ログインRrrr Rrrr
เสียงโทรศัพท์ดังขึ้น ปลุกเธอออกจากภวังค์ มือเล็กรีบหยิบขึ้นมาดู เป็นเบอร์ของพ่อที่ไม่ได้โทรมาหาเธอเกือบหนึ่งเดือน "ค่ะพ่อ" (เห็นหนังสือที่ส่งไปที่บริษัทหรือยัง) "หนังสืออะไรคะ" (ก็หนังสือขอตัวแกกลับมาที่กรุงเทพฯ ไง ตอนนี้ที่นี่ยุ่งมาก พี่แกกับฉันจัดการไม่ไหว) นับหนึ่งถอนหายใจออกมา เธอไม่ค่อยเข้าใจประโยคที่พ่อของเธอพูดนัก "จัดการอะไรคะ ในเมื่อตอนนี้พ่อไม่ได้เป็นผู้บริหารแล้ว" (บอกให้กลับมาก็กลับมาเถอะน่า แกควรมาทำหน้าที่ลูกได้แล้ว คิดจะอยู่ที่นั่นไปจนตายเลยหรือไง) "แล้วตอนแรกส่งหนูมาทำไมคะ ไหนบอกว่าให้อยู่ที่นี่เลย นี่แค่ปีเดียว พ่อก็จะให้กลับไปแล้ว พอหนูปรับตัวได้ พ่อก็เอาแต่ใจตัวเองทันที" (อย่าพูดมาก หรืออยากให้แม่แกเครียดไปมากกว่านี้) "เหอะ พ่อก็เป็นแบบนี้ทุกที พออะไรไม่ได้ดั่งใจ ก็เอาแม่มาขู่ตลอด พ่อรู้หรือเปล่าว่าตั้งแต่บริษัทพ่อล้มไป พ่อเปลี่ยนไปมากขนาดไหน หนูเข้าใจนะคะ ว่าพ่อเครียดที่ทุกสิ่งที่พ่อสร้างมา ตกไปเป็นของคนอื่น แต่มันคือสัจธรรมของชีวิตค่ะ อีกอย่างพ่อก็อายุมากแล้วนะคะ ควรจะพักผ่อน ใช้ชีวิตช่วงบั้นปลายให้มีความสุข ไม่ต้องเป็นห่วงหนูกับพี่ดาวเลยค่ะ เราสองคนมีงานทำ เราเลี้ยงตัวเองได้แล้วค่ะ" (ฉันเป็นพ่อนะ จะห้ามไม่ให้เป็นห่วงลูกได้ยังไง ยิ่งแกไปอยู่ไกลหูไกลตาแบบนี้ด้วย) "พ่อคะ"เธอเอ่ยออกไปด้วยน้ำเสียงเหนื่อยใจ เธอยังไม่อยากกลับไปตอนนี้ เธอยังสนุกกับงานที่นี่อยู่ ใครจะคิดว่ามันช่างประจวบเหมาะกับช่วงเวลาที่เธอกำลังลังเลใจเรื่องที่จะไปงานเลี้ยงรุ่นพอดี ทุกอย่างมันก็บังเอิญไปเสียหมด (ไม่ต้องพูดมาก ยังไงคำสั่งก็ออกไปแล้ว แก้ไขอะไรไม่ได้) พ่อกดวางสายเธอไปทันที ไม่เปิดโอกาสให้เธอได้ปฏิเสธอะไรออกไปอีก เธอได้แต่ถอนหายใจ นึกย้อนไปถึงเรื่องราวในอดีต ที่ทำให้ตัวเองตัดสินใจมาอยู่เชียงใหม่ หนึ่งปีที่แล้ว “วันนี้มีเพื่อนมาฝึกงานใหม่อีกคนนะ ถูกส่งมาจากบริษัท Kin Engineering” สกายที่กำลังนั่งทำงานอยู่กับคีริน ได้ยินชื่อบริษัทก็หันไปมองหน้ารุ่นพี่ทันที ก่อนจะหันมาเลิกคิ้วกับคีรินด้วยความสงสัย เพราะบริษัทที่ว่าคือบริษัทพ่อของคาเตอร์ เขาจำได้ว่าที่นั่นมีเพื่อนผู้หญิงคณะเดียวกับเขาฝึกงานอยู่ที่นั่นสองคนคือใยไหม