เข้าสู่ระบบเธอเอื้อมมือไปจับข้อมือเขา ดึงลงมาช้าๆ แล้วส่ายหน้า “ฉันไม่ได้มาที่นี่เพราะไม่แน่ใจ”
บลูหัวเราะในลำคอเบาๆ เสียงนั้นแผ่วจนแทบไม่ได้ยิน ก่อนจะก้มลงจูบเธออีกครั้ง คราวนี้ไม่ใช่แค่แตะผ่าน แต่ลึกซึ้งขึ้น ชัดเจนขึ้น ราวกับยอมรับในสิ่งที่พยายามปฏิเสธมาตลอด มือของเขาวางลงที่เอวเธอโดยอัตโนมัติ ขณะที่เธอขยับเข้าไปชิด จูบนั้นยืดเยื้อเพียงไม่กี่วินาที แต่กลับทำให้เวลาทั้งห้องเหมือนหยุดนิ่ง เมื่อริมฝีปากของทั้งสองแยกจากกัน บลูหลับตาแน่นชั่วครู่ ก่อนจะพิงหน้าผากกับเธอ “แต่ถึงยังไงคำตอบแค่นี้จากเธอมันก็ไม่ได้ทำให้ฉันแน่ใจหรอกนะว่าเธอรู้สึกแบบเดียวกันกับฉันจริงๆ” เขาคลายมือออกช้าๆ ถอยหลังหนึ่งก้าว ทิ้งระยะห่างที่จำเป็น แต่สายตายังคงผูกเธอไว้เหมือนเดิม “…?” เธอนิ่งไปในทันทีกับคำพูดแบบนั้นของบลู ในหัวเอาแต่คิดว่าควรจะต้องทำไงต่อดี “ออกไปก่อน อีก 5 นาทีผมมีประชุม” เขาพูดออกมาเสียงเบา “แล้วเราค่อยคุยกันเรื่อง” เธอมองเขาอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะพยักหน้าเบาๆ แล้วเดินไปที่ประตู แต่ก่อนจะเปิดออก เธอหันกลับมา บลูยังยืนอยู่ที่เดิมและครั้งนี้เขาไม่ได้หลบสายตาเธอ บางอย่างเริ่มต้นขึ้นแล้วแม้ยังไม่มีคำจำกัดความก็ตาม เขามองตามเธอจนเธอออกพ้นจากประตูไปก่อนเตรียมตัวไปประชุม บลูประชุมลากยาวจนเลยเวลาเลิกงานของบริษัท เขาออกมาจากห้องประชุมด้วยสีหน้าเหนื่อยล้า ก่อนจะชะงักเล็กน้อยเมื่อเห็นใครบางคนยังนั่งรออยู่ตรงโซฟาหน้าลิฟต์ แม้เวลาจะผ่านไปนานขนาดนี้แล้วก็ตาม “นี่เธอยังอยู่อีกเหรอ” ขวัญข้าวเงยหน้าขึ้นจากโทรศัพท์ ก่อนจะยิ้มบางๆ “อยู่สิคะ ก็คุณบลูบอกเองว่าจะคุยเรื่องนั้นต่อหลังประชุมเสร็จ ก็เลยรอ” “กลับก่อนก็ได้ วันนี้อาจจะยังไม่ได้คุยเพราะฉันมีธุระต่อ แล้วว่าแต่คืนนี้เธอพักที่ไหน ที่บ้านฉันกับคุณย่าฉันเปล่า” “จริงๆ พ่อคุณบลูบอกให้ฉันพักที่บ้านกับคุณย่าท่านนะคะ” ขวัญข้าวลังเลนิดหนึ่งก่อนจะพูดต่อ “แต่ฉันเกรงใจ เลยขอออกมาพักข้างนอกแทน” "แล้วคอนโดที่เธอพักอยู่ตอนแรกล่ะ" "ย้ายออกแล้วค่ะ ก็คุณบลูให้ฉันไปอยู่บ้านสวนตั้งเดือนนึงฉันจะเช่าห้องไว้ทำไมละคะในเมื่อไม่ได้อยู่" "เข้าใจ" เธอเงยหน้ามองบลูคล้ายจะนึกอะไรขึ้นได้ “ว่าแต่ที่คุณบลูบอกว่าจะไปทำธุระต่อ ธุระที่คุณบลูหมายถึงคือทานข้าวกับครอบครัวใช่ไหมคะ” “อืม ใช่” “งั้นฉันไม่รบกวนแล้วค่ะ” ขวัญข้าวลุกขึ้น หยิบกระเป๋าขึ้นสะพายอย่างสุภาพ บลูมองท่าทางนั้นแล้วพูดขึ้น “เรื่องของเราค่อยว่ากันต่อ ตอนนี้ฉันยังไม่ว่าง” “ค่ะ… ฉันเข้าใจ” เธอก้มศีรษะเล็กน้อย ก่อนจะเดินผ่านเขาไป แต่ยังไม่ทันที่ขวัญข้าวจะก้าวพ้นประตูบริษัท เสียงของบลูก็ดังขึ้นอีกครั้ง “ขวัญข้าว” เธอหยุดเดิน หันกลับมามอง บลูนิ่งไปครู่หนึ่ง ราวกับกำลังชั่งใจ ก่อนจะพูดด้วยน้ำเสียงที่เบากว่าทุกครั้ง “คืนนี้…อย่าไปนอนที่ที่ไม่ปลอดภัย” ขวัญข้าวชะงัก ดวงตาไหววูบเพียงเสี้ยววินาที “ไม่ต้องห่วงค่ะ ฉันดูแลตัวเองได้” เธอยิ้ม แต่เป็นรอยยิ้มที่ไม่ได้แตะไปถึงดวงตา ก่อนจะเดินจากไป ทิ้งให้บลูยืนมองแผ่นหลังนั้นด้วยความรู้สึกบางอย่างที่เขาเองก็ยังไม่เข้าใจ แต่บลูไม่คิดเลยว่า เรื่องของเธอในวันนี้จะกลายเป็นสิ่งที่รบกวนจิตใจเขามากกว่าที่คาดไว้ มื้อค่ำที่ควรจะเป็นช่วงเวลาอบอุ่นของครอบครัว กลับผ่านไปอย่างเชื่องช้า เขานั่งอยู่ตรงนั้น รับรู้ทุกเสียงพูดคุย แต่กลับไม่อาจจดจ่อกับบทสนทนาใดได้จริง ในหัวมีเพียงภาพของขวัญข้าว ท่าทางนิ่งๆ น้ำเสียงสุภาพ และแววตาที่เหมือนจะซ่อนอะไรบางอย่างเอาไว้ “บลู” “ครับ?” เขาเงยหน้าขึ้นตอบโดยอัตโนมัติ “ย่าถามว่าอิ่มหรือยัง” เสียงใครสักคนที่โต๊ะเอ่ยเตือน บลูชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะต้องขอให้ทวนคำถามอีกครั้ง สร้างรอยยิ้มบางๆ ให้คนในครอบครัวโดยที่ตัวเขาเองแทบไม่รู้ตัวว่ากำลังยิ้มอยู่หรือเปล่า หลังมื้อค่ำสิ้นสุดลง เขาขอตัวออกมาก่อน ไม่ได้อธิบายอะไรมากนัก ทันทีที่ขึ้นรถ โทรศัพท์ในมือก็ถูกหยิบขึ้นมาอย่างไม่ลังเล ชื่อของขวัญข้าวปรากฏบนหน้าจอ พร้อมเสียงสัญญาณเรียกสายที่ดังเพียงไม่กี่ครั้ง