LOGIN“หวังว่าเราจะได้เกี่ยวดองกันนะ
ธุรกิจนายก็น่าจะราบรื่นยิ่งขึ้นอีกแน่ ๆ”ชายมีอายุเอ่ยกับเพื่อนของเขา
“ฮ่า ๆ เรื่องนั้นมันก็แน่นอนอยู่แล้ว เหลือแค่ให้เด็ก ๆ ได้เรียนรู้กันก่อนสักพัก ไม่นานก็น่าจะได้ยินข่าวดี”
ธนาพ่อของเธียร์หัวเราะกับคำพูดของมานพ บิดาของน้ำฟ้านั่นเอง
พวกเขาทั้งสองคนเป็นเพื่อนรักกันมาก่อน มานพยื่นข้อเสนอที่จะเข้าร่วมลงทุนในธุรกิจใหม่กับพ่อของเธียร์ ซึ่งเขาต้องการนักลงทุนรายใหญ่ ๆ ที่จะมาร่วมลงทุนในธุรกิจนี้ และมานพก็ยินดีที่จะร่วมลงทุนโดยมีข้อแลกเปลี่ยน นั่นคือ...เธียร์ต้องแต่งงานกับลูกสาวของเขา
ธนาผู้ซึ่งเป็นพ่อของธีรติก็คิดว่านี่ก็ไม่ใช่ข้อตกลงที่แย่สักเท่าไหร่ อีกอย่างเขาก็รู้สึกเอ็นดูน้ำฟ้าเหมือนลูกเหมือนหลานเพราะเห็นเธอมาตั้งแต่ตัวเล็ก ๆ การจะรับเข้ามาเป็นลูกสะใภ้ก็ไม่เห็นจะเสียหายอะไร เพราะเธอเองก็มีชาติตระกูล
นั่นเป็นการพูดคุยกันของผู้ใหญ่สองคนที่อยากให้มีการแต่งงานของสองตระกูลใหญ่เกิดขึ้นโดยมีเรื่องของผลประโยชน์เข้ามาเกี่ยวข้อง
หลังจากที่เธียร์วางสายโทรศัพท์จากผู้เป็นพ่อเขาก็ถอนหายใจเฮือกใหญ่ออกมา ตอนนี้ชายหนุ่มร่างสูงเริ่มได้กลิ่นแปลก ๆ จากการกระทำของผู้เป็นพ่อเสียแล้ว
ดวงตาคมจ้องมองไปที่หญิงสาวที่นอนอยู่บนเตียง เวลาหลับเธอดูไม่มีพิษมีภัยและดูน่าทะนุถนอมเป็นอย่างมาก ต่างจากตอนตื่นเพราะเธอทั้งดื้อและเถียงเก่งจนชวนปวดหัว แต่นั่นก็เป็นเสน่ห์อีกอย่างหนึ่งของเธอที่บ่งบอกว่านี่คือนลิน อาจจะดื้อบ้าง ดีบ้าง เอาแต่ใจตัวเองบ้าง แต่เธอก็ยังเป็นคนเดียวที่เธียร์รู้สึกอยากอยู่ด้วยตลอดเวลา พอคลาดสายตาก็รู้สึกเป็นห่วงขึ้นมาทันที
แบบนี้มันเรียกว่าความรักหรือเปล่า ?
