LOGINเมื่ออีกครอบครัวมาถึงก็ได้เริ่มพูดคุยและอาหารก็เริ่มทยอยมาเสิร์ฟ
“ไปดูงานกับพี่เขาเป็นไงบ้างล่ะลูก”
ธนาเอ่ยถามหยาดพิรุณออกไป
ใบหน้าเล็กยิ้มแย้มสดใสก่อนจะตอบกลับมาด้วยน้ำเสียงที่อ่อนหวาน
“สนุกมากเลยค่ะคุณลุง เหมือนไปเที่ยวมากกว่าไปดูงานนะคะ ฮ่า ๆ โรงแรมของคุณลุงสวยมากเลยค่ะ”
ใบหน้าเล็กฉีกยิ้มปนหัวเราะพร้อมหันไปมองหน้าชายหนุ่มที่นั่งอยู่ข้างเธออย่างธีรติ
“ที่ออกมาสวยงามแบบนั้นส่วนหนึ่งก็ได้เจ้าเธียร์นี่แหละช่วยคิดและออกแบบ”
ผู้เป็นพ่อกล่าวชมลูกชาย
“ได้เชื้อพ่อมาเต็ม ๆ เลยสินะ ขนาดไม่ได้จบทางด้านนี้นะเนี่ย ใช่ไหมเธียร์”
มานพหันไปกล่าวกับชายร่างสูงด้วยสีหน้าอารมณ์ดี
“คุณลุงชมผมเกินไปแล้วครับ ผมไม่ได้มีฝีมือขนาดนั้นหรอกครับ ส่วนมากก็เป็นผลงานของสถาปนิกซะส่วนใหญ่ครับ”
ร่างสูงที่ยิ้มเจื่อน ๆ เพราะเขารู้สึกอึดอัดในการมาร่วมทานอาหารในวันนี้เป็นอย่างมาก
“ถ่อมตนดีนะเราเนี่ย ดี ๆ ฉันชอบ”
มานพเอ่ยกับธามด้วยสีหน้าที่ถูกใจ
ระหว่างกำลังนั่งรับประทานอาหารกันอยู่นั้นผู้เป็นพ่อก็ไม่รีรอที่จะกล่าวถึงธุระสำคัญของวันนี้
“ป๊าอยากให้แกคอยดูแลน้องนะ เดี๋ยวอีกหน่อยก็จะแต่งงานกันแล้ว”
ผู้เป็นพ่อเข้าประเด็น ทันทีที่ธีรติได้ยินประโยคดังกล่าว เขาก็หันขวับไปมองหน้าผู้เป็นพ่อด้วยสีหน้าที่เกิดคำถาม
“ครับ ? แต่งงานอะไรกันครับ ?”
ธนานั่งเงียบไม่ได้ตอบอะไรลูกชาย ร่างสูงจึงหันไปจ้องหน้าผู้เป็นแม่เพื่อหาคำตอบ คุณหญิงได้แต่พยักหน้าเบา ๆ ให้ลูกชายไป
ธีรติหันไปมองทางด้านครอบครัวของน้ำฟ้า ทุกคนต่างมีสีหน้าที่ดูเป็นปกติไม่ได้ตกใจอะไร ราวกับว่ารู้เรื่องนี้กันมาก่อนแล้ว หญิงสาวอย่างน้ำฟ้าเองก็เช่นกัน ใบหน้าจิ้มลิ้มก้มลงเล็กน้อยเพื่อหลบสายตาเขา
“ทำไมผมไม่เห็นรู้เรื่องนี้เลยครับ”
ร่างสูงเอ่ยถามออกไปด้วยน้ำเสียงที่เริ่มไม่พอใจ
“ฉันถึงได้เรียกแกมาคุยในวันนี้ไง”
ผู้เป็นพ่อเอ่ยเสียงแข็งกับชายหนุ่ม
“ผมไม่แต่งครับ ยังไงผมก็ไม่มีทางแต่งงานกับคนที่ผมไม่ได้รัก”
ร่างสูงตอบกลับเขาไปอย่างหนักแน่นจนทำให้อีกฝ่ายที่ได้ฟังคำตอบถึงกับทำหน้าเหวอ
“แกไม่มีสิทธิ์พูดอะไรทั้งนั้น ฉันสั่งให้แกแต่งแกก็ต้องแต่งกับหนูน้ำฟ้า”
