Share

ช่วยเหลือ

last update Petsa ng paglalathala: 2025-07-05 02:05:56

ผ่านมาเกือบตี 1 ทุกคนเริ่มเมามายเฮฮาหลุดโลก เจสซี่ที่แพลนเอาไว้ว่าจะไปปาร์ตี้ต่อกับเหมย

แต่ก็เมาจนเดินเซไม่เป็นท่า เมื่อเจอเหล้าหมักของภาคเหนือที่แรงมาก ๆ ถึงจะมีรสชาติหวานทานง่าย แต่ถ้าคนคอไม่แข็งจริงก็แทบจะสลบคาไหเหล้า

"ฉาน...ไม่เมา.... ยาง...หวาย...."

เสียงครางยานของเจสซี่ที่ฟังยังไงก็เมาแน่นอน ทำให้เหมยต้องพยุงร่างของเพื่อนที่สูงกว่าตัวเองมาก เดินเซไปด้วยกันสองคน ตัวเหมยเองก็ดื่มไปไม่ใช่น้อย แต่ก็ต้องทำใจแข็งพยุงร่างเพื่อนขึ้นรถให้ได้ก่อน

ธงที่ตั้งท่าจะทำคะแนนกับเหมยก็รีบวิ่งเข้ามาหาเพื่อช่วยพยุงเจสซี่ขึ้นรถ แต่เหมยที่เห็นท่าทีเตรียมจะจับตัวเพื่อนก็รีบส่งสายตาปฏิเสธทันที

"พี่ธงไม่ต้องค่ะ เดี๋ยวเหมยจัดการเพื่อนเอง พี่ธงไปเถอะ" เหมยร้องห้ามปฏิเสธทันควัน เพราะไม่อยากทำความรู้จักหรือให้ธงมายุ่งกับตนและเพื่อนอีก

"โถ่น้องเหมย มองพี่เป็นคนยังไง ให้พี่ไปส่งน้องเหมยที่บ้านกับเจสซี่เถอะ ถ้าสภาพนี้พี่ว่าไม่ถึงบ้านแน่เลย" ธงทำตัวเป็นสุภาพบุรุษ ทั้งที่สันดานตรงข้ามกับหน้าตา

"ก็เหมยบอกว่าไม่ต้องไงคะ..!" เหมยพูดเสียงแข็งใส่ธง เริ่มอารมณ์ไม่พอใจเช่นกันในความหน้าด้านหน้ามึนของธง

"เหมย ก็พี่บอกว่าพี่จะไปส่ง ทำไมต้องดื้อกับพี่" ธงก็เกิดอาการไม่พอใจกับเหมยเช่นกัน ถ้าไม่ติดว่าสวยขึ้นคงได้เดินหนีแล้วทิ้งสองสาวไว้กลางทางแบบนี้แน่

"ก็ผู้หญิงเขาบอกว่าไม่ต้อง คุณก็ไม่ควรต้องเสือกนะครับ" เสือที่เดินเข้ามาขวางไม่ให้ธงเข้าใกล้เหมย พร้อมกับอาชาที่เดินมาอยู่ด้านหลัง

เหมยที่เห็นอาชาก็ยิ้มกว้างเหมือนกับเห็นเพื่อนใหม่ที่รู้ใจ เหมือนมั่นใจว่าอาชาจะนิสัยดีกว่าธงแน่

"ขอบคุณนะคะคุณอาชา แล้วก็ขอบคุณพี่บอดี้การ์ดนะคะ งั้นเหมยขอตัวก่อน"

เหมยที่พยายามพยุงเพื่อนก็เซถลาจะล้ม เพราะรองเท้าส้นสูงปรี๊ดขนาด 3 cm ของเหมยเข้าไปติดร่องอิฐตัวหนอน

"ว๊าย..!" เสียงเหมยร้องตกใจ เพราะกำลังจะหงายหลัง คนหนึ่งก็เมาจนฟิวขาด อีกคนหนึ่งก็เมาถึงแม้จะสติมีก็ยังถือว่าเมาอยู่

