ANMELDENวันแรกของการเปิดร้านลูกค้าที่หลั่งไหลเข้ามาทำให้มินตราต้องแปลกใจ เพราะหลายคนเธอไม่คุ้นหน้าและไม่น่าจะใช่คนแถวนี้ แต่ละคนก็สั่งกันหลายแก้วแถมยังซื้อกลับบ้านด้วย บางคนก็เดินเข้ามาพูดคุยกับเข็มทิศราวกับว่าสนิทสนมและรู้จักกันมาก่อน
มินตราเริ่มแปลกใจมากขึ้น เมื่อมีหนุ่มสาวรุ่นราวคราวเดียวกับเข็มทิศเดินกันมาเป็นกลุ่มใหญ่ ทุกคนเดินเข้ามานั่งในร้านแล้วเข็มทิศเดินไปรับเออเดอร์ ก่อนจะส่งให้มินตรา จากนั้นเขาก็นั่งลงเม้าท์กับหนุ่มสาวกลุ่มนั้น
“ถึงกับหยุดงานเลยนะมึงใช่ซี้...มึงลูกชายเจ้าของโรงงานจะหยุดกี่วันก็ได้ แต่พวกกูถ้าหยุดบ่อยๆ ต้องเขียนใบลาออกแน่” ไอลินพูดทีเล่นทีจริง เพราะตั้งแต่เธอทราบว่ามินตราย้ายเข้ามาในบ้านหลังเดิม ความหวังที่เธอจะได้ใจของเข็มทิศนั้นก็เริ่มริบหรี่ลงไปทุกที
“มึงก็เพื่อนสนิทลูกเจ้าของโรงงานกลัวอะไรวะ...ใช่ไหมเข็มทิศ” แอนเพื่อนอีกคนในกลุ่มพูดเสริมขึ้น หวังให้มินตราได้ยิน เพราะเธอก็เชียร์เข็มทิศกับไอลินให้เป็นแฟนกัน เพื่อนชายของเธอไม่เหมาะกับแม่ม่ายอย่างมินตราเลยสักนิด สู้ไอลินก็ไม่ได้สักอย่างไม่รู้ทำไมเข็มทิศถึงต้องหมางเมินในรักที่ไอลินมีให้ก็ไม่รู้..
“ทำไมไม่ขายข้าวด้วยวะ! กูหิวข้าว” มอสพูดขึ้นเพื่อเบรกแอนให้หยุด
“มึงเพิ่งแดก! ก๋วยเตี๋ยวมาหิวข้าวอีกแล้วเหรอ" เจมส์พูดแทรกขึ้นอีกคน ความจริงแล้วมอสไม่ได้หิวเพียงแค่ไม่อยากให้เข็มทิศอึดอัด ในสิ่งที่เพื่อนสาวของเขากำลังจะพูดยาวมากไปกว่านี้
“น้ำที่สั่งได้แล้วค่ะทานให้อร่อยนะคะ แล้วอย่าลืมแวะมาอุดหนุนอีกนะคะ”
“แม่ค้าสวยขนาดนี้รับรองผมจะแวะมาทั้งเช้าทั้งเย็นเลยครับ” เจมส์แกล้งแซวเล่นๆ
เพี๊ยะ!! ..เสียงฝ่ามืออรหันต์ของเข็มทิศ ตบลงยังหัวของเจมส์เพื่อนรักของเขาอย่างแรง
“ไอ้เชี้ยเข็มทิศมึงตบลงมาได้ยังไงวะ! เจ็บนะเว้ย” เจมส์พูดพร้อมกับลูบที่หัวเบาๆ ไปมา เขารู้ว่าเข็มทิศแอบชอบมินตรามานานแล้ว เขาก็แค่จะแกล้งพูดเล่นเฉยๆ แต่ไอ้เพื่อนของเขาเข็มทิศมันเอาจริง
“โทษทีวะ... มือมันลั่น!”