ผู้เป็นพ่อเริ่มขึ้นเสียงใส่เขาเสียงดัง
น้ำฟ้าได้แต่นั่งเงียบและก้มหน้าไม่กล้าสบตากับเธียร์
“คุณใจเย็น ๆ ก่อนได้ไหมคะ ค่อย ๆ คุยกับลูกสิอย่าพึ่งใช้อารมณ์”
เนตรนภาหันไปเอ่ยกับสามีด้วยสีหน้าและน้ำเสียงจริงจัง
ธีรติยืนขึ้นเถียงผู้เป็นพ่อแทบขาดใจ
“ผมบอกแล้วไงครับว่าผมไม่แต่ง อยากแต่งก็แต่งไปคนเดียวเถอะครับ”
ชายหนุ่มหันไปมองหน้าหญิงสาวอย่างน้ำฟ้าที่ตอนนี้เธอนั่งน้ำตาคลออยู่ในอ้อมกอดของผู้เป็นแม่อย่าง คุณหญิงรับขวัญ เกียรติสิริกุล
บรรยากาศภายในโต๊ะอาหารเริ่มตึงเครียด สีหน้าของมานพเริ่มเปลี่ยนแปลงไปเมื่อเห็นการกระทำของเธียร์ที่ไม่ไว้หน้าเขาเลยสักนิด
ในขณะเดียวกันเสียงโทรศัพท์ของชายหนุ่มก็ดังขึ้น เขาหยิบออกมาจากกระเป๋ากางเกง เมื่อเห็นว่าเป็นสายเรียกเข้าจากสิงหาเขาก็รีบกดรับเลยทันที โดยไม่สนว่าตอนนี้กำลังทะเลาะกับผู้เป็นพ่ออยู่
“นายครับเกิดเรื่องแล้วครับ คุณนลินไข้สูงจนเกิดอาการชักจนหมดสติตอนนี้ผมกำลังจะขับรถพาเธอไปที่โรงพยาบาลแค่นี้ก่อนนะครับ” ชายหนุ่มพูดด้วยน้ำเสียงกระวนกระวาย
“ว่าไงนะ ! นลินหมดสติงั้นเหรอ ?”
เจ้าของร่างสูงตกใจจนหน้าถอดสี เขาได้ยินว่าเธอหมดสติ ชายหนุ่มนึกเป็นห่วงกลัวว่าเธอจะเป็นอะไรไป เขาคงจะรู้สึกผิดไปจนวันตายที่ปล่อยเธอไว้แบบนั้น
ตู๊ด ๆ ปลายสายได้วางสายเขาไปแล้ว
ชายหนุ่มร่างสูงมีท่าทีที่กระวนกระวานใจตั้งท่าจะรีบเร่งไปหาหญิงสาวในทันที
“แกจะไปไหน กลับมาเดี๋ยวนี้นะ ฉันบอกให้กลับมาเดี๋ยวนี้ !”
ผู้เป็นพ่อตะโกนตามหลังเขาไปแต่ไม่เป็นผล เพราะวินาทีนี้สำหรับเธียร์แล้ว...นลินสำคัญที่สุด ต่อให้ต้องทะเลาะกับผู้เป็นพ่อยังไงเขาก็จะไปหาเธอให้ได้ !
แค่ได้ยินชื่อนลิน น้ำฟ้าก็กำหมัดพร้อมกับขบกรามแน่น
…ผู้หญิงคนนี้อีกแล้วเหรอ ? ฉันจะแพ้ให้ผู้หญิงอย่างนังนั่นจริงๆ เหรอ ? เหอะ ! ฉันไม่ยอมหรอกนะ...
หยาดพิรุณเงยหน้าขึ้นไปสบตาผู้เป็นแม่พร้อมทำสีหน้าแววตาที่เอาแต่ใจ ผู้เป็นแม่ก็ลูบหัวปลอบลูกสาวตัวเอง
“ฉันหวังว่านายจะจัดการกับลูกชายของนายให้ได้โดยเร็วนะ อย่าให้ส่งผลกระทบต่อสิ่งที่เราคุยกันไว้... กลับ !”