เสือกระโดดไปรับเจสซี่ ส่วนอาชาก็กระโดดรับเหมยไว้ได้ทัน ส่วนธงก็ยืนอึ้งอยู่ไม่รู้จะรับใครก่อน

สองสายตาประสานกัน ในอ้อมกอดของผู้ชายที่เพิ่งรู้จัก ส่วนใหญ่เจสซี่เพื่อนเลิฟที่เมาจนสิ้นสติ ภาพตัดก็อยู่ในอ้อมกอดของเสือ และแล้วเรื่องที่ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น

"อุ๊บ..แหวะ..!" ไม่ต้องพูดถึงว่าเกิดอะไรขึ้นเมื่อเจสซี่ที่เมาจนภาพตัดอ้วกลงพื้นจนคอพับคออ่อน เสือที่ไม่เคยเจอผู้หญิงที่มีสภาพสำมะเลเทเมาแบบนี้ก็แทบจะโยนร่างบางของเจสซี่ทิ้งลงพื้น

"นี่เพื่อนคุณเมาขนาดนี้เลยเหรอครับ" เสือหันไปถามเหมยที่อยู่ในอ้อมกอดของผู้เป็นเจ้านาย เหมยเมื่อได้ยินเสียงของเสือก็รีบขยับตัวแล้วยืนขึ้นให้มั่นคง

"ขอโทษคุณบอดี้การ์ดด้วยนะคะ เดี๋ยวฉันจะรีบพาเพื่อนฉันกลับไปเดี๋ยวนี้ค่ะ" เหมยที่ยังคงอยู่ในอ้อมกอดของอาชาก็พยักหน้าขอโทษเสืออย่างจริงใจ

"พวกคุณไม่ต้องมายุ่ง เดี๋ยวผมจะพา เหมยกับเจสซี่กลับบ้านเอง ขอบคุณนะครับ" ธงทำท่าทางจะเดินไปแตะแขนของเหมย แต่ก็กลับต้องกระเด็นหงายหลัง

"โอ๊ยนี่คุณทำอะไรเนี่ย" อาชาใช้วงแขนแกร่งของตัวเองสลับร่างบางของเหมยให้มาอยู่อีกด้านหนึ่ง แล้วใช้มือใหญ่ของเขาผลักธงจนกระเด็นล้มคะมำลงไปกองอยู่ที่พื้น

"ผมว่าไม่ลำบากคุณดีกว่าครับ เดี๋ยวผู้หญิง สองคนนี้ผมจัดการเอง"

พูดจบอาชาก็พยักหน้าให้เสือ บอดี้การ์ดคู่ใจอุ้มร่างเล็กของเจสซี่เข้าไปบนรถหรู แล้วก็จูงมือของเหมยตามขึ้นรถหรูไปด้วย ทั้งที่ เหมยพยายามขัดขืน

"เฮ้ย มึงเป็นลูกเจ้าของมหาวิทยาลัย มึงคิดว่ามึงทำอะไรก็ได้วะ"

เสียงของธงที่ตะโกนไล่หลังของอาชาด้วยความโกรธและรู้สึกเสียหน้าที่อาชาแย่งเหมยไปต่อหน้าต่อตา ทั้ง ๆ ที่ธงได้เล็งเหมยไว้ตั้งแต่ในงานแล้ว

ต๊อบกับสกายที่เห็นเพื่อนนั่งอยู่ที่พื้นก็รีบวิ่งเข้ามาดู ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น

"เกิดอะไรขึ้นวะธง ทำไมมึงไปนั่งกองอยู่ที่พื้นอย่างนั้นน่ะ"

"ไม่มีอะไรหรอก" ธงบอกปัด ๆ พร้อมกับลุกขึ้นยืนแล้วปัดไปที่ก้นของตัวเอง

"มึงแน่ใจเหรอวะว่ามึงไม่ได้เป็นไร" ต๊อบยังคงเค้นถามเพื่อนด้วยความเป็นห่วง

"เออ กูไม่เป็นไรหรอกนะ ไปเหอะว่ะ แม่งกูหมดอารมณ์ง่วงแล้วด้วย" ธงบอกต๊อบไปแบบปัด ๆ เพื่อตัดความรำคาญ

"คุณอาชาคะ ไม่เป็นไรค่ะ เหมยขับรถไหว เดี๋ยวเหมยจัดการเอง เหมยไม่อยากรบกวน"

ปกติเหมยไม่ชอบให้ใครถูกเนื้อต้องตัวแต่อาชากลับรู้สึกเฉย ๆ และเกรงใจที่อาชาช่วยเหลือตัวเองขนาดนี้

"คุณอย่าดื้อสิคุณไหม เอาเป็นว่าเดี๋ยวผมจะไปส่งคุณที่บ้าน ส่วนรถของคุณเอาไว้ที่มหาวิทยาลัยของผม เดี๋ยวตอนเช้าผมจะให้ลูกน้องขับไปส่ง เอาตามนี้นะครับ"

อาชาไม่พูดพร่ำทำเพลงให้เหมยกับเจสซี่นั่งไปด้วยกันด้านหลังรถหรู ส่วนตัวเองมานั่งอยู่ด้านหน้าคู่กับเสือ นี่เป็นภาพที่หายากมากที่เห็นอาชานั่งรถด้านหน้าคู่กับบอดี้การ์ด

"เจ้านายจะนั่งตรงนี้จริงเหรอครับ ให้ผมเรียกรถอีกคันมารับเจ้านายดีกว่าไหม" เสือที่รู้สึกเกร็ง ๆ เมื่อมีอาชานั่งข้าง ๆ ขณะขับรถ

"มึงจะเสียเวลาทำไมวะไอ้เสือ ไปได้แล้ว"

เสียงราบเรียบของอาชาก็แอบทำให้เสือเสียวสันหลังวาบ ยิ่งประกอบกับใบหน้าที่เรียบเฉยไร้อารมณ์ยิ่งทำให้ดูทรงพลังเข้าไปอีก

"คุณเหมยบอกทางบอดี้การ์ดของผมได้เลย เดี๋ยวผมจะได้พาเพื่อนคุณไปส่ง สภาพถ้าอยู่อีกแป๊บนึงจะอ้วกใส่รถผมแน่ ๆ เลย"

อาชาปกติเป็นคนพูดน้อย แต่กลับเหมย กลายเป็นคนพูดมาก ยกแม่น้ำเกือบสิบสายเพียงเพราะอยากหาข้ออ้างในการไปส่งเหมยและรู้ที่อยู่บ้านของเหมย

"ได้ค่ะ ได้งั้นรบกวนคุณบอดี้การ์ดด้วยนะคะ" เหมยก็พยักหน้าขอบคุณครั้งแล้วครั้งเล่า นั่งกอดเพื่อนรักที่ตัวสูงใหญ่กว่าเธอเกือบครึ่ง

ประมาณครึ่งชั่วโมงเหมยได้บอกทางเข้าบ้านให้กับเสือบอดี้การ์ดคนขับรถของอาชา

ระหว่างนี้อาชาก็ให้เสือลงไปซื้อยาแก้แฮงค์กับผ้าเย็นมาให้กับเจสซี่และเหมยที่ดูสภาพเหนื่อยล้าไม่ต่างกัน

"อันนี้เอาให้เพื่อนคุณเช็ดหน้าเช็ดตา เผื่อจะได้ดีขึ้น" อาชายื่นผ้าเย็นและยาแก้แฮงค์ให้กับเหมย

