แชร์

บทที่ 10

ผู้เขียน: หรงเย่า / นาย่า
last update ปรับปรุงล่าสุด: 2026-01-20 07:32:23

หมัวหวาง 10

ระหว่างที่พูดเผิงลั่วก็ยิ้มและชักกระบี่ในมือออกมา คมกระบี่เงาวับส่องประกายราวต้องการดื่มเลือด เหล่าหลิวตัวสั่นงันงกหลังค้อมลงกับพื้น

“ใต้เท้าไว้...ไว้ชีวิตด้วย”

อินเยวี่ยมองชายชราด้วยดวงตาว่างเปล่า ดวงตาของนางแดงก่ำ นึกถึงบิดาและมารดาที่ดีกับอีกฝ่ายมาโดยตลอด ไว้ใจกระทั่งให้ช่วยดูแลกิจการบางส่วน แบ่งรายได้ให้นอกเหนือจากเงินรายเดือนที่ได้รับอยู่แล้ว กระทั่งมอบสินสอดแต่งสะใภ้ให้กับบุตรชายของเหล่าหลิว...

“เพื่อไม่ให้เขาหาทางส่งข่าวใดๆ ไปให้ซวี่อู่กักตัวเขาเอาไว้”

“ตะแต่ใต้เท้าข้าน้อย...”

“ไม่ต้องกังวล ข้าจะพาเจ้ากลับจวนแน่นอน หลักฐานมากมายเจ้าคงไม่เก็บไว้ไกลตัวกระมัง สามารถเรียกใช้คนของทางการได้คงมีเรื่องใช้ข่มขู่ซวี่อู่ได้กระมัง ฮูหยินของเจ้ารู้หรือไม่ ยังมีบุตรชายกับสะใภ้ ได้ยินว่านางกำลังตั้งครรภ์ใกล้คลอด” เหลิ่งซียิ้ม

“พวกเขาไม่เกี่ยวกับเรื่องนี้ ใต้เท้า ข้าน้อยทำเพียงคนเดียว ฮูหยินและบุตรชายรวมไปถึงสะใภ้ของข้าน้อยไม่เกี่ยวข้อง...” เขามองเลยไปสบตากับอินเยวี่ย มองเห็นแววเกลียดชังในดวงตาที่เคยใสซื่อบริสุทธิ์ ครั้งหนึ่งนางกับพี่ชาย รวมไปถึงนายท่านและอินฮูหยินคนเหล่านั้นล้วนสมควรยังมีชีวิต ทุกคนล้วนเป็นผู้บริสุทธิ์...

เหล่าหลิวหลับตาลง “หลักฐานทุกอย่าง ข้าน้อยฝากเอาไว้ที่ร้านแลกเงินตู้ไห่ขอรับ ตั๋วรับฝากของเก็บเอาไว้ที่ใต้กระถางธูปวัดลิ่งฉือ ใต้เท้าข้าน้อยสมควรตายกับสิ่งที่ทำ แต่ฮูหยิน บุตรชายและสะใภ้พวกเขาล้วนไม่รู้เรื่อง”

เผิงลั่วมองไปยังอินเยวี่ย เห็นนางหลั่งน้ำตาออกมาเงียบๆ จากนั้นโบกมือให้คนของตนพาชายชราออกไป “คุณหนูอิน”

“เจ้าคะ”

“ระหว่างนี้เจ้าตัวคนเดียวคงไม่ปลอดภัย ถ้าอย่างไรไปกับพวกข้าเถิด ข้ารับปากว่าจะสืบสาวเรื่องนี้อย่างถึงที่สุด ส่วนเรื่องที่ได้พูดไปเกี่ยวกับเหล่าหลิวเมื่อครู่”

“ข้าน้อยเข้าใจเจ้าค่ะ จะอย่างไรโทษของเขาก็คงไม่ถึงกับประหาร” นางแค่นยิ้ม

“ถึงอย่างนั้นข้ารับปากว่าเขาจะต้องได้ชดใช้การกระทำอย่างสาสม”

“ขอบคุณใต้เท้า”

เผิงลั่วพยักหน้าจากนั้นลุกขึ้นยืนผายมือ อินเยวี่ยลุกขึ้นและเดินออกไปโดยไม่ซักไซ้ว่าเขาจะทำอย่างไรต่อ นางเป็นเพียงสตรีหากปากมากถามโน่นนี่ย่อมเป็นการกระทำที่ไม่ฉลาดนัก

มิสู้แสร้งทำเป็นอ่อนแอให้ผู้คนสงสารและเห็นใจ...