บลูสตาร์ตรถออกไปยังคอนโดส่วนตัวและนัดเธอให้มาหาที่นี่ ทั้งที่รู้ดีว่าเรื่องระหว่างเขากับเธอ เขายังไม่ได้คำตอบที่ชัดเจนอย่างที่เขาต้องการ ในค่ำคืนนี้เขาไม่อาจนั่งเฉยๆ แล้วปล่อยให้ความคิดถึงนั้นค้างคาใจอยู่เพียงลำพังได้อีกต่อไป บลูมาถึงคอนโดช้ากว่าที่ตั้งใจไว้เพียงเล็กน้อย แสงไฟในล็อบบี้สว่างจ้า แต่ในใจเขากลับไม่สงบเอาเสียเลย ตั้งแต่โทรศัพท์ติดสายขวัญข้าว เขาก็แทบไม่ได้ฟังคำพูดของตัวเองด้วยซ้ำ รู้เพียงอย่างเดียวว่าเขาต้องเจอเธอเดี๋ยวนี้และเมื่อเดินเข้าคอนโด เขาเห็นเธอยืนรออยู่ก่อนแล้ว ขวัญข้าวอยู่ในชุดเรียบๆ ชุดเดิมตอนที่เจอเมื่อช่วงบ่าย ผมยาวถูกรวบไว้หลวมๆ ใบหน้าดูเหนื่อยกว่าตอนบ่ายเล็กน้อย แต่ดวงตาคู่นั้นกลับทำให้หัวใจเขาเต้นแรงอย่างไม่มีเหตุผล “มาถึงนานยัง” บลูถามแบบนิ่งๆ “ไม่นานค่ะ พึ่งมาถึงก่อนคุณบลูไม่กี่นาทีเองค่ะ” บลูไม่พูดอะไรต่อ เพียงกดลิฟต์นำพาเธอขึ้นชั้นของตัวเอง บรรยากาศในลิฟต์เงียบงัน มีเพียงเสียงเครื่องยนต์จากด้านนอกดังเบาๆที่กลายเป็นสิ่งเดียวที่คั่นกลางระหว่างความคิดที่กำลังปั่นป่วนของทั้งคู่เขาอยากพูด อยากถาม อยากเคลียร์ทุกอย่างแต่กลับไม่รู้จะเริ่มจากตรงไหน เมื่อประตูห้องเปิดออก บลูเปิดไฟแล้วผายมือให้เธอเข้าไปก่อน “นั่งก่อนก็ได้” ขวัญข้าววางกระเป๋าลง นั่งลงบนโซฟาอย่างเกรงใจ ดวงตากวาดมองไปรอบห้องคอนโดนี้ที่เธอพึ่งเคยมาเป็นครั้งแรก เธอไม่คิดมันเงียบขนาดนี้ บลูยืนอยู่ห่างออกจากเธอไปเล็กน้อย ราวกับกำลังรวบรวมสติ “วันนี้…” เขาเอ่ยขึ้น “เธอไม่จำเป็นต้องรอฉันที่บริษัทขนาดนั้นก็ได้” ขวัญข้าวค่อยๆเงยหน้ามองเขา “ฉันแค่ทำตามความรู้สึกของฉันตามที่คุยเคยบอกค่ะ” คำตอบนั้นทำให้บลูขมวดคิ้ว “ฉันบอก?” “ค่ะ” เธอยิ้มบางๆ “ก็คุณบลูเคยบอกกับฉันเองว่าขอแค่ฉันอย่าหนีความรู้สึกตัวเองก็พอ” บางประโยคไม่ได้ดัง แต่กลับกระแทกใจอย่างจัง เธอจำคำพูดเขาได้อย่างดี บลูเดินเข้าไปใกล้เธอมากขึ้นโดยไม่รู้ตัว “งั้นเธอคิดอะไรก็พูดตรงๆ มาเลยดีกว่า ฉันชอบความชัดเจน” น้ำเสียงของบลูนิ่ง เรียบ แต่สายตากลับไม่เป็นเช่นนั้นเลย ขวัญข้าวมองเขาอยู่นาน ราวกับกำลังตัดสินใจอะไรบางอย่าง หัวใจเต้นแรงจนแทบควบคุมไม่ได้ “ถ้าฉันพูดตรงๆ แล้ว…คุณบลูจะรับฟังจริงๆ ใช่ไหมคะ” “ถ้าไม่อยากฟัง ฉันคงไม่เรียกเธอมา” เธอสูดลมหายใจลึก รวบรวมสติก่อนจะตัดสินใจพูดอะไรออกไป “ฉันไม่ชอบความไม่ชัดเจนเหมือนกันค่ะ แต่สิ่งที่เกิดขึ้นระหว่างเรา มันทำให้ฉันไม่แน่ใจว่าฉันควรยืนอยู่ตรงไหน กลัวว่าถ้าตัดสินใจทำตามใจตัวเองไปแล้วมันจะกลายเป็นว่าฉันที่ที่นั้นอาจไม่เหมาะที่จะเป็นฉันที่ต้องอยู่ตรงนั้น” บลูขยับเข้ามาใกล้ขึ้นอีกก้าว “อย่าไปคิดแบบนั้น” ระยะห่างระหว่างกันเหลือเพียงลมหายใจ ขวัญข้าวเงยหน้าขึ้น สบตาเขาตรงๆ “ฉันอยากรู้ว่าการที่คุณทำตามความรู้สึกตัวเองแบบนี้มั่นใจแล้วใช่ไหมว่ามันจะไม่กระทบกับหน้าที่การงานของคุณหรือกับครอบครัวของคุณ” คำถามนั้นทำให้บลูเงียบไป แต่สายตาที่มองเธอ กลับชัดเจนยิ่งกว่าคำตอบใดๆ “เธอฟังฉันนะ เธอช่วยตัดความคิดที่ว่าฉันเป็นเจ้านายเธอออกไปสักที แล้วทุกอย่างมันจะง่ายขึ้น ที่ฉันพูดทุกอย่างไปคือเรื่องจริงจากความรู้สึกฉันจริงๆ มันเหลือแค่ตัวเธอ พูดมาสักทีว่ารู้สึกยังไงกับฉันไม่ใช่ว่าใช้เพียงแค่จูบเป็นคำตอบ แค่จูบมันไม่ได้ทำให้ฉันรู้สึกดีไปมากกว่าคำพูดที่ออกมาจากปากเธอหรอกนะ” การที่บลูพูดแบบนี้มันทำให้เธอรู้แล้วว่าเขาต้องการอะไรและใช่เขาต้องการให้เธอพูดไม่ใช่ใช้แค่การกระทำอย่างเดียว หัวใจของเธอสั่นไหวยิ่งขึ้นในทันที “คุณบลู…” เขายกมือขึ้นแตะข้อมือเธอไว้ ไม่ได้บีบและรั้ง แค่ไม่ยอมปล่อย “ว่าไง บอกฉันได้ยังว่าเธอรู้สึกยังไง” “คือฉันกลัว กลัวว่าความรู้สึกนี้จะผิด…แต่ฉันก็หยุดที่จะไม่รู้สึกแบบนั้นกับคุณไม่ได้ ไม่รู้ว่านี่มันเรียกว่าแค่ชอบหรือรักไปแล้ว แต่เวลาที่ฉันไม่เจอคุณบลูฉันก็เอาแค่คิดถึงเรื่องคุณบลูทั้งวันทั้งคืน จะไปไหนทำอะไรก็มองเห็นคนอื่นเป็นหน้าคุณบลูไปซะหมด ฉันคิดว่าตัวเองคงบ้าไปแล้วที่เป็นแบบนี้” “ฉันเข้าใจเธอทุกอย่างเพราะฉันก็เป็นแบบนั้นเหมือนกันกับเธอ” เธอยืนนิ่งไปชั่วครู่ก่อนบลูจะค่อยๆ ยกมือขึ้นประคองใบหน้าเธอ ดวงตาคมจ้องลึก ราวกับถามคำถามสุดท้ายโดยไม่ต้องใช้เสียง ขวัญข้าวไม่ได้หลบ ไม่ได้ห้าม ริมฝีปากของเขาแตะลงมาอย่างช้าๆ ในตอนแรก นุ่ม เบา เหมือนกำลังทดสอบขีดจำกัดของกันและกัน แต่เมื่อเธอเผลอหลับตา และมือของเธอกำเสื้อเขาไว้แน่น จูบนั้นก็แปรเปลี่ยน ลึกขึ้น หนักแน่นขึ้น ดูดดื่มราวกับเก็บกดทุกความรู้สึกที่พูดออกมาไม่ได้ ลมหายใจประสานกันอย่างสับสน ไม่มีคำพูด ไม่มีเหตุผล มีเพียงหัวใจสองดวงที่กำลังเต้นแรงเกินกว่าจะปฏิเสธความจริงได้อีก เมื่อบลูผละออกมาเล็กน้อย หน้าผากยังแนบชิด เสียงของเขาแผ่วต่ำ “นี่แหละ…ความชัดเจนที่ฉันต้องการ มันต้องมาทั้งการกระทำและคำพูด” ขวัญข้าวไม่ตอบ แต่การที่เธอไม่ถอยหนีก็คือคำตอบทั้งหมดแล้ว ก่อนบลูจะพูดขึ้นมาอีก “เธอจะว่าอะไรฉันไหม ถ้า…” บลูหยุดพูดแล้วคิดก่อนพูดต่อ “ถ้าฉันจะทำมากกว่าจูบเธอในคืนนี้”“เราจะหยุดงานจริง ๆ เหรอคะ” ขวัญข้าวเงยหน้าถามอีกครั้ง น้ำเสียงยังลังเลเหมือนคนไม่ชินกับการปล่อยภาระไว้ข้างหลัง บลูมองเธอด้วยสายตานิ่งแต่แฝงความเอ็นดู “เธอน่ะหยุด แต่ฉันไม่หยุดหรอก บ่ายถึงเย็นฉันมีคุยงานข้างนอก วันนี้ไม่เข้าบริษัท” “อ๋อค่ะ… งั้นฉันไปทำงานดีกว่านะคะ” เธอขยับจะลุก เขาคว้ามือเธอไว้ทันที “บอกว่าให้หยุดหนึ่งวันไง ได้ฟังที่พูดไหม” ขวัญข้าวชะงัก ก่อนจะพยักหน้าช้า ๆ “ค่ะ…” บลูถอนหายใจเบา ๆ เหมือนกำลังจัดการความคิดบางอย่างในหัว “เดี๋ยววันนี้ฉันส่งคนไปดูแลย่าแทนเธอก่อนหนึ่งวัน” เธอรีบส่ายหน้า “ไม่เป็นไรค่ะ ฉันจัดการเองได้” “ฟังก่อน” เขาขัดขึ้นนุ่ม ๆ แล้วหยุดคิดครู่หนึ่ง สีหน้าเหมือนตัดสินใจอะไรบางอย่าง “ไม่ใช่แค่วันเดียว… เอาแบบประจำเลยดีกว่า” ขวัญข้าวนิ่งไป “หมายความว่ายังไงคะ” “ฉันจะจัดการเรื่องคนดูแลย่าฉันแบบให้มาอยู่ดูแลประจำแทนเธอ” เขาพูดเรียบ ๆ ราวกับเป็นเรื่องธรรมดา “ส่วนเธอ… ฉันจะให้ย้ายมาทำงานที่นี่เต็มตัว” “เอางั้นเหรอคะ…” เสียงเธอแผ่วลงอย่างไม่แน่ใจ “ใช่” เขาสบตาเธอชัดเจน “ฉันอยากให้เธออยู่ใกล้ ๆ มากกว่านี้ ไม่ใช่แค่เรื่องงาน” หัวใจเธอเต