เจ้าของมือหนาเอื้อมมือไปลูบใบหน้าเนียนสวยอย่างเผลอตัว แต่เขาก็ต้องสะดุ้งตกใจเมื่อตัวเธอร้อนอย่างกับมีเปลวเพลิงเผาไหม้อยู่ภายใน นึกแล้วเชียวว่าเธอจะต้องป่วยแน่ ๆ ร่างสูงส่ายหัวเบา ๆ ก่อนจะไปนำผ้ามาเช็ดตัวให้เธอ
เขาใช้ผ้าขนหนูผืนเล็กลูบไปตามไรผมบริเวณใบหน้าของนลินอย่างเบามือ และเช็ดลงมาตามบริเวณลำตัว เพื่อให้ร่างกายของหญิงสาวได้ระบายความร้อนออกมา ไข้จะได้ลด
“หนาวว”
หญิงสาวกล่าวด้วยเสียงสั่นเครือพร้อมจับมือเขาไว้ไม่ให้ชายหนุ่มเช็ดต่อ
“เช็ดตัวก่อน ไข้จะได้ลด”
ร่างสูงแกะมือเธอออกและเช็ดตัวให้เธอต่อ
“ลินหนาวมากเลย”
เสียงออดอ้อนจากหญิงสาวดูน่าสงสารจนทำให้เขาใจอ่อน ร่างสูงเอื้อมไปหยิบรีโมตแอร์มาเพิ่มอุณหภูมิพร้อมกับดึงผ้าห่มขึ้นมาคลุมตัวเธอเอาไว้
“อยู่กับลินนะคะ ลินขาดคุณไม่ได้จริง ๆ อย่าทิ้งลินเลยนะ”
ลินลดามีไข้ขึ้นสูงจนเธอเริ่มจะเบลอ ๆ และเพ้ออย่างไม่รู้ตัว
“ฉันอยูู่นี่แล้ว ฉันไม่ทิ้งเธอไปไหนหรอก ขาดเธอไปใครจะช่วยผลาญเงินฉันล่ะ หื้มม”
คนตัวสูงก้มลงไปหอมหัวของหญิงสาวและเอนกายลงไปนอนข้าง ๆ พร้อมโอบกอดลินลดาเอาไว้แน่น
จะว่าไปแม้เขาจะปากร้ายใจร้ายกับคนอื่นแค่ไหน แต่กับผู้หญิงของเขา เขาก็ยังมีมุมอ่อนโยนและน่ารักกับเธออยู่นะ และมุมแบบนี้คาดว่าน่าจะมีแค่นลินคนเดียวที่ได้เห็นมัน
เมื่อใกล้ถึงเวลานัด เธียร์ก็ไปอาบน้ำเตรียมตัวที่จะไปตามนัดของคุณพ่อ แต่อีกใจเขาก็ยังอดเป็นห่วงนลินไม่ได้ เพราะตอนนี้ยังไม่มีวี่แววว่าอาการไข้เธอจะลดลงเลย ดวงตาคมฉายแววเป็นห่วงและกำลังคิดหนักว่าเขาจะทิ้งเธอไว้คนเดียวในสภาพนี้จริง ๆ เหรอ ?
สุดท้ายชายหนุ่มก็ตัดสินใจไปตามนัดของผู้เป็นพ่อ แต่เขาก็ส่งคนมาอยู่เป็นเพื่อนนลิน
“ฝากดูเธอด้วย ฉันไม่อยากปล่อยไว้คนเดียว ถ้าเธอตื่นแล้วก็อุ่นโจ๊กในตู้เย็นให้กินซะ”
ชายหนุ่มเอ่ยกับสิงหาด้วยสีหน้านิ่งเรียบ
“ได้ครับนาย”
ชายร่างสูงตอบรับคำสั่งของธีรติ
สิงหาเป็นอีกคนที่เธียร์ไว้ใจเป็นอย่างมาก เขาและเธียร์มีอายุไล่เลี่ยกัน แม่ของสิงหาเคยเป็นแม่บ้านทำงานอยู่ที่บ้านของชายหนุ่ม ก่อนจะเกิดอุบัติเหตุเสียชีวิต พ่อของเธียร์จึงให้ความช่วยเหลือให้ที่พักอาศัยและให้งานแก่เขา เธียร์จึงขอให้เขามาทำงานเป็นผู้ช่วยและบอดี้การ์ด สิงหาจึงได้มาอยู่ข้างกายของเธียร์นับตั้งแต่นั้นมาเป็นเวลาหลายปี
ณ ร้านอาหาร...
