LOGIN“หนูไม่ยอมนะคะคุณพ่อ หนูไม่ยอมเด็ดขาด กรี๊ดดด” หญิงสาวอาละวาดเสียงดังอยู่ในรถตู้ส่วนตัว
“โอเค ๆ ลูก พ่อเข้าใจหนูน้า ใจเย็น ๆ ก่อนนะลูกนะ”
ผู้เป็นพ่อพูดปลอบลูกสาวให้สงบสติอารมณ์ลง
“หนูไม่ยอมเสียพี่เธียร์ให้นังนั่นแน่ ๆ”
หญิงสาวพูดอย่างเอาแต่ใจ ริมฝีบางเล็กคว่ำลงอย่างไม่พอใจ
“ลูกไม่ต้องห่วงนะ เรื่องนี้พ่อจะจัดการให้เอง”
ผู้เป็นพ่อลูบหัวลูกสาวเบา ๆ และให้คำสัญญาว่าจะทำตามที่ลูกสาวต้องการ
“หนูเกลียดมันค่ะ นังนลินนั่น !”
หญิงสาวร่างเล็กกล่าวด้วยน้ำเสียงโกรธแค้นพร้อมสายตาอาฆาต
“ใครคือนลินเหรอลูก ?”
ผู้เป็นแม่เอ่ยถามลูกสาวออกไปด้วยความสงสัย
“หนูไม่แน่ใจค่ะว่ามันเป็นอะไรกับพี่เธียร์แต่หนูเกลียดมันค่ะคุณแม่ คุณแม่ต้องจัดการมันให้หนูนะคะ !”
หญิงสาวโวยวายดิ้นพล่านเหมือนเด็กที่ยังไม่โต
แต่ความจริงคือปีนี้เธอกำลังจะย่างเข้าวัย 24 ปีแล้ว เธอถูกเลี้ยงดูแบบตามใจมาตั้งแต่เด็ก ๆ ไม่ว่าจะเป็นพ่อแม่ ปู่ย่าตายาย ต่างตามใจเธอทุกอย่างไม่ว่าจะผิดหรือถูก ถ้าหากว่าเธออาละวาดทุกคนก็พร้อมที่จะตามใจ ให้เธอได้ในสิ่งที่ต้องการ
ทางด้านของธีรติ เขาขับรถยนต์คันหรูยี่ห้อดังมาด้วยความเร็ว 120 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ปลายทางของเขาคือโรงพยาบาลที่ใกล้คอนโดเขาที่สุด เมื่อเดินทางมาถึงก็รีบตรงไปที่ห้องฉุกเฉินในทันที ไปถึงก็พบกับสิงหาที่นั่งรอเขาอยู่หน้าห้อง
“นลินเป็นไงบ้าง”
ร่างสูงเอ่ยถามด้วยสีหน้ากระวนกระวายใจ
“เธอเข้าไปข้างในประมาณ 10 นาทีได้แล้วครับ”
สิงหาตอบกลับด้วยสีหน้าซีดเผือด
“เกิดอะไรขึ้นทำไมถึงเป็นแบบนี้”
เสียงทุ้มเอ่ยถามชายหนุ่มด้วยสีหน้าที่เป็นกังวล คิ้วสองข้างขมวดจนชิดเข้าหากัน
“ผมนั่งรออยู่ที่ห้องรับแขกสักพักก็ได้ยินเสียงแปลก ๆ จึงรีบเดินเข้าไปดูเธอก็เห็นว่าเธอกำลังชักเกร็ง ผมพยายามเรียกให้เธอได้สติแต่เธอก็ไม่รู้สึกตัว ผมเลยอุ้มคุณนลินลงมาขึ้นรถแล้วมาส่งโรงพยาบาลครับ”
สิงหาอธิบายเสียงสั่นเพราะเขายังคงตกใจไม่หาย
ลินลดาอยู่ในห้องฉุกเฉินนานหลายชั่วโมง ชายหนุ่มได้แต่นั่งรอเงียบ ๆ อยู่หน้าห้อง
“ญาติคุณลินลดาค่ะ อยู่ไหมคะ ?”