แฟนของโซลเพื่อนสนิทของพวกเขากับเพื่อนสนิทของเธอคือนับหนึ่ง “ใยไหมกับนับหนึ่ง ฝึกอยู่ที่นั่นไม่ใช่เหรอว่ะ” “เออ กูว่าได้ยินไม่ผิดนะ ว่าเป็นบริษัทของน้าคินจริง ๆ” “มีอะไรสงสัยกันสองหนุ่ม”เกษรารุ่นพี่คนสวยของแผนกหันมาส่งยิ้มหวานให้เขาสองคนที่กำลังนั่งซุบซิบกัน“สงสัยอะไรถามได้เลยนะ” “คือเพื่อนผมสองคนฝึกงานอยู่ที่นั่นครับ” “อ้าว...จริงเหรอ เพื่อนเราเป็นผู้หญิงหรือเปล่าล่ะ” “ใช่ครับ” “ชื่ออะไรนะ เดี๋ยวพี่ขอดูเอกสารส่งตัวแปบนะ”เกษราก้มหน้าไปยังแฟ้มในมือ กวาดสายตาหาชื่อของนักศึกษาที่ถูกส่งมาฝึกงานที่นี่กระทันหัน เนื่องจากวัตถุประสงค์ของผู้บริหารที่ต้องการให้นักศึกษาฝึกงานได้เรียนรู้งานที่หลากหลายมากขึ้น “ชื่อศรุตา จันทรวานิช ใช่เพื่อนเราสองคนหรือเปล่า” “ใช่ครับ”ทั้งสองคนพยักหน้าพร้อมกันทันที โดยไม่ได้นัดหมาย ถึงจะไม่ได้สนิทกันมาก แต่ในกลุ่มผู้หญิงสี่คนนั้น นับหนึ่งเป็นผู้หญิงที่พูดคุยกับกลุ่มของพวกเขามากที่สุด มากกว่าใยไหมแฟนของโซลเสียอีก “งั้นก็ดีเลย น่าจะใกล้มาแล้วแหละ เพราะเมื่อกี้รายงานตัวอยู่ที่แผนกบุคคล” ทางด้านนับหนึ่ง หลังออกจากห้องของฝ่ายบุคคล เธอก็เดินตรงไปยังแผนกวิศวกรคอมพิวเตอร์ เธอถูกส่งตัวมาฝึกงานที่นี่กระทันหัน บริษัทแจ้งเธอก่อนหน้านี้แค่เพียงสองวัน ให้เธอเตรียมตัว ตอนที่รู้เธอแทบอยากจะร้องไห้ออกมา เพราะเหลือเวลาฝึกงานแค่เดือนเดียว เธอไม่คิดว่าจะต้องมาฝึกงานอีกที่ ต้องแยกกับใยไหมเพื่อนสนิทของเธอ “พี่คะ สวัสดีค่ะ”เธอยกมือขึ้นไหว้รุ่นพี่ของแผนก ไม่รู้หรอกว่าพี่คนนี้ทำงานตำแหน่งอะไร แต่พอเดินเข้ามาเธอเจอรุ่นพี่ผู้หญิงคนนี้นั่งอยู่ ก็คิดว่าต้องทักทายรุ่นพี่คนนี้ก่อน พลางกวาดสายตามองภายในแผนก มีพนักงานอยู่ไม่กี่คน อีกทั้งเธอไม่เห็นนักศึกษาฝึกงานอยู่ที่นี่เลยแม้แต่คนเดียว พลันในใจก็ห่อเหี่ยวทันที เมื่อรู้ว่าไม่มีคนรุ่นเดียวกันฝึกงานอยู่ที่นี่สักคน “มาแล้วเหรอ”เกษราที่ยืนก้ม ๆ เงย ๆ อยู่กับกองเอกสารที่โต๊ะส่วนตัว เงยหน้าขึ้นถาม เธอจะอยู่โต๊ะติดกับประตูทางเข้าของแผนก เป็นพนักงานฝ่ายจัดการของแผนกวิศวกรคอมพิวเตอร์ “เดี๋ยวพี่จะพาไปหาเพื่อนนะ ว่าแต่เราชื่อเล่นว่าอะไรจ๊ะ” “ชื่อนับหนึ่งค่ะ” “พี่ชื่อเกดนะ เรียกพี่เกดก็ได้นะ” นับหนึ่งส่งยิ้มให้เกษรากลับไป พลางเดินตามเข้าไปในห้องหนึ่ง ที่อยู่มุมสุดของแผนก ก่อนดวงตากลมโตจะเบิกโพลงและยิ้มกว้างออกมา เมื่อเห็นนักศึกษาหน้าตาคุ้นหน้า นั่งอยู่ในห้องนี้สองคน “พวกนายฝึกงานที่นี่เหรอ” “อืม ไอ้ตะวันอีกคน แต่วันนี้มันออกไปภาคสนามกับพี่ในแผนก”สกายเป็นคนเอ่ยตอบออกมา ทำให้นับหนึ่งแสดงอาการดีใจอย่างไม่คิดปิดบัง อย่างน้อยเธอก็ยังมีเพื่อนที่รู้จัก คิดว่าจะต้องอยู่คนเดียวเสียอีก “เธอไม่รู้เหรอ ที่นี่บริษัทของพ่อมัน”คีรินเดินเข้ามากระซิบบอกนับหนึ่งที่ข้างหู ซึ่งคนตัวเล็กก็ทำตาโตทันที เพราะไม่เคยรู้มาก่อน “จริงเหรอ งั้นฝากเนื้อฝากตัวด้วยนะ”นับหนึ่งทำท่าทางก้มหัวลงไปเหมือนคารวะ ส่วนสกายนั้นหันไปเตะขาคีรินที่พูดมากเรื่องนี้ ถึงแม้เพื่อนจะพูดเบา แต่เขาก็ไม่อยากให้ใครรู้ว่าเขาเป็นลูกชายของเจ้าของบริษัท “งั้นพี่ฝากเราสองคน สอนงานนับหนึ่งด้วยนะ”ทั้งสองคนพยักหน้าตอบรับคำรุ่นพี่ ก่อนเกษราจะเดินออกจากห้องไป “ก่อนหน้านี้ ใยใหมบอกฉันว่าบริษัทที่ฉันฝึกงานอยู่เป็นของพ่อคาเตอร์ มาที่นี่ก็เป็นของพ่อนายอีก พวกนายนี่รวยกันจริง ๆ เลยนะ” “สมบัติพ่อแม่ จะเรียกว่ารวยอะไร”สกายยักไหล่อย่างไม่สนใจ เขามาฝึกงานที่นี่ก็เพราะมันตรงสายที่เรียนมา ทำตามขั้นตอนนักศึกษาฝึกงานทุกอย่าง ผ่านแผนกบุคคล ไม่ได้ใช้เส้นสายเลยแม้แต่น้อย เขาไม่อยากให้ใครมองว่าเขาเข้ามาฝึกงานที่นี่ได้ ก็เพราะนามสกุลเดียวกันกับประธานบริษัท “ว่าแต่เหลืออีกเดือนเดียว ทำไมเธอถึงถูกส่งให้มาอยู่นี่ล่ะ” “ฉันเพิ่งรู้ก่อนหน้านี้สองวันเองนะ เห็นรุ่นพี่ที่แผนกบอกฉันว่า เป็นนโยบายของบริษัทที่อยากให้นักศึกษาฝึกงานเรียนรู้งานหลากหลาย อีกอย่างอยู่ที่โน่น ก็ไม่ค่อยมีงานด้วยนะ มีนักศึกษาฝึกงานตั้งห้าคน” “เอาจริงนะ ที่นี่ก็ไม่ค่อยมีงานหรอก ส่วนใหญ่จะมีไปข้างนอกกับพี่ในแผนกบ้าง หรือไปช่วยงานแผนกอื่น ลงโปรแกรมให้บ้าง แต่ก็น้อยมากนะ” “แต่ฉันดีใจนะ ที่อย่างน้อยก็ยังมีพวกนายอ่ะ คิดว่าจะไม่มีเพื่อนรุ่นเดียวกันเสียอีก”นับหนึ่งเอ่ยพลางส่งยิ้มหวานให้คีริน ก่อนสายตาของเธอจะเหลือบไปเห็นสกายนั่งยิ้มน้อยยิ้มใหญ่กับโทรศัพท์ในมือ เหมือนกำลังคุยแชทใครสักคนอยู่ “สกายมีแฟนแล้วเหรอ”เธอกระซิบถามคีรินด้วยความสงสัย “คนคุยมันอ่ะ ไอ้นี่เห็นแบบนี้มันชอบคุยหลายคน คุยไปเรื่อย”เธอหันไปมองสกายอีกครั้ง ไม่อยากจะเชื่อตามที่คีรินว่า ผู้ชายบุคลิกแบบสกายจะเป็นแบบนั้นได้ห้าปีต่อมา ชีวิตคู่ของสกายและนับหนึ่ง ดำเนินมาจนถึงช่วงเวลาที่สมบูรณ์แบบที่สุด ทั้งคู่มีลูกน้อยที่น่ารักสองคนเข้ามาเติมเต็ม คนที่หนึ่งเป็นผู้ชายอายุสี่ขวบชื่อปกป้อง เป็นเด็กที่ช่างพูดและหน้าตาถอดแบบคนเป็นแม่มาไม่มีผิดเพี้ยน ส่วนคนที่สองเป็นผู้หญิงชื่อออดอ้อน คนนี้เป็นเด็กขี้อ้อนเหมือนชื่อ หน้าตาเหมือนคนเป็นพ่อราวกับแกะ และที่สำคัญคือติดสกายมาก ตอนนี้ทั้งสี่คนกำลังมุ่งไปยังเกาะเสม็ด เพื่อใช้เวลาพักผ่อนในวันหยุด โดยสกายเป็นคนขับรถพาครอบครัวมาด้วยตัวเอง เป็นเพราะคำสัญญาที่ให้ไว้กับลูกชายว่า หากมีวันหยุด เขาจะพาลูกมาเล่นน้ำที่ทะเล ใช้เวลาขับรถกว่าสี่ชั่วโมงก็ถึงท่าเรือบ้านเพ ที่จะพาไปยังเกาะเสม็ด จากท่าเรือนั้นต้องเดินทางอีกประมาณครึ่งชั่วโมง ถึงจะถึงที่พักวิลล่าที่เขาจองเอาไว้ “เดี๋ยวกายอุ้มลูกเอง?” สกายหันไปรับลูกสาวคนเล็กมาจากภรรยา ส่วนปกป้องนั้น ตอนนี้กำลังตื่นเต้นกับน้ำทะเลที่เห็น จนไม่สนใจสิ่งอื่น แต่ก็นับว่าเป็นเรื่องที่ดี ที่ลูกของเขาทั้งสองคนไม่มีใครมีอาการเมาเรือ ที่รู้ก็เพราะเขาเคยพาไปนั่งเรือยอร์ชเมื่อเดือนที่แล้ว ห้องพักที่สกายจองนั้น เป็นห้องพักวิลล่าแบบครอบครัว มีสอ
สามเดือนผ่านไป ทะเลอันดามันตอนเช้าตรู่ สีฟ้าครามใสจนเห็นเงาของเรือยอร์ชลอยอยู่ใต้ผิวน้ำ สกายยืนอยู่ที่หางเสือ มือข้างหนึ่งจับพวงมาลัย อีกข้างโอบเอวนับหนึ่งที่ยืนพิงหน้าอกของเขา ชุดเดรสสีขาวบางของเธอปลิวไปตามสายลม ผมยาวสีน้ำตาลปลิวไสว จนเขาต้องเอามือจับไปไว้ข้างหนึ่ง “แน่ใจนะว่าอยากทิ้งสมอตรงนี้?”สกายถามเสียงแผ่ว ก้มลงจูบที่ขมับของเธออย่างแสนรัก “แน่ใจสิ”นับหนึ่งหันมายิ้ม“ตรงนี้แหละ ห่างไกลผู้คนดี โรแมนติกที่สุด?” เป็นความคิดของเธอเอง ที่อยากมาฮันนีมูนบนเรือยอร์ชกลางทะเล โชคดีที่ครอบครัวของสกายมีธุรกิจเรือยอร์ชพอดี เธอจึงถือโอกาสมาจัดงานแต่งที่ทะเลด้วยเสียเลย งานแต่งจบปุ๊บก็ขึ้นเรือมาฮันนีมูนทันที ทว่าเจ้าบ่าวหมาด ๆ ของเธอคงไม่รู้ว่าการมาล่องเรือของเธอนั้น