LOGINตั้งแต่กลับมาจากคลับอาซูร่า ฉันก็รู้ได้ทันทีว่า ชีวิตต่อจากนี้ของฉันจะไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป
ฉันกำลังจะถูกลากเข้าไปในวังวนของพวกคนเลวแน่ๆ แถมถูกแบล็คเมล์ทำให้กลายเป็นหนี้หลายล้าน แล้วยังต้องเอาร่างกายไปชดใช้หนี้ตามที่พวกมันต้องการ คิดแล้วก็หนาวสยองไปทั้งตัว ทำยังไงดี ? แจ้งตำรวจเลยดีไหม ? แล้วตำรวจเดี๋ยวนี้จะยังเชื่อถือได้แค่ไหนกัน ข่าวคนที่ถูกซ้อมตายที่คลับอาซูร่าฉันก็ไปลองค้นในอินเตอร์เน็ตดูแล้ว สุดท้ายกลายเป็นหาผู้กระทำผิดไม่ได้เพราะกล้องวงจรปิดเสียพอดี ง่ายเกินไปหรือเปล่า จากการค้นข้อมูลของคลับอาซูร่า ทำให้ฉันรู้ว่าคลับนี้เป็นแค่ธุรกิจหนึ่งของ บริษัท อาซูร่าโฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน) บริษัทยักษ์ใหญ่ข้ามชาติที่ดำเนินธุรกิจหลายอย่าง มีเงินหมุนเวียนในระบบเป็นหมื่นๆล้าน เจ้าของเป็นนักธุรกิจใหญ่ในเอเชียตะวันออกที่ไม่เปิดเผยตัวตน มีแค่ผู้บริหารระดับสูงเท่านั้นที่มีหน้าลงอยู่ในฟีดข่าว หลายคนมีความข้องเกี่ยวกับธุรกิจมืดที่ดูอันตรายและลึกลับ แต่ประเด็นมันอยู่ที่คลับอาซูร่าเพิ่งจะเปิดได้ไม่นาน แต่ได้รับความสนใจอย่างมากจนสามารถขยายสาขาไปอีกสิบเจ็ดสาขาทั่วเอเชีย รายได้อู้ฟู่ไม่พอ แถมโฮสต์ดังๆหลายคนก็อิมพอร์ตมาจากหลายประเทศอีกด้วย เพราะมีมาเฟียหนุนหลังนี่เอง ฉันพยายามเสิร์ชหาตาโฮสต์หน้าหล่อที่หลอกกินฉัน หน้าตาของเขาอย่างไรก็ต้องติดหนุ่มฮอตของคลับอาซูร่าอยู่แล้ว แต่หาเท่าไหร่ก็ไม่เจอ ไม่มีเลย เป็นไปได้อย่างไร? หน้าตาหล่อเลิศขนาดนั้น แถมพวกคนในคลับก็ดูเหมือนจะให้ความสำคัญอยู่บ้าง เพราะตอนที่ฉันไปไล่เรียงหาก็มีแต่คนช่วยกันปกปิด อีกอย่างเขาบอกเขามีผู้ช่วย ถ้าอย่างนั้นก็ต้องเป็นคนที่มีตำแหน่งอยู่ในคลับแน่นอน เขาเป็นใครกันแน่ ถึงได้กล้าทำกับฉันอย่างนี้ นี่เรียกว่าเป็นการค้ามนุษย์ได้เลยนะ เขากล้าทำแบบนี้ได้ หรือว่า... เขาจะเป็นพวก มาเฟีย!! ฉันนั่งกัดเล็บจนเหมือนพวกโรคจิตหวาดกลัวผู้คน