Masuk“เราจะหยุดงานจริง ๆ เหรอคะ” ขวัญข้าวเงยหน้าถามอีกครั้ง น้ำเสียงยังลังเลเหมือนคนไม่ชินกับการปล่อยภาระไว้ข้างหลัง
บลูมองเธอด้วยสายตานิ่งแต่แฝงความเอ็นดู “เธอน่ะหยุด แต่ฉันไม่หยุดหรอก บ่ายถึงเย็นฉันมีคุยงานข้างนอก วันนี้ไม่เข้าบริษัท” “อ๋อค่ะ… งั้นฉันไปทำงานดีกว่านะคะ” เธอขยับจะลุก เขาคว้ามือเธอไว้ทันที “บอกว่าให้หยุดหนึ่งวันไง ได้ฟังที่พูดไหม” ขวัญข้าวชะงัก ก่อนจะพยักหน้าช้า ๆ “ค่ะ…” บลูถอนหายใจเบา ๆ เหมือนกำลังจัดการความคิดบางอย่างในหัว “เดี๋ยววันนี้ฉันส่งคนไปดูแลย่าแทนเธอก่อนหนึ่งวัน” เธอรีบส่ายหน้า “ไม่เป็นไรค่ะ ฉันจัดการเองได้” “ฟังก่อน” เขาขัดขึ้นนุ่ม ๆ แล้วหยุดคิดครู่หนึ่ง สีหน้าเหมือนตัดสินใจอะไรบางอย่าง “ไม่ใช่แค่วันเดียว… เอาแบบประจำเลยดีกว่า” ขวัญข้าวนิ่งไป “หมายความว่ายังไงคะ” “ฉันจะจัดการเรื่องคนดูแลย่าฉันแบบให้มาอยู่ดูแลประจำแทนเธอ” เขาพูดเรียบ ๆ ราวกับเป็นเรื่องธรรมดา “ส่วนเธอ… ฉันจะให้ย้ายมาทำงานที่นี่เต็มตัว” “เอางั้นเหรอคะ…” เสียงเธอแผ่วลงอย่างไม่แน่ใจ “ใช่” เขาสบตาเธอชัดเจน “ฉันอยากให้เธออยู่ใกล้ ๆ มากกว่านี้ ไม่ใช่แค่เรื่องงาน” หัวใจเธอเต้นแรงขึ้นเล็กน้อย “แล้วเรื่อง…คอนโดล่ะคะ” บลูมองไปรอบห้องก่อนตอบตรง ๆ “ฉันคิดว่าจะให้เธออยู่ที่นี่เลย โอเคไหม” ขวัญข้าวชะงัก “ให้อยู่คอนโดของคุณบลูเหรอคะ” “ใช่ไง” เขายิ้มมุมปาก “ฉันนาน ๆ ทีถึงจะมานอนที่นี่ ส่วนใหญ่จะอยู่บ้านเป็นหลัก เพราะใกล้ที่ทำงานกว่า ที่นี่เลยว่างเกือบตลอด” เธอก้มหน้าลงเล็กน้อย ความรู้สึกหลากหลายตีกันในอก ข้อเสนอของเขาไม่ได้เล็กเลย “มันจะดู…ไม่เหมาะสมไหมคะ” เธอถามตรง ๆ “ทั้งเรื่องงาน ทั้งเรื่องอยู่คอนโดคุณบลูแบบนี้” บลูนิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะขยับเข้ามาใกล้แต่ยังรักษาระยะพอเหมาะ “ฉันไม่อยากให้เธอคิดว่าเป็นการแลกเปลี่ยนอะไรทั้งนั้น” เขาพูดชัดทุกคำ “งานคือเรื่องงาน เธอได้ตำแหน่งเพราะความสามารถ ไม่ใช่เพราะเมื่อคืน” เขาบอกว่าเธอได้ตำแหน่งเพราะความสามารถแต่เธอกับไม่รู้สึกแบบนั้นเลย