มานพเอ่ยด้วยน้ำเสียงเด็ดขาดกับผู้เป็นเพื่อน สีหน้าไม่พอใจแสดงออกมาอย่างชัดเจน ก่อนจะลุกขึ้นเดินออกไปอีกคน
เมื่อเดินทางไปถึงที่วัดในระหว่างที่นลินกำลังหยิบของอยู่ในรถ พี่เลี้ยงก็อุ้มน้องลงจากเบาะ ภาวินทร์จึงเดินเข้ามาหาผู้เป็นแม่พร้อมเอ่ยถามด้วยสีหน้าเศร้า “มะมี้หายโกรธยางง”น้ำเสียงละมุนของลูกชาย ทำให้ลินดลารู้สึกเอ็นดูเป็นอย่างมาก เด็กน้อยคงจะกังวลเรื่องเมื่อเช้าที่แม่ดุเขาและไม่ได้คุยเล่นกับเขามาตลอดทาง “แล้วน้องวินทร์เป็นเด็กดีหรือยัง ?”นลินจ้องมองหน้าลูกนิ่ง ๆ “เป็นเด็กดีแย้ว”ใบหน้าจิ้มลิ้มที่น่ารักน่าเอ็นดูส่งยิ้มให้ผู้เป็นแม่พร้อมเดินเข้าไปกอดคอ“ถ้าเป็นเด็กดี มะมี้ก็หายโกรธน้องวินทร์แล้วครับ”ลินลดาอุ้มลูกชายลงจากรถพร้อมหอมลูกชายไปฟอดใหญ่ เธียร์ที่ยืนมองสองแม่ลูกเคลียร์ความในใจกัน เขาก็อดไม่ได้ที่จะยิ้มตาม “น้องวินทร์ดูสิใครมา”เธียร์เอ่ยเรียกลูกชายให้หันไปดูผู้ที่พึ่งลงจากรถ“ธามมม !”เด็กน้อยเอ่ยเรียกอย่างดีใจเมื่อเห็นเขา ทำให้ผู้ใหญ่ทั้งสามหลุดขำออกมาเมื่อเห็นท่าทีของเขา “ลุงธามสิลูก”นลินพูดปนหัวเราะเมื่อเห็นลูกชายเรียกพี่ธามอย่างกับเพื่อนสนิท “ว่าไงวินทร์ เรียกอย่างกับเพื่อนเลยนะเรา”คุณลุงก็รู้สึกตลกหลานชายที่ไม่ค่อยจะเรียกเขาว่าลุง แต่ก็ไม่ได้ซีเรียสอะไรเพราะเด็กก็เ
[ปัจจุบัน] ตั้งแต่มีลูกทั้งคู่ก็มีนาฬิกาปลุกส่วนตัวทันที ทุก ๆ เช้าเด็กน้อยจะปีนขึ้นบนตัวพ่อและแม่สลับกันอย่างเช่นในเช้านี้ “ปะป๊า ปะป๊า”เสียงยานคางของเจ้าตัวเล็กเอ่ยเรียกผู้เป็นพ่อให้ตื่นขึ้นมาเล่นกับเขา ภาวินทร์ปีนขึ้นไปนอนทับบนอกของเธียร์พร้อมใช้สองมือเล็กจับหน้าเขาโยกไปมา “หืมมม ครับลูก”ชายหนุ่มงัวเงียตื่นขึ้นมาพร้อมเอ่ยออกไปด้วยน้ำเสียงแหบพร่า “ดูตูน ๆ”เด็กเล็กงอแงขอดูการ์ตูนแต่เช้า ผู้เป็นพ่อถึงกับต้องกุมขมับ เมื่อโดนลูกชายตัวแสบก่อกวนเขาตั้งแต่ตี 5 “น้องวินทร์ครับ ตอนนี้ยังเช้าอยู่เลยลูก ปะป๊าง่วงมากเลย ปะป๊าขอนอนแป๊บหนึ่งได้ไหมครับ”ชายหนุ่มกอดลูกแล้วพลิกนอนตะแคงพร้อมเอ่ยกับลูกชายด้วยเสียงอ่อน “ได้ครับ ปะป๊านอน น้องวินทร์จะไปหามะมี้”เด็กเล็กตอบผู้เป็นพ่อด้วยน้ำเสียงเจื้อยแจ้ว พูดจบคนตัวเล็กก็รีบมุดไปนอนกอดนลิน หญิงสาวรู้สึกตัวก็ดึงลูกเข้ามากอด เจ้าตัวเล็กจึงหลับไปอีกรอบจนถึงตอนสาย ลินลดารู้สึกตัวตื่นขึ้นมาเพราะรู้สึกเหมือนลูกกำลังกินนมเธออยู่ แต่พอลืมตาเท่านั้นแหละ นี่ไม่ใช่ลูก นี่มันพ่อมันชัด ชัด ! เพียะ !เธอใช้ฝ่ามือเล็กฟาดไปที่กลางหลังของเขาจนเกิดเสียงดัง และมี
