ANMELDENคำว่ากระดังงาลนไฟสำหรับมินตราแล้วมันช่างเหมาะกับเธอเสียเหลือเกิน ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปเนิ่นนานแค่ไหนถึงเธอจะเคยแต่งงานมาแล้วแต่ความสวยความสาวนั้นมันไม่ได้ลดลงเลยแม้แต่น้อย ม่ายสาวพราวเสน่ห์อย่างเธอ มีหนุ่มๆ เข้ามาขายขนมจีบไม่เว้นว่างในแต่ละวัน แต่เธอกลับไม่เคยใส่ใจ และสนใจผู้ชายเหล่านั้นเลย..
มินตราเก็บเงินทั้งหมดที่มีทุบรั้วหน้าบ้าน แล้วเปิดเป็นร้านกาแฟเล็กๆ การกระทำของเธอทุกอย่าง อยู่ภายใต้สายตาของชายหนุ่มรุ่นน้องตลอดเวลา..
เข็มทิศแอบซุ่มดูอยู่นานเขาสงสัยว่าทำไมมินตราถึงได้ทำอะไรคนเดียวตลอด สามีของเธอหายไปไหนหรือว่าจะเลิกกันแล้ว เพราะเขาได้ยินคนแถวนี้ต่างลือกันให้แซดว่าเธอโดนผัวทิ้งอย่างโน้นอย่างนี้บ้างต่างๆ นานา แต่เขาก็ยังไม่อยากเดาสุ่มสี่สุ่มห้าเพราะถ้าหากสิ่งที่เขาเดานั้นมันไม่เป็นความจริงคนที่เจ็บก็คือตัวของเขาเอง
ในระหว่างที่มินตรากำลังขะมักเขม้นอยู่กับการจัดร้าน เธอเลื่อนโต๊ะเก้าอี้ไปยังมุมนั้นมุมนี้เพียงลำพัง ทำให้เข็มทิศ ที่แอบดูอยู่นั้นอดไม่ได้ที่จะเข้าไปช่วยเธอ..
“เอาไว้มุมไหน” เขาพูดพร้อมกับดึงเก้าอี้ออกจากมือของมินตรา ทำให้เธอทำหน้างงๆ กับชายหนุ่มตรงหน้า เธอไม่เจอเขามานานมากแล้ว ไม่คิดเลยว่าเข็มทิศโตขึ้นจะเป็นหนุ่มหล่อและดูดีขนาดนี้ แต่เธอก็ยังเก็บอาการนั้นเอาไว้ เพราะว่ามีเรื่องราวหลายอย่างที่ผ่านมา ทำให้เธอไม่อยากข้องแวะ หรือเกี่ยวข้องกับชายหนุ่มคนนี้
“ไม่เป็นไรหรอกเดี๋ยวมินทำเองขอบใจนายมากนะเข็มทิศ” เธอยังใช้คำพูดที่แทนตัวเองว่ามิน และแทนเขาว่านายเหมือนดังแต่ก่อนที่เคยพูดกัน แม้ระยะเวลาจะผ่านไปนานมากแค่ไหน ความสัมพันธ์ที่มีเส้นบางๆ กั้นไว้ มันก็อดที่จะคุ้นเคยแบบเดิมไม่ได้..
“อยู่เฉยๆ อย่าดื้อแค่บอกมาว่าจะวางไว้ตรงไหนจบนะ!” เข็มทิศพูดเองเออเองทั้งหมดแกมบังคับเธอ..หรือจะพูดง่ายๆ ก็คือเขากำลังมัดมือชกจนทำให้มินตราไม่กล้าปฏิเสธความช่วยเหลือจากเขา..
“ขอบใจนะถ้าอย่างนั้นเอาวางไว้มุมนี้ตรงนี้ก็แล้วกัน”
“มุมนี้ดีกว่าเหมาะกว่าตั้งเยอะ” เข็มทิศไม่พูดเปล่าแต่จัดแจงเองทั้งหมด จนมินตราถึงกับงง แล้วเขาจะถามความคิดเห็นของเธอทำไม สรุปใครเป็นเจ้าของร้านกันแน่ เขาเล่นจัดมุมตามใจชอบโดยที่ความคิดเห็นของเธอไม่มีผลเลยสักนิด..
