LOGINลินลดาเดินกึ่งวิ่งออกไปจากตรงนั้นไปเรื่อย ๆ โดยไม่รู้จุดหมาย เมื่อรู้ตัวอีกทีรอบตัวของเธอก็เป็นชายหาดที่มืดมิดมีเพียงแสงไฟสลัว ๆ จากตึกโรงแรมที่อยู่ไกลๆ เท่านั้น เธออยากจะระบายความรู้สึกอันหนักอึ้งนี้ออกมาเหลือเกิน
หญิงสาวหายใจหอบ ใบหน้าสวยเปื้อนคราบน้ำตา แพขนตาของเปียกชุ่มจนเครื่องสำอางเลอะใบหน้าของเธอไปหมด
ธีรติตามหลังเธอไป เขาซอยเท้าถี่เพื่อที่จะเร่งฝีเท้าไปให้ทัน แต่สุดท้ายก็เธอก็คลาดสายตาไปจนได้ เขากดโทรศัพท์หาลินลดา แต่เธอไม่รับทั้งยังกดปิดเครื่องอีกด้วย
เธียร์ถอนหายใจเฮือกใหญ่ แววตาเต็มไปด้วยความกังวล เขาห่วงกลัวว่าจะเกิดอันตรายกับเธอ ชายหนุ่มกวาดสายตามองไปรอบบริเวณ เธอน่าจะยังไปไหนได้ไม่ไกล
ก่อนจะเห็นคนร่างเล็กที่ยืนอยู่ไกลออกไปริมชายหาด ดูเหมือนเธอกำลังจะเดินลงทะเล
เมื่อเห็นดังนั้นเขาจึงรีบวิ่งเข้าไปหาเธอโดยไม่สนใจสิ่งใด ชายหนุ่มร่างสูงก้าวขาวิ่งบนพื้นทรายโดยสวมรองเท้าหนังจึงทำให้เคลื่อนตัวลำบาก แต่ธีรติก็ไม่ละความพยายาม เขาวิ่งเข้าไปจนถึงตัวเธอพร้อมดึงแขนหญิงสาวดึงเข้าหาตนเอง จนเธอเซมากระแทกเข้ากับแผงอกแข็งแกร่ง
นลินตกใจเมื่อจู่ ๆ ก็ถูกดึงแขนแบบไม่ทันตั้งตัว พอเงยหน้าขึ้นมามองเห็นเป็นเขาเธอก็ผลักอกและเดินหนี แต่ไม่เป็นผลเมื่อเธียร์ช้อนตัวเธอขึ้นมาอุ้มในท่าเจ้าสาว หญิงสาวตะโกนด่าทอและพยายามดิ้นให้ปล่อยเธอลง
“ปล่อย ! ลินบอกให้ปล่อย ! เชิญคุณไปนั่งกอดกับยัยนั่นของคุณไป ไม่ต้องมายุ่งกับลิน ลินเกลียดคุณ !”
มือเล็กทุบรัวไปที่แผงอกแน่นของเขาจนเกิดเสียงดัง
“เธอเกลียดผัวตัวเองลงงั้นเหรอ...หืม”
เธียร์เอ่ยถามเธอด้วยใบหน้าเจ้าเล่ห์
“ทำไมจะเกลียดไม่ได้ ถ้ามีผัวเฮงซวยแบบนี้ ลินก็ไม่อยากมีหรอก”
ลินลดาด่าจนเธียร์หน้าเหวอ เธอชักสีหน้าใส่ก่อนเมินไม่ยอมมองหน้าเขา คนร่างสูงจึงอุ้มเธอเดินกลับโรงแรม เขาไม่ยอมปล่อยให้เธอลงเดินก็เพราะกลัวว่าจะวิ่งหนีไปอีก
“ปล่อยสักทีสิคะ ลินมีขา เดินเองได้”
สีหน้าที่ดูไม่สบอารมณ์ของเธอทำเอาชายหนุ่มไม่อยากต่อล้อต่อเถียงกับเธอ จึงได้แต่ตามใจหญิงสาว
