เข้าสู่ระบบสายอีกวัน
ฉันที่ถูกเคี่ยวกรำอย่างหนักทั้งคืนจากโฮสต์ตัวท้อปของคลับอาซูร่า เมื่อคืนมันบ้ามาก และฉันก็เมามากเกินกว่าจะรู้สึกตัวว่าทำเรื่องเหลวไหลอะไรลงไป ถึงขั้นกล้ามีเซ็กซ์สุดร้อนแรงกับคนแปลกหน้า ที่แลกมาด้วยการรูดบัตรเครดิตในราคาหนึ่งแสนห้าหมื่นบาทถ้วน แต่ก็ได้รับบริการการสุดพรีเมี่ยมแสนประทับใจจนลืมไม่ลง ราคานี้นึกว่าแค่รอบเดียว แต่นี่มีบริการพิเศษแถมฟรีให้ไม่ยั้งจนเลิกนับรอบไปแล้ว จนถึงตอนนี้ สุดหล่อแสนเซ็กซี่ก็ยังคงเล่นสนุกกับกลีบนุ่มบอบบางของฉันที่คงจะชอกช้ำไปหมดแล้ว บางทีฉันก็แอบสงสัยว่า เป็นฉันหรือเขากันแน่ที่เป็นคนให้บริการความหฤหรรษ์นี้ ก็ถ้าจำไม่ผิด เหมือนกับเขาบอกว่า นี่ครั้งสุดท้ายแล้ว ความสุขระรอกใหม่กำลังแผ่ขยายไปทั่วร่าง เมื่อเขาสอดใส่ข้าไปจนลึกที่สุด และสาวเข้าออกรัวเร็วจนทั้งร่างฉันสั่นหวั่นไหวอ้าปากกรีดร้องจนเสียงแหบแห้ง อ๊าา.... ซี๊ดด... เขาทิ้งตัวทาบทับลงมาเมื่อเสร็จสมอีกครั้ง ใช้อ้อมแขนแกร่งที่อบอุ่นกอดรัดร่างนุ่มนวลของฉันไว้อย่างแนบแน่น ทำราวกับว่าเราเป็นคู่รักที่ดูดดื่มกันมากก็ไม่ปาน ตอนนี้ แม้ฉันจะหอบหายใจอย่างเหนื่อยหอบกับรสรักตื่นตาตื่นใจที่เขามอบให้ แต่ฉันตื่นเต็มตาแล้วและรู้สึกตัวเต็มที่ ฉันค่อยๆดันเขาออกจากอก เพราะคงต้องบอกลาแล้วล่ะ ฉันมองใบหน้าหล่อเหลาคมคายของเขา พยายามจดจำทุกรายละเอียดเก็บไว้ในใจ ว่าครั้งหนึ่ง เคยมีค่ำคืนแสนพิเศษกับเขา ดวงตาของเขาจับจ้องมองมา นี่เป็นดวงตาที่คมกริบไม่ได้หวานแพรวพรายอ่อนเชื่อมเหมือนคนที่ทำอาชีพแบบนี้เลย เขาดูมีพลังอำนาจบางอย่างที่สะกดผู้คนให้ต้องยอมศิโรราบแค่เพียงปรายตามอง ตาดุขนาดนี้ เมื่อคืนฉันคงเมามากก็เลยไม่ทันได้สังเกต ยังไงดีล่ะ ตาคม จมูกโด่ง ปากแดง สูตรสำเร็จความหล่อของผู้ชายทั่วไป แต่เขาดูดีกว่านั้นมากจนบรรยายไม่ถูก ผิวเขาเรียบตึงไปทั้งตัว กล้ามเนื้อแน่นแกร่งดูขาวสุขภาพดีมีออร่าราวพวกคุณชายชั้นสูง ตัวก็หอมดึงดูดใจ ผ่านมาทั้งคืนแล้วแม้เหงื่อของเขาจะออกเท่าไหร่ กายเขาก็ยังคงหอมอยู่เช่นเดิม ตายล่ะ จนตอนนี้ก็ยังไม่รู้ชื่อของเขาเลย จะถามดีมั้ยนะ หรือว่า จะทำเป็นไม่รู้จักฉันไม่รู้จักเธอจะดีกว่า "มีอะไรรึเปล่าครับ" เขาถามมา คงเพราะฉันมองเขานิ่งนานเกินไป