تسجيل الدخولเกี๊ยว…
วันนี้ฉันตัดสินใจลาป่วยเพื่อไปหาใครบางคน หลังจากที่เมื่อคืนฉันหาข้อมูลเกี่ยวกับเขาก็รู้มาว่าเขาไม่ใช่นายแบบธรรมดา แต่ครอบครัวมีธุรกิจสีเทาซึ่งเขารับช่วงมาดูแลต่อ เขาเป็นเจ้าของผับชื่อดังในเมืองไทยที่ฉันไปถ่ายงานรีวิวเครื่องดื่มให้เมื่อวันก่อน และเป็นเจ้าของคาสิโนที่ฮ่องกงด้วย
“ถ้าเรียกสองแสนกับครั้งแรกของเรามันจะแพงไปมั้ยนะ ไม่เคยทำอะไรแบบนี้ซะด้วยสิ”
พอฉันนึกถึงค่าตัวที่จะเรียกกับเขาต่อการหลับนอนคืนเดียวแล้วก็รู้สึกแปลก ๆ ขึ้นมา เพราะไม่มีความรู้เกี่ยวกับอาชีพนี้ฉันเลยไม่รู้ว่าราคาที่เหมาะสมมันต้องอยู่ประมาณไหน ส่วนมากคนที่ได้ราคาดี ๆ แม้จะผ่านมาหลายงานแล้วก็ล้วนแต่โปรไฟล์ดี ๆ ทั้งนั้น เรียกได้ว่าเกรดพรีเมี่ยมเลยล่ะ
“แล้วเราจะเอาอะไรไปต่อรองราคากับเขาล่ะ เฮ้อ!”
ถึงจะลังเลและเหนื่อยใจอยู่ไม่น้อยแต่ก็ทำใจไว้แล้วบ้าง ฉันน่ะไม่ยอมแพ้อะไรง่าย ๆ หรอกนะ ฉันต้องพาพี่ชายฉันออกมาจากที่นั่นให้ได้ถึงแม้จะต้องทำอะไรแบบนี้ก็ตาม แค่ไม่ไปยุ่งกับคนมีครอบครัวก็พอแล้วล่ะ
“นัดไว้หรือเปล่าครับ ถ้าไม่ได้นัดไว้คุณทัพไม่ให้เข้านะครับ”
เสียงการ์ดหน้าผับพูดกับฉัน ไม่คิดเลยว่าเวลากลางวันแบบนี้ที่นี่จะมีการ์ดคุมเข้มอีก จ้างคนมาดูแลทั้งกลางวันกลางคืนเลยหรือไง
“แต่หนูมีเรื่องด่วนจริง ๆ นะคะพี่ให้หนูเข้าไปเถอะ”
ฉันอ้อนวอนคนตรงหน้า
“เสียงดังอะไรกันน่ะ”
และแล้วเจ้าของผมสีทองที่ฉันตามหาก็มาปรากฎตัวตรงหน้า ดวงตาดำขลับที่จ้องมองมาดูน่ากลัวกว่าตอนที่เขาใส่คอนแทคเลนส์สีแดงเสียอีก
“คุณผู้หญิงคนนี้… / เข้ามาสิ”
คนตรงหน้าไม่รอให้การ์ดหน้าผับพูดจบแต่เดินนำฉันเข้าไปด้านใน บรรยากาศในร้านมีเพียงดวงไฟสีขาวสาดส่องให้ความสว่าง สภาพของผับด้านในตอนไม่มีลูกค้าช่างดูเงียบสงบ ไม่อยากจะคิดเลยว่าถ้าตกกลางคืนแล้วลูกค้าเข้าร้านจะเป็นยังไง คงวุ่นวายน่าดู
“มาที่นี่ทำไม”
คนที่เดินนำฉันขึ้นมาบนชั้นสามของผับพูดขึ้นก่อนจะเอื้อมมือไปเปิดประตูห้องตรงหน้า คิดว่าคงเป็นห้องพักของเขาแล้วมันก็ใช่จริง ๆ ด้วย คนคนนี้มีผับเป็นบ้านเหมือนในข้อมูลที่ฉันหามาได้จริง ๆ แฮะ
“มาคุยงานค่ะ”
ฉันยอมลดศักดิ์ศรีของตัวเองลงแลกกับการได้ทำงานกับเขา ฉันรู้ว่าวันนั้นฉันปฏิเสธเขาและพูดไม่ดีกับเขา ไม่คิดเลยว่าอยู่ ๆ วันนี้ฉันต้องมาขอให้เขาช่วยรับฉันทำงานด้วย
“ผับฉันไม่รับนักศึกษา ปัญหาเยอะฉันไม่ชอบ”
คนที่ทิ้งตัวนั่งลงบนโซฟาพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ก่อนจะมองหน้าฉันด้วยแววตาไร้อารมณ์อย่างที่เคยเห็นตอนถ่ายแบบ บอกว่าไม่รับนักศึกษาแต่เขาเองก็เป็นนักศึกษาเหมือนกันนี่หรือข้อมูลที่ฉันมีมันผิด?