เสียงพยาบาลเอ่ยเรียกหาญาติผู้ป่วย
“ครับ ผมเองครับ”
ร่างสูงลุกขึ้นแล้วเดินไปหาพยาบาลในทันที
“ญาติคุณลินลดา เนตรนรางกุลนะคะ ?”
พยาบาลเอ่ยถามเพื่อยืนยันอีกรอบ
“ใช่ครับ”
สีหน้าชายหนุ่มดูเป็นกังวลหนักขึ้นไปอีก เมื่อเห็นพยาบาลที่มีสีหน้านิ่งเรียบ
“ตอนนี้คนไข้พ้นขีดอันตรายแล้วนะคะ ไข้ก็ลดแล้ว เหลือแค่นอนพักฟื้นรบกวนญาติช่วยไปทำเรื่องห้องพักผู้ป่วยด้วยนะคะ”
เมื่อได้ยินประโยคดังกล่าวเธียร์ก็รู้สึกหายใจโล่งขึ้นมาทันที เขานึกว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับเธอแล้วเสียอีก สีหน้าชายหนุ่มยิ้มกว้างออกมาอย่างดีใจที่รู้ว่าเธอไม่เป็นอะไรแล้ว
หลังจากนลินย้ายออกมาพักฟื้นที่ห้องพักผู้ป่วยซึ่งเธียร์จองห้อง VIP ไว้ให้โดยเฉพาะ เพื่อให้เธอได้พักผ่อนอย่างเต็มที่และมีความเป็นส่วนตัว
ธีรตินั่งมองหญิงสาวที่กำลังนอนหลับอยู่ในขณะนี้ เขาได้คิดอะไรหลาย ๆ อย่าง...
หากต้องเสียผู้หญิงคนนี้ไปชีวิตเขาจะเป็นยังไงกันนะ หากว่าเขาตื่นมาตอนเช้าแล้วไม่เจอหน้าเธอเหมือนทุกวัน เขาจะรู้สึกเสียใจหรือเปล่า ?
...แต่วันนี้สิ่งที่ชัดเจนที่สุดที่ฉันสัมผัสได้กับความรู้สึกของตัวเอง คือฉันเป็นห่วงเธอมากจริง ๆ ฉันยอมละทิ้งทุกสิ่งที่อยู่ตรงหน้าเพื่อมาหาเธอ ฉันรู้แล้วว่าเธอคือคนสำคัญสำหรับฉัน... แววตาคมจ้องมองไปที่ใบหน้าเรียวเล็กที่ตอนนี้ดูเหมือนจะซูบลงเล็กน้อย
หญิงสาวเริ่มขยับตัวและค่อย ๆ ลืมตาตื่นขึ้นมา ใบหน้าแรกที่เธอเห็นคือชายหนุ่มที่นั่งอยู่ข้าง ๆ ลินลดาเผยยิ้มมุมปากขึ้นมาด้วยความดีใจ นลินจ้องมองไปยังสายน้ำเกลือและมองไปบริเวณรอบ ๆ ห้องที่ดูหรูอย่างกับอยู่โรงแรมแต่กลับใส่ชุดของโรงพยาบาล
“ดื่มน้ำหน่อยไหม”
ร่างสูงเอ่ยถามเธอออกไป
“....”
หญิงสาวพยักหน้าเบา ๆ แทนคำตอบ ชายหนุ่มก็เดินไปเทน้ำใส่แก้วมาให้เธอ
“คุณไปไหนมาคะ”
ร่างบางเอ่ยถามเพราะเธอจำได้ว่าเขาออกไปข้างนอกเพราะตอนนั้นนลินเองก็กึ่งหลับกึ่งตื่น เลยพอจะจำได้ราง ๆ
“ไปทานข้าวกับคุณพ่อคุณแม่มาน่ะ”
ร่างสูงตอบเธอออกไป หญิงสาวก็ทำพยักหน้าเข้าใจคำพูดเขา
“หิวหรือเปล่า ?”