ตรงหน้าคือกระจกบานใหญ่ที่ฉันเอาไว้ส่องเวลาแต่งตัว ฉันมองเงาสะท้อนของตัวเอง ก็ไม่ได้อยากหลงตัวเองหรอกนะ แต่ภาพที่สะท้อนออกมา ก็คือผู้หญิงที่สวยมาก โครงร่างเล็กบาง แต่ส่วนที่ควรมีก็ฟูเต็มไม้เต็มมือ ขนาดนั่งแทะเล็บอยู่กับพื้นยังดูดีได้ขนาดนี้ ไม่แปลกเลยที่ฉันจะถูกหมายหัวจากพวกมาเฟีย หลายปีมานี่ฉันแทบไม่เคยไปไหนมาไหนคนเดียวเลย โดยเฉพาะเวลากลางคืน เพราะพี่วินจะคอยกำชับอยู่ตลอดว่าอย่าไปไหนคนเดียวโดยไม่มีเขา การดูแลของเขาทำให้ฉันไม่เคยระแวงภัยรอบตัวเลยซักครั้ง นี่ยังไงล่ะ ผลของการไม่ระวังตัวเอง ผู้หญิงในกระจกจ้องตากับฉัน ในดวงตามีความตื่นตระหนกสะท้อนออกมาอย่างเห็นได้ชัด ตาโฮสต์นั่นบอกว่าอีกสามวันจะมารับ ไม่รู้ว่าจะต้องเจอกับอะไรบ้าง บอกว่าให้เป็นผู้ดูแล ใช้คำให้ดูดีหลอกคน ที่แท้จะจับฉันไปขายตัวใช้หนี้ซะมากกว่า ไม่ได้การละ ฉันควรจะหนีได้แล้ว จะมานั่งหมดอาลัยตายอยากให้พวกมันมารับถึงที่รึยังไง ไม่เกินครึ่งชั่วโมงหลังจากนั้น ฉันที่หอบข้าวของพะรุงพะรังก็วิ่งออกจากคอนโด โยนกระเป๋าเดินทางใบเล็กเข้าไปไว้หลังรถคันเล็กคู่ใจ แล้วบึ่งขับออกไปทันที ปลายทางคือ รีสอร์ทบนเขาใหญ่ ที่ฉันเคยหนีแม่ไปเที่ยวตอนอยู่มหาลัย เพราะเป็นที่เดียวที่สัญญาณโทรศัพท์ไปไม่ถึง ไม่ว่าใครก็หาฉันไม่เจอแน่ๆ ฉันรีบต่อสายไปที่หัวหน้างานที่บริษัทเพื่อขอลาหยุดยาว หัวหน้างานของฉันชื่อพี่ตา พี่ตาเป็นหญิงม่ายใจดี และก็ชอบไปเที่ยวบาร์โฮสต์ที่สุด เงินเดือนออกทุกครั้งพี่ตาจะไปละลายความสุขที่นั่นแล้วมาเม้าส์ให้ฟังทุกครั้ง ดังนั้นความซวยทั้งหมดในตอนนี้ของฉัน ก็น่าจะมาจากพี่ตาด้วยส่วนหนึ่ง ที่เอาแต่เป่าหูฉันว่าผู้ชายในบาร์โฮสต์นั้นแสนดีเพียงใด และทำบัตรเมมเบอร์เข้าคลับอาซูร่าให้ฉันหนึ่งใบด้วยเป็นการช่วยโปรโมตคลับ วันนั้นฉันถึงเข้าไปในคลับนั้นได้เพราะมีบัตรเมมเบอร์ที่พี่ตาให้ เขาว่าคนเรา ชีวิตจะหักเหอาจเป็นเพราะคนรอบข้างก็ได้ ฉันขอการันตีเลยว่า จริง! พอวางสายจากพี่ตาที่เข้าอกเข้าใจว่าฉันกำลังมีเรื่องร้อนใจจนต้องขอลางาน