“เอ่อไม่ใช่งานนั้นค่ะ อีกงานนึง”
“'งานอะไร?”
“งานที่คุณเคยถามฉันวันถ่ายแบบไงคะ พอดีฉันลองกลับไปคิดดูแล้วก็เลย…”
“ร้อนเงินหรือไง”
รู้ดี!
“เท่าไหร่?”
คนตรงหน้าถามต่อด้วยน้ำเสียงนิ่งเรียบตามเดิมพร้อมกับพ่นควันบุหรี่ออกมา ถ้าเกิดเรียกไปตามที่ตั้งใจไว้จะได้มั้ยนะ เขาจะปฏิเสธหรือเปล่า
“สะ สองแสนค่ะ”
“แพงไป”
แต่นายรวยนี่นา จะมาแพงอะไรเล่า! นี่มันครั้งแรกของฉันด้วยนะ!
“แต่ฉันยังเด็กอยู่นะคะ เพิ่งเข้ามหาลัยตอนนี้อยู่ปีหนึ่ง แล้วก็ไม่เคยมีอะไรกับใครมากะ… / ออกไปได้แล้วฉันไม่ชอบเด็ก”
ควันบุหรี่สีขาวที่พวยพุ่งออกมาลอยเข้าหน้าฉันเต็ม ๆ พร้อมกับคำพูดของเขา วันนั้นอยากได้ฉันแทบตายแต่ทำไมวันนี้ถึงปฏิเสธล่ะ แค่เพราะฉันเด็กกว่างั้นเหรอ?
“ถ้าคุณบอกว่าแพงไปงั้นฉันลดให้ก็ได้ค่ะ”
“ออกไป”
ใบหน้านิ่งเรียบทว่าแววตาดุดันนั้นส่งมาจนฉันต้องขนลุกซู่ นี่เขาปฏิเสธผู้หญิงที่ตัวเองเคยอยากได้งั้นเหรอ?
“ฉันไม่ชอบสีขาว โดยเฉพาะเสื้อผ้าสีขาวฉันยิ่งไม่ชอบ มันเลอะง่ายฉันไม่อยากทำให้มันสกปรก”
คนตรงหน้าพูดต่อก่อนจะวางบุหรี่ลงบนจานรองแล้วมองมาที่ฉัน
“เธอยังเด็กอย่ามาทำอะไรแบบนี้ จะไปไหนก็ไป”
“แค่คืนเดียวก็ไม่ได้เหรอคะ ขอแค่ค่าเทอมสักสองเทอมก็ได้”
“ไปหางานอย่างอื่นทำ อย่าให้ฉันต้องพูดซ้ำ”
สิ้นน้ำเสียงดุ ๆ ของคนตรงหน้าฉันก็พาตัวเองออกมาจากห้องนั้น ถ้าขืนเป็นแบบนี้ฉันคงต้องหางานตามที่เพื่อนรักบอกแล้วล่ะ แต่มันจะทันเหรอ ทั้งคืนทุนแล้วก็ผ่อนจ่ายค่าเทอมอีก ไหนจะค่าใช้จ่ายตลอดระยะเวลาที่ยังเรียนอยู่ก็ไม่ใช่น้อย ๆ
“ถ้ามีค่าเทอมแล้วเรื่องหาเงินค่าห้องกับค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ก็คงพอหาได้บ้างถ้าใช้ประหยัด ๆ แต่นี่ค่าเทอมก็ไม่มีถ้าจะกู้ทุนเรียนก็ต้องรอทำเรื่องเทอมหน้าอีก แล้วนี่เทอมสองก็เพิ่งจะผ่านมาแค่เดือนกว่า ๆ เอง เฮ้อ! อีกตั้งนานกว่าจะได้ทำเรื่องกู้”
หลังจากนอนคิดมาทั้งคืนแล้วว่าจะแก้ปัญหาที่เจออยู่ยังไง ฉันจึงตัดสินใจได้ว่าจะทำเรื่องดรอปเรียนไว้ก่อน ระหว่างนั้นก็หางานประจำทำซะเลย ถึงจะใช้ทุนคืนทั้งหมดไม่ทันแต่ถ้ามหาลัยเห็นความตั้งใจของฉันก็คงเมตตาและอาจผ่อนผันให้บ้าง
