LOGINเมื่อนักเขียนฝึกหัดดันทะลุเข้าไปอยู่ในนิยายที่ตัวเองแต่ง รับบทเป็นเมียชังของตัวร้ายไม่พอ จุดจบยังถูกโจรฉุดคร่า ตายอย่างทรมาน นางจึงต้องทำทุกทางให้รอดพ้น แต่เหตุใดตัวร้ายผู้นี้ไม่ให้ความร่วมมือเลยเล่า! เรื่องย่อ : นักเขียนสาวที่พึ่งจะฝึกเขียนนิยายเรื่องแรก ดันประสบอุบัติเหตุจนทะลุเข้ามาอยู่ในนิยายที่ตนเองแต่ง ซ้ำยังได้รับบทเมียชังของตัวร้าย ที่มีจุดจบคือความตายที่แสนอนาถ นางจึงต้องดิ้นรนหาทางรอด แต่ไม่ว่าจะทำอย่างไรก็ติดขัดไปเสียหมด และคนที่ขัดขวางแผนการของนางก็ไม่ใช่ใครที่ไหน เป็นพ่อตัวร้ายที่ไม่ยอมเล่นตามบท! “เจ้าพูดกลางตลาดจริงๆ สินะ ที่ว่าจะหย่ากับข้า” “แหะๆ ข้าพูดเอง เดิมทีอยากบอกท่านก่อน แต่เพราะได้ยินชาวบ้านเข้าใจผิดว่าเรารักกันแน่นแฟ้น ข้าเลยแก้ต่างออกไป ท่านพอใจ อื้อ!” กรามเล็กถูกบีบจนน้ำตาเล็ด “เจ้าตั้งใจทำให้ข้าเสียหน้า ตั้งใจทำให้ข้ากลายเป็นที่ขบขันของคนทั้งเมืองใช่หรือไม่!” เอ๊ะ เขาต้องยินดีปรีดามิใช่หรือ เหตุใดจึงกลายเป็นเช่นนี้ไปได้เล่า!
View More“นางตายหรือยัง! หากยังไม่ตายข้าจะชักกระบี่แทงนางเสียให้สิ้นเรื่อง”
“ทะ ท่านอ๋อง”
เสียงเอะอะโวยวายดังขึ้นพร้อมกับเสียงฝีเท้ากระทบพื้น บ่งบอกอารมณ์ของผู้มาเยือนได้เป็นอย่างดี
ไม่ต่างกับสตรีที่กำลังนอนหลับตาพริ้ม บัดนี้ขมวดคิ้วเข้าหากัน ขยับตัวดึงผ้าห่มขึ้นมาคลุมศีรษะ หลีกหนีเสียงน่ารำคาญพวกนั้น
“คนจะนอน มารยาทน่ะมีไหมหะ!” คนใต้ผ้าห่มก่นด่าออกมาเสียงดัง เพราะคิดว่าคงเป็นเพื่อนข้างห้องที่ทะเลาะกับแฟนหนุ่ม มีปากเสียงกันทีไรก็ด่าทอกันจนไม่เกรงใจผู้อื่น
ทว่าครั้งนี้ไม่เหมือนกับที่ผ่านมา...
“เจ้าว่าอย่างไรนะ ช่างกล้านัก”
“กรี๊ด! อึก” ร่างเล็กถูกกระชากลอยขึ้น ก่อนจะตกกระทบลงบนเตียงอย่างแรง แผ่นหลังเล็กแม้จะกระแทกกับเตียงนุ่ม แต่ก็สร้างความเจ็บร้าวไปทั่ว
ดวงตาสีน้ำตาลอ่อนเบิกมองว่าเกิดสิ่งใดขึ้น ภาพที่เห็นตรงหน้าคือมีชายผู้หนึ่งกำคอเสื้อของนางจนยับยู่ไปตามแรงบีบ ใบหน้าของคนผู้นั้นแม้จะหล่อเหล่า แต่ดวงตากลับแดงก่ำ อำมหิตราวกับนักโทษเดนตาย
“กรี๊ดดดด แกเป็นใคร มาอยู่ในห้องฉันได้ยังงะ-” สตรีในชุดขาวบางปัดป้องและถีบเตะจนเป็นอิสระ ถอยร่นออกห่างจากชายหนุ่มกระทั่งหลังชนฝาไร้ซึ่งทางหนี
ทว่าเมื่อได้มองไปรอบๆ สถานที่นี้กลับไม่คุ้นตา ผนังไม้สีหม่น ชั้นเก็บของเอนเอียงที่พร้อมจะล้มได้ทุกเมื่อ ไหนจะเตียงนอนที่ซอมซ่อนี่อีก
ดูเหมือน...จะไม่ใช่หอพักในมหาวิทยาลัย
“แสร้งป่วย ทำให้ข้าเสียการใหญ่ เจ้ายังอยากมีชีวิตอยู่หรือไม่!”