เธียร์ปล่อยลินลดาลงที่หน้าลิฟต์แต่ยังคงจับมือเธอไว้แน่นเหมือนกลัวเธอจะหายไปอย่างไรอย่างนั้น
“ทีแบบนี้กลัวลินจะหายไปเหรอคะ แล้วเวลาคุณมีผู้หญิงคนอื่นคุณไม่กลัวลินจะหายไปบ้างเหรอคะ”
หญิงสาวหันมาสบตาเขาด้วยแววตาที่ดูน่าสงสาร คราบน้ำตายังไม่เหือดหายยังเอ่อล้นไปด้วยน้ำสีใส
“ค่อยไปคุยกันที่ห้อง”
เขาเอ่ยด้วยน้ำเสียงนิ่งเรียบก่อนดึงแขนเธอพาเข้าลิฟต์
เมื่อถึงห้องพัก ลินลดาก็เดินเข้าไปทิ้งตัวลงบนโซฟาหรูแล้วถอนหายใจเสียงดัง ชายหนุ่มเดินตามเธอเข้ามาก่อนจะถอดเสื้อสูทและดึงเนกไทออก
“เดี๋ยวให้คนขึ้นมาส่งอาหารที่ห้อง”
ดูท่าแล้วดินเนอร์วันนี้คงพังไม่เป็นท่าแล้วแหละ แต่เขากลัวว่าเธอจะหิวจึงสั่งให้พนักงานนำอาหารขึ้นมาแทน
“ลินไม่กินค่ะ”
เจ้าของร่างบางนั่งกอดอกพลางเอ่ยด้วยน้ำเสียงแข็งกร้าว
“อย่าดื้อ...กินข้าวเสร็จค่อยคุยกัน ฉันไปอาบน้ำก่อน”
พูดจบเขาก็เดินเข้าไปในห้องน้ำทันที
ลินลดาทำหน้างง ทะเลาะกันขนาดนี้เขายังมีอารมณ์สั่งข้าวและไปอาบน้ำเฉยเลย แล้วปล่อยให้เธอนั่งรอเขาอยู่แบบนี้เนี่ยนะ จากกำลังโกรธตอนนี้เริ่มจะอยากทุบเขาเพิ่มแล้วแหละ
บางทีเขาก็ซึนเกินไป หรือจะเรียกว่าโง่ดีนะ
ธีรติเดินออกมาจากห้องน้ำโดยพันผ้าเช็ดตัวไว้ที่เอวหลวม ๆ ผืนเดียว เผยให้เห็นกล้ามหน้าท้องลาง ๆ และหัวนมอมชมพูของเขา ลินลดาซึ่งกำลังเปิดประตูให้พนักงานนำอาหารเข้ามาส่ง ถึงกับตกใจเมื่อหันไปเห็นชายหนุ่มเดินเปลื้องผ้าออกมาแบบนี้
“ลินช่วยหยิบกางเกงในในกระเป๋าให้ที...”
ชายหนุ่มเงยหน้าขึ้นมาเห็นนลินและพนักงานสาวเข้าพอดี เขาอึ้งไปชั่วขณะพลางจ้องมองทั้งคู่สลับกัน
“เอ่อ...ดิฉันขอตัวก่อนนะคะ ทานให้อร่อยนะคะคุณผู้หญิงคุณผู้ชาย”
พนักงานสาวรีบกลับหลังหันเดินออกไปทันที
ลินลดารีบเดินตามไปปิดประตูและหันมามองชายหนุ่มตาขวาง
“ก่อนจะออกมาทำไมไม่แต่งตัวให้เรียบร้อยก่อนฮะ !” เธอตะโกนใส่เขาด้วยน้ำเสียงเล็กแหลม
“เห็นก็เห็นสิ ส่วนเธอได้ทั้งจับทั้งคลำทั้งกิน...”