“เป็นไงบ้างเกี๊ยว ได้งานมั้ย”
พี่ปอยเดินเข้ามานั่งกับฉันที่ใต้ร่มไม้เมื่อเห็นว่าฉันกับลูกปลากำลังนั่นคุยกันอยู่ เมื่อวานฉันบอกพี่เขาเรื่องดรอปเรียนแล้วก็เรื่องหางานทำไปน่ะ วันนี้คงอยากรู้ข่าวคราว
“เกี๊ยวได้งานแล้วค่ะ อยู่ที่ร้านสะดวกซื้อหน้ามหาลัยเรานี่เอง ใกล้หอพักด้วย”
ยัยเพื่อนซี้ชิงตอบก่อนเพราะดีใจมากกว่าฉันที่ได้งานทำเสียอีก
“ดีแล้วแหละ แล้วนี่นะเกี๊ยวเงินเก็บพี่น่ะเผื่อจะช่วยอะไรได้บ้าง”
พี่ปอยยื่นธนบัตรสีเทาหลายใบมาให้ฉันพร้อมกับใบหน้าที่มีรอยยิ้มแต่งแต้มอยู่ ฉันรู้ว่าเงินจำนวนนี้สำหรับนักศึกษาที่ไม่ได้มีฐานะดีอะไรมากมาย แล้วก็ยังหาเงินใช้เองอย่างเต็มที่ไม่ได้มันมากขนาดไหน
“มันอาจจะไม่กี่พัน แต่ก็คงพอที่เกี๊ยวจะใช้จนถึงสิ้นเดือนได้น่ะ ไว้มีเมื่อไหร่ค่อยมาคืนพี่ก็ได้”
ฉันทำท่าลังเลเล็กน้อยก่อนจะรับเงินมาถทือไว้ในมือ เวลานี้ความเกรงใจไม่ได้ทำให้ชีวิตฉันดีขึ้น เพราะตอนนี้เงินติดตัวสักบาทก็ไม่มี
“ขอบคุณพี่ปอยมากนะคะ เกี๊ยวจะรีบใช้คืนนะ”
ฉันส่งยิ้มให้คนตรงหน้าก่อนจะนั่งคุยกันต่อสักพักแล้วพี่เขากับลูกปลาก็แยกย้ายกันไปเรียน วันนี้ฉันไม่ได้เข้าเรียนเพราะมาทำเรื่องดรอปเอาไว้
เกี๊ยว…เช้าตรู่ของวันใหม่ฉันตื่นมาทำกับข้าวให้พี่ชายกับใครบางคน เสียงฝีเท้าหนัก ๆ ที่เดินเข้ามาหาฉันตรงโต๊ะไม้ระหว่างบังกาโลสองหลังนั้นไม่ต้องบอกก็รู้ว่าใคร“ตื่นเช้าจังเลยค่ะ วันนี้พี่กันต์ไม่ต้องไปทำงานนี่คะ ไหนบอกว่าตอนสาย ๆ จะพาคุณน้าพบรักไปซื้อของมาตกแต่งห้องให้ลูกค้าไง” ฉันถามคนตรงหน้าขณะตักข้าวต้มร้อน ๆ ใส่ถ้วยให้พี่ชายตัวเอง“พี่ว่าจะไปดูเขาปรับพื้นที่โซนสระว่ายน้ำหน่อยน่ะ ถ้าไม่ดีจะได้รีบแก้เดี๋ยวสระว่ายน้ำออกมาไม่สวย” คนเป็นพี่ชายเงยหน้ามาตอบก่อนจะก้มหน้าก้มตากินข้าวไปด้วย“อะไรจะขยันขนาดนั้นคะ วันนี้ไปซื้อของตอนบ่าย ตอนเช้าพี่กันต์ก็นอนพักสักหน่อยสิคะ” ฉันแซวพี่ชายขณะวางแก้วน้ำลงตรงหน้า“ก็ถ้าไม่ใช่เรือนหอของน้องพี่ พี่ก็จะทำแค่หน้าที่นั่นแหละ แต่นี่เรือนหอน้องตัวเองไงก็เลยอยากเต็มที่ให้มาก