เสียงทุ้มเอ่ยถามหญิงสาว
“หิวค่ะ”
ร่างเล็กทำตาปริบ ๆ เพราะเธอไม่ได้กินอะไรเลยทั้งวัน นอนซมจนลุกไม่ไหว
“หึ เป็นไงล่ะ... จุดจบสายดื้อ เกือบเอาชีวิตไม่รอดเพื่อแลกกับเงินไม่กี่บาท”
เขาหัวเราะเยาะเย้ยเธอเบา ๆ ก่อนจะเดินไปหยิบอาหารมาอุ่นให้
“ถ้าจะมาซ้ำเติมกันงั้นคุณกลับไปเถอะค่ะ”
ใบหน้าเรียวเล็กหงิกงอในทันที
ชายหนุ่มเหลือบตามองไปที่หญิงสาวที่นั่งกอดอกทำหน้าบึ้งตึงอยู่บนเตียง ก็อดไม่ได้ที่จะเอ็นดูคนที่ทำตัวขี้งอนเหมือนเด็ก ชายหนุ่มร่างสูงถือถ้วยโจ๊กเดินมานั่งลงข้าง ๆ หญิงสาว แต่ใบหน้าเรียวเล็กกลับเบือนหน้าหนีไปทางอื่น
“จะหันมาดี ๆ หรือจะต้องให้บังคับ”
ชายหนุ่มกดเสียงต่ำเอ่ยกับเธอ
นลินยังคงนิ่งแต่ก็มีเหล่ตามามองเขาอยู่บ้าง ชายหนุ่มจึงใช้มือล็อกคางของหญิงสาวจับให้เธอหันมาหา นลินกำลังจะดิ้นขัดขืนปากแกร่งก็งับไปที่ริมฝีปากของเธอทันที ชายหนุ่มเข้าจู่โจมเธออย่างหิวกระหาย หญิงสาวก็ไม่มีท่าทีที่ปฏิเสธ อีกทั้งยังจูบกลับอีกด้วย ทั้งคู่นัวเนียกันอยู่สักพักจนพอใจ
“พอดีกว่า เดี๋ยวเธอจะได้ป่วยหนักกว่าเดิม”
ชายหนุ่มผละออกเพราะถ้าน้องชายของเขาตื่นขึ้นมามันจะเป็นเรื่อง หญิงสาวได้แต่มองเขานิ่ง ๆ และหันมาทานข้าวที่เขาป้อน
คืนนั้นเธียร์ก็อยู่เป็นเพื่อนนอนเฝ้าเธอไปจนเช้า
เมื่อเดินทางไปถึงที่วัดในระหว่างที่นลินกำลังหยิบของอยู่ในรถ พี่เลี้ยงก็อุ้มน้องลงจากเบาะ ภาวินทร์จึงเดินเข้ามาหาผู้เป็นแม่พร้อมเอ่ยถามด้วยสีหน้าเศร้า “มะมี้หายโกรธยางง”น้ำเสียงละมุนของลูกชาย ทำให้ลินดลารู้สึกเอ็นดูเป็นอย่างมาก เด็กน้อยคงจะกังวลเรื่องเมื่อเช้าที่แม่ดุเขาและไม่ได้คุยเล่นกับเขามาตลอดทาง “แล้วน้องวินทร์เป็นเด็กดีหรือยัง ?”นลินจ้องมองหน้าลูกนิ่ง ๆ “เป็นเด็กดีแย้ว”ใบหน้าจิ้มลิ้มที่น่ารักน่าเอ็นดูส่งยิ้มให้ผู้เป็นแม่พร้อมเดินเข้าไปกอดคอ“ถ้าเป็นเด็กดี มะมี้ก็หายโกรธน้องวินทร์แล้วครับ”ลินลดาอุ้มลูกชายลงจากรถพร้อมหอมลูกชายไปฟอดใหญ่ เธียร์ที่ยืนมองสองแม่ลูกเคลียร์ความในใจกัน เขาก็อดไม่ได้ที่จะยิ้มตาม “น้องวินทร์ดูสิใครมา”เธียร์เอ่ยเรียกลูกชายให้หันไปดูผู้ที่พึ่งลงจากรถ“ธามมม !”