การหายตัวไปของมือปราบสองคน บวกกับคนของเขาคลาดกับเหล่าหลิว ทำให้สองวันมานี้ซวี่อู่เริ่มนั่งไม่ติด คดีตระกูลอินสมควรถูกเก็บกวาดให้สะอาด หากมิใช่เขาเองก็วางแผนจะหักหลังเหล่าหลิว ทำให้อีกฝ่ายที่ขี้ระแวงเป็นทุนเดิมลอบเก็บหลักฐานหลายอย่างเอาไว้

เขาจะกลืนก็กลืนไม่เข้า จะคายก็ไม่อาจคายออกมา ได้แต่ปล่อยให้อีกฝ่ายถือไพ่เหนือกว่า ถูกข่มขู่ทุกวันจนอีกฝ่ายใช้ชื่อของเขาหาผลประโยชน์จากกิจการตระกูลอินที่สมควรเป็นของเขาแต่เพียงผู้เดียว!!!

“นายท่านมีเรื่องน่าประหลาดอยู่เรื่องหนึ่งขอรับ”

“เรื่องอะไร”

“วันที่เหล่าหลิวขาดการติดต่อ ดูเหมือนเขามาที่จวนว่าการ ข้าน้อยตรวจสอบดูแล้วคนของเราสองคนหายตัวไปพร้อมกับเขา อีกทั้งวันถัดมาดูเหมือนอยู่ๆ ร้านแลกเงินตู้ไห่ก็ประกาศปิดสามวันอ้างว่าเพื่อตรวจสอบการทุจริต”

“ร้านแลกเงินตู้ไห่?” ซวี่อู่ขมวดคิ้วเนื่องจากเขาตระหนักดีว่าร้านแลกเงินขนาดใหญ่จะปิดย่อมเป็นเรื่องใหญ่ เหตุใดไม่มีการแจ้งล่วงหน้าคิดจะปิดก็ปิดลงทั้งยังปิดถึงสามวัน “เจ้าให้คนไปสอบถามหรือยังว่าคนของเราหายไปได้อย่างไร มีร่องรอยหรือไม่”

“มีแม่ครัวเป็นพยานได้ว่าทั้งสองหายไปพร้อมกับเหล่าหลิวขอรับ”

ซวี่อู่มุ่นคิดมองคนของตน “สองคนที่ว่าคงไม่ใช่มือปราบฉิน มือปราบลู่?”

“ขอรับเป็นพวกเขา”

ซวี่อู่ครุ่นคิดอยู่นานมาก ก่อนหน้านี้เวลาเหลาหลิวต้องการหยิบยืมคน เขาก็มักจะมอบหมายให้สองคนนี้ไปช่วยงาน ดังนั้นเหล่าหลิวจึงสนิทสนมกับมือปราบทั้งสองเป็นอย่างดี “ระดมคนของเราเงียบๆ ส่วนหนึ่งจับตามองคนตระกูลหลิว อีกส่วนรีบไปสืบดูว่าร้านแลกเงินตู้ไห่เกิดอะไรขึ้น จะอย่างไรก็ต้องหาเบาะแสมาให้ได้”

“ขอรับ”

ซวี่อู่ไหนเลยจะคาดว่าการที่เขาทำเช่นนั้น กลับกลายเป็นการพาตัวเองมาติดกับดักเอาเสียได้