ร่างสูงเดินเข้าไปใกล้ ๆ หญิงสาวพร้อมเอ่ยกับเธอด้วยน้ำเสียงยั่วยวนใจ สายตาเจ้าเล่ห์จ้องไปที่หญิงสาวพร้อมสีหน้าที่ดูมีเลศนัย
“ไม่ต้องมามองลินด้วยสายตาแบบนั้นค่ะ ลินโกรธคุณอยู่” ใบหน้าเรียวเล็กกดมุมปากคว่ำอยู่ตลอดเวลา
“ข้าวเดี๋ยวค่อยกินแล้วกัน”
ธีรติยกยิ้มมุมปากก่อนจะเข้าไปจู่โจมหญิงสาว ลินลดาส่งเสียงกรี๊ดพร้อมวิ่งหนี แต่ก็ถูกมือหนาของเขาคว้าเอวเธอหมับเข้าให้
“จะไปไหน มานี่เลย...เข้ามาอยู่ถ้ำเสืออย่างนี้เธอไม่มีทางรอดหรอก”
เธียร์ผลักหญิงสาวให้ล้มลงที่เตียงนอนนุ่ม พร้อมขึ้นไปคร่อมตัวเธอไว้ไม่ให้หนีไปไหน
“ทุกอย่างที่ฉันทำ มีแค่เธอคนเดียวที่ได้รับการกระทำแบบนั้น จำเอาไว้”
เพียงประโยคสั้น ๆ ก็ทำเอาหญิงสาวเผลอใจอ่อนในทันที คำพูดของเขามีผลต่อความรู้สึกของเธอมาก ๆ
เมื่อเดินทางไปถึงที่วัดในระหว่างที่นลินกำลังหยิบของอยู่ในรถ พี่เลี้ยงก็อุ้มน้องลงจากเบาะ ภาวินทร์จึงเดินเข้ามาหาผู้เป็นแม่พร้อมเอ่ยถามด้วยสีหน้าเศร้า “มะมี้หายโกรธยางง”น้ำเสียงละมุนของลูกชาย ทำให้ลินดลารู้สึกเอ็นดูเป็นอย่างมาก เด็กน้อยคงจะกังวลเรื่องเมื่อเช้าที่แม่ดุเขาและไม่ได้คุยเล่นกับเขามาตลอดทาง “แล้วน้องวินทร์เป็นเด็กดีหรือยัง ?”นลินจ้องมองหน้าลูกนิ่ง ๆ “เป็นเด็กดีแย้ว”ใบหน้าจิ้มลิ้มที่น่ารักน่าเอ็นดูส่งยิ้มให้ผู้เป็นแม่พร้อมเดินเข้าไปกอดคอ“ถ้าเป็นเด็กดี มะมี้ก็หายโกรธน้องวินทร์แล้วครับ”ลินลดาอุ้มลูกชายลงจากรถพร้อมหอมลูกชายไปฟอดใหญ่ เธียร์ที่ยืนมองสองแม่ลูกเคลียร์ความในใจกัน เขาก็อดไม่ได้ที่จะยิ้มตาม “น้องวินทร์ดูสิใครมา”เธียร์เอ่ยเรียกลูกชายให้หันไปดูผู้ที่พึ่งลงจากรถ“ธามมม !”เด็กน้อยเอ่ยเรียกอย่างดีใจเมื่อเห็นเขา ทำให้ผู้ใหญ่ทั้งสามหลุดขำออกมาเมื่อเห็นท่าทีของเขา “ลุงธามสิลูก”นลินพูดปนหัวเราะเมื่อเห็นลูกชายเรียกพี่ธามอย่างกับเพื่อนสนิท “ว่าไงวินทร์ เรียกอย่างกับเพื่อนเลยนะเรา”คุณลุงก็รู้สึกตลกหลานชายที่ไม่ค่อยจะเรียกเขาว่าลุง แต่ก็ไม่ได้ซีเรียสอะไรเพราะเด็กก็เ
[ปัจจุบัน] ตั้งแต่มีลูกทั้งคู่ก็มีนาฬิกาปลุกส่วนตัวทันที ทุก ๆ เช้าเด็กน้อยจะปีนขึ้นบนตัวพ่อและแม่สลับกันอย่างเช่นในเช้านี้ “ปะป๊า ปะป๊า”เสียงยานคางของเจ้าตัวเล็กเอ่ยเรียกผู้เป็นพ่อให้ตื่นขึ้นมาเล่นกับเขา ภาวินทร์ปีนขึ้นไปนอนทับบนอกของเธียร์พร้อมใช้สองมือเล็กจับหน้าเขาโยกไปมา “หืมมม