นับวันเธียร์ยิ่งหลงลูกชายตัวเองเข้าไปใหญ่ เพราะนิสัยที่ขี้อ้อน อีกทั้งยังทะเล้นเหมือนเขา ทำให้คนที่อยู่ใกล้ต่างหลงรักน้องภาวินทร์ “ดูปากป๊านะ...ปะป๊า”ชายหนุ่มนั่งเล่นกับลูกชายในวัยที่ใกล้จะครบ 1 ขวบ “แหะ แหะ !”เด็กเล็กไม่พูดตามเขาแต่ดันหัวเราะอย่างอารมณ์ดี “ไม่เอาสิลูก...พูดตามป๊า...ปะป๊า !” เธียร์ลุ้นให้ลูกเรียกชื่อเขา นลินที่ยืนอยู่ใกล้ ๆ ก็แอบยิ้มให้กับสองพ่อลูกที่หยอกล้อเล่นกัน “ป๊ะ !”ภาวินทร์นิ่งไปชั่วขณะ ก่อนจะเปล่งเสียงหนักแน่นเอ่ยเรียกผู้เป็นพ่อ“ลิน ๆ ๆ ได้ยินมั้ย ๆ ลูกเรียกชื่อผม”ชายหนุ่มทำสีหน้าตกใจหันไปมองนลินพร้อมเอ่ยกับเธอด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น คนร่างสูงรีบเข้าไปอุ้มลูกมาสวมกอดอย่างดีอกดีใจที่ลูกพูดชื่อเขาเป็นคำแรก นลินยอมไม่ได้จึงเดินเข้าไปหาทั้งคู่ “ภาวินทร์ครับ ไหนเรียกแม่ซิ...แม่ !” ลินลดาจ้องหน้าผู้เป็นลูกพร้อมลุ้นว่าเขาจะพูดหรือไม่ น้องภาวินทร์จ้องหน้านลินด้วยสีหน้าที่ใสซื่อก่อนจะหันไปหาพ่อของเขาแล้วเอ่ยเรียกออกมา“ป๊ะ !” “ฮ่า ๆ ๆ เก่งมากลูกพ่อ”ชายหนุ่มยิ้มจนหน้าบานเป็นกระด้งเมื่อลูกชายเอ่ยเรียกชื่อเขาถึงสองครั้ง นลินทำหน้าผิดหวังและมองสองพ่อลูกด้วยสายตา
หลังจากนลินคลอดลูกได้ 5 เดือน บ้านของพวกเขาก็เสร็จเรียบร้อยพอดี ในวันขึ้นบ้านใหม่ญาติ ๆ ต่างมาร่วมแสดงความยินดีและร่วมทำบุญด้วยกัน ที่สำคัญทุกคนต่างก็อยากมาเล่นกับหลานชายตัวน้อย ๆ ที่กำลังน่ารักอย่างน้องภาวินทร์“เผลอแป๊บเดียวโตแล้วนะหลานตา”คุณตาชัยยศอุ้มหลานเดินไปมา สีหน้าเขาเอ็นดูเด็กตัวเล็กเป็นอย่างมาก“ภาวินทร์ปู่มาแล้วลูก !”