Masukเข็มทิศรู้สึกร้อนรนใจมาก เมื่อห้องของมินตรามืดสนิทไฟปิดทุกดวง ปกติแล้วเธอจะปิดไฟนอนก็ปาไปสามสี่ทุ่มแล้วนี่ แต่มันเพิ่งจะสองทุ่มเองเธอจะเป็นอะไรไปไหม ชายหนุ่มมองซ้ายแลขวา เมื่อแน่ใจว่าบิดามารดาเข้านอนกันหมดแล้ว ชายหนุ่มจึงค่อยๆ เปิดประตูออกมาจากบ้าน ก่อนจะกระโดดปีนขึ้นไปบนกำแพงข้ามมาทางฝั่งบ้านของมินตรา..
เขาเดินสำรวจรอบบ้านหน้าต่างก็งัดไม่ได้ จะปีนก็ไม่มีบันได ชายหนุ่มพยายามใช้ความคิดอยู่สักพัก จนนึกได้ว่าเขาเป็นคนล็อกประตูเอง แล้วไม่ได้ลงกลอนด้านใน เพราะตอนออกมาเขากดเพียงลูกบิดเท่านั้น เมื่อคิดได้เข็มทิศก็เดินไปรอบๆ บ้านเขามองหาลวดอยู่นาน เพื่อใช้ปลดล็อกลูกบิดแต่ก็ไม่เจอเข็มทิศตัดสินใจเดินไปที่ร้านกาแฟ เพราะที่นั่นเพิ่งสร้างเสร็จอาจจะมีลวดหลงเหลืออยู่บ้าง
เข็มทิศเปิดไฟฉายในโทรศัพท์หาอยู่สักครู่ก็ได้ลวดตามที่เขาต้องการ ชายหนุ่มตรงไปที่ประตูทันทีก่อนจะทำการสอดลวดแล้วค่อยๆ ดึงออกเขาทำอยู่แป๊บหนึ่งประตูก็เปิดออก.
“เยส!..” เข็มทิศพูดพร้อมกับกำปั้นทำท่าทางสะใจ ที่สามารถไขลูกบิดเข้าไปได้..
เขาค่อยๆ เดินขึ้นไปที่ชั้นบน แล้วตรงไปยังห้องนอนของสาวรุ่นพี่ เข็มทิศเคาะประตูไปหลายที แต่ก็ไม่มีคนเปิด เวลานี้หัวใจของเขามันเต้นตุ๊บๆ เพราะกลัวว่าเธอจะเป็นอะไรไป..
“กินยา ผูกคอ... กดหัวตัวเองลงในอ่างน้ำยี้ แค่คิดก็สยองแล้ว” เขาพูดคนเดียวก่อนจะเคาะประตูรัวๆ อีกครั้ง เมื่อเคาะแล้วเธอยังไม่เปิด เขาจึงใช้วิธีเอาตัวกระแทกประตูแรงๆ ลงไปหลายครั้ง ในที่สุดประตูก็เปิดกว้างออก
ชายหนุ่มรีบวิ่งไปที่เตียงนอน ที่เวลานี้แสงไฟข้างนอกกระทบเข้ามาพอให้เห็นเงาของคนที่กำลังนอนอยู่บนเตียง ก่อนจะใช้ไฟฉายที่มือถืออีกครั้งเพื่อหาสวิตช์ไฟ เมื่อเขาเปิดไฟสว่างจ้าไปทั่วห้องคนที่ตกใจที่สุดคือมินตรา..
“เฮ้ย! นายเข้ามาได้ยังไง นายจะทำอะไรฉันออกไปนะออกไปเดี๋ยวนี้!” มินตราพูดพร้อมกับลุกขึ้นนั่ง ก่อนจะเอื้อมมือไปคว้าโคมไฟที่หัวเตียงมาถือไว้ เพราะในเวลานี้มันคืออาวุธเพียงชิ้นเดียวที่อยู่ใกล้เธอที่สุด..