เด็กน้อยเอ่ยเรียกอย่างดีใจเมื่อเห็นเขา ทำให้ผู้ใหญ่ทั้งสามหลุดขำออกมาเมื่อเห็นท่าทีของเขา “ลุงธามสิลูก”นลินพูดปนหัวเราะเมื่อเห็นลูกชายเรียกพี่ธามอย่างกับเพื่อนสนิท “ว่าไงวินทร์ เรียกอย่างกับเพื่อนเลยนะเรา”คุณลุงก็รู้สึกตลกหลานชายที่ไม่ค่อยจะเรียกเขาว่าลุง แต่ก็ไม่ได้ซีเรียสอะไรเพราะเด็กก็เ
[ปัจจุบัน] ตั้งแต่มีลูกทั้งคู่ก็มีนาฬิกาปลุกส่วนตัวทันที ทุก ๆ เช้าเด็กน้อยจะปีนขึ้นบนตัวพ่อและแม่สลับกันอย่างเช่นในเช้านี้ “ปะป๊า ปะป๊า”เสียงยานคางของเจ้าตัวเล็กเอ่ยเรียกผู้เป็นพ่อให้ตื่นขึ้นมาเล่นกับเขา ภาวินทร์ปีนขึ้นไปนอนทับบนอกของเธียร์พร้อมใช้สองมือเล็กจับหน้าเขาโยกไปมา “หืมมม ครับลูก”ชายหนุ่มงัวเงียตื่นขึ้นมาพร้อมเอ่ยออกไปด้วยน้ำเสียงแหบพร่า “ดูตูน ๆ”เด็กเล็กงอแงขอดูการ์ตูนแต่เช้า ผู้เป็นพ่อถึงกับต้องกุมขมับ เมื่อโดนลูกชายตัวแสบก่อกวนเขาตั้งแต่ตี 5 “น้องวินทร์ครับ ตอนนี้ยังเช้าอยู่เลยลูก ปะป๊าง่วงมากเลย ปะป๊าขอนอนแป๊บหนึ่งได้ไหมครับ”ชายหนุ่มกอดลูกแล้วพลิกนอนตะแคงพร้อมเอ่ยกับลูกชายด้วยเสียงอ่อน “ได้ครับ ปะป๊านอน น้องวินทร์จะไปหามะมี้”เด็กเล็กตอบผู้เป็นพ่อด้วยน้ำเสียงเจื้อยแจ้ว พูดจบคนตัวเล็กก็รีบมุดไปนอนกอดนลิน หญิงสาวรู้สึกตัวก็ดึงลูกเข้ามากอด เจ้าตัวเล็กจึงหลับไปอีกรอบจนถึงตอนสาย ลินลดารู้สึกตัวตื่นขึ้นมาเพราะรู้สึกเหมือนลูกกำลังกินนมเธออยู่ แต่พอลืมตาเท่านั้นแหละ นี่ไม่ใช่ลูก นี่มันพ่อมันชัด ชัด ! เพียะ !เธอใช้ฝ่ามือเล็กฟาดไปที่กลางหลังของเขาจนเกิดเสียงดัง และมี
นับวันเธียร์ยิ่งหลงลูกชายตัวเองเข้าไปใหญ่ เพราะนิสัยที่ขี้อ้อน อีกทั้งยังทะเล้นเหมือนเขา ทำให้คนที่อยู่ใกล้ต่างหลงรักน้องภาวินทร์ “ดูปากป๊านะ...ปะป๊า”ชายหนุ่มนั่งเล่นกับลูกชายในวัยที่ใกล้จะครบ 1 ขวบ “แหะ แหะ !”เด็กเล็กไม่พูดตามเขาแต่ดันหัวเราะอย่างอารมณ์ดี “ไม่เอาสิลูก...