ๆ” พี่ชายเงยหน้ามาตอบพร้อมกับอมยิ้มให้ฉันไปด้วย“แล้วนี่ไอ้นั่นยังไม่ตื่นอีกเหรอ นอนกินบ้านกินเมืองชะมัด” สุดท้ายก็ยังไม่วายกระแนะกระแหนว่าที่น้องเขยตัวเองอยู่ดี ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่สองคนนี้จะคุยกันดี ๆ สักที“ให้เกี๊ยวไปปลุกมั้ยคะ จะได้นั่งกินข้าวด้วย” ฉันถามยิ้ม ๆ ทั้งท
เกี๊ยว…ผ่านไปแค่สองวันเท่านั้นวันรวมญาติของบ้านพี่ทัพก็มาถึง ฉันเพิ่งรู้ว่าคนตระกูลนี้จะนัดรวมญาติครั้งใหญ่กันปีละหนึ่งถึงสองครั้ง แล้วก็เพิ่งรู้ด้วยว่าญาติพี่น้องของพี่ทัพนั้นมีทั้งในไทยและต่างประเทศ ส่วนใหญ่เป็นนักธุรกิจและแพทย์ในโรงพยาบาลใหญ่ มีเปิดคลินิกเป็นของตัวเองและรับงานสอนนักศึกษาในมหาลัยอีกด้วย“เกี๊ยวยังไม่พร้อมเลยนะ” ฉันหันไปกระซิบบอกคนข้าง ๆ ขณะที่เรากำลังเดินไปยังชายหาดที่อยู่ไม่ห่างจากโรงแรมของคุณน้าพบรักมากนัก พอรู้ว่าพี่เขากับคุณน้าเป็นญาติกันฉันก็อดตื่นเต้นไม่ได้ ถ้าคุณน้ารู้ว่าฉันเป็นแฟนของหลานชายท่านแล้วจะรู้สึกยังไงนะเบื้องหน้าของฉันมีโต๊ะอาหารขนาดใหญ่ตั้งไว้หนึ่งตัว เก้าอี้หลายตัวถูกผูกด้วยผ้าสีขาวขณะที่รอบ ๆ นั้นประดับด้วยดวงไฟสีขาวสลับเหลืองและดอกไม้สวยงามราวกับกำลังมีงานสำคัญ ในนั้นพี่ทัพบอกว่ามีแค่ญาติพี่น้องกันเท่านั้น ไม่มีใครอื่นแม้กระทั่งแม่บ้านก็ไม่มี เป็นการรวมญาติที่อาหารบนโต๊ะบรรดาญาติผู้หญิงเป็นคนช่วยกันทำมา มีผลไม้หลากหลายชนิดพี่ทัพบอกว่าเอามาจากสวนของบ้านพี่ธาม“แม่พบทำไมอยู่คนเดียวล่ะครับ / คุณน้าพบรัก สวัสดีค่ะ” พี่ทัพเอ่ยทักทายคุ
เกี๊ยว…“ยืนมองอะไร จะไปนอนกับมันก็ไป” คนเป็นพี่ชายปรายตามองฉันเมื่อเราสองคนเดินเข้ามาในบังกาโลเรียบร้อยแล้ว“แล้วพี่กันต์ล่ะคะ”“พี่ก็ไปนอนอีกหลังไง ยังไงก็จะแต่งงานกันอยู่แล้ว จะติดพี่แบบนี้ไม่ได้นะ เราต้องมีครอบครัวเป็นของตัวเอง” น้ำเสียงดุ ๆ ทว่าแววตากลับแฝงไปด้วยความห่วงใยทำให้ฉันต้องเดินเข้าไปสวมกอดพี่ชายเอาไว้แน่น แค่รู้ว่าต้องนอนบ้านคนละหลังต้องแยกกันอยู่ก็หดหู่อย่างบอกไม่ถูก“อะไรกัน จะแต่งงานแล้วยังงอแงอีกนะ” คนเป็นพี่ชายดันฉันออกจากแผงอกก่อนจะยีผมฉันเบา