อินเยวี่ยก้มลงมองกำไลที่ข้อมือของตัวเอง ในใจพร่ำขอให้ตัวเองแคล้วคลาดจากเรื่องนี้ไปได้ด้วยดี จากนั้นก็เลิกหมวกคลุมขึ้นแล้วเดินเข้าไปในตลาด

เมื่อเช้านางหลอกล่อคนของเผิงลั่วอยู่นานกว่าจะแอบหลบออกมาได้ ทั้งนี้ก็เพื่อใช้ตัวเองเป็นเหยื่อล่อ เนื่องจากตระหนักดีว่าหลักฐานในมือของเผิงลั่วนั้น ยังไม่เพียงพอเอาผิดซวี่อู่

ทางเดียวที่นางจะสามารถถอนรากถอนโคนซวี่อู่ นั่นก็คือใช้ตัวนางเองเป็นเหยื่อล่อให้ซวี่อู่เคลื่อนไหว และเรื่องนี้อินเยวี่ยรู้ดีว่าเผิ่งลั่วไม่มีวันทำ

ทันทีที่เดินเข้าไปเลือกซื้อเซาปิ่งและจ่ายเงิน หลิวฮูหยินก็สังเกตเห็นหญิงสาวทันที “คะ...คุณหนู!”

หลิวฮูหยินมองซ้ายขวาอย่างระแวดระวังจากนั้นลากอินเยวี่ยออกไปจากตรงนั้น “ท่าน...เหตุใดจึงอยู่ที่นี่เจ้าคะ มิใช่ว่าถูก...” หลิวฮูหยินตาแดงก่ำ ท่าทางเศร้าเสียใจเห็นชัดว่ามิใช่การเสแสร้ง เหล่าหลิวดูเหมือนลงมือทำเรื่องเลวร้ายเพียงคนเดียวจริงๆ

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • ราคะ ปรารถนา   บทที่ 10

    หมัวหวาง 10ระหว่างที่พูดเผิงลั่วก็ยิ้มและชักกระบี่ในมือออกมา คมกระบี่เงาวับส่องประกายราวต้องการดื่มเลือด เหล่าหลิวตัวสั่นงันงกหลังค้อมลงกับพื้น“ใต้เท้าไว้...ไว้ชีวิตด้วย”อินเยวี่ยมองชายชราด้วยดวงตาว่างเปล่า ดวงตาของนางแดงก่ำ นึกถึงบิดาและมารดาที่ดีกับอีกฝ่ายมาโดยตลอด ไว้ใจกระทั่งให้ช่วยดูแลกิจการบางส่วน แบ่งรายได้ให้นอกเหนือจากเงินรายเดือนที่ได้รับอยู่แล้ว กระทั่งมอบสินสอดแต่งสะใภ้ให้กับบุตรชายของเหล่าหลิว...“เพื่อไม่ให้เขาหาทางส่งข่าวใดๆ ไปให้ซวี่อู่กักตัวเขาเอาไว้”“ตะแต่ใต้เท้าข้าน้อย...”“ไม่ต้องกังวล ข้าจะพาเจ้ากลับจวนแน่นอน หลักฐานมากมายเจ้าคงไม่เก็บไว้ไกลตัวกระมัง สามารถเรียกใช้คนของทางการได้คงมีเรื่องใช้ข่มขู่ซวี่อู่ได้กระมัง ฮูหยินของเจ้ารู้หรือไม่ ยังมีบุตรชายกับสะใภ้ ได้ยินว่านางกำลังตั้งครรภ์ใกล้คลอด” เหลิ่งซียิ้ม“พวกเขาไม่เกี่ยวกับเรื่องนี้ ใต้เท้า ข้าน้อยทำเพียงคนเดียว ฮูหยินและบุตรชายรวมไปถึงสะใภ้ของข้าน้อยไม่เกี่ยวข้อง...” เขามองเลยไปสบตากับอินเยวี่ย มองเห็นแววเกลียดชังในดวงตาที่เคยใสซื่อบริสุทธิ์ ครั้งหนึ่งนางกับพี่ชาย รวมไปถึงนายท่านและอินฮูหยินคนเหล่านั้นล้วนสม