ฉันส่งยิ้มบางๆให้เขาแล้วส่ายหน้า แต่เห็นเขากัดกรามแน่นแล้วขยับเข้ามาในอ้อมอกฉันอีกครั้ง "มะ มีอะไรรึเปล่าคะ" ฉันเลยต้องถามกลับท่าทีประหลาดของเขาบ้าง อย่าบอกนะว่าจะแถมให้อีกรอบ นั่น เล่นซุกไซ้ไปบนตัวฉันอีกแล้ว "พอแล้วค่ะ ฉันต้องไปแล้ว" ฉันตัดบททันที แล้วดันเขาออก เขาเงยหน้าขึ้นแล้วขมวดคิ้วแน่น แม้แต่ตอนทำหน้าไม่พอใจ เขาก็ยังดูดีได้ แต่ฉันไม่สนใจขยับตัวลุกขึ้นนั่ง "ขอบคุณสำหรับค่ำคืนที่ผ่านมานะคะ ฉันแฮปปี้มากเลยค่ะ" ฉันบอก แล้วมองหากระเป๋าสะพายที่วางทิ้งอยู่บนโต๊ะข้างเตียง เขาบริการดีขนาดนี้ ฉันควรจะทิปให้มากๆหน่อยละกัน ไม่รู้ว่ามีแบงค์ติดอยู่ในกระเป๋าเท่าไหร่นะ ฉันเอื้อมมือไปหยิบกระเป๋าสะพายแล้วล้วงหากระเป๋าสตางค์ใบเล็ก เมื่อเปิดออกดูก็เห็นแบงค์ห้าร้อยเหลืออยู่ใบเดียว ตายห่า! ลืมกดตังค์ มีแค่แบงค์ห้าร้อยใบเดียวเอง ฉันแอบเหลือบตามองไปที่เขาที่กำลังจ้องฉันเขม็งอยู่เหมือนกัน คงรู้ว่าฉันจะต้องให้ทิปอยู่แน่ๆ ถ้าให้แค่ห้าร้อยเขาจะด่ามั๊ยนะ อุตส่าห์บริการสุดชีวิตขนาดนี้ ฉันแอบเห็นใจเขาจริงๆที่ต้องมาเจอลูกค้ายาจกแบบฉัน ค่าตัวแสนห้าเมื่อคืนฉันก็เอาบัตรเครดิตรูดไปแล้ว ต่อจากนี้ก็คงต้องหาเงินใช้หนี้ไปอีกนาน อย่าว่ากันเลยนะ ทั้งเนื้อทั้งตัวตอนนี้ก็มีแค่นี้จริงๆ ฉันชั่งใจแล้วหยิบแบงค์ห้าร้อยยื่นให้เขา พยายามทำหน้าให้หนายิ้มรับกับความหน้าด้านหน้าทนของตัวเองแล้วบีบเสียงพูด "พี่ให้ รับไปสิจ๊ะ" มือใหญ่เรียวยาวยื่นมา แต่เขาไม่ได้รับเงินจากฉันไป แต่กลับดึงฉันเข้าไปหาเขาแทน เสียงทุ้มมีความดุดันจนฉันต้องกลืนน้ำลายอย่างยากลำบาก "ทำอะไรครับ" ว่าแล้ว ว่าแล้ว ฉันกรีดร้องในใจ ห้าร้อยสำหรับเขาคงเป็นการดูถูก ฉันรีบยื่นขอเสนอใหม่ทันที "นี่แค่ค่าน้ำค่ะ ส่วนค่าทิปเดี๋ยวจะโอนให้แทนนะคะ" "ค่า..น้ำ" เขาทวนคำ แล้วมองแรงจนฉันต้องรีบอธิบายอีกที "ก็แบบว่า ช่วยค่าน้ำ ค่ากาแฟอะไรแบบนี้ไงคะ เป็นน้ำใจเล็กๆน้อยๆรับไปเถอะค่ะ" ฉันรีบยัดเงินใส่มือเขา แล้วกระเถิบตัวห่างออกมา ตานี่ แอบเคี่ยวเหมือนกันนี่หว่า ฉันควานหามือถือในกระเป๋าออกมาแล้วถามเสียงแข็ง "งั้น ขอเลขที่บัญชีด้วยค่ะ พี่จะได้โอนค่าทิปให้น้องแทน" "หึ.." ฉันเห็นเขายิ้มร้ายคล้ายดูถูกกันก็แอบหน้าตึงเล็กน้อย หนอย