เสียงเกรี้ยวโกรธของบุรุษตรงหน้า มิได้ลอดเข้าหูของสาวงามแม้แต่น้อย ในหัวตอนนี้เฝ้าระลึกถึงเหตุการณ์ก่อนหน้า ว่าเกิดสิ่งใดขึ้น
ชิงชิง นักศึกษาแลกเปลี่ยนจากประเทศไทยที่เข้ามาเรียนในแผ่นดินใหญ่ จำได้ว่าตัวเองส่งนิยายเรื่องแรกที่แต่งให้เพื่อนสาวนักเขียนดาวรุ่งอ่าน และตอนนั้นก็กำลังฟังคำติชมจากเพื่อนขณะเดินกลับจากมหาวิทยาลัย
“ตัวละครไม่ผ่าน ดีก็ดีใจหาย ร้ายก็ร้ายสุดตีนแบบนี้มันดูไม่สมเหตุสมผล คนเราต้องมีดีมีชั่ว ใจดีได้ใจร้ายเป็น สร้างตัวละครให้มันเป็นคนหน่อยได้ไหม” เสียงของเพื่อนดังผ่านโทรศัพท์ ตอนนั้นจำได้ว่าตัวเองรีบยัดอมยิ้มในมือเข้าปาก ยกมือถือขึ้นมาพิมพ์สิ่งที่ตัวเองผิดพลาด
“...โอ๊ย! ขอโทษค่ะ”
“แกต้องปรับนิสัยของตัวละคร นี่แกฟังฉันอยู่ไหมหะ ชิงชิง”
“ฟังอยู่ๆ ฉันยืนขวางทางเดิน แป๊บหนึ่งนะ...แกพูดต่อเลย” ใบหน้าเรียวหันมองซ้ายมองขวา เมื่อเห็นว่าไม่มีรถผ่าน เลยกะจะวิ่งข้ามถนนไปนั่งในสวนสาธารณะฝั่งตรงข้าม
ขาเรียวรีบก้าวข้ามถนน แต่ด้วยความรีบร้อนและไม่ระมัดระวังพื้นที่เต็มไปด้วยหิมะ เลยทรงตัวไม่อยู่ จากนั้นรู้เพียงว่าใจร่วงลงตาตุ่ม พร้อมกับความเจ็บจี๊ดที่ศีรษะ
กรี๊ด!!!
ตื่นมาอีกทีก็มาอยู่ที่นี่แล้ว นางควรอยู่โรงพยาบาลมิใช่หรือ แล้วมาอยู่ที่นี่ได้อย่างไรกัน!