พี่ตายังบอกว่าให้ฉันทำใจให้สบายไม่ต้องเป็นห่วงเรื่องที่ทำงานเลย งานดีเงินน้อย แต่เพื่อนร่วมงานนิสัยดีงามเหมือนคนในครอบครัว ทำให้ฉันทนทำงานที่นี่ได้หลายปี ลา ลา ล่า ลา ลา ... เสียงโทรศัพท์เรียกเข้าดังขึ้นอีกครั้ง ฉันหยิบขึ้นมาดูหน้าจออย่างหวั่นใจ เพราะเกิดวิตกจริตกลัวว่าจะเป็นพวกมาเฟียที่รู้แล้วว่าฉันกำลังจะหนีเลยโทรมาข่มขู่ฉันอีก แต่หน้าจอโทรศัพท์ขึ้นชื่อ พิมคนสวย เพื่อนสนิทของฉันเอง ฉันรีบกดรับทันที "หายไปไหนมาห๊ะ รู้มั๊ยเขาตามหากันให้ควั่กทั้งคืนเลย..." เสียงต่อว่าตามมาอีกยืดยาว และจบลงด้วยคำที่ทำให้ฉันน้ำตาแตกอีกรอบว่า "รู้มั๊ยว่าทุกคนเป็นห่วง แกอยู่ไหนน่ะพราย" "ฉะ..ฉันกำลังขึ้นเขาใหญ่" ฉันตอบพิมด้วยเสียงอู้อี้เพราะพยายามกลั้นสะอื้นลงไป "เขาใหญ่ !..แกจะไปที่นั่นทำไม แล้วพี่วินรู้รึเปล่า" "ไม่รู้ แล้วพิมอย่าบอกพี่วินนะว่าเราไปไหน" "ตายๆๆ ตายแน่ พวกแกทะเลาะกันใช่มั๊ย แกเลยจะหนีเขา" ฉันเลือกที่จะเงียบ และพิมก็เข้าใจแบบนั้น "เออ อย่างน้อยก็รู้ว่าแกไม่ได้หายไปไหน แล้วนี่คิดจะกลับเมื่อไหร่ล่ะ" "คง..ซักพัก" พิมพูดสั่งสอนฉันเหมือนแม่สอนลูกสาวที่เริ่มมีแฟนครั้งแรกแล้วเกิดทะเลาะกันอีกหลายคำ ถึงยอมวางสายไป ครั้งนี้ฉันกดปิดเครื่องแล้วตั้งใจขับรถไปดีๆ มีคำถามมากมายในใจฉัน พิมเป็นเพื่อนที่ฉันสนิทที่สุด และรักมากที่สุด แต่เรื่องภาพแอบถ่ายของพี่วินกับผู้หญิงคนอื่นทำให้ฉันเกิดสงสัยพิมขึ้นมาเป็นคนแรก ผู้หญิงด้วยกัน และยิ่งเป็นเพื่อนที่สนิทจนรู้ใส้รู้พุงกันทุกอย่าง สายตาที่พิมมองพี่วิน ฉันรู้มาตลอดว่า พิมชอบพี่วิน พิมเป็นลูกเศรษฐี ฐานะทางบ้านดีหน้าตาก็สวย แต่พิมเลือกที่จะไปเป็นแอร์โฮสเตสเพื่อที่จะได้อยู่ใกล้พี่วิน แม้ฉันจะรู้อย่างนั้นแต่ก็ปล่อยให้พิมทำไป เพราะรักข้างเดียวมันก็เจ็บพอแล้ว ฉันได้แต่เห็นใจพิมเท่านั้น อีกอย่างพี่วินไม่ได้ชอบพิม เขาเห็นพิมเป็นน้องสาวไม่เคยมองเป็นอย่างอื่น แต่ตั้งแต่ฉันบอกพิมว่า พี่วินขอฉันแต่งงานแล้ว พิมก็หายไปเลย หลังจากนั้นฉันก็ไม่ได้สนใจอะไรนอกจากตระเวนดูชุดแต่งงาน