“วางมันลง!” เข็มทิศพูดออกมาด้วยน้ำเสียงที่เกรี้ยวกราด
“ไม่! ไม่มีทาง! นายอย่าเข้ามานะไม่อย่างนั้นฉันจะปาโคมไฟนี่ใส่นายเลย!” เข็มทิศไม่ฟังที่มินตราพูดเขาเดินเข้าไปใกล้ พร้อมทั้งดึงโคมไฟออกจากมือของเธออย่างง่ายดาย
“ฉันไม่สู้แล้วก็ได้อย่าทำอะไรฉันเลยนะ ถ้านายอยากได้อะไรก็เอาไปเลยทีวีก็ขายได้เอาไปเลย เอาไปสิ โน้ตบุ๊กก็มีเอาไปด้วยก็ได้” มินตราพูดพร้อมกับชี้ไปที่ทีวีจอเล็ก สำหรับเอาไว้ดูบนห้องและโน้ตบุ๊กบนโต๊ะทำงาน จนทำให้เข็มทิศอดที่จะขำไม่ได้ เธอคิดได้ยังไงว่าเขาจะมาปล้น..
“นี่คุณมินตราคุณบ้าไปแล้วเหรอ ที่ผมดึงโคมไฟออกจากมือของคุณ แค่กลัวว่าไฟมันจะช็อตคุณถือขึ้นมาได้ยังไงทั้งที่ยังเสียบปลั๊กอยู่แบบนั้น”
“เรื่องนั้นมันไม่สำคัญหรอก แล้วนายเข้ามาในห้องฉันได้ยังไงเข้ามาทำไม” มินตราเริ่มโวยวายออกมาเสียงดัง
“ผมเคาะประตูจนมือบวมหมดแล้วเนี่ย... แถมยังเอาตัวกระแทกที่ประตูหลายครั้ง อย่าบอกนะว่าคุณหลับลึกจะไม่ได้ยินอะไร”
“เปล่าไม่ได้หลับแค่พักสายตาแล้วก็ฟังเพลงไปด้วยสงสัยจะใส่หูฟังเลยไม่ได้ยินอะไร” เธอพูดพร้อมทั้งยื่นหูฟังให้เขาดู สรุปแล้วชายหนุ่มคิดไปเองทั้งนั้น เธอนอนฟังเพลงเฉยเลยตรงกันข้ามเขาที่เป็นบ้าไปเองคนเดียว
“คราวหน้าคราวหลังไม่ต้องใส่แล้วนะหูฟังอันนี้ อยากฟังเพลงก็เปิดเสียงดังไปเลยแต่ไม่ต้องดังมากล่ะ...เดี๋ยวโจรเข้ามาจะไม่ได้ยินเอา” เขาพูดพร้อมกับนั่งลงที่เตียงของเธอ มินตราทำหน้างงในรอบที่ร้อยแล้วมั้งตั้งแต่เจอเขา
“ลุกกลับบ้านไปได้แล้ว คราวหน้าคราวหลังก็ไม่ต้องงัดบ้านคนอื่นแบบนี้นะ บ้าไปแล้วเหรอ”
“ใช่ผมมันบ้า! บ้าที่เป็นห่วงคุณ” เข็มทิศพูดออกมาด้วยใบหน้าและน้ำเสียงที่ดูจริงจัง
“ห่วงมิน... ห่วงทำไม มินก็สุขสบายดีไม่ได้เป็นอะไรสักหน่อย”
“ก็ตอนหัวค่ำเห็นร้องไห้ คิดว่าเสียใจจนทำอะไรบ้าๆ คิดสั้นฆ่าตัวตายประมาณนั้น”
“ฮ่าๆ!...นายคิดได้ไง” มินตราหัวเราะออกมาตลกในสิ่งที่ชายหนุ่มนั้นคิดไปไกล
“ถ้าเป็นเรื่องเจตต์มินลืมมันไปนานแล้ว”
“จริงอ่ะลืมแน่นะ!” เขาไม่พูดเปล่าแต่ล้มตัวลงนอนที่เตียง พร้อมทั้งยังดึงผ้าห่มของเธอมาห่ม ราวกับว่าเตียงนี้ห้องนี้เป็นของเขา นี่มันอะไรกันมินตราเริ่มทำหน้างงอีกครั้ง.