พอรู้ว่าได้ลูกค้ากระจอกก็เปลี่ยนเป็นคนละคนเลย "เลขที่บัญชีค่ะ" ฉันถามซ้ำอีกครั้งเริ่มมีอารมณ์ เขาใช้สายตาคมๆทิ่มแทงมา ก่อนจะหันไปหยิบกระดาษสลิปอะไรซักอย่างที่โต๊ะข้างหัวเตียงฝั่งเขา แล้วยื่นมาให้ ฉันรับมาอย่างงงๆ แล้วก้มดู มันคือใบสลิปรูดบัตรเครดิตของฉัน เพราะมีทั้งชื่อและเลขที่บัตรปรากฎหราอยู่ รวมทั้งยอดเงินที่รูดออกไป หนึ่งแสนห้าหมื่นบาท ก็ถูกนี่นา แล้วยังไงล่ะ ฉันอ่านไล่ลงไปเรื่อยๆ ค่าบริการ ทั้งหมด สาม ศูนย์ ศูนย์ ฉันนับเลขศูนย์ไปเรื่อยๆ ศูนย์มีทั้งหมดหกตัว ก็เท่ากับ สามล้าน อะไรนะ!? สามล้าน!! **********Game On เขาแอบนั่งมองผู้หญิงที่ชื่อ พริ้งพราย ตาไม่กระพริบ เธอกำลังนั่งดูดน้ำในแก้วทำความเย็นทรงสูงด้วยริมฝีปากอิ่มนุ่มน่าจูบเป็นที่สุด ผู้หญิงหน้าตาสวยซึ้งจนใครเห็นก็อดรักไม่ได้แบบนี้ เธอมีเสน่ห์ที่ไม่อาจมองข้ามไปได้ง่ายๆ จนเขายังสนใจ เธอนั่งอยู่ในร้านกาแฟใต้ตึกสำนักงาน ที่มีเหล่าหนุ่มๆหลายคนจับจ้องตาเป็นมันไม่ต่างกันกับเขา แล้วก็มีหนุ่มเนิร์ดใจกล้า ที่เดินเข้าไปหาเธออย่างเขินๆอายๆ เพื่อที่จะมอบขนมคุกกี้เต็มถุงให้ เธอหันมามองแล้วยิ้มแย้มหวานหยด จนมดยังต้องพลีชีพให้กับรอยยิ้มสังหารนี้ รอยยิ้มของเฮเลนแห่งทรอย ที่ฆ่าผู้ชายให้ตายเป็นเบือเพียงแค่รอยยิ้มเดียว “ให้ฉันเหรอคะ.. ขอบคุณค่ะ” เธอรับมาโดยไม่ปฏิเสธ แถมยังส่งยิ้มน่ารักให้เป็นคำขอบคุณ จนไอ้หนุ่มเนิร์ดเดินเป๋ไปเป๋มากลับไปนั่งที่เดิมแทบไม่ถูก ต่อมา ก็มีหนุ่มพนักงานออฟฟิสกล้ามใหญ่รูปหล่อ เดินเข้าไปหาเธออีกคนอย่างมั่นอกมั่นใจ คิดว่ามีหน้าตาที่มีภาษีดีกว่าจะได้เปรียบ แล้ววางแก้วกาแฟยี่ห้อดังให้เธออย่างเอาใจ “ให้ฉันเหรอคะ.. ขอบคุณค่ะ” เธอรับมาโดยไม่ปฏิเสธอีกครั้ง และยังคงส่งยิ้มน่ารักให้เป็นคำขอบคุณเหมือนคนแรก จนไอ้หนุ่มออฟฟิสรู
จนถึงเวลาส่งตัวบ่าวสาวเข้าเรือนหออเล็กช์อุ้มฉันในท่าเจ้าสาว พาเข้าไปในห้องหอบนเรือนใหญ่ที่เป็นบ้านหลักของตระกูลเขาที่นี่มีกลิ่นอายโบราณคลาสสิคของยุควัฒนธรรมญี่ปุ่นสมัยเมจิ โชคดีที่ยังมีเตียงนอน ไม่ใช่นอนกับพื้นแบบเรียวกังตามสมัยโบราณ ที่จะปูฟูกที่นอนไว้กับพื้นเสื่ออีกทีห้องที่ถูกตกแต่งใหม่แบบร่วมสมัย หรูหราด้วยเตียงใหญ่นุ่มฟูที่ทำให้ฉันผ่อนคลายเมื่ออเล็กซ์วางฉันนอนราบลงอย่างเบามือ ก่อนจะตามลงมาเคียงข้างแล้วท้าวแขนคล่อมฉันไว้“โกรธอะไรพี่ครับ”เขาไม่ถามเปล่า แต่กลับรุกไล่จูบหอมไปทั่วใบหน้าของฉัน แล้วเริ่มถอดชุดกิโมโนออกไปที่ละชั้น“ห้ามจูบนะ”ฉันร้อง เมื่อทนไม่ไหวที่เขาทำอย่างเอาแต่ใจ แล้วก็เริ่มดิ้นหนีไม่ยินยอม แต่เขาก็ไม่เคยสนใจฟังฉันอยู่ดีกว่าจะถอดชุดออกไปจากตัวได้หมด ฉันก็ยื้อยุดปล้ำสู้กับเขาจนเหนื่อยหอบ สุดท้ายเขาก็ทาบทับร่างเปลือยเปล่าลงมา บดเบียดเรียกร้องจนฉันแทบจะต้านทานเขาไม่ไหว“ไม่ได้นะคะพี่อเล็กซ์ พรายท้องอยู่!”ฉันร้องห้ามเมื่อเขาจับขาเรียวของฉันแยกกว้าง เตรียมพร้อมจะดันตัวตนที่แข็งขึงเข้ามาให้ได้“ได้ครับ เลยสามเดือนแล้ว หมอบอกว่าเบาๆได้”แล้วเขาไปปรึกษาเรื่องนี้กับห
ในที่สุด ฉันก็ยอมกลับมาแต่งงานกับอเล็กซ์ที่ญี่ปุ่นงานแต่งของฉันกับอเล็กซ์ถูกจัดอย่างสุดยิ่งใหญ่อลังการก็แหม๋.. ซีอีโอบริษัท อาซูร่า โฮลดิ้งกรุ๊ป บริษัทฯยักษ์ใหญ่ของญี่ปุ่นแต่งงานทั้งที จะจัดเล็กๆให้เป็นขี้ปากชาวบ้านได้ยังไงแถมผู้คนยังให้ความสนใจเรื่องเจ้าสาวผู้ลึกลับของเขา จนพากันไปขุดคุ้ยเรื่องของฉันอย่างเอาเป็นเอาตายโชคดีที่ฉันเป็นพวกไม่ค่อยเล่นโซเชี่ยล การจะหาเรื่องราวของฉันมันเลยยิ่งยากขึ้นไปอีกมีแต่คนอยากจะรู้ว่า ฉันกับอเล็กซ์ไปเจอกันได้ยังไง และมีเรื่องราวความรักสุดโรแมนติกแบบไหนฉันคงกล้าพูดเนอะ...จนถึงวันงานแต่งงาน ที่เป็นงานช่วงเช้าแบบญี่ปุ่นฉันสวมชุดกิโมโนสีขาวบริสุทธิ์ตามธรรมเนียมเพื่อไปเข้าพิธีสาบานตน ส่วนอเล็กซ์ก็อยู่ในชุดมอนสึกิ ที่เป็นชุดประจำชาติของผู้ชายญี่ปุ่น โดยมีตราประจำตระกูลเป็นรูปหน้ายักษ์อาซูร่า ห้าจุดบนชุด บ่งบอกฐานะที่สูงส่งของเขาวันนี้เขาดูสง่างามมาก จนทำให้ฉันหวั่นไหวและประหม่าจนแทบไม่กล้าเดินอยู่ข้างๆเขาจนเขาสัมผัสได้ว่าฉันตื่นเต้น จึงยื่นมือใหญ่อบอุ่นมากุมมือนุ่มบอบบางของฉันเอาไว้ และพาก้าวเดินไปพร้อมๆกันฉันถึงสงบใจที่เต้นระรัวลงได้ และเงยหน้าม