จนมีจดหมายไม่มีชื่อผู้ส่งใส่มาในตู้จดหมายคอนโดเมื่อวาน ข้างในซองอัดแน่นไปด้วยภาพถ่ายของพี่วินกับผู้หญิงอีกหลายคน ทำฉันสติแตกจนนำพาให้ชีวิตต้องระเหเรร่อน หนีหัวซุกหัวซุนบุกเข้าป่าอย่างนี้ยังไงล่ะ หนีไปตั้งสติก่อนก็ดี ทั้งเรื่องโฮสต์มาเฟีย ทั้งเรื่องพี่วิน ที่หน้าจอรถขึ้นไฟกระพริบเตือนว่าน้ำมันใกล้จะหมด ฉันเลยหาปั๊มที่ใกล้ที่สุดเลี้ยวเข้าไป เด็กปั๊มรีบวิ่งเข้ามาบริการทันที "เต็มถังค่ะ" ฉันพูดแล้วหยิบกระเป๋าสตางค์ใบเล็กออกมา เมื่อเปิดออกข้างในกลับว่างโหรงเหรง มีเพียงเหรียญห้าสิบสตางค์กลิ้งอยู่ก้นกระเป๋าอยู่เหรียญเดียว ในใจฉันสุดจะเคว้งคว้างจนน้ำตาพาลจะไหลลงมา ไม่มีตังค์ ? ได้ไง? ถึงนึกขึ้นมาได้ว่า เคยมีแบงค์ห้าร้อยอยู่หนึ่งใบ แต่ได้ยัดใส่มือตาโฮสต์มาเฟียนั่นไปแล้ว โธ่เอ๋ย บัตรเครดิตก็ถูกรูดไปจนเต็มวงเงิน เงินสดก็ให้เขาไปด้วย ไอ้บ้านี่เล่นฉันจนหมดเนื้อหมดตัวจริงๆ ช่างเป็นอริกับดวงชะตาของฉันซะเหลือเกิน หรือที่เขาว่ากันว่า อายุย่างเข้าเบญจเพสมันแรง จะมีเคราะห์ร้ายถ้าไม่ตายก็ต้องเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันในชีวิต ฉันรีบพนมมือสวดมนต์ในใจ เจ้าประคู้น ขอให้ลูกช้างแคล้วคลาดปลอดภัยด้วยเถิด คำขอยังไม่ทันสัมฤทธิ์ผล เด็กปั๊มก็เดินเข้ามาที่ข้างประตูรถ "เต็มถัง พันสองครับพี่" ฉันเลยได้แต่บอกน้องเขาว่า "รอแป๊บนะคะ" ฉันรีบกดเปิดโทรศัพท์อีกครั้ง แล้วโทรเข้าบริษัทบัตรเครดิตเพื่อขอเพิ่มวงเงินทันที พรุ่งนี้เงินเดือนถึงจะออก ทั้งตัวมีเงินแค่ห้าสิบสตางค์ ฉันจะเอาตัวรอดได้ยังไงยังไม่รู้เลย บทเรียนครั้งนี้สอนให้รู้ว่า ต่อไปนี้ต้องรู้จักรักเงิน อย่าเอาเงินไปให้ใครง่ายๆเด็ดขาด ขาดผู้ชายไม่ตายหรอก แต่ถ้าขาดเงิน ยังไงก็ตายสถานเดียว **********ดะ เดี๋ยวก่อน ร้ายแรงขนาดนั้นเลยเหรอ?