ขวัญข้าวกลืนน้ำลายเบาๆ ปลายนิ้วเธอกำชายเสื้อเขาไว้แน่นขึ้นโดยไม่รู้ตัว ดวงตาสบกันในระยะที่ใกล้เกินกว่าจะหลบเลี่ยงความรู้สึกได้ บลูรับรู้ทุกอย่างจากท่าทีเล็กน้อยนั้น เขาไม่เร่ง ไม่รุก เพียงก้มลงแตะหน้าผากเธออีกครั้ง ราวกับย้ำให้แน่ใจว่าทุกอย่างเกิดจากความสมัครใจ“ถ้ารู้สึกไม่สบายใจ เธอบอกฉันได้เลยนะ” เสียงเขานุ่มลงกว่าที่เคย “เพราะฉันอยากให้คืนนี้เป็นคืนที่เธอเลือกเองเหมือนกัน”ขวัญข้าวไม่ตอบเป็นคำพูด เธอเพียงขยับเข้าไปในอ้อมแขนเขา ปล่อยให้ความเงียบทำหน้าที่แทนคำยืนยันบลูถอนหายใจแผ่ว คล้ายปลดปล่อยสิ่งที่กักเก็บไว้เนิ่นนาน มือของเขาโอบเธอไว้แน่นขึ้นเล็กน้อย ก่อนจะพาเธอ… ไปบนเตียงนุ่มปลายนิ้วของบลูคลายจากชายเสื้อเธอช้า ๆ ราวกับให้โอกาสเธอเปลี่ยนใจได้ทุกเมื่อ แต่ขวัญข้าวกลับเป็นฝ่ายจับมือเขาไว้แทนสายตาที่เคยสั่นไหวก่อนหน้านั้นกลับนิ่งขึ้น คล้ายตัดสินใจบางอย่างในใจได้แล้ว“ฉันไม่ได้กลัวนะคะ…” เสียงเธอเบาจนแทบเป็นลมหายใจ “แค่… ไม่เคยใกล้ใครแบบนี้มาก่อน”รอยยิ้มของบลูอ่อนลงทันที ไม่ใช่รอยยิ้มมั่นใจแบบที่เขามักมีเวลาอยู่ในห้องประชุม แต่เป็นรอยยิ้มของผู้ชายคนหนึ่งที่กำลังทะนุถนอมความรู้สึก
เธอเอื้อมมือไปจับข้อมือเขา ดึงลงมาช้าๆ แล้วส่ายหน้า “ฉันไม่ได้มาที่นี่เพราะไม่แน่ใจ”บลูหัวเราะในลำคอเบาๆ เสียงนั้นแผ่วจนแทบไม่ได้ยิน ก่อนจะก้มลงจูบเธออีกครั้ง คราวนี้ไม่ใช่แค่แตะผ่าน แต่ลึกซึ้งขึ้น ชัดเจนขึ้น ราวกับยอมรับในสิ่งที่พยายามปฏิเสธมาตลอดมือของเขาวางลงที่เอวเธอโดยอัตโนมัติ ขณะที่เธอขยับเข้าไปชิด จูบนั้นยืดเยื้อเพียงไม่กี่วินาที แต่กลับทำให้เวลาทั้งห้องเหมือนหยุดนิ่งเมื่อริมฝีปากของทั้งสองแยกจากกัน บลูหลับตาแน่นชั่วครู่ ก่อนจะพิงหน้าผากกับเธอ“แต่ถึงยังไงคำตอบแค่นี้จากเธอมันก็ไม่ได้ทำให้ฉันแน่ใจหรอกนะว่าเธอรู้สึกแบบเดียวกันกับฉันจริงๆ” เขาคลายมือออกช้าๆ ถอยหลังหนึ่งก้าว ทิ้งระยะห่างที่จำเป็น