แชร์

บทที่ 8

ผู้เขียน: หรงเย่า / นาย่า
last update ปรับปรุงล่าสุด: 2026-01-19 07:52:10

หมัวหวาง 8

อินเยวี่ยขมวดคิ้ว “เช่นนั้นหากตอนพบกันข้าจะอธิบายอย่างไรเล่าเจ้าคะ”

“บอกไปตามจริงว่าเจ้าถูกจับตัวมาแล้วส่งตัวขึ้นเขาบูชายัญ หากยิ่งบอกว่าเจ้าถูกเจ้าเมืองอะไรนั่นใส่ความจนคนทั้งตระกูลต้องตาย นั่นจะดูเป็นเรื่องจงใจเกินไป”

“เพราะอะไรหรือเจ้าคะ”

“คนพวกนั้นมาเพราะมีคนไปร้องเรียนทางการ”

“เอ๋ เป็นผู้ใดกัน...” นางพยายามนึก

“แม่สื่อคนที่พาเจ้ามาที่นี่ นางเกิดสำนึกผิดและอยากช่วยเจ้าดังนั้นจึงไปร้องเรียนที่เมืองหลวง คราแรกไม่มีใครยอมเชื่อดังนั้นนางจึงเขียนจดหมายทิ้งเอาไว้บนตัวก่อนผูกคอตายที่หน้าศาลต้าหลี่”

“สวรรค์!”

หมัวหวางขมวดคิ้ว “เรียกหาสวรรค์ด้วยเหตุใด บิดาเป็นจอมปิศาจ” เขาถลึงตาให้นาง

อินเยวี่ยอึ้งไปครู่หนึ่งก่อนจะหลุดหัวเราะออกมา “ข้าขออภัยเจ้าค่ะ ข้าเพียงตกใจเท่านั้นจึงอุทานออกมา”

“อยากรู้หรือไม่ว่าแม่สื่อผู้นั้นเขียนจดหมายร้องทุกข์ว่าอย่างไร”

“นางเขียนอย่างไรเจ้าคะ”

“นางฝันร้ายทุกวันหลังจากแอบพาเจ้าออกมาแล้วส่งตัวไปบูชายัญ วันนั้นนางแอบติดสินบนคนตอกฝาโลงไม่ให้ตอกแน่นหนา นางยังแอบใส่ผลไม้เอาไว้ให้เจ้าเพื่อประทังชีวิต หวังว่าเจ้าจะสามารถรอดชีวิตไปได้ นางยังให้เบาะแสเกี่ยวกับคดีที่เจ้าเมืองฮุบเอากิจการของตระกูลอันไปด้วย”

อินเยวี่ยเลิกคิ้วมองเขาราวไม่เชื่อ หมัวหวางเองก็สบตานิ่ง เขาไม่มีทางยอมรับเด็ดขาดว่าหลายวันที่หายตัวไปเขาไปเพื่อทำเรื่องอะไรบ้าง

“แล้ว...ท่านเล่าเจ้าคะ”

“ข้า? …ข้าจะรอเจ้าอยู่ที่นี่ เสร็จเรื่องแล้วเจ้าก็รีบกลับมาจากนั้นชีวิตและวิญญาณเจ้าก็จะกลายเป็นของข้าตามที่ตกลงกันไว้”

“ข้านึกว่าท่านจะไปกับข้าด้วย” นางยังคงขมวดคิ้วมองเขา

“กลัวหรือ” เขาถาม

“ก็กลัวเจ้าค่ะ แต่ว่าท่านไม่ไปแล้วหากข้าไม่กลับมาเล่าเจ้าคะ”

เขายิ้ม “เจ้าไม่กลับมาแล้วข้าจะทำอะไรเจ้าได้ ข้าเคยบอกเจ้าแล้วว่าช่วงระยะที่ข้าลงมาจำศีลที่โลกมนุษย์ ข้าจะไม่ลงจากเหลียงซานหากไม่จำเป็นจริงๆ”

นางกำลังจะอ้าปากกล่าวอะไรบางอย่าง แต่เขากลับเร่งให้นางลงจากเขาทันที

อินเยวี่ยมองย้อนกลับไปยังช่องเขานั้นหลายครั้ง กระทั่งจนแล้วจนรอดนางก็เลือกที่จะเดินลงเขาไปตามเส้นทางที่หมัวหวางบอก และนางก็ได้พบขบวนพ่อค้าจริงๆ

