที่เปลี่ยนไป“ทำไมตอนนั้นเราถึงไม่เห็นว่าธันวา…เขาดูจริงจังกับรื่องพวกนี้ขนาดไหน” รัณพึมพำกับตัวเอง เขานึกถึงบทสนทนาที่ธันวาพูดอย่างเป็นกันเองกับลุงก้อง ความอบอุ่นและความเอาใจใส่ที่ธันวาแสดงออกมา ทำให้รัณเริ่มมองเขาในมุมใหม

  • รักละมุนกรุ่นไอรัก   การเดินทาง

    เช้าวันนั้น รัณกำลังจัดการกับเอกสารบัญชีของร้าน ขณะเดียวกันเขาก็เหลือบมองถุงเมล็ดกาแฟที่เริ่มร่อยหรอจนเกือบหมด เขาพยายามโทรหาลุงก้องอยู่หลายครั้งในช่วงสองสามวันที่ผ่านมา แต่ก็ไม่ได้รับการตอบกลับเสียงโทรศัพท์ดังขึ้น ทำให้รัณสะดุ้งเล็กน้อย เมื่อเห็นชื่อ “ลุงก้อง” ปรากฏบนหน้าจอ เขารีบรับสายทันที“ฮ

  • รักละมุนกรุ่นไอรัก   ความจริงที่ไม่อาจเปิดเผย

    รัณเบ้ปากเล็กน้อย“ตอนแรกฉันก็คิดแบบนั้นแหละ”ป้าสมรหัวเราะเบา ๆ ก่อนจะตบบ่าธันวา“เอาน่า อย่างน้อยหลานก็ช่วยร้านได้เยอะขึ้น เดี๋ยวป้าจะไปเตรียมขนมเพิ่ม ขากลับจะเอาลูกชุบมาให้ลองจัดอีกนะธันวา”“โอเคครับป้า ผมจะตั้งใจมากขึ้น” ธันวายิ้มกว้างก่อนจะหันมาทางรัณ“ว่าแต่... เมื่อกี้นายชมฉันว่าเก่งใช่มั้ย?

  • รักละมุนกรุ่นไอรัก   ลูกจ้างจอมป่วน

    รัณที่ยืนฟังอยู่ใกล้ ๆ ไม่พูดอะไร แต่ในใจกลับรู้สึกแปลกใจและชื่นชมชายหนุ่มคนนี้มากขึ้นเล็กน้อย แม้ว่าเขาจะดูเป็นคนพูดกวนประสาทในบางครั้ง แต่การทำงานของเขาก็พิสูจน์ให้เห็นว่า ธันวาไม่ได้มาเล่น ๆ“เอาเถอะ… ถ้าจะช่วยให้ร้านง่ายขึ้นแบบนี้ ก็ถือว่ามีประโยชน์อยู่เหมือนกัน” รัณพึมพำเบา ๆ กับตัวเอง พลางหัน

  • รักละมุนกรุ่นไอรัก   ลูกจ้างประจำที่แสนกวน

    หลังจากพิจารณาอยู่ครู่หนึ่ง รัณตัดสินใจรับธันวาเข้าทำงาน แม้จะไม่รู้ว่าชายคนนี้เป็นใครกันแน่ แต่ความตั้งใจและคำพูดของเขาก็ดูจริงใจพอในใจลึก ๆ ธันวามีแผนซ่อนอยู่ เขาตั้งใจเข้ามาใกล้ชิดทำงานที่นี่เพื่อจับตาดูเอกภพ และหาหลักฐานที่ชัดเจนว่าเอกภพกำลังแอบอ้างชื่อช่องรีวิวของเขาป้าสมรยืนอยู่ใกล้เคาน์เตอ

Plus de chapitres
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status