“เจ้าอยากลองดีกับข้าใช่หรือไม่” น้ำเสียงกดต่ำ พร้อมกับร่างใหญ่ที่ทำท่าจะขึ้นมาบนเตียง สร้างความตื่นตระหนกให้กับชิงชิง จนต้องหยุดคิดหาต้นสายปลายเหตุ
“อะ ออกไปนะ ฉันถีบจริงๆ นะเว้ย ว่านหางจระเข้อ่ะ รู้จักไหมหะ” ปากกล้าแต่ใจเสาะ เป็นฉายาที่เพื่อนๆ ตั้งให้ชิงชิง
ฉะนั้นคนตัวเล็กจึงพูดผิดพูดถูก ยกเท้าขึ้นขู่ชายสวมชุดรุ่มร่ามยาวเฟื้อยไม่ต่างจากวีรบุรุษในสมัยโบราณ
ช่วงนี้เขามีงานแสดงคอสเพลย์กันหรือยังไง
“เกาชิงหรู เจ้ารนหาที่ตาย” กระบี่ในฝักถูกชักออกอย่างไม่ลังเล เขาเป็นใคร นางเป็นใคร กล้ายกเท้าเทียมหน้าเชื้อพระวงศ์ อาจหาญเกินไปหน่อยกระมัง
หากไม่สั่งสอน ชินอ๋องของแคว้นเช่นเขาคงมิรู้จะเอาหน้าไปไว้ที่ใด
“ทะ ท่านอ๋องโปรดระงับโทสะ หากพระชายาสิ้นพระชนม์ในจวนขึ้นมา คนไม่หวังดีต้องใช้เรื่องนี้เล่นงานเราเป็นแน่พ่ะย่ะค่ะ”
อยู่ๆ ก็มีชายสมชุดเหมือนขันทีจีนสมัยก่อนเข้ามาห้ามปราม ยิ่งสร้างความฉงนให้หญิงสาวเข้าไปใหญ่
แต่ดูจากการแต่งตัวของชายทั้งสอง ก็รู้ได้ในทันทีว่าตัวเองอาจจะอยู่ใน...โรงพยาบาลบ้า ไม่ผิดแน่
อาจจะเป็นเจ้าหน้าที่กู้ภัยที่พาเข้าโรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุด เพราะหากไม่ใช่ข้อสันนิษฐานนี้ ก็คงติดว่าตัวเองหลุดมาในยุคจีนโบราณ หรือหลุดเข้ามาในนิยายที่ตัวเองแต่ง
“คิกๆ” คิดแล้วก็ขำ เลอะเทอะจริงๆ
“เกาชิงหรู เจ้ายังกล้าหัวเราะเยาะข้าอีกหรือ!” อ่า คนตรงหน้าโมโหง่ายเสียจริง แต่เดี๋ยวนะ เมื่อครู่เขาเรียนนางว่าเกาชิงหรูหรือ ชื่อคุ้นแหะ
“เกาชิงหรู เรียกฉันหรอ”
“เจ้า!!!”
“ท่านอ๋องโปรดระงับโทสะ ทำการบุ่มบ่ามไม่ได้เด็ดขาดพ่ะย่ะค่ะ”
“บัดซบ!” แขนเสื้อสีดำปักดิ้นทองสยายไปตามแรงสะบัด ก่อนที่เอกบุรุษจะหันหลังเดินออกจากเรือนไปด้วยอารมณ์คุกรุ่น
“พระชายาอย่าได้ปลุกปั่นท่านอ๋องเลยพ่ะย่ะค่ะ ท่านก็รู้สมญานามจื่ออ๋องของพวกเราดี อย่าได้หาเรื่องใส่ตัวอีกเลย” ทิ้งท้ายไว้เพียงเท่านั้น ขันทีเฒ่าก็ตามนายไป
บัดนี้จึงเหลือเพียงสตรีงามที่ยังไม่เข้าใจว่าเกิดสิ่งใดขึ้นกันแน่ ร่างเล็กก้มมองแขนขาก็มั่นใจว่าเป็นเนื้อหนังมังสาของตนเอง พอขยับลุกไปส่งกระจกเงาบานเล็ก ภาพที่สะท้อนกลับมาก็ยังเป็นตัวเอง