เดิมทีเผิงลั่วไม่เคยคิดว่าการสืบหาหลักฐานจะง่ายดายถึงเพียงนี้ เขาเป็นมือปราบแห่งศาลต้าหลี่มานาน สืบคดีมานับครั้งไม่ถ้วนแต่ก็ไม่เคยเกิดเรื่องเช่นนี้มาก่อน

แรกเริ่มคือมีสตรีวัยกลางคนผู้หนึ่งเข้าไปร้องเรียน จากนั้นกลับผูกคอตายเพราะรู้สึกสำนึกผิด อีกฝ่ายทิ้งจดหมายร้องเรียนเอาไว้ ทั้งนี้ก็เพื่อเรียกร้องความเป็นธรรมให้คนตระกูลอิน

เขาสืบไปสืบมาก็ยังหาความเชื่อมโยงระหว่างสตรีวัยกลางคนผู้นั้นกับคนตระกูลอินไม่พบ ที่พอจะเกี่ยวข้องกันบ้างก็คงจะเป็นเรื่องที่อีกฝ่ายกล่าวอ้าง นั่นก็คือนางได้รับการว่าจ้างให้เป็นแม่สื่อเพื่อส่งอินเยวี่ยขึ้นเขาบูชายัญนั่นเอง

คราแรกมือปราบหนุ่มยังไม่ปักใจเชื่อหญิงสาวที่เขาพบกลางป่า เนื่องจากเขาปลอมเป็นหัวหน้าพ่อค้า แต่หลังพบหญิงสาวชุดแดงซึ่งมีร่องรอยขาดวิ่นจากการถูกกิ่งไม้เกี่ยว สภาพของนางที่สกปรกมอมแมมจากการเดินเท้า ใบหน้าที่เต็มไปด้วยความหวาดกลัวแตกตื่น กระทั่งคำบอกเล่าอันน่าสงสารของนาง เกี่ยวกับเรื่องที่นางถูกส่งตัวขึ้นเขาเพื่อบูชายัญ

ทุกอย่างตรงกับที่สตรีวัยกลางคนผู้นั้นกล่าวอ้าง แต่เขาก็ยังสงสัยว่าประจวบเหมาะเกินไปหรือไม่

เสียงฝีเท้าดังขึ้นด้านหลัง...นั่นคนของเขาที่ถูกส่งขึ้นเขาไปหาร่องรอยและหลักฐาน หญิงสาวที่พวกเขาพบตัวเหนื่อยจนหลับไปแล้ว เขาสละรถม้าของตนให้นาง ทั้งยังให้สาวใช้ของตนดูแลอีกฝ่าย

“หัวหน้า” เหลิ่งซีกระซิบเสียงเบา “ข้าน้อยขึ้นเขาไปตามเส้นทางที่นางบอก ที่นั่นมีช่องเขาที่มีชะง่อนหินโผล่ออกมาคล้ายถ้ำจริงๆ ขอรับ ที่นั่นมีทั้งโลงศพของของเซ่นไหว้อีกหลายอย่าง มีการก่อกองไฟ ของเซ่นไหวหลายอย่างพร่องไป แพรพรรณที่ถูกใช้แล้ว รวมไปถึงร่องรอยที่นางทิ้งเอาไว้ระหว่างทางจนถึงจุดที่นางพบพวกเรา ข้าน้อยคิดว่านางไม่ได้โกหกขอรับ”

“เจ้าว่า...เรื่องนี้ดูบังเอิญเกินไปหรือไม่”

“หากเป็นเรื่องบังเอิญจริงๆ ก็นับว่านางโชคดีมากที่พบพวกเรา แต่หากเป็นเรื่องจงใจเช่นนั้นนางจะรู้ได้อย่างไรขอรับว่าเราจะมาถึงยังจุดนั้นเมื่อไร อีกทั้งนางจะรู้ได้อย่างไรว่าแม่สื่อผู้นั้นจะทำให้ท่านเชื่อกระทั่งปลอมตัวมาที่นี่”

“ข้าเองก็คิดเช่นนั้น อย่าทำอะไรให้นางสงสัย เรายังเผยตัวไม่ได้ เพียงจับตาดูนางเอาไว้ ดูว่าเมื่อไปถึงเมืองหงโจวนางทำอะไร”