“โต๊ะนี้เอาวางไว้มุมขวาของร้าน ส่วนโต๊ะกลมนั่น เอาวางไว้ตรงกลางตรงนี้!” มินตราพูดออกมาเสียงดังพร้อมกับชี้ไม้ชี้มือบอกเขา จนเข็มทิศอดที่จะฉีกยิ้มไม่ได้ กับสิ่งที่สาวรุ่นพี่เผลอลืมตัวแสดงกิริยาแบบนั้นออกมา ซึ่งเธอน่ารักมากสำหรับเขา.
“อมยิ้มทำไม..เสร็จแล้วก็รีบกลับบ้านไปเลย เดี๋ยวแม่นายก็มาว่าฉันอีก! "
“แม่ว่า..แล้วแม่ผมไปว่าอะไรคุณเหรอ คุณมินตรา”
“เปล่ามินหมายถึงเข็มทิศหายไปไหนนานๆ แม่จะตามหาแล้วก็เป็นห่วงเอานะ”
หึหึ..เสียงหัวเราะในลำคอของเข็มทิศดังขึ้น เธอพูดอย่างกับเขาอายุเจ็ดขวบแม่ถึงจะได้เป็นห่วงเวลาเขาหายออกไปไหนนานๆ
“โกหกไม่เนียนไปเรียนมาใหม่ ไหนดูหน้าของคนโกหกหน่อยซิ” เขาไม่พูดเปล่าแต่เอามือทั้งสองข้างกุมไปที่ใบหน้าของสาวรุ่นพี่ ก่อนจะเอามือเชยปลายคางเธอขึ้นมา ทำให้ทั้งสองสบตากันเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่รู้จักกันมา
ก่อนที่ทุกอย่างจะเลยเถิดมินตราก้มหน้ามองต่ำลงพื้น แล้วรีบเบือนหน้าหนีหลบสายตาคมของชายหนุ่มแล้วหันไปทางอื่น
“เสร็จแล้วนายก็กลับบ้านไปสิ ฉันจะเข้าบ้านแล้ว” เธอพูดพร้อมกับรีบเดินออกไปจากตรงนั้น เพราะยิ่งเธออยู่ใกล้เขาเธอยิ่งรู้สึกแปลก ทำไมหัวใจของเธอถึงเต้นแรงไม่เป็นจังหวะ เด็กคนนี้ไม่ใช่สเปคของเธอ และมันไม่มีทางเป็นไปได้
“เย็นนี้จะมากินข้าวด้วย ถ้าไม่เปิดประตูให้ก็จะปีนรั้วข้ามเอา” เขาพูดออกมาสียงดัง ก่อนจะเดินออกไปแม้ว่ามินตราจะเดินเข้าบ้านไปแล้ว ก็พอได้ยินชัดเจนกับเสียงที่เขาตะโกนดังมา..
หลายวันก่อนมารดาของเข็มทิศเดินผ่านหน้าบ้านของมินตรา ขณะที่เธอยืนอยู่หญิงวัยกลางคนก็เดินมาต่อว่าเธอโดยไม่มีสาเหตุ นางกล่าวหาว่ามินตราชอบมาอ่อยลูกชายอย่างโน้นอย่างนี้ แถมยังมาว่าเธออยากได้ลูกชายเขาเสียจนตัวสั่น.
บางครั้งเธอก็คิดอยากจะประชดด้วยการเอาเข็มทิศมาเป็นแฟนให้รู้แล้วรู้รอดไป การเป็นคนเรียบร้อยไม่โต้ตอบกลับไป บางครั้งในสังคมแบบนี้มันก็อยู่ยาก..