เธียร์เดินทางมายังร้านอาหารแห่งหนึ่งตามที่พ่อของเขานัดหมาย เมื่อเข้าไปข้างในก็พบคุณธนาและคุณหญิงเนตรนภา บิดาและมารดาของตนเอง
“สวัสดีครับป๊า แม่”
คนตัวสูงเดินเข้ามาเอ่ยทักทั้งคู่ทันทีพร้อมมองไปรอบ ๆ ห้องอาหารแต่กลับไม่เห็นพี่ชายของตน
“หวัดดีจ้ะลูก เป็นไงบ้าง กลับมาเหนื่อยไหม”
ผู้เป็นแม่เอ่ยถามลูกชายพร้อมลูบไหล่ของชายหนุ่มที่นั่งลงข้างเธอเบา ๆ
“นิดหน่อยครับ แล้วพี่ธามล่ะครับ”
ธีรติเอ่ยถามด้วยสีหน้าสงสัย
“วันนี้ธุระสำคัญคือเรื่องของแก เจ้าธามยุ่ง ๆ เลยไม่อยากจะรบกวนเวลางานพี่เขา”
ผู้เป็นพ่อเอ่ยตามความจริง
“มีเรื่องอะไรหรือเปล่าครับ ?”
ชายหนุ่มขมวดคิ้วทำสีหน้าครุ่นคิด มีเรื่องอะไรสำคัญถึงขนาดต้องนัดทานข้าวร่วมกับครอบครัวของลุงมานพ
“เดี๋ยวแกก็รู้น่ะ จะถามทำไมให้มากความ”
ผู้เป็นพ่อเอ็ดชายหนุ่มเบา ๆ
ระหว่างรอเธียร์ก็ส่งข้อความไปหาพี่ชายของตนเพื่อถามถึงเหตุผลของการไม่มาในวันนี้
‘งานยุ่งถึงขนาดไม่มีเวลามาทานข้าวกับครอบครัวเลยหรือไง ?’ เขาพิมพ์ข้อความพร้อมถ่ายภาพในร้านอาหารส่งไปให้พี่ชาย
ติ๊ง !
เสียงการแจ้งเตือนที่ดังขึ้นจากโทรศัพท์ของธาม
ชายหนุ่มละสายตาจากกองเอกสารแล้วหันไปดูการแจ้งเตือนที่โทรศัพท์ เขาเปิดอ่านด้วยสีหน้าที่ดูงุนงงก่อนที่ความรู้สึกบางอย่างผุดขึ้นมาในใจของเขา
ความรู้สึกของการที่ถูกลืม การไม่ได้รับคำชวน หรือแม้กระทั่งการไม่ได้รับความสำคัญมันทำให้อีกคนรู้สึกเจ็บปวดเป็นอย่างมาก ดวงตาคมฉายแววเศร้าเคล้าคลอไปด้วยหยาดน้ำสีใส
‘ฉันติดประชุมสำคัญน่ะ ไว้โอกาสหน้าแล้วกัน ทานให้อร่อยล่ะ’ ชายหนุ่มกดส่งข้อความนี้กลับไปให้น้องชาย
แม้จะรู้สึกเจ็บปวดสักแค่ไหนเขาก็ทำได้เพียงเก็บมันไว้แล้วกลืนลงท้องไป ทำเหมือนว่าเขาไม่ได้รู้สึกอะไร แต่ทว่าความรู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจมันกลับเพิ่มสูงขึ้นเรื่อย ๆ
เมื่อเดินทางไปถึงที่วัดในระหว่างที่นลินกำลังหยิบของอยู่ในรถ พี่เลี้ยงก็อุ้มน้องลงจากเบาะ ภาวินทร์จึงเดินเข้ามาหาผู้เป็นแม่พร้อมเอ่ยถามด้วยสีหน้าเศร้า “มะมี้หายโกรธยางง”น้ำเสียงละมุนของลูกชาย ทำให้ลินดลารู้สึกเอ็นดูเป็นอย่างมาก เด็กน้อยคงจะกังวลเรื่องเมื่อเช้าที่แม่ดุเขาและไม่ได้คุยเล่นกับเขามาตลอดทาง “แล้วน้องวินทร์เป็นเด็กดีหรือยัง ?”นลินจ้องมองหน้าลูกนิ่ง ๆ “เป็นเด็กดีแย้ว”ใบหน้าจิ้มลิ้มที่น่ารักน่าเอ็นดูส่งยิ้มให้ผู้เป็นแม่พร้อมเดินเข้าไปกอดคอ“ถ้าเป็นเด็กดี มะมี้ก็หายโกรธน้องวินทร์แล้วครับ”ลินลดาอุ้มลูกชายลงจากรถพร้อมหอมลูกชายไปฟอดใหญ่ เธียร์ที่ยืนมองสองแม่ลูกเคลียร์ความในใจกัน เขาก็อดไม่ได้ที่จะยิ้มตาม “น้องวินทร์ดูสิใครมา”เธียร์เอ่ยเรียกลูกชายให้หันไปดูผู้ที่พึ่งลงจากรถ“ธามมม !”เด็กน้อยเอ่ยเรียกอย่างดีใจเมื่อเห็นเขา ทำให้ผู้ใหญ่ทั้งสามหลุดขำออกมาเมื่อเห็นท่าทีของเขา “ลุงธามสิลูก”นลินพูดปนหัวเราะเมื่อเห็นลูกชายเรียกพี่ธามอย่างกับเพื่อนสนิท “ว่าไงวินทร์ เรียกอย่างกับเพื่อนเลยนะเรา”คุณลุงก็รู้สึกตลกหลานชายที่ไม่ค่อยจะเรียกเขาว่าลุง แต่ก็ไม่ได้ซีเรียสอะไรเพราะเด็กก็เ
[ปัจจุบัน] ตั้งแต่มีลูกทั้งคู่ก็มีนาฬิกาปลุกส่วนตัวทันที ทุก ๆ เช้าเด็กน้อยจะปีนขึ้นบนตัวพ่อและแม่สลับกันอย่างเช่นในเช้านี้ “ปะป๊า ปะป๊า”เสียงยานคางของเจ้าตัวเล็กเอ่ยเรียกผู้เป็นพ่อให้ตื่นขึ้นมาเล่นกับเขา ภาวินทร์ปีนขึ้นไปนอนทับบนอกของเธียร์พร้อมใช้สองมือเล็กจับหน้าเขาโยกไปมา “หืมมม ครับลูก”ชายหนุ่มงัวเงียตื่นขึ้นมาพร้อมเอ่ยออกไปด้วยน้ำเสียงแหบพร่า “ดูตูน ๆ”เด็กเล็กงอแงขอดูการ์ตูนแต่เช้า ผู้เป็นพ่อถึงกับต้องกุมขมับ เมื่อโดนลูกชายตัวแสบก่อกวนเขาตั้งแต่ตี 5 “น้องวินทร์ครับ ตอนนี้ยังเช้าอยู่เลยลูก ปะป๊าง่วงมากเลย ปะป๊าขอนอนแป๊บหนึ่งได้ไหมครับ”ชายหนุ่มกอดลูกแล้วพลิกนอนตะแคงพร้อมเอ่ยกับลูกชายด้วยเสียงอ่อน “ได้ครับ ปะป๊านอน น้องวินทร์จะไปหามะมี้”เด็กเล็กตอบผู้เป็นพ่อด้วยน้ำเสียงเจื้อยแจ้ว พูดจบคนตัวเล็กก็รีบมุดไปนอนกอดนลิน หญิงสาวรู้สึกตัวก็ดึงลูกเข้ามากอด เจ้าตัวเล็กจึงหลับไปอีกรอบจนถึงตอนสาย ลินลดารู้สึกตัวตื่นขึ้นมาเพราะรู้สึกเหมือนลูกกำลังกินนมเธออยู่ แต่พอลืมตาเท่านั้นแหละ นี่ไม่ใช่ลูก นี่มันพ่อมันชัด ชัด ! เพียะ !เธอใช้ฝ่ามือเล็กฟาดไปที่กลางหลังของเขาจนเกิดเสียงดัง และมี
นับวันเธียร์ยิ่งหลงลูกชายตัวเองเข้าไปใหญ่ เพราะนิสัยที่ขี้อ้อน อีกทั้งยังทะเล้นเหมือนเขา ทำให้คนที่อยู่ใกล้ต่างหลงรักน้องภาวินทร์ “ดูปากป๊านะ...ปะป๊า”ชายหนุ่มนั่งเล่นกับลูกชายในวัยที่ใกล้จะครบ 1 ขวบ “แหะ แหะ !”เด็กเล็กไม่พูดตามเขาแต่ดันหัวเราะอย่างอารมณ์ดี “ไม่เอาสิลูก...พูดตามป๊า...ปะป๊า !” เธียร์ลุ้นให้ลูกเรียกชื่อเขา นลินที่ยืนอยู่ใกล้ ๆ ก็แอบยิ้มให้กับสองพ่อลูกที่หยอกล้อเล่นกัน “ป๊ะ !”ภาวินทร์นิ่งไปชั่วขณะ ก่อนจะเปล่งเสียงหนักแน่นเอ่ยเรียกผู้เป็นพ่อ“ลิน ๆ ๆ ได้ยินมั้ย ๆ ลูกเรียกชื่อผม”ชายหนุ่มทำสีหน้าตกใจหันไปมองนลินพร้อมเอ่ยกับเธอด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น คนร่างสูงรีบเข้าไปอุ้มลูกมาสวมกอดอย่างดีอกดีใจที่ลูกพูดชื่อเขาเป็นคำแรก นลินยอมไม่ได้จึงเดินเข้าไปหาทั้งคู่ “ภาวินทร์ครับ ไหนเรียกแม่ซิ...แม่ !” ลินลดาจ้องหน้าผู้เป็นลูกพร้อมลุ้นว่าเขาจะพูดหรือไม่ น้องภาวินทร์จ้องหน้านลินด้วยสีหน้าที่ใสซื่อก่อนจะหันไปหาพ่อของเขาแล้วเอ่ยเรียกออกมา“ป๊ะ !” “ฮ่า ๆ ๆ เก่งมากลูกพ่อ”ชายหนุ่มยิ้มจนหน้าบานเป็นกระด้งเมื่อลูกชายเอ่ยเรียกชื่อเขาถึงสองครั้ง นลินทำหน้าผิดหวังและมองสองพ่อลูกด้วยสายตา
หลังจากนลินคลอดลูกได้ 5 เดือน บ้านของพวกเขาก็เสร็จเรียบร้อยพอดี ในวันขึ้นบ้านใหม่ญาติ ๆ ต่างมาร่วมแสดงความยินดีและร่วมทำบุญด้วยกัน ที่สำคัญทุกคนต่างก็อยากมาเล่นกับหลานชายตัวน้อย ๆ ที่กำลังน่ารักอย่างน้องภาวินทร์“เผลอแป๊บเดียวโตแล้วนะหลานตา”คุณตาชัยยศอุ้มหลานเดินไปมา สีหน้าเขาเอ็นดูเด็กตัวเล็กเป็นอย่างมาก“ภาวินทร์ปู่มาแล้วลูก !”เสียงคุณปู่ตะโกนมาแต่ไกล เขาเดินลงจากรถแล้วตรงดิ่งเข้ามาหาหลานก่อน“ไม่ตะโกนมาตั้งแต่บ้านเลยล่ะ”ชัยยศหันไปเอ่ยกับเขา “ใครบอกกูไม่ตะโกน”ธนาสวนกลับพ่อของนลินพร้อมเข้าไปแย่งหลานมาอุ้ม ทุกคนต่างเห่อหลานเป็นอย่างมาก เพราะเด็กน้อยกำลังน่ารักน่าชัง “เถียงกันตลอดเลยสองคนนี้”อรยาเอ่ยแซวทั้งคู่ เมื่อผู้ใหญ่มากันครบก็นิมนต์พระมาทำบุญตักบาตรที่บ้านเพื่อเสริมสิริมงคลก่อนเข้าอยู่ “ยินดีด้วยนะครับน้องลิน”ธามแสดงความยินด้วยน้ำเสียงละมุนและสีหน้าที่ยินดี ชายหนุ่มเห็นนลินยืนอยู่จึงเดินเข้าไปทักทาย“ขอบคุณนะคะพี่ธามที่ช่วยแนะนำอะไรหลาย ๆ อย่าง”นลินกล่าวกับเขา “มีอะไรก็ถามพี่ได้ตลอด พี่อยู่ตรงนี้แหละ ลินหันกลับมาเมื่อไหร่ก็เจอ”ใบหน้าชายหนุ่มมองเธออย่างไม่ละสายตา “ค่
2 ปีผ่านไปตั้งแต่มีลูกความสัมพันธ์ของทั้งคู่ก็ดีขึ้นแบบก้าวกระโดด ต่างคนต่างมีเหตุผลและใจเย็นมากขึ้น ทำให้ทั้งคู่รักกันเป็นอย่างดี ตอนนี้น้องภาวินทร์ก็อายุได้ 2 ขวบแล้ว ทั้งคู่จึงอยากพาลูกไปฉลองงานวันเกิดที่ทะเล ถือโอกาสไปเที่ยวกับครอบครัวด้วยทริปนี้ทุกคนเดินทางไปเที่ยวทะเลที่ภูเก็ต โดยมีทั้งครอบครัวนลินและครอบครัวของเธียร์ เป็นทริปใหญ่ก็จะวุ่นวายอยู่หน่อย ๆ“ปะป๊า ปะป๊า”เด็กตัวเล็กวิ่งดุ๊กดิ๊กมาทางผู้เป็นพ่อ แก้มย้วย ๆ เด้งไปมาอย่างน่าเอ็นดู“ว่าไงครับลูก”เธียร์อุ้มลูกขึ้นมานั่งบนตักขณะที่ทานอาหารกันอยู่“ภาวินทร์อย่าไปกวนคุณพ่อลูก ให้พ่อกินข้าว”นลินหันไปเอ่ยกับลูก“ไม่เป็นไร ๆ”กลับกันเธียร์กลับรู้สึกชอบที่ลูกติดเขาเสียอีก“พี่ธามจะมาตอนเย็นใช่ไหมครับแม่”เธียร์หันไปถามคุณนภา“เห็นพี่บอกว่าอย่างงั้นนะ”เนตรนภาตอบกลับลูกชายเมื่อถึงตอนเย็นเธียร์ก็จองร้านอาหารติดชายทะเลพร้อมตกแต่งไฟอย่างสวยงาม เขาเหมาทั้งร้านวันนี้แขกภายในร้านจึงมีแค่ครอบครัวของเขา“ปกติร้านนี้เขาตกแต่งจนถึงชายหาดขนาดนี้เลยเหรอคะ”นลินอุ้มลูกเดินดูไฟที่ประดับจนทั่วชายหาด“ภาวินทร์ดูนั่นสิลูก เห็นไฟไหม ?”ลินลดาชี
และในคืนนี้เธียร์ก็แอบเข้าห้องนลินมาอีกครั้ง ชายหนุ่มกอดเธอและลูบไปที่ท้องของหญิงสาว“คุณแม่ไม่ยอมหายโกรธพ่อสักที พรุ่งนี้คุณปู่คุณย่าจะมาง้อช่วยพ่อแล้วนะ”เธียร์เอ่ยเบา ๆ กับนลิน“ฮะ !”นลินตกใจจนเผลออุทานเสียงดัง“คุณว่าไงนะ”หญิงสาวหน้าตาตื่นเอ่ยถามเขา เธียร์สะดุ้งและมองนลินด้วยสีหน้างง ๆ“ผมให้ป๊ากับแม่มาสู่ขอคุณยังไงล่ะ คุณจะได้กลับไปกับผมสักที”ชายหนุ่มพูดออกไปอย่างหน้าตาเฉย“คุณทำอะไรคุณไม่เคยถามฉันสักคำ คิดเองเออเองไปหมด นี่ก็ลูกฉันเหมือนกัน ฉันไม่มีสิทธิ์ทำอะไรเลยใช่ไหม