“ลุกเลยนะนายไม่ใช่เด็กแล้วนะ ลุกไปบ้านนายเดี๋ยวนี้!” พอสิ้นเสียงพูดมินตรา เข็มทิศก็คว้าตัวหญิงสาวให้ล้มเข้ามาอยู่ในอ้อมกอดของเขา โดยที่เธอยังไม่ทันได้ตั้งตัว จากนั้นเขาก็จัดแจงให้เธอหันหน้าเข้าหากับอกกว้าง โดยที่หัวของสาวรุ่นพี่ยังนอนหนุนที่แขนซ้ายของเขาอยู่ ส่วนแขนขวานั้นเขาได้โอบกอดเอวคอดของเธอเอาไว้
“ปล่อยนายจะทำอะไร นายจะทำแบบนี้ไม่ได้นะถ้าแม่นายรู้เข้า เรื่องใหญ่แน่”
“จุ๊! จุ๊! จุ๊! เงียบๆ” เขาพูดพร้อมทั้งเอานิ้วชี้มาจุ๊ที่ปากเธอเอาไว้ไม่ให้พูดอะไรต่อ
“เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับแม่ นอนได้แล้วพรุ่งนี้เปิดร้านเดี๋ยวตื่นสายนะ”
“นายรู้ได้ยังไงว่าฉันจะเปิดร้านวันพรุ่งนี้” มินตราถามพร้อมกับเงยหน้าขึ้นมองหน้าชายหนุ่มรุ่นน้อง
“เรื่องนั้นช่างมันเถอะเดี๋ยวพรุ่งนี้ผมจะไปช่วยที่ร้าน”
“ไม่ได้พรุ่งนี้นายต้องไปทำงานไม่ใช่เหรอ”
“ลา!” คำพูดสั้นๆ ที่หนักแน่นทำให้สาวรุ่นพี่ถึงกับตกใจ
“ฮ๋าา! นี่นายบ้าไปแล้วเหรอ”
มินตราพูดพร้อมทั้งดันตัวเองเพื่อลุกขึ้น แต่กลับโดนเขากดหัวลงไปซบอกกว้างนั่นอีกครั้ง เวลานี้ใจของเธอมันเริ่มเต้นไม่เป็นจังหวะอีกรอบ มินตราพยายามบอกกับตัวเองเสมอชายหนุ่มไม่มีทางคิดอะไรกับเธอมากไปกว่าเพื่อนบ้าน แถมเธอยังไม่ใช่สาวบริสุทธิ์ เพราะเพิ่งผ่านการแต่งงานมาไม่นานด้วยอายุและหน้าตาของเขาคงหาผู้หญิงที่ดีกว่าเธอนั้นได้ไม่ยาก แต่การกระทำและแสดงออกของเข็มทิศในเวลานี้ มันทำให้เธออดที่จะคิดไม่ได้ว่าเขากำลังชอบเธออยู่..
“คิดอะไรอยู่นอนได้แล้ว!”
“ปล่อยมันอึดอัด” เธอพูดพร้อมกับดิ้นไปมาจนเขาใช้ขามาทับที่ตัวของเธอเอาไว้
“อย่าดิ้นบอกว่าอย่าดิ้น! ถ้าขืนยังไม่ฟังผมจะทำมากกว่ากอดอยากลองไหม”
“ไอ้เด็กบ้า!”