"ขอบคุณมากนะคะคุณอาชา ไม่รู้จะตอบแทนคุณยังไงเลย" เหมยที่เกรงใจอาชามาก ๆ ก็รับผ้าเย็นจากมือแล้วแกะเช็ดหน้าเช็ดตาให้กับเพื่อนสาวที่เพิ่งจะอ้วกแตกบนทางเท้าของมหาวิทยาลัย

"ฉาน ...อยู่หนาย..ฮืม" เสียงครางยานของเจสซี่ที่ฟังแล้วก็ยิ่งดูตลกงอแงมาก ทั้งที่เหมยเอาผ้าเย็นเช็ดหน้าให้ ดูเหมือนว่าเหล้าหมักของภาคเหนือจะแรงจนทำให้เจ๊สซี่ถึงกับภาพตัด

"เจสซี่แกอยู่เฉย ๆ สิ ให้ฉันเช็ดหน้าให้แกก่อน" เหมยพยายามล็อกแขนของเพื่อนที่ปัดป่ายไปมาเหมือนปลาหมึกก็ไม่ต่าง

อาชาที่เห็นความพยายามของเหมยที่มีต่อเพื่อนอย่างเจสซี่ก็อดขำไม่ได้ จึงหลุดยิ้มมุมปาก

เสือที่เห็นเจ้านายยิ้มก็กลับรู้สึกขนลุกขนพองเพราะเหมือนกับเป็นรอยยิ้มของปีศาจที่แสยะยิ้มออกมา...

"มึงมองอะไรของมึงวะไอ้เสือ" เสือที่เผลอมองเจ้านายจนทำให้อาชารู้ตัว

"ปะ ปะ เปล่าครับ" เสือรีบปฏิเสธทันควัน

"เปล่าอะไรของมึง ก็กูเห็นอยู่เนี่ยว่ามึงจ้องกู" อาชายังคงหรี่ตาและจับผิดบอดี้การ์ดคู่ใจ

"ปกติผมไม่เคยเห็นเจ้านายยิ้มอย่างนี้ ก็เลยรู้สึกขนลุกนะครับ" เสือตอบไปตรง ๆ

"ไอ้เสือ...!" อาชาตะคอกเสือเบา ๆ แต่กลับเป็นภาพที่ดูตลกสำหรับเหมยมาก ๆ.....

Patuloy na basahin ang aklat na ito nang libre
I-scan ang code upang i-download ang App

Pinakabagong kabanata

  • รักสุดท้ายของอาชา   ตอนพิเศษ

    วันเวลาเดินเคลื่อนผ่านไปอย่างรวดเร็วก็เข้าปีที่ 3 เด็กๆโตขึ้นอย่างรวดเร็วเช่นกันเหมยที่ทำหน้าที่ดูแลลูกและหนูน้อยลิลลี่ในเวลาเดียวกันเธอทำทุกอย่างออกมาได้ดีมีแม่บ้านคอยช่วยเหลือบ้างเพราะเธอเองก็ยังทำงานที่เธอรักทำอะไรแต่เช้าครับขณะที่อยู่บนเตียงกว้างกับสามีสุดที่รักอย่างอาชาเขาที่ตื่นมาเห็นหน้าเหมือนเป็นคนแรกในทุกๆวันเช่นนี้เสมอ"กำลังคิดเรื่องพร็อพนิยายใหม่นะคะเดี๋ยวว่าจะแวะเข้าไปที่ไร่ชาสักอาทิตย์หน้าเผื่อไปหาบรรยากาศเปลี่ยนโหมดการทำงานหน่อย"เหมยยิ้มกว้างขณะที่นั่งอยู่บนเตียงหลังจากที่เธอล้างหน้าแปรงฟันเสร็จ"ก็ดีสิครับ จะได้เปลี่ยนบรรยากาศด้วยตอนนี้ที่ร้านมีขนมใหม่ ๆ เยอะเลยนะ ผมก็อยากให้เหมยไปดูเหมือนกัน" อาชาส่งยิ้มแล้วก็ขยับมานอนบนตักของเหมยด้วยท่าทีออดอ้อนแม้จะแต่งงานกันมาเข้าปีที่ 3 แล้วเหยียบปีที่ 4 ทั้งคู่ก็ยังคงความหวานใส่กันและกันเสมออาชาไม่เคยรักเหมยน้อยลงเช่นเดียวกับเหมยที่ไม่เคยรักอาชาน้อยลงเลย"อาทิตย์นี้เห็นหนูน้อยลิลลี่ของเรากับอคินจะไปบ้านของคุณย่าน้ำฟ้านะคะเดี๋ยวคุณพ่อคุณแม่ เหมยจะมารับเอง เห็นว่าบ่นคิดถึงหลาน ๆ" เหมยใช้มือลูบไปตามกลุ่มผมของอาชาแล้วก็ส่งยิ้มอา

  • รักสุดท้ายของอาชา   บทส่งท้าย

    แสงไฟสลัว ๆ ที่โถงทางเดินของโรงพยาบาลส่องให้เห็นกลุ่มคนกลุ่มหนึ่งที่ยืนและนั่งรออย่างใจจดใจจ่อ ทุกคนในที่นั้นต่างมีใบหน้าที่เต็มไปด้วยความกังวลและความหวังปะปนกันไป มีทั้งคุณหญิงวสุธรและคุณบุญรอด ผู้เป็นพ่อและแม่ของอาชา, คุณแม่น้ำฟ้าและคุณพ่อบุญทอง พ่อแม่ของเหมย, และหนูน้อยลิลลี่ ลูกสาววัย 5 ขวบเศษที่มาเฝ้ารอน้องชายคนใหม่ของเธออาชาเดินวนไปมาไม่หยุด เขากุมมือแน่นจนเหงื่อออกซึม ดวงตาจับจ้องไปที่ประตูห้องคลอดอย่างไม่คลาดสายตา ทุก ๆ นาทีที่ผ่านไปเหมือนเป็นชั่วโมงอันยาวนานสำหรับเขาคุณหญิงวสุธรลุกขึ้นจากเก้าอี้พลางวางมือบนบ่าของลูกชาย "ใจเย็น ๆ เถอะลูก เหมยเขาเข้มแข็งจะตาย"คุณบุญรอดเสริมขึ้นมาด้วยน้ำเสียงที่พยายามทำให้หนักแน่น "นั่นสิอาชา เราทุกคนอยู่ที่นี่พร้อมหน้าพร้อมตา ไม่ต้องเป็นห่วงหรอกลูก"พ่อของอาชาตกไปที่บ่าของลูกชายเพื่อเป็นกำลังใจเพราะเขาก็เคยผ่านช่วงเวลานี้ในวันที่อาชาได้คลอดออกมาลืมตาดูโลกเช่นกัน"ครับพ่อ" อาชาหันไปตอบแต่ก็ไม่สามารถลดละสีหน้าความเป็นกังวลที่เป็นห่วงเหมยและลูกในท้องที่กำลังรออยู่ในห้องคลอดได้เลยส่วนอีกฟากหนึ่ง คุณพ่อบุญทองก็โอบกอดคุณแม่น้ำฟ้าไว้แน่น คุณแม่น้ำ

