เข้าสู่ระบบ
"พี่จะเปลี่ยนใจไม่ให้หวานไปดีไหม" วิศรุตกระซิบชิดผิวนุ่มขณะที่ปลายนิ้วยังคงรังแกจุดอ่อนไหวของเธอ "อือ... พี่รุต หวานตัดสินใจไปแล้ว" เธอประท้วงเสียงสั่น ทว่าร่างกายกลับแอ่นรับสัมผัสจากลิ้นร้อนที่กำลังบดขยี้อย่างช่ำชอง เขาไม่ได้แค่อยากหาความสุข แต่เขาต้องการ 'ฝัง' สัมผัสของเขาลงไปในทุกอณูเนื้อของเธอ เพื่อให้เธอไม่สามารถลืมเขาได้แม้แต่วินาทีเดียวที่อยู่ปารีส เขายังคงซุกใบหน้าหล่อเหลาอยู่ตรงนั้น ลิ้นสากลากผ่านจากบนลงล่างพร้อมบดขยี้ดูดกลืนเม็ดทับทิมสีหวานของจุดเสียวอีกรอบน้ำหวานสั่นสะท้านไปทั่งร่าง “อือ..พี่รุตขา” วิศรุตชอบเวลาเธอครางเรียกชื่อเขา มันดีกว่าหมาแก่เป็นไหนๆ เสียงครางของเธอและร่างสาวที่สั่นสะท้านบ่งบอกว่าตอนนี้เธอล่องลอยไปสู่ขอบสวรรค์แล้ว ลิ้นหนายังคงกวาดต้อนชิมความหวานจากกายสาวที่หลั่งไหลออกมาอย่างเจิ่งนอง แรงหายใจหอบถี่จน อก กระเพื่อมขึ้นลงตามจังหวะหายใจเข้าออก เขาเอามือเช็ดปาก“ถ้าพี่เปลี่ยนใจไม่ให้หวานไป” เธอรีบเอานิ้วมือปิดปากเขาไว้ “หวานตัดสิใจไปแล้ว”สายตาสอดประสานกันอย่างลึกซึ้งมือบางลูบไล้วนบนอกแกร่งพลางขยี้ปุ่มบนยอด อกเขาเบาๆ เธอก้มหน้าซบลงบนอกซุกไซร้เ
วิศรุตถอนจูบออกเพียงชั่วครู่ก่อนจะประคองกึ่งลากน้ำหวานตรงไปยัง ห้อง VVIP ของคลับอีกครั้ง เพื่อสานต่อความสัมพันธ์ที่ค้างคาให้จบลงด้วยความเร่าร้อนในคืนสุดท้ายนี้ แสงไฟจากภายนอกที่ลอดผ่านม่านหนาเข้ามาเป็นสีสลัวสลัว ทำให้บรรยากาศในห้องเงียบงันจนได้ยินเสียงลมหายใจที่หอบกระชั้นของทั้งคู่ วิศรุตไม่ได้แค่กักขังเธอไว้ด้วยอ้อมกอด แต่เขากำลังใช้สายตาต้อนเธอให้จนมุม "พี่บอกแล้วไงว่าซาร่าไม่มีความหมาย... แล้วเรื่องแมวที่เธอเข้าใจผิด พี่ก็แค่เหงาเพราะไม่มีเธอ" เสียงทุ้มต่ำพร่าชิดใบหูเล็ก มือหนาเริ่มลูบไล้จากต้นแขนเนียนขึ้นไปสู่ลำคอระหง "ใจคอจะทิ้งกันไปทั้งที่ยังเข้าใจผิดแบบนี้จริงๆ เหรอ น้ำหวาน" น้ำหวานพยายามจะประคองสติที่เหลืออยู่เพียงน้อยนิด แผ่นหลังของเธอเสียดสีกับประตูไม้จนรู้สึกร้อนวูบวาบไปทั้งตัว ความโกรธที่เคยมีมันมลายหายไปเกือบหมดตั้งแต่วินาทีที่เขาอธิบายเรื่องความจริง แต่มันถูกแทนที่ด้วยความประหม่าเมื่อรับรู้ถึงแรงอารมณ์ที่สื่อออกมาจากร่างสูง "แต่หวานตัดสินใจแล้ว... หวานขอคุณพ่อแล้ว ยังไงหวานก็ต้องไปปารีส" เธอตอบเสียงสั่น พยายามหลบสายตาคมกริบคู่นั้น วิศรุตเค่นยิ้มที่มุมปาก เป็นยิ
คำพูดของธีร์เหมือนหมัดฮุคที่ซัดเข้ากลางหน้าของวิศรุต เขาขบกรามแน่นจนเป็นสันนูน ถึงว่า... ตลอดหลายวันที่ผ่านมา เขาพยายามโทรหาแต่เธอก็ไม่รับ ส่งไลน์ไปเป็นสิบข้อความเธอก็ไม่อ่าน มันไม่ใช่แค่การงอนธรรมดา แต่มันคือการ "ตัดใจ" “บัดซบเอ๊ย!” วิศรุตสบถออกมาอย่างเหลืออด “ถ้าไม่ติดว่ามีงานด่วนของบริษัทที่ต้องเคลียร์ให้จบภายในชั่วโมงนี้ ฉันบุกไปลากตัวมาคุยที่บ้านตั้งแต่นาทีแรกแล้ว!” เขาหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา กดเข้าแชตของน้ำหวานที่นิ่งสนิทมาหลายวัน แววตาที่เคยแข็งกร้าวบัดนี้สั่นไหวด้วยความร้อนรน เขาต้องรีบเคลียร์งานนี้ให้เร็วที่สุด เพื่อจะไปง้อให้เธอกลับมาเข้าใจเขาให้ได้ก่อนที่ปีกของ "ยัยแมวเปรี้ยว" จะกางออกและโบยบินหนีเขาไปไกลถึงปารีส คืนสุดท้ายก่อนบิน ที่โซน VIP ธีร์ นั่งประคอง มิ้น ไว้ในอ้อมกอดอย่างไม่แคร์สายตาใคร ทั้งคอยลูบแขน ถามไถ่ด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล "หิวมั้ยครับ? หนาวหรือเปล่า?" พร้อมกับหอมแก้มเนียนไปฟอดใหญ่ จนคนข้างๆ อย่าง น้ำหวาน ถึงกับทนไม่ไหว เบะปากมองบนด้วยความหมั่นไส้ "พี่ธีร์คะ... เพลาๆ ลงบ้างก็ได้ค่ะ มดมันจะขึ้นไนต์คลับพี่พายุอยู่แล้วเนี่ย!" มะปราง ที่พยายามเต้นเพื่อให้ลืมคว
วิศรุตขับรถมาจอดซุ่มอยู่หน้าบ้านน้ำหวานในความมืด เขาทำได้แค่จ้องมองแสงไฟจากหน้าต่างห้องนอนของเธอที่ยังเปิดสว่างอยู่ ใจหนึ่งก็อยากจะบุกเข้าไปเคลียร์ให้รู้เรื่อง แต่อีกใจก็รู้ว่าความสัมพันธ์ตอนนี้มันเปราะบางเกินกว่าจะทำให้อาอัธ ไม่พอใจ เขาตัดสินใจกดส่งข้อความรัวๆ แม้จะรู้ว่าถูกบล็อกเบอร์โทร แต่ไลน์ที่เธอบล็อกไว้อาจจะถูกเปิดอ่านถ้าเธอเปลี่ยนใจ วิศรุต: "พี่จอดรถอยู่หน้าบ้านนะน้ำหวาน... พี่รู้ว่าเธอโกรธเรื่องซาร่า แต่เรื่องแมวที่เธอได้ยิน มันคือแมวเหมียวจริงๆ พี่ไม่ได้จะหาใครมาแทนที่เธอ พี่รักเธอคนเดียว... ออกมาคุยกันหน่อยได้ไหม?" น้ำหวานยืนแอบอยู่หลังม่าน เห็นรถสปอร์ตคันคุ้นตาจอดนิ่งอยู่ข้างล่าง หัวใจเธอสั่นไหวแต่ความเจ็บปวดมันมีมากกว่า เธอหยิบมือถือที่ปลดบล็อกชั่วคราวขึ้นมาอ่านข้อความนั้น... น้ำตาเม็ดโตหยดลงบนหน้าจอ "รักเหรอ... รักแล้วทำไมต้องเอาเรื่องของหวานไปพูดเล่นกับผู้หญิงคนนั้น" เธอกระซิบกับความว่างเปล่า เธอกด Block อีกครั้งอย่างแน่วแน่ ก่อนจะหันไปหา แก๊ง 4 สาว ในกรุ๊ปแชตที่กำลังคุยกันเรื่องจองตั๋วเครื่องบิน น้ำหวาน: "ตั๋วออกวันจันทร์หน้าเลยนะพวกแก ฉันพร้อมแล้ว" มะนาว