  • ราคะ ปรารถนา   บทที่ 9

    หมัวหวาง 9หญิงสาวมองเขาด้วยดวงตาเฉยชา ถึงอย่างนั้นเมื่อชายชราเงยหน้าขึ้นนางกลับเปลี่ยนสีหน้า ดวงตาแดงก่ำหลั่งน้ำตาออกมาเงียบๆ“ท่านพ่อบ้าน คราแรกข้ายังไม่มั่นใจ เป็นท่านจริงๆ”“ท่าน...มิใช่ถูกแขวนคอหรอกหรือขอรับ เหตุใด...เหตุใด”“ข้าจะตายได้อย่างไร ในเมื่อตระกูลอินต้องบ้านแตกสาแหรกขาดเช่นนี้ ข้าจะตายไม่ได้จนกว่าคนที่ใส่ความตระกูลอินต้องชดใช้!” นางประกาศกร้าว“ตะ...แต่...นายท่าน นายท่าน...หลักฐานพวกนั้น ท่านเจ้าเมืองบอกว่า...”“นั่นคือหลักฐานเท็จ จดหมายนั่นดูคล้ายลายมือท่านพ่อ แต่ข้ามองออกว่าไม่ใช่ ตราประทับนั่นยิ่งน่าสงสัย หากเป็นจดหมายลับที่ติดต่อกับเผ่าอาหมาน เหตุใดท่านพ่อต้องโง่งมใช้ตราประทับของที่ร้านเล่า”เหล่าหลิวก้มหน้าลงแสร้งสะอื้นไห้ แต่ในใจกำลังครุ่นคิดหาทางออก เขาร่วมมือกับเจ้าเมืองปลอมจดหมายนั่นขึ้นมา ไม่ง่ายเลยที่จะสร้างหลักฐานเท็จและเร่งร้อนปิดคดี ตอนนี้คนที่สมควรตายไปแล้วกลับมีชีวิต เรื่องนี้เขาไม่อาจอยู่เฉยแล้ว!!!อินเยวี่ยมองประเมินการแต่งกายของเหล่าหลิว เกรงว่าหลังตระกูลอินจบสิ้นการเป็นอยู่ของอีกฝ่ายคงดีขึ้นมาก และคงจะดีกว่าตอนที่อีกฝ่ายเป็นพ่อบ้านกระมังเหล่าหลิวมอ

  • ราคะ ปรารถนา   บทที่ 8

    หมัวหวาง 8อินเยวี่ยขมวดคิ้ว “เช่นนั้นหากตอนพบกันข้าจะอธิบายอย่างไรเล่าเจ้าคะ”“บอกไปตามจริงว่าเจ้าถูกจับตัวมาแล้วส่งตัวขึ้นเขาบูชายัญ หากยิ่งบอกว่าเจ้าถูกเจ้าเมืองอะไรนั่นใส่ความจนคนทั้งตระกูลต้องตาย นั่นจะดูเป็นเรื่องจงใจเกินไป”“เพราะอะไรหรือเจ้าคะ”“คนพวกนั้นมาเพราะมีคนไปร้องเรียนทางการ”“เอ๋ เป็นผู้ใดกัน...” นางพยายามนึก“แม่สื่อคนที่พาเจ้ามาที่นี่ นางเกิดสำนึกผิดและอยากช่วยเจ้าดังนั้นจึงไปร้องเรียนที่เมืองหลวง คราแรกไม่มีใครยอมเชื่อดังนั้นนางจึงเขียนจดหมายทิ้งเอาไว้บนตัวก่อนผูกคอตายที่หน้าศาลต้าหลี่”“สวรรค์!”หมัวหวางขมวดคิ้ว “เรียกหาสวรรค์ด้วยเหตุใด บิดาเป็นจอมปิศาจ” เขาถลึงตาให้นางอินเยวี่ยอึ้งไปครู่หนึ่งก่อนจะหลุดหัวเราะออกมา “ข้าขออภัยเจ้าค่ะ ข้าเพียงตกใจเท่านั้นจึงอุทานออกมา”“อยากรู้หรือไม่ว่าแม่สื่อผู้นั้นเขียนจดหมายร้องทุกข์ว่าอย่างไร”“นางเขียนอย่างไรเจ้าคะ”“นางฝันร้ายทุกวันหลังจากแอบพาเจ้าออกมาแล้วส่งตัวไปบูชายัญ วันนั้นนางแอบติดสินบนคนตอกฝาโลงไม่ให้ตอกแน่นหนา นางยังแอบใส่ผลไม้เอาไว้ให้เจ้าเพื่อประทังชีวิต หวังว่าเจ้าจะสามารถรอดชีวิตไปได้ นางยังให้เบาะแสเกี่ยวกับคดี