เธอรู้สึกว่าตัวเองไม่ได้เก่งถึงขนาดที่จะได้มาทำงานที่นี่ด้วยซ้ำ เสียงเขามั่นคง “ส่วนเรื่องคอนโด… ฉันเสนอเพราะอยากให้เธอสบายขึ้น ไม่ต้องเดินทางไกลกว่าเดิม ไม่ต้องกังวลเรื่องค่าใช้จ่าย และจะได้มีเวลาทำสิ่งที่เธออยากทำมากขึ้น ขวัญข้าวเงยหน้ามองเขา “แล้วถ้าฉันปฏิเสธล่ะคะ” บลูยิ้มบาง ๆ “ไม่ได้ เธอห้ามปฏิเสธฉัน" ประโยคนั้นทำให้เธออึ้งไปเล็กน้อย ห้องเงียบลงอีกครั้ง แต่ไม่อึดอัด บลูหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาส่งข้อความสั้น ๆ ถึงผู้ช่วย ก่อนจะวางมันลง “วันนี้เธอพักจริง ๆ นะ ไปอาบน้ำ เปลี่ยนเสื้อผ้า แล้วลงไปทานข้าวเช้ากับฉัน” “คุณบลูเลี้ยงเหรอคะ” เธอแกล้งถาม “เลี้ยงสิ” เขาหัวเราะเบา ๆ “ถือว่าเป็นค่าตอบแทนที่เมื่อคืนเธอไม่หนีฉันไปกลางทาง” แก้มเธอขึ้นสีทันที “คุณบลู…” เขายกมือยอมแพ้ “ล้อเล่น” บรรยากาศผ่อนคลายลงอย่างเห็นได้ชัด ขวัญข้าวลุกจากเตียง เดินไปหยิบเสื้อผ้าของตัวเอง ก่อนจะหันกลับมามองเขาอีกครั้ง ขณะที่ประตูห้องน้ำปิดลง บลูนั่งพิงหัวเตียง มองไปยังบานประตูนั้นเงียบ ๆ เขารู้ดีว่าสิ่งที่กำลังเริ่มต้นขึ้น ไม่ใช่แค่ความสัมพันธ์แต่มันคือความรับผิดชอบที่เขาต้องพิสูจน์ให้ได้ว่าเขาไม่ได้แค่ต้องการเธอในคืนหนึ่ง เขาต้องการเธอในทุกเช้าหลังจากนั้นด้วย เสียงน้ำจากฝักบัวดังแผ่วอยู่หลังประตูห้องน้ำ ขวัญข้าวยืนพิงอ่างล้างหน้าเล็กน้อย พยายามทำใจให้ปกติ ทั้งที่หัวใจยังเต้นแรงจากบทสนทนาเมื่อครู่ เธอเพิ่งปลดกระดุมเสื้อเม็ดสุดท้าย เสียงเคาะประตูเบา ๆ ก็ดังขึ้น “ขวัญข้าว” เธอสะดุ้งเล็กน้อย “คะ?” “ฉันเข้าไปได้ไหม” คำถามนั้นไม่ได้เร่งเร้า แต่ตรงไปตรงมา เธอเงียบไปอึดใจ ก่อนตอบเบา ๆ “…เข้ามาสิคะ” ประตูถูกเปิดออกช้า ๆ ไอน้ำอุ่นลอยคลุ้งอยู่ภายใน บลูเดินเข้ามาโดยไม่ได้พูดอะไรทันที สายตาเขานิ่งและอ่อนโยนเหมือนเดิมกับภาพที่เห็นเธอยืนอยู่ตรงหน้าแบบเปลือยกาย เขามองสำรวจเธออย่างละเกอียดแต่ให้ขณะเดียวกันเธอกับพยายามเอามือมาปิดน้องสาวตัวเองไว้และเธอพยายามจะหันไปมองทางอื่นไม่กล้าบอกบลูเมื่อเห็นบลูในร่างที่เปลือยกายไม่ได้สวมใส่อะไรอยู่เช่นเดียวกัน “จะปิดทำไม เมื่อคืนฉันก็เห็นของเธอไปหมดแล้วจะอายอะไรอีก แล้วก็หันมามองทางนี้มองที่ฉันนี่” เขาเริ่มเดินขยับมาอีกก้าวหยุดยืนตรงหน้าเธอในระยะใกล้พอจะรับรู้ลมหายใจ และแอบเผลอกลืนน้ำลายไปที “แต่ว่า…ถ้าจะขออีกครั้งสักครั้งได้ไหม” เขาถามอีกครั้ง เสียงต่ำลงเล็กน้อย ขวัญข้าวพยักหน้า มือของเธอเอื้อมไปจับชายเสื้อเขาเหมือนเมื่อคืน เป็นท่าทีเล็ก ๆ ที่เขาจำได้ บลูยกมือแตะแก้มเธอเบา ๆ ก่อนจะก้มลงจูบเธออย่างช้า ๆ รสสัมผัสอุ่นและเนิบนาบ ต่างจากเมื่อคืนที่เต็มไปด้วยความตื่นเต้น ครั้งนี้มันคล้ายการยืนยันมากกว่า เสียงน้ำยังไหลต่อเนื่องเป็นฉากหลัง เขาถอยออกเล็กน้อย แล้วค่อย ๆ พาเธอเดินเข้าไปใต้สายน้ำอุ่น ไอน้ำเกาะตามผิวกายจนมองเห็นเพียงเงาร่างพร่าเลือน ขวัญข้าวเผลอหลับตาเมื่อหยดน้ำตกกระทบผิว บลูใช้ฝ่ามือรองน้ำแล้วลูบผ่านบ่าเธออย่างแผ่วเบา การสัมผัสนั้นไม่เร่งรัดแต่ตั้งใจ เธอสั่นน้อย ๆ ไม่ใช่เพราะหนาว แต่เพราะความรู้สึกที่ค่อย ๆ แผ่ซ่าน บลูโน้มลงจูบไหล่เธอ ไล่ขึ้นมาที่ซอกคอช้า ๆ มืออีกข้างประคองเอวเธอไว้มั่นคง เหมือนกลัวเธอลื่นล้มมากกว่ากลัวเธอจะหนี “มองฉันสิ” เขากระซิบเธอ ขวัญข้าวลืมตาขึ้น สายตาประสานกันท่ามกลางไอน้ำบางเบา ความเขินอายยังอยู่ แต่ไม่ใช่ความลังเล เธอเป็นฝ่ายเอื้อมมือไปโอบรอบคอเขา ดึงเขาเข้ามาใกล้กว่าเดิม จูบครั้งต่อมาลึกมากขึ้นแต่ยังคงความช้าราวกับทั้งคู่กำลังเรียนรู้กันใหม่อีกครั้งในแสงเช้าที่ต่างจากเมื่อคืน น้ำไหลผ่านแผ่นหลังของทั้งสอง ร่างกายแนบชิดขึ้นโดยธรรมชาติ บลูหยุดทุกครั้งที่รู้สึกว่าเธอเกร็ง และจะขยับต่อเมื่อเธอเป็นฝ่ายเข้าใกล้เอง เสียงลมหายใจเริ่มสั่นไหวขึ้นนิดหน่อย บลูขยับลงคุกเข่าก่อนจับขาเธอแยกออก เขาโน้มเข้าไปใช้ลิ้นกับน้องสาวเธอทำเอาเธอเริ่มหายใจไม่ทั่วท้องตัวเริ่มกระตุกเกร็งรับมือกับสิ่งที่เกิดขึ้น และค่อยๆขยับแยกขาออกกว้างกว่าเดิมอีกนิด บลูทั้งใช้ลิ้นและทั้งดูดดื่มตรงนั้นอยู่นานก่อนจะลุกขึ้นมาจูบกับเธออีกครั้งในขณะเดียวกันมือเขาก็ขยำหน้าอกเธอไปด้วย