มินตราไม่รู้ว่าเข็มทิศพูดจริงหรือพูดเล่น ที่เขาจะมาทานข้าวกับเธอเย็นนี้ แต่เธอก็ทำอาหาร 2-3 อย่างไว้เผื่อเขาด้วยหากเขาไม่มาเธอก็แค่เก็บใส่ตู้เย็นไว้อุ่นกินพรุ่งนี้ตอนเช้า.
หญิงสาวจัดอาหารขึ้นโต๊ะเรียบร้อย แต่ก็ไม่เห็นเข็มทิศมาสักที ก่อนจะก้มมองนาฬิกาที่ข้อมือ ขณะนี้เวลา 18.30 น. แล้ว และมันเลยเวลาอาหารเย็นมาครึ่งชั่วโมง มินตราไม่รีรอตักข้าวใส่จาน ก่อนจะลงมือทานอาหารเย็นไปได้ 2-3 คำ เสียงที่มาก่อนตัวทำให้เธอหยุดและหันไปมอง..
“ทำไมไม่ปิดประตูบ้าน เปิดไว้ทำไม เปิดให้โจรเข้ามาหรือยังไง อยู่คนเดียวหัดระวังตัวบ้างสิ!” เขาต่อว่าเธอเป็นชุด ก่อนจะเลื่อนเก้าอี้แล้วนั่งลงตรงข้ามกับสาวรุ่นพี่ และเขาก็ไม่รอให้เธอพูดอะไรรีบจัดแจงตักข้าวใส่จานเองแล้วนั่งทานอย่างเอร็ดอร่อย..
ส่วนมินตรายังนั่งนิ่งและมึนงงกับหนุ่มตรงหน้า เขาต่อว่าเธอแล้วก็นั่งกินเอากินเอาไม่พูดอะไรอีกเลยเธอปรับตัวไม่ทันกับอารมณ์ของหนุ่มสาวสมัยนี้เอาเสียเลย และที่เธอเปิดประตูเอาไว้ ก็เขาเป็นคนบอกว่าจะมาทานข้าวเย็นกับเธอ ถ้าไม่เปิดประตูให้ก็จะปีนข้ามรั้วมา สรุปเธอผิดเหรอที่เปิดประตูไว้ให้เขาเข้ามา..
“อ้าว!! มองหน้าผมทำไมหรือว่ามองหน้าผมแล้วมันทำให้คุณอิ่มแทนข้าว” ไอ้เด็กบ้าเอ๊ย! มินตราได้แต่คิดในใจ ไม่คิดว่าเขาโตมาจะปากร้ายขนาดนี้ หลังจากทานข้าวเสร็จเข็มทิศก็จัดแจงล้างถ้วยล้างชามเอง มินตราพยายามห้ามแล้วแต่เขาก็ไม่ฟัง เธอจึงทำได้เพียงแค่นั่งดูทีวีรอให้เขาล้างจานเสร็จจะได้ไปปิดประตูบ้าน
“ทำไมอยู่บ้านคนเดียว” เขาตั้งคำถามพร้อมกับนั่งลงข้างๆ เธอ เมื่อเขาเข้ามานั่งใกล้เกินไปมินตราก็ขยับออก อย่างน้อยเธอก็อยากเว้นระยะห่างเอาไว้ เพราะมันคงไม่เป็นผลดีต่อตัวเธอและเข็มทิศเอง
“ที่นี่บ้านมิน มินก็อยู่คนเดียวสิ นายกลับไปได้แล้ว! มินจะขึ้นไปนอนง่วงมากเลยตอนนี้ จัดร้านมาทั้งวันเมื่อย” มินตราไม่พูดเปล่าเธอกดรีโมทปิดทีวี ก่อนจะเอื้อมมือไปกดสวิตช์แม้จะดูไร้มารยาท แต่ในยามวิกาลเช่นนี้ชายหญิงก็ไม่ควรอยู่ด้วยกันสองต่อสองในที่ลับตาคน..
“คุณมินตราตอบไม่ตรงคำถาม ผมหมายถึงสามีของคุณไปไหน ทำไมเขาถึงไม่มาดูแลปล่อยให้คุณอยู่บ้านคนเดียวแบบนี้ได้ยังไง”
“มินขอไม่ตอบนะมันเป็นเรื่องส่วนตัว เชิญนายกลับไปได้แล้ว!”