ครับลูก”ชายหนุ่มงัวเงียตื่นขึ้นมาพร้อมเอ่ยออกไปด้วยน้ำเสียงแหบพร่า “ดูตูน ๆ”เด็กเล็กงอแงขอดูการ์ตูนแต่เช้า ผู้เป็นพ่อถึงกับต้องกุมขมับ เมื่อโดนลูกชายตัวแสบก่อกวนเขาตั้งแต่ตี 5 “น้องวินทร์ครับ ตอนนี้ยังเช้าอยู่เลยลูก ปะป๊าง่วงมากเลย ปะป๊าขอนอนแป๊บหนึ่งได้ไหมครับ”ชายหนุ่มกอดลูกแล้วพลิกนอนตะแคงพร้อมเอ่ยกับลูกชายด้วยเสียงอ่อน “ได้ครับ ปะป๊านอน น้องวินทร์จะไปหามะมี้”เด็กเล็กตอบผู้เป็นพ่อด้วยน้ำเสียงเจื้อยแจ้ว พูดจบคนตัวเล็กก็รีบมุดไปนอนกอดนลิน หญิงสาวรู้สึกตัวก็ดึงลูกเข้ามากอด เจ้าตัวเล็กจึงหลับไปอีกรอบจนถึงตอนสาย ลินลดารู้สึกตัวตื่นขึ้นมาเพราะรู้สึกเหมือนลูกกำลังกินนมเธออยู่ แต่พอลืมตาเท่านั้นแหละ นี่ไม่ใช่ลูก นี่มันพ่อมันชัด ชัด ! เพียะ !เธอใช้ฝ่ามือเล็กฟาดไปที่กลางหลังของเขาจนเกิดเสียงดัง และมี
นับวันเธียร์ยิ่งหลงลูกชายตัวเองเข้าไปใหญ่ เพราะนิสัยที่ขี้อ้อน อีกทั้งยังทะเล้นเหมือนเขา ทำให้คนที่อยู่ใกล้ต่างหลงรักน้องภาวินทร์ “ดูปากป๊านะ...ปะป๊า”ชายหนุ่มนั่งเล่นกับลูกชายในวัยที่ใกล้จะครบ 1 ขวบ “แหะ แหะ !”เด็กเล็กไม่พูดตามเขาแต่ดันหัวเราะอย่างอารมณ์ดี “ไม่เอาสิลูก...พูดตามป๊า...ปะป๊า !” เธียร์ลุ้นให้ลูกเรียกชื่อเขา นลินที่ยืนอยู่ใกล้ ๆ ก็แอบยิ้มให้กับสองพ่อลูกที่หยอกล้อเล่นกัน “ป๊ะ !”ภาวินทร์นิ่งไปชั่วขณะ ก่อนจะเปล่งเสียงหนักแน่นเอ่ยเรียกผู้เป็นพ่อ“ลิน ๆ ๆ ได้ยินมั้ย ๆ ลูกเรียกชื่อผม”ชายหนุ่มทำสีหน้าตกใจหันไปมองนลินพร้อมเอ่ยกับเธอด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น คนร่างสูงรีบเข้าไปอุ้มลูกมาสวมกอดอย่างดีอกดีใจที่ลูกพูดชื่อเขาเป็นคำแรก นลินยอมไม่ได้จึงเดินเข้าไปหาทั้งคู่ “ภาวินทร์ครับ ไหนเรียกแม่ซิ...แม่ !” ลินลดาจ้องหน้าผู้เป็นลูกพร้อมลุ้นว่าเขาจะพูดหรือไม่ น้องภาวินทร์จ้องหน้านลินด้วยสีหน้าที่ใสซื่อก่อนจะหันไปหาพ่อของเขาแล้วเอ่ยเรียกออกมา“ป๊ะ !” “ฮ่า ๆ ๆ เก่งมากลูกพ่อ”ชายหนุ่มยิ้มจนหน้าบานเป็นกระด้งเมื่อลูกชายเอ่ยเรียกชื่อเขาถึงสองครั้ง นลินทำหน้าผิดหวังและมองสองพ่อลูกด้วยสายตา