พูดตามป๊า...ปะป๊า !” เธียร์ลุ้นให้ลูกเรียกชื่อเขา นลินที่ยืนอยู่ใกล้ ๆ ก็แอบยิ้มให้กับสองพ่อลูกที่หยอกล้อเล่นกัน “ป๊ะ !”ภาวินทร์นิ่งไปชั่วขณะ ก่อนจะเปล่งเสียงหนักแน่นเอ่ยเรียกผู้เป็นพ่อ“ลิน ๆ ๆ ได้ยินมั้ย ๆ ลูกเรียกชื่อผม”ชายหนุ่มทำสีหน้าตกใจหันไปมองนลินพร้อมเอ่ยกับเธอด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น คนร่างสูงรีบเข้าไปอุ้มลูกมาสวมกอดอย่างดีอกดีใจที่ลูกพูดชื่อเขาเป็นคำแรก นลินยอมไม่ได้จึงเดินเข้าไปหาทั้งคู่ “ภาวินทร์ครับ ไหนเรียกแม่ซิ...แม่ !” ลินลดาจ้องหน้าผู้เป็นลูกพร้อมลุ้นว่าเขาจะพูดหรือไม่ น้องภาวินทร์จ้องหน้านลินด้วยสีหน้าที่ใสซื่อก่อนจะหันไปหาพ่อของเขาแล้วเอ่ยเรียกออกมา“ป๊ะ !” “ฮ่า ๆ ๆ เก่งมากลูกพ่อ”ชายหนุ่มยิ้มจนหน้าบานเป็นกระด้งเมื่อลูกชายเอ่ยเรียกชื่อเขาถึงสองครั้ง นลินทำหน้าผิดหวังและมองสองพ่อลูกด้วยสายตา
หลังจากนลินคลอดลูกได้ 5 เดือน บ้านของพวกเขาก็เสร็จเรียบร้อยพอดี ในวันขึ้นบ้านใหม่ญาติ ๆ ต่างมาร่วมแสดงความยินดีและร่วมทำบุญด้วยกัน ที่สำคัญทุกคนต่างก็อยากมาเล่นกับหลานชายตัวน้อย ๆ ที่กำลังน่ารักอย่างน้องภาวินทร์“เผลอแป๊บเดียวโตแล้วนะหลานตา”คุณตาชัยยศอุ้มหลานเดินไปมา สีหน้าเขาเอ็นดูเด็กตัวเล็กเป็นอย่างมาก“ภาวินทร์ปู่มาแล้วลูก !”เสียงคุณปู่ตะโกนมาแต่ไกล เขาเดินลงจากรถแล้วตรงดิ่งเข้ามาหาหลานก่อน“ไม่ตะโกนมาตั้งแต่บ้านเลยล่ะ”ชัยยศหันไปเอ่ยกับเขา “ใครบอกกูไม่ตะโกน”ธนาสวนกลับพ่อของนลินพร้อมเข้าไปแย่งหลานมาอุ้ม ทุกคนต่างเห่อหลานเป็นอย่างมาก เพราะเด็กน้อยกำลังน่ารักน่าชัง “เถียงกันตลอดเลยสองคนนี้”อรยาเอ่ยแซวทั้งคู่ เมื่อผู้ใหญ่มากันครบก็นิมนต์พระมาทำบุญตักบาตรที่บ้านเพื่อเสริมสิริมงคลก่อนเข้าอยู่ “ยินดีด้วยนะครับน้องลิน”ธามแสดงความยินด้วยน้ำเสียงละมุนและสีหน้าที่ยินดี ชายหนุ่มเห็นนลินยืนอยู่จึงเดินเข้าไปทักทาย“ขอบคุณนะคะพี่ธามที่ช่วยแนะนำอะไรหลาย ๆ อย่าง”นลินกล่าวกับเขา “มีอะไรก็ถามพี่ได้ตลอด พี่อยู่ตรงนี้แหละ ลินหันกลับมาเมื่อไหร่ก็เจอ”ใบหน้าชายหนุ่มมองเธออย่างไม่ละสายตา “ค่