“ขอรับ”

เดิมทีตระกูลอินเป็นตระกูลคหบดีอันดับหนึ่งเมืองหงโจว ทว่าเพียงข้ามคืนกลับต้องสิ้นชื่อเพราะเจ้าเมืองสืบพบว่าหัวหน้าตระกูลอินเป็นสายให้กับเผ่าอาหมาน ทุกคนในตระกูลอินถูกแขวนคอ บ่าวไพร่ถูกขายและถูกส่งไปเป็นทาส กิจการทุกอย่างถูกขายทอดตลาดส่งต่อกันไปเรื่อยๆ จนถึงที่สุดผู้ที่ได้ครอบครองกลับไม่ใช่ผู้อื่น เขาก็คือซวี่ซู น้องชายของท่านเจ้าเมืองนั่นเอง

อินเยวี่ยเดินทางกลับมายังหงโจวพร้อมขบวนของเผิงลั่ว เดิมทีนางอยากเผยตัวและขอให้เขาช่วยล้างมลทิน ติดที่หมัวหวางเตือนนางแล้วว่าอย่าได้เผยตน หาไม่นางอาจถูกสงสัยเอาได้

ตลอดทางเผิงลั่วและคนของเขาดูแลและให้เกียรตินางมาก แม้มองออกว่าทุกคนยังคงกังขาและหวาดระแวง แต่อย่างน้อยมีคนเหล่านี้คุ้มกันอินเยวี่ยก็ปลอดภัยไร้กังวล

จวนตระกูลอินถูกเปลี่ยนเป็นจวนตระกูลซวี่ กิจการทุกอย่างถูกเจ้าเมืองหงโจวแสร้งทำเป็นเปลี่ยนมือไปมา กระทั่งปล่อยข่าวไปว่าไม่ว่าผู้ใดเข้ามาดูแลก็ล้วนขาดทุน กระทั่งในที่สุดเจ้าเมืองหงโจวก็ไม่อาจอยู่เฉยทนดูกิจการใหญ่โตถูกคนจากต่างเมืองทำลายลง เขาสละทรัพย์ส่วนตัวซื้อกิจการและจวนตระกูลอินมา กระทั่งมอบให้น้องชายเป็นผู้ดูแล

อินเยวี่ยเพิ่งตลบผ้าคลุมหน้าลง เงาร่างของชายชราผู้หนึ่งก็ชะงัก เขาแอบเดินตามหญิงสาวไปเงียบๆ กระทั่งนางเดินไปหยุดลงยังถนนสายหนึ่งซึ่งร้างไร้ผู้คน

แผ่นหลังคุ้นเคยทำให้เหล่าหลิวเครียดจนมือชื้นเหงื่อ เขามองดูนางค่อยๆ หันกลับมากระทั่งมั่นใจแล้วว่าอีกฝ่ายคือผู้ใด

“คะ...คุณหนู” เหล่าหลิวคุกเข่าลงจากนั้นร้องไห้ฟูมฟาย “เป็นท่าน ท่านจริงๆ”

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • ราคะ ปรารถนา   บทที่ 10

    หมัวหวาง 10ระหว่างที่พูดเผิงลั่วก็ยิ้มและชักกระบี่ในมือออกมา คมกระบี่เงาวับส่องประกายราวต้องการดื่มเลือด เหล่าหลิวตัวสั่นงันงกหลังค้อมลงกับพื้น“ใต้เท้าไว้...ไว้ชีวิตด้วย”อินเยวี่ยมองชายชราด้วยดวงตาว่างเปล่า ดวงตาของนางแดงก่ำ นึกถึงบิดาและมารดาที่ดีกับอีกฝ่ายมาโดยตลอด ไว้ใจกระทั่งให้ช่วยดูแลกิจการบางส่วน แบ่งรายได้ให้นอกเหนือจากเงินรายเดือนที่ได้รับอยู่แล้ว กระทั่งมอบสินสอดแต่งสะใภ้ให้กับบุตรชายของเหล่าหลิว...“เพื่อไม่ให้เขาหาทางส่งข่าวใดๆ ไปให้ซวี่อู่กักตัวเขาเอาไว้”“ตะแต่ใต้เท้าข้าน้อย...”“ไม่ต้องกังวล ข้าจะพาเจ้ากลับจวนแน่นอน หลักฐานมากมายเจ้าคงไม่เก็บไว้ไกลตัวกระมัง สามารถเรียกใช้คนของทางการได้คงมีเรื่องใช้ข่มขู่ซวี่อู่ได้กระมัง ฮูหยินของเจ้ารู้หรือไม่ ยังมีบุตรชายกับสะใภ้ ได้ยินว่านางกำลังตั้งครรภ์ใกล้คลอด” เหลิ่งซียิ้ม“พวกเขาไม่เกี่ยวกับเรื่องนี้ ใต้เท้า ข้าน้อยทำเพียงคนเดียว ฮูหยินและบุตรชายรวมไปถึงสะใภ้ของข้าน้อยไม่เกี่ยวข้อง...” เขามองเลยไปสบตากับอินเยวี่ย มองเห็นแววเกลียดชังในดวงตาที่เคยใสซื่อบริสุทธิ์ ครั้งหนึ่งนางกับพี่ชาย รวมไปถึงนายท่านและอินฮูหยินคนเหล่านั้นล้วนสม