ก่อนจะเริ่มการสอดใส่ท่อนเอ็นแข็งนั้นเข้าไปยังน้องสาวเธอ “โอ๊ะ!” ขวัญข้าวซบหน้าลงที่อกเขา ฝ่ามือเล็กกำแน่นขึ้นเล็กน้อย บลูลูบผมเธอช้า ๆ ก่อนจะก้มลงกระซิบข้างหู “ถ้าไม่ไหว บอกฉันได้เสมอ” เธอส่ายหน้าเบา ๆ เป็นคำตอบ ช่วงเวลาที่ตามมาเต็มไปด้วยความอบอุ่นมากกว่าความเร่าร้อน สัมผัสค่อย ๆ ละเอียดอ่อนขึ้น ทว่าไม่ถูกบรรยายเกินจำเป็น มีเพียงเสียงน้ำ เสียงหัวใจ และลมหายใจที่เริ่มประสานจังหวะกันอีกครั้ง เมื่อทุกอย่างค่อย ๆ สงบลง บลูดึงเธอเข้ามากอดใต้สายน้ำอุ่น “ฉันรู้แล้วทำไมคุณถึงห้ามไม่ให้ฉันไปทำงานวันนี้” ขวัญข้าวพูดอย่างเขินอาย เนื่องจากร่างกายเธอเองเธอเริ่มรู้สึกล้าบ้างแล้วเลยเข้าใจที่บลูบอกให้หยุดงาน บลูยิ้มที่มุมปากตอบกลับที่เธอพูดก่อนเอื้อมมือปิดฝักบัว ผ้าขนหนูผืนใหญ่ถูกหยิบมาคลุมไหล่เธอก่อนตัวเองเสียอีก รายละเอียดเล็ก ๆ นั้น ทำให้ขวัญข้าวยิ้มโดยไม่รู้ตัว บางครั้งความใกล้ชิดไม่ได้วัดจากความร้อนแรงแต่วัดจากว่าหลังจากนั้น เขายังอยู่ตรงนั้นไหม และเช้านี้บลูยังยืนอยู่ข้างเธอเหมือนเดิม“เราจะหยุดงานจริง ๆ เหรอคะ” ขวัญข้าวเงยหน้าถามอีกครั้ง น้ำเสียงยังลังเลเหมือนคนไม่ชินกับการปล่อยภาระไว้ข้างหลัง บลูมองเธอด้วยสายตานิ่งแต่แฝงความเอ็นดู “เธอน่ะหยุด แต่ฉันไม่หยุดหรอก บ่ายถึงเย็นฉันมีคุยงานข้างนอก วันนี้ไม่เข้าบริษัท” “อ๋อค่ะ… งั้นฉันไปทำงานดีกว่านะคะ” เธอขยับจะลุก เขาคว้ามือเธอไว้ทันที “บอกว่าให้หยุดหนึ่งวันไง ได้ฟังที่พูดไหม” ขวัญข้าวชะงัก ก่อนจะพยักหน้าช้า ๆ “ค่ะ…” บลูถอนหายใจเบา ๆ เหมือนกำลังจัดการความคิดบางอย่างในหัว “เดี๋ยววันนี้ฉันส่งคนไปดูแลย่าแทนเธอก่อนหนึ่งวัน” เธอรีบส่ายหน้า “ไม่เป็นไรค่ะ ฉันจัดการเองได้” “ฟังก่อน” เขาขัดขึ้นนุ่ม ๆ แล้วหยุดคิดครู่หนึ่ง สีหน้าเหมือนตัดสินใจอะไรบางอย่าง “ไม่ใช่แค่วันเดียว… เอาแบบประจำเลยดีกว่า” ขวัญข้าวนิ่งไป “หมายความว่ายังไงคะ” “ฉันจะจัดการเรื่องคนดูแลย่าฉันแบบให้มาอยู่ดูแลประจำแทนเธอ” เขาพูดเรียบ ๆ ราวกับเป็นเรื่องธรรมดา “ส่วนเธอ… ฉันจะให้ย้ายมาทำงานที่นี่เต็มตัว” “เอางั้นเหรอคะ…” เสียงเธอแผ่วลงอย่างไม่แน่ใจ “ใช่” เขาสบตาเธอชัดเจน “ฉันอยากให้เธออยู่ใกล้ ๆ มากกว่านี้ ไม่ใช่แค่เรื่องงาน” หัวใจเธอเต