“ถ้าคุณไม่ตอบผมก็จะไม่ไปไหนเอาสิผมจะอยู่ที่นี่กับคุณทั้งคืนเลยก็ได้นะ!” เข็มทิศพูดเสียงแข็งออกมา
“นายจะอยากรู้ไปทำไม กลับไปได้แล้ว!” มินตราเริ่มตวาดเขาเสียงดังขึ้น แต่กระนั้นเขาก็ไม่สะทกสะท้านกับสิ่งที่มินตราพูดออกไป
“แค่คุณตอบผมมามันจะตายหรือยังไง”
“ใช่มันจะตาย! มินหย่ากับเขาไปแล้ว เขานอกใจมินเจตต์ไปมีผู้หญิงอื่นพอใจหรือยัง!” มินตราพูดจบก็ปาดน้ำตาที่ไหลนองแก้มใส พร้อมกับวิ่งขึ้นไปบนห้องทันที ปล่อยให้เข็มทิศยังยืนอึ้ง..เมื่อเห็นน้ำตาของสาวรุ่นพี่ เขาไม่คิดเลยว่าจะเป็นสาเหตุที่กระตุ้นให้เธอรู้สึกเจ็บปวดกับแผลนั่นขึ้นมาอีกครั้ง เขาได้แต่กล่าวขอโทษเธอเบาๆ ในใจก่อนจะปิดประตูบ้านให้เธออย่างดี
ชายหนุ่มล้มตัวลงนอนแต่ก็นอนไม่หลับ เขาลุกขึ้นเปิดหน้าต่างมองไปยังห้องของเธอทุกอย่างปกคลุมไปด้วยความมืด เขาไม่อาจรู้ได้ว่าเธอกำลังทำอะไรอยู่ เธออาจจะกำลังนอนร้องไห้ หรืออาจจะคิดทำอะไรบ้าๆ เมื่อคิดได้ดังนั้นเขาก็ไม่รอช้ารีบเปิดประตูออกจากห้องไปทันที
สาวรุ่นพี่กับหนุ่มรุ่นน้องนั่งรถเงียบกันมาตลอดทาง ทั้งสองแอบชำเลืองมองกันไปมา มินตราแอบมองที่มุมปากของเข็มทิศ ที่มีรอยแดงช้ำและมีเลือดซึมเล็ดออกมาเล็กน้อย แต่ในเวลานี้ต่างคนต่างก็คิดทบทวนถึงสิ่งที่เกิดขึ้นมินตรากำลังนึกถึงความรู้สึกที่เธอมีให้กับเจตต์ ผู้ชายที่เคยเป็นสามี หญิงสาวกำลังสงสัยว่าทำไมเธอถึงขยะแขยงเขาได้มากมายถึงเพียงนี้ ความรู้สึกดีๆ ที่เคยมีให้กับเขานั้นมันหมดไปจนสิ้น สุภาษิตที่ว่าตัดบัวยังเหลือใยสำหรับเธอแล้วมันไม่ใช่ เพราะแม้แต่ใยหรือความทรงจำดีๆ เธอก็ไม่มีให้กับเขาอีกต่อไปแล้ว..ส่วนทางด้านเข็มทิศกำลังคิดว่า เขาเป็นสาเหตุที่ทำให้เธอตกอยู่ในสภาวะของความกลัว เมื่อสายตาที่เจตต์มองมายังมินตรามันแอบแฝงเรื่องร้ายๆ ไว้ข้างในเขาเป็นผู้ชายด้วยกันพอจะดูออก เจตต์ยังหวังที่จะได้มินตรากลับคืนไปเมื่อรถแล่นเข้ามาถึงบ้านทั้งสองหลังที่อยู่เคียงกัน ก่อนที่มินตราจะลงไปจากรถ เข็มทิศได้คว้ามือของเธอมากุมไว้“ไม่ต้องลงกลอนประตูอาบน้ำเสร็จเดี๋ยวไปหา” น้ำเสียงทุ้มบ่งบอกถึงความเด็ดเดี่ยว“ไม่ต้อง จะมาทำไมมันดึกแล้ว”“จะไปก็คือจะไปอย่าห้าม เพราะยิ่งห้ามก็เหมือนยิ่งยุ จะล็อกก็ได้นะ ผมจะเตรียมค