เสียงคุณปู่ตะโกนมาแต่ไกล เขาเดินลงจากรถแล้วตรงดิ่งเข้ามาหาหลานก่อน“ไม่ตะโกนมาตั้งแต่บ้านเลยล่ะ”ชัยยศหันไปเอ่ยกับเขา “ใครบอกกูไม่ตะโกน”ธนาสวนกลับพ่อของนลินพร้อมเข้าไปแย่งหลานมาอุ้ม ทุกคนต่างเห่อหลานเป็นอย่างมาก เพราะเด็กน้อยกำลังน่ารักน่าชัง “เถียงกันตลอดเลยสองคนนี้”อรยาเอ่ยแซวทั้งคู่ เมื่อผู้ใหญ่มากันครบก็นิมนต์พระมาทำบุญตักบาตรที่บ้านเพื่อเสริมสิริมงคลก่อนเข้าอยู่ “ยินดีด้วยนะครับน้องลิน”ธามแสดงความยินด้วยน้ำเสียงละมุนและสีหน้าที่ยินดี ชายหนุ่มเห็นนลินยืนอยู่จึงเดินเข้าไปทักทาย“ขอบคุณนะคะพี่ธามที่ช่วยแนะนำอะไรหลาย ๆ อย่าง”นลินกล่าวกับเขา “มีอะไรก็ถามพี่ได้ตลอด พี่อยู่ตรงนี้แหละ ลินหันกลับมาเมื่อไหร่ก็เจอ”ใบหน้าชายหนุ่มมองเธออย่างไม่ละสายตา “ค่
2 ปีผ่านไปตั้งแต่มีลูกความสัมพันธ์ของทั้งคู่ก็ดีขึ้นแบบก้าวกระโดด ต่างคนต่างมีเหตุผลและใจเย็นมากขึ้น ทำให้ทั้งคู่รักกันเป็นอย่างดี ตอนนี้น้องภาวินทร์ก็อายุได้ 2 ขวบแล้ว ทั้งคู่จึงอยากพาลูกไปฉลองงานวันเกิดที่ทะเล ถือโอกาสไปเที่ยวกับครอบครัวด้วยทริปนี้ทุกคนเดินทางไปเที่ยวทะเลที่ภูเก็ต โดยมีทั้งครอบครัวนลินและครอบครัวของเธียร์ เป็นทริปใหญ่ก็จะวุ่นวายอยู่หน่อย ๆ“ปะป๊า ปะป๊า”เด็กตัวเล็กวิ่งดุ๊กดิ๊กมาทางผู้เป็นพ่อ แก้มย้วย ๆ เด้งไปมาอย่างน่าเอ็นดู“ว่าไงครับลูก”เธียร์อุ้มลูกขึ้นมานั่งบนตักขณะที่ทานอาหารกันอยู่“ภาวินทร์อย่าไปกวนคุณพ่อลูก ให้พ่อกินข้าว”นลินหันไปเอ่ยกับลูก“ไม่เป็นไร ๆ”กลับกันเธียร์กลับรู้สึกชอบที่ลูกติดเขาเสียอีก“พี่ธามจะมาตอนเย็นใช่ไหมครับแม่”เธียร์หันไปถามคุณนภา“เห็นพี่บอกว่าอย่างงั้นนะ”เนตรนภาตอบกลับลูกชายเมื่อถึงตอนเย็นเธียร์ก็จองร้านอาหารติดชายทะเลพร้อมตกแต่งไฟอย่างสวยงาม เขาเหมาทั้งร้านวันนี้แขกภายในร้านจึงมีแค่ครอบครัวของเขา“ปกติร้านนี้เขาตกแต่งจนถึงชายหาดขนาดนี้เลยเหรอคะ”นลินอุ้มลูกเดินดูไฟที่ประดับจนทั่วชายหาด“ภาวินทร์ดูนั่นสิลูก เห็นไฟไหม ?”ลินลดาชี
และในคืนนี้เธียร์ก็แอบเข้าห้องนลินมาอีกครั้ง ชายหนุ่มกอดเธอและลูบไปที่ท้องของหญิงสาว“คุณแม่ไม่ยอมหายโกรธพ่อสักที พรุ่งนี้คุณปู่คุณย่าจะมาง้อช่วยพ่อแล้วนะ”เธียร์เอ่ยเบา ๆ กับนลิน“ฮะ !”