“อย่าเสือกลั่นบ่อยนะมึงหัวกูชาหมดแล้วเนี่ย” เจมส์ยังคงเอามือลูบลงไปที่ศีรษะ
“คราวหน้ามือกูไม่ลั่นแน่แต่ตรีน...กูจะลั่นแทน” เข็มทิศพูดคาดโทษเจมส์เอาไว้
“ไอ้เชี้ย!! มึงจะหวงพี่เขาไปไหนวะ! เขาตกลงคบกับมึงแล้วเหรอ” มอสถามเข็มทิศออกไปด้วยความหมั่นไส้เพื่อน
“พวกมึงจะชวนพวกกูมากินน้ำ หรือมาปรึกษาเรื่องหัวใจจะพูดอะไรดูด้วยพี่เขาอายุเท่าไหร่แล้ว เขาคงไม่กินหญ้าอ่อนแบบมึงหรอก...ใช่ไหมคะพี่” แอนหันหน้าไปทางมินตรา ขณะที่เธอกำลังเดินมาเสิร์ฟน้ำให้กับโต๊ะข้างๆ มินตราเพียงแค่ส่งยิ้มให้ไป เพราะไม่รู้ว่าหนุ่มสาวโต๊ะนี้คุยอะไรกัน
ก่อนจะเดินออกไปรับออเดอร์กับลูกค้าผู้มาเยือนคนใหม่ แต่ทำให้เธอถึงกับก้าวขาไม่ออกกับลูกค้าผู้มาเยือน เขาเดินเข้ามาในร้านก่อนจะเลื่อนเก้าอี้ลงนั่งอย่างใจเย็น ในขณะที่มินตรายังยืนอยู่ที่เดิมตรงนั้น ความรู้สึกมันชาจนก้าวขาไม่ออก
“เป็นไงเปิดร้านวันแรกขายดีไหม” เขาพูดจบแล้วส่งซิกให้กับคนข้างนอกถือดอกไม้ช่อโตเข้ามาให้กับเธอ มันคือดอกกุหลาบแดง ที่เขาตั้งใจจะเอามาแสดงความยินดี และเซอร์ไพรส์เธอในวันนี้
“ยินดีด้วยนะขอโทษด้วยสำหรับทุกอย่างที่ผ่านมา” เจตต์พูดพร้อมกับยื่นชื่อดอกไม้นั้นให้กับเธอ มินตราสูดหายใจเข้าลึกๆ ก่อนจะยื่นมือไปรับเอาไว้เพื่อรักษาน้ำใจอดีตสามี
เข็มทิศที่นั่งมอง เขายังคงทำหน้าเรียบเฉยไม่ได้แสดงทีท่าอะไรออกมา แต่ภายในใจนั้นมันกำลังร้อนรุ่มราวกลับโดนไฟสุมก็ไม่ปาน
“ใครอ่ะ...ผัวเก่าพี่เขาเหรอ” ไอลินลอยหน้าลอยตาถามออกมา
“ผัวเก่าก็มาแสดงความยินดีกูว่างานนี้มีรีเทิร์นแน่มึง” แอนพูดออกมาพร้อมกับแอบชำเลืองมองไปที่เข็มทิศ
“พวกมึงสองคนหุบปากบ้างก็ได้ ไม่มีใครเขาว่าพวกมึงเป็นใบ้หรอกมั้ง” มอสพอจะเดาความรู้สึกของเข็มทิศได้ เขาจึงรีบเอ็ดแอนกับไอลินออกมา
“ไอ้มอสทำไมมึงชอบขัดกูจังวะ...” แอนพูดออกมาด้วยทางที่ไม่ค่อยพอใจ
“พวกมึงก็หยุดพูดกันทั้งหมดนี่แหละ จะเถียงกันเอาโล่หรือไง รีบกินรีบกลับไปทำงาน กูจะไปรับออเดอร์ลูกค้าก่อน” เข็มทิศพูดพร้อมกับเดินไปยังอีกโต๊ะที่เพิ่งมีลูกค้าสองสามคนเนเข้ามา หลังจากนั้นเขาได้เดินเข้าไปหามินตรา ที่ยังยืนอยู่ตรงที่เจตต์นั่ง