กลุ่มเพื่อนของเข็มทิศต่างก็แปลกใจที่วันนี้เขาควงหม้ายสาวอย่างมินตรามาที่ผับได้ แต่คนที่ดูจะไม่ค่อยพอใจคงจะเป็นเพื่อนสาวของเขาโดยเฉพาะไอลินและแอนเข็มทิศนั่งลงพร้อมกับดึงมินตรานั่งข้างๆ หนุ่มโต๊ะใกล้เคียงต่างมองมาที่มินตราสาวสวยหุ่นดี ในเวลานี้เธอสะดุดตาชายหนุ่มพวกนั้นเหลือเกิน“พวกเราไม่รู้ว่าพี่จะมาเคยชินกับการสั่งแต่เหล้าพี่ดื่มได้ไหม” ไอลินพยายามพูดกระแนะกระแหนเป็นเชิงว่ามินตราเป็นส่วนเกินของคนในกลุ่มนี้“อะไรก็ได้พี่ดื่มได้หมด”“ไม่ได้พรุ่งนี้เปิดร้านผมไม่ได้อยู่ช่วย..มึงช่วยสั่งน้ำส้มให้คุณมินตราด้วย” เข็มทิศพูดพร้อมกับหันไปสั่งแอนเจ้าประจำในการจัดการเครื่องดื่มของกลุ่ม เวลาไปไหนเที่ยวผับร้านอาหาร แอนจะจัดการจดรายการทั้งหมด ก่อนจะมาหารกันแต่ส่วนมากเข็มทิศจะจ่ายเองทั้งหมด เพราะบ้านของเขาค่อนข้างมีฐานะกว่าทุกคน“เดี๋ยวกูจัดการให้” แม้ว่าจะไม่ค่อยเต็มใจสักเท่าไร แต่เมื่อเพื่อนสั่งแอนก็ต้องทำหลังจากที่ดื่มกันอยู่พักใหญ่ ไอลินก็พยายามชวนเข็มทิศไปเต้นเป็นเพื่อน แน่นอนสำหรับคนที่คิดมากเกินกว่าเพื่อนนั้นก็อยากทำทุกอย่างให้เพื่อนหันมามองตัวเองบ้าง.“ทำไมมึงไม่ไปเต้นกับแอนล่ะไอ้เจมส์ไปเต้
เมื่อเวลาผ่านไปใกล้ปิดร้าน มินตรานำทุกอย่างไปล้าง ก่อนจะนำมาเก็บเข้าที่ ส่วนเข็มทิศก็ช่วยเก็บกวาดและจัดเก้าอี้อย่างเรียบร้อยก่อนจะเดินเข้ามาหามินตรา“เหนื่อยไหม” มันเป็นคำถามสั้นๆ ที่มินตราโคตรจะรู้สึกดีเลย เธอไม่ได้ยินคำถามแบบนี้มานานมากแล้ว และไม่รู้ด้วยว่าครั้งสุดท้ายเธอได้ยินจากใคร เธอซึ้งในน้ำใจของเข็มทิศเป็นอย่างมาก“ไม่เหนื่อยหรอกวันนี้ลูกค้าเยอะมาก ขนาดวันแรก ฝีมือนายใช่ไหม ยังไงก็ขอบคุณนะ” เข็มทิศเลื่อนเก้าอี้มานั่งข้างๆ มินตรา เขาไม่รู้ว่าโชคชะตาจะเล่นตลกอะไรกับเขาอีก แต่ที่เขารู้คือเขาจะไม่ปล่อยโอกาสนั้นให้มันหลุดลอยไปอีกแล้ว“ขอโทษนะยังโกรธเรื่องช่อดอกไม้นั้นอยู่หรือเปล่า เดี๋ยวจะสั่งมาให้ใหม่ช่อโตกว่านั้นอีกหลายเท่า” เขาพูดพร้อมกับเอามือลูบที่ผมของเธอเบาๆ ทำให้สาวรุ่นพี่เขินเสียจนต้องเบือนหน้าหนี เขามักทำให้เธอใจเต้นแรงได้เสมอ“ไม่ได้โกรธแค่เสียดายก็มันสวยดีนี่นา...