นี่ไม่ใช่นิยายสุขนิยมแล้วนะ แต่กลายเป็นนิยายสายลับดราม่า นางคงพยายามจะทำให้ฉันตกใจให้ได้เลยใช่มั้ยเนี่ย"อเล็กซ์พาคุณมาที่นี่ เพื่อทีจะบีบให้แม่ของคุณยอมคืนเอกสารลับทั้งหมด และตอนนี้แม่ของคุณก็ยอมแล้ว แต่มีเงื่อนไขหนึ่งข้อ"ฉันพยักหน้าหงึกหงัก ทำเป็นเชื่อไปตามที่นางเล่า"เงื่อนไขนั้นก็คือ ให้คุณคลอดลูกชายออกมาให้ได้ เพื่อสืบทอดสายเลือดของตระกูลไทระ ให้คงอยู่ต่อไป"อ๋อ อย่างนี้นี่เอง นางก็พยายามผูกเรื่องให้ได้น่าสนใจอยู่เหมือนกันนะ"อย่างนั้น ฉันซึ่งก็คือ ทายาทคนสุดท้ายของตระกูลไทระ ก็ต้องคลอดเด็กผู้ชายออกมาคนนึง เพื่อให้ตระกูลนี้มีทายาทสืบต่อไปใช่มั๊ยคะ ส่วนคนที่จะทำให้ฉันตั้งท้องจะเป็นใครก็ได้ใช่หรือเปล่า"ยัยตุ๊กตาทำหน้าจริงจังมากตอนตอบว่าใช่"คุณจะท้องกับใครก็ได้ค่ะ แต่เมื่อคุณคลอดเด็กคนนั้นออกมา ทางองค์กรผู้ควบคุมกฎก็จะฆ่าทั้งคุณและลูกทันทีที่หาตัวเจอ""อ้าว แล้วจะมีประโยชน์อะไร ในเมื่อสุดท้ายฉันก็ต้องตายอยู่ดี""มีสิคะ ถ้าคุณเป็นผู้หญิงของอเล็กซ์ ตระกู
"เธอไปได้คลิปนั้นมาจากไหน ?"ฉันโพล่งถามอย่างระแวงทันที เรื่องลับมากขนาดนั้น พิมกับพี่วินจะถ่ายคลิปไว้ทำไม หรือถ้าถ่ายไว้จริงๆ ทำไมยัยนี่ถึงมีได้ล่ะฉันมองนางอย่างเคลือบแคลงสงสัยจริงๆ"ก็ไม่ยากหรอกค่ะ เพราะโรงแรมที่พวกเขาไปแอบพรอดรักกัน เป็นโรงแรมที่ฉันรู้จักพอดีสิคะ"โรงแรมที่ไหนแอบถ่ายคลิปลูกค้า ฉันไม่มีทางเชื่อเด็ดขาดมันต้องมีการวางแผนมาก่อน!"โกหก ฉันไม่เชื่อเธอหรอก"ฉันต่อว่าเสียงดัง แล้วจ้องตาใสๆคู่นั้นอย่างค้นคว้าครั้งที่แล้วยัยนี่ก็บอกเองว่า เป็นคนเอารูปของฉันให้อเล็กซ์ดู ทำให้เขาสนใจฉันครั้งนี้ก็ยังมาบอกว่า เป็นคนเอาคลิปลับของสองคนนั่นส่งให้อเล็กซ์อีกนางมีแผนอะไรกันแน่!ฉันชี้หน้ายัยตุ๊กตาแล้วว่า"เรื่องบ้าทั้งหมดนี่ ฉันว่าเธอต้องมีส่วนเกี่ยวข้องด้วยแน่ๆ บอกมานะว่าทำแบบนี้ทำไม!?""อย่าเพิ่งโมโหสิคะ ใจเย็นๆก่อน นี่ฉันทำเพื่อคุณทุกอย่างเลยนะคะ"ยัยตุ๊กตาพยายามบอกให้ฉันใจเย็นๆ ด้วยท่าทีไม่รู้ร้อนรู้หนาว แต่ตอนนี้อารมณ์ฉันมันขึ้นจนเย็นไม่ไหวแล้ว