นลินตกใจจนเผลออุทานเสียงดัง“คุณว่าไงนะ”หญิงสาวหน้าตาตื่นเอ่ยถามเขา เธียร์สะดุ้งและมองนลินด้วยสีหน้างง ๆ“ผมให้ป๊ากับแม่มาสู่ขอคุณยังไงล่ะ คุณจะได้กลับไปกับผมสักที”ชายหนุ่มพูดออกไปอย่างหน้าตาเฉย“คุณทำอะไรคุณไม่เคยถามฉันสักคำ คิดเองเออเองไปหมด นี่ก็ลูกฉันเหมือนกัน ฉันไม่มีสิทธิ์ทำอะไรเลยใช่ไหม ฮือออ”นลินร้องไห้ออกมาด้วยความรู้สึกที่ปะปนกันไปหมด ชายหนุ่มมีสีหน้าตกใจและรีบเข้าไปปลอบเธอทันที“ผมขอโทษ ๆ ถ้าคุณไม่โอเคผมไม่ให้ท่านมาก็ได้ ไม่ร้อง ๆ”ร่างสูงรีบดึงเธอเข้ามากอดแต่ก็คงจะไม่ทันเมื่อเช้าวันรุ่งขึ้นพ่อและแม่ของเธียร์ก็มาถึงบ้านของนลินแล้วชัยยศเดินออกไปดูแขกที่มาวันนี้ เขาก็มีสีหน้าตกใจทันทีที่เห็นคนที่เดินลงมาจากรถ ธนาเองก็ไม่ต่างกัน เมื่อเห็นหน้าคนที่ยืนอยู่หน้าประตู เขาก็รู้สึกคุ้นหน้าแปลก ๆ“ไอ้...ไอ้...”ชัยยศชี้หน้าธนาและพยายามนึกชื่อของเขา“ไอ้...”ธนาเองก็เช่นกัน และในที่สุดเขาก็จำได้ “
ตุ้บ ! “โอ๊ยย !”ร่างสูงสะดุ้งตื่นแล้วมองคนตรงหน้า “ตีผมทำไมเนี่ย ?” เสียงแหบพร่าเอ่ยถามออกไปด้วยสีหน้าที่งัวเงียกำลังเมาขี้ตาในยามเช้าตรู่“คุณมาทำอะไรอยู่ตรงนี้ ออกไปเลยนะ !”เจ้าของใบหน้าเล็กเหวี่ยงเขาออกไป “ถามได้ ก็มานอนกอดเมียสิ”พูดจบเขาก็ดึงเธอเข้ามากอดอย่างหน้ามึนพร้อมขโมยหอมแก้มหญิงสาว
บรรยากาศบนโต๊ะอาหารค่อนข้างที่จะตึงเครียด คนร่างสูงค่อย ๆ หย่อนกายนั่งลงข้างผู้เป็นแม่ของหญิงสาว สายตาของเขาชำเลืองไปมองพ่อของนลิน แล้วก็ต้องรีบก้มหน้าหลบสายตาเมื่อถูกผู้เป็นพ่อจ้องมองอย่างกับจะกินหัว “ใครบอกให้นั่ง !”พ่อของนลินดุออกมาด้วยเสียงดัง พร้อมมองตาขวางใส่คนที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม เธียร์
ถึงแม้ว่าเธียร์จะโกรธพี่ชายสักแค่ไหน แต่ตรีธาราก็เป็นคนที่เขาเชื่อใจและเคารพมาตลอด ดังนั้นคำพูดของธามมีผลกับเขาเป็นอย่างมาก ชายหนุ่มจึงรีบบึ่งรถกลับคอนโดเพื่อไปขอโทษนลินระหว่างทางก็แอบแวะซื้อของโปรดไปให้เธอด้วย แต่เมื่อกลับมาถึงภายในห้องดันว่างเปล่าไร้เงาของนลิน มีเพียงเศษแก้วของแจกันที่แตกกระจัดก
ขากลับตรีธาราต้องขับรถมาเพียงลำพัง ในระหว่างนั้นเขาได้ใช้เวลาอยู่กับตัวเอง ก็ทำให้เขาตกตะกอนความคิดของตัวเองได้ในเวลานั้น ดวงตาคมเริ่มมีน้ำสีใสไหลออกมาจนดวงตาของเขาพร่ามัวนลินและเธียร์เดินทางกลับมาถึงคอนโด หญิงสาวก็เอาแต่นิ่งเงียบไม่พูดไม่จากับเขา เธอหงุดหงิดและโกรธเธียร์เป็นอย่างมาก แค่เห็นหน้าเข