มันมีอะไรบางอย่างแอบแฝงอยู่ ตกตอนเย็น พระอาทิตย์กำลังจะลับขอบฟ้า ส่องแสงสีส้มเรืองรองตัดกับน้ำทะเลสีฟ้าคราม เรือยอร์ชจอดนิ่งอยู่กลางอ่าวลับตาผู้คน ไม่มีเรือลำไหนแล่นผ่านเลยสักลำ เหมือนผืนน้ำแห่งนี้ มีเพียงคู่แต่งงานข้าวใหม่ปลามันเป็นเจ้าของ นับหนึ่งนอนเอนตัวบนเก้าอี้ผ้าใบสีสันสดใส ตรงดาดฟ้าด้านหน้าเรือ บิกินี่สีดำสนิทสุดเซ็กซ
เธอโน้มหน้าเข้ามาใกล้ เรียวปากสีแดงก่ำแตะลงบนกลีบปากของเขาอย่างแผ่วเบาในตอนแรก ก่อนจะกดจูบลึกซึ้งยิ่งขึ้นอย่างเร่าร้อน แต่ทว่ามีความนุ่มนวลในเวลาเดียวกัน คนตัวสูงหลับตาพริ้ม ตอบรับจูบร้อนแรงนั้นโดยอัตโนมัติ มือหนาของเขายกขึ้นกอดเอวบางของเธอโดยไม่รู้ตัว จูบนั้นไม่เร่งรีบ ไม่ดุดันอย่างที่คิด มันเต็มไปด้วยความรักที่ล้นทะลักจนเขารู้สึกเหมือนหัวใจกำลังจะสลาย ไม่นานคนตัวเล็กก็ถอนริมฝีปากออกอย่างเชื่องช้า สกายที่ยังคงหลับตาอยู่ ใบหน้าขึ้นสีแดงจัด กำลังหอบหายใจเบา ๆ แต่ทว่าจู่ ๆ เขาก็รู้สึกถึงสัมผัสเย็นวาบที่นิ้วนางข้างซ้ายของตัวเอง ก่อนลืมตาตื่นขึ้นมาอย่างงง ๆ เห็นนับหนึ่งส่งยิ้มหวานให้เขา เธอยังคงอยู่ในชุดคอสเพลย์แมวเซ็กซี่ แต่ทว่าท่าทางของเธอกลับจริงจังขึ้นมาอย่างที่เขาไม่เคยเห็นมาก่อน เธอยกมือขวาขึ้น โชว์แหวนเพชรสีเงินที่มีเพชรเม็ดโตส่องแสงระยิบระยับใต้แสงไฟสลัว หัวใจของเขาหยุดเต้นไปชั่วขณะ กับภาพนั้น ก้มมองนิ้วมือของตัวเองที่มีแหวนสีเงินราบเรียบแบบของผู้ชายอยู่ในนิ้วนางข้างซ้าย “กาย”น้ำเสียงของเธอสั่นเครือ“ตั้งแต่เรื่องคืนนั้นของเราเกิดขึ้น ถึงแม้ตอนแรกมันจะไม่ชัดเจน แต่มันเปลี่ยนแ
นับหนึ่งนั่งอยู่บนเตียงใหญ่ ขาทั้งสองข้างพาดลงพื้นอย่างยั่วเย้า ร่างกายของเธอห่อหุ้มด้วยชุดแมวยั่วสวาทที่เซ็กซี่ที่สุดเท่าที่เขาเคยเห็น ชุดนั้นเป็นหนังสีดำมันวาว รัดรูปเข้ากับเรือนร่างโค้งเว้าที่สมบูรณ์แบบ หูแมวเล็ก ๆ สีชมพูครอบทับอยู่บนศีรษะ ผมยาวสลวยสีน้ำตาลทองของเธอถูกปล่อยลงมาแผ่สลายเต็มแผ่นหลัง หางแมวห้อยย้อยลงมาจากบั้นท้ายงอนงาม ปลายหางสั่นไหวเบา ๆ ตามจังหวะการหายใจของเธอ ชุดนั้นเปิดเผยมากพอที่จะทำให้หัวใจแกร่งของเขากระหน่ำเต้นแรงขึ้นทันที คอเสื้อเว้าลึกจนถึงสะดือ เผยให้เห็นเนินอกอวบอิ่มที่กระเพื่อมขึ้นลง