  • ราคะ ปรารถนา   บทที่ 7

    หมัวหวาง 7ประโยคหยอกเย้าและดวงตาเจ้าเล่ห์ทำให้สองแก้มของนางร้อนซู่ รู้ว่าตนเองต้องหน้าแดงเป็นแน่ กินไปได้สักพักหญิงสาวกลับเพิ่งตระหนักถึงบางเรื่อง นางมองเขาที่นั่งอยู่ข้างๆ จากนั้นหยิบผ้าผืนหนึ่งปกปิดกายส่วนล่างของเขาด้วยท่าทีเก้ๆ กังๆหมัวหวางเลิกคิ้วมองนางจากนั้นก้มลงมองตัวเอง “มนุษย์นี่ยุ่งยากเสียจริง” แต่เขาก็ไม่ได้ดึงออก“...ท่านไว้ชีวิตข้าได้หรือไม่เจ้าคะ”เขามองนางด้วยรอยยิ้ม “แลกกับอะไรเล่า”นางเม้มปากเพราะทั้งตัวของนางไม่มีอะไรเลย แม้แต่เสื้อที่สวมติดตัวก็ถูกเขากระชากจนขาดวิ่น ผ้าที่ห่อกายตอนนี้ก็ล้วนเป็นของเซ่นไหว้ของเขา“เหตุใดจึงอยากมีชีวิตอยู่”“เพราะ...เพราะ...” นางนึกถึงบิดา มารดา รวมไปถึงพี่ชายทั้งสองคน “คนในตระกูลของข้าถูกผู้อื่นใส่ร้ายจนถูกแขวนคอ ข้า...”“อยากแก้แค้น?”นางส่ายหน้า “อยากล้างมลทินเจ้าค่ะ”เขานิ่งไปชั่วครู่ “หลังจากนั้นเล่า หลังจากล้างมลทินเจ้าจะทำเช่นไร คนในตระกูลก็ล้วนตายจากไปสิ้น เจ้าตัวคนเดียวจะทำเช่นไร”นางกะพริบตามองเขาราวกับนึกไม่ถึง“ข้ามีข้อเสนอ” เขาใช้ปลายนิ้วเชยคางของหญิงสาวขึ้น “หากมอบชีวิตและวิญญาณของเจ้าให้ข้า ข้าจะช่วยให้เจ้าได้ล้างมลทิน