“บ้าน่า ไม่น่าใช่หรอกมั้ง” ความร้อนใจมิอาจดับด้วยการนิ่งเฉย สาวเจ้าคว้าเอาเสื้อตัวนอกที่แขวนไว้มาใส่ แล้วเดินออกจากห้องทันที
พอออกมาเช่นนี้ก็พบว่าที่ที่ตนอยู่เมื่อครู่ เป็นเพียงเรือนหลังเล็กๆ มีเพียงห้องนอนและห้องโถงเท่านั้น
“ซี๊ด หนาวชะมัด” เพียงแง้มประตูออกไป ก็รับรู้ถึงไอเย็นที่มากระทบกาย ภายนอกมีหิมะโปรยปรายลงมา พื้นดินเต็มไปด้วยปุยนุ่นสีขาวโพลน คงกำลังอยู่ในช่วงฤดูหนาวไม่ต่างจากที่ที่นางจากมา
กายหนาวสั่นก้าวเดินไปตามรอยเท้าของบุรุษทั้งสอง เพราะอยากรู้ว่าเรื่องที่คิดจะเป็นจริงหรือไม่ ทว่ายังมิทันไปถึงที่หมาย ก็พบชายหญิงคู่หนึ่งเดินผ่านมาเสียก่อน
“พี่ชาย พี่สาว เอ่อ ที่นี่ที่ไหนหรือ พอดีฉันหลงทาง”
“พระชายา ที่นี่เป็นทางไปเรือนตะวันออกของท่านอ๋อง ท่านกลับไปเสียเถิด มิเช่นนั้นจะถูกลงโทษเอาได้” ชายผู้นี้แต่งกายด้วยผ้าเนื้อธรรมดา ต่างจากบุรุษที่เข้าไปหาเรื่องนางลิบลับ
“เอ่อ ท่านอ๋อง หมายถึงเจ้าของที่นี่ใช่ไหม เขาชื่ออะไร พี่พาฉันไปหาเขาได้ไหม”
“หึ ท่านอ๋องไม่แวะไปหา พระชายาถึงขั้นลืมชื่อแซ่ของสวามีเลยหรือ คิดไม่ถึงจริงๆ”
“...” คนถามถึงกับเอียงคอไม่พอใจกับสีหน้าของสตรีนางนี้
“เหมียนเหมียน! เอ่อ ทูลพระชายา นามของท่านอ๋อง คือ เฉิงจื่อหาน พ่ะย่ะค่ะ รู้เช่นนี้แล้วท่านรีบกลับไปเสียเถิด ประเดี๋ยวจะถูกลงโทษให้คุกเข่าอีกนะพ่ะย่ะค่ะ” ว่าเพียงเท่านั้น ชายหนุ่มก็ดึงลากสตรีที่มาด้วยกันออกไปอีกทาง
ทิ้งให้คนที่ถูกเรียกว่าพระชายา อ้าปากค้างจนแมลงแทบจะเข้าไปวางไข่ได้
“ไม่จริง ไม่จริงๆ ฮื่อ!” ขาเรียวรีบสาวเท้ากลับเข้าเรือนซอมซ่อของตัวเอง แต่เข้ามาแล้ว เท้าคู่นั้นก็ยังไม่หยุดเดินไปเดินมา จะไม่ให้ร้อนใจได้อย่างไร
ในเมื่อตอนนี้รู้แล้ว...ว่าหลุดเข้ามาในนิยายที่ตัวเองแต่งจริงๆ
ทั้งยังเข้ามาเป็นเกาชิงหรู ชายาเอกของเฉิงจื่อหาน เหอซั่วชินหวังแห่งแคว้นหลัวเป่ย แน่นอนว่าหากเป็นสามีภรรยาที่รักใครกลมเกลียวกัน นางคงไม่เป็นกังวลอยู่เช่นนี้
เรื่องราวในนิยาย นอกจากเกาชิงหรูจะเป็นชายาชังของเฉิงจื่อหาน นางยังมีจุดจบที่น่าอนาถ ถูกโจรป่าข่มเหงจนตาย และสาเหตุก็มิใช่เพราะใครที่ไหน
เป็นเฉิงจื่อหานที่ผลักเกาชิงหรูลงสู่ขุมนรกนั่น!