2 ปีผ่านไปตั้งแต่มีลูกความสัมพันธ์ของทั้งคู่ก็ดีขึ้นแบบก้าวกระโดด ต่างคนต่างมีเหตุผลและใจเย็นมากขึ้น ทำให้ทั้งคู่รักกันเป็นอย่างดี ตอนนี้น้องภาวินทร์ก็อายุได้ 2 ขวบแล้ว ทั้งคู่จึงอยากพาลูกไปฉลองงานวันเกิดที่ทะเล ถือโอกาสไปเที่ยวกับครอบครัวด้วยทริปนี้ทุกคนเดินทางไปเที่ยวทะเลที่ภูเก็ต โดยมีทั้งครอบครัวนลินและครอบครัวของเธียร์ เป็นทริปใหญ่ก็จะวุ่นวายอยู่หน่อย ๆ“ปะป๊า ปะป๊า”เด็กตัวเล็กวิ่งดุ๊กดิ๊กมาทางผู้เป็นพ่อ แก้มย้วย ๆ เด้งไปมาอย่างน่าเอ็นดู“ว่าไงครับลูก”เธียร์อุ้มลูกขึ้นมานั่งบนตักขณะที่ทานอาหารกันอยู่“ภาวินทร์อย่าไปกวนคุณพ่อลูก ให้พ่อกินข้าว”นลินหันไปเอ่ยกับลูก“ไม่เป็นไร ๆ”กลับกันเธียร์กลับรู้สึกชอบที่ลูกติดเขาเสียอีก“พี่ธามจะมาตอนเย็นใช่ไหมครับแม่”เธียร์หันไปถามคุณนภา“เห็นพี่บอกว่าอย่างงั้นนะ”เนตรนภาตอบกลับลูกชายเมื่อถึงตอนเย็นเธียร์ก็จองร้านอาหารติดชายทะเลพร้อมตกแต่งไฟอย่างสวยงาม เขาเหมาทั้งร้านวันนี้แขกภายในร้านจึงมีแค่ครอบครัวของเขา“ปกติร้านนี้เขาตกแต่งจนถึงชายหาดขนาดนี้เลยเหรอคะ”นลินอุ้มลูกเดินดูไฟที่ประดับจนทั่วชายหาด“ภาวินทร์ดูนั่นสิลูก เห็นไฟไหม ?”ลินลดาชี
และในคืนนี้เธียร์ก็แอบเข้าห้องนลินมาอีกครั้ง ชายหนุ่มกอดเธอและลูบไปที่ท้องของหญิงสาว“คุณแม่ไม่ยอมหายโกรธพ่อสักที พรุ่งนี้คุณปู่คุณย่าจะมาง้อช่วยพ่อแล้วนะ”เธียร์เอ่ยเบา ๆ กับนลิน“ฮะ !”นลินตกใจจนเผลออุทานเสียงดัง“คุณว่าไงนะ”หญิงสาวหน้าตาตื่นเอ่ยถามเขา เธียร์สะดุ้งและมองนลินด้วยสีหน้างง ๆ“ผมให้ป๊ากับแม่มาสู่ขอคุณยังไงล่ะ คุณจะได้กลับไปกับผมสักที”ชายหนุ่มพูดออกไปอย่างหน้าตาเฉย“คุณทำอะไรคุณไม่เคยถามฉันสักคำ คิดเองเออเองไปหมด นี่ก็ลูกฉันเหมือนกัน ฉันไม่มีสิทธิ์ทำอะไรเลยใช่ไหม ฮือออ”นลินร้องไห้ออกมาด้วยความรู้สึกที่ปะปนกันไปหมด ชายหนุ่มมีสีหน้าตกใจและรีบเข้าไปปลอบเธอทันที“ผมขอโทษ ๆ ถ้าคุณไม่โอเคผมไม่ให้ท่านมาก็ได้ ไม่ร้อง ๆ”ร่างสูงรีบดึงเธอเข้ามากอดแต่ก็คงจะไม่ทันเมื่อเช้าวันรุ่งขึ้นพ่อและแม่ของเธียร์ก็มาถึงบ้านของนลินแล้วชัยยศเดินออกไปดูแขกที่มาวันนี้ เขาก็มีสีหน้าตกใจทันทีที่เห็นคนที่เดินลงมาจากรถ ธนาเองก็ไม่ต่างกัน เมื่อเห็นหน้าคนที่ยืนอยู่หน้าประตู เขาก็รู้สึกคุ้นหน้าแปลก ๆ“ไอ้...ไอ้...”ชัยยศชี้หน้าธนาและพยายามนึกชื่อของเขา“ไอ้...”ธนาเองก็เช่นกัน และในที่สุดเขาก็จำได้ “
ตุ้บ ! “โอ๊ยย !”ร่างสูงสะดุ้งตื่นแล้วมองคนตรงหน้า “ตีผมทำไมเนี่ย ?” เสียงแหบพร่าเอ่ยถามออกไปด้วยสีหน้าที่งัวเงียกำลังเมาขี้ตาในยามเช้าตรู่“คุณมาทำอะไรอยู่ตรงนี้ ออกไปเลยนะ !”เจ้าของใบหน้าเล็กเหวี่ยงเขาออกไป “ถามได้ ก็มานอนกอดเมียสิ”พูดจบเขาก็ดึงเธอเข้ามากอดอย่างหน้ามึนพร้อมขโมยหอมแก้มหญิงสาว
บรรยากาศบนโต๊ะอาหารค่อนข้างที่จะตึงเครียด คนร่างสูงค่อย ๆ หย่อนกายนั่งลงข้างผู้เป็นแม่ของหญิงสาว สายตาของเขาชำเลืองไปมองพ่อของนลิน แล้วก็ต้องรีบก้มหน้าหลบสายตาเมื่อถูกผู้เป็นพ่อจ้องมองอย่างกับจะกินหัว “ใครบอกให้นั่ง !”พ่อของนลินดุออกมาด้วยเสียงดัง พร้อมมองตาขวางใส่คนที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม เธียร์
ถึงแม้ว่าเธียร์จะโกรธพี่ชายสักแค่ไหน แต่ตรีธาราก็เป็นคนที่เขาเชื่อใจและเคารพมาตลอด ดังนั้นคำพูดของธามมีผลกับเขาเป็นอย่างมาก ชายหนุ่มจึงรีบบึ่งรถกลับคอนโดเพื่อไปขอโทษนลินระหว่างทางก็แอบแวะซื้อของโปรดไปให้เธอด้วย แต่เมื่อกลับมาถึงภายในห้องดันว่างเปล่าไร้เงาของนลิน มีเพียงเศษแก้วของแจกันที่แตกกระจัดก
ขากลับตรีธาราต้องขับรถมาเพียงลำพัง ในระหว่างนั้นเขาได้ใช้เวลาอยู่กับตัวเอง ก็ทำให้เขาตกตะกอนความคิดของตัวเองได้ในเวลานั้น ดวงตาคมเริ่มมีน้ำสีใสไหลออกมาจนดวงตาของเขาพร่ามัวนลินและเธียร์เดินทางกลับมาถึงคอนโด หญิงสาวก็เอาแต่นิ่งเงียบไม่พูดไม่จากับเขา เธอหงุดหงิดและโกรธเธียร์เป็นอย่างมาก แค่เห็นหน้าเข