สุดท้าย..ฉันก็พาตัวเองมาถึงทางตันที่มีป้ายตัวเบอเร่อเขียนเอาไว้ว่า“แต่งงาน!”และเจ้าบ่าวก็คือ ..ปิศาจอเล็กซ์!..หลังจากหลอกเอาฉันมากินที่เพนเฮ้าส์หรูหราหมาเห่าของเขาได้สำเร็จ ก็ดูเขาจะอารมณ์ดีมากจนเชิญเจ้าหน้าที่เขตมาทำเรื่องจดทะเบียนสมรสให้ถึงที่ริมฝีปากสีเข้มข่มขู่ฉันสารพัดให้เซ็นชื่อลงไปไวๆอย่าได้ตุกติกฉันร้องไห้สะอึกสะอื้นไม่ยินยอมเด็ดขาดนี่ไม่ใช่การแต่งงาน แต่นี่คือการจับฉันล่ามโซ่ขังฉันไว้กับเขาในคุกนี่ไปตลอดชีวิตเขาถึงขั้นจับมือที่สั่นเทาของฉันเซ็นชื่อให้ด้วยตัวเอง เมื่อได้ตามที่เขาต้องการแล้ว เขาก็ทิปให้เจ้าหน้าที่เป็นซองสีขาวที่ใส่เงินไว้แน่นจนซองแทบแตกเพราะอะไรน่ะเหรอที่เขาถึงทำกับฉันแบบนี้เพราะท้องของฉันมันนูนขึ้นเล็กน้อยจนเขาสังเกตได้ว่าฉันกำลังท้องอยู่แต่บอกก่อนนะว่าฉันไม่รู้ฉันไม่รู้ตัวเลยด้วยซ้ำว่าฉันท้อง!แล้วเขาจะมารู้ดีไปกว่าร่างกายของฉันได้ยังไงก็ไม่รู้ฉันอาจจะแค่อ้วนขึ้นแบบลงพุงนิดๆ แล้วเขาจะมาตู่เอาเองแบบนี้ใช้ได้ที่ไหนกันคนท้องมันนต้องมีอาการแพ้ท้องอะไรบ้างสิ ที่เป็นสัญญาณว่ากำลังจะเป็นแม่คนแล้วน่ะฉันมองเขาผ่านม่านน้ำตา ยามเขาอุ้มฉันกลับเข้าห้องและวาง
ฉันยืนหลบมุมอยู่ในลิฟท์ด้วยใจตุ๊มๆต่อมๆ ว่าจะถูกบอดี้การ์ดของอเล็กซ์โยนออกจากลิฟท์ตอนไหนจนลิฟท์ขึ้นมาถึงชั้นเพนเฮ้าส์ ซึ่งเป็นชั้นสูงสุดของตัวตึก อเล็กซ์ก็ก้าวออกไปคนเดียวฉันมองไปที่เหล่าบอดี้การ์ดหน้ายักษ์ทั้งหลายที่จ้องฉันเป็นตาเดียวราวกับจะฆ่าแกงกัน ฉันก็รีบวิ่งตามอเล็กซ์ออกไปน่าจะดีกว่าอยู่ตรงนี้เมื่อออกจากลิฟท์ ก็จะเจอห้องโถงที่เป็นส่วนรับรองแขกด้านหน้าก่อน ฉันเห็นอเล็กซ์เปิดประตูโดยใช้รหัสลายนิ้วมือแล้วเข้าไปยังด้านใน ซึ่งน่าจะเป็นส่วนเพนเฮ้าส์ที่เขาพักอาศัยก่อนที่ประตูนิรภัยจะปิดลงและล็อคอัตโนมัติ ฉันก็รีบตามเขาเข้าไปก่อนเมื่อผ่านเข้าไปด้านในได้ ฉันถึงเห็นว่าที่ๆเขาอยู่มันหรูหราอลังการแค่ไหนเพนเฮ้าส์ราคาหลายร้อยล้านบนยอดตึก ที่มีสระว่ายน้ำและสวนส่วนตัว ทำให้ฉันมองจนตาค้างคนรวยอย่างเขา ยังจะมารีดไถเงินร้อยล้านจากฉันไปอีกทำไมฉันหยุดยืนอยู่แค่ตรงทางเข้า ไม่กล้าตามเขาไปมากกว่านี้จนเขาเดินกลับออกมาอีกครั้ง โดยถอดสูทและเน็คไทด์ออกไปแล้ว เสื้อเชิ้ตสีขาวด้านในก็ถูกปลดกระดุมออกเกินครึ่ง เปิดเผยอกแกร่งโชว์ร่องกล้ามเนื้อแน่นตึงอยู่รำไรเขาเดินไปที่บาร์เครื่องดื่มชงเหล้าให้กับตัวเ