กระโปรงสั้นกุดที่แค่อ้าขาออก ก็มองเห็นเนินอวบอิ่มที่มีกางเกงในตัวจิ๋วผ้าเนื้อบางโผล่ออกมา แทบจะปกปิดส่วนนั้นของเธอไม่มิด ปล่อยให้ต้นขาเรียบเนียนและเรียวขาของเธอที่มีถุงน่องตาข่ายสีขาว เพิ่มความเซ็กซี่มากขึ้นไปอีก ดวงตากลมโตของเธอมองตรงมาที่เขา ด้วยแววตายั่วยวนที่เต็มไปด้วยความซุกซนและขี้เล่น ทว่ามีไฟแห่งความปรารถนาปะปนอยู่ด้วย ในตอนนั้นเอง ที่ความรู้สึกของเขาพุ่งทะลักราวกับคลื่นยักษ์ที่สาดซัดถล่มเข้ามา ไม่สนใจใครหน้าไหนทั้งนั้น ใครจะคิดว่าเธอจะกล้ายั่วยวนเขาด้วยชุดคอสเพลย์
ห้าเดือนผ่านไป มือหนาของสกายแตะคีย์การ์ดหน้าห้องพักของแฟนสาว ทว่าทันทีที่ประตูเปิดออก ภายในห้องกลับมืดและเงียบสนิท ราวกับไม่มีสิ่งมีชีวิตอยู่ที่นี่ หัวคิ้วหนาขมวดมุ่น ยกโทรศัพท์ขึ้นมาดูหน้าจออีกครั้ง เป็นข้อความล่าสุดจากเธอที่เขาได้รับ นับหนึ่ง: เลิกงานแล้ว มาที่คอนโดนะ เขาอ่านข้อความนั้นซ้ำไปมา ก็คิดว่าตัวเองไม่ได้เข้าใจอะไรผิด เมื่อเช้าเขาเป็นคนมาส่งเธอที่คอนโด เพราะเธอบอกว่าปวดหัว อยากนอนพัก และจะเริ่มเก็บของ เพื่อย้ายไปอยู่คอนโดของเขา ขาเรียวยาวก้าวอย่างมั่นคงไปยังประตูห้องนอนที่ปิดสนิท มือหนาจับลูกบิดหมุนออก ก่อนจะผลักประตูเข้าไปในห้องนอน ภายในห้องก็เงียบและมืดสนิทไม่ต่างกันกับด้านนอก เขากำลังจะกดสวิตช์ไฟเพื่อเปิด แต่ทว่าได้ยินเสียงหวานของเจ้าของห้องดังขึ้นขัดจังหวะจากด้านหลังของเขาเสียก่อน "อย่าเปิดนะ" ยอมรับว่าเขาสะดุ้งตกใจในช่วงแรก แต่ก็ถูกความวาบหวามจากฝ่ามือเล็กที่กำลังลูบไล้แผงอกแกร่งของเขาจากด้านหลัง ลำตัวด้านหน้าของเธอแนบสนิทไปกับแผ่นหลังกว้างของเขา กลิ่นน้ำหอม ของเธอลอยขึ้นแตะจมูก จนกลืนกินความรู้สึกตกใจไปจนหมดสิ้น "เล่นอะไร หืม?" คนตัวเล็กด้านหลังยิ้มกริ่มในค
เวลาต่อมา รถคันหรูจอดที่โรงรถของบ้านพ่อแม่ของนับหนึ่ง สกายนั้นมีท่าทีสบาย ๆ ไม่ได้เกร็งเหมือนตอนที่เธอไปเจอพ่อแม่เขาก่อนหน้านี้ “ไหนบอกว่าความรู้สึกไม่เหมือนกันไง” “ก็ไม่เหมือน แต่คิดว่ายังไงก็ต้องเจอกัน เรื่องแบบนี้มันหนีกันไม่พ้นหรอก” เขาดึงมือเธอมาจับเอาไว้ และเดินตรงเข้าไปในตัวบ้าน ราวกับเป็นบ้านของตัวเอง ในขณะที่นับหนึ่งได้แต่ภาวนาให้คนเป็นพ่อ ไม่พูดอะไรที่ทำให้สกายลำบากใจ “มากันแล้วเหรอลูก”ธนิดาคนเป็นแม่ เดินออกมาต้อนรับลูกสาวคนเล็ก ที่เดินควงคู่กันมากับแฟนหนุ่ม เธอยิ้มดีใจอย่างไม่คิดปิดบัง มันมีความสุขอย่างบอกไม่ถูก ที่ลูกสาวของเธอมีผู้ชายที่เพรียบพร้อมไปหมดทุกอย่าง เข้ามาดูแล “สวัสดีครับ”สกายยกมือไหว้ผู้อาวุโส ก่อนจะเดินตามเข้ามาในห้องรับแขก เห็นหน้าก้องภพ พ่อของนับหนึ่งที่เขาเคยเจอมาแล้วหลายครั้ง ก็ยกมือไหว้อย่างนอบน้อม “นั่งลงสิ” ช่วงแรกคนตัวสูงก็ยอมรับว่าเกร็งเหมือนกัน ที่จะต้องพูดคุยกันในฐานะอื่น ที่ไม่ใช่เรื่องงานเหมือนที่บริษัท แต่ทว่าก็แค่เพียงช่วงแรก เพราะหลังจากที่ย้ายมาพูดคุยกันที่โต๊ะอาหาร บรรยากาศทุกอย่างก็ดีขึ้นมาก รวมถึงนับหนึ่งที่คลายความกังวลทุกอย่าง
"หวัดดี คีริน" ใยไหมเอ่ยทักทายเพื่อนร่วมคณะ ที่เป็นเพื่อนสนิทของสามีเธอด้วย ส่วนนับหนึ่งที่ยืนอยู่ข้างกันนั้นใบหน้าซีดเผือด ยังคงทอดมองไปยังร่างสูงข้างเวที "นับหนึ่งเป็นอะไร?" นอกจากหน้าจะซีดแล้ว ดวงตายังแดงก่ำ ทำให้คีรินอดที่จะเอ่ยทักออกมาไม่ได้ เขามองตามสายตาของเธอ ถึงได้รู้ว่าเธอกำลังมองไปยัง
หลังจากวันนั้น ผ่านไปสามวันแล้วที่นับหนึ่งเอาแต่ดื่มเหล้าเมาที่คอนโด ตอนเช้าเธอก็ยังไปทำงานตามปกติ แต่พอเลิกงาน เธอก็จะกลับมานอนกอดขวดเหล้าแบบนี้ทุกวัน เรื่องของเธอกับสกาย เธอยังไม่ได้บอกเพื่อนสนิทอย่างใยไหมให้รู้ ยอมรับว่าอายที่ทำตัวแบบนี้ วันนั้นร้องไห้เสียใจที่ดันเผลอไปนอนกับผู้ชายที่มีแฟนแล้ว
นับหนึ่งพยายามนั่งปรับอารมณ์ของตัวเองให้กลับมาเป็นปกติ ดวงตากลมโตเอาแต่มองประตูห้องทำงานของสกาย เธอไม่ได้อยากคิดลามกหรืออะไร แต่ผู้หญิงคนนั้น หายเข้าไปในห้องทำงานของเขาเกือบครึ่งชั่วโมงแล้ว เพราะความอยากรู้อยากเห็นหรืออะไรก็แล้วแต่ ที่ทำให้เธอตัดสินใจ ย่องเดินมายืนอยู่ใกล้ประตูห้องทำงานของเขา จากต
“วัน ๆ เอาแต่คุยโทรศัพท์กับผู้หญิงที่ไหนก็ไม่รู้ ไม่เคยจะสนใจฉันเลย เวลานายออกไปทำงานข้างนอก ฉันต้องไปกินข้าวคนเดียวทุกวัน เขาไม่เคยเห็นว่าฉันเป็นเพื่อน” “รู้ได้ยังไง”ชายหนุ่มแกล้งถามออกไป ตอนนี้เขากำลังทำตัวเป็นคีริน เพราะอยากจะได้ยินทุกสิ่งที่อยู่ในใจของเธอ เผื่อว่าจะโชคดี จนเธอเผลอพูดเรื่องคืนน