ฮือออ”นลินร้องไห้ออกมาด้วยความรู้สึกที่ปะปนกันไปหมด ชายหนุ่มมีสีหน้าตกใจและรีบเข้าไปปลอบเธอทันที“ผมขอโทษ ๆ ถ้าคุณไม่โอเคผมไม่ให้ท่านมาก็ได้ ไม่ร้อง ๆ”ร่างสูงรีบดึงเธอเข้ามากอดแต่ก็คงจะไม่ทันเมื่อเช้าวันรุ่งขึ้นพ่อและแม่ของเธียร์ก็มาถึงบ้านของนลินแล้วชัยยศเดินออกไปดูแขกที่มาวันนี้ เขาก็มีสีหน้าตกใจทันทีที่เห็นคนที่เดินลงมาจากรถ ธนาเองก็ไม่ต่างกัน เมื่อเห็นหน้าคนที่ยืนอยู่หน้าประตู เขาก็รู้สึกคุ้นหน้าแปลก ๆ“ไอ้...ไอ้...”ชัยยศชี้หน้าธนาและพยายามนึกชื่อของเขา“ไอ้...”ธนาเองก็เช่นกัน และในที่สุดเขาก็จำได้ “
ตุ้บ ! “โอ๊ยย !”ร่างสูงสะดุ้งตื่นแล้วมองคนตรงหน้า “ตีผมทำไมเนี่ย ?” เสียงแหบพร่าเอ่ยถามออกไปด้วยสีหน้าที่งัวเงียกำลังเมาขี้ตาในยามเช้าตรู่“คุณมาทำอะไรอยู่ตรงนี้ ออกไปเลยนะ !”เจ้าของใบหน้าเล็กเหวี่ยงเขาออกไป “ถามได้ ก็มานอนกอดเมียสิ”พูดจบเขาก็ดึงเธอเข้ามากอดอย่างหน้ามึนพร้อมขโมยหอมแก้มหญิงสาว
บรรยากาศบนโต๊ะอาหารค่อนข้างที่จะตึงเครียด คนร่างสูงค่อย ๆ หย่อนกายนั่งลงข้างผู้เป็นแม่ของหญิงสาว สายตาของเขาชำเลืองไปมองพ่อของนลิน แล้วก็ต้องรีบก้มหน้าหลบสายตาเมื่อถูกผู้เป็นพ่อจ้องมองอย่างกับจะกินหัว “ใครบอกให้นั่ง !”พ่อของนลินดุออกมาด้วยเสียงดัง พร้อมมองตาขวางใส่คนที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม เธียร์
ถึงแม้ว่าเธียร์จะโกรธพี่ชายสักแค่ไหน แต่ตรีธาราก็เป็นคนที่เขาเชื่อใจและเคารพมาตลอด ดังนั้นคำพูดของธามมีผลกับเขาเป็นอย่างมาก ชายหนุ่มจึงรีบบึ่งรถกลับคอนโดเพื่อไปขอโทษนลินระหว่างทางก็แอบแวะซื้อของโปรดไปให้เธอด้วย แต่เมื่อกลับมาถึงภายในห้องดันว่างเปล่าไร้เงาของนลิน มีเพียงเศษแก้วของแจกันที่แตกกระจัดก
ขากลับตรีธาราต้องขับรถมาเพียงลำพัง ในระหว่างนั้นเขาได้ใช้เวลาอยู่กับตัวเอง ก็ทำให้เขาตกตะกอนความคิดของตัวเองได้ในเวลานั้น ดวงตาคมเริ่มมีน้ำสีใสไหลออกมาจนดวงตาของเขาพร่ามัวนลินและเธียร์เดินทางกลับมาถึงคอนโด หญิงสาวก็เอาแต่นิ่งเงียบไม่พูดไม่จากับเขา เธอหงุดหงิดและโกรธเธียร์เป็นอย่างมาก แค่เห็นหน้าเข