เมื่อรู้ว่าบทที่พี่พอร์ชส่งให้ ค่อนข้างร้อนแรงจนแทบจะติดเรท ฉันก็ต้องขอกลับมาคิดดูก่อนอีกอย่าง เมื่อมีอเล็กซ์นั่งอยู่ใกล้ๆ ทำให้ฉันไม่กล้าพูดอะไรออกไปเลยซักอย่าง สุดท้ายก็รีบกินแล้วรีบกลับ แยกย้ายกับพี่พอร์ชแล้วรีบเดินหนีออกมานอกร้านเพื่อเรียกรถกลับคอนโดฉันก็ไม่รู้ว่าทำไมวันนี้ถึงได้บังเอิญเจอเขาบ่อยนักฉันแอบเหล่มองเขาบ่อยๆ แต่ก็เห็นเขาทำตัวปกติเหมือนเดิม ที่เพิ่มเติมก็คือ เขาทำเป็นไม่รู้จักฉันเชอะ! ฉันก็ไม่ได้อยากจะสนใจคนอย่างเขาเหมือนกันดูท่าวันนี้จะไม่ใช่วันที่ดีของฉันเสียแล้วตั้งแต่เจอเขา ฉันก็ทั้งอดเซ็นต์สัญญา รถก็ชนตอนประกันหมดพอดีอีก แถมบทละครของพี่พอร์ชก็ดูจะเรทหนักเกินไปวันนี้วุ่นวายทั้งวัน แต่ไม่ได้อะไรกลับมาเลยซักอย่างเดียวเฮ้อออฉันถอนหายใจอย่างปลงตกเมื่อขึ้นลิฟท์มาถึงชั้นของตัวเอง ตอนฉันเดินไปถึงหน้าห้อง เพื่อจะเจอกระดาษหมายศาลแปะไว้ที่กลางประตูฉันดึงมันมาอ่านด้วยใจที่เต้นกระหน่ำ แล้วถึงได้ทำความเข้าใจกับเอกสารนี้ได้ว่าบริษัทฯอาซูร่าคลับ ฟ้องฉัน ที่ไม่ยอมชำระหนี้กู้ยืมเงินพร้อมดอกเบี้ย เป็นวงเงินเกือบห้าล้านบาทและจะทำการยึดทรัพย์เพื่อทำการใช้หนี้ โดยทรัพย์ที่จ
ฉันพยายามตั้งสติ แล้วตอบกลับเสียงห้วน"ใช่"เรื่องทั้งหมดมันเกิดขึ้นก็เพราะไอ้สารเลวคนนี้คนเดียวรวมทั้งความเศร้ามากมายของฉันที่สุดสงสารพี่วินแฟนตัวเองด้วยเหมือนกัน"ครับ ผมฟังอยู่"ฉันกล้ำกลืนความแค้นลงไป พยายามฝืนพูดด้วยเสียงสองอย่างอ่อนหวานว่า
"รอยนี่...ใครมันเป็นคนทำ!"เสียงพี่วินดุจัดเอาเรื่องจนฉันไม่กล้าสู้สายตาทำไมเรื่องทั้งหมดมันกลับตาลปัตรไปหมดแบบนี้ล่ะ แล้วฉันจะตอบเขาว่ายังไงดีตอบว่า พอดีพรายเข้าใจพี่วินผิดไป เมื่อคืนเลยไปซื้อผู้ชายมานอนด้วยอ่ะค่ะไม่ได้ ตอบแบบนี้พี่วินต้องจับฉันหักคอแน่
ฉันชะงักมือที่กำลังจะคล้องสายโซ่ประตูนี่เป็นเสียงพี่วินแฟนนักบินของฉันนี่เองไปบินยุโรปมา ปกติต้องกลับพรุ่งนี้นี่ ทำไมครั้งนี้กลับมาก่อนล่ะหรือว่าฟาดสาวๆหมดยุโรปละ ถึงได้กลับมาก่อนเสียงเดินเร็วๆมาถึงฉัน ก่อนที่เขาจะจับฉันให้หันไปเผชิญหน้ากับเขา"เมื
ฉันรีบลุกตามแต่ไม่ทัน ในตอนที่คิดว่าควรจะไล่ตามเขาไปประตูก็ถูกเปิดออกอีกครั้ง และมีผู้ชายที่ไม่รู้จักอีกคนเดินสวนกลับเข้ามาแทน เขาอยู่ในชุดสูทพนักงานอาซูร่าคลับ ท่าทางคล้ายพวกอยู่กับเอกสารทั้งวัน ผมสีน้ำตาลเข้มและสวมแว่นสายตา แถมหน้าก็เรียบเหมือนกระดาษขาวที่ไร้ความรู้สึก