  • ราคะ ปรารถนา   บทที่ 9

    หมัวหวาง 9หญิงสาวมองเขาด้วยดวงตาเฉยชา ถึงอย่างนั้นเมื่อชายชราเงยหน้าขึ้นนางกลับเปลี่ยนสีหน้า ดวงตาแดงก่ำหลั่งน้ำตาออกมาเงียบๆ“ท่านพ่อบ้าน คราแรกข้ายังไม่มั่นใจ เป็นท่านจริงๆ”“ท่าน...มิใช่ถูกแขวนคอหรอกหรือขอรับ เหตุใด...เหตุใด”“ข้าจะตายได้อย่างไร ในเมื่อตระกูลอินต้องบ้านแตกสาแหรกขาดเช่นนี้ ข้าจะตายไม่ได้จนกว่าคนที่ใส่ความตระกูลอินต้องชดใช้!” นางประกาศกร้าว“ตะ...แต่...นายท่าน นายท่าน...หลักฐานพวกนั้น ท่านเจ้าเมืองบอกว่า...”“นั่นคือหลักฐานเท็จ จดหมายนั่นดูคล้ายลายมือท่านพ่อ แต่ข้ามองออกว่าไม่ใช่ ตราประทับนั่นยิ่งน่าสงสัย หากเป็นจดหมายลับที่ติดต่อกับเผ่าอาหมาน เหตุใดท่านพ่อต้องโง่งมใช้ตราประทับของที่ร้านเล่า”เหล่าหลิวก้มหน้าลงแสร้งสะอื้นไห้ แต่ในใจกำลังครุ่นคิดหาทางออก เขาร่วมมือกับเจ้าเมืองปลอมจดหมายนั่นขึ้นมา ไม่ง่ายเลยที่จะสร้างหลักฐานเท็จและเร่งร้อนปิดคดี ตอนนี้คนที่สมควรตายไปแล้วกลับมีชีวิต เรื่องนี้เขาไม่อาจอยู่เฉยแล้ว!!!อินเยวี่ยมองประเมินการแต่งกายของเหล่าหลิว เกรงว่าหลังตระกูลอินจบสิ้นการเป็นอยู่ของอีกฝ่ายคงดีขึ้นมาก และคงจะดีกว่าตอนที่อีกฝ่ายเป็นพ่อบ้านกระมังเหล่าหลิวมอ