“นี่ท่าน ตายด้านไปแล้วหรือไร” ไม่ว่าเปล่า เล็บคมยังจิกข่วนตั้งแต่กลางอก ลากลงมาบนกล้ามท้องที่เป็นลอนสวย ตาหวานปรายขึ้นมองสวามีอย่างยั่วยวน“ดะ ได้แล้วหรือ ร่างกายเจ้าสบายดีแล้วหรือ”“ของท่านต่างหาก ไม่ได้ใช้การนาน จะไหวหรือ” คำพูดสบประมาทดังขึ้นพร้อมกับเลื่อนมือเล็กลงไปสัมผัสลูบไล้บางอย่างที่นอนนิ่งอยู่ใต้ร่มผ้านับตั้งแต่ตั้งครรภ์ เฉิงจื่อหานก็ไม่แตะต้องตัวนางเลย เพราะฟังคำเตือนของท่านหมอ กลัวว่าจะเป็นอันตรายต่อลูกน้อย แม้จะบอกแล้วบอกอีกว่าทำได้ อีกฝ่ายก็อดทนไม่ยอมให้กระทบบุตรในครรภ์ จึงช่วยปลดปล่อยได้เพียงภายนอกเท่านั้นพอหลังคลอดชิงหรูก็ต้องพักฟื้นร่างกาย ไหนจะต้องเลี้ยงเสี่ยวหยางอีก กลางคืนมาก็อ่อนเพลีย จนไม่ได้ทำหน้าที่ของภรรยา“ดูถูกกันเกินไปกระมัง”“ชู่ว~ ดูถูกหรือผิด ประเดี๋ยวก็ได้รู้” เรียวขาเล็กย่อตัวลงคุกเข่ากับพื้น ใบหน้างามอยู่ในระดับเดียวกับของรักของหวงสวามีพอดิบพอดี สองมือลูบไปตามหน้าขาที่เต็มไปด้วยมัดกล้าม ทำเอาเจ้าตัวลำคอแห้งผาก“อึก” จื่อหานกลืนน้ำลายอึกใหญ่ เมื่อกางเกงนอนผืนบางถูกดึงลง สายตาซุกซนของภรรยาสะกิดให้ใจแกร่งคันยุบยิบชิงหรูเห็นใบหูแดงๆ ของสวามีก็นึกชอบใจ
สตรีในอาภรณ์ผืนงามปักลวดลายน่าวิจิตร เครื่องประดับบนศีรษะบ่งบอกยศศักดิ์ที่สูงส่งเป็นอย่างดี นางกำลังโยกตัวเบาๆ กล่อมลูกน้อยในอกให้นอนกลางวัน“ขนาดหลับก็ยังดูดได้อีกหรือ หืม” นิ้วเรียวเขี่ยแก้มยุ้ยที่ขยับไปมา เพราะเด็กชายกำลังดูดดื่มน้ำนมจากอกมารดา“องค์ชายน่ารักขึ้นทุกวันเลยนะเพคะ”“อืม แต่ข้ากำลังหนักใจว่าเขาจะโตมาเหมือนพ่อเขาหรือไม่ ดูสิ ยามหลับยังขมวดคิ้ว” เกาชิงหรูเงยหน้าขึ้นตอบท่านน้าผิน ที่บัดนี้เข้ามาเป็นนางกำนัลในวังหลังจากที่ชิงหรูตัดสินใจว่าจะยอมเป็นฮองเฮาให้จื่อหาน อ๋องหนุ่มก็ให้คนไปทาบทามขอให้ท่านน้าผินมาช่วยดูแลนาง ทั้งยังรับเสี่ยวฉีมาเลี้ยงดู ส่งเสียให้ได้เล่าเรียนในสำนักศึกษาชื่อดังที่มีเพียงบุตรขุนนางได้เข้านับจากนั้นท่านน้าผินจึงติดตามดูแลนางมาโดยตลอด กระทั่งองค์ฮ่องเต้เฉิงจวินหลงสิ้นพระชนม์เพราะตรอมใจตามคนรัก เฉิงจื่อหานจึงนำหลักฐานส่งให้เจ้าหน้าที่ศาลพิจารณาสืบหาผู้ที่อยู่เบื้องหลังโจรป่าเมืองฉินฝู และเรื่องการลอบสังหารตนเองกับชายาแน่นอนว่าหลักฐานที่จื่อหานให้ซ่งเหยียนนำไปยื่น มัดตัวเฉิงเยว่เทียนและจางหลี่กวงแน่น ทั้งเรื่องสนับสนุนให้ก่อตั้งหมู่บ้านโจร เรื่องจ้าง