แต่สายตายังคงผูกเธอไว้เหมือนเดิม“…?” เธอนิ่งไปในทันทีกับคำพูดแบบนั้นของบลู ในหัวเอาแต่คิดว่าควรจะต้องทำไงต่อดี“ออกไปก่อน อีก 5 นาทีผมมีประชุม” เขาพูดออกมาเสียงเบา “แล้วเราค่อยคุยกันเรื่อง”เธอมองเขาอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะพยักหน้าเบาๆ แล้วเดินไปที่ประตู แต่ก่อนจะเปิดออก เธอหันกลับมาบลูยังยืนอยู่ที่เดิมและครั้งนี้เขาไม่ได้หลบสายตาเธอ บางอย่างเริ่มต้นขึ้นแล้วแม้ยังไม่มีคำจำกัดความก็ตาม เข
“โอ๊ะ! คุณบลู ไหนบอกว่าจะให้เวลาฉันคิดก่อนไงคะ”เธอสะดุ้งเล็กน้อยก่อนจะรีบหันกลับไปผลักเขาออก เมื่ออ้อมแขนแข็งแรงของบลูโอบกอดเธอจากด้านหลังอย่างไม่ทันตั้งตัว กลิ่นแอลกอฮอล์อ่อนๆ ปะปนกับกลิ่นน้ำหอมของเขาทำให้หัวใจเธอสั่นไหวอย่างห้ามไม่อยู่“ฉันรอไม่ไหวแล้ว” เสียงทุ้มเอ่ยชิดข้างใบหู “ฉันไม่ได้มีเวลาว่างมากพอจะได้มาเจอเธอแบบวันนี้ ฉันกลับไปนั่งคิดทบทวนมาทุกอย่าง คิดจนแน่ใจว่าความรู้สึกของตัวเองคืออะไร…และฉันก็ยอมรับมันแล้ว”เธอเม้มริมฝีปากแน่น มือทั้งสองกำชายเสื้อของตัวเองไว้ราวกับต้องการยึดเหนี่ยวสติ“เหลือแค่เธอแล้วนะ” เขาพูดต่อ น้ำเสียงหนักแน่นขึ้น “เหลือแค่เธอที่ต้องยอมรับความรู้สึกของตัวเอง“แต่ว่าเราสองคน…” เธอพยายามเอ่ย เสียงแผ่วลงราวกับรู้ดีว่าประโยคนี้จะนำไปสู่เรื่องอะไร“ฉันรู้ว่าเธอกำลังจะพูดอะไร” บลูขัดขึ้นทันที ก่อนจะเดินมาอยู่ตรงหน้าเธอ ดวงตาคมจ้องมองอย่างจริงจัง “ถ้าคนมันจะรักกัน ต่อให้อยู่คนละฐานะ คนละโลก มันก็รักกันได้ ไม่มีใครเขาแบ่งชนชั้นกันแล้วในยุคนี้”หัวใจเธอเต้นแรงจนแทบหลุดออกมา ความจริงใจในแววตาของเขาทำให้เธอสับสนยิ่งกว่าเดิม“ฉันว่าคุณบลูน่าจะเมานะคะ” เธอฝืนยิ้ม
“คุณบลู…มันเลยเวลาแล้วนะคะ”“…!” บลูนอนนิ่งไม่ตอบกลับอะไร“ปล่อยฉันได้แล้วค่ะคุณบลู” “ฉันขอเพิ่มเวลาอีกนิด ฉันพึ่งจะได้นอนเพียงนิิดเดียวเอง”“คุณจะนอนก็นอนไปสิคะ แค่ปล่อยฉันออกไปฉันต้องไปทำหน้าที่ของฉัน” บลูค่อยๆ ขยับแขนที่โอบกอดเธอไว้ออกจากตัวเธอ แล้วหันตัวไปอีกทางแล้วหลับต่อ ก่อนเธอขวัญข้าวลุกจากเตียงนอนแล้วออกจากห้องนอนนี้ไป