หลังจากนลินคลอดลูกได้ 5 เดือน บ้านของพวกเขาก็เสร็จเรียบร้อยพอดี ในวันขึ้นบ้านใหม่ญาติ ๆ ต่างมาร่วมแสดงความยินดีและร่วมทำบุญด้วยกัน ที่สำคัญทุกคนต่างก็อยากมาเล่นกับหลานชายตัวน้อย ๆ ที่กำลังน่ารักอย่างน้องภาวินทร์“เผลอแป๊บเดียวโตแล้วนะหลานตา”คุณตาชัยยศอุ้มหลานเดินไปมา สีหน้าเขาเอ็นดูเด็กตัวเล็กเป็นอย่างมาก“ภาวินทร์ปู่มาแล้วลูก !”เสียงคุณปู่ตะโกนมาแต่ไกล เขาเดินลงจากรถแล้วตรงดิ่งเข้ามาหาหลานก่อน“ไม่ตะโกนมาตั้งแต่บ้านเลยล่ะ”ชัยยศหันไปเอ่ยกับเขา “ใครบอกกูไม่ตะโกน”ธนาสวนกลับพ่อของนลินพร้อมเข้าไปแย่งหลานมาอุ้ม ทุกคนต่างเห่อหลานเป็นอย่างมาก เพราะเด็กน้อยกำลังน่ารักน่าชัง “เถียงกันตลอดเลยสองคนนี้”อรยาเอ่ยแซวทั้งคู่ เมื่อผู้ใหญ่มากันครบก็นิมนต์พระมาทำบุญตักบาตรที่บ้านเพื่อเสริมสิริมงคลก่อนเข้าอยู่ “ยินดีด้วยนะครับน้องลิน”ธามแสดงความยินด้วยน้ำเสียงละมุนและสีหน้าที่ยินดี ชายหนุ่มเห็นนลินยืนอยู่จึงเดินเข้าไปทักทาย“ขอบคุณนะคะพี่ธามที่ช่วยแนะนำอะไรหลาย ๆ อย่าง”นลินกล่าวกับเขา “มีอะไรก็ถามพี่ได้ตลอด พี่อยู่ตรงนี้แหละ ลินหันกลับมาเมื่อไหร่ก็เจอ”ใบหน้าชายหนุ่มมองเธออย่างไม่ละสายตา “ค่
2 ปีผ่านไปตั้งแต่มีลูกความสัมพันธ์ของทั้งคู่ก็ดีขึ้นแบบก้าวกระโดด ต่างคนต่างมีเหตุผลและใจเย็นมากขึ้น ทำให้ทั้งคู่รักกันเป็นอย่างดี ตอนนี้น้องภาวินทร์ก็อายุได้ 2 ขวบแล้ว ทั้งคู่จึงอยากพาลูกไปฉลองงานวันเกิดที่ทะเล ถือโอกาสไปเที่ยวกับครอบครัวด้วยทริปนี้ทุกคนเดินทางไปเที่ยวทะเลที่ภูเก็ต โดยมีทั้งครอบครัวนลินและครอบครัวของเธียร์ เป็นทริปใหญ่ก็จะวุ่นวายอยู่หน่อย ๆ“ปะป๊า ปะป๊า”เด็กตัวเล็กวิ่งดุ๊กดิ๊กมาทางผู้เป็นพ่อ แก้มย้วย ๆ เด้งไปมาอย่างน่าเอ็นดู“ว่าไงครับลูก”เธียร์อุ้มลูกขึ้นมานั่งบนตักขณะที่ทานอาหารกันอยู่“ภาวินทร์อย่าไปกวนคุณพ่อลูก ให้พ่อกินข้าว”นลินหันไปเอ่ยกับลูก“ไม่เป็นไร ๆ”กลับกันเธียร์กลับรู้สึกชอบที่ลูกติดเขาเสียอีก“พี่ธามจะมาตอนเย็นใช่ไหมครับแม่”เธียร์หันไปถามคุณนภา“เห็นพี่บอกว่าอย่างงั้นนะ”เนตรนภาตอบกลับลูกชายเมื่อถึงตอนเย็นเธียร์ก็จองร้านอาหารติดชายทะเลพร้อมตกแต่งไฟอย่างสวยงาม เขาเหมาทั้งร้านวันนี้แขกภายในร้านจึงมีแค่ครอบครัวของเขา“ปกติร้านนี้เขาตกแต่งจนถึงชายหาดขนาดนี้เลยเหรอคะ”นลินอุ้มลูกเดินดูไฟที่ประดับจนทั่วชายหาด“ภาวินทร์ดูนั่นสิลูก เห็นไฟไหม ?”ลินลดาชี
และในคืนนี้เธียร์ก็แอบเข้าห้องนลินมาอีกครั้ง ชายหนุ่มกอดเธอและลูบไปที่ท้องของหญิงสาว“คุณแม่ไม่ยอมหายโกรธพ่อสักที พรุ่งนี้คุณปู่คุณย่าจะมาง้อช่วยพ่อแล้วนะ”เธียร์เอ่ยเบา ๆ กับนลิน“ฮะ !”นลินตกใจจนเผลออุทานเสียงดัง“คุณว่าไงนะ”หญิงสาวหน้าตาตื่นเอ่ยถามเขา เธียร์สะดุ้งและมองนลินด้วยสีหน้างง ๆ“ผมให้ป๊ากับแม่มาสู่ขอคุณยังไงล่ะ คุณจะได้กลับไปกับผมสักที”ชายหนุ่มพูดออกไปอย่างหน้าตาเฉย“คุณทำอะไรคุณไม่เคยถามฉันสักคำ คิดเองเออเองไปหมด นี่ก็ลูกฉันเหมือนกัน ฉันไม่มีสิทธิ์ทำอะไรเลยใช่ไหม ฮือออ”นลินร้องไห้ออกมาด้วยความรู้สึกที่ปะปนกันไปหมด ชายหนุ่มมีสีหน้าตกใจและรีบเข้าไปปลอบเธอทันที“ผมขอโทษ ๆ ถ้าคุณไม่โอเคผมไม่ให้ท่านมาก็ได้ ไม่ร้อง ๆ”ร่างสูงรีบดึงเธอเข้ามากอดแต่ก็คงจะไม่ทันเมื่อเช้าวันรุ่งขึ้นพ่อและแม่ของเธียร์ก็มาถึงบ้านของนลินแล้วชัยยศเดินออกไปดูแขกที่มาวันนี้ เขาก็มีสีหน้าตกใจทันทีที่เห็นคนที่เดินลงมาจากรถ ธนาเองก็ไม่ต่างกัน เมื่อเห็นหน้าคนที่ยืนอยู่หน้าประตู เขาก็รู้สึกคุ้นหน้าแปลก ๆ“ไอ้...ไอ้...”ชัยยศชี้หน้าธนาและพยายามนึกชื่อของเขา“ไอ้...”ธนาเองก็เช่นกัน และในที่สุดเขาก็จำได้ “
“มาคนเดียวเหรอครับ”ชายตรงหน้าเอ่ยถามนลิน เห็นว่าเธอนั่งเพียงลำพังเงียบ ๆ จึงอยากชวนคุยตามหน้าที่ของคนทำงานบริการ“แล้วเห็นฉันมากี่คนล่ะ นายนี่ถามแปลก” คนตัวเล็กอารมณ์ไม่ค่อยจะคงที่เมื่อเจอคำถามพร้อมกับหน้าตาทะเล้นของเขาก็ทำเอาหญิงสาวต้องเหวี่ยงวีนใส่เขาออกไป เมื่อเครื่องดื่มมาเสิร์ฟเธอก็ไม่รอช้าท
“หน้าด้าน !”สุดท้ายลินลดาก็ทนไม่ไหว เธอเอ่ยเสียงดังจนคนในร้านหันมามอง “แกว่าให้ใคร”หยาดพิรุณหันขวับกลับมาจ้องเธอทันที “ว่ามึงไง นังหน้าด้าน !”นลินเอ่ยออกไปด้วยน้ำเสียงเกรี้ยวโกรธ ใบหน้าเล็กจ้องจะเอาเรื่องอีกฝ่าย ดวงตากลมจ้องเขม็งไปที่เธอ พนักงานและลูกค้าที่อยู่โดยรอบเริ่มหันมามอง หยาดพิรุณมอง
“ที่ผ่านมา...คุณโกหกลินเรื่องไหนบ้างคะ”น้ำเสียงสั่นเอ่ยถามเขาออกไป สีหน้าแววตาเธอดูเศร้ากว่าปกติ “ฉันไม่ได้ตั้งใจจะโกหกเธอ ฉันแค่ไม่อยากให้เธอรู้สึกแย่”ธีรติพูดกับเธอด้วยน้ำเสียงที่ใจเย็นไม่ใส่อารมณ์ใด ๆ “เลิกพูดแบบนี้สักทีค่ะ ลินไม่อยากฟัง ที่คุณเลือกที่จะโกหกลินนั่นเพราะคุณคิดมาดีแล้ว คุณจะบอ
ขณะที่ลินลดานั่งอยู่ในรถ สายตาของเธอมองออกไปข้างนอกก็ไม่เห็นอะไรนอกจากความมืด ทุ่งนาสองข้างทางรอบตัวเธอเงียบสงบ แต่เสียงสายฝนที่ตกกระทบหลังคารถดังสนั่นหวั่นไหว ลมหวีดหวิวและฟ้าแลบเป็นบางครั้งทำให้นลินสะดุ้งด้วยความหวาดกลัวเธอลองสตาร์ตเครื่องยนต์อีกครั้ง แต่ก็ไม่เป็นผลเมื่อน้ำมันเชื้อเพลิงของรถยนต์