  • รักสุดท้ายของอาชา   ความสุขที่สมบูรณ์แบบ

    ตัดภาพมาที่ทางด้านอาชากับเหมยที่เดินทางมาถึงประเทศญี่ปุ่นในเวลาที่แตกต่างจากไทยทั้งสองมาถึงในวันที่หิมะเริ่มตกพอดีและเป็นช่วงเวลาที่ไม่ได้ตกหนักมากจนเกินไปทำให้เธอได้มองเห็นบรรยากาศที่สวยงามเกินคำบรรยายราวกับออกมาจากเทพนิยายสองร่างก้าวเท้าออกมาจากสนามบินชินชิโตเซะสู่โลกที่ปกคลุมไปด้วยความขาวบริสุทธิ์ของหิมะ เหมยสูดลมหายใจเข้าเต็มปอด สัมผัสได้ถึงไอเย็นที่บริสุทธิ์จนขนลุกไปทั่วทั้งร่าง เธอหันไปมองอาชาที่กำลังยืนยิ้มอยู่ข้างๆ“สวยจังเลยค่ะพี่อาชา เหมือนความฝันเลย” เหมยเอ่ยด้วยน้ำเสียงสั่นเครือด้วยความตื่นเต้นอาชาโน้มตัวลงไปกระซิบข้างหูเธอ “นี่ไม่ใช่ความฝันครับ มันคือโลกแห่งความจริงที่เราจะใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันตลอดไป”เมื่อมาถึงโรงแรม ทั้งสองก็ไม่รอช้าที่จะออกไปสำรวจเมืองที่ปกคลุมไปด้วยหิมะ เหมยกับอาชาจูงมือกันเดินไปตามถนนที่เต็มไปด้วยแสงไฟระยิบระยับ ผู้คนต่างแต่งกายด้วยชุดกันหนาวสีสันสดใส ทำให้บรรยากาศดูมีชีวิตชีวามากยิ่งขึ้นเหมยไม่เคยรู้สึกมีความสุขเท่านี้มาก่อนในชีวิต เธอได้เป็นตัวเองอย่างเต็มที่ ได้ยิ้ม ได้หัวเราะ ได้แสดงความรู้สึกอย่างท

  • รักสุดท้ายของอาชา   เจสซี่เสือ หวานๆๆ

    เสือยืนนิ่งอึ้งในห้องเก็บของที่มืดสลัว ความรู้สึกทั้งประหลาดใจ สับสน และตื่นเต้นปะปนกันไปหมด ริมฝีปากของเขายังคงรู้สึกถึงสัมผัสแผ่วเบาแต่ร้อนแรงของเจสซี่ หัวใจเต้นรัวราวกับกลองศึก“คุณเจสซี่...นี่คุณทำบ้าอะไรเนี่ย!” เสือหลุดปากออกมาด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความประหม่า เขาพยายามผลักดันเจสซี่ออก แต่เธอกลับยิ่งกอดเขาไว้แน่นเจสซี่หัวเราะเบาๆ “ก็เจสซี่บอกแล้วไงคะ ว่าเจสซี่จะทวนความจำให้เสือ” เธอกระซิบข้างหูเขาอย่างหยอกล้อ “แล้วตอนนี้เสือจำได้หรือยังคะ ว่าใครเป็นคนทำแบบนี้กับเสือ”เสือหลับตาลงอย่างอ่อนใจ เขาพยายามรวบรวมสติทั้งหมดที่มี “คุณเจสซี่ครับ ปล่อยผมเถอะครับ” น้ำเสียงของเขาเริ่มสั่นเครือ “มันไม่ถูกต้อง”“ไม่ถูกต้องตรงไหนคะ” เจสซี่แสร้งทำเป็นไม่เข้าใจ “หรือเสือคิดว่าเจสซี่ไม่ดีพอ? เจสซี่เป็นผู้หญิงที่ไม่ได้แย่นะคะ”“คุณดีเกินไปครับ” เสือสวนกลับทันควัน เขาหมายความอย่างนั้นจริงๆ เจสซี่เป็นผู้หญิงที่สวย ฉลาด และมาจากครอบครัวดีๆ . เขาเป็นแค่บอดี้การ์ด...เป็นได้เพียงแค่เงา ที่ไม่ควรมีตัวตนในชีวิตของใคร“เสือไม่ต้องมาหาข้ออ้างเลย” เจสซี่สวนกลับอย่างรู้ทัน “เจสซี่รู้ว่าเสือไม่ได้รังเกียจเจส