ช่อเบ้อเร่อตั้งหลายดอกเลยนะ” มินตราพูดออกมาด้วยน้ำเสียงที่อ้อนๆ“จะเอากี่ดอกเดี๋ยวคืนนี้จัดให้เลย” ชายหนุ่มพูดพร้อมกับฉายแววตาเจ้าเล่ห์ออกมาเพียะ!! ฝ่ามือเล็กตีไปที่ต้นแขนของเข็มทิศเบาๆ เมื่อมินตรารู้ดีในประโย
วันแรกของการเปิดร้านลูกค้าที่หลั่งไหลเข้ามาทำให้มินตราต้องแปลกใจ เพราะหลายคนเธอไม่คุ้นหน้าและไม่น่าจะใช่คนแถวนี้ แต่ละคนก็สั่งกันหลายแก้วแถมยังซื้อกลับบ้านด้วย บางคนก็เดินเข้ามาพูดคุยกับเข็มทิศราวกับว่าสนิทสนมและรู้จักกันมาก่อนมินตราเริ่มแปลกใจมากขึ้น เมื่อมีหนุ่มสาวรุ่นราวคราวเดียวกับเข็มทิศเดินกันมาเป็นกลุ่มใหญ่ ทุกคนเดินเข้ามานั่งในร้านแล้วเข็มทิศเดินไปรับเออเดอร์ ก่อนจะส่งให้มินตรา จากนั้นเขาก็นั่งลงเม้าท์กับหนุ่มสาวกลุ่มนั้น“ถึงกับหยุดงานเลยนะมึงใช่ซี้...มึงลูกชายเจ้าของโรงงานจะหยุดกี่วันก็ได้ แต่พวกกูถ้าหยุดบ่อยๆ ต้องเขียนใบลาออกแน่” ไอลินพูดทีเล่นทีจริง เพราะตั้งแต่เธอทราบว่ามินตราย้ายเข้ามาในบ้านหลังเดิม ความหวังที่เธอจะได้ใจของเข็มทิศนั้นก็เริ่มริบหรี่ลงไปทุกที“มึงก็เพื่อนสนิทลูกเจ้าของโรงงานกลัวอะไรวะ...ใช่ไหมเข็มทิศ” แอนเพื่อนอีกคนในกลุ่มพูดเสริมขึ้น หวังให้มินตราได้ยิน เพราะเธอก็เชียร์เข็มทิศกับไอลินให้เป็นแฟนกัน เพื่อนชายของเธอไม่เหมาะกับแม่ม่ายอย่างมินตราเลยสักนิด สู้ไอลินก็ไม่ได้สักอย่างไม่รู้ทำไมเข็มทิศถึงต้องหมางเมินในรักที่ไอลินมีให้ก็ไม่รู้..“ทำไมไม่ขายข้าวด้วยว
เข็มทิศรู้สึกร้อนรนใจมาก เมื่อห้องของมินตรามืดสนิทไฟปิดทุกดวง ปกติแล้วเธอจะปิดไฟนอนก็ปาไปสามสี่ทุ่มแล้วนี่ แต่มันเพิ่งจะสองทุ่มเองเธอจะเป็นอะไรไปไหม ชายหนุ่มมองซ้ายแลขวา เมื่อแน่ใจว่าบิดามารดาเข้านอนกันหมดแล้ว ชายหนุ่มจึงค่อยๆ เปิดประตูออกมาจากบ้าน ก่อนจะกระโดดปีนขึ้นไปบนกำแพงข้ามมาทางฝั่งบ้านของมินตรา..