  • ราคะ ปรารถนา   บทที่ 8

    หมัวหวาง 8อินเยวี่ยขมวดคิ้ว “เช่นนั้นหากตอนพบกันข้าจะอธิบายอย่างไรเล่าเจ้าคะ”“บอกไปตามจริงว่าเจ้าถูกจับตัวมาแล้วส่งตัวขึ้นเขาบูชายัญ หากยิ่งบอกว่าเจ้าถูกเจ้าเมืองอะไรนั่นใส่ความจนคนทั้งตระกูลต้องตาย นั่นจะดูเป็นเรื่องจงใจเกินไป”“เพราะอะไรหรือเจ้าคะ”“คนพวกนั้นมาเพราะมีคนไปร้องเรียนทางการ”“เอ๋ เป็นผู้ใดกัน...” นางพยายามนึก“แม่สื่อคนที่พาเจ้ามาที่นี่ นางเกิดสำนึกผิดและอยากช่วยเจ้าดังนั้นจึงไปร้องเรียนที่เมืองหลวง คราแรกไม่มีใครยอมเชื่อดังนั้นนางจึงเขียนจดหมายทิ้งเอาไว้บนตัวก่อนผูกคอตายที่หน้าศาลต้าหลี่”“สวรรค์!”หมัวหวางขมวดคิ้ว “เรียกหาสวรรค์ด้วยเหตุใด บิดาเป็นจอมปิศาจ” เขาถลึงตาให้นางอินเยวี่ยอึ้งไปครู่หนึ่งก่อนจะหลุดหัวเราะออกมา “ข้าขออภัยเจ้าค่ะ ข้าเพียงตกใจเท่านั้นจึงอุทานออกมา”“อยากรู้หรือไม่ว่าแม่สื่อผู้นั้นเขียนจดหมายร้องทุกข์ว่าอย่างไร”“นางเขียนอย่างไรเจ้าคะ”“นางฝันร้ายทุกวันหลังจากแอบพาเจ้าออกมาแล้วส่งตัวไปบูชายัญ วันนั้นนางแอบติดสินบนคนตอกฝาโลงไม่ให้ตอกแน่นหนา นางยังแอบใส่ผลไม้เอาไว้ให้เจ้าเพื่อประทังชีวิต หวังว่าเจ้าจะสามารถรอดชีวิตไปได้ นางยังให้เบาะแสเกี่ยวกับคดี

  • ราคะ ปรารถนา   บทที่ 7

    หมัวหวาง 7ประโยคหยอกเย้าและดวงตาเจ้าเล่ห์ทำให้สองแก้มของนางร้อนซู่ รู้ว่าตนเองต้องหน้าแดงเป็นแน่ กินไปได้สักพักหญิงสาวกลับเพิ่งตระหนักถึงบางเรื่อง นางมองเขาที่นั่งอยู่ข้างๆ จากนั้นหยิบผ้าผืนหนึ่งปกปิดกายส่วนล่างของเขาด้วยท่าทีเก้ๆ กังๆหมัวหวางเลิกคิ้วมองนางจากนั้นก้มลงมองตัวเอง “มนุษย์นี่ยุ่งยากเสียจริง” แต่เขาก็ไม่ได้ดึงออก“...ท่านไว้ชีวิตข้าได้หรือไม่เจ้าคะ”เขามองนางด้วยรอยยิ้ม “แลกกับอะไรเล่า”นางเม้มปากเพราะทั้งตัวของนางไม่มีอะไรเลย แม้แต่เสื้อที่สวมติดตัวก็ถูกเขากระชากจนขาดวิ่น ผ้าที่ห่อกายตอนนี้ก็ล้วนเป็นของเซ่นไหว้ของเขา“เหตุใดจึงอยากมีชีวิตอยู่”“เพราะ...เพราะ...” นางนึกถึงบิดา มารดา รวมไปถึงพี่ชายทั้งสองคน “คนในตระกูลของข้าถูกผู้อื่นใส่ร้ายจนถูกแขวนคอ ข้า...”“อยากแก้แค้น?”นางส่ายหน้า “อยากล้างมลทินเจ้าค่ะ”เขานิ่งไปชั่วครู่ “หลังจากนั้นเล่า หลังจากล้างมลทินเจ้าจะทำเช่นไร คนในตระกูลก็ล้วนตายจากไปสิ้น เจ้าตัวคนเดียวจะทำเช่นไร”นางกะพริบตามองเขาราวกับนึกไม่ถึง“ข้ามีข้อเสนอ” เขาใช้ปลายนิ้วเชยคางของหญิงสาวขึ้น “หากมอบชีวิตและวิญญาณของเจ้าให้ข้า ข้าจะช่วยให้เจ้าได้ล้างมลทิน