  • รักสุดท้ายของอาชา   การแต่งงานที่อบอุ่นและจุดเริ่มต้นของเสือกับเจสซี่

    สามเดือนผ่านไปไวเหมือนโกหกเลิกและงานแต่งของเหมยและอาชาก็มาถึง เพื่อนสาวอย่างเจสซี่บินตรงมาจากออสเตรเลียรวมถึงพราวที่ขับรถจากเชียงรายเพื่อมาหาเพื่อนรักในวันพิธีมงคลสมรสถูกจัดขึ้นอย่างอบอุ่นท่ามกลางแขกในงานมากหน้าหลายตาเสือและเหล่าบอดี้การ์ดทุกคนเข้าประจำจุดด้วยความพร้อมเพียงวันนี้บอดี้การ์ดของอาชาสวมใส่เสื้อทักซิโด้สีขาวแทนสีดำทำให้บรรยากาศยิ่งดูสดใสขึ้นไปอีกเท่าตัวนึงส่วนเหมยที่ได้สวมใส่ชุดเจ้าสาวแบบฝรั่งโดยมีเพื่อนสาวอย่างเจสซี่เป็นผู้ออกแบบและตัดเย็บเองกับมือเธอภูมิใจในไม้แขวนชุดนี้เหลือเกินเพราะคนที่เป็นไม้แขวนเสื้อตัวนี้ก็คือเหมยเพื่อนสาวที่เธอรักที่สุดพิธีมงคลสมรสถูกจัดขึ้นสไตล์ฝรั่งและมีบาทหลวงมากล่าวคำพิธีมงคลต่างๆขณะที่อาชายืนรอเหมยให้เดินออกมากับพ่อบุญทองเขาก็ต้องตกตะลึงเพราะเหมยไม่เคยลองชุดเจ้าสาวให้เขาเห็นเลยแม้แต่ครั้งเดียวเธอบอกว่าเป็นความลับเหมยในชุดเกาะอกสีขาวโชว์ให้เห็นคองามระหงชุดถุงมือสีขาวบางลายลูกไม้ผ้าคลุมผมเหมือนดั่งเจ้าหญิงชุดฟูฟ่องเล็กน้อยไม่ได้ดูมากไปและน้อยเกินไปต่างหูไข่มุกถูกประดับลงบนใบหูทั้งสองข้างสร้อยไข่มุกและตรงกลางฝังด้วยเพชรขนาด สิบห้ากะรัตดูไม่เ

  • รักสุดท้ายของอาชา   ความคิดถึง NC

    ร่างสูงใหญ่ค่อยๆ ก้าวเท้าอย่างแผ่วเบาเข้าไปในห้องนอน กลิ่นหอมอ่อนๆ ที่คุ้นเคยของเหมย ลอยมาแตะจมูก ยิ่งทำให้ใจที่คิดถึงแทบขาดของอาชาเต้นรัวแรง เขาปิดประตูอย่างเบามือที่สุดแล้วเดินตรงไปยังเตียงกว้างอย่างเงียบเชียบดวงตาคมกริบไล่มองร่างเล็กที่นอนขดอยู่ภายใต้ผ้าห่มสีขาวสะอาดตา แสงไฟสลัวจากโคมไฟหัวเตียงส่องกระทบใบหน้าหวานที่กำลังหลับใหล อย่างเป็นสุข เรียวปากบางอิ่มที่เผยอยิ้มเล็กน้อยในยามหลับใหลแสดงให้เห็นว่าเธอกำลังมีความสุขในห้วงฝัน อาชากลัวเหลือเกินว่าถ้าหากไม่ใช่เขาที่ยืนอยู่ตรงนี้ แต่เป็นชายอื่นที่ล่วงล้ำเข้ามาในพื้นที่ส่วนตัวของเธอ เหมยจะเป็นอย่างไรความคิดเหล่านั้นทำให้แววตาของอาชาเต็มไปด้วยความหวงแหนและหึงหวง เขาทรุดตัวลงนั่งข้างเตียง ค่อยๆ เอื้อมมือไปลูบผมยาวสลวยที่กระจัดกระจายอยู่บนหมอนอย่างแผ่วเบา จากนั้นจึงเลื่อนปลายนิ้วไล้ไปตามโครงหน้าหวาน ไล่ลงมาตามลำคอระหง อาชาโน้มตัวลงไปกระซิบเสียงแผ่วข้างหูของเธอ "คิดถึงนะครับ...คิดถึงจนจะบ้าตายอยู่แล้ว"คำกระซิบแผ่วเบาคล้ายจะปลุกให้เหมยรู้สึกตัว เธอขยับตัวเล็กน้อยแล้วลืมตาขึ้นช้าๆ แสงสลั