“เอ้านี่! เออเดอร์โต๊ะสาม และดอกไม้เอามานี่ถืออยู่ได้เกะกะ อ้าว! มองหน้าอีก รีบไปทำให้ลูกค้าสิ”เข็มทิศดุหญิงสาวออกมา และที่มินตรามองหน้าคือจะขอบคุณเขาต่างหาก ความจริงแล้วการที่เธอต้องคุยกับเจตต์นั้น มันทำให้เธอรู้สึกอึดอัดอย่างบอกไม่ถูก
เมื่อมินตราเดินออกไปแล้วเข็มทิศก็เลื่อนเก้าอี้นั่งลงตรงข้ามกับเจตต์ เขาจ้องมองไปที่ใบหน้าของชายผู้มาเยือน ด้วยความท้าทาย
“คุณจะรับน้ำอะไรดีครับ ไม่ว่าจะเป็นกาแฟ เย็นกาแฟร้อน หรือจะเอาชาเขียว ชามะนาวนมเย็นมีให้เลือกทุกน้ำเลยครับ แต่ยกเว้นน้ำใจที่นี่มีให้บางคน” คำพูดของเข็มทิศเจตต์พอจะเดาได้ ว่าชายหนุ่มรุ่นน้องกำลังสื่อถึงอะไร
“พอดีไม่ได้มาหาน้ำแถวนี้! มาหาเมียเก่า วัวเคยค้าม้าเคยขี่กันมา ยังไงแล้วของมันก็เคยกันอยู่ทำใจนะไอ้น้อง หน้าอ่อนแบบนี้อายุเท่าไหร่ล่ะ” ตอนนี้เข็มทิศนั่งกำหมัดแน่น เขาไม่ได้โกรธที่มินตราเคยผ่านการแต่งงานมาแล้ว..แต่เขาโกรธที่ผู้ชายคนนี้พูดไม่ให้เกียรติเธอเลยสักนิด แม้เธอจะเคยเป็นภรรยาของ เขาแต่นั่นมันเมื่อก่อนเขาไม่ควรพูดถึงผู้หญิงในทางเสียหายแบบนี้..
“ถึงผมจะหน้าอ่อนแต่วุฒิภาวะผมไม่อ่อน ส่วนดอกไม้ช่อนี้ เชิญคุณเอามันกลับไปด้วย” เข็มทิศพูดพร้อมกับวางช่อดอกไม้ลงที่โต๊ะ แต่เจตต์กลับกระตุกยิ้มที่มุมปาก เขาทำราวกับว่าสิ่งที่ชายหนุ่มตรงหน้ากำลังเล่นตลกให้เขาดู เพราะเขาไม่เชื่อว่ามินตรากับเด็กหนุ่มนี้จะลงเอยกันได้..
“ฝากบอกมินตราด้วยนะวันหลังจะมาหาใหม่ ส่วนดอกไม้นั่นให้แล้วไม่รับคืน” เจตน์พูดพร้อมกับมองมาที่ใบหน้าของเข็มทิศราวกับว่าเขากำลังเป็นต่อ
“คุณควรจะเอามันกลับไปด้วย ไม่อย่างนั้นมันจะกลายเป็นขยะอยู่ที่ถังหน้าร้าน” เข็มทิศพูดออกมาเสียงดัง เมื่อเจตต์เดินออกไปโดยที่เขาไม่หยิบดอกไม้ช่อโตนั้นไปด้วย ชายหนุ่มจึงหยิบมันขึ้นมาจากโต๊ะแล้วเดินตามหลังเขาไป ก่อนที่จะโยนดอกไม้ช่อโตนั่นลงไปที่ถังขยะหน้าร้าน แล้วเดินกลับเข้ามาสิ่งที่เขาทำอยู่ในสายตาของมินตราตลอด..