และไม่ลืมที่จะล็อกประตูเพราะกลัวคุณย่าท่านจะเข้ามาเจอหลานตัวเองในห้องของเธอขวัญข้าว“คุณย่าคะไปกันค่ะหนูเตรียมของเสร็จแล้ว”“จ๊ะๆ” คุณย่าเดินออกจากด้านในตัวบ้านพร้อมกับขวัญข้าวที่คอยระวังพยุงคุณย่าอยู่ไม่ห่าง“นั่นรถบลูนี่ บลูเขามาตั้งแต่เมื่อไหร่กันทำไมฉันถึงไม่รู้เรื่อง” ย่าออกมาเจอรถของบลูที่จอดอยู่ เลยสงสัยว่าหลานตัวเองมาตั้งแต่ตอนไหนถึงได้ไม่รู้เรื่องเลย“คุณบลูมาตั้งแต่เมื่อคืนแล้วค่ะ ดึกมากๆแล้ว สงสัยคุณบลูเห็นว่าคุณท่านเข้านอนแล้วก็เลยไม่อยากรบกวนคุณท่าน”“แล้วบลูมาทำอะไร ธุระหรือมาพักผ่อนหาฉันเฉยๆ เขาได้บอกไว้ไหม”“ไม่ได้บอกอะไรเคยค่ะ”“แล้วตอนนี้อยู่ไหน”ขวัญข้าวได้ยินคำถามนี้ถึงกับแอบตกใจเล็กน้อย เพราะบลูกำลังนอนอยู่ห้องเธอ“น่าจะนอนพักผ่อนอยู่ที่ห
ผ่านไป 2 สัปดาห์กับการที่ฉันได้มาทำงานที่บ้านสวนนี้ ทำงานและหลับนอนที่นี่ ตอนแรกคิดว่างานจะหนักเพราะวันแรกฉันเห็นคุณย่าแกนั่งรถเข็นนึกว่าเดินไม่ได้ แต่ความเป็นจริงแกเดินได้ แต่อาจจะไม่ได้แข็งแรงตามอายุของท่านที่เยอะแล้ว ถ้าถามว่าฉันทำอะไรบ้างในแต่ละวัน หลักๆเลยนะในหนึ่งวันที่ทำเริ่มตั้งแต่ตอนเช้าตื่นนอนตั้งแต่เช้าพาคุณย่าเขาไปวัดไหว้พระทำบุญกลับมาหาอาหารให้คุณย่าเขาทานต่อด้วยทำความสะอาดบ้านแค่ในตัวบ้านนะไม่รวมพื้นที่สนามหญ้ากว้างๆรอบบ้านพวกนั้นเพราะมีคนสวนดูแลอยู่แล้ว เสร็จจากทำความสะอาดก็ทานมื้อเที่ยงพร้อมคุณย่าจากนั้นมานั่งเล่นอ่านหนังสือให้คุณย่าเขาฟังในตอนบ่ายก่อนแกพักสายตาช่วงเวลานี้ฉันก็ออกไปซื้อของเข้ามาทำมื้อเย็นให้แกทาน แรกๆ ฉันไม่ทำให้แกทานเลยนะฉันสั่งแบบทำสำเร็จมาให้แกทานทุกมื้อ แต่พอมีวันนึงฉันอยากลองโชว์ฝีมือให้คุณย่าเขาทานสักมื้อ ตอนทำให้ครั้งแรกไม่คิดว่าจะได้ทำอีก ย่าเขาบอกให้ฉันทำอีกแบบนี้ก็แสดงว่าติดใจฝีมือฉันละสิ ทานมื้อเย็นเสร็จก็เก็บกวาดล้างจงล้างจานเก็บเข้าที่ให้เรียบร้อย ล็อกบ้านทุกประตู ปิดฟงปิดไฟให้หมดทุกดวงเข้าห้องนอนเป็นอันเสร็จสิ้น ก็มีแค่นี้แหละสิ่งที่ฉันต