ๆ “ไปนอนได้แล้ว พี่ก็จะอาบน้ำเข้านอนแล้วเหมือนกัน วันนี้เหนื่อย”“ค่ะ ฝันดีนะคะชายสุดหล่อ” ฟอด! ฉันเขย่งปลายเท้าขึ้นเล็กน้อยก่อนจะกดปลายจมูกลงบนแก้มเนียนของพี่ชายพร้อมกับส่งยิ้มให้ ยืนมองแผ่นหลังกว้างของพี่ชายจนรับรู้ถึงแรงสะกิดที่หัวไหล่จากใครบางคน “คะ?” ฉันหันไปถามคนข้าง ๆ ก่อนจะเดินจูงมือกันเข้ามาในห้องแล้วเก็บของให้เข้าที่เข้าทางโดยที่พี่ทัพไม่ได้พูดอะไรออกมา“เกี๊ยวติดมันขนาดนั้นเลยเหรอ” อยู่ ๆ เสียงทุ้มของคนที่กำลังเปลี่ยนชุดเตรียมอาบน้ำก็เอ่ยถามขณะที่ฉันกำลังเตรียมชุดนอนออกมาให้พี่เขา “ค่ะ” ฉันเ
เกี๊ยว…ตกเย็นเราสองคนเดินเล่นกันตามชายหาดไปเรื่อย ๆ จนถึงแคมป์คนงานที่ฉันพักอยู่ สายตาดุ ๆ ของพี่กันต์ซึ่งจ้องมองมายังเราสองคนที่กำลังเดินเข้าไปในแคมป์คนงาน ทำให้ฉันรีบชักมือที่กุมกันไว้กับคนข้าง ๆ กลับอย่างรวดเร็ว“ไปไหนมา แล้วนี่ทำไมถึงมากับมัน” คนเป็นพี่ชายเอ่ยถามเสียงดุพร้อมกับเดินเข้ามาดึงข้อมือฉันให้ไปยืนใกล้ ๆ“เกี๊ยวไปเดินเล่นกับกูมา แล้วคืนนี้กูก็จะให้เกี๊ยวไปค้างกับกูด้วย / พี่ทัพ!” ฉันรีบท้วงคนหน้านิ่งที่ยืนจ้องพี่ชายฉันอยู่ ไม่คิดว่าพี่เขาจะพูดอะไรแบบนี้ออกมา ตอนเดินมาส่งฉันก็ตกลงกันแล้วว่าฉันจะค้างกับพี่กันต์ที่นี่นี่นา “ทำไมมึงถึงคิดว่ากูจะยอมปล่อยน้องกูไปนอนกับมึง แค่ที่ผ่านมามึงย่ำยีจนไม่เหลือชิ้นดีกูก็อยากเอาตีนลูบหน้ามึงจะแย่แล้ว” พี่กันต์ตวัดสายตาให้คนตรงหน้าด้วยความไม่พอใจ ฉันได้แต่ยืนถอนหายใจพรืดใหญ่ออกมาเพราะไม่รู้ว่าต้องทำยังไงต่อ ตอนนี้พี่ซันก็ไม่อยู่แล้วด้วยเพราะกลับไปดูแลผับแทนพี่ทัพ ถ้าเกิดสองคนนี้ทะเลาะกันขึ้นมาฉันไม่รู้เลยว่าจะรับมือยังไง“ไม่ให้เกี๊ยวไปก็เรื่องของมึง แต่กูจะให้เกี๊ยวไปนอนกับกู แล้วก็ที่กูมาบอกกูไม่ได้มาขออนุญาตแต่กูมาบอ