  • ราคะ ปรารถนา   บทที่ 6

    หมัวหวาง 6ทุกอย่างพร่าพรายจนสองร่างสั่นระริก มันเสียวซ่านวาบหวามจนทั้งเขาและนางหลั่งรินออกมาพร้อมๆ กันอย่างท่วมท้นก่อนหน้านี้ทุกครั้งที่มายังเหลียงซานเพื่อจำศีล เขามักพบว่ามนุษย์พวกนี้จะนำของเซ่นไหว้มาให้ นอกจากนั้นยังมีหญิงสาวพรหมจรรย์ที่เลือดในกายหวานล้ำไปทั้งตัวนึกถึงมนุษย์โง่งมแล้วเขาก็ได้แต่ลอบหัวเราะอย่างเยาะหยัน อะไรๆ ก็เอาแต่ฝากความหวังไว้ที่สิ่งเร้นลับที่มองไม่เห็น กระทั่งไม่รู้แน่ชัดว่ามีหรือไม่มีอยู่จริง ทั้งที่สิ่งที่พิสูจน์ได้อยู่ตรงหน้า กลับเลือกที่จะเชื่อในเรื่องงมงายจนถึงกับเห็นชีวิตสตรีที่ถูกนำขึ้นมาบูชายัญเป็นสิ่งไร้ค่าขึ้นชื่อว่าธรรมชาติหากรักษาเอาไว้ไม่ตัดไม้ทำลายป่าหรือแผ้วถาง รักษาแนวป่าให้ยังคงเขียวชอุ่ม แน่นอนฝนฟ้าย่อมตกต้องตามฤดูกาล อีกทั้งยังไม่ต้องกังวลเรื่องน้ำป่า เพราะมีต้นไม้อุ้มน้ำและมีรากไม้ยึดแนวดินไม่ให้พังทลายเมื่อมีฝนย่อมต้องมีพืชพรรณ มีพืชพรรณย่อมต้องมีสิ่งมีชีวิตอาศัยอยู่ เมื่อเป็นเช่นนั้นก็จะเกิดวงจรของสิ่งมีชีวิต ความอุดมสมบูรณ์ย่อมต้องเกิดถึงอย่างนั้นมนุษย์เหล่านี้ก็คงงมงายเชื่อว่าเหลียงซานมีเจ้าป่าเจ้าเขาดูแลก็...อาจจะจริง เขานี่อย่างไร

  • ราคะ ปรารถนา   บทที่ 5

    หมัวหวาง 5อินเยวี่ยลืมตาขึ้นด้วยความอ่อนเพลีย ร่างทั้งร่างของนางรวดร้าวราวกับถูกรถม้าวิ่งทับ กายสาวยังคงเจ็บแสบราวกับถูกกรีดแยก ทั่วร่างยังคงหลงเหลือทุกสัมผัสของคนที่นางยังคงนอนคร่อมทาบทับครั้งแรกที่ถูกเขากลืนกินนางจำได้ว่าหมดสติไป ถึงอย่างนั้นนางกลับจดจำความฝันทั้งหมดได้ชัดเจน ความฝันวาบหวามที่ถูกเขาเคี่ยวกรำภายในโลงศพคับแคบ นางกับเขาผลัดกันรุกและผลัดกันควบขับปลุกเร้ากันและกัน กระทั่งจดจำไม่ได้ว่าสุขสมไปกี่รอบแสงแดดเช้าวันใหม่สาดส่องจากด้านนอก ถึงอย่างนั้นภายในช่องหินกลับยังคงมืดมิดอยู่บ้าง แต่ก็เพียงพอที่จะทำให้หญิงสาวมองเห็นภายในโลงศพหญิงสาวนอนตัวแข็งทื่อเมื่อบุปผางามถูกบางอย่างลูบไล้ นางกางขาคร่อมร่างใหญ่อยู่ ดังนั้นจึงง่ายต่อการถูกรุกล้ำมาก ทว่าตอนนี้เพิ่งตระหนักว่ากายเปลือยเปล่าของเขา ไม่ได้เย็นเยียบเช่นคราแรกที่สัมผัส“ตื่นแล้ว?” เขาถามนางและเลื่อนฝ่ามือขึ้นลูบไล้แผ่นหลังนวลเนียน นางสะดุ้งเฮือกพร้อมกับพยายามดันตัวขึ้นเล็กน้อย เอวอ่อนขยับออกห่างแก่นกายที่ตนแนบชิด แต่ขยับหนีได้ไม่ไกลเพราะความคับแคบเมื่อเงยหน้าขึ้นกลับสบตากับดวงตาคมดุ ใบหน้าหล่อเหลากำลังจ้องมองมายังนาง คิ้วเข

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status