“อะ..โอ๊ย ..โอย..ยย” ฉันร้องครางอย่างเจ็บปวด เมื่อความเจ็บจากการถูกเขาทับ และขยับตัววุ่นวายทำให้ทั่วร่างประท้วงว่าให้อยู่นิ่งๆ ได้แล้ว ตัวฉันเริ่มสั่นจนน้ำตาคลอคลองขึ้นมา แล้วพยายามส่งสายตาขอความเห็นใจจากเขาออกไป ทำให้สายตาดุดันของอเล็กซ์ถึงยอมอ่อนลงและขยับออกจากตัวฉันลงไปด้านข้าง ฉันใช้โอกาสนี้ร้องโอดโอยเพิ่มอีกหน่อย เพื่อหลอกให้เขาสงสารเห็นใจฉันอีกนิด และไม่มาหาเรื่องฉันที่นอนเจ็บอยู่ “ยังเจ็บอยู่หรือครับ” ฉันพยักหน้าเบาๆ เป็นการยืนยัน แถมบีบน้ำตาให้ไหลออกมาได้อีกสองเม็ด แล้วแกล้งทำท่าออดอ้อนออเซาะเขาอย่างเอาตัวรอดว่า “ฮืออ..พรายฝันร้ายค่ะ น่ากลัวมากเลย” สายตาเคลือบแคลงใจของเขาที่หรี่ลงมองมา คล้ายกับกำลังประเมินว่า ฉันแกล้งทำหรือเปล่า “งั้น เดี๋ยวพี่นวดยาให้นะครับ” นวดตรงไหน? ตรงก้นเหรอ...ไม่มีทาง! “มะ ไม่เป็นไรค่ะ พรายดีขึ้นแล้ว ยังไม่ต้องทายาหรอกค่ะ” ฉันรีบปฏิเสธเขาทันที แต่... “พรายไม่ต้องอายพี่หรอกครับ มากกว่านี้ พี่ก็เห็นมาหมดแล้ว เดี๋ย
เขาว่าคนเรา แข่งอะไรแข่งได้ แต่แข่งบุญแข่งวาสนา มันแข่งกันไม่ได้ฉันได้แต่นึกน้อยใจในวาสนาของตัวเองจนต้องนอนคว่ำร้องไห้กระซิกๆกับความโชคร้ายของตัวเองตอนนี้ฉันกลายเป็นคนพิการโดยสมบูรณ์แบบแล้วช่วงล่างตั้งแต่เอวลงไป ไม่สามารถขยับซี้ซั้วได้แม่แต่นิดเดียว แค่นอนหายใจรวยรินเบาๆ ก็ต้องระมัดระวังไม่ให้กระเทือนถึง...จุดนั้น...ด้วยไอ้เลว !ไอ้วิปริต !ไอ้คนไม่ใช่คน !ฉันได้แต่สาปแช่งคนที่ทำให้ฉันเป็นแบบนี้อยู่ในใจ จนตอนนี้ฉันต้องมานอนคว่ำ เพื่อปล่อยให้ช่องทางด้านหลังไม่ให้ถูกกระทบกระเทือนไปมากว่านี้ และสามารถเยียวยาตัวเองให้กลับมาหายเป็นปกติได้ในเร็ววันเมื่อครู่ หมอที่มาดูอาการร่อแร่ของฉัน เอาแต่ยิ้มแบบมีลับลมคมในและพูดเสียงดังมากให้อเล็กซ์ฟังว่าอาการไม่เป็นอะไรมาก หมั่นทายาเช้า เย็น แล้วกินยาบำรุง ไม่เกินสามสี่วันก็จะดีขึ้นเองหมอตรวจผิดหรือเปล่า?ฉันต้องทนอับอายเปิดก้นให้หมอผู้หญิงแก่ๆ ท่าทางอย่างกับหมอตำแยดูก้นของฉันฟรีๆ แล้ววินิจฉัยว่าอาการของฉันมันแค่บาดเจ็บเล็กน้อยได้ยังไงตอ