เกี๊ยว…ฉันเดินตามคนบางคนเข้ามาด้านในขณะที่สายตานั้นมองไปรอบ ๆ ด้วยความตื่นเต้น พื้นที่ด้านในร่มรื่นเย็นสบายราวราวกับมีป่าส่วนตัว “สวยจังเลยค่ะ” ฉันหันไปบอกคนข้าง ๆ ขณะที่เราเดินมาถึงเก้าอี้ไม้ในโซนนั่งพักผ่อน จุดนี้สามารถมองออกไปนอกรั้วบังกาโลเพื่อชมวิวทิวทัศน์บนชายหาดได้ “ที่นี่สร้างไว้นานแล้วแต่พี่ไม่ค่อยได้มาพัก ส่วนมากจะมาพักเวลามาทำธุระหรือแวะมาหาญาติแถวนี้น่ะ” คนที่หันมาสบตากับฉันเอ่ยบอก“พี่ทัพมีญาติที่นี่ด้วยเหรอคะ” ฉันเอ่ยถามด้วยความสนใจ จะว่าไปแล้วพี่เขาก็กว้างขวางและมีครอบครัวตระกูลใหญ่เหมือนกันนะเนี่ย“มีสิ เดี๋ยววันหลังพี่พาไปเจอ”“ไปเจอญาติพี่เหรอคะ”“อื้ม ใกล้ถึงวันรวมญาติแล้วเดี๋ยวพาไปเปิดตัว แต่พี่ว่าเกี๊ยวน่าจะพอรู้จักบ้างแล้วล่ะถ้าญาติที่เป็นรุ่นราวคราวเดียวกันน่ะ” ประโยคต่อมาของใครบางคนทำให้ฉันแอบกังวลไม่น้อย พอนึกถึงฐานะ หน้าที่การงานและสังคมของเราสองคนแล้วมันช่างแตกต่างกันราวฟ้ากับเหว ครอบครัวพี่เขาจะรับฉันได้มั้ยนะ “ทำไมทำหน้าแบบนั้นหื้ม คนในบ้านพี่ใจดีทุกคนโดยเฉพาะกับลูกสะใภ้” ฝ่ามือใหญ่เอื้อมมายีผมฉันเบา ๆ เมื่อเห็นสีหน้าของฉันหม่นลง “บ
เกี๊ยว…เช้าตรู่ของวันรุ่งขึ้นฉันกับพี่กันต์ก็เดินทางมาถึงเกาะที่พี่กันต์จะต้องทำงาน ไม่ไกลจากไซส์งานที่พี่กันทำอยู่มีแคมป์คนงานตั้งอยู่ด้วย ฉันกับพี่กันต์พักในห้องเดียวกัน ที่พักของเราเป็นเพิงสักกะสีเล็ก ๆ ถึงจะไม่สะดวกสะบายมากแต่ก็ดีกว่าโดนทิ้งให้อยู่บ้านคนเดียว “ตอนกลางวันอย่าไปไหนไกลนะรู้มั้ย เปิดเสียงโทรศัพท์ให้ดังเข้าไว้เพราะพี่จะโทรหาเราบ่อย ๆ ที่นี่คนงานเยอะแต่ก็ห้ามไว้ใจใครด้วยเข้าใจรึเปล่า” คำพูดยาวยืดแฝงไปด้วยความห่วงใยจากพี่ชายเพียงคนเดียวนั้นย้ำกับฉันเป็นร้อยรอบตั้งแต่ก้าวขาออกจากบ้านจนมาถึงที่พัก“เข้าใจค้าบคุณผู้ปกครอง”“ตอนเย็นรีบไปอาบน้ำแล้วก็กลับเข้าห้อง ล็อคประตูให้ดีด้วยเข้าใจมั้ย มีใครมาเคาะหรือชวนไปไหนก็อย่าไป ใครมาบอกว่าพี่ให้ไปหาก็ไม่ต้องไปเพราะพี่จะโทรมาบอกเราก่อนแล้วก็จะมารับเราออกไปเองถ้าต้องไปไหน” คนตรงหน้ายังพูดไม่ยอมหยุด ฉันก็ได้แต่รับฟังแล้วก็พยักหน้าหงึกหงักให้เป็นคำตอบ“จะออกไปไหนส่งไลน์ทิ้งไว้ให้พี่ด้วย เข้าใจมั้ย”“เข้าใจแล้วค่า” ฉันฉีกยิ้มกว้างอีกครั้งก่อนจะโบกไม้โบกมือให้คนตรงหน้าแล้วแยกย้ายกัน “เริ่มงานวันแรกจิตใจก็จดจ่ออยู่กับน้องสา