  • ราคะ ปรารถนา   บทที่ 6

    หมัวหวาง 6ทุกอย่างพร่าพรายจนสองร่างสั่นระริก มันเสียวซ่านวาบหวามจนทั้งเขาและนางหลั่งรินออกมาพร้อมๆ กันอย่างท่วมท้นก่อนหน้านี้ทุกครั้งที่มายังเหลียงซานเพื่อจำศีล เขามักพบว่ามนุษย์พวกนี้จะนำของเซ่นไหว้มาให้ นอกจากนั้นยังมีหญิงสาวพรหมจรรย์ที่เลือดในกายหวานล้ำไปทั้งตัวนึกถึงมนุษย์โง่งมแล้วเขาก็ได้แต่ลอบหัวเราะอย่างเยาะหยัน อะไรๆ ก็เอาแต่ฝากความหวังไว้ที่สิ่งเร้นลับที่มองไม่เห็น กระทั่งไม่รู้แน่ชัดว่ามีหรือไม่มีอยู่จริง ทั้งที่สิ่งที่พิสูจน์ได้อยู่ตรงหน้า กลับเลือกที่จะเชื่อในเรื่องงมงายจนถึงกับเห็นชีวิตสตรีที่ถูกนำขึ้นมาบูชายัญเป็นสิ่งไร้ค่าขึ้นชื่อว่าธรรมชาติหากรักษาเอาไว้ไม่ตัดไม้ทำลายป่าหรือแผ้วถาง รักษาแนวป่าให้ยังคงเขียวชอุ่ม แน่นอนฝนฟ้าย่อมตกต้องตามฤดูกาล อีกทั้งยังไม่ต้องกังวลเรื่องน้ำป่า เพราะมีต้นไม้อุ้มน้ำและมีรากไม้ยึดแนวดินไม่ให้พังทลายเมื่อมีฝนย่อมต้องมีพืชพรรณ มีพืชพรรณย่อมต้องมีสิ่งมีชีวิตอาศัยอยู่ เมื่อเป็นเช่นนั้นก็จะเกิดวงจรของสิ่งมีชีวิต ความอุดมสมบูรณ์ย่อมต้องเกิดถึงอย่างนั้นมนุษย์เหล่านี้ก็คงงมงายเชื่อว่าเหลียงซานมีเจ้าป่าเจ้าเขาดูแลก็...อาจจะจริง เขานี่อย่างไร

  • ราคะ ปรารถนา   บทที่ 5

    หมัวหวาง 5อินเยวี่ยลืมตาขึ้นด้วยความอ่อนเพลีย ร่างทั้งร่างของนางรวดร้าวราวกับถูกรถม้าวิ่งทับ กายสาวยังคงเจ็บแสบราวกับถูกกรีดแยก ทั่วร่างยังคงหลงเหลือทุกสัมผัสของคนที่นางยังคงนอนคร่อมทาบทับครั้งแรกที่ถูกเขากลืนกินนางจำได้ว่าหมดสติไป ถึงอย่างนั้นนางกลับจดจำความฝันทั้งหมดได้ชัดเจน ความฝันวาบหวามที่ถูกเขาเคี่ยวกรำภายในโลงศพคับแคบ นางกับเขาผลัดกันรุกและผลัดกันควบขับปลุกเร้ากันและกัน กระทั่งจดจำไม่ได้ว่าสุขสมไปกี่รอบแสงแดดเช้าวันใหม่สาดส่องจากด้านนอก ถึงอย่างนั้นภายในช่องหินกลับยังคงมืดมิดอยู่บ้าง แต่ก็เพียงพอที่จะทำให้หญิงสาวมองเห็นภายในโลงศพหญิงสาวนอนตัวแข็งทื่อเมื่อบุปผางามถูกบางอย่างลูบไล้ นางกางขาคร่อมร่างใหญ่อยู่ ดังนั้นจึงง่ายต่อการถูกรุกล้ำมาก ทว่าตอนนี้เพิ่งตระหนักว่ากายเปลือยเปล่าของเขา ไม่ได้เย็นเยียบเช่นคราแรกที่สัมผัส“ตื่นแล้ว?” เขาถามนางและเลื่อนฝ่ามือขึ้นลูบไล้แผ่นหลังนวลเนียน นางสะดุ้งเฮือกพร้อมกับพยายามดันตัวขึ้นเล็กน้อย เอวอ่อนขยับออกห่างแก่นกายที่ตนแนบชิด แต่ขยับหนีได้ไม่ไกลเพราะความคับแคบเมื่อเงยหน้าขึ้นกลับสบตากับดวงตาคมดุ ใบหน้าหล่อเหลากำลังจ้องมองมายังนาง คิ้วเข

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status