“เสียดายเหรอทำหน้าแบบนั้น” เข็มทิศเอ่ยถามมินตราออกมาด้วยใบหน้าที่บึ้งตึง
“เปล่า” คำตอบสั้นๆ ของมินตราทำให้เข็มทิศคิดไปไกล เธออาจไม่พอใจที่เขาเอาดอกไม้ช่อนั้นทิ้งลงถังขยะไป
สาวรุ่นพี่กับหนุ่มรุ่นน้องนั่งรถเงียบกันมาตลอดทาง ทั้งสองแอบชำเลืองมองกันไปมา มินตราแอบมองที่มุมปากของเข็มทิศ ที่มีรอยแดงช้ำและมีเลือดซึมเล็ดออกมาเล็กน้อย แต่ในเวลานี้ต่างคนต่างก็คิดทบทวนถึงสิ่งที่เกิดขึ้นมินตรากำลังนึกถึงความรู้สึกที่เธอมีให้กับเจตต์ ผู้ชายที่เคยเป็นสามี หญิงสาวกำลังสงสัยว่าทำไมเธอถึงขยะแขยงเขาได้มากมายถึงเพียงนี้ ความรู้สึกดีๆ ที่เคยมีให้กับเขานั้นมันหมดไปจนสิ้น สุภาษิตที่ว่าตัดบัวยังเหลือใยสำหรับเธอแล้วมันไม่ใช่ เพราะแม้แต่ใยหรือความทรงจำดีๆ เธอก็ไม่มีให้กับเขาอีกต่อไปแล้ว..ส่วนทางด้านเข็มทิศกำลังคิดว่า เขาเป็นสาเหตุที่ทำให้เธอตกอยู่ในสภาวะของความกลัว เมื่อสายตาที่เจตต์มองมายังมินตรามันแอบแฝงเรื่องร้ายๆ ไว้ข้างในเขาเป็นผู้ชายด้วยกันพอจะดูออก เจตต์ยังหวังที่จะได้มินตรากลับคืนไปเมื่อรถแล่นเข้ามาถึงบ้านทั้งสองหลังที่อยู่เคียงกัน ก่อนที่มินตราจะลงไปจากรถ เข็มทิศได้คว้ามือของเธอมากุมไว้“ไม่ต้องลงกลอนประตูอาบน้ำเสร็จเดี๋ยวไปหา” น้ำเสียงทุ้มบ่งบอกถึงความเด็ดเดี่ยว“ไม่ต้อง จะมาทำไมมันดึกแล้ว”“จะไปก็คือจะไปอย่าห้าม เพราะยิ่งห้ามก็เหมือนยิ่งยุ จะล็อกก็ได้นะ ผมจะเตรียมค
กลุ่มเพื่อนของเข็มทิศต่างก็แปลกใจที่วันนี้เขาควงหม้ายสาวอย่างมินตรามาที่ผับได้ แต่คนที่ดูจะไม่ค่อยพอใจคงจะเป็นเพื่อนสาวของเขาโดยเฉพาะไอลินและแอนเข็มทิศนั่งลงพร้อมกับดึงมินตรานั่งข้างๆ หนุ่มโต๊ะใกล้เคียงต่างมองมาที่มินตราสาวสวยหุ่นดี ในเวลานี้เธอสะดุดตาชายหนุ่มพวกนั้นเหลือเกิน“พวกเราไม่รู้ว่าพี่จะมาเคยชินกับการสั่งแต่เหล้าพี่ดื่มได้ไหม” ไอลินพยายามพูดกระแนะกระแหนเป็นเชิงว่ามินตราเป็นส่วนเกินของคนในกลุ่มนี้“อะไรก็ได้พี่ดื่มได้หมด”“ไม่ได้พรุ่งนี้เปิดร้านผมไม่ได้อยู่ช่วย..มึงช่วยสั่งน้ำส้มให้คุณมินตราด้วย” เข็มทิศพูดพร้อมกับหันไปสั่งแอนเจ้าประจำในการจัดการเครื่องดื่มของกลุ่ม เวลาไปไหนเที่ยวผับร้านอาหาร แอนจะจัดการจดรายการทั้งหมด ก่อนจะมาหารกันแต่ส่วนมากเข็มทิศจะจ่ายเองทั้งหมด เพราะบ้านของเขาค่อนข้างมีฐานะกว่าทุกคน“เดี๋ยวกูจัดการให้” แม้ว่าจะไม่ค่อยเต็มใจสักเท่าไร แต่เมื่อเพื่อนสั่งแอนก็ต้องทำหลังจากที่ดื่มกันอยู่พักใหญ่ ไอลินก็พยายามชวนเข็มทิศไปเต้นเป็นเพื่อน แน่นอนสำหรับคนที่คิดมากเกินกว่าเพื่อนนั้นก็อยากทำทุกอย่างให้เพื่อนหันมามองตัวเองบ้าง.“ทำไมมึงไม่ไปเต้นกับแอนล่ะไอ้เจมส์ไปเต้