เวลาหมูจะถูกเชือด มันคงจะรู้สึกอย่างนี้นี่เองหัวใจเต้นรัวเร็วราวกับจะทะลุออกมาจากอกให้ได้ และกรีดร้องเหมือนคนบ้า"กรี๊ด ! อย่านะ อย่าทำนะ!"สะโพกฉันถูกจับยกขึ้นในท่าบังคับให้คลานเข่าขึ้นมาเหมือนหมาสี่ขา ข้อมือทั้งสองข้างถูกรัดแน่นด้วยเข็มขัดหนังของเขาที่คล้องเกี่ยวฉันไว้กับหัวเตียงจนดิ้นหนีไปไหนไม่ได้เขาบีบสะโพกของฉันไว้แน่นจนเจ็บ และแนบตัวตนของเขาเข้ามาราวกับเป็นการทักทายร่างสูงใหญ่ของเขาโน้มลงมาแนบชิดเป็นเนื้อเดียวกับแผ่นหลังเปลือยเปล่าของฉัน ที่เพิ่งถูกเขาฉีกเสื้อผ้าจนขาดครึ่ง ทิ้งตัวร่องแร่งกับต้นแขนทั้งซ้ายขวาลิ้นชุ่มชื้นของเขาแลบไล้เลียที่หลังใบหูขาวนุ่มจนเกิดความรู้สึกเสียววาบไปทั้งตัวมือของเขาข้างหนึ่งจับล็อกสะโพกผายไว้แน่นไม่ให้ขยับ ส่วนอีกข้างก็เข้ากอบกุมหน้าอกนุ่มฟูอวบใหญ่ล้นมือ คอยบีบขยำเล่นวนไปวนมา"พี่อเล็กซ์ ปล่อยพรายนะคะ พรายจะไม่ดื้ออีกแล้ว"ฉันที่พยายามควบคุมความสติแตกกรีดร้องโวยวายก่อนหน้านี้ เปลี่ยนมาเป็นอ้อนวอนเขาดีๆอีกครั้งแต่เขากลับจับแก่นกายที่ร้อนระอุเข้าถูไถกับกล
หลังจากยัยมานามิคู่หมั้นของอเล็กซ์กลับไป ฉันลองประมวลผลเรื่องราวทั้งหมดในหัวอีกครั้งจนสมองแทบแตก และก็สรุปได้คร่าวๆว่าข้อแรก อเล็กซ์และยัยตุ๊กตา เป็นคู่หมั้นกัน แต่จากที่นางพูดมา ถ้ามันเป็นเรื่องจริง เขาสองคนไม่ได้รักกันข้อสอง คนที่อยากมีลูก คือ อเล็กซ์ข้อสาม ฉันคือคนที่เขาเลือกให้มาอุ้มท้องลูกของเขาข้อสี่ ....ทำไมต้องเป็นฉันล่ะฉันวงชื่อตัวเองไว้ในใจ และคิดว่า ปริศนาทั้งหมดมันอาจจะอยู่ที่ตัวฉันเอง และมีเพียงอเล็กซ์เท่านั้นที่จะตอบได้ว่าทำไมป้าแม่บ้านที่ฉันหมายตาจะแอบฉกโทรศัพท์ เอาขนมของว่างมาเสริฟให้ช่วงบ่าย ตอนที่นางวางถาดลงมา ฉันแกล้งลุกขึ้นจนชนป้าแกจนล้ม ไม่พอยังผลักถาดที่มีน้ำหวานให้คว่ำใส่ตัวป้าจนเลอะเทอะไปหมด"ว้ายตายแล้ว ขอโทษนะคะป้า เลอะเทอะหมดเลย"ป้าแกก็ตกใจจนเงอะงะไปในทันที ฉันแกล้งช่วยพยุงป้าแม่บ้านขึ้นมาแล้วแอบล้วงโทรศัพท์จากกระเป๋ากระโปรงของป้าแก เอาซ่อนไว้ในตัวอย่างเงียบเชียบป้าแม่บ้านพูดภาษาญี่ปุ่นเหมือนจะพยายามขอโทษฉันแล้วรีบเก็บกวาดทำความสะอาดฉันเดินเลี่ยงออกมาจากห้องร