“ผมไม่เด็กแล้วนะครับลองดูไหมจะได้รู้” ชายหนุ่มพูดพร้อมกับโน้มจมูกมาชิดกับใบหน้าของเธอ ที่เวลานี้มันแดงยังกับลูกตำลึงสุก คำพูดของเขาเธอรู้สึกถึงความหมายของมันดี
“แค่ล้อเล่นนอนได้แล้วผมไม่ทำอะไรหรอกสัญญาด้วยเกียรติของลูกผู้ชายเลย”
จุ๊บ!!..เข็มทิศขโมยจูบไปที่เรียวปากได้รูปของเธอเบาๆ
“ไหนว่าจะไม่ทำอะไรมากไปกว่านี้แล้วไงคนขี้โกง” เธอพูดอย่างเอียงอาย เมื่อหลบเขายังไงก็หลบไม่พ้นขาก็ถูกทับไว้ ตอนนี้มือของเขาทั้งสองข้างได้โอบร่างของเธอเอาไว้แน่น มันไม่ต่างอะไรกับเธอกำลังนอนอยู่ภายใต้อ้อมกอดของเขา สิ่งที่เธอพยายามไปให้พ้นมันน่าแปลกเมื่อยิ่งหนีก็ยิ่งเจอ
"มินตราไม่ค่อยสบาย นอนอยู่ในห้องโน่น" "ถ้าอย่างนั้นเรามาคุยเรื่องงานกันดีกว่าจะได้ออกไป คุณมินตราพักผ่อนอยู่ ไม่อยากให้เสียงไปรบกวนเธอ ที่สำคัญเวลานี้น้องหนูคงอยากให้ผมออกไปจากห้องนี้แล้ว" เจมส์พูดจบก็หันหน้าไปทางเด็กน้อย ที่เวลานี้เธอตั้งหน้าตั้งตาจ้องมองไปที่จอสมาร์ตโฟนอย่างเดียว การคุยธุรกิจระหว่างบริษัทของแพรวา โดยมีตัวแปรสำคัญคือเจมส์นั้นได้ผ่านพ้นไปด้วยดีตอนเย็นหลังเลิกงานเข็มทิศพามินตราไปที่คลินิก ซึ่งเป็นหมอที่เขาคุ้นเคยเป็นอย่างดี เพราะหมอพายนั้นเป็นเพื่อนของเขาเอง ถึงไม่สนิทมากแต่ก็ถือว่าสนิทในระดับหนึ่ง"หมอขอแสดงความยินดีด้วยนะคะ คุณแม่ตั้งครรภ์ได้หกสัปดาห์แล้วค่ะ"แม้ว่ามินตราจะพอทราบอาการ แต่เธอก็ไม่วายที่จะตื่นเต้นอยู่ดี ในเวลานี้หัวใจของเธอเต้นแรงขึ้นอีกครั้ง เมื่อมันเป็นเรื่องที่น่ายินดี มือเล็กเรียววางไว้ที่หน้าท้อง ก่อนจากลูบไปมาเบาๆ ร้อยยิ้มผุดขึ้นมาบนใบหน้า ก่อนน้ำตาไหลออกมาราวกับสั่งได้ มันคือน้ำตาแห่งความยินดี เมื่อเธอรู้สึกตื้นตันจนเอื้อนเอ่ยออกมาเป็นคำพูดไม่ได้ เมื่อสิ่งมีชีวิตกำลังจะก่อเกิดขึ้น จากการหล่อหลอมรวมเป็นหนึ่ง ด้วยความรักทั้งหมดที่มีระห
"มินไม่รู้เหมือนกัน เย็นนี้ไปหาหมอก็รู้ อาจจะเป็นเรื่องดีก็ได้นะเข็มทิศอย่าคิดมากสิ""ไม่สบายมันน่ายินดีตรงไหนมินตรา ผมอยากรู้เหลือเกิน คุณมีอะไรปิดบังผมไว้หรือเปล่าเนี่ย”"ดูทำหน้าเข้ายังกับคนแก่ไปได้" มินตราแกล้งพูดเอ็ดสามีออกไป"ทำไมแกไม่แก่เด็ดแล้วกัน" ชายหนุ่มพูดออกมาด้วยใบหน้ายียวนกวนเล็กน้อย“เข็มทิศลูกได้ยินหมดนะที่นายพูดเนี่ย""ทำไมคะคุณแม่คุณพ่อชอบเด็ดใบไม้เหรอคะ"ฮ่า! ฮ่า! ฮ่า! เข็มทิศอดที่จะหัวเราะออกมาไม่ได้ ให้กับคำพูดของกาลเวลา ที่ใส่ซื่อแต่พูดจามีเหตุผลเพราะคำว่าเด็ดนั้นต้องใช้กับใบไม้สินะเพียะ!!"โอ๊ย!!คุณตีผมทำไมเนี่ย""ชอบวกมาเรื่องแบบนั้นอยู่เรื่อย เดี๋ยวเหอะทานข้าวไปเลยค่ะน้องหนู" เข็มทิศกับลูกสาวมองตา พร้อมกับส่งยิ้มให้กัน เมื่อสองพ่อลูกถูกมินตราดุเบาๆบริษัทเข็มทิศชายหนุ่มพาภรรยาและลูกสาวเดินเข้ามาในบริษัท ทุกคนต่างจ้องมองมาเป็นตาเดียว เพราะนี่เป็นครั้งแรกที่มินตรากับลูกได้มาเหยียบที่นี่ ซึ่งคนส่วนมากก็ไม่ค่อยทราบเรื่องส่วนตัวของเข็มทิศ เพราะเขาไม่ค่อยได้เปิดเผย เนื่องจากมินตรากับลูกนั้นไม่ชอบเป็นข่าว ตั้งแต่ครานั้นตอนที่มินตราเป็นนางแบบ หลังจากนั้นข่างของเธอก
“ฮึก ฮื้อ! คุณแม่ขา น้องหนูเจ็บตรงนี้ค่ะ” กาลเวลาร้องออกมาพร้อมกับเอามือลูบลงไปที่ข้อเท้าของเธอ"อย่าขี้แยหน่อยเลย นังเด็กเหลือขอเอ๊ย!"เมื่อเข็มทิศเดินเข้ามาถึง เขาได้ยินทุกคำพูดของแพรวา ที่หล่อนกำลังพูดด่าทอกาลเวลาลูกสาวของเขาอยู่ในเวลานี้"นี่คุณแพรวาเด็กตัวแค่นี้ ทำไมคุณถึงพูดจาเหมือนกับเด็กน้อยนั่นทำผิดมหันต์!" น้ำเสียงเข้มฟังดูแข็งกร้าว พร้อมกับแฝงด้วยความโกรธ ทำให้มินตราตกใจเล็กน้อย ที่เจอกับสามีของเธอที่นี่ ส่วนกาลเวลานั้นก็เอาแต่ร้องไห้ ไม่สนใจคนรอบข้าง จนกลายเป็นจุดสนใจของไทยมุงเริ่มมองมาที่กาลเวลาและแพรวาเข็มทิศโน้มตัวก้มลงไปอุ้มกาลเวลาขึ้นมา เมื่อเด็กน้อยมองเห็นว่าเป็นบิดาของเธอ ลำแขนเล็กของกาลเวลาโอบรัดไปที่คอแกร่งของเข็มทิศ พร้อมกับซบใบหน้าเข้าหาอกแกร่งของบิดาทันที“ฮึก ฮื้อ!”"โอ๋... ไม่ร้องนะครับคนเก่ง"ชายหนุ่มพูดปลอบลูกสาว พร้อมกับเอามือลูบลงที่เส้นผมของกาลเวลาเบาๆ ไอศกรีมในมือของเด็กน้อยเวลานี้มันได้เลอะเสื้อของผู้เป็นบิดาไปหมด จึงทำให้แพรวานั้นอดที่จะพูดออกไปไม่ได้"เข็มทิศเด็กนี่กำลังทำเสื้อของคุณเลยนะคะ เด็กอะไรก็ไม่รู้ คุณเป็นแม่ภาษาอะไร หัดอบรมดูแลลูกหน่อยสิ เ
ในเวลานี้เข็มทิศเองก็พยายามเลื่อนเก้าอี้ ขยับถอยห่างออกมา หากเธอไม่ใช่ลูกค้าคนสำคัญ เขาคงจะไม่เกรงใจคงจะพูดตรงๆ ออกไป โดยที่ไม่ต้องรักษาน้ำใจเธอเลยสักนิด"คุณแพรวาอาหารมาแล้ว ทานข้าวเถอะครับ พอดีว่าช่วงบ่ายผมมีประชุม” ชายหนุ่มพยายามบอกปัดหล่อนไปทางอ้อม เมื่อหญิงสาวเริ่มรุกหนัก เธอไม่อายคนรอบข้างบ้างเลยหรืออย่างไร"อะไรกันคะ เพิ่งออกมาเจอแพรก็จะรีบกลับ แพรไม่ยอมจริงๆ ด้วย ตอนเย็นคุณต้องพาแพรไปดินเนอร์เพื่อเซ็นสัญญา” คราวนี้หล่อนได้หยิบยกเอาสัญญาขึ้นมาเป็นข้ออ้าง ทั้งที่บอกกับเจมส์เอาไว้ว่า จะเซ็นสัญญาก็ต่อเมื่อเข็มทิศกลับมา และให้เขานัดให้เธอในวันนี้"ผมจะให้ไอลินนัดเจรจาเซ็นสัญญากับคุณอีกทีนะครับ พอดีช่วงเย็นผมก็มีธุระต้องรีบกลับบ้าน""หากคุณจะส่งตัวแทนมา แพรจะขอยกเลิกสินค้าทั้งหมดทั้งหมด แล้วจะไปสั่งที่อื่นแทน” แพรวาพูดพร้อมกับเชิดหน้าหันมองไปทางอื่น เธอทำเหมือนกับคู่รักกำลังงอนกัน เข็มทิศรู้สึกเอือมระอากับการที่ต้องมาเอาใจลูกค้ารายใหญ่ ที่สำคัญต่อบริษัท ซึ่งหล่อนไม่มีอิทธิพลต่อจิตใจของเขาเลยสักนิด"พอดีผมนัดกับลูกสาวเอาไว้ ตอนเย็นไม่ว่างครับคุณแพรวา" ในที่สุดเข็มทิศก็ตัดสินใจพูดเรื่
เช้าของวันใหม่เข็มทิศเตรียมตัวออกไปทำงาน แต่ลูกสาวกาลเวลาวิ่งมาเกาะแข้งเกาะขาจะเป็นทำงานกับคุณพ่อ เธอร้องอยู่อย่างนั้น จนมินตราถือไม้เรียวเดินออกมาหน้าบ้าน เพราะไม่อยากให้กาลเวลานั้นเอาแต่ใจเกินไป งอแงจะตามบิดาไปทำงานเกือบทุกวันเสียจนเคยตัว"น้องหนูจะไปกับคุณพ่อค่ะ ให้น้องหนูไปด้วยนะคะ" เด็กหญิงแก้มใส พูดจาเจี๊ยวจ๊าวออกมาเข็มทิศย่อตัวลงนั่ง เพราะเขาเองก็ไม่อยากห่างลูกเลยแม้เพียงนาที แต่ก็มีหน้าที่ต้องไปทำงานหาเลี้ยงครอบครัว ซึ่งเข็มทิศเองก็ชอบใจเวลาเห็นลูกสาวมีท่าทีออดอ้อนแบบนี้"เดี๋ยวตอนเย็นพ่อก็กลับแล้วนะครับ วันนี้พ่อมีธุระออกไปนอกออฟฟิศ อากาศมันร้อนไปด้วยไม่ได้เข้าใจไหมคะน้องหนู” ชายหนุ่มพยายามพูดอธิบายให้ลูกสาวเข้าใจ ด้วยท่าที่อ่อนโยน"ไม่เอาค่ะ น้องหนูจะไปกับคุณพ่อน้องหนูไม่ร้อน" เด็กน้อยออดอ้อนพร้อมกับซบหน้าลงกับแขนของผู้เป็นบิดา ทำให้เข็มทิศนั้นแทบจะใจอ่อน จนไม่อยากออกไปทำงาน เมื่อเจอลูกอ้อนของกาลเวลาแบบนี้"พ่อไปแป๊บเดียวเดี๋ยวตอนเย็นก็กลับมาแล้ว น้องหนูไม่งอแงนะคะ""ไม่เอาค่ะ ยังไงหนูก็จะไปกับคุณพ่อด้วย"มินตราที่สังเกตอยู่นาน เห็นสองพ่อลูกตกลงกันไม่ได้สักที จึงเดินออกมาจา
จุ๊บ! มินตราจุ๊บลงไปที่ริมฝีปากของสามีหนุ่ม เมื่อคำพูดของเขานั้น ทำให้หัวใจของเธอมันพองโตรู้สึกปลาบปลื้มกับการที่ได้เข็มทิศมาเป็นสามี“ว้าว! วันนี้มาแปลกจัง”"ปากหวานก็เลยอยากชิม มินไปรับลูกก่อนนะ”เข็มทิศยิ้มกว้างให้กับความน่ารักของมินตรา เธอเป็นคนเรียบร้อยแต่เวลาอยู่กับเขาเธอมักจะทำอะไรแบบนี้ ซึ่งมันพิเศษมากสำหรับเข็มทิศ ที่เขาได้เธอมาเป็นภรรยามินตราเดินเข้ามาภายในบ้านของเข็มทิศ ซึ่งในรอบหลายปีและทุกครั้งที่เข้ามาเหยียบที่นี่ ก็มักจะกลัวรัศมีของมารดาของเขาเสมอ ที่นางเปล่งแสงความเกลียดชังมาที่เธอทุกครั้ง แต่คราวนี้มันไม่เหมือนกัน เมื่อมารดาของสามีหนุ่มนั้น เริ่มเปิดรับเธอเป็นลูกสะใภ้อย่างเต็มตัว เพราะไม่อย่างนั้นเข็มทิศก็จะไม่ให้กาลเวลาเข้ามาเหยียบบ้านหลังนี้ ทำให้ผู้เป็นมารดายอมจำนนทำตามข้อตกลงทุกอย่าง และที่สำคัญความดีของมินตรานั้น ทำให้นางเชื่อมั่นและยอมรับเธอ จนรู้สึกผิดกับอดีตที่เคยรังเกียจมินตรา"อ้าว! หนูมินกลับมานานหรือยัง"“เพิ่งมาถึงเมื่อสักครู่นี่เองค่ะ”"คุณแม่!” เด็กหญิงตัวเล็กวิ่งเข้ามาสวมกอดผู้เป็นมารดาด้วยความดีใจ เมื่อเธอไม่เจอกับมินตรามาหลายวัน ทำให้กาลเวลารู้สึกคิ
“เดี๋ยวก็ตกคอหักตายหรอก! หนักชะมัด”“สาบานว่าปากที่พูด” มินตราหยุดดิ้นเมื่อเขาวางเธอลงในห้องน้ำที่ระยะห่างจากเตียงนอนไม่กี่เมตร“รออยู่นี่เดี๋ยวเอาผ้าเช็ดตัวกับชุดมาให้นั่งลงเดี๋ยวจะเวียนหัวอีก”มินตราทำหน้าเอือมๆ อีกครั้งกับนิสัยของเขา ที่น่าจะได้มารดามาเต็มๆ ดื้อรั้นไม่มีใครเกิน สักพักเขาก็เข้ามา
เช้าของวันใหม่ เมื่อเข็มทิศขับรถออกไปได้ไม่นาน มินตราก็ต้องแปลกใจกับแขกที่มาเยือน แน่นอนหญิงวัยกลางคนผู้นี้ไม่ใช่ลูกค้าของเธอ เพราะนางคือมารดาของเข็มทิศนั่นเอง“เช้านี้ยังไม่มีลูกค้าก็ดีฉันยังไม่อยากประจานเธอ ฉันขอพูดอะไรกับเธอหน่อยสิ” นางพูดพร้อมกับใช้สายตามองหญิงสาวอย่างเหยียด“เชิญนั่งก่อนค่ะคุณ
สาวรุ่นพี่กับหนุ่มรุ่นน้องนั่งรถเงียบกันมาตลอดทาง ทั้งสองแอบชำเลืองมองกันไปมา มินตราแอบมองที่มุมปากของเข็มทิศ ที่มีรอยแดงช้ำและมีเลือดซึมเล็ดออกมาเล็กน้อย แต่ในเวลานี้ต่างคนต่างก็คิดทบทวนถึงสิ่งที่เกิดขึ้นมินตรากำลังนึกถึงความรู้สึกที่เธอมีให้กับเจตต์ ผู้ชายที่เคยเป็นสามี หญิงสาวกำลังสงสัยว่าทำไมเ
กลุ่มเพื่อนของเข็มทิศต่างก็แปลกใจที่วันนี้เขาควงหม้ายสาวอย่างมินตรามาที่ผับได้ แต่คนที่ดูจะไม่ค่อยพอใจคงจะเป็นเพื่อนสาวของเขาโดยเฉพาะไอลินและแอนเข็มทิศนั่งลงพร้อมกับดึงมินตรานั่งข้างๆ หนุ่มโต๊ะใกล้เคียงต่างมองมาที่มินตราสาวสวยหุ่นดี ในเวลานี้เธอสะดุดตาชายหนุ่มพวกนั้นเหลือเกิน“พวกเราไม่รู้ว่าพี่จะ