น้ำหวานนั่งร้องไห้โฮอยู่ในรถเพียงลำพัง มือเรียวหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเห็นข้อความของวิศรุตที่ส่งมาเมื่อสิบนาทีก่อนว่า คิดถึงแมวดื้อจัง ยิ่งเห็นเธอยิ่งรู้สึกรังเกียจ "ไอ้คนเจ้าเล่ห์! ไอ้หมาแก่ใจร้าย! จะหาตัวใหม่ใช่ไหม... ได้!" น้ำหวานวิ่งหนีไปพร้อมน้ำตาที่คลอเบ้า โดยไม่ได้ยินประโยคเด็ดขาดจากปากวิศรุตที่ตอบโต้ซาร่าอยู่ในห้องว่า... "ซาร่า ผมไม่ได้อยากให้คุณมาชอบอะไรเหมือนผม และผมมีคนที่ผมรักอยู่แล้ว ส่วนเรื่องแมว ถ้าคุณอยากเลี้ยงก็เรื่องของคุณ! คุณชอบตัวไหนก็เลือกเอาเองตามสบายเลยนะ“ ”แต่ซาร่า รักคุณ“ ”นี่ฟังนะซาร่า ผมไม่ได้รักคุณ“ ”แล้วเรื่องระหว่างเราละคะคุณจะจบง่ายๆแบบนี้เหรอคะ” ”ไม่มีเรื่องของเรามันไม่ได้จบซาร่า เพราะมันไม่เคยเริ่มด้วยซ้ำ“ หลังจากที่วิศรุตจัดการตัดความสัมพันธ์กับซาร่าไปอย่างไม่ใยดี เขาก็กลับมานั่งที่โต๊ะทำงานด้วยความรู้สึกหงุดหงิดลึกๆ ที่จู่ๆ น้ำหวานก็เงียบหายไป ทั้งที่ปกติป่านนี้ต้องมีข้อความมาจิกเขาแล้ว เขาจึงกดอินเตอร์คอมเรียกเลขาหน้าห้อง "ทวี... เข้ามาหาผมหน่อย แล้วสั่งกาแฟเข้ามาให้ผมแก้วนึงนะ" ไม่กี่นาทีต่อมา ทวีเดินถือแฟ้มเอกสารเข้ามาพร้อมกับทำหน้
ผ่านไปหลายวัน วิศรุตยังคงทำหน้าที่สารถีที่ดี เที่ยวมารับส่งน้ำหวานไปทำงานพาร์ทไทม์ที่ร้านกาแฟทุกวันไม่เคยขาด “เมื่อไหร่จะลาออกจากร้านกาแฟสักทีล่ะหืม... ยัยแมวเปรี้ยว” พี่รุตถามพลางใช้นิ้วเคาะพวงมาลัยจังหวะเบาๆ ขณะรอไฟแดง “ทำไมคะ แค่มารับส่งหวานไม่กี่วันท่านประธานก็เริ่มเหนื่อยแล้วเหรอ” น้ำหวานแกล้งถามพร้อมทำหน้ายู่ใส่ “ไม่ใช่เหนื่อยครับ... แต่พี่เห็นว่าเราใกล้จะต้องบินไปเรียนต่อแล้ว พี่แค่อยากให้หวานได้หยุดพัก เตรียมตัวเตรียมใจให้พร้อมบ้างไงครับ” เขาหันมาสบตาด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความห่วงใย น้ำหวานมองหน้าคนตัวโตแล้วแอบอมยิ้มในใจ “โอเคค่ะ งั้นพรุ่งนี้หวานไปลาออกเลยดีกว่า!” เมื่อพี่รุตไปส่งเธอเสร็จ น้ำหวานก็หยิบโทรศัพท์โทรหา มะนาว ทันทีเพื่อบอกข่าวดีที่เธอแอบตัดสินใจไว้ในใจมาสักพักแล้ว "มะนาว... ฉันตัดสินใจแล้วนะ เรื่องทุนออกแบบที่ปารีส ฉันจะสละสิทธิ์ให้แกไปแทน" "จริงเหรอหวาน! แกแน่ใจนะ!" มะนาวร้องเสียงหลงด้วยความดีใจและไม่อยากจะเชื่อหูตัวเอง "อื้อ... ฉันอยากอยู่ช่วยงานคุณพ่อที่บ้าน และที่สำคัญ... ฉันยังอยากอยู่ข้างๆ พี่รุตด้วย ฉันไม่อยากไปไกลๆ ตอนนี้“ “เดี๋ยวฉันจะเอากาแฟเข้าไป