หลังจากที่องค์ฮ่องเต้ประทานพิษให้ราชครูจาง แคว้นหลัวเป่ยก็มีเรื่องวุ่นวายตามมานับไม่ถ้วน ฝ่าบาทประชวรหนักมิอาจว่าราชการได้ จนกลายเป็นเฉิงจื่อหานที่มีตำแหน่งเป็นชินอ๋องขึ้นว่าราชการแทน โดยมีองค์ชายรองและองค์ชายห้าคอยช่วยแต่ดูเหมือนเฉิงเยว่เทียนจะไม่พอใจกับการที่พี่ชายได้ขึ้นเป็นผู้ว่าราชการแทน“เฉิงเยว่เทียน น่าตายนัก!”“โมโหอันใดมาอีก หืม” เกาชิงหรูได้ยินเสียงสบถมาแต่ไกล ก็รู้อารมณ์ของสวามีเป็นอย่างดี พระชายาของจวนจึงต้องวางหนังสือลง ขยับตัวให้คนโมโหขึ้นมาบนศาลากับนาง“ก็เจ้าน้องน่าชังนั่น มันขัดข้าไปเสียทุกเรื่อง” คนอารมณ์ไม่ดีดึงภรรยาเข้ามาซุกกอด สูดกลิ่นหอมเข้าเต็มปวดเพื่อลดความโกรธ“ท่านบ่นเรื่องนี้ทุกวัน”“ก็เจ้ารองก่อกวนข้าทุกวัน”“ท่านจะทำอันใดก็รีบทำเถิด มิเช่นนั้นท่านเองที่จะเป็นบ้า” เกาชิงหรูรู้อยู่แก่ใจว่าเรื่องนี้ท่านอ๋องมีทางออกไว้อยู่แล้ว แต่เหตุใดไม่ยอมทำเสียทีเรื่องที่เฉิงเยว่เทียนอยู่เบื้องหลังพวกโจรป่า คิดสังหารพี่ชาย โทษถึงขั้นขับไล่ออกราชวงศ์และเนรเทศไปอยู่แถบชายแดน“แค่รอเวลา และ...อยากรู้ว่าเจ้าคิดอย่างไร”“เกี่ยวอันใดกับข้าเล่า”“...เจ้าอยากเป็นฮองเฮาหรือไม่”
ท่ามกลางท้องฟ้าอันมืดมิด ยังมีแสงสว่างจากตะเกียงไฟของเจ้าแผ่นดิน ชุดคลุมลายมังกรบอกยศศักดิ์ของคนสวมใส่ได้เป็นอย่างดี ทว่าสถานที่ที่โอรสสวรรค์กำลังยืนรออยู่นั้น ไม่สมเกียรติเลยสักนิด“เอาศพวางไว้ แล้วไปเสีย”“ฝะ ฝ่าบาท” ทหารสองนายทำหน้าที่หามศพออกไปทิ้งนอกเมือง มักใช้ประตูเล็กหลังวังเป็นประจำ แต่วันนี้กลับต้องตกใจเมื่อเห็นว่าผู้ใดดักรออยู่“ไป! แล้วปิดปากให้สนิท มิเช่นนั้นหัวเจ้าจะหลุดจากบ่า”“พะ พ่ะย่ะค่ะ” เมื่อได้รับคำสั่งจากประมุขของแคว้น มีหรือจะไม่รีบทำตาม ร่างชายที่ปิดด้วยผ้าขาวถูกวางทิ้งไว้บนพื้น ก่อนที่ทั้งคู่จะพากันวิ่งกลับเข้าวังนัยน์ตาดุขยับมองรอบข้าง เมื่อไร้ผู้คนจึงรีบทรุดตัวนั่งลงข้างคนรัก พลันดึงผ้าคลุมออกให้พ้นทาง มือใหญ่ป้อนยาบางอย่างเข้าปากชายคนรักเรื่องนี้องค์ฮ่องเต้วางแผนมาเป็นอย่างดีแล้ว มีเพียงวิธีนี้ที่จะทำให้ชาวบ้านไม่สนใจเรื่องของพระองค์และจิ่งถาน เพราะคิดว่าอีกฝ่ายตายไปแล้ว เพียงเท่านี้พระองค์จะซ่อนเข้าไว้ในตำหนักก็คงมิใช่เรื่องยาก“จิ่งถาน เจ้ารีบตื่นขึ้นมาเสีย ข้าเตรียมชุดขันทีไว้ให้เจ้าแล้ว”“...”“เรื่องเป็นเช่นนี้ก็ดี จากนี้ข้ากับเจ้าจะได้อยู่ด้วยกันทั้

