เมื่อเวลาผ่านไปใกล้ปิดร้าน มินตรานำทุกอย่างไปล้าง ก่อนจะนำมาเก็บเข้าที่ ส่วนเข็มทิศก็ช่วยเก็บกวาดและจัดเก้าอี้อย่างเรียบร้อยก่อนจะเดินเข้ามาหามินตรา“เหนื่อยไหม” มันเป็นคำถามสั้นๆ ที่มินตราโคตรจะรู้สึกดีเลย เธอไม่ได้ยินคำถามแบบนี้มานานมากแล้ว และไม่รู้ด้วยว่าครั้งสุดท้ายเธอได้ยินจากใคร เธอซึ้งในน้ำใจของเข็มทิศเป็นอย่างมาก“ไม่เหนื่อยหรอกวันนี้ลูกค้าเยอะมาก ขนาดวันแรก ฝีมือนายใช่ไหม ยังไงก็ขอบคุณนะ” เข็มทิศเลื่อนเก้าอี้มานั่งข้างๆ มินตรา เขาไม่รู้ว่าโชคชะตาจะเล่นตลกอะไรกับเขาอีก แต่ที่เขารู้คือเขาจะไม่ปล่อยโอกาสนั้นให้มันหลุดลอยไปอีกแล้ว“ขอโทษนะยังโกรธเรื่องช่อดอกไม้นั้นอยู่หรือเปล่า เดี๋ยวจะสั่งมาให้ใหม่ช่อโตกว่านั้นอีกหลายเท่า” เขาพูดพร้อมกับเอามือลูบที่ผมของเธอเบาๆ ทำให้สาวรุ่นพี่เขินเสียจนต้องเบือนหน้าหนี เขามักทำให้เธอใจเต้นแรงได้เสมอ“ไม่ได้โกรธแค่เสียดายก็มันสวยดีนี่นา...ช่อเบ้อเร่อตั้งหลายดอกเลยนะ” มินตราพูดออกมาด้วยน้ำเสียงที่อ้อนๆ“จะเอากี่ดอกเดี๋ยวคืนนี้จัดให้เลย” ชายหนุ่มพูดพร้อมกับฉายแววตาเจ้าเล่ห์ออกมาเพียะ!! ฝ่ามือเล็กตีไปที่ต้นแขนของเข็มทิศเบาๆ เมื่อมินตรารู้ดีในประโย
วันแรกของการเปิดร้านลูกค้าที่หลั่งไหลเข้ามาทำให้มินตราต้องแปลกใจ เพราะหลายคนเธอไม่คุ้นหน้าและไม่น่าจะใช่คนแถวนี้ แต่ละคนก็สั่งกันหลายแก้วแถมยังซื้อกลับบ้านด้วย บางคนก็เดินเข้ามาพูดคุยกับเข็มทิศราวกับว่าสนิทสนมและรู้จักกันมาก่อนมินตราเริ่มแปลกใจมากขึ้น เมื่อมีหนุ่มสาวรุ่นราวคราวเดียวกับเข็มทิศเดินกันมาเป็นกลุ่มใหญ่ ทุกคนเดินเข้ามานั่งในร้านแล้วเข็มทิศเดินไปรับเออเดอร์ ก่อนจะส่งให้มินตรา จากนั้นเขาก็นั่งลงเม้าท์กับหนุ่มสาวกลุ่มนั้น“ถึงกับหยุดงานเลยนะมึงใช่ซี้...มึงลูกชายเจ้าของโรงงานจะหยุดกี่วันก็ได้ แต่พวกกูถ้าหยุดบ่อยๆ ต้องเขียนใบลาออกแน่” ไอลินพูดทีเล่นทีจริง เพราะตั้งแต่เธอทราบว่ามินตราย้ายเข้ามาในบ้านหลังเดิม ความหวังที่เธอจะได้ใจของเข็มทิศนั้นก็เริ่มริบหรี่ลงไปทุกที“มึงก็เพื่อนสนิทลูกเจ้าของโรงงานกลัวอะไรวะ...ใช่ไหมเข็มทิศ” แอนเพื่อนอีกคนในกลุ่มพูดเสริมขึ้น หวังให้มินตราได้ยิน เพราะเธอก็เชียร์เข็มทิศกับไอลินให้เป็นแฟนกัน เพื่อนชายของเธอไม่เหมาะกับแม่ม่ายอย่างมินตราเลยสักนิด สู้ไอลินก็ไม่ได้สักอย่างไม่รู้ทำไมเข็มทิศถึงต้องหมางเมินในรักที่ไอลินมีให้ก็ไม่รู้..“ทำไมไม่ขายข้าวด้วยว
เข็มทิศรู้สึกร้อนรนใจมาก เมื่อห้องของมินตรามืดสนิทไฟปิดทุกดวง ปกติแล้วเธอจะปิดไฟนอนก็ปาไปสามสี่ทุ่มแล้วนี่ แต่มันเพิ่งจะสองทุ่มเองเธอจะเป็นอะไรไปไหม ชายหนุ่มมองซ้ายแลขวา เมื่อแน่ใจว่าบิดามารดาเข้านอนกันหมดแล้ว ชายหนุ่มจึงค่อยๆ เปิดประตูออกมาจากบ้าน ก่อนจะกระโดดปีนขึ้นไปบนกำแพงข้ามมาทางฝั่งบ้านของมินตรา..เขาเดินสำรวจรอบบ้านหน้าต่างก็งัดไม่ได้ จะปีนก็ไม่มีบันได ชายหนุ่มพยายามใช้ความคิดอยู่สักพัก จนนึกได้ว่าเขาเป็นคนล็อกประตูเอง แล้วไม่ได้ลงกลอนด้านใน เพราะตอนออกมาเขากดเพียงลูกบิดเท่านั้น เมื่อคิดได้เข็มทิศก็เดินไปรอบๆ บ้านเขามองหาลวดอยู่นาน เพื่อใช้ปลดล็อกลูกบิดแต่ก็ไม่เจอเข็มทิศตัดสินใจเดินไปที่ร้านกาแฟ เพราะที่นั่นเพิ่งสร้างเสร็จอาจจะมีลวดหลงเหลืออยู่บ้างเข็มทิศเปิดไฟฉายในโทรศัพท์หาอยู่สักครู่ก็ได้ลวดตามที่เขาต้องการ ชายหนุ่มตรงไปที่ประตูทันทีก่อนจะทำการสอดลวดแล้วค่อยๆ ดึงออกเขาทำอยู่แป๊บหนึ่งประตูก็เปิดออก.“เยส!..” เข็มทิศพูดพร้อมกับกำปั้นทำท่าทางสะใจ ที่สามารถไขลูกบิดเข้าไปได้..เขาค่อยๆ เดินขึ้นไปที่ชั้นบน แล้วตรงไปยังห้องนอนของสาวรุ่นพี่ เข็มทิศเคาะประตูไปหลายที แต่ก็ไม่มีคนเปิ
คำว่ากระดังงาลนไฟสำหรับมินตราแล้วมันช่างเหมาะกับเธอเสียเหลือเกิน ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปเนิ่นนานแค่ไหนถึงเธอจะเคยแต่งงานมาแล้วแต่ความสวยความสาวนั้นมันไม่ได้ลดลงเลยแม้แต่น้อย ม่ายสาวพราวเสน่ห์อย่างเธอ มีหนุ่มๆ เข้ามาขายขนมจีบไม่เว้นว่างในแต่ละวัน แต่เธอกลับไม่เคยใส่ใจ และสนใจผู้ชายเหล่านั้นเลย..มินตราเก็บเงินทั้งหมดที่มีทุบรั้วหน้าบ้าน แล้วเปิดเป็นร้านกาแฟเล็กๆ การกระทำของเธอทุกอย่าง อยู่ภายใต้สายตาของชายหนุ่มรุ่นน้องตลอดเวลา..เข็มทิศแอบซุ่มดูอยู่นานเขาสงสัยว่าทำไมมินตราถึงได้ทำอะไรคนเดียวตลอด สามีของเธอหายไปไหนหรือว่าจะเลิกกันแล้ว เพราะเขาได้ยินคนแถวนี้ต่างลือกันให้แซดว่าเธอโดนผัวทิ้งอย่างโน้นอย่างนี้บ้างต่างๆ นานา แต่เขาก็ยังไม่อยากเดาสุ่มสี่สุ่มห้าเพราะถ้าหากสิ่งที่เขาเดานั้นมันไม่เป็นความจริงคนที่เจ็บก็คือตัวของเขาเองในระหว่างที่มินตรากำลังขะมักเขม้นอยู่กับการจัดร้าน เธอเลื่อนโต๊ะเก้าอี้ไปยังมุมนั้นมุมนี้เพียงลำพัง ทำให้เข็มทิศ ที่แอบดูอยู่นั้นอดไม่ได้ที่จะเข้าไปช่วยเธอ..“เอาไว้มุมไหน” เขาพูดพร้อมกับดึงเก้าอี้ออกจากมือของมินตรา ทำให้เธอทำหน้างงๆ กับชายหนุ่มตรงหน้า เธอไม่เจอเขามานานม