ขวัญข้าวกลืนน้ำลายเบาๆ ปลายนิ้วเธอกำชายเสื้อเขาไว้แน่นขึ้นโดยไม่รู้ตัว ดวงตาสบกันในระยะที่ใกล้เกินกว่าจะหลบเลี่ยงความรู้สึกได้ บลูรับรู้ทุกอย่างจากท่าทีเล็กน้อยนั้น เขาไม่เร่ง ไม่รุก เพียงก้มลงแตะหน้าผากเธออีกครั้ง ราวกับย้ำให้แน่ใจว่าทุกอย่างเกิดจากความสมัครใจ“ถ้ารู้สึกไม่สบายใจ เธอบอกฉันได้เลยนะ” เสียงเขานุ่มลงกว่าที่เคย “เพราะฉันอยากให้คืนนี้เป็นคืนที่เธอเลือกเองเหมือนกัน”ขวัญข้าวไม่ตอบเป็นคำพูด เธอเพียงขยับเข้าไปในอ้อมแขนเขา ปล่อยให้ความเงียบทำหน้าที่แทนคำยืนยันบลูถอนหายใจแผ่ว คล้ายปลดปล่อยสิ่งที่กักเก็บไว้เนิ่นนาน มือของเขาโอบเธอไว้แน่นขึ้นเล็กน้อย ก่อนจะพาเธอ… ไปบนเตียงนุ่มปลายนิ้วของบลูคลายจากชายเสื้อเธอช้า ๆ ราวกับให้โอกาสเธอเปลี่ยนใจได้ทุกเมื่อ แต่ขวัญข้าวกลับเป็นฝ่ายจับมือเขาไว้แทนสายตาที่เคยสั่นไหวก่อนหน้านั้นกลับนิ่งขึ้น คล้ายตัดสินใจบางอย่างในใจได้แล้ว“ฉันไม่ได้กลัวนะคะ…” เสียงเธอเบาจนแทบเป็นลมหายใจ “แค่… ไม่เคยใกล้ใครแบบนี้มาก่อน”รอยยิ้มของบลูอ่อนลงทันที ไม่ใช่รอยยิ้มมั่นใจแบบที่เขามักมีเวลาอยู่ในห้องประชุม แต่เป็นรอยยิ้มของผู้ชายคนหนึ่งที่กำลังทะนุถนอมความรู้สึก
เธอเอื้อมมือไปจับข้อมือเขา ดึงลงมาช้าๆ แล้วส่ายหน้า “ฉันไม่ได้มาที่นี่เพราะไม่แน่ใจ”บลูหัวเราะในลำคอเบาๆ เสียงนั้นแผ่วจนแทบไม่ได้ยิน ก่อนจะก้มลงจูบเธออีกครั้ง คราวนี้ไม่ใช่แค่แตะผ่าน แต่ลึกซึ้งขึ้น ชัดเจนขึ้น ราวกับยอมรับในสิ่งที่พยายามปฏิเสธมาตลอดมือของเขาวางลงที่เอวเธอโดยอัตโนมัติ ขณะที่เธอขยับเข้าไปชิด จูบนั้นยืดเยื้อเพียงไม่กี่วินาที แต่กลับทำให้เวลาทั้งห้องเหมือนหยุดนิ่งเมื่อริมฝีปากของทั้งสองแยกจากกัน บลูหลับตาแน่นชั่วครู่ ก่อนจะพิงหน้าผากกับเธอ“แต่ถึงยังไงคำตอบแค่นี้จากเธอมันก็ไม่ได้ทำให้ฉันแน่ใจหรอกนะว่าเธอรู้สึกแบบเดียวกันกับฉันจริงๆ” เขาคลายมือออกช้าๆ ถอยหลังหนึ่งก้าว ทิ้งระยะห่างที่จำเป็น แต่สายตายังคงผูกเธอไว้เหมือนเดิม“…?” เธอนิ่งไปในทันทีกับคำพูดแบบนั้นของบลู ในหัวเอาแต่คิดว่าควรจะต้องทำไงต่อดี“ออกไปก่อน อีก 5 นาทีผมมีประชุม” เขาพูดออกมาเสียงเบา “แล้วเราค่อยคุยกันเรื่อง”เธอมองเขาอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะพยักหน้าเบาๆ แล้วเดินไปที่ประตู แต่ก่อนจะเปิดออก เธอหันกลับมาบลูยังยืนอยู่ที่เดิมและครั้งนี้เขาไม่ได้หลบสายตาเธอ บางอย่างเริ่มต้นขึ้นแล้วแม้ยังไม่มีคำจำกัดความก็ตาม เข
“โอ๊ะ! คุณบลู ไหนบอกว่าจะให้เวลาฉันคิดก่อนไงคะ”เธอสะดุ้งเล็กน้อยก่อนจะรีบหันกลับไปผลักเขาออก เมื่ออ้อมแขนแข็งแรงของบลูโอบกอดเธอจากด้านหลังอย่างไม่ทันตั้งตัว กลิ่นแอลกอฮอล์อ่อนๆ ปะปนกับกลิ่นน้ำหอมของเขาทำให้หัวใจเธอสั่นไหวอย่างห้ามไม่อยู่“ฉันรอไม่ไหวแล้ว” เสียงทุ้มเอ่ยชิดข้างใบหู “ฉันไม่ได้มีเวลาว่างมากพอจะได้มาเจอเธอแบบวันนี้ ฉันกลับไปนั่งคิดทบทวนมาทุกอย่าง คิดจนแน่ใจว่าความรู้สึกของตัวเองคืออะไร…และฉันก็ยอมรับมันแล้ว”เธอเม้มริมฝีปากแน่น มือทั้งสองกำชายเสื้อของตัวเองไว้ราวกับต้องการยึดเหนี่ยวสติ“เหลือแค่เธอแล้วนะ” เขาพูดต่อ น้ำเสียงหนักแน่นขึ้น “เหลือแค่เธอที่ต้องยอมรับความรู้สึกของตัวเอง“แต่ว่าเราสองคน…” เธอพยายามเอ่ย เสียงแผ่วลงราวกับรู้ดีว่าประโยคนี้จะนำไปสู่เรื่องอะไร“ฉันรู้ว่าเธอกำลังจะพูดอะไร” บลูขัดขึ้นทันที ก่อนจะเดินมาอยู่ตรงหน้าเธอ ดวงตาคมจ้องมองอย่างจริงจัง “ถ้าคนมันจะรักกัน ต่อให้อยู่คนละฐานะ คนละโลก มันก็รักกันได้ ไม่มีใครเขาแบ่งชนชั้นกันแล้วในยุคนี้”หัวใจเธอเต้นแรงจนแทบหลุดออกมา ความจริงใจในแววตาของเขาทำให้เธอสับสนยิ่งกว่าเดิม“ฉันว่าคุณบลูน่าจะเมานะคะ” เธอฝืนยิ้ม
“คุณบลู…มันเลยเวลาแล้วนะคะ”“…!” บลูนอนนิ่งไม่ตอบกลับอะไร“ปล่อยฉันได้แล้วค่ะคุณบลู” “ฉันขอเพิ่มเวลาอีกนิด ฉันพึ่งจะได้นอนเพียงนิิดเดียวเอง”“คุณจะนอนก็นอนไปสิคะ แค่ปล่อยฉันออกไปฉันต้องไปทำหน้าที่ของฉัน” บลูค่อยๆ ขยับแขนที่โอบกอดเธอไว้ออกจากตัวเธอ แล้วหันตัวไปอีกทางแล้วหลับต่อ ก่อนเธอขวัญข้าวลุกจากเตียงนอนแล้วออกจากห้องนอนนี้ไป และไม่ลืมที่จะล็อกประตูเพราะกลัวคุณย่าท่านจะเข้ามาเจอหลานตัวเองในห้องของเธอขวัญข้าว“คุณย่าคะไปกันค่ะหนูเตรียมของเสร็จแล้ว”“จ๊ะๆ” คุณย่าเดินออกจากด้านในตัวบ้านพร้อมกับขวัญข้าวที่คอยระวังพยุงคุณย่าอยู่ไม่ห่าง“นั่นรถบลูนี่ บลูเขามาตั้งแต่เมื่อไหร่กันทำไมฉันถึงไม่รู้เรื่อง” ย่าออกมาเจอรถของบลูที่จอดอยู่ เลยสงสัยว่าหลานตัวเองมาตั้งแต่ตอนไหนถึงได้ไม่รู้เรื่องเลย“คุณบลูมาตั้งแต่เมื่อคืนแล้วค่ะ ดึกมากๆแล้ว สงสัยคุณบลูเห็นว่าคุณท่านเข้านอนแล้วก็เลยไม่อยากรบกวนคุณท่าน”“แล้วบลูมาทำอะไร ธุระหรือมาพักผ่อนหาฉันเฉยๆ เขาได้บอกไว้ไหม”“ไม่ได้บอกอะไรเคยค่ะ”“แล้วตอนนี้อยู่ไหน”ขวัญข้าวได้ยินคำถามนี้ถึงกับแอบตกใจเล็กน้อย เพราะบลูกำลังนอนอยู่ห้องเธอ“น่าจะนอนพักผ่อนอยู่ที่ห
ผ่านไป 2 สัปดาห์กับการที่ฉันได้มาทำงานที่บ้านสวนนี้ ทำงานและหลับนอนที่นี่ ตอนแรกคิดว่างานจะหนักเพราะวันแรกฉันเห็นคุณย่าแกนั่งรถเข็นนึกว่าเดินไม่ได้ แต่ความเป็นจริงแกเดินได้ แต่อาจจะไม่ได้แข็งแรงตามอายุของท่านที่เยอะแล้ว ถ้าถามว่าฉันทำอะไรบ้างในแต่ละวัน หลักๆเลยนะในหนึ่งวันที่ทำเริ่มตั้งแต่ตอนเช้าตื่นนอนตั้งแต่เช้าพาคุณย่าเขาไปวัดไหว้พระทำบุญกลับมาหาอาหารให้คุณย่าเขาทานต่อด้วยทำความสะอาดบ้านแค่ในตัวบ้านนะไม่รวมพื้นที่สนามหญ้ากว้างๆรอบบ้านพวกนั้นเพราะมีคนสวนดูแลอยู่แล้ว เสร็จจากทำความสะอาดก็ทานมื้อเที่ยงพร้อมคุณย่าจากนั้นมานั่งเล่นอ่านหนังสือให้คุณย่าเขาฟังในตอนบ่ายก่อนแกพักสายตาช่วงเวลานี้ฉันก็ออกไปซื้อของเข้ามาทำมื้อเย็นให้แกทาน แรกๆ ฉันไม่ทำให้แกทานเลยนะฉันสั่งแบบทำสำเร็จมาให้แกทานทุกมื้อ แต่พอมีวันนึงฉันอยากลองโชว์ฝีมือให้คุณย่าเขาทานสักมื้อ ตอนทำให้ครั้งแรกไม่คิดว่าจะได้ทำอีก ย่าเขาบอกให้ฉันทำอีกแบบนี้ก็แสดงว่าติดใจฝีมือฉันละสิ ทานมื้อเย็นเสร็จก็เก็บกวาดล้างจงล้างจานเก็บเข้าที่ให้เรียบร้อย ล็อกบ้านทุกประตู ปิดฟงปิดไฟให้หมดทุกดวงเข้าห้องนอนเป็นอันเสร็จสิ้น ก็มีแค่นี้แหละสิ่งที่ฉันต