เขาเดินสำรวจรอบบ้านหน้าต่างก็งัดไม่ได้ จะปีนก็ไม่มีบันได ชายหนุ่มพยายามใช้ความคิดอยู่สักพัก จนนึกได้ว่าเขาเป็นคนล็อกประตูเอง แล้วไม่ได้ลงกลอนด้านใน เพราะตอนออกมาเขากดเพียงลูกบิดเท่านั้น เมื่อคิดได้เข็มทิศก็เดินไปรอบๆ บ้านเขามองหาลวดอยู่นาน เพื่อใช้ปลดล็อกลูกบิดแต่ก็ไม่เจอเข็มทิศตัดสินใจเดินไปที่ร้านกาแฟ เพราะที่นั่นเพิ่งสร้างเสร็จอาจจะมีลวดหลงเหลืออยู่บ้างเข็มทิศเปิดไฟฉายในโทรศัพท์หาอยู่สักครู่ก็ได้ลวดตามที่เขาต้องการ ชายหนุ่มตรงไปที่ประตูทันทีก่อนจะทำการสอดลวดแล้วค่อยๆ ดึงออกเขาทำอยู่แป๊บหนึ่งประตูก็เปิดออก.“เยส!..” เข็มทิศพูดพร้อมกับกำปั้นทำท่าทางสะใจ ที่สามารถไขลูกบิดเข้าไปได้..เขาค่อยๆ เดินขึ้นไปที่ชั้นบน แล้วตรงไปยังห้องนอนของสาวรุ่นพี่ เข็มทิศเคาะประตูไปหลายที แต่ก็ไม่มีคนเปิ
คำว่ากระดังงาลนไฟสำหรับมินตราแล้วมันช่างเหมาะกับเธอเสียเหลือเกิน ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปเนิ่นนานแค่ไหนถึงเธอจะเคยแต่งงานมาแล้วแต่ความสวยความสาวนั้นมันไม่ได้ลดลงเลยแม้แต่น้อย ม่ายสาวพราวเสน่ห์อย่างเธอ มีหนุ่มๆ เข้ามาขายขนมจีบไม่เว้นว่างในแต่ละวัน แต่เธอกลับไม่เคยใส่ใจ และสนใจผู้ชายเหล่านั้นเลย..มินตราเก็บเงินทั้งหมดที่มีทุบรั้วหน้าบ้าน แล้วเปิดเป็นร้านกาแฟเล็กๆ การกระทำของเธอทุกอย่าง อยู่ภายใต้สายตาของชายหนุ่มรุ่นน้องตลอดเวลา..เข็มทิศแอบซุ่มดูอยู่นานเขาสงสัยว่าทำไมมินตราถึงได้ทำอะไรคนเดียวตลอด สามีของเธอหายไปไหนหรือว่าจะเลิกกันแล้ว เพราะเขาได้ยินคนแถวนี้ต่างลือกันให้แซดว่าเธอโดนผัวทิ้งอย่างโน้นอย่างนี้บ้างต่างๆ นานา แต่เขาก็ยังไม่อยากเดาสุ่มสี่สุ่มห้าเพราะถ้าหากสิ่งที่เขาเดานั้นมันไม่เป็นความจริงคนที่เจ็บก็คือตัวของเขาเองในระหว่างที่มินตรากำลังขะมักเขม้นอยู่กับการจัดร้าน เธอเลื่อนโต๊ะเก้าอี้ไปยังมุมนั้นมุมนี้เพียงลำพัง ทำให้เข็มทิศ ที่แอบดูอยู่นั้นอดไม่ได้ที่จะเข้าไปช่วยเธอ..“เอาไว้มุมไหน” เขาพูดพร้อมกับดึงเก้าอี้ออกจากมือของมินตรา ทำให้เธอทำหน้างงๆ กับชายหนุ่มตรงหน้า เธอไม่เจอเขามานานม