  • รักสุดท้ายของอาชา   ข่มขวัญศัตรู

    แต่ในขณะที่ความรักของอาชาและเหมย กำลังเบ่งบาน ก็ยังมีเงาของ ธงรวมถึงเมฆินทร์ที่ยังคงพยายามไปมาหาสู่กับเหมยแต่ช่วงนี้เมฆินทร์ที่ยุ่งกับงานค่อนข้างหนักห่างหายเหมยไปสักพักใหญ่แต่ก็ยังคงวนเวียนอยู่ ธงยังคงตามตอแยเหมยอย่างไม่ลดละ ทุกครั้งที่เหมยไปสอนลิลลี่ที่บ้าน ธงมักจะหาโอกาสเข้ามาทักทาย ช

  • รักสุดท้ายของอาชา   สานสัมพันธ์รัก

    วันเวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว ความสัมพันธ์ระหว่างเหมยและอาชาก้าวหน้าไปอย่างช้า ๆ แต่เต็มไปด้วยความมั่นคง อาชาพิสูจน์ให้เหมยเห็นถึงความจริงใจ ความรับผิดชอบ และความรักที่เขามีให้เธอทุกวัน เหมยเองก็เปิดใจยอมรับอาชามากขึ้นเรื่อย ๆ โดยมีลิลลี่เป็นเหมือนกาวใจที่เชื่อมโยงความสัมพันธ์ของทั้งสองให้แ

  • รักสุดท้ายของอาชา   การรอคอยที่ยาวนาน

    วันเวลาผ่านไปอย่างเชื่องช้าสำหรับอาชา แต่สำหรับเหมยแล้ว มันกลับเป็นช่วงเวลาที่เธอได้ทบทวนตัวเองและเรื่องราวทั้งหมดที่เกิดขึ้น ตอนนี้มีหมาสีขาวพันธุ์ไทยที่มาอยู่เป็นเพื่อนเหมยทุกวันชื่อคุณนายสีด่าง ที่ชื่อสีด่างเพราะทั้งตัวมีแต่รอยดำ เป็นจุดดำ ๆ เหมือนแม่วัว "เจ้าสีด่

  • รักสุดท้ายของอาชา   เคลียร์ใจ

    อาชาพยักหน้าช้าๆ เขาเข้าใจดีว่าเธอต้องการเวลา “ได้ครับเหมย ผมจะให้เวลาคุณ แต่ได้โปรด อย่าหนีผมไปอีกเลยนะครับ ผมขอร้อง”เขาลุกขึ้นยืนอย่างช้าๆ แล้วหยิบนามบัตรของเขาออกมาจากกระเป๋าสตางค์ “นี่เบอร์โทรศัพท์ของผม และนี่คือเบอร์โทรศัพท์มือถือที่ผมใช้ส่วนตัว ถ้าคุณต้องการอะไร หรือเมื่

Higit pang Kabanata
Galugarin at basahin ang magagandang nobela
Libreng basahin ang magagandang nobela sa GoodNovel app. I-download ang mga librong gusto mo at basahin kahit saan at anumang oras.
Libreng basahin ang mga aklat sa app
I-scan ang code